LOGINรัญชิดาเงยหน้าขึ้นมองป้ายร้านที่เขียนด้วยสีดำคำโตว่า Bliss (บลิส) สามทุ่มกว่าแท็กซี่ก็พาเธอมาส่งยังหน้าร้านที่เธอไม่เคยจะมาเลยสักครั้ง สายตาคู่งามมองตรงไปยังประตูทางเข้า แสงหลากสีจากในร้านคงจะทำให้เธอหาโต๊ะของปาณัสม์ได้ไม่ง่าย ทีแรกเธอเข้าใจว่างานวันเกิดของปาณัสม์คงจะจัดที่บ้านของเขา บรรยากาศแบบสบาย ๆ ไม่มีอะไรมากมาย แต่เมื่อมาเห็นว่าเป็นร้านสำหรับนักท่องเที่ยวยามราตรีแบบนี้ เธอก็ยังไม่รู้ว่าจะต้องเดินไปทางไหนก่อนดี เข้าร้านไปก่อนหรือจะหยุดรอภัควัฒน์อยู่ที่นอกร้าน ถ้าภัควัฒน์มาถึงแล้วเห็นว่าเธอยังรอเขา เขาจะหงุดหงิดใส่เธออีกหรือเปล่าหรืออาจจะทำให้เขาคิดว่า เธอทำอะไรด้วยตัวเองไม่เป็นเหมือนที่เขาเคยต่อว่าเธออยู่บ่อย ๆ
โทรศัพท์เครื่องเล็กถูกหยิบออกมาใช้เพื่อสื่อสารกับเจ้าของวันเกิด โทรให้ปาณัสม์ออกมารับคงดีกว่ายืนรอภัควัฒน์ที่อาจจะอารมณ์เสียเมื่อมาถึงแล้วเห็นเธอยืนรอเขาอยู่ด้านหน้า ต่อสายอยู่ได้ไม่นานปาณัสม์ก็รับสายและเดินออกมาต้อนรับรัญชิดาที่ยืนรออยู่หน้าร้าน
"น้องรัญ ทำไมมาคนเดียวล่ะ แล้วไอ้ภาคย์ไปไหน" ปาณัสม์เอ่ยถามหญิงสาวที่ยืนนิ่งเพียงลำพังอยู่หน้าร้าน ปกติหากเห็นรัญชิดาเขาก็ต้องเห็นภัควัฒน์เคียงข้างอยู่ด้วยตลอดเวลา แต่ทำไมครั้งนี้จึงมีแค่หญิงสาวแต่เพียงผู้เดียว
"พี่ภาคย์ติดงานค่ะ อีกเดี๋ยวคงตามมา"
"แล้วทำไมน้องรัญไม่รอมาพร้อมไอ้ภาคย์ล่ะครับ"
"พี่ภาคย์บอกให้รัญมาก่อนค่ะ"
"แล้วมายังไง"
"แท็กซี่ค่ะ"
"แท็กซี่!" สำหรับคนอื่นการไปไหนมาไหนด้วยรถแท็กซี่คงไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ปาณัสม์กลับทำเสียงแปลกใจยกใหญ่เมื่อเป็นรัญชิดา
รัญชิดาไม่ใช่ลูกคุณหนูไฮโซที่ไม่เคยต้องใช้บริการรถสาธารณะ แต่ที่เขาแปลกใจเพราะภัควัฒน์ไม่เคยปล่อยให้หญิงสาวต้องไปไหนมาไหนด้วยตัวเองเลยสักครั้ง ความรักและความหลงเมียของภัควัฒน์ยังเป็นที่โจษจันในกลุ่มเพื่อนมาตั้งแต่วันที่ภัควัฒน์และรัญชิดาเป็นแฟนกัน จนกระทั่งทั้งคู่ตัดสินใจใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน แต่วันนี้ที่รัญชิดากลับต้องนั่งแท็กซี่มาร่วมงานวันเกิดของเขา จึงจัดว่าเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดอย่างน่าเหลือเชื่อ
"ค่ะ รัญมาแท็กซี่" รัญชิดายิ้มบอก นึกขำกับท่าทางที่ดูตกใจของปาณัสม์
"อืม แท็กซี่ก็แท็กซี่ พี่พาน้องรัญเข้าไปข้างในก่อนแล้วกัน เดี๋ยวไอ้ภาคย์มาค่อยให้มันตามเข้าไป"
