Beranda / รักโบราณ / วสันตกาลพานพบ / ตอนที่ 12 เสียงเรียกของหัวใจ

Share

ตอนที่ 12 เสียงเรียกของหัวใจ

last update Tanggal publikasi: 2024-11-10 10:00:45

“เยี่ยนฟาง ข้ารู้สึกแปลก ๆ เหมือนมีบางคนกำลังเรียกข้าอยู่ รีบเข้าเมืองกันเถอะ” หลินเซินพูดกับเจ้าแมวน้อย ไม่รอช้าอุ้มนางไว้ในอ้อมแขนลอยลงมาจากเขาด้วยความเร็วอย่างตื่นเต้น จนลมปะทะเข้าที่หน้าเจ้าแมวน้อย ตาเหลือกกว้างไม่สามารถต้านแรงลมไว้ได้ คอที่ตั้งตรงอยู่แทบจะพลิกไปด้านหลัง นางจึงส่งเสียงร้องให้เขารู้ตัว หลินเซินก้มลงมองท่าทางของนางอย่างขบขัน หัวเราะเบา ๆ สนุกสนาน นางจึงยกมือขึ้นพยายามตะปบแขนเขาด้วยความงอน

“ข้ารู้แล้ว ๆ” หลินเซินกอดเจ้าแมวน้อยเอาไว้แน่น คอยบังกระแสลมแรง ก่อนจดจ่อกับการเดินทางต่อ

เมื่อมาถึงทางเดินยาวสุดสายตา หลินเซินพยายามมองหาสิ่งที่กำลังร้องเรียกเขา หากแต่ไม่เจออะไรที่เข้าท่า เขาจึงเดินตามความรู้สึกไป ยังไม่ทันจะได้ทำอะไรต่อ กลิ่นของปลาย่างก็โชยมาที่ปลายจมูกของเขา แล้วก็ได้ยินเสียงร้องเหมียว เหมียวดังมาจากฝั่งตรงข้าม ไม่รู้ว่าเจ้าแมวน้อยไปยืนรออยู่หน้าร้านตั้งแต่เมื่อใด

“เยี่ยนฟาง อดใจไว้ เดี๋ยวข้าจะพามากิน ข้าให้สองตัวเลย” หลินเซินพยายามโน้มน้าวใจเจ้าแมวน้อย เวลานี้เขารู้สึกอยากตามหาสิ่งนั้นให้พบไว ๆ เสียเหลือเกิน ราวกับว่า ถ้าวันนี้หาไม่เจอคงจะนอนไม่หลับ

แน่นอนว่าเจ้าแมวน้อยก็รู้งานเป็นอย่างดี มีหรือจะไม่รู้ว่าเขากำลังมุ่งมั่น จริงจังผิดกับตอนปกติทั่วไป นางกลืนน้ำลายอึกหนึ่งพร้อมสายตาละห้อย ก่อนจะกระโดดกลับอ้อมแขนของเขา มือข้างหนึ่งยื่นออกไปอย่างอาลัยอาวรณ์

หลินเซินเดินลัดเลาะผ่านผู้คนมากมาย เริ่มรู้สึกได้ว่าสิ่งนั้นกำลังใกล้เข้ามา หากมองด้วยสายตา เขาแทบแยกไม่ออกเลยว่าสิ่งที่เขาตามหาคืออะไร พลันได้เห็นหญิงสาวผู้หนึ่งกำลังเดินมาทางเขา หน้าตารูปโฉมงดงามราวกับเซียนสวรรค์ หน้าผากแต้มสีแดง ปากอวบอิ่ม ร่างเพรียวบางดูน่าปกป้อง เขาเห็นนางกำลังส่งยิ้มมาให้จึงยิ้มกว้างกลับไป เพียงแต่ว่า...

