แชร์

บทที่ 4 : รุ่งอรุณที่เปลี่ยนไป

ผู้เขียน: เฟยโฉ่โม่ว 费莫愁
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-17 11:59:39

ไอระเหยร้อนกรุ่นลอยคว้างขึ้นจากอ่างทองแดงขัดเงาที่เสี่ยวจูประคองเข้ามาในห้อง กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกมะลิที่ลอยวนอยู่ในน้ำอุ่นปะทะเข้ากับจมูกของหลินหว่านที่ยังคงนั่งกองอยู่กับพื้นพรม ภาพเบื้องหน้าพร่ามัวด้วยม่านน้ำตาที่เอ่อล้นขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

เสี่ยวจูในชุดสาวใช้สีเขียวอ่อนสะอาดสะอ้าน ผมเผ้าเกล้าเป็นมวยคู่ประดับผ้าผูกผมสีสดใส แก้มทั้งสองข้างแดงปลั่งด้วยเลือดฝาดของคนที่มีชีวิตชีวา มิใช่ใบหน้ามอมแมมเปื้อนคราบน้ำตาและความสิ้นหวังที่หลินหว่านเห็นเป็นครั้งสุดท้ายในเรือนร้างท้ายจวน

"พระชายา? ท่านลงไปนั่งทำอะไรบนพื้นเจ้าคะ พื้นมันเย็น..."

เสี่ยวจูยังพูดไม่ทันจบประโยค ร่างบอบบางของหลินหว่านก็พุ่งตัวเข้าหาอย่างรวดเร็วราวกับลูกธนูหลุดจากแล่ง แรงปะทะนั้นทำให้สาวใช้ร่างเล็กเซถลา อ่างทองแดงในมือเอียงวูบ น้ำอุ่นจัดกระฉอกออกมาหกเลอะพื้นพรมจนเปียกชุ่ม ส่งไอร้อนพวยพุ่งขึ้นมาโอบล้อมทั้งสองร่าง

เคร้ง!

อ่างโลหะร่วงหล่นกระแทกพื้นกลิ้งหลุนๆ ไปชนขาโต๊ะ แต่หลินหว่านหาได้สนใจไม่ นางโผเข้ากอดรัดร่างของสาวใช้แน่น แขนเรียวเล็กเกร็งจนเห็นเส้นเอ็นปูดโปน ใบหน้าซบลงกับไหล่ของอีกฝ่ายอย่างแรง

"พระชายา! เกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ! ท่านเจ็บตรงไหน!"

เสี่ยวจูตกใจจนทำอะไรไม่ถูก นางยืนตัวแข็งทื่อ ปล่อยให้นายหญิงกอดรัดจนแทบหายใจไม่ออก สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะท้านที่ส่งผ่านมาทางอ้อมแขน แรงสั่นที่รุนแรงและบ้าคลั่งราวกับคนกำลังจะจมน้ำที่คว้าขอนไม้สุดท้ายไว้

หลินหว่านสูดดมกลิ่นกายของคนตรงหน้า... กลิ่นกายสะอาดสะอ้าน กลิ่นแป้งหอมราคาถูก และกลิ่นเหงื่อจางๆ ของการมีชีวิต มันหอมหวานยิ่งกว่าเครื่องหอมล้ำค่าใดๆ ในวังหลวง

มือที่สั่นเทาของหลินหว่านเลื่อนขึ้นมาจับใบหน้าของเสี่ยวจู นางใช้นิ้วโป้งไล้ไปตามกรอบหน้า ผิวเนื้อที่สัมผัสนั้นอุ่น... อุ่นจนร้อน ชีพจรที่ลำคอของสาวใช้เต้นตุบๆ กระทบปลายนิ้วยืนยันถึงการดำรงอยู่

ภาพในอดีตซ้อนทับเข้ามาในครรลองสายตา... ภาพเสี่ยวจูที่คุกเข่าโขกศีรษะขอเศษถ่านไฟท่ามกลางหิมะจนหน้าผากแตกยับ... ภาพเด็กสาวที่ยอมอดมื้อกินมื้อเพื่อแอบเก็บซาลาเปาแข็งๆ ไว้ให้นาง... และภาพสุดท้ายคือเสียงร่ำไห้ปานจะขาดใจของอีกฝ่ายที่กอดร่างไร้วิญญาณของนางไว้แน่น ท่ามกลางความหนาวเหน็บที่ไม่มีใครเหลียวแล

"ฮึก..."

