Share

บทที่ 7

Penulis: ตูตูเป่า
“ไม่คุ้นเลย ดาราดาวรุ่งที่เพิ่งดังเหรอ”

“หน้าตาสวยกว่าพวกดาราดาวรุ่งตั้งเยอะ”

ผู้คนเริ่มจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์คู่ควงของปีเตอร์กันมากขึ้นเรื่อย ๆ

หญิงสาวที่ยืนเคียงข้างปีเตอร์นั้นโดดเด่นสะดุดตามาก ชุดราตรีผ้ากำมะหยี่เกาะอกสีดำสนิทขับเน้นสัดส่วนโค้งเว้าอันงดงามได้อย่างลงตัว ผมดัดลอนสลวยถูกเกล้าขึ้นอย่างประณีต ประดับด้วยกิ๊บติดผมฝังเพชรสีขาวดำ ซึ่งเป็นเครื่องประดับที่แพงที่สุดในคอลเลกชัน ‘เปียโน’ ส่องประกายเจิดจรัสจนไม่อาจละสายตาได้

ลู่จวินเหยียนรู้สึกคุ้นตากับแผ่นหลังของหญิงสาวคนนั้น จนกระทั่งเธอหันกลับมา

“เจียงหนิง?!”

ฉู่ฉิงเสวี่ย ซ่งลี่ลี่ และหวังหยางต่างตกตะลึงจนอ้าปากค้าง

ลู่จวินเหยียนไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่ดวงตาทั้งสองข้างกลับเป็นประกายเจิดจ้ากว่าที่เคย

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นเจียงหนิงแต่งหน้าทาปากแดงสด การแต่งหน้าที่จัดจ้านแต่กลับไม่ดูฉูดฉาด ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฝีมือช่างแต่งหน้าที่เก่งกาจ หรือเป็นเพราะตัวเจียงหนิงเองที่ทำให้มันดูมีระดับ

“นึกไม่ถึงเลยว่าที่คุณเจียงหาเสี่ยเลี้ยงคนใหม่ได้แล้ว เสียแรงที่ฉันอุตส่าห์เป็นห่วง...”

ฉู่ฉิงเสวี่ยพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน แต่แววตาของลู่จวินเหยียนกลับวูบไหวด้วยความเย็นชา

เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับหรูหราที่เจียงหนิงสวมใส่ในคืนนี้ ล้วนเป็น ‘ของขวัญ’ ที่เธอขอยืมมาจากปีเตอร์ เธอไม่อยากเห็นลู่จวินเหยียนกับฉู่ฉิงเสวี่ยโชว์หวาน แต่ในเมื่อมาถึงแล้ว จะให้หนีกลับไปก็คงไม่ใช่เรื่อง

สายตาของลู่จวินเหยียนจับจ้องมาที่เจียงหนิงเพียงแค่แวบแรกเท่านั้น หลังจากนั้นเขาก็ทำราวกับมองไม่เห็นเธอ และยังคงควงคู่ฉู่ฉิงเสวี่ยต่อไปอย่างเปิดเผย

บนใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพสร้างนั้น เจียงหนิงได้เห็นรอยยิ้มและความอ่อนโยนที่เขาไม่เคยมอบให้เธอ

ความทะเยอทะยานที่อยากจะทำให้ลู่จวินเหยียนต้องหันกลับมามองด้วยความทึ่งในตอนแรก ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกพ่ายแพ้

เธอขอตัวไปเข้าห้องน้ำเพื่อสงบสติอารมณ์ ในเมื่อตัดสินใจจะหย่าแล้ว จะมัวมานั่งอาลัยอาวรณ์อะไรอยู่อีก

ตอนเดินออกมาจากห้องน้ำ ความเจ็บปวดที่เท้าเริ่มรุนแรงจนเจียงหนิงไม่อาจเมินเฉยได้

เพราะไม่ใช่รองเท้าส้นสูงที่ใส่ประจำ มันจึงกัดเท้าเธออย่างหนัก เจียงหนิงเอี้ยวตัวไปดูส้นเท้าตัวเองจนเกือบจะเสียหลักล้ม โชคดีที่มีคนมารับตัวไว้ทัน