“ท่านป้า ไม่ได้เจอกันนาน สบายดีหรือไม่เจ้าคะ” นางทักทายหญิงสูงวัยที่อยู่ข้างหลังเขา นั่นแหละ นางไม่ได้ยิ้มให้เขาหรอก ทว่าจังหวะที่นางจะเดินผ่านตัวเขาไป ด้ายสีทองหลายเส้นกลับปรากฏขึ้นผูกมัดข้อมือข้างหนึ่งของเขากับอีกข้างของนางอย่างเหนียวแน่น หลินเซินยกข้อมือขึ้นมาดูอย่างงุนงน พยายามสลัดด้ายสีทองออกก็ไม่เป็นผล เขาลองเดินห่างจากนางไปไกล ๆ ด้ายสีทองก็ยืดออกตามระยะทาง พอเดินกลับมาใกล้ ๆ ด้ายสีทองก็หดกลับเข้ามา

เขาสังเกตดูสตรีผู้นี้ ราวกับนางเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาจึงมองไม่เห็นด้ายสีทอง หลินเซินจึงเดินเข้าไปใกล้ ๆ หัวใจเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ จนต้องรีบวิ่งไปหลบทำใจอยู่หลังเสา สร้างความงุนงงให้เจ้าแมวน้อยอย่างยิ่ง

กระนั้นสายตาของเขาก็ยังคงจับจ้องอยู่ที่นาง คิ้วสองข้างขมวดเป็นปม ไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่เข้าใจตัวเอง ความรู้สึกนี้คืออะไร คงจะมีก็แต่เจ้าแมวน้อยที่ดูอาการของเขาอย่างเงียบ ๆ

“รักษาตัวดี ๆ นะ เจ้าคะ ครั้งหน้าข้าจะแวะมาเยี่ยมท่าน” นางกล่าวลาสตรีสูงวัยแล้วเดินเลี้ยวซ้ายไปอีกทาง

หลินเซินรีบจ้ำอ้าวตามนางไปอย่างรักษาระยะห่าง ไม่ให้นางรู้ตัว สตรีนางนี้ทักทายผู้คนมากหน้าหลายตา ท่าทางอัธยาศัยดี ดูเป็นมิตร ยามที่นางยิ้ม ก็ทำให้เขาใจเต้นได้ทุกครั้ง พักหนึ่งนางก็เดินออกนอกตลาดไป เขาตามจนมาถึงหน้าบ้านหลังเล็ก

“ท่านพ่อ ข้ากลับมาแล้ว” นางพูดกับชายชราที่นั่งรออยู่ชานบ้าน เขายังคงแอบอยู่หลังต้นไม้ฟังบทสนทนาของทั้งคู่อย่างตื่นเต้น

“เจียลี่ มานี่สิ ข้าเตรียมขนมไว้ให้เจ้าด้วย” เขารีบบอกให้นางมาหา

จวีเจียลี่บุตรสาวพ่อค้าจากเมืองทางตอนใต้ ติดตามบิดาที่แก่ชรามาที่เมืองนี้เพื่อทำการค้าขายเล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วยความเป็นห่วงเขาตามประสาบุตรสาวผู้แสนดี ทั้งยังถือโอกาสเปิดหูเปิดตา หาโอกาสซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าไปขายที่บ้านเกิดช่วยกิจการครอบครัว

“เจียลี่ เจอบุรุษผู้ใดที่เจ้าถูกใจหรือไม่” ผู้เป็นบิดาถามนางตรง ๆ เขาพยายามหาบุรุษที่เพียบพร้อมและเหมาะสมกับนางอยู่นานหลายปี จนปีนี้นางอายุย่างยี่สิบแล้ว แต่ก็ไม่ได้แต่งงานดังที่เขาตั้งใจ คิดในใจแต่เพียงว่าอย่าให้นางขึ้นคานเลย

“ท่านพ่อ ไม่เห็นมีผู้ใดน่าสนใจเลย แล้วข้าก็ไม่รีบ” เจียลี่ตอบเขาอย่างซื่อ ๆ เหมือนอย่างเคย

“แต่ข้ารีบ ข้าเองก็แก่แล้ว อยากเห็นเจ้าเป็นฝั่งเป็นฝา” บิดาของนางบ่นอุบอิบ จ้องนางด้วยความจริงจัง

