Masukหนี่ว์อ้ายปิง เซียนน้อยอายุสิบสามตลอดกาล ที่บังเอิญเปิดระบบหนึ่งขึ้นมาและถูกส่งลงไปทำภารกิจในโลกมนุษย์ ทำให้ต้องเผชิญกับความยากลำบากในโลกที่แร้นแค้น เด็กสาวเติบโตขึ้นในตระกูลหนี่ว์ ตระกูลแม่ทัพที่เริ่มหมดอำนาจ พ่อของนางเป็นเพียงรองแม่ทัพ สังกัดกองทัพท่านอ๋องสือ ที่ต้องปกป้องชายแดนจากการรุกราน จำต้องหาวิธีกลับสวรรค์ คิดจะใช้ชีวิตไปวันๆ แต่ไหงกลายเป็นงานยุ่งขนาดนี้ไปได้กันล่ะนี่!
Lihat lebih banyakหมอมาตรวจร่างกายของอ้ายปิงและให้ข่าวดี "ท่านอ๋อง ข้ามีข่าวดี หลังจากการตั้งครรภ์ไม่เคลื่อนไหวมาสองปี ท่านหญิงอ้ายปิงกำลังตั้งครรภ์แล้ว" สือซ่างเสินและเสี่ยวจิ้นตกใจมาก แต่เป็นความตกใจที่เต็มไปด้วยความยินดี "จริงหรือ! นางจะมีบุตรของเราจริงๆ หรือ?" สือซ่างเสินถามด้วยความตื่นเต้น หมอยิ้มและพยักหน้า "ใช่เจ้าค่ะ เป็นข่าวดีจริงๆ" อ้ายปิงฟื้นขึ้นมาและได้ยินข่าวนี้ นางยิ้มทั้งน้ำตา "ข้าจะมีบุตรกับท่านเทพแล้ว และเมื่อเรากลับบ้าน บุตรของเราก็จะติดตามไปด้วย ข้าอยากรู้เหลือเกินว่าบุตรชายจะใช้เวลานานหรือไม่ก่อนจะติดตามไปสวรรค์ได้" สือซ่างเสินกุมมือนางแน่น "ไม่ว่าจะนานแค่ไหน ข้าจะอยู่เคียงข้างเจ้าและบุตรของเราเสมอ ข้าสัญญา" เสี่ยวจิ้นยิ้ม "ใช่ เราจะอยู่เคียงข้
อ้ายปิงนึกไม่ถึง "แล้วข้าควรทำยังไงต่อไป? ท่านไม่ควรอยู่ในฐานะองครักษ์เงาสกุลหนี่ว์" เสี่ยวจิ้นพยักหน้า "ข้ารู้ ร่างกายนี้มีวรยุทธ์สูงส่งมาก แต่ข้อเสียอย่างเดียวคือต้องเชื่อฟังเจ้า ข้าจึงอยากขอให้เจ้าอนุญาตให้เสี่ยวจิ้นนี้กลายเป็นแม่ทัพ และข้าจะกลับไปอยู่ในเมืองกับเจ้าแทนที่เสี่ยวจิ้นในฐานะสามีของเจ้า" อ้ายปิงฟังแล้วรู้สึกสับสน "แล้วเวลาที่เจอศึกใหญ่ ท่านจะทำอย่างไร?" เสี่ยวจิ้นยิ้มบางๆ "เวลานั้น ข้าจะยังคงเป็นท่านอ๋องน้อยที่ต้องออกรบอยู่ดี ข้าสามารถทำได้ทั้งสองบทบาท ข้าจะปกป้องเจ้าและครอบครัวของเจ้า" อ้ายปิงนั่งคิดอย่างหนัก "ข้าหลงรักร่างจำแลงของท่านเทพมาโดยตลอด ข้ารู้สึกว่าท่านคือท่านเทพที่ข้ารัก แต่ตอนนี้ข้ารู้แล้วว่าท่านเป็นคนเดียวกัน" เสี่ยวจิ้นจับมือนาง "ใช่ ข้าคือคนเดียวกัน ข้ารักเจ้ามาโ
อ้ายปิงเดินทางกลับไปที่จวนสกุลหนี่ว์ด้วยความหวัง แต่เมื่อถึงที่นั่น กลับไม่พบเสี่ยวจิ้นที่รักษาตัวอยู่แล้ว "พี่จิ้น...