LOGINแววตาคู่คมเป็นประกายจับจ้องเพื่อนรักที่กึ่งวิ่งกึ่งเดินจากไปจนลับตา ลิ้นแกร่งดุนดันกระพุ้งแก้ม ตวัดเลียริมฝีปาก ประหนึ่งต้องการลิ้มรสจูบเมื่อครู่ให้ได้มากที่สุด
ไม่ใช่แค่จูบที่จะฉกฉวยมาครอบครอง แต่รวมถึงตัวและหัวใจ ที่จะไม่ปล่อยให้เป็นของคนอื่น
“นรี แกรนหาที่เองนะเว้ย”
ภาพที่เห็นเธอพูดคุย ยิ้มแย้มสดใสให้กับผู้ชายอื่น มันกระตุ้นความรู้สึกที่พยายามกดทับมาตลอด การที่เขาไม่จริงจังกับผู้หญิงคนไหน เพราะเบื้องลึกล่วงรู้อยู่แก่ใจว่ามีแต่เพื่อนสนิท
ณัฐนรีอยู่ในชุดนอนกระโปรงยาวแขนตุ๊กตาแบบที่เจ้าตัวชื่นชอบ เธอก้าวเดินออกจากห้องน้ำ ตรงไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง ทาครีมบำรุงผิวลงบนใบหน้า แต่ทว่าเงาสะท้อนในกระจกทำเผลอมองริมฝีปาก
ภาพเหตุการณ์ในวันนี้ผุดขึ้นในหัว ทั้งที่พยายาม จะลบเลือน แต่ยังจดจำได้แม้แต่เสียงลมหายใจของ ภานนท์ ที่เป่าราดรดบริเวณกกหู
มือบางยกขึ้นแตะกลีบปาก หัวใจสาวสั่นสะท้าน หวามไหวอย่างไม่สมควร สิ่งเดียวที่ควรจะรู้สึกคือ โกรธเคืองที่ถูกล่วงเกิน แต่กระนั้นเธอกลับรู้สึกดี
“ไอ้นนท์...แกทำแบบนี้ทำไม แกจะรู้บ้างไหมว่าเพื่อนอย่างฉันรู้สึกยังไงกับแก”
เธอควรจะยุติความรู้สึกที่เกิดขึ้น ก่อนที่มันจะทำลายความสัมพันธ์ให้สะบั้นลง เมื่อคำว่าเพื่อนเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ได้ใกล้ชิดเขา
มือบาง กำแน่น ดวงตากลมโตปิดสนิท พยายามข่มความต้องการทางกาย ที่เกิดขึ้นในทุกค่ำคืน
ช่องท้องสาวอึดอัดทุกครั้งที่ชิดใกล้ กลิ่นกาย เฉพาะของบุรุษเพศเต็มไปด้วยเสน่ห์ ดึงดูดให้ความปรารถนาอันมืดดำครอบงำร่างกาย
มือบางที่กำแน่นค่อยๆ คลายออกก่อนจากขยุ้มชายกระโปรง ยังจดจำรสจูบรวมถึงริมฝีปากกระด้าง ที่ขยับเขยื้อนอย่างช่ำชอง
หยาดน้ำไร้ที่มาหลากทะลัก ความร้อนจากราคะลุกฮือ เรียวขางามพยายามหนีบแน่น ประหนึ่งชั่งใจกับการกระทำ แม้ไม่ใช่ครั้งแรก แต่รู้สึกกระดากอายทุกครั้งที่ต้องปรนเปรอตัวเอง
"ไม่ไหวแล้ว นนท์ แกกำลังทำให้ฉันเสี้ยน"
ปากอิ่มเม้มแน่น สบถสิ่งที่อยู่ในใจไม่อาจต้านทานแรงปรารถนาทางกาย เรียวขางามขยับแยกออกจากกัน หยาดน้ำฉ่ำร่องจนแพนตี้เปียกชุ่ม
"นนท์..."
จินตนาการถึงมือหนาที่ล้วงลึกเข้ามาใต้กระโปรง ฝ่ามือบางคลึงโหนกอูมครางกระเส่า แพนตี้ตัวจิ๋วถูกรูดรั้งอย่างเร่งรีบ
มือบางสัมผัสได้ถึงความฉ่ำแฉะของกลีบเนื้อ ยิ่งออกแรงคลึงเกสร น้ำสาวยิ่งฉ่ำ
"อูยส์...เสียว อ๊า"
ความตึงเครียดทางเพศก่อตัวมหาศาลเรียวนิ้วกดเข้าใส่ในร่องเนื้อ ดันเข้าออก ครางชื่อเพื่อนรักไม่ขาดปาก
"นนท์...อ่า นนท์ ฉันอยากให้เเกกอด อูยส์"
ฝ่าเท้าจิกเกร็ง ความเสียวกระสันทวีมากขึ้นตามนิ้วเรียวที่ขยับเข้าออก ภายในหัวมีเพียงใบหน้าหล่อของ เพื่อนสนิท
หวนนึกถึงจูบเร่าร้อน ปากอิ่มเผยอครางรัญจวน ส่งนิ้วเรียวเข้าออกระรัว กายสาวเกร็งกระตุกสุขสมในที่สุด
"อ๊ะ...อ๊าย"
นิ้วถูกดันเข้าไปจนสุด หนีบขาแน่นกับความเสียวสุขที่ถาโถม หยาดน้ำสาวฉ่ำเยิ้มติดเรียวนิ้ว
มันเกิดขึ้นอีกแล้ว...