"ค่ะ" ปาณัสม์นำทางรัญชิดาเข้าไปด้านในร้านด้วยท่าทางงง ๆ แต่ก็คงต้องเก็บความงงไว้ถามกับเพื่อนตัวดีที่ยังมาไม่ถึงแทน
โซนด้านนอกของตัวร้านที่ยื่นเป็นระเบียงเปิดโล่งให้รับลมเย็นในตอนกลางคืน คือบริเวณที่ปาณัสม์เหมาไว้สำหรับจัดเลี้ยงงานวันเกิดของตัวเอง รัญชิดายิ้มทักทายบรรดากลุ่มเพื่อนของภัควัฒน์ที่เธอพอจะรู้จัก ระหว่างที่เดินตามปาณัสม์ไปยังโต๊ะนั่ง
ชายหนุ่มเจ้าของงานเลื่อนเก้าอี้เพื่อบริการหญิงสาวที่เขาเดินไปรับมาจากหน้าร้าน แต่ยังไม่ทันที่รัญชิดาจะได้ทิ้งตัวลงนั่ง เพื่อนตัวดีของเขาก็โผล่หน้าเข้ามาในบริเวณของงานเลี้ยง คำถามที่เต็มไปด้วยความสงสัยผุดขึ้นในความคิดของปาณัสม์อีกครั้งเมื่อเห็นภัควัฒน์ตรงเข้ามาที่โต๊ะของเขา
"ถ้ามึงจะมาตอนนี้แล้วทำไมมึงต้องให้น้องรัญนั่งแท็กซี่มาเอง" ไม่เก็บไว้แค่ในความคิดแต่ปาณัสม์เอ่ยถามออกไปทันทีที่ภัควัฒน์เดินเข้ามาถึง
ที่ทำงานของภัควัฒน์อยู่ห่างจากบ้านแค่ไม่ถึงยี่สิบนาที ถ้าคิดจะไปรับรัญชิดามาด้วยก็ไม่เห็นว่าจะเสียเวลาตรงไหน
"กูขี้เกียจย้อนไปย้อนมา ให้รัญเขามาแท็กซี่สะดวกกว่า" ภัควัฒน์ตอบอย่างไม่แยแสและไม่แม้แต่จะมองหน้าหรือทักทายภรรยาของตัวเอง รัญชิดาที่เห็นว่าภัควัฒน์เดินเข้ามาถึงโต๊ะจึงขยับไปนั่งเก้าอี้ที่ว่างอีกตัว เพื่อให้ภัควัฒน์นั่งที่เก้าอี้ข้างตัวของเธอ แต่ชายหนุ่มกลับเดินเลยไปและนั่งลงฝั่งตรงข้ามของเธอแทน
"น้องรัญเขาไม่เคยมาที่ร้านนี้ มึงก็รู้แต่มึงก็ยังใจดำให้เขานั่งแท็กซี่มาคนเดียวกลางค่ำกลางคืนแบบนี้เนี่ย นะ" ปาณัสม์มองตามภัควัฒน์ที่เดินไปนั่งยังอีกฝั่งทั้งที่เก้าอี้ข้างรัญชิดาก็ยังว่าง และหญิงสาวก็อุตส่าห์ขยับให้ แต่เรื่องที่นั่งเอาไว้ก่อนเพราะเรื่องแท็กซี่ยังเคลียร์ไม่จบ
"เออ ก็กูขี้เกียจ มึงก็จะอะไรนักหนา รัญเขาก็มาถึงแล้วนี่ไง" น้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความรำคาญเอ่ยตอบคนเป็นเพื่อน ก่อนจะเหลือบตามองภรรยาของตัวเองที่นั่งเงียบอยู่ฝั่งตรงข้าม
"พี่ณัสม์คะ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ อย่าเถียงกันเลยรัญมาแท็กซี่ก็สะดวกดีอย่างที่พี่ภาคย์ว่านั่นแหละค่ะ" รัญชิดารีบพูดตัดบทเมื่อเห็นว่าภัควัฒน์เริ่มจะอารมณ์ไม่ดีกับเรื่องของเธอ