คำว่า ‘ขอบคุณ’ ยังไม่ทันหลุดจากปาก เจียงหนิงก็สบเข้ากับสายตาของลู่จวินเหยียนเสียก่อน

ริมฝีปากที่ยกยิ้มของเขาช่างดูมีเสน่ห์ และดวงตาก็ลึกล้ำราวกับอัญมณี

แต่เมื่อได้สบตากันในระยะประชิดเช่นนี้ กลับทำให้เจียงหนิงรู้สึกประหม่าขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ

เธอพยายามจะดึงแขนกลับ แต่กลับถูกลู่จวินเหยียนบีบไว้แน่น

“คุณไม่จำเป็นต้องฝืนตัวเองขนาดนี้เพื่อให้ผมหึงหรอกนะ”

น้ำเสียงของลู่จวินเหยียนราบเรียบและเย็นชา สุดท้ายเจียงหนิงยังได้ยินเสียงหัวเราะเยาะด้วย

“มุกเล่นตัวแบบนี้มันเชยแล้ว”

พูดจบ ลู่จวินเหยียนก็ปล่อยมือ ยื่นพลาสเตอร์ยาให้เธอแผ่นหนึ่ง แล้วเดินเข้าห้องน้ำชายไปโดยไม่หันกลับมามอง

ต่อให้เจียงหนิงอยากจะอธิบาย ลู่จวินเหยียนก็ไม่เปิดโอกาสให้ เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตัดสินใจใช้พลาสเตอร์ยาที่เขาให้มา

ความเจ็บที่เท้าบรรเทาลง แต่ความอึดอัดคับข้องใจกลับทวีความรุนแรงขึ้น

พอกลับเข้ามาในงาน หัวใจของเจียงหนิงว้าวุ่นสับสน จนไม่รู้ตัวเลยว่าเธอยืนนิ่งอยู่ที่หน้าโซนบุฟเฟต์

“อาหารหรู ๆ ที่ไม่เคยเห็นเยอะแยะไปหมดจนเลือกกินไม่ถูกเลยใช่ไหมล่ะ”

ซ่งลี่ลี่และหวังหยางเดินเข้ามาหาเรื่อง

“มา ๆ เดี๋ยวฉันสอนให้ นี่คาเวียร์พรีเมียมกินคู่กับบลินี”

ซ่งลี่ลี่ยังพูดไม่ทันจบ หวังหยางก็ศอกใส่ “เธอต้องอธิบายก่อนสิว่าคาเวียร์คืออะไร ดีไม่ดีเขาอาจไม่เคยได้ยินชื่อเลยก็ได้มั้ง!”

เจียงหนิงขี้เกียจจะต่อปากต่อคำกับสองคนนี้ แต่ฉู่ฉิงเสวี่ยก็เดินเข้ามาขวางทางไว้อีก

“ลี่ลี่ อาหยาง พวกเธออย่าพูดมั่วสิ เจียงหนิงไม่ใช่คนโบราณสักหน่อย จะไม่รู้จักคาเวียร์ได้ยังไง...” ฉู่ฉิงเสวี่ยยิ้มหวาน ตักคาเวียร์หนึ่งช้อนวางบนแผ่นแป้ง แล้วยื่นให้เจียงหนิง

“แต่คงเพิ่งเคยกินครั้งแรกใช่ไหมล่ะ โทษจวินเหยียนเถอะที่ไม่ยอมพาเธอออกมาเปิดหูเปิดตาบ้างเลย”

“ก็เพราะน่าอายไงล่ะ! ลองนึกดูสิ เมื่อก่อนประธานลู่พาฉิงเสวี่ยออกงานบ่อยจะตาย แต่พอดูตอนนี้สิ ประธานลู่คงทำกรรมมาหนักถึงได้ต้องมาแต่งงานกับผู้หญิงจบแค่ม.ปลาย”

“นั่นสินะ คนหนึ่งเป็นดอกเตอร์จบนอก อีกคนเป็นแม่บ้าน ฉันละไม่เข้าใจจริง ๆ ว่ากล้าแบกหน้ามางานแบบนี้ให้อับอายขายหน้าได้ยังไง”