มองดูตัวเองผ่านกระจกเงา แก้มเนียนแดงระเรื่อ เนินอกสะท้อนขึ้นลง หอบกระเส่ากับความสุขที่เกิดขึ้น
การช่วยตัวเองไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่บุคคลในห้วงมโน ไม่ควรเป็นเพื่อนสนิท แต่เธอไม่สามารถสลัดใบหน้า น้ำเสียง รวมถึงกลิ่นกายของภานนท์ได้เลย เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นทำให้เธอรีบตลบกระโปรง
ปึงปึงปึง !
เสียงเคาะที่ไม่ต่างจากการทุบ ทำให้รีบตรงไปเปิดประตู เกรงว่าเพื่อนข้างห้องจะตำหนิเอา เมื่อมันเกือบ เที่ยงคืนแล้ว
เธอมองผ่านตาประตู เห็นว่าเป็นใครจึงรีบเปิดประตู ก่อนที่เขาจะใช้กำปั้นทุบลงจนเกิดเสียงอีกครั้ง
"นนท์...แกมาทำไม นี่แกกินเหล้ามาหรอ"
กลิ่นแอลกอฮอล์คละคลุ้ง ภานนท์ระบายยิ้มหวาน เขาคงดื่มกับเพื่อนที่คณะ
"ทำไมแกเปิดประตูช้าจัง"
พูดเพียงเท่านี้ คนตัวโตกว่า เดินแทรกผ่านเข้าไป ในห้อง
"เดี๋ยว...นนท์ แกจะเข้าไปไม่ได้นะ"
เขาไม่ฟังสักนิด คงเพราะปกติก็แวะเข้ามาที่นี่ เป็นประจำ แต่ตอนนี้มันผิดปกติไง มันดึกแล้ว และเขาก็เมาด้วย
"แกจะให้ฉันขับรถกลับ ทั้งที่เมาแบบนี้หรอว่ะนรี โคตรใจร้ายเลย"
ว่าแล้วก็ทิ้งกายลงนอนบนเตียงขนาดห้าฟุต เธออ้าปากค้าง เตียงนอนที่เคยคิดว่ากว้างขวางดูเล็กลงถนัดตา
"แล้วแกจะกินเยอะทำไมล่ะ ถ้ารู้ตัวว่าจะเมาน่ะ"
ไม่รู้ว่าผิดที่ร้านเหล้าอยู่หลังมหาลัยฯ หรือคอนโดของเธออยู่ใกล้ร้านเหล้าที่เขากับเพื่อนชอบมานั่งดื่ม กันแน่
"ก็อยากเมา จะได้ไม่ต้องคิดอะไรเยอะ" ถ้าหากจะจับเพื่อนทำเมียในคืนนี้...