เมื่อโดนร้องห้ามปาณัสม์จึงยอมหยุดความสงสัยของตัวเองเอาไว้ เห็นสีหน้าหนักใจของรัญชิดาแล้วเขาก็พอจะรู้ว่าหญิงสาวคงไม่อยากให้เขาสืบสาวหาความเอากับเพื่อนตัวดี เจ้าของงานวันเกิดจึงเลื่อนเก้าอี้แล้วทิ้งตัวลงนั่งข้างภัควัฒน์ แต่เมื่อเห็นเพื่อนของเขามาถึงก็เอาแต่นั่งนิ่งก็อดไม่ได้ที่จะแขวะออกไปอีกครั้ง
"นี่มึงไม่คิดจะไปหาอะไรมาให้น้องรัญกินเลยหรือไง" มาถึงก็นั่งเป็นทองไม่รู้ร้อน ไม่สนใจถามไถ่ว่าเมียจะกินอะไรมาบ้างหรือยัง หรือแม้แต่จะถามสักคำว่าเดินทางมาเป็นยังไงบ้างก็ไม่เห็นจะมี
"กูเหนื่อยขอนั่งพักก่อนได้ไหม ถ้ารัญเขาอยากกินอะไรเขาก็เดินไปตักเองได้ คนอื่นก็บริการตัวเองกันทั้งนั้น" แทบไม่อยากจะเชื่อหูของตัวเองว่าจะเป็นคำพูดของภัควัฒน์
ปาณัสม์ได้แต่อ้าปากค้างกับถ้อยคำทิ้งขว้างอย่างไม่ใส่ใจของคนเป็นเพื่อน หากเป็นคนที่ไม่รู้จักกันหรือไม่ชอบขี้หน้ากัน เขาก็คงจะไม่ติดใจกับประโยคคำพูดนี้ แต่สำหรับคนที่ทั้งรักทั้งหลง ทั้งหึงและหวงรัญชิดาที่เขาเคยเห็นมากับตา มันเกินจะเชื่อว่าภัควัฒน์จะพูดคำนี้ออกมาได้
"เดี๋ยวรัญไปตักเองค่ะพี่ณัสม์ พี่ภาคย์คงเหนื่อยน่ะค่ะ พี่ณัสม์จะเอาอะไรไหมคะเดี๋ยวรัญตักมาเผื่อ" รัญชิดาพูดแทรกขึ้นอีกครั้งก่อนที่ปาณัสม์จะตอบโต้ภัควัฒน์กลับไปเป็นครั้งที่สอง"พี่ว่าพี่ไปตักให้น้องรัญเองดีกว่า" สามีไม่สนใจแต่เขาที่เป็นเจ้าของวันเกิดก็ทนดูอยู่เฉย ๆ ไม่ได้ ยิ่งเห็นสีหน้าหมองเศร้าอย่างรู้ชะตาตัวเองของรัญชิดาเขาก็ยิ่งรู้สึกสงสารจนจับใจ"ไม่เป็นไรค่ะพี่ณัสม์ รัญไปตักเองจะได้เลือกที่อยากทานด้วยค่ะ""เอางั้นก็ได้จ้ะ" ปาณัสม์ยิ้มอ่อนให้รัญชิดาก่อนที่หญิงสาวจะลุกออกไปโต๊ะ แล้วหันมาหาภัควัฒน์ที่ยังนั่งนิ่งไม่สนใจโลกอยู่ข้างเขา"ไอ้ภาคย์ มึงเป็นอะไรมากไหม กูรู้สึกว่ามึงไม่ค่อยจะสนใจน้องรัญเหมือนเมื่อก่อนหรือว่ามึงทะเลาะกับน้องรัญ" อาการมึนตึงไม่สนใจ ไม่เทคแคร์ ไม่อยู่ในสายตา คล้ายกับคนที่กำลังมีเรื่องผิดใจกัน ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาของคนเป็นสามีและภรรยา ที่คงจะต้องมีเรื่องกระทบกระทั่งกันบ้าง"เปล่า" แต่คำตอบของภัควัฒน์กลับยิ่งทำให้ปาณัสม์เกิดความสงสัย ถ้าบอกว่าทะเลาะกันเขาก็ยังพอจะเข้าใจได้ แต่ไม่ทะเลาะแล้วยังทำเหมือนคนไม่รู้จักแบบนี้ มันเกินกว่าที่เขาจะหาคำตอบได้ด้วยตัวเอง"แล้ว
