LOGIN“คุณหนูเหลียนหากยังร้ายกาจเช่นนี้ก็อย่ามาทำตัววุ่นวายที่จวนของข้า” เวยซานเซินไม่ถามหาเหตุผลก็ต่อว่าคนที่ตนเองคิดว่าเป็นคนผิดทันที เพราะรู้ว่านางเป็นคนร้ายกาจ สามารถทำเช่นที่เย่จือม่านพูดได้จริง ๆ
“พี่ซานเซินคิดว่าข้าเป็นคนทำจริง ๆ หรือ” เหลียนหรูเซียนถามเสียงสั่นเครือ นี่เขาไม่เคยมองนางในทางที่ดีเลยหรือ หรือคิดว่านางจะลงมือทำร้ายผู้อื่นเพียงเพราะเรื่องบุรุษจริง ๆ ที่ผ่านมาแม้นางจะเคยมีปากเสียงกับสตรีที่เข้ามาวุ่นวายกับเขา แต่นางก็ไม่เคยลงมือทำร้ายผู้ใด
“พี่เซินข้ากลัวยิ่งนัก” เย่จือม่านวิ่งเข้าไปกอดเวยซานเซินเพื่อเรียกร้องความสนใจ ไม่ปล่อยให้เหลียนหรูเซียนได้อธิบายความจริง แต่นางก็คิดว่าเขาไม่มีทางเชื่อสตรีผู้นั้นแน่นอน ดูท่าแล้วที่ผ่านมาอีกฝ่ายก็คงสร้างเรื่องเอาไว้มากอยู่
“เจ้ารู้ดีว่าตนเองทำหรือไม่ทำ คนเช่นเจ้าอยากทำอันใดสามารถทำได้ทุกอย่าง” เขาเอ่ยเสียงแข็ง ความร้ายกาจของนางเขาก็พอเห็นมาบ้าง หากนางจะทำเช่นที่เย่จือม่านบอกก็คงไม่เกินจริง
“ท่านคิดว่าข้าเป็นคนเช่นนั้นจริง ๆ หรือ ที่ผ่านมาท่านมองข้าเป็นคนร้ายกาจเช่นนั้นจริง ๆ หรือ” ตอนนี้นางไม่สามารถห้ามน้ำตาของตนเองได้อีกต่อไป เรื่องดี ๆ ที่นางทำให้ เขาไม่เคยมองเห็นมันเลยสักครั้ง เขาเลือกมองแต่ความร้ายกาจของนาง ซึ่งที่ผ่านมานางเองก็ไม่เคยได้ลงมือกับผู้ใด แม้แต่สาวใช้ที่จวนก็ไม่เคย
“หรือจะบอกว่าไม่จริง เจ้ามันเป็นสตรีร้ายกาจ” เขามองไปที่สมุนไพรที่เขาเก็บรักษามาอย่างดี ของพวกนี้ราคามิใช่ถูก ๆ หาซื้อได้ยาก “เจ้ารู้หรือไม่ว่าสมุนไพรพวกนี้ราคาแพงเพียงใด แต่เจ้าทำมันเสียหายจนหมด”
เย่จือม่านที่เป็นคนสร้างเรื่องก็ยืนกอดแขนของเวยซานเซินดูผลงานของตนเองด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม นางรู้ดีว่าเขาหวงแหนสมุนไพรพวกนี้มากเพียงใด เพราะแต่ละต้นกว่าจะหามาได้นั้นยากเย็นไม่น้อย
“พี่เซินอย่าว่าคุณหนูเหลียนเลยนะเจ้าคะ” นางพยายามแสดงเป็นคนดี เพราะหากเขามองว่านางแสนดีมากเพียงใด เหลียนหรูเซียนก็จะยิ่งร้ายกาจในสายตาของเขา
“เจ้าไม่ต้องใจดีให้มาก นางเป็นคนทำผิดต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ” เขาจะไม่ปล่อยให้นางร้ายกาจเช่นนี้อีกต่อไป หากพี่ชายของนางสั่งสอนไม่ได้เขาก็จะเป็นคนสั่งสอนนางเอง
“ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะม่านเอ๋อร์ขัดหูขัดตาคุณหนูเหลียน” นางบอกเสียงเศร้า บทคนดีนี้นางจะรับเอาไว้เอง เพราะจากนิสัยของเหลียนหรูเซียนแล้วคงไม่มีทางจบเรื่องนี้ง่าย ๆ
“แล้วนางมีสิทธิ์อันใดมาทำร้ายผู้อื่นในจวนของข้า แล้วยังทำข้าวของเสียหายมากมายเช่นนี้” ชายหนุ่มยังคงพูดด้วยความโมโห “ข้าจะพูดเรื่องนี้กับพี่ชายของเจ้า อย่าคิดว่าจะหนีความผิดของตนเองพ้น”
เหลียนหรูเซียนหลับตาลงช้า ๆ แล้วยกแขนเสื้อของตนเองขึ้นมาเช็ดน้ำตาของตนเองโดยไม่สนใจภาพลักษณ์ใด ๆ ทั้งสิ้น
“ในเมื่ออยากได้ค่าเสียหายข้าก็จะจ่ายให้” หญิงสาวได้แต่พยายามพูดไม่ให้เสียงสั่น แล้วเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี รับผิดชอบก็รับผิดชอบสิจะต้องกลัวอันใด “ของพวกนี้ข้าสามารถจ่ายได้สบาย”
เย่จือม่านที่ได้ยินเช่นนั้นก็กำมือแน่น นี่คืออีกหนึ่งเรื่องที่ทำให้นางไม่ชอบสตรีสกุลเหลียนผู้นี้ ไม่ว่านางต้องการอันใดก็จะมีคนนำมาประเคนให้ถึงที่ สามารถใช้จ่ายโดยไม่ต้องคิดอันใด
“คิดว่าจ่ายเงินแล้วจะจบหรือ?” เขาได้แต่มองนางด้วยสายตากดดัน ไม่ได้สนใจคนที่ยืนกอดแขนตนเองอยู่เลย “เจ้าใช้แต่เงินแก้ปัญหาเลยเสียนิสัยเช่นนี้ ขอโทษม่านเอ๋อร์เดี๋ยวนี้”
“ขอโทษ...หรือ ข้าไม่ทำ” เหลียนหรูเซียนพูดเสียงแข็ง จะให้นางขอโทษสตรีผู้นี้หรือ ฝันไปเถิด
“หากเจ้ายังเป็นเช่นนี้ต่อไปก็ไม่ต้องมาเหยียบที่จวนของข้าอีก จวนข้าไม่รับคนนิสัยเสียเช่นเจ้า” เมื่อเห็นว่านางไม่มีทีท่าสลดเลยสักนิดเขาจึงได้แต่พูดเสียงดังหมายให้นางรู้ความผิดของตนเองแล้วเอ่ยขอโทษออกมา
“เรื่องค่าเสียหายไม่ต้องเป็นห่วง ข้าจะให้คนมาจัดการให้” เหลียนหรูเซียนได้แต่มองบุรุษตรงหน้าด้วยสายตาตัดพ้อ นางคงเลวร้ายในสายตาของเขาจริง ๆ มิน่าที่ผ่านมาเขาไม่เคยชายตามองนางเลยสักครั้ง
นางยืนมองเขาอยู่ครู่หนึ่งก็เดินออกไปโดยไม่ได้เอ่ยอันใด และไม่คิดแก้ตัวใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะพูดไปเขาก็คงจะไม่ฟังอยู่ดี
เวยซานเซินมองสตรีที่เดินจากไปด้วยใบหน้ายากจะคาดเดา นางเป็นเช่นนี้เสมอทำผิดก็หนีกลับจวน ไม่กี่วันก็จะกลับมาสร้างความวุ่นวายให้เขาต่อ จนเขาชินชาไปเสียแล้ว
หากไม่สั่งสอนนางบ้างก็กลัวว่านางจะยิ่งนิสัยเสียมากกว่านี้ เขากลัวว่าวันหน้านางจะใช้ชีวิตลำบาก เพราะใช่ว่าคนอื่นจะรับนิสัยของนางได้