“ท่านพ่อ โชคชะตาน่ะ เดี๋ยวเขาจะมาก็มาเอง ท่านอย่าเพิ่งเร่งข้านักเลย อีกอย่างข้าอยู่กับท่านพ่อไปตลอดเลยย่อมได้ ไหน ๆ ท่านก็มีข้าเป็นบุตรคนเดียว เดี๋ยวไม่มีผู้สานต่อกิจการนะเจ้าคะ” เจียลี่อธิบายอย่างยืดยาวพยายามโน้มน้าวบิดากลับ

เสียงพูดคุยของทั้งสองคนโต้ตอบกันไปมาไม่ลดละ หลินเซินที่ยืนแอบอยู่หลังต้นไม้จึงได้แต่ยิ้มออกมาไม่รู้ตัว พอได้ยินเสียงเหมียว เหมียวดังขึ้นมาก็นึกได้ว่าเจ้าแมวน้อยตัวนี้ต้องหิวมากแน่ ๆ เขามองไปที่ด้ายสีทองอีกครั้งก่อนหันหลังกลับมาที่ตลาดในเมือง

“เยี่ยนฟาง วันนี้เจ้าเก่งมาก ข้าซื้อปลาย่างให้เจ้าเลยสองตัว” หลินเซินหยิบปลาย่างมาสองตัวให้เยี่ยนฟางตามสัญญา นั่งดูนางกินจนเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ลุกขึ้นเตรียมจะไปหาของกินเพิ่ม

“คุณชาย ค่าปลาย่างเล่าขอรับ” พ่อค้ารีบเดินมาดักข้างหน้าเขา เพราะท่าทางหลินเซินเหมือนกับคนที่กินแล้วจะไม่จ่ายอย่างไรอย่างนั้น

“อ้อ ใช่สิ ข้าลืมไป” หลินเซินจ้องตาพ่อค้าปลาย่าง ก่อนจะบอกเขาว่า “ปลาย่างสองตัวนี้ข้าขอนะ” พูดจบแล้ว พ่อค้าผู้นี้ก็พยักหน้าตอบตกลงอย่างง่ายดาย

เขาเดินไปที่ร้านถังหูลู่และร้านอื่น ๆ ในบริเวณนั้น สุดท้ายมาหยุดอยู่หน้าร้านขายของเล่น มองหาบางอย่าง แล้วหยิบขึ้นมากวัดแกว่งไปมา เยี่ยนฟางมองเห็นของเล่นสิ่งนี้ก็ขยับมือตะปบไปซ้ายทีขวาทีตามทิศทางที่เขาสะบัด เมื่อเห็นเจ้าแมวน้อยดูสนุกสนานเขาจึงได้ซื้อไม้ตกแมวมาหนึ่งอันเอาไว้เล่นด้วยกัน

คืนนั้น หลินเซินออกมานอนตากน้ำค้างเหมือนอย่างเคย เขายกมือข้างนั้นขึ้นมา ด้ายสีทองปรากฏขึ้นระยิบระยับในความมืด พลันทำให้นึกถึงสตรีผู้นั้น

“นางเป็นผู้ใด” ไม่มีผู้ใดให้คำตอบเขาได้ เจ้าแมวน้อยเองก็จนปัญญา เขาจึงตัดสินใจว่า พรุ่งนี้เช้าจะลงไปตามหาคำตอบให้รู้เรื่อง

“เยี่ยนฟาง พรุ่งนี้ลงไปในเมืองกับข้าอีกไหม เจ้ารู้หรือไม่ว่าร้านตรงท้ายซอยมีของอย่างอื่นน่ากินอีกนะ” หลินเซินลูบหัวเจ้าแมวน้อยก่อนจะอุ้มกลับไปไว้บนที่นอนในกระท่อม

“นอนนะ พรุ่งนี้ข้าจะมาปลุก” หลินเซินขยี้ขนฟูฟ่องของเจ้าแมวน้อยก่อนจะออกมานอนใต้ต้นดอกท้อตามเดิม