เจียงหนิงที่ถูกสามสาวรุมเหน็บแนมเป็นลูกคู่ยิ้มบาง ๆ

“ในเมื่อคุณฉู่มีความรู้รอบตัวขนาดนั้น ไม่รู้เหรอคะว่าคาเวียร์ที่คุณตักเมื่อกี้คือคาเวียร์เบลูกา ซึ่งเหมาะจะทานเปล่า ๆ หรือทานคู่กับแชมเปญมากกว่า”

รอยยิ้มเสแสร้งบนหน้าฉู่ฉิงเสวี่ยแข็งค้าง

“คาเวียร์ออสเซตราแบบนี้ต่างหาก ถึงจะเหมาะกินคู่กับบลินี”

เจียงหนิงพูดพลางหยิบแผ่นแป้งบลินีขึ้นมาแผ่นหนึ่ง วางแซลมอนรมควันแผ่นบางลงไปอย่างพิถีพิถัน แล้วตักคาเวียร์ออสเซตรากับซาวร์ครีมราดลงไป ก่อนจะยื่นให้ฉู่ฉิงเสวี่ย

“อันนี้ต่างหาก ถึงจะเรียกว่าบลินีสูตรต้นตำรับ”

เมื่อเทียบแผ่นแป้งบางเฉียบในมือเจียงหนิงกับแผ่นแป้งหนาเตอะในมือตัวเอง หน้าของฉู่ฉิงเสวี่ยก็เขียวคล้ำขึ้นมาทันที

“ทำมาเป็นรู้ดี ใครจะรู้ว่าที่พูดมาจริงหรือมั่ว” หวังหยางรีบออกโรงปกป้องฉู่ฉิงเสวี่ย

“ต่อให้พูดถูกแล้วไง ก็แค่ทำกับข้าวบ่อยจนชำนาญกว่าคนอื่นแค่นั้นแหละ ทำเหมือนกับว่าตัวเองเก่งนักหนา” ซ่งลี่ลี่ก็รีบช่วยฉู่ฉิงเสวี่ยอีกแรง

เจียงหนิงวางบลินีที่ทำเสร็จลงบนจาน แล้วพูดอย่างไม่แยแส “ฉันอาจจะไม่ได้เก่งกาจอะไรมาก แต่ก็คงดีกว่าพวกคุณหน่อยมั้ง”

พูดจบเธอก็หันหลังเดินจากไป จังหวะนั้นเอง ลู่จวินเหยียนก็เดินกลับมาหาฉู่ฉิงเสวี่ยพอดี

“เป็นอะไรไป ทำไมหน้าซีด ๆ ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า” ลู่จวินเหยียนถามด้วยความเป็นห่วง เห็นฉู่ฉิงเสวี่ยส่ายหน้า เอาแต่จ้องคาเวียร์

“อยากกินคาเวียร์เหรอ” เขาหยิบจานขึ้นมา แล้วลงมือทำบลินีให้ฉู่ฉิงเสวี่ย โดยเลือกวิธีการจับคู่และจัดวางเหมือนกับที่เจียงหนิงทำเมื่อสักครู่ไม่มีผิดเพี้ยน

ตอนนั้นเอง มีแขกคนหนึ่งเดินเข้ามาที่โซนอาหาร แล้วพึมพำอย่างลังเลว่า “คาเวียร์เยอะแยะขนาดนี้มันต่างกันยังไงเนี่ย”

ฉู่ฉิงเสวี่ยตั้งสติได้ รีบนำความรู้ที่เพิ่งได้ฟังจากเจียงหนิงเมื่อครู่ไปอธิบายให้แขกคนนั้นฟังทันที แขกคนนั้นจึงกล่าวขอบคุณและชื่นชมเป็นการใหญ่

“อายุน้อยแค่นี้แต่มีความรู้รอบตัวเยอะจริง ๆ เก่งมากครับ”

ฉู่ฉิงเสวี่ยถ่อมตัว “เรียนรู้มาจากแฟนทั้งนั้นแหละค่ะ”