เสียงสะอื้นหลุดรอดออกมาจากลำคอที่ตีบตัน หลินหว่านกัดริมฝีปากล่างจนได้รสคาวเลือดเพื่อสะกดกั้นเสียงร้องไห้ นางไม่อยากให้ใครเห็นความอ่อนแอ แต่กับคนผู้นี้... กับเสี่ยวจู นางไม่อาจกลั้นมันไว้ได้

"เสี่ยวจู... เจ้ายังอยู่... เจ้ายังไม่ตาย..."

น้ำเสียงของหลินหว่านสั่นเครือ แหบพร่าและขาดห้วงเหมือนคนขาดอากาศหายใจ

"พระชายาพูดอะไรเจ้าคะ? บ่าวจะตายได้อย่างไร บ่าวยังแข็งแรงดี ดูสิเจ้าคะ" เสี่ยวจูพยายามฝืนยิ้ม แม้จะงุนงงและตกใจกับการกระทำของนายหญิง นางยกมือขึ้นลูบหลังหลินหว่านเบาๆ เพื่อปลอบโยน "ท่านคงฝันร้ายกระมัง..."

"ใช่... ฝันร้าย... ข้าฝันร้ายมายาวนานเหลือเกิน"

หลินหว่านพึมพำ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่เคยหม่นหมองเริ่มทอประกายกล้าแข็งขึ้นทีละน้อย นางผละหน้าออกมาจ้องมองดวงตาใสซื่อของสาวใช้คนสนิท นิ้วมือยังคงบีบไหล่เล็กๆ นั้นแน่นไม่ยอมปล่อย ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือ ร่างตรงหน้าจะสลายกลายเป็นควัน

ความตายที่โดดเดี่ยว ความหิวโหย ความหนาวเหน็บ และการถูกหักหลัง... ทุกอย่างเป็นบทเรียนราคาแพงที่แลกมาด้วยชีวิต นางจะไม่ยอมให้รอยเกวียนสายเก่าหวนคืน

เสี่ยวจูต้องไม่ตายเพราะปกป้องนาง ตระกูลหลินต้องไม่ล่มสลายเพราะความโง่เขลาของนาง และตัวนางเอง... จะไม่ยอมเป็นเบี้ยล่างให้ใครเหยียบย่ำอีกต่อไป

"เสี่ยวจู ฟังข้าให้ดี" หลินหว่านสูดลมหายใจเข้าลึก ปรับน้ำเสียงให้มั่นคงขึ้น แม้หางตายังเปียกชุ่ม "นับจากนี้ไป ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น เจ้าต้องรักชีวิตตัวเองให้มาก... ข้าสัญญา ในชาตินี้... ข้าจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำร้ายเจ้าได้อีก แม้แต่ปลายเล็บข้าก็จะไม่ให้พวกมันได้แตะต้อง"

คำพูดนั้นหนักแน่นดั่งคำสาบานเลือด แววตาที่จ้องมองมาทำให้เสี่ยวจูขนลุกซู่โดยไม่ทราบสาเหตุ มันไม่ใช่แววตาของนายน้อยผู้หัวอ่อนและยอมคนคนเดิม แต่เป็นแววตาของผู้ผ่านความเป็นความตายและมองทะลุปรุโปร่งถึงธาตุแท้ของมนุษย์

"บ่าว... บ่าวเชื่อเจ้าค่ะ" เสี่ยวจูรับคำเสียงอ้อมแอ้ม แม้จะไม่เข้าใจความหมายทั้งหมด แต่ความมุ่งมั่นในดวงตาคู่นั้นทำให้นางเชื่ออย่างสนิทใจ "แต่ตอนนี้พระชายาต้องลุกก่อนนะเจ้าคะ น้ำหกเลอะเทอะไปหมดแล้ว เดี๋ยวชุดสวยจะเปื้อนเอา"

สาวใช้รีบก้มลงเก็บอ่างทองแดงและหาผ้ามาซับน้ำที่นองพื้น หลินหว่านมองตามการกระทำเหล่านั้นด้วยสายตาอ่อนโยนวูบหนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นเรียบเฉยเมื่อความทรงจำบางอย่างแล่นเข้ามาในหัว

วันนี้... วันที่เสี่ยวจูใส่ชุดสีเขียวอ่อน วันที่นางตื่นมาในห้องหอ มันคือวันที่หลี่เฉิง แม่ทัพปีศาจผู้นั้น กำลังจะเดินทางกลับมาถึงจวนหลังจากหายหัวไปชายแดนร่วมสามเดือน... สามเดือนหลังแต่งงานที่เขาไม่เคยเหยียบย่างเข้าห้องหอ