“เจ้าหมาป่าซื่อบื้อ ข้ารู้นะว่าเจ้าคิดอะไรอยู่” เยี่ยนฟางคิดในใจก่อนจะลากผ้าห่มมานอนข้าง ๆ เขาอีกรอบ เพราะนางรู้สึกปลอดภัยจริง ๆ เมื่ออยู่ข้างเขา

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • วสันตกาลพานพบ   ตอนที่ 56 จบบริบูรณ์

    ณ ตำหนักโคมดวงจิตเจียลี่นั่งรำลึกความหลังตอนที่นางเป็นเซียนน้อยดูแลตำหนัก แล้วชี้ให้หลินเซินดูว่าโคมดวงจิตของเขาเคยตั้งอยู่ตรงนี้“ข้าไม่นึกเลยว่าจะเป็นเจ้า” เจียลี่หันมามองหลินเซิน “ผู้เฒ่าหยางคงจะหมดห่วงแล้วล่ะ”“ข้าติดหนี้เจ้าแล้ว มากมายจนนับไม่ถ้วน หากไม่มีเจ้า จิตวิญญาณของข้าคงแตกสลายไป” น้ำเสียงของหลินเซินแผ่วเบา“ไม่มีทางยอมให้เป็นเช่นนั้นหรอก” เจียลี่ส่ายหน้า นางกุมมือเขาเอาไว้ ทำสีหน้าจริงจัง “ข้าจะปกป้องเจ้าเอง ไม่ว่าใครหน้าไหนกล้าทำร้ายเจ้าอีก ข้าไม่ปล่อยไว้แน่”หลินเซินเลิกคิ้วแล้วยิ้มให้นาง “เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าข้าเป็นถึงอดีตเทพสงคราม จะมีใครกล้าทำอะไรข้า”“นั่นสิเนอะ” เจียลี่หัวเราะกับคำตอบของเขา “หลินเซิน ไปดูก้อนเมฆสีรุ้งกันเถอะ ข้าไม่ได้เห็นนานแล้ว” นางเอ่ยปากชวนเขาไปที่ผาน้ำตกทั้งสองนั่งเล่นชมทิวทัศน์อยู่นานจนถึงเวลาพลบค่ำที่ตะวันเริ่มลาลับขอบฟ้า จู่ ๆ เจียลี่ก็นึกได้ว่าเวลาบนดินแดนสวรรค์กับดินแดนมนุษย์ไม่เหมือนกัน“ข้าว่ารีบกลับลงไปที่บ้านเถอะ ไม่รู้ป่านนี้เยี่ยนฟางกับหมิงเฟยจะเป็น

  • วสันตกาลพานพบ   ตอนที่ 55 สลาย

    ช่วงสายของวันหนึ่งที่อากาศแจ่มใส หลินเซินนั่งกินถังหูลู่อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ริมบ่อน้ำ เขาหันมามองเจียลี่ที่กำลังหัดร่ายเวทด้วยความจริงจังนึกขำในใจ“เจียลี่ ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไปเถิด เจ้าทำหน้าเครียดเกินไปแล้ว” นับตั้งแต่ที่เขาคืนพลังเซียนเพื่อฟื้นชีวิตนาง หลินเซินก็กลายเป็นชนเผ่าหมาป่าธรรมดาที่มีพลังเวทนิดหน่อย กระนั้นยังคงเป็นหมาป่ากินพืชเช่นเดิม“ข้าอยากเป็นเร็ว ๆ นี่ ถ้าเกิดอะไรขึ้น ข้าจะได้ช่วยพวกเจ้าได้” เจียลี่ยังคงพยายามจ้องไปที่มือข้างหนึ่งของนางที่มีพลังเซียนส่องแสงวิบวับ“เจ้าต้องผ่อนคลายให้มากกว่านี้แล้วเจ้าจะเข้าใจว่าต้องทำเช่นไร” หลินเซินให้กำลังใจ เขารินน้ำชาดอกท้อให้นาง “ดื่มก่อน”“อื้ม” เจียลี่พยักหน้า แล้วนึกถึงเรื่องที่นางมีความสุข พลันกลีบดอกท้อปรากฏขึ้นอยู่รอบตัวทั้งคู่ นางโบกมือไปทางซ้ายขวาบังคับสายลมพัดกลีบดอกท้อปลิวไสวไปทั่วทั้งป่า “ข้าเข้าใจแล้วหลินเซิน” นางยิ้มดีใจทั้งคู่พูดคุยกันกระหนุงกระหนิงทั้งวันจนตะวันลับฟ้าจึงพากันเดินกลับบ