บทส่งท้ายหลังจากเรื่องของจูหลานจางและเย่จือม่านจบลง เวยซานเซินก็กลับไปอยู่ที่จวนของตนเอง เพราะตอนนี้หิมะก็หยุดตกแล้ว อยู่ที่จวนเหลียนต่อจะทำให้ดูไม่ดี“เซียนเอ๋อร์วันนี้ผ่านร้านขนมชื่อดัง จึงได้ซื้อมาฝากเจ้า” ตอนนี้เขาจะจัดการงานของตนเองให้เสร็จก่อนค่อยมาที่จวนตระกูลจิน แล้วอยู่กับนางจนฟ้ามืดจึงค่อยกลับจวนของตนเองความสัมพันธ์ของเขาและนางเป็นไปอย่างเรียบง่าย เขาไม่ได้เร่งรัดในความสัมพันธ์ อยู่เป็นความสบายใจให้กันและกัน“เหตุวันนี้ถึงได้มาเร็วนักเล่า” เหลียนหรูเซียนถามอย่างแปลกใจ ปกติเขาจะมาหลังมื้ออาหารเที่ยงตลอด“คิดถึงเซียนเอ๋อร์จึงได้มาเร็วหน่อย” เขายิ้มหน้าบาน ตอนนี้เขาไม่ได้เร่งรัดที่จะเอาสถานะกับนาง ขอเพียงได้อยู่ข้างกายของนางเช่นนี้ก็พอ แม้ว่านางไม่ตกลงแต่งงานกับเขา เขาก็จะอยู่กับนางเช่นนี้ตลอดไป“ท่านนี่ช่างพูดเสียจริง” เหลียนหรูเซียนยิ้มอย่างเขินอาย ช่วงนี้เขามักจะมาทำให้นางเขินอายอยู่เป็นประจำ และเรื่องแต่งงานเขาก็ไม่เคยพูดถึงอีกเลยตั้งแต่เกิดเรื่อง แต่เป็นเช่นนี้ก็ทำให้นางรู้สึกสบายใจขึ้นมาก ไม่ต้องมากดดันตัวเองหากถึงวันที่นางพร้อมที่จะแต่งงานกับเขาจริง ๆ นางจะเป็นคนบอกเข
หลังจากได้กินยาพักผ่อนอย่างเต็มที่เหลียนหรูเซียนก็อาการดีขึ้นมาก จึงได้กลับจวนของตนเอง ไม่รู้ว่าตอนนี้เรื่องราวเป็นอย่างไรบ้างและนางก็ยังไม่อยากรับรู้ตอนนี้ ขอให้อาการของนางดีขึ้นกว่านี้หน่อยก็แล้วกันระหว่างนั่งรถม้ากลับจวนก็พยายามคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น แม้ทุกอย่างจะเลือนรางแต่ก็พอจะจำได้บ้างว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น รู้สึกดีไม่น้อยที่เขาไม่ได้ทำตามที่นางร้องขอ เช่นนี้ก็แน่ชัดแล้วว่านางเลือกคนไม่ผิด เพราะหากเป็นบุรุษคนอื่นคงจะไม่พานางมารักษาทางการแพทย์เช่นนี้“เหตุใดเมื่อวานท่านไม่...” แม้จะอยากรู้ความคิดของเขาแต่ก็ไม่กล้าถามออกไปตรง ๆ เพราะคิดถึงเรื่องนั้นทีไรก็รู้สึกอายขึ้นมาทันที“ไม่ทำตามที่เจ้าต้องการน่ะหรือ” เขาได้แต่หัวเราะเบา ๆ เมื่อเห็นท่าทางเขินอายของนาง ท่าทางเช่นนี้ของนางก็ใช่ว่าจะเห็นกันได้ง่าย ๆ“จะ เจ้าค่ะ” หญิงสาวได้แต่ก้มหน้างุด อยากทุบเขาแรง ๆ ที่กล้าหัวเราะนางเช่นนี้ ก็นางถูกวางยาจึงได้แสดงท่าทางที่น่าขายหน้าเช่นนั้นออกมา“เพราะข้าไม่อยากทำลายศักดิ์ศรีของเจ้า งานแต่งครั้งนี้จะต้องถูกจัดขึ้นเพราะเจ้าพอใจที่จะแต่ง มิใช่บีบบังคับเพียงเพราะเกิดเรื่องพวกนั้นขึ้น” เขายื่นม