แววตาคู่คมเป็นประกายจับจ้องเพื่อนรักที่กึ่งวิ่งกึ่งเดินจากไปจนลับตา ลิ้นแกร่งดุนดันกระพุ้งแก้ม ตวัดเลียริมฝีปาก ประหนึ่งต้องการลิ้มรสจูบเมื่อครู่ให้ได้มากที่สุด ไม่ใช่แค่จูบที่จะฉกฉวยมาครอบครอง แต่รวมถึงตัวและหัวใจ ที่จะไม่ปล่อยให้เป็นของคนอื่น “นรี แกรนหาที่เองนะเว้ย” ภาพที่เห็นเธอพูดคุย ยิ้มแย้มสดใสให้กับผู้ชายอื่น มันกระตุ้นความรู้สึกที่พยายามกดทับมาตลอด การที่เขาไม่จริงจังกับผู้หญิงคนไหน เพราะเบื้องลึกล่วงรู้อยู่แก่ใจว่ามีแต่เพื่อนสนิท ณัฐนรีอยู่ในชุดนอนกระโปรงยาวแขนตุ๊กตาแบบที่เจ้าตัวชื่นชอบ เธอก้าวเดินออกจากห้องน้ำ ตรงไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง ทาครีมบำรุงผิวลงบนใบหน้า แต่ทว่าเงาสะท้อนในกระจกทำเผลอมองริมฝีปาก ภาพเหตุการณ์ในวันนี้ผุดขึ้นในหัว ทั้งที่พยายาม จะลบเลือน แต่ยังจดจำได้แม้แต่เสียงลมหายใจของ ภานนท์ ที่เป่าราดรดบริเวณกกหู มือบางยกขึ้นแตะกลีบปาก หัวใจสาวสั่นสะท้าน หวามไหวอย่างไม่สมควร สิ่งเดียวที่ควรจะรู้สึกคือ โกรธเคืองที่ถูกล่วงเกิน แต่กระนั้นเธอกลับรู้สึกดี
มือบางกึ่งลากกึ่งจูงเพื่อนให้ตามมาใต้อาคารเก่า เมื่ออยู่เพียงลำพัง หันมามองอย่างเอาเรื่อง “นนท์ แกเป็นบ้าอะไร ทำไมถึงพูดจาแบบนั้นต่อหน้าคนอื่น” “พูดอะไร ฉันไม่ได้พูดอะไรสักหน่อย” ท่าทางโกรธเคืองของเธอ ยิ่งทำให้หงุดหงิด ความรู้สึกที่พยายามกดทับ มันยิ่งผุดขึ้นกลางอก “อย่ามาเนียน แกจงใจหาเรื่องฉัน แกทำแบบนี้ทำไม หรือว่าน้องแพทตี้ไม่สนใจ แกเลยมาหงุดหงิดใส่ฉัน” กระบอกตาร้อนผ่าว เธอไม่เคยอยู่ในสายตาของภานนท์ ทุกวันนี้ที่ยังสนิทกัน มาจากการที่เธอเป็นฝ่ายตามเขาตลอด “แกคิดว่าฉันเป็นคนงี่เง่าขนาดนั้นเลยหรือนรี” น้ำเสียงราบเรียบ นัยน์ตาคู่คมมืดดำปราศจาก แววตาหยอกล้อเฉกเช่นยามปกติ เขาสืบเท้าก้าวเดินเข้ามาหา เป็นเธอเองที่ประหม่าจนต้องก้าวถดถอย “ฉัน...ไม่ได้คิดแบบนั้น แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องน้องแพทตี้ แล้วอะไรล่ะที่ทำให้แกเป็นแบบนี้” แผ่นหลังบอบบางชนกับกำแพงด้านหลัง เขาขยับกายแนบชิด มือหนาสองข้างท้าวยันกับกำแพง ก้อนเนื้อข้างซ้ายเต้นระส่ำ “นนท์....แกขยับออกไปก่อน ฉัน...เอ่อ
รถยนต์คันหรูจอดเทียบสนิทบริเวณแคนทีนของคณะบริหารธุรกิจ บรรดานักศึกษาหญิงต่างมองให้ความสนใจ รู้ดีว่ารถพอร์ชสีขาวสะอาดตา เป็นของภานนท์คณะวิศวะฯชายหนุ่มตวัดเรียวขาก้าวลงจากรถ การมาเยือนของเขาเรียกความสนใจ ให้ทุกสายตาต้องสะกดมอง แต่เจ้าตัวหาได้แยแส ยังคงก้มหน้ามองหน้าจอโทรศัพท์“ทำไมไม่อ่านไลน์ว่ะ หรือว่ามือถือเสีย”ความห่วงใยที่มีทำให้อึดอัดในหัวอก คิ้วหนาขมวดมุ่น กดโทรออกหาปลายสายแต่กลับไร้การตอบรับ“ทำไมไม่รับสาย หรือจะไม่สบาย”จังหวะนั้นเอง ที่สายตาเหลือบไปเห็นเพื่อนผู้หญิงที่เคยอยู่กับณัฐนรี “แยมส้ม”หญิงสาวเจ้าของชื่อหันไปตามเสียงเรียก ระบายยิ้มหวาน“อ้าว...นนท์ มาหานรีหรอ”“ใช่ แยมส้มเห็นนรีไหม พอดีเราติดต่อนรีไม่ได้เลย”หญิงสาวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง“อืม...ถ้าเวลานี้ นรีชอบไปนั่งกินข้าวที่แคนทีนของคณะน่ะ”“กินข้าว ?”“ใช่ นรีกินข้าวเวลานี้ประจำแหละ ลองไปหาดูนะ”กินประจำ...เขาก้าวตรงไปที่แคนทีนด้วยความสงสัย แต่สิ่งที่เห็นมันคลี่คลายทุกอย่างได้เป็นอย่างดี ภานนท์มองเพื่อนสนิทนั่งกินข้าวอยู่กับผู้ชายอื่น ดวงตาคมกริบจ้องมองนิ่งงันมือหนากดโทรออกหาเธออีกครั้ง สิ่งที่เห็นคือหญิงสาวหยิ
“ฟังแบบนี้ฉันก็สบายใจ ไม่ต้องกลัวว่าจะได้เลี้ยงหลาน ไม่ค่อยชอบเด็กเท่าไหร่”เธอเป็นคนขี้รำคาญ ยิ่งเจอเด็กแหกปากร้องไห้ตามสถานที่สาธารณะ โดยที่ผู้ปกครองไม่ห้ามปรามยิ่งทำให้ ฝังใจ“แต่ถ้าเป็นลูกตัวเอง แกคงไม่รังเกียจใช่ไหม”“เออดิ ใครจะไปเกลียดลูกตัวเองได้ลงคอ เลิกพูดมากเถอะ เดี๋ยวน้องแพทตี้อะไรนั่น ก็บ่นหรอก ป่านนี้น่าจะชะเง้อคอรอกินข้าวแล้วมั้ง”ช่วงพักเที่ยง ภานนท์จะชวนเธอไปกินข้าวร่วมโต๊ะกับแฟนสาวทุกมื้อเป็นประจำ เขาถือคติมีแฟนต้องไม่ทิ้งเพื่อน ไม่รู้ว่าควรดีใจ หรือเสียใจกันแน่ ที่ต้องเห็นภาพบาดตาแทบจะทุกวัน“อ้าว...แล้วแกไม่ไปกินข้าวด้วยกันหรอ”ชายหนุ่มขมวดคิ้วมองอย่างแปลกใจที่เพื่อนสาว ไม่ก้าวเดินตาม“ไม่เอาอ่ะ ฉันไดเอทไม่ค่อยหิวด้วยแหละ แกไปเถอะนนท์”น้องแพทตี้ที่ว่า สวยยิ่งกว่าน้องน้ำค้าง อีกทั้งเป็นสายอ่อย คุยเก่ง บนโต๊ะอาหารในวันนี้ คงมีภาพบาดตา บาดใจกว่าทุกครั้ง ขี้เกียจปั้นหน้าระรื่นว่าไม่รู้สึกอะไรเธอเหนื่อย... “งั้นเจอกันช่วงบ่ายนะ”“อืม...”ชายหนุ่มตอบรับเดินคล้อยตรงไปที่แคนทีน รอยยิ้มสดใสบนใบหน้าเนียนสวยที่มีมลายหายไป หลงเหลือเพียงความหม่นหมอง“นรีมาทำอะไรแถวนี้”เสีย
ณัฐนรี หรือ นรี นักศึกษาปีสี่ หญิงสาวอยู่ในชุดนักศึกษา เสื้อเชิ้ตพอดีตัว กระโปรงอัดพลีทยาวเสมอเข่า ดวงตากลมโต ใบหน้าเนียนสวยเกลี้ยงเกลา ปราศจากเครื่องสำอาง มีเพียงลิปกรอสเคลือบริมฝีปากอิ่มมือบางสองข้างโอบกระชับหนังสือที่อยู่ในอ้อมแขน เอนกายพิงกับเสาด้านหลัง กวาดสายตาเข้าไปในคลาสเรียน เพื่อมองหาเพื่อนสนิทปากอิ่มคลี่เป็นรอยยิ้ม เห็นเป้าหมายนั่งหน้าเครียดดูตั้งใจเรียนกว่าทุกครั้งภานนท์ หรือ นนท์ เขาคือเพื่อนสนิทของเธอ ชายหนุ่มเรียนเก่ง หน้าตาดี กีฬาเป็นเลิศ ทั้งที่ยังเรียนไม่จบ แต่กลับมีบริษัทฯ ยักษ์ใหญ่มาทาบทามขอให้ร่วมงานแต่ต้องปฏิเสธ ครอบครัวเขาเป็นเจ้าของธุรกิจรับเหมาอาคารสูงระฟ้าชื่อดังส่วนเธอ...แตกต่างจากเขาลิบลับ จะมีดีก็แค่เรื่องเรียน การที่ได้เข้าเรียนมหาลัยฯ แห่งนี้ มาจากการเป็นนักเรียนทุน ไม่อย่างนั้นคงไม่มีปัญญาจ่ายค่าเทอมเป็นแน่พ่อของเธอทำงานให้กับครอบครัวของภานนท์ก่อนที่จะลาออกไปใช้ชีวิตที่ต่างจังหวัด และนั่นทำให้รู้จัก และสนิทสนมกันมาตั้งแต่เด็กสถานะเพื่อนสนิททำให้คนอย่างเธอ มีโอกาสได้มองเขาในระยะใกล้ ในขณะที่เขาไม่เคยมองเธออย่างที่มองผู้หญิงทั่วไป สิ่งที่ทำได้คือ