อีกฝ่ายเห็นฉู่ฉิงเสวี่ยคล้องแขนลู่จวินเหยียน จึงอดชมไม่ได้ “กิ่งทองใบหยกจริง ๆ ทั้งสองคนดูเหมาะสมกันมากเลยนะครับ”

ลู่จวินเหยียนหันมองฉู่ฉิงเสวี่ย มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย “จะพูดกลับกันก็ได้นะครับ”

“พูดกลับกัน...งั้นก็ต้องเป็นหญิงเก่งชายหล่อสินะครับ ประธานลู่นี่ชมเก่งเกินไปแล้ว”

ซ่งลี่ลี่และหวังหยางส่งเสียงเชียร์ ฉู่ฉิงเสวี่ยหลุบตาลงยิ้มเขินอาย ใครเห็นก็ต้องคิดว่าเธอคือผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลก

ห่างออกไปไม่ไกล เจียงหนิงได้ยินฉู่ฉิงเสวี่ยขโมยความรู้ของเธอไปใช้หน้าตาเฉย แต่เธอก็คร้านจะไปอธิบายอะไร

ต่อให้อธิบายไป สายตาชื่นชมของลู่จวินเหยียนก็ไม่มีวันมอบให้เธออยู่ดี

ใจหนึ่งเจียงหนิงก็รู้สึกสับสน ในเมื่อตัดสินใจจะหย่าแล้ว ต่อให้ลู่จวินเหยียนจะกลับตัวกลับใจมาทำดีกับเธอตอนนี้ เธอก็ไม่มีวันหันหลังกลับ

แต่อีกใจหนึ่งเธอก็รู้สึกเจ็บใจ

ทำไมสัญญาในวันวานถึงมีแค่เธอคนเดียวที่จำได้ มีแค่เธอคนเดียวที่จมปลักอยู่กับมัน

ทำไมชีวิตแต่งงานที่อุตส่าห์ประคับประคองมาสามปี ถึงเทียบไม่ได้กับรักแรกที่เพิ่งกลับจากเมืองนอก

เจียงหนิงยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียวหมด

รสชาติร้อนแรงบาดคอไหลลงสู่ท้อง ทำให้เธอตั้งสติได้ขึ้นมาบ้าง

เธอจ้องแก้วเปล่าในมือ แล้วสังเกตเห็นเรื่องอะไรบางอย่าง
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • วันที่ฉันแท้ง เขาอยู่กับรักแรก   บทที่ 30

    “นี่เพื่อนร่วมงานใหม่ของแผนกเรา ต่อไปจะมาร่วมรับผิดชอบไลน์สินค้า PO กับเรา ทุกคนช่วยดูแลกันด้วยนะ” เมิ่งฮุ่ยกล่าวเปิดตัว แล้วให้พนักงานใหม่แนะนำตัว“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อเจียงหนิง ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”คนอื่น ๆ ปรบมือต้อนรับเจียงหนิง มีเพียงฉู่ฉิงเสวี่ยที่นั่งนิ่งไม่ไหวติง“ฉิงเสวี่ย เธอรู้จักเขาเหรอ” จวงเชี่ยนสังเกตเห็นอาการผิดปกติของฉู่ฉิงเสวี่ยฉู่ฉิงเสวี่ยแสร้งยิ้มเจื่อน ๆ ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธเธอคิดไม่ถึงเลยว่าพนักงานใหม่ของแผนกจะเป็นเจียงหนิงฉู่ฉิงเสวี่ยรู้ว่าเจียงหนิงเรียนเอกออกแบบเครื่องประดับ แต่เจียงหนิงเรียนไม่จบ ไม่มีใบปริญญา บริษัท FY จะรับคนแบบนี้เข้าทำงานได้ยังไงขนาดคนจบมหาลัยดัง ๆ อย่างเธอยังต้องสอบข้อเขียนสองรอบ สัมภาษณ์อีกสามรอบกว่าจะได้เข้ามาเป็นเด็กฝึกงาน แต่เจียงหนิงกลับ...ฉู่ฉิงเสวี่ยกำปากกาในมือแน่นจนแทบหักทันใดนั้นเธอก็นึกถึงงานเลี้ยงฉลองของ FY ครั้งก่อนขึ้นมา แผนการบางอย่างก็ผุดขึ้นในหัวเนื่องจากเจียงหนิงกลับไปทำงานที่สถานพินิจเยาวชนไม่ได้แล้ว เธอจึงตอบรับคำเชิญของปีเตอร์FY ต้องการสร้างไลน์สินค้าใหม่ เดิมทีปีเตอร์ตั้งใจจะให้เจียงหนิงมาเป็นผู้จัดกา