บทที่ 25เหลียนหรูเซียนที่หลับไปนานก็รู้สึกตัวในรุ่งเช้าของอีกวัน เมื่อสติกลับคืนมาครบถ้วนก็รีบสำรวจตัวเองทันที เพราะจำได้ว่าเมื่อวานถูกวางยาปลุกกำหนัด เมื่อเห็นว่าร่างกายยังปกติดีอยู่ก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก“ตื่นแล้วหรือ” เวยซานเซินที่ออกไปเตรียมยาเมื่อเดินกลับเข้ามาในห้องแล้วเห็นว่าคนตัวเล็กตื่นแล้วก็รีบเดินเข้ามาด้วยความเป็นห่วง “เป็นอย่างไรบ้าง ยังปวดหัวอีกหรือไม่”“ยังปวดอยู่นิดหน่อย” ตอนนี้นางยังปวดหัวอยู่หน่อย ๆ สมองตื้อคิดอ่านอันใดก็ชักช้าไปหมด“เช่นนั้นกินข้าวกินยาแล้วพักผ่อนต่ออีกหน่อย หรือว่าอยากจะกลับไปพักที่จวน” ที่โรงหมอนี้แม้จะไม่ใหญ่โตแต่ก็ไม่ได้สะดวกขนาดนั้น แต่ดีหน่อยที่นี่เป็นโรงหมอตระกูลเวยเขาจึงสั่งปิดเพื่อไม่ให้ผู้ใดเข้ามาวุ่นวาย“พักที่นี่อีกหน่อยก็ได้เจ้าค่ะ” ตอนนี้นางไม่มีแรงจะออกไปไหน แค่ลุกจากเตียงก็ไม่รู้ว่าจะทำได้หรือไม่เหลียนหรูเซียนกินข้าวกินยาเสร็จก็นอนต่อ ไม่คิดว่าฤทธิ์ยากำหนัดจะทำให้นางหมดแรงเช่นนี้ จูหลานจางผู้นั้นช่างสารเลวจริง ๆ ถึงขั้นกล้าใช้ยาสกปรกเช่นนี้“ตอนนี้ข่าวด้านนอกเป็นอย่างไรบ้าง” เวยซานเซินถามเฉิงชุนที่ยืนรอรายงาน อย่าคิดเลยว่าทำกับ
หลังจากเวยซานเซินออกไปซูซูก็รีบจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เจ้านายของตนเอง คุณหนูของนางช่างน่าสงสารยิ่งนัก ไม่น่าไปรู้จักคนสารเลวเช่นนั้นเลย เมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เจ้านายแล้วก็มานั่งเฝ้าไม่ห่าง ไม่ต่างจากเวยซานเซินที่เปลี่ยนเสื้อผ้าและต้มยาให้นางเรียบร้อยก็มานั่งเฝ้าด้วยความเป็นห่วงไม่ต่างกัน“นางเป็นอย่างไรบ้าง มีรู้สึกตัวขึ้นบ้างหรือยัง”“ยังเลยเจ้าค่ะ” ซูซูรู้สึกเป็นห่วงเจ้านายมาก แต่ว่านางก็ไม่สามารถทำอันใดได้จึงได้แต่นั่งเฝ้าอยู่ข้าง ๆ ไม่ห่าง“เจ้าไปพักผ่อนเถิด เดี๋ยวข้าดูแลนางต่อเอง” ตอนนี้ท้องฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนสีแล้ว “เจ้ากลับไปรออาหวงที่จวนเล่าเรื่องวันนี้ให้ฟังอย่างละเอียด”ตระกูลจูไม่ควรคบค้ากันอีกต่อไป