"พระชายา รีบแต่งตัวเถิดเจ้าค่ะ" เสี่ยวจูเงยหน้าขึ้นมายิ้มแป้น แววตาเป็นประกายตื่นเต้น "พ่อบ้านเพิ่งส่งคนมาแจ้งเมื่อครู่ว่า ม้าเร็วส่งข่าวมาแล้ว ท่านอ๋องกำลังจะเข้าประตูเมือง อีกไม่เกินหนึ่งชั่วยามคงถึงจวน บ่าวเตรียมชุดผ้าไหมสีชมพูกลีบบัวที่ท่านชอบไว้ให้แล้ว ท่านอ๋องเห็นต้องทรงโปรดแน่ๆ"

รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินหว่านเลือนหายไปในทันที ราวกับถูกกระชากหน้ากากออก

ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง ดวงตาที่เมื่อครู่ยังเปี่ยมด้วยความรักใคร่ยามมองสาวใช้ บัดนี้กลับเย็นเยียบดุจน้ำแข็งพันปีเมื่อได้ยินชื่อของบุรุษผู้นั้น

"ท่านอ๋องจะกลับมางั้นหรือ?"

นางทวนคำเสียงเรียบ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดเศษฝุ่นออกจากชายกระโปรงด้วยท่วงท่าสง่างามและห่างเหิน

"เจ้าค่ะ! ท่านต้องรีบแล้ว เดี๋ยวจะไปรับหน้าจวนไม่ทัน" เสี่ยวจูกุลีกุจอไปเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบชุดสีชมพูหวานแหววปักลายผีเสื้อออกมาทาบกับตัว

หลินหว่านมองชุดสีหวานนั้นด้วยสายตาว่างเปล่า ภาพในอดีตซ้อนทับขึ้นมา... วันนั้นนางรีบแต่งตัวด้วยชุดนี้ ยืนรอกลางแดดจ้าเป็นชั่วยาม เพียงเพื่อจะได้รับสายตาดูแคลนและคำพูดเหน็บแนมจากเขาว่า 'จืดชืดไร้รสนิยม'

"เก็บชุดนั้นไปซะ" หลินหว่านสั่งเสียงเย็น หันหลังเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง

เสี่ยวจูชะงักมือ "แต่... แต่ชุดนี้ท่านอ๋องเคยชมว่า..."

"ข้าบอกให้เก็บไป"

หลินหว่านเอ่ยแทรก ไม่ได้ขึ้นเสียงแต่กลับทรงอำนาจจนสาวใช้ต้องรีบหุบปากและทำตามทันที นางหยิบหวีไม้จันทน์ขึ้นมาสางผมช้าๆ จ้องมองตัวเองในกระจกเงา

"เสี่ยวจู... ไปหยิบชุดผ้าฝ้ายสีฟ้าอ่อนตัวนั้นมา"

"ชุดสีฟ้า? ตัวที่ไม่มีลวดลายอะไรเลยนั่นหรือเจ้าคะ? แต่มันดู... จืดชืดเหมือนชุดไว้ทุกข์เลยนะเจ้าคะ"

มุมปากของหลินหว่านยกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา

"นั่นแหละดี... เพราะวันนี้ ข้าไม่ได้แต่งตัวเพื่อรอรับสามี"

นางวางหวีลงบนโต๊ะ เกิดเสียงกระทบดัง 'กึก' ที่ฟังดูคล้ายเสียงหมากรุกกระแทกกระดาน

"แต่ข้ากำลังจะไว้อาลัยให้กับความโง่เขลาของตัวเองต่างหาก"

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • วันที่ข้าหมดรัก ท่านกลับคุกเข่าอ้อนวอน   บทที่ 360 : ตำนานรักนิรันดร์