  • วันที่ฉันแท้ง เขาอยู่กับรักแรก   บทที่ 29

    เจียงหนิงเติบโตมาภายใต้การกล่อมเกลาของเสียงดนตรีตั้งแต่เด็ก เธอมีพรสวรรค์ทางดนตรีและรักมันมากเธอแค่เห็นรอยเปื้อนบนอิเล็กโทนจึงหยิบทิชชูเปียกไปเช็ด แต่กลับคิดไม่ถึงว่าจะถูกพวกของลู่จวินเหยียนเข้าใจผิดว่าเป็นคนทำความสะอาดเจียงหนิงไม่ได้แตะลิ่มนิ้วมาหลายปีแล้ว ในใจลึก ๆ ก็หวั่นอยู่เหมือนกัน ไม่รู้ว่าจะเล่นออกมาได้ดีแค่ไหน แต่เมื่อบรรเลงจบเพลง เธอก็ได้รับเสียงปรบมือเกรียวกราว แม้แต่นักเปียโนเพื่อนเจ้าของโรงแรมคนนั้นก็ยังเดินเข้ามาชมเธอด้วยตัวเอง และขอให้เธอช่วยเล่นอีกสักสองสามเพลงเจียงหนิงเห็นท่าทางตื่นเต้นของอีกฝ่ายก็คิดว่าคืนนี้ตัวเองคงเล่นได้ไม่เลว อย่างน้อยก็ช่วยกู้หน้าให้กู้หลานหลานได้แล้วด้านนอกโถงล็อบบี้ ลู่จวินเหยียนยืนคุยโทรศัพท์อยู่ที่ระเบียงทางเดินอยู่นานเดิมทีเขากำลังจดจ่ออยู่กับการเจรจาธุรกิจ แต่หูที่ถูกแนบด้วยโทรศัพท์กลับได้ยินเสียงเปียโนที่ดังแว่วเข้ามาอย่างน่าประหลาดลู่จวินเหยียนรู้ดีว่าในโถงล็อบบี้ไม่มีเปียโน มีแต่อิเล็กโทนปกติเขาไม่ได้สนใจเครื่องดนตรีชนิดนี้เท่าไหร่ แต่เสียงดนตรีที่ลอยมาแผ่ว ๆ นั้นกลับเหมือนหยาดฝนที่หยดลงกลางใจ สะกิดความทรงจำอันเนิ่นนานบางอย