และที่สำคัญผู้นำตระกูลจูสมควรรับรู้พฤติกรรมของบุตรชายตนเองว่าสารเลวมากเพียงใด“เจ้าค่ะ” แม้จะยังเป็นห่วงเจ้านายแต่ว่าให้เวยซานเซินดูแลเจ้านายของนางจะดีกว่า เพราะอีกฝ่ายเป็นหมอจะดูแลได้ดีกว่านางแน่นอนหลังจากที่ได้รู้เรื่องที่เกิดขึ้นเหลียนเฟิงหวงรีบอยากออกไปจากจวนตระกูลจูทันที แต่ก็ต้องข่มใจเอาไว้เพราะมีเรื่องสำคัญต้องที่ต้องจัดการต่อจากนี้เมื่อเห็นว่าเวลาผ่านไปสักพักเหลียนเฟิง
บทที่ 24“เรื่องนี้ให้เจ้าตัดสินใจ” เขาพอจะรู้แล้วว่าสองคนนี้ต้องการทำอันใด อยากเปลี่ยนข้าวสารเป็นข้าวสุก ทำให้เหลียนหรูเซียนปฏิเสธการแต่งงานไม่ได้เขาไม่เคยคิดเลยว่าเย่จือม่านจะเป็นคนที่เลวร้ายเช่นนี้ เสียดายที่ผ่านมาเขาเอ็นดูเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง แต่นางมาทำเช่นนี้กับสตรีที่เขารัก เขาคงจะปล่อยนางไปไม่ได้จริง ๆ“เช่นนั้นก็จัดการเถิด” อยากรู้ว่าหากสองคนนั้นได้แต่งงานกันจะเป็นเช่นไร “เรื่องนี้จะต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่ คนรู้มากเท่าใดยิ่งดี”“ตามที่เจ้าต้องการ” เขาให้องครักษ์ลับของตนเองมาพาตัวจูหลานจางออกไปที่เรือนรับรองด้านหน้า เพื่อไปอยู่ห้องเดียวกับเย่จือม่านเหลียนหรูเซียนจัดการเปลื้องผ้าของทั้งสองแล้วพาขึ้นไปนอนบนเตียงด้วยกัน เสร็จแล้วก็รีบหลบออกไปจากจวนอย่างรวดเร็ว เพราะตอนนี้ยาที่อยู่ในร่างกายเริ่มจะออกฤทธิ์แล้วเหมือนกันเวยซานเซินเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้คนสนิทฟังแล้วให้เข้าไปแจ้งเหลียนเฟิงหวงที่อยู่ด้านใน ให้จัดการตามแผนที่เขาวางเอาไว้ อย่างไรวันนี้คนก็ต้องเห็นเรื่องหน้าอายระหว่างเย่จือม่านและจูหลานจาง และเขาจะทำให้เรื่องนี้ดังไปทั่วเมืองหลวงคิดทำร้ายเขาเขาไม่ว่า แต่อย่ามาคิดทำร้า
“เรื่องนี้คงเป็นเรื่องเข้าใจผิด เชิญเข้าไปด้านในก่อนขอรับ” ในเมื่อทำอันใดไม่ได้จูหลานจางก็ทำได้เพียงเชิญทั้งสามเข้าไปด้านใน หากบิดาเขาไม่เห็นเหลียนเฟิงหวงและเวยซานเซินคงเป็นเรื่องใหญ่แน่ ที่ไม่ได้เชิญเวยซานเซินตั้งแต่แรกเพราะคิดว่าอย่างไรอีกฝ่ายก็ไม่มา พอตระกูลเหลียนมาแจ้งว่าเวยซานเซินจะมาก็รีบจัดแจงที่นั่งอย่างดี ผู้ใดจะไม่อยากตีสนิทกับตระกูลแพทย์เล่าเขาจึงได้ให้บ่าวรับใช้มาขวางเอาไว้ไม่ให้อีกฝ่ายเข้าไปเพราะเขาก็มีแผนการในใจเหมือนกัน