    เหมันตฤดูปีนี้หนาวเหน็บกว่าทุกปี เกล็ดหิมะสีขาวบริสุทธิ์โปรยปรายลงมาปกคลุมหลังคากระเบื้องสีเขียวมรกตของคฤหาสน์ตระกูลหลี่จนขาวโพลน ราวกับสวรรค์กำลังโปรยดอกไม้เงินดอกไม้ทองเพื่ออวยพรทว่าความหนาวเย็นภายนอกมิอาจกล้ำกรายเข้ามาภายในห้องโถงใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยไอร้อนแห่งความปิติยินดี วันนี้คืองานมงคลครั้งประวัติศาสตร์... งานฉลองอายุวัฒนมงคลครบแปดสิบปีของสองผู้เฒ่าเสาหลักตระกูลหลี่ ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ แม่ทัพนายกอง และหมอหลวงจากทั่วสารทิศ ต่างเดินทางมาคารวะจนหน้าประตูจวนแน่นขนัดดุจตลาดนัด ของขวัญล้ำค่ากองพะเนินเป็นภูเขาเลากา สูงท่วมหัวยิ่งกว่าท้องพระคลังของฮ่องเต้กลางโถงใหญ่ หลี่เนี่ยน อัครมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายในชุดขุนนางสีม่วงปักลายกระเรียน ยืนต้อนรับแขกด้วยท่วงท่าสง่างาม สุขุมลุ่มลึกถอดแบบบิดามาทุกกระเบียดนิ้ว ข้างกายเขาคือ โม่ชิง บุรุษวัยกลางคนผู้มีแววตาดุจเหยี่ยว หัวหน้าหน่วยพยัคฆ์หลวงและองครักษ์คู่ใจที่ยืนเคียงข้างไม่ห่างกายถัดไปไม่ไกล หลี่หยาง แม่ทัพใหญ่พิทักษ์ชายแดนเหนือในชุดเกราะไหมทองรูปร่างสูงใหญ่กำยำ กำลังหัวเราะร่าเริงขณะดื่มเหล้ากับเหล่ารองแม่ทัพ ข้างกายเขาคือส

  • วันที่ข้าหมดรัก ท่านกลับคุกเข่าอ้อนวอน   บทที่ 359 : ผมสีดอกเลา

    ลมหนาวพัดผ่านกิ่งเหมยฮวาที่กำลังผลิดอกสีแดงสด ตัดกับหิมะขาวโพลนที่ปกคลุมหลังคาคฤหาสน์ตระกูลหลี่ ฤดูหนาวปีนี้ดูเหมือนจะยาวนานกว่าทุกปี แต่ภายในหอโถงรับรองกลับอบอุ่นด้วยไออุ่นจากเตาถ่านและการรอคอยข่าวดีหลี่เฉิงในวัยย่างห้าสิบห้าปี นั่งอยู่บนตั่งไม้พะยูง เส้นผมสีดำขลับที่เคยดกหนาบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีดอกเลาแซมไปทั่วศีรษะ แต่แผ่นหลังยังคงเหยียดตรง สง่างามดุจขุนเขาไท่ซาน ข้างกายเขาคือ หลินหว่านที่แม้วัยจะล่วงเลยแต่ผิวพรรณยังผุดผ่อง นางกำลังนั่งปักผ้าเช็ดหน้าด้วยท่าทีสงบเยือกเย็น"นายท่าน! ...นายท่านขอรับ!"เสียงตะโกนด้วยความตื่นเต้นดังมาจากหน้าประตูจวน พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่วิ่งตึกตักเข้ามา พ่อบ้านวัยชราวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาพร้อมม้วนกระดาษสีแดงสดในมือ"ม้าเร็วจากเมืองหลวง... จดหมายจากคุณชายใหญ่และราชโองการขอรับ!"หลี่เฉิงวางถ้วยชาลงทันที มือที่เคยนิ่งสนิทในสนามรบกลับสั่นไหวเล็กน้อยยามรับจดหมายฉบับนั้นมา เขาคลี่ออกอ่านด้วยดวงตาที่เป็นประกาย เนื้อความในจดหมายสั้นกระชับ แต่เปี่ยมด้วยความปิติ'ลูกอกตัญญู หลี่เนี่ยน... บัดนี้ได้ผ่านการสอบหน้าพระ