รัญชิดาเงยหน้าขึ้นมองป้ายร้านที่เขียนด้วยสีดำคำโตว่า Bliss (บลิส) สามทุ่มกว่าแท็กซี่ก็พาเธอมาส่งยังหน้าร้านที่เธอไม่เคยจะมาเลยสักครั้ง สายตาคู่งามมองตรงไปยังประตูทางเข้า แสงหลากสีจากในร้านคงจะทำให้เธอหาโต๊ะของปาณัสม์ได้ไม่ง่าย ทีแรกเธอเข้าใจว่างานวันเกิดของปาณัสม์คงจะจัดที่บ้านของเขา บรรยากาศแบบสบาย ๆ ไม่มีอะไรมากมาย แต่เมื่อมาเห็นว่าเป็นร้านสำหรับนักท่องเที่ยวยามราตรีแบบนี้ เธอก็ยังไม่รู้ว่าจะต้องเดินไปทางไหนก่อนดี เข้าร้านไปก่อนหรือจะหยุดรอภัควัฒน์อยู่ที่นอกร้าน ถ้าภัควัฒน์มาถึงแล้วเห็นว่าเธอยังรอเขา เขาจะหงุดหงิดใส่เธออีกหรือเปล่าหรืออาจจะทำให้เขาคิดว่า เธอทำอะไรด้วยตัวเองไม่เป็นเหมือนที่เขาเคยต่อว่าเธออยู่บ่อย ๆโทรศัพท์เครื่องเล็กถูกหยิบออกมาใช้เพื่อสื่อสารกับเจ้าของวันเกิด โทรให้ปาณัสม์ออกมารับคงดีกว่ายืนรอภัควัฒน์ที่อาจจะอารมณ์เสียเมื่อมาถึงแล้วเห็นเธอยืนรอเขาอยู่ด้านหน้า ต่อสายอยู่ได้ไม่นานปาณัสม์ก็รับสายและเดินออกมาต้อนรับรัญชิดาที่ยืนรออยู่หน้าร้าน"น้องรัญ ทำไมมาคนเดียวล่ะ แล้วไอ้ภาคย์ไปไหน" ปาณัสม์เอ่ยถามหญิงสาวที่ยืนนิ่งเพียงลำพังอยู่หน้าร้าน ปกติหากเห็นรัญชิดาเขาก็ต้องเห
เมนูโปรดของภัควัฒน์จัดวางอยู่ในจานอย่างสวยงาม กลิ่นหอมชวนกินลอยฟุ้งไปทั่วทั้งบริเวณบ้าน ไอร้อนของอาหารที่เพิ่งปรุงเสร็จใหม่ ๆ ยังลอยอบอวลอยู่ในอากาศ รัญชิดาจัดเตรียมโต๊ะอาหารอย่างเรียบร้อย พร้อมทาน ตักข้าวใส่จาน รินน้ำใส่แก้ว เพื่อที่ภัควัฒน์กลับมาจากทำงานเหนื่อย ๆ จะได้ลงมือทานโดยไม่เสียเวลาหนึ่งทุ่มกว่าคือเวลาทานอาหารเย็นของบ้าน แต่วันนี้นาฬิกาข้างฝาผนังบอกเวลาสองทุ่มกว่าเข้าไปแล้ว อาหารทุกจานก็ยังคงปริมาณอยู่เท่าเดิม ไอร้อนจางหายไปเปลี่ยนเป็นความเย็นชืดเข้ามาแทนที่ ภัควัฒน์ไม่เคยกลับบ้านผิดเวลา หรือหากวันไหนที่เขาติดงานก็จะโทรมาบอกก่อนทุกครั้ง แต่เธอคงลืมไปว่าครั้งสุดท้ายที่เขาโทรหาเพื่อบอกเวลากลับบ้านก็ตั้งแต่เมื่อสองปีที่แล้วใบหน้าสวยชะเง้อหามองทางประตูบ้านที่ยังคงปิดสนิท ท้องที่ว่างเปล่าเริ่มจะส่งเสียงร้องเพราะเลยเวลาอาหารมานานพอสมควร มือบางหยิบโทรศัพท์และวางลงที่เดิมอยู่หลายครั้ง อยากจะโทรถามภัควัฒน์แต่เธอก็ไม่กล้า หญิงสาวได้แต่จ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเอง พลันเกิดคำถามขึ้นมาในหัวใจอย่างเงียบ ๆตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เธอไม่กล้าแม้แต่จะโทรถามเวลากลับบ้านของภัควัฒน์ ทั้งที่เมื