ท่านหายไปไหน ข้าต้องการท่าน" อ้ายปิงร้องไห้ น้ำตาของนางไหลรินจนแทบจะกลายเป็นสายเลือด นางนั่งลงที่หน้าประตูจวน รู้สึกหมดหวังและเจ็บปวด "ข้าทำอะไรผิด ทำไมทุกอย่างต้องเป็นเช่นนี้?" ขณะที่อ้ายปิงนั่งร้องไห้อยู่ นางก็เริ่มคิดถึงความทรงจำที่มีร่วมกับเสี่ยวจิ้น ความอบอุ่นที่เขามอบให้ ความรักที่นางรู้สึกได้ทุกครั้งที่อยู่ใกล้เขา "พี่จิ้น ข้ารักท่าน ข้าไม่ต้องการใครอื่น นอกจากท่าน ข้าต้องการแต่งงานแค่กับท่านเท่านั้นในชีวิตนี้" นางพูดกับตัวเอง ในขณะเดียวกัน สือซ่างเสินที่ค่ายทหารรู้สึกเป็นห่วงอ้ายปิงอย่างมาก เขาตัดสินใจว่าจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้อ้ายปิงรู้ความจริงและยอมรับเขา&nb
“ข้าทำอะไรไม่ได้เลย ข้าไม่สามารถช่วยคุณหนูได้” เสี่ยวจูพูดกับตัวเอง พลางปาดน้ำตาออกจากใบหน้า ขณะนั้นเอง ซื่อจื่อเดินตามมาด้วยความเงียบ เขารู้สึกว่าต้องการทราบความเคลื่อนไหวของอ้ายปิง เมื่อเห็นเสี่ยวจูนั่งร้องไห้เพียงลำพัง เขาจึงเดินเข้าไปใกล้ “เสี่ยวจู เกิดอะไรขึ้น? ทำไมเจ้ามานั่งร้องไห้อยู่ที่นี่?” ซื่อจื่อถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนกว่าที่เคยใช้ เสี่ยวจูสะดุ้งและรีบเช็ดน้ำตา “ข้า...ข้าแค่รู้สึกหนักใจ เจ้าค่ะ” ซื่อจื่อยืนคาดคั้น “บอกข้ามาเถิด เจ้าร้องไห้เพราะอะไร?” เสี่ยวจูถอนหายใจยาว “คุณหนูล้มป่วยเพราะเสี่ยวจิ้นไม่ตื่นมาหลายวัน นางต้องเร่งดูแลพี่ชายของนางจนร่างกายทรุดโทรม นางเพ้อหาแต่เสี่ยวจิ้น ข้าไม่รู้จะทำอย่างไร” 
อ้ายปิงกลับเข้าป่าหลังจากมั่นใจว่าเสี่ยวจิ้นไม่ได้เป็นอะไรหนักหนา เมื่อเข้ามาในป่ากลับพบว่าจุดที่นางปล่อยหมาป่าหิมะออกมา กลับมีซากสัตว์ปราณกองอยู่ โดยมีหมาป่าหัวมะตัวหนึ่งนอนเฝ้าอยู่ไม่ไกล เมื่อเห็นเจ้านายมาถึงแล้วหมาป
บ้านสองหลังติดกันนี้อาจกล่าวได้ว่าเป็นบ้านหลังเดียวกัน พวกมันอยู่ในรั้วเดียวกันเพียงแต่มีสองหลังเท่านั้น ดูแล้วเหมาะสำหรับกลุ่มของนางมากเพราะมีผู้ชายติดตามมาด้วยหนึ่งคน “ข้าเอาหลังนี้แหละเจ้าค่ะ คิดราคาอย่างไรเจ้าคะท่านลุงหัวหน้า” ได้ยินเด็กสาวมาพูดเจ้าคะ เจ้าขาใส่ หัวหน้าหมู่บ้าน
หญิงสาวรีบนำไม้ตบยุงนี่ไปให้มารดาทันที ก่อนให้มารดาหยดเลือดลงบนไม้ตบยุง เมื่อนั้นไม้ตบยุงก็สามารถเรียกออกมาหรือทำให้หายไปได้ จนนางหลี่เอินยังประหลาดใจเมื่อบุตรสาวมีของวิเศษมาให้ตน “ท่านแม่ ท่านต้องใช้ไม้ตบยุงนี่อย่างระวัง อย่าให้ใครจับได้ ท่านแอบใช้ในแขนเสื้อกว้าง ๆ หน่อยก็ไม่เป็นไร ให้คน
“ข้าไม่แต่งเจ้าค่ะ ข้าจะแต่งกับท่านเทพเท่านั้น!” เห็นลูกสาวทำท่าทางเช่นนั้นผู้เป็นมารดาก็หัวเราะเอ็นดู “จะทำเช่นไรดีล่ะ แม่อยากอุ้มหลานแต่คงไม่มีหวังเสียแล้ว มีบุตรชายหญิงสองคน คนหนึ่งก็บ้างานเหมือนบิดาเขาไม่มีผิด คนหนึ่งยังเกเรไม่รู้จักโต เฮ่อ สงสัยแม่คงไม่ได้อุ้มหลานแล้วล่ะ” “


















Ulasan-ulasan