  • วสันตกาลพานพบ   ตอนที่ 54 สัญญา

    เจียลี่ลุกขึ้นมานั่งร้องไห้เป็นเผาเต่าทันทีที่ฟื้นขึ้นมา นางไม่อยากให้หลินเซินต้องทำเช่นนี้ จนหมิงเฟยต้องเข้ามาปลอบใจ“ท่านพี่ ทำใจดี ๆ ไว้เถิด ถ้าเขาเห็นว่าท่านเป็นเช่นนี้ วิญญาณคงจะไม่สงบสุข” หมิงเฟยยื่นผ้าเช็ดหน้าให้นางซับน้ำตา“ข้าขออยู่คนเดียวได้หรือไม่” นางคงยังไม่อยากพูดกับใคร ในใจเศร้าสร้อยเกินจะคิดอะไร“ขอรับ” หมิงเฟยพยักหน้าแล้วเดินออกมานอกห้องในป่าลึกท้ายหมู่บ้าน เยี่ยนฟางกำลังนั่งกอดเข่าอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ น้ำตานองหน้าเพราะนึกถึงสิ่งที่นางทำ ทั้งยังไม่กล้าสู้หน้าหมิงเฟยจึงหลบออกมานั่งคนเดียวครั้นเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้ นางจึงเงยหน้ามองผู้มาเยือน“หลินเซินนนน” เยี่ยนฟางกลั้นใจไม่ไหว ร้องไห้โฮจนตัวโยนหลินเซินจึงนั่งลงข้าง ๆ ลูบหัวของนางเหมือนอย่างเคย “จำได้หรือไม่ วันแรกที่ข้าเจอเจ้า”“อื้ม”“ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ได้ตั้งใจ อย่าโทษตัวเองนักเลย” หลินเซินยื่นขนมหวานให้นาง “หมิงเฟยตามหาเจ้าอยู่ ไม่อยากเ

  • วสันตกาลพานพบ   ตอนที่ 53 ไม่มีทางเลือก

    เวลานี้ หลินเซินจำเรื่องราวในอดีตได้หมดทุกอย่างแล้ว พลังตบะเซียนและร่างกายของเขากลับมาเป็นเช่นเดิม เขาร่ายเวทก้าวเข้าสู่หุบเขากองกระดูกในทันทีการปรากฏตัวของเขาทำให้หมิงเฟยและพรรคพวกรู้สึกโล่งใจ ยามนี้เขาแทบจะทนแรงฟาดฟันของเยี่ยนฟางไม่ไหวแล้ว หลินเซินมองเห็นความโกลาหลที่พื้นเบื้องล่าง เขามองหาเยี่ยนฟางและหมิงเฟยเป็นลำดับแรก จากนั้นก็เคลื่อนที่มาหยุดตรงหน้านางในพริบตา“จงหลับ!” นิ้วชี้ของเขาจิ้มไปหว่างกลางหน้าผากของเยี่ยนฟาง เขาเอื้อมมือคว้าตัวนางเอาไว้ แล้วส่งให้หมิงเฟย จากนั้นตรงดิ่งไปที่ร่างของเจียลี่พูดกับหมิงเฟยว่า “พาคนออกไปจากที่นี่แล้วร่ายเวทหล่อเลี้ยงร่างของนางเอาไว้”หมิงเฟยพยักหน้ารับคำ ครั้นหลินเซินร่ายม่านเขตแดนของตนขึ้นมา หุบเขากองกระดูกที่แสนอึมครึมจึงมีโพรงแห่งแสงสว่างเล็ก ๆ ปรากฏขึ้น“เฉิงซาน ทางนี้” หมิงเฟยตะโกนบอกพรรคพวกเมื่อทุกคนในที่แห่งนี้มองเห็นทางออกต่างพยายามสลัดให้หลุดจากคู่ต่อสู้ของตนเองหลินเซินมองเห็นเทพมารลอยอยู่เหนือเทพอาวุโส กำลังจะร่ายเวทใส่ร่างของเขา เพียงแต่ได้ยินเสียงร้อ