รอยยิ้มจาง ๆ ระบายขึ้นบนริมฝีปากคู่สวย เมื่อสายตาเหลือบมองไปเห็นแหวนเพชรเม็ดน่ารักบนนิ้วนางข้างซ้าย แหวนแต่งงานที่เธอยังคงสวมมันติดตัวมาตั้งแต่วันเข้าพิธีจวบจนตอนนี้ก็เป็นเวลาสี่ปีแล้วที่มันยังเป็นตรารักของเขาที่มีต่อเธอ ถึงแม้ความรักนั้นอาจจะจืดจางไปแล้วแต่แหวนวงนี้ก็ยังทำให้เธอมีรอยยิ้มได้ทุกครั้งที่จ้องมองฟริ้ง ฟิ้ง ฟิ้งเสียงโทรศัพท์มือถือที่ตั้งอยู่บนโต๊ะกระจกกลมกลางห้องนั่งเล่นกรีดเสียงร้องขึ้นเมื่อมีคนโทรเข้ามาหา รัญชิดาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะรีบกดรับสายเมื่อเห็นชื่อของคนโทร"สวัสดีค่ะ พี่ณัส" เสียงหวานกรอกผ่านไปตามสายตอบรับคนที่โทรเข้ามา(สวัสดีจ้ะรัญ วันนี้ไอ้ภาคย์มันไปทำงานหรือเปล่า)"ไปค่ะ พี่ณัสมีอะไรหรือเปล่าคะ"(ไม่มีเรื่องด่วนหรอกจ้ะ พี่โทรหามันแต่มันไม่ยอมรับสาย เลยต้องโทรมาหารัญแทน)ปาณัสม์เพื่อนสนิทของภัควัฒน์ และเคยตามขายขนมจีบรัญชิดามาแล้วด้วยเหมือนกัน แต่เมื่อเธอตกลงคบหากับภัควัฒน์เขาจึงตัดใจและกลายมาเป็นแค่พี่ที่สนิทกับเธอแทน"พี่ภาคย์คงออกไปดูงานที่ไซต์ก่อสร้างมั้งคะ"บริษัท เรียลดรีมดีไซน์แอนด์คอนสตรัคชั่น เป็นบริษัทที่ภัควัฒน์ก่อตั้งขึ้นมาด้วยตัวเองตั้งแต่เพ
'ขอให้ครองรัก ครองสุข อยู่ด้วยกันไปจนแก่จนเฒ่า''ขอให้รักกันยืนยาวจนถือไม้เท้ายอดทอง กระบองยอดเพชร''ขอให้รักกันนาน ๆ มีลูกเต็มบ้าน มีหลานเต็มเมือง'คำอวยพรที่มาพร้อมรอยยิ้มเพื่อมอบให้แก่คู่รักที่กำลังจะเริ่มต้นการใช้ชีวิตคู่ ความหมายของทุกถ้อยคำในประโยคเหล่านั้น ล้วนแล้วแต่อยากให้เป็นอย่างที่เอ่ยออกมา แต่ใครจะรู้ว่าคนสองคนที่ต้องมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันจะเป็นไปตามอย่างคำอวยพรหรือเปล่ากี่คู่ กี่คนที่ประสบความสำเร็จตามคำอวยพรเหล่านั้น และกี่คู่ กี่รักที่ต้องร้างราแยกทาง ไม่หลงเหลือร่องรอยแห่งความชื่นชมยินดีในวันแต่งงาน'รัญชิดา' นิ่งมองหน้าผู้ชายอันเป็นที่รัก คนที่เธอยอมมอบกาย มอบหัวใจให้เขาครอบครอง สิบปีแล้วที่รู้จักกับผู้ชายคนนี้มา หกปีที่คบหาและสี่ปีสำหรับชีวิตของการแต่งงาน นับรวมกันได้ก็เป็นเวลาสิบปีพอดิบพอดีแม้ว่าเขาจะเป็นผู้ชายที่มีใบหน้าหล่อเหลาระดับเดือนของมหาวิทยาลัย แต่วันแรกที่เจอกันเธอก็ไม่เคยคิดจะสนใจ ไม่มองตามเวลาเดินผ่าน ไม่ทักทายเวลาที่เขายิ้มให้ และไม่แม้แต่จะชายตามองในตอนที่เขาจงใจเข้ามาทำความรู้จัก ไม่ใช่เพราะหยิ่งแต่เพราะเธอไม่คิดจะสนใจผู้ชายคนไหนเลยต่างหากชีวิตของเ