  • วันที่ฉันแท้ง เขาอยู่กับรักแรก   บทที่ 28

    “สวัสดีค่ะ ฉันเป็นพนักงานจากร้าน ZM ผู้จัดการร้านของเราฝากของสิ่งนี้มาให้คุณค่ะ”พอได้ยินแบบนั้น เจียงหนิงถึงเข้าใจ ที่แท้พี่จ้าวก็ส่งคนเอาชุดมาให้เธอนี่เองพี่จ้าวเป็นผู้จัดการร้าน ZM และถือเป็นคนคุ้นเคยเก่าแก่ของเธอ“แต่คุณไม่รู้จักฉันยังเดาถูกว่าเป็นคุณเจียง เก่งใช้ได้เลยนะเนี่ย” เจียงหนิงเอ่ยชมพนักงานไปตามมารยาทพนักงานยิ้มตอบ “เพราะผู้จัดการบอกไว้น่ะค่ะว่าให้ฉันเอาของไปส่งอย่างเดียว ไม่รู้จักหน้าตาคุณเจียงก็ไม่เป็นไร แค่เข้าไปในโรงแรมแล้วมองหาคนที่สวยที่สุดก็พอ คนคนนั้นต้องเป็นคุณเจียงร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ”คำเยินยอนั้นทำเอาเจียงหนิงเขินจนทำตัวไม่ถูก ส่วนฉู่ฉิงเสวี่ยและพรรคพวกที่ยืนอยู่ข้าง ๆ หน้าดำหน้าแดงด้วยความไม่พอใจเจียงหนิงไม่สนใจพวกเขา เธอกอดชุดแล้วหันหลังเดินไปหาห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า จังหวะนั้นป้าแม่บ้านก็วิ่งเข้ามานำทางพร้อมกับขอโทษขอโพย“ขอโทษจริง ๆ นะคะ เมื่อกี้ทำชุดคุณเปื้อนหมดเลย ผู้จัดการให้พาคุณไปเปลี่ยนชุดที่ห้องแต่งตัวชั้นสองค่ะ”แล้วเจียงหนิงก็เดินจากไป ทิ้งให้ฉู่ฉิงเสวี่ย หยวนเผย ซ่งลี่ลี่และหวังหยางยืนมองหน้ากันเลิ่กลั่กเมื่อเจียงหนิงปรากฏตัวอีกครั้ง คนทั

  • วันที่ฉันแท้ง เขาอยู่กับรักแรก   บทที่ 27

    เจียงหนิงไม่สนใจหยวนเผย ดวงตาทั้งสองข้างจ้องเขม็งไปที่ลู่จวินเหยียน ซึ่งฝ่ายนั้นก็จ้องตอบกลับมาเช่นกันสายตาที่หยิ่งผยองและถือดีแบบนี้ เหมือนกับตอนที่อยู่ในสถานพินิจเยาวชนไม่มีผิดเจียงหนิงในวัยแรกแย้มไม่เคยต้านทานสายตาแบบนี้ได้เลย ความรู้สึกใจเต้นแรงในตอนนั้นยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำจนถึงวันนี้แต่ว่าตอนนี้...เจียงหนิงถอนหายใจ “ถ้ารู้สึกขายหน้ามากนักก็เซ็นใบหย่าซะสิ พอหย่ากันแล้ว ต่อให้ฉันจะไปขอทานหรือเก็บขวดขายข้างถนน มันก็ไม่เกี่ยวกับคุณอีกต่อไป”พอได้ยินเจียงหนิงพูดแบบนั้น หยวนเผยที่กอดอกอยู่ข้าง ๆ ก็กรอกตามองบน “โธ่เอ๊ย เธอช่วยทำตัวให้มันมีอนาคตหน่อยได้ไหม จะไปขอทานเก็บขวดขายเนี่ยนะ...พูดออกมาเองไม่สะอิดสะเอียน แต่พี่ลู่เขาฟังแล้วจะอ้วกตายอยู่แล้ว”ลู่จวินเหยียนรำคาญเสียงเจื้อยแจ้วของหยวนเผย จึงผลักอีกฝ่ายออกไปให้ไปอยู่รวมกลุ่มกับพวกฉู่ฉิงเสวี่ยเขาก้าวเท้าเข้ามาหาเจียงหนิง ร่างสูงใหญ่ของลู่จวินเหยียนแทบจะบดบังร่างของเธอจนมิดเจียงหนิงกำมือที่ไพล่หลังอยู่แน่นถ้าเป็นปกติ เธอคงถอยหลังหนีไปแล้วแต่วันนี้เธอรู้สึกโมโหนิด ๆ โมโหเรื่องอะไรเธอก็ไม่รู้เหมือนกันเอาเป็นว่าเธ