  • วสันตกาลพานพบ   ตอนที่ 52 ซ่งเทียนเย่

    “เทียนจวิน วันนี้มีเรื่องอะไรหรือถึงได้อารมณ์ดี” ซ่งเสวี่ยหยางถามเขา“แค่วันธรรมดาหนึ่งวันบนดินแดนสวรรค์ เห็นเจ้าเพิ่งกลับมาเลยอยากทวงของฝาก” ซ่งเทียนเย่ยิ้มแป้นให้เขา“ท่านก็รู้ว่าข้าไม่ได้ไปเที่ยวเล่น ปราบปีศาจที่มีพลังมารก็ทำให้ข้าเหนื่อยไม่น้อย” เขาส่ายหน้าพลางเดินไปที่มุมหนึ่งของตำหนัก “แต่ก็เอาเถอะ ข้าได้ยินมนุษย์พูดกันว่าสุราแคว้นเป่ยรสชาติดีจึงได้ถือติดมือมาด้วย” เขายื่นสิ่งที่พอจะเรียกว่าของฝากให้ซ่งเทียนเย่“เจ้าช่างรู้ใจ ดื่มเป็นเพื่อนกันสักหน่อยดีหรือไม่”หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ออกไปนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่บนเกาะลอยฟ้าของตำหนักเทพสงคราม ดื่มสุรากันคนละจอกสองจอกพลางพูดคุยเรื่องที่ได้พบเจอในแต่ละวัน“ท่านอา” เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กน้อยสองคนเรียกซ่งเสวี่ยหยาง เขาหันไปมองต้นเสียงแล้วพูดว่า “พวกเจ้าสองคน ช้า ๆ หน่อย” แต่เด็กทั้งสองกลับวิ่งเร็วขึ้นกว่าเดิมเพราะคิดถึงเขา“เฮ้อ ดูสิ บิดาของเขานั่งอยู่ตรงนี้แท้ ๆ” ซ่งเทียนเย่พูดหยอกผู้เป็นน้องชาย“ช่วยไม่ได้ ข้าไม่อยู่ตำหนักตั้งนาน เอ้า! นี่ของฝากพวกเจ้า” เขาร่ายเวทเรียกไข่ของวิหคเพลิงออก