แต่ก็ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ คิดว่าหากเป็นเช่นนี้แล้วเวยซานเซินจะยอมกลับไปง่าย ๆ ไม่คิดว่าพี่น้องตระกูลเหลียนจะกลับไปด้วยเวยซานเซินมองหน้าสหายแล้วพยักหน้าให้กันเบา ๆ เพราะคิดว่างานเลี้ยงครั้งนี้ต้องมีแผนการแน่นอน“เจ้าดูแลนางดี ๆ” เหลียนเฟิงหวงบอกกับสหายเสียงเบา ดีที่ครั้งนี้เวยซานเซินมาด้วยมิเช่นนั้นเขาก็คงไม่มีเรื่องให้เอะใจเช่นนี้“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง” เขาเข้าใจว่าอีกฝ่ายมีเรื่องการค้าต้องคุย ทว่าหากจะเป็นเรื่องดีจะดีกว่านี้หากไม่ต้องร่วมการค้ากันเลย เพราะแค่นี้ก็ดูแล้วว่าไม่มีความจริงใจให้กันจูหลานจางเดินนำทั้งสามไปด้วยสีหน้าที่ไม่สบอารม
ทางด้านเหลียนหรูเซียนก็เดินหาไฉ่หงที่มักจะออกมาต้อนรับนางเสมอยามที่นางมาที่จวน แต่วันนี้กลับยังไม่เห็นหน้าจึงได้ถามบ่าวรับใช้ที่กำลังดูแลสวนอยู่ จึงได้รู้ว่าตอนนี้ไฉ่หงถูกส่งไปอยู่ที่แผนกซักล้าง“ไฉ่หงเกิดเรื่องอันใดขึ้น” หญิงสาวถามอย่างเป็นห่วง ไม่คิดว่าเพียงไม่นานอีกฝ่ายจะตกต
เหลียนหรูเซียนไม่ได้พูดอันใดแต่มือน้อย ๆ ของนางกลับยกขึ้นลูบศีรษะของคนตัวโตอย่างอ่อนโยน นางแพ้แล้วจริง ๆ ไม่ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้งนางก็พ่ายแพ้ให้เขาตลอดคนที่ซบตักนุ่มอยู่เมื่อรู้สึกว่ามีนุ่มมาลูบหัวของตนเองก็ยิ้มออกมา ในที่สุดเขาก็สามารถทำให้นางใจอ่อนให้เขาได้แล้ว เขาผละออกจากตักอุ่นแล้
บทที่ 18เมื่อเข้ามาในเรือนของเหลียนหรูเซียน เวยซานเซินก็นั่งอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว สำรวจห้องที่ไม่เคยได้เข้ามา ก่อนจะเลื่อนสายตาไปมองคนที่ยืนหน้านิ่งอยู่ เห็นท่าทางเย่อหยิ่งของนางเช่นนี้ก็คิดอยากดึงเข้ามากอด“ว่ามาเถิดท่านต้องการอันใดถึงได้ทำเช่นนี้” คนตัวเล็กถามเสียงเรียบ พลางมองกดดันคนตรงหน้า ท
บทที่ 16เวยซานเซินทำตามที่ตัวเองพูดทุกอย่าง เพราะรุ่งเช้าวันถัดมาเขาก็มาโผล่หน้าที่จวนตระกูลเหลียนตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง ด้วยกลัวว่าหากมาช้ากว่านี้นางจะหนีหน้าเช่นเมื่อก่อน เพียงแค่ได้รู้ว่านางอยู่ในจวนก็พอแม้นางจะไม่ยอมออกมาพบหน้าเขา เขาก็มาทุกวันแม้หิมะจะตกหนักมากเพียงใดเพียงใดเขาก็จะยังดึงดันจะ