  • วันที่ฉันแท้ง เขาอยู่กับรักแรก   บทที่ 26

    “ดูฉิงเสวี่ยของเราสิ ใช้คะแนนประเมินจากผลงานออกแบบชุดเปียโนจนได้บรรจุเป็นพนักงานประจำของ FY เป็นสาวออฟฟิศบริษัทใหญ่ เงินเดือนปีละหลายล้าน แล้วดูใครบางคนสิ จากแม่บ้านตกอับกลายมาเป็นคนทำความสะอาด...เอาเถอะ ถือว่าชีวิตดีขึ้นเรื่อย ๆ อยู่มั้ง” ซ่งลี่ลี่หัวเราะจนตัวงอ“เธอเอาผู้หญิงคนนี้ไปเทียบกับพี่สะใภ้ มันดูถูกพี่สะใภ้เกินไปหน่อยมั้ง!” สายตาที่หยวนเผยมองเจียงหนิงเต็มไปด้วยความรังเกียจเดิมทีเจียงหนิงไม่ได้รู้สึกอะไรกับหยวนเผย แต่หลังจากฉู่ฉิงเสวี่ยกลับประเทศมา บทสนทนาสองครั้งระหว่างหยวนเผยกับลู่จวินเหยียนทำให้ความรู้สึกเฉย ๆ ของเธอเปลี่ยนเป็นความเกลียดขี้หน้าอย่างสมบูรณ์แบบ“ทำไม ไม่พอใจเหรอ!” หยวนเผยเห็นสายตาเป็นปรปักษ์ของเจียงหนิงก็กรอกตามองบนเขาเป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยมัธยมปลายกับลู่จวินเหยียน สนิทกันมาก และรู้ดีว่าเมื่อก่อนลู่จวินเหยียนกับฉู่ฉิงเสวี่ยนั้นเหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยกแค่ไหนความรักอันร้อนแรงของทั้งคู่เรียกได้ว่าเขาก็เป็นพยานรู้เห็นมาครึ่งทาง แต่สุดท้ายคนที่ลู่จวินเหยียนแต่งงานด้วยอย่างถูกต้องกลับกลายเป็นเจียงหนิงหยวนเผยคิดว่าเจียงหนิงแค่โชคดีถ้าตอนนั้นลู่จวินเหยีย

  • วันที่ฉันแท้ง เขาอยู่กับรักแรก   บทที่ 25

    คืนนี้ทุกคนมาที่นี่เพื่อฉลองให้เธอ เธอจึงจงใจแต่งตัวอย่างวิจิตรบรรจง เครื่องประดับเพชรตั้งแต่ที่คาดผมจรดสร้อยข้อเท้าล้วนเป็นของที่ลู่จวินเหยียนมอบให้ เป็นชุดเพชรสีชมพูสุดหรูที่มีราคาแพงลิบลิ่วจิ่งเจียงตี้หัวเป็นโรงแรมระดับไฮเอนด์อันดับต้น ๆ ของเมือง A คนที่จะเข้ามาที่นี่ได้ล้วนเป็นระดับเศรษฐีหรือผู้มีอิทธิพล แต่ถึงกระนั้น ฉู่ฉิงเสวี่ยที่เดินอยู่ท่ามกลางผู้คนเหล่านั้นก็ยังคงเป็นจุดสนใจของผู้คนมากมายฉู่ฉิงเสวี่ยควงแขนลู่จวินเหยียน เชิดหน้ายืดอกราวกับหงส์ที่สูงส่งและภาคภูมิใจเธอรู้ดีว่าลู่จวินเหยียนชอบผู้หญิงเก่ง และมีเพียงผู้หญิงที่เก่งกาจและเพียบพร้อมเท่านั้นถึงจะมีคุณสมบัติยืนเคียงข้างลู่จวินเหยียนได้เธอจึงไม่เคยตระหนี่ถี่เหนียวกับการแต่งตัวให้ตัวเองลู่จวินเหยียนเดินเคียงคู่กับฉู่ฉิงเสวี่ย เส้นสายบนใบหน้าที่มักจะดูเย็นชาและคมกริบถูกฉาบไว้ด้วยแสงอุ่นนวลราวกับถูกหลอมละลายในห้วงแห่งความรัก ริมฝีปากที่เหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้มคู่นั้นดูสมบูรณ์แบบไร้ที่ติไม่ว่าจะมองจากมุมไหนเขาชอบพาฉู่ฉิงเสวี่ยออกงานสังคมแบบนี้ เพราะมันทำให้เขารู้สึกมีหน้ามีตา“เอ๊ะ ฉันจำได้ว่าตรงนี้เคยมีแกรนด์เป

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status