LOGINบทที่ 4
เหลียนหรูเซียนนั่งเงียบอยู่บนรถม้า ตอนนี้รู้สึกทำตัวไม่ถูกยามที่จะต้องไปจวนตระกูลเวย ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นเมื่อต้องไปเจอหน้าชายในดวงใจอีกแล้ว มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ทั้งดีใจ น้อยใจ ใจหนึ่งก็อยากเจอหน้าของเขา อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากเจอ ความรู้สึกมันสะสมปนเปกันไปหมด
“คุณหนูถึงแล้วเจ้าค่ะ” เมื่อเห็นว่ารถม้าจอดนานแล้วเจ้านายยังไม่ยอมขยับตัว ซูซูจึงได้เรียกผู้เป็นเจ้านาย
“อืม” หญิงสาวที่ถูกเรียกก็สติกลับคืนมาหลังจากเหม่อลอยอยู่นาน นางทำใจอยู่นานจึงได้เดินเข้าไปในจวนตระกูลเวย
ส่วนซูซูก็มองตามเจ้านายไปด้วยความเป็นห่วง นางไม่ได้เข้าไปในจวนด้วยเพราะเจ้าของจวนไม่ชอบความวุ่นวาย เจ้านายของนางจึงไม่ได้ให้นางเข้าไปด้านในด้วย
เมื่อมาถึงห้องทำงานของเวยซานเซินก็เห็นว่าในห้องมีเพียงเย่จือม่านคนเดียว ส่วนเจ้าของห้องนั้นไม่รู้ว่าไปที่ใด แม้จะอยากหันหลังเดินออกไปเสียตอนนี้แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะเย่จือม่านหันมามองทางที่นางยืนอยู่พอดี
“คุณหนูเหลียนไม่มาเสียหลายวัน” เย่จือม่านยิ้มอย่างท้าทาย เพราะวันที่อีกฝ่ายเดินหนีออกไปเงียบ ๆ นางได้เห็นสีหน้าที่เจ็บปวดนั้นพอดี และนั่นก็คงเป็นสาเหตุที่ทำให้อีกฝ่ายหายหน้าไปหลายวัน
“แล้วคุณหนูรองเย่เล่า เหตุใดจึงมาที่นี่ทุกวันนัก” ในเมื่อเรื่องราวมาถึงตรงนี้แล้วก็คุยกันให้รู้เรื่องไปเสีย “ข้าไม่ต้องการให้เจ้ามายุ่งเกี่ยวกับพี่ซานเซินอีก”
“ฮ่า ๆๆ เจ้ามีสิทธิ์อันใดมาบอกไม่ให้ข้ายุ่งเกี่ยวกับพี่เซิน” เย่จือม่านหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่ได้ เป็นแค่น้องสาวของสหายมีสิทธิ์อันใดหรือ “ระหว่างเจ้ากับข้าดูเหมือนว่าข้าจะมีสิทธิ์พูดคำนั้นมากกว่าเจ้านะ”
“เจ้าก็แค่น้องสาวที่เติบโตมาด้วยกัน เอาไว้ให้ได้เป็นมากกว่านั้นค่อยมาบอกว่าข้ามีสิทธิ์หรือไม่มีสิทธิ์” เหลียนหรูเซียนตั้งใจจะเดินออกจากห้องไป เพราะเหนื่อยที่จะถกเถียงแล้ว พูดกันไปก็ไร้ประโยชน์ เพราะคนตัดสินทุกอย่างไม่ใช่พวกนางทั้งสอง
แต่คนที่อยู่ในห้องไม่ยอมพยายามยั่วยุให้อีกฝ่ายโมโห นางต้องทำให้เวยซานเซินเห็นท่าแท้ของสตรีร้ายกาจผู้นี้ให้ได้
“แล้วเจ้าเล่าอยู่ข้างกายพี่เซินมานานเพียงนี้เหตุใดเขาจึงไม่คิดสนใจเจ้าเลยสักนิด เจ้านี่น่าสงสารยิ่งนัก ไม่ว่าจะพยายามอย่างไรพี่เซินก็ไม่แม้แต่จะปรายตามองเจ้า” เย่จือม่านเดินไปหาคนที่ยืนนิ่งอย่างช้า ๆ “ต่อให้เจ้าพยายามอีกสิบปี เจ้าก็ไม่มีทางได้หัวใจของพี่เซินไปครอบครอง”