  • วันที่ข้าหมดรัก ท่านกลับคุกเข่าอ้อนวอน   บทที่ 358 : คฤหาสน์ที่เงียบเหงา

    บรรยากาศภายในคฤหาสน์ตระกูลหลี่เงียบสงัดลงถนัดตาหลังจากเหล่าลูกนกบินออกจากรัง เสียงหัวเราะของเด็กแฝดและเสียงท่องตำราของอาเนี่ยนที่เคยดังเจื้อยแจ้ว บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยเสียงลมพัดใบไม้แห้งกลิ้งไปตามพื้นหินฤดูใบไม้ร่วงมาเยือนเจียงหนานเร็วกว่าปกติ ต้นท้อใหญ่กลางลานผลัดใบจนเหลือเพียงกิ่งก้านสีน้ำตาลเข้ม ตัดกับท้องฟ้าสีหม่นที่เริ่มทอแสงสีส้มแดงยามอัสดงเอี๊ยด... อ๊าด...ใต้ร่มเงาของกิ่งท้อที่ไร้ใบ เก้าอี้โยกตัวเก่าทำจากไม้หวายส่งเสียงดัง เป็นจังหวะเชื่องช้าร่างของชายชราในชุดคลุมสีเทาหม่นนั่งเอนกายอยู่อย่างสงบ 'มั่วเวิ่น' ในวัยไม้ใกล้ฝั่ง ผอมลงจนหนังหุ้มกระดูก เส้นผมและหนวดเคราขาวโพลนราวกับหิมะบนยอดเขาเทียนซาน ดวงตาที่เคยคมกริบดุจเหยี่ยว บัดนี้ฝ้าฟางลงตามกาลเวลา เหม่อมองไปยังทิศเหนือ... ทิศที่ลูกศิษย์คนโปรดและหลานๆ เพิ่งจากไปข้างกายเขา... มิใช่ความว่างเปล่า แต่มีเด็กสาววัยสิบสองปี หน้าตางดงามเฉลียวฉลาดนั่งคุกเข่าอยู่ หลี่ซินบุตรสาวคนเล็กของหลินหว่าน ผู้มีแววตาซุกซนแต่เปี่ยมด้วยปัญญา กำลังตั้งใจฟังคำสอนสุดท้ายอย่างจดจ่อ"ซินเอ๋อร์..." มั่วเวิ่นเอ่ยเสียงแหบพร่า มือสั่นเทาล้วงเข้าไปในอกเสื้อ ห

  • วันที่ข้าหมดรัก ท่านกลับคุกเข่าอ้อนวอน   บทที่ 357 : เส้นทางของลูกพยัคฆ์

    สายหมอกยามเช้าปกคลุมแม่น้ำแยงซีจนขาวโพลน อากาศเย็นยะเยือกแทรกซึมผ่านเสื้อผ้าเข้าสู่ผิวเนื้อ บรรยากาศที่ท่าเรือส่วนตัวตระกูลหลี่ในวันนี้เงียบสงัด แตกต่างจากความคึกคักในวันวานเรือสำเภาขนาดย่อมจอดเทียบท่า โคลงเคลงตามแรงคลื่นเบาๆ ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดแผ่วเบาในความเงียบ บ่าวไพร่ยืนก้มหน้านิ่งสำรวมกิริยา ไม่มีใครกล้าส่งเสียงรบกวนช่วงเวลาสำคัญของเจ้านายอาเนี่ยนในวัยสิบเก้าปี สวมชุดบัณฑิตสีน้ำเงินเข้มเรียบง่าย ยืนตัวตรงสง่าผ่าเผยอยู่หน้าบิดามารดา เขาสะพายห่อผ้าเพียงใบเดียว ไม่นำทรัพย์สินมีค่าติดตัวไปมากมาย เพื่อยืนยันปณิธานที่จะสร้างตัวด้วยตนเองทว่า... เขาไม่ได้ไปเพียงลำพังข้างกายเขาคือบุรุษหนุ่มร่างสันทัดในชุดรัดกุมสีดำสนิท ใบหน้าคมเข้มฉายแววตื่นตัวตลอดเวลา 'โม่ชิง' บุตรชายของโม่หยิง ที่บัดนี้รับหน้าที่เป็นองครักษ์เงาติดตามนายน้อย สะพายดาบคู่ไขว้หลัง ยืนสงบนิ่งดุจรูปปั้น"พี่ใหญ่..." หลี่เยว่เสียงเครือ น้ำตาคลอเบ้า "ท่านไปเมืองหลวงแล้ว... ต่อไปใครจะคอยห้ามศึกเวลาข้าตีกับเจ้าบ้าหยางเล่า"อาเนี่ยนยิ้มบางๆ ยกมือลูบหัวน้องสาวและน้องชายด้วยความเอ็นดู"พวกเจ้าก็โตแล้ว... แถมยังขอท่านพ่อไปฝึกทหารท

  • วันที่ข้าหมดรัก ท่านกลับคุกเข่าอ้อนวอน   บทที่ 356 : สิบปีผ่านไป

    กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผันดุจอาชาขาววิ่งผ่านช่องหน้าต่าง สิบปีผ่านไปไวเหมือนฝันตื่นหนึ่งต้นหลิวหน้าคฤหาสน์ตระกูลหลี่ที่เคยเป็นเพียงต้นกล้าสูงท่วมหัว บัดนี้แผ่กิ่งก้านสาขาใหญ่โตครึ้มเขียวขจี รากไม้ชอนไชยึดเกาะพื้นดินแน่นหนาดุจรากฐานของตระกูลที่หยั่งลึกลงในแผ่นดินเจียงหนานป้ายชื่อ 'หอโอสถจี้ซื่อ' ที่เคยเป็นเพียงแผ่นไม้ธรรมดา บัดนี้ถูกเปลี่ยนเป็นป้ายไม้มู่หนานเนื้อแข็งสีเข้ม สลักลวดลายเมฆมงคลและนกกระเรียน ลงรักปิดทองอย่างวิจิตรบรรจง ดูโอ่อ่าสมฐานะสำนักแพทย์อันดับหนึ่งแห่งภาคใต้ ที่ผู้คนต่างยกย่องว่าช่วยต่ออายุขัยให้ยืนยาวดุจนกกระเรียนสวรรค์กลิ่นสมุนไพรหอมกรุ่นลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ ผสมผสานกับเสียงท่องตำรายาของลูกศิษย์นับร้อยคนที่นั่งเรียงรายอยู่กลางลานบนระเบียงชั้นสองที่สามารถมองเห็นความวุ่นวายเบื้องล่างได้อย่างชัดเจน หลินหว่าน ในวัยสี่สิบปียังคงงดงามสะพรั่ง กาลเวลาไม่อาจพรากความงามไปจากนางได้ เพียงแต่เพิ่มกลิ่นอายความสง่างามและทรงภูมิปัญญาเข้ามาแทนที่ความสดใสในวัยเยาว์ข้างกายของนาง... สตรีร่างท้วมเล็กน้อยในชุดผ้าไหมเนื้อดีสีน้ำตาลเข้มกำลังรินชาเก๊กฮวยให้อย่างรู้ใจ เสี่ยวจูอดีตสาวใช้ค

  • วันที่ข้าหมดรัก ท่านกลับคุกเข่าอ้อนวอน   บทที่ 355 : รอยประทับแห่งกาลเวลา

    แสงตะวันยามเช้าสาดส่องผ่านบานหน้าต่างไม้แกะสลัก กระทบลงบนคันฉ่องทองเหลืองที่ตั้งอยู่มุมห้อง หลี่เฉิงยืนนิ่งอยู่หน้ากระจกเงา ใบหน้าคมเข้มที่เคยเปี่ยมด้วยความมั่นใจ บัดนี้กลับเคร่งเครียดราวกับกำลังวางแผนรับมือทัพข้าศึกนับแสนนิ้วมือหยาบกร้านค่อยๆ แหวกกลุ่มผมสีดำขลับที่ขมับขวา ดวงตาพยัคฆ์เพ่งเล็งไปที่ศัตรูตัวฉกาจ... เส้นผมสีขาวโพลนเพียงเส้นเดียวที่แทรกตัวอยู่อย่างเงียบเชียบ'ผมสีดอกเลา'มันคือสัญญาณเตือนจากธรรมชาติ... สาส์นท้าที่ประกาศว่ากาลเวลากำลังไล่ล่าเขาอย่างไม่ลดละ"บัดซบ..." หลี่เฉิงสบถพึมพำ กระชากเส้นผมเส้นนั้นทิ้งด้วยความหงุดหงิดเขารีบเดินออกจากห้องนอน ตรงไปที่ลานฝึกยุทธ์ สายตาเหลือบไปเห็น หลี่หยางและ หลี่เยว่กำลังวิ่งไล่จับผีเสื้อ สิ่งที่สะดุดตาเขาไม่ใช่ความน่ารัก แต่เป็นข้อมือและข้อเท้าของลูกแฝดที่โผล่พ้นชายเสื้อและขากางเกงออกมาเกือบหนึ่งคืบ"เสื้อผ้าพวกนี้... เพิ่งตัดเมื่อเดือนก่อนมิใช่หรือ?"ความหวาดระแวงก่อตัวขึ้นในอก... ลูกโตเร็วเกินไป หรือเวลาของเขาเดินเร็วผิดปกติ? ความทรงจำในวันนี้ พรุ่งนี้อาจเลือนหาย... เขาต้องหยุดมันไว้ยามบ่าย ณ ศาลาริมน้ำจิตรกรเอกชื่อดังอันดับหนึ่ง

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status