  • วสันตกาลพานพบ   ตอนที่ 51 ด้ายสีทอง

    TW: ความรุนแรง อดีตของหลินเซินและเจียลี่ราวกับเรื่องราวของเยว่เล่อกับนางยังไม่หนักหนาพอ ใต้เท้าหนุ่มเปิดประตูเข้ามาเห็นภาพที่นางกำลังนั่งกอดเขาอยู่บนเตียงจึงเกิดความเดือดดาล ปรี่เข้ามากระชากคอเสื้อของเยว่เล่อแล้วออกหมัดใส่หน้าเขาไปหนึ่งทีนางรีบวิ่งเข้ามาประคองเขาพยายามห้ามไม่ให้เยว่เล่อโต้ตอบแต่กลับกลายเป็นว่าใต้เท้าหนุ่มยิ่งไม่พอใจที่ผู้หญิงของเขาทำเช่นนั้น“มันเป็นชู้รักของเจ้างั้นรึ” เขาตวาดเสียงดังก้องแล้วเข้าไปกระชากตัวนางจากเยว่เล่อ บีบข้อมือของนางแรงจนช้ำแดงเถือกเยว่เล่อไม่อาจทนเห็นใครทำร้ายนางได้อีก เขาขัดคำสัญญาของนางแล้วพุ่งตรงมาบีบคอของใต้เท้าหนุ่มในทันที เยว่เล่อกัดคอของเขาแล้วสูบเลือดที่มีจนหมดตัว ทิ้งร่างเหี่ยว ๆ กองไว้บนพื้นนางไม่เคยเห็นเขาในสภาพเช่นนี้มาก่อนจึงตกตะลึงไปชั่วขณะแต่แล้วก็เดินมากอดเขาเอาไว้“ไปจากที่นี่กันเถิดนะเยว่เล่อ” นางมองหน้าเขาสายตาอ้อนวอนทั้ง ๆ ที่บริเวณบ้านเงียบงันแต่กลับมีเสียงหนึ่งคล้ายเสียงของใต้เท้าหนุ่มตะโกนโวยวายไม่เป็นเรื่อง คนใช้ในจวนจึงรีบวิ่งตาลีตาเหลือกเข้ามาในห้อง ครั้นได้เห็นภาพเ

  • วสันตกาลพานพบ   ตอนที่ 27 เบื้องหลังชะตาที่พลิกผัน

    วันเกิดเหตุการณ์วิหคเพลิงป่วนตำหนักโคมดวงจิต หยาง ซือซือถูกตัดสินโทษให้ลงมาเกิดเป็นมนุษย์และบำเพ็ญตบะเซียนเก้าขั้น แม้เซียวอวี้เทียนจะรู้สึกไม่พอใจกับการตัดสินโทษในครั้งนี้ แต่เขาก็ไม่สามารถช่วยนางได้ ทั้งยังถูกเทียนจวินเรียกพบเพื่อหารืองานหมั้นหมายระหว่างเทพสงครามเซียวอ

  • วสันตกาลพานพบ   ตอนที่ 25 หลินเซินอยากเป็นพ่อสื่อ

    คืนนั้นหลินเซินช่วยรักษาบาดแผลให้เฉิงเซียวและพรรคพวกที่หนีออกมาจนรุ่งเช้า อาการของพวกเขาดีขึ้นจากเดิมมาก เหลือแค่ทานยาเพียงไม่กี่วันก็จะกลับมาแข็งแรงเช่นเดิม หลังจากนั้นหลินเซินจึงกลับมาพักที่โรงเตี๊ยมนอนหลับไปหนึ่งวันเต็มเพื่อฟื้นฟูพลัง“หลินเซิน ตื่น

  • วสันตกาลพานพบ   ตอนที่ 23 วางแผนช่วยตัวประกัน

    ช่วงเช้าวันต่อมาหลังจากหลินเซินรักษาบาดแผลของเฉิงซานเสร็จเรียบร้อย ทุกคนจึงนั่งวางแผนบุกเข้าช่วยน้องชายและพรรคพวกของเขา เฉิงซานเล่าว่าตอนที่แยกทางกับน้องชาย เขาวิ่งหนีตามแนวป่ามาเรื่อย ๆ เหมือนมีอะไรบางอย่างช่วยเหลือเขาอยู่ จู่ ๆ ก็พบว่าตนเองโผล่มาที่แคว้นเป่ยโดยไ

  • วสันตกาลพานพบ   ตอนที่ 15 พันธสัญญาเลือด

    “ข้า... ข้าเข้าใจแล้ว” เจียลี่นิ่วหน้าเหมือนจะร้องไห้ นางไม่อยากโดนสัตว์ประหลาดแทะแขนแทะขานางเหมือนในเรื่องเล่าสยองขวัญของพวกพ่อค้าจึงได้แต่รับปากด้วยความกลัว“พูดไปได้ว่าจะกินนาง เจ้าหมาป่าซื่อบื้ออ่านนิยายแนวนั้นมากไปใช่หรือไม่ เจ้าลืมไปแล้วหรืออย่างไรว่าเจ้าน่ะเป็นส

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status