เหลียนหรูเซียนหายใจเข้าออกช้า ๆ เพื่อระงับโทสะที่พวยพุ่งในใจ ทุกอย่างที่เย่จือม่านพูดมานั้นล้วนเป็นจริงทุกประการ
“แล้วผู้ใดที่จะได้ใจพี่ซานเซิน เจ้าหรือ?” หญิงสาวหันไปมองคนที่พูดเมื่อครู่ด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง จะบอกว่าตนเองเหมาะสมที่จะได้ใจของเขาไปครอบครองหรือ
“ก็ควรจะเป็นเช่นนั้นมิใช่หรือ ข้ากลับมาได้ไม่กี่วันก็เรียกความสนใจจากพี่เซินได้ ต่างจากเจ้าที่พยายามอย่างมากก็ไม่ได้รับความสนใจ ข้าล่ะสมเพชเจ้าจริง ๆ” เย่จือม่านมองอีกฝ่ายด้วยสายตาดูแคลน ทำให้คนที่พยายามสงบสติอารมณ์อดทนไม่ไหว
“เจ้าอย่ามาพูดเหมือนว่าเป็นคนที่จะได้แต่งงานกับพี่ซานเซิน เพราะเขาไม่มีวันแต่งงานกับเจ้า” เหลียนหรูเซียนพูดเสียงแข็ง เพราะอีกฝ่ายพูดแทงใจดำนางยิ่งนัก จนนางแทบจะเก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่
“จะได้แต่งหรือไม่เจ้าก็รอดู เพียงแค่บิดาของข้าเอ่ยปากเรื่องแต่งงาน มีหรือที่พี่เซินจะไม่ทำตาม” เวยซานเซินนับถือบิดาของเย่จือม่านมาก หากนางออกปากขอบิดาจะต้องสำเร็จอย่างแน่นอน
“อย่างเจ้าก็เป็นได้แค่น้องสาวเท่านั้นแหละ” เหลียนหรูเซียนเดินเข้าไปใกล้อีกฝ่ายช้า ๆ นางไม่ใช่คนที่มีอดทนกับอันใดมากพอ หากยังหาเรื่องอยู่เช่นนี้นางก็จะไม่ทนอีกต่อไป
“ส่วนเจ้าก็เป็นได้แค่น้องสาวของสหายที่พี่เซินไม่คิดจะสนใจ” เย่จือม่านได้แต่ยิ้มอย่างยั่วยุ ตอนนี้เวยซานเซินจะกลับมาแล้ว นางจะต้องทำเช่นใดก็ได้ให้อีกฝ่ายเป็นถึงความร้ายกาจของเหลียนหรูเซียน
คนถูกยั่วยุมองหน้าของเย่จือม่านนิ่งแล้วกำลังจะหันหลังเดินออกไป ทว่าอีกฝ่ายกลับเข้าไปกระชากมือของนางอย่างแรง ทำให้เกือบเสียหลัก
“เจ้าทำอันใดของเจ้า!!” หญิงพูดด้วยความโมโห กล้าดีอย่างไรจึงมาทำเช่นนี้กับนาง เกิดมายังไม่เคยมีผู้ทำเช่นนี้กับนางมาก่อน
“ทำอันใดหรือ” เย่จือม่านทำหน้าตาใสซื่อต่างจากมือที่จับแขนของเหลียนหรูเซียนเอาไว้อย่างแรง นั่นก็ยิ่งเพิ่มความโมโหของนางมากขึ้นไปอีก
“ปล่อยข้า!” เหลียนหรูเซียนพยายามสะบัดมือของอีกฝ่ายให้หลุด แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สามารถทำให้หลุดได้
“อยากให้ข้าปล่อยก็พยายามหน่อยสิ” เย่จือม่านยิ้มหวาน พยายามยื้อยุดฉุดกระชากเหลียนหรูเซียนเอาไว้ ก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นเวยซานเซินที่กำลังเดินกลับมา
“เจ้ากล้านักนะที่ทำเช่นนี้กับข้า” เหลียนหรูเซียนสะบัดแขนออกอย่างแรง ทว่าคราวนี้กับสะบัดออกอย่างง่ายดาย ไม่เพียงเท่านั้นยังทำให้คนที่ถูกสะบัดออกล้มลงกับพื้นอย่างแรง ทำให้ข้าวของที่อยู่ใกล้ถูกกวาดล้มเสียหายไปจนหมด ไม่เว้นแม้กระทั่งสมุนไพรที่ถูกจัดเก็บไว้อย่างดี
“เกิดอันใดขึ้น!!”
เวยซานเซินเดินเข้ามาให้ห้องด้วยความรีบร้อน เขาเข้ามาเห็นตอนที่เหลียนหรูเซียนผลักเย่จือม่านล้มลงพอดี จึงทำให้เขาโมโหเป็นอย่างมาก เมื่อเข้าในห้องแล้วเห็นว่าห้องมันเละเทะไม่เหลือชิ้นดีก็ยิ่งทำให้โมโหมากขึ้นไปอีก
“พี่เซินช่วยด้วยเจ้าค่ะ” เย่จือม่านได้ทีก็เรียกร้องความสงสารจากเวยซานเซินทันที ขอเพียงแค่เขามองว่าเหลียนหรูเซียนเป็นสตรีร้ายกาจ ก็ไม่ต้องมีเรื่องอันใดให้กังวลใจ “อยู่ดี ๆ คุณหนูเหลียนก็เข้ามาผลักม่านเอ๋อร์ เพราะไม่อยากให้ม่านเอ๋อร์มายุ่งเกี่ยวกับท่าน”
บทส่งท้ายหลังจากเรื่องของจูหลานจางและเย่จือม่านจบลง เวยซานเซินก็กลับไปอยู่ที่จวนของตนเอง เพราะตอนนี้หิมะก็หยุดตกแล้ว อยู่ที่จวนเหลียนต่อจะทำให้ดูไม่ดี“เซียนเอ๋อร์วันนี้ผ่านร้านขนมชื่อดัง จึงได้ซื้อมาฝากเจ้า” ตอนนี้เขาจะจัดการงานของตนเองให้เสร็จก่อนค่อยมาที่จวนตระกูลจิน แล้วอยู่กับนางจนฟ้ามืดจึงค่อยกลับจวนของตนเองความสัมพันธ์ของเขาและนางเป็นไปอย่างเรียบง่าย เขาไม่ได้เร่งรัดในความสัมพันธ์ อยู่เป็นความสบายใจให้กันและกัน“เหตุวันนี้ถึงได้มาเร็วนักเล่า” เหลียนหรูเซียนถามอย่างแปลกใจ ปกติเขาจะมาหลังมื้ออาหารเที่ยงตลอด“คิดถึงเซียนเอ๋อร์จึงได้มาเร็วหน่อย” เขายิ้มหน้าบาน ตอนนี้เขาไม่ได้เร่งรัดที่จะเอาสถานะกับนาง ขอเพียงได้อยู่ข้างกายของนางเช่นนี้ก็พอ แม้ว่านางไม่ตกลงแต่งงานกับเขา เขาก็จะอยู่กับนางเช่นนี้ตลอดไป“ท่านนี่ช่างพูดเสียจริง” เหลียนหรูเซียนยิ้มอย่างเขินอาย ช่วงนี้เขามักจะมาทำให้นางเขินอายอยู่เป็นประจำ และเรื่องแต่งงานเขาก็ไม่เคยพูดถึงอีกเลยตั้งแต่เกิดเรื่อง แต่เป็นเช่นนี้ก็ทำให้นางรู้สึกสบายใจขึ้นมาก ไม่ต้องมากดดันตัวเองหากถึงวันที่นางพร้อมที่จะแต่งงานกับเขาจริง ๆ นางจะเป็นคนบอกเข
หลังจากได้กินยาพักผ่อนอย่างเต็มที่เหลียนหรูเซียนก็อาการดีขึ้นมาก จึงได้กลับจวนของตนเอง ไม่รู้ว่าตอนนี้เรื่องราวเป็นอย่างไรบ้างและนางก็ยังไม่อยากรับรู้ตอนนี้ ขอให้อาการของนางดีขึ้นกว่านี้หน่อยก็แล้วกันระหว่างนั่งรถม้ากลับจวนก็พยายามคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น แม้ทุกอย่างจะเลือนรางแต่ก็พอจะจำได้บ้างว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น รู้สึกดีไม่น้อยที่เขาไม่ได้ทำตามที่นางร้องขอ เช่นนี้ก็แน่ชัดแล้วว่านางเลือกคนไม่ผิด เพราะหากเป็นบุรุษคนอื่นคงจะไม่พานางมารักษาทางการแพทย์เช่นนี้“เหตุใดเมื่อวานท่านไม่...” แม้จะอยากรู้ความคิดของเขาแต่ก็ไม่กล้าถามออกไปตรง ๆ เพราะคิดถึงเรื่องนั้นทีไรก็รู้สึกอายขึ้นมาทันที“ไม่ทำตามที่เจ้าต้องการน่ะหรือ” เขาได้แต่หัวเราะเบา ๆ เมื่อเห็นท่าทางเขินอายของนาง ท่าทางเช่นนี้ของนางก็ใช่ว่าจะเห็นกันได้ง่าย ๆ“จะ เจ้าค่ะ” หญิงสาวได้แต่ก้มหน้างุด อยากทุบเขาแรง ๆ ที่กล้าหัวเราะนางเช่นนี้ ก็นางถูกวางยาจึงได้แสดงท่าทางที่น่าขายหน้าเช่นนั้นออกมา“เพราะข้าไม่อยากทำลายศักดิ์ศรีของเจ้า งานแต่งครั้งนี้จะต้องถูกจัดขึ้นเพราะเจ้าพอใจที่จะแต่ง มิใช่บีบบังคับเพียงเพราะเกิดเรื่องพวกนั้นขึ้น” เขายื่นม
บทที่ 25เหลียนหรูเซียนที่หลับไปนานก็รู้สึกตัวในรุ่งเช้าของอีกวัน เมื่อสติกลับคืนมาครบถ้วนก็รีบสำรวจตัวเองทันที เพราะจำได้ว่าเมื่อวานถูกวางยาปลุกกำหนัด เมื่อเห็นว่าร่างกายยังปกติดีอยู่ก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก“ตื่นแล้วหรือ” เวยซานเซินที่ออกไปเตรียมยาเมื่อเดินกลับเข้ามาในห้องแล้วเห็นว่าคนตัวเล็กตื่นแล้วก็รีบเดินเข้ามาด้วยความเป็นห่วง “เป็นอย่างไรบ้าง ยังปวดหัวอีกหรือไม่”“ยังปวดอยู่นิดหน่อย” ตอนนี้นางยังปวดหัวอยู่หน่อย ๆ สมองตื้อคิดอ่านอันใดก็ชักช้าไปหมด“เช่นนั้นกินข้าวกินยาแล้วพักผ่อนต่ออีกหน่อย หรือว่าอยากจะกลับไปพักที่จวน” ที่โรงหมอนี้แม้จะไม่ใหญ่โตแต่ก็ไม่ได้สะดวกขนาดนั้น แต่ดีหน่อยที่นี่เป็นโรงหมอตระกูลเวยเขาจึงสั่งปิดเพื่อไม่ให้ผู้ใดเข้ามาวุ่นวาย“พักที่นี่อีกหน่อยก็ได้เจ้าค่ะ” ตอนนี้นางไม่มีแรงจะออกไปไหน แค่ลุกจากเตียงก็ไม่รู้ว่าจะทำได้หรือไม่เหลียนหรูเซียนกินข้าวกินยาเสร็จก็นอนต่อ ไม่คิดว่าฤทธิ์ยากำหนัดจะทำให้นางหมดแรงเช่นนี้ จูหลานจางผู้นั้นช่างสารเลวจริง ๆ ถึงขั้นกล้าใช้ยาสกปรกเช่นนี้“ตอนนี้ข่าวด้านนอกเป็นอย่างไรบ้าง” เวยซานเซินถามเฉิงชุนที่ยืนรอรายงาน อย่าคิดเลยว่าทำกับ
หลังจากเวยซานเซินออกไปซูซูก็รีบจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เจ้านายของตนเอง คุณหนูของนางช่างน่าสงสารยิ่งนัก ไม่น่าไปรู้จักคนสารเลวเช่นนั้นเลย เมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เจ้านายแล้วก็มานั่งเฝ้าไม่ห่าง ไม่ต่างจากเวยซานเซินที่เปลี่ยนเสื้อผ้าและต้มยาให้นางเรียบร้อยก็มานั่งเฝ้าด้วยความเป็นห่วงไม่ต่างกัน“นางเป็นอย่างไรบ้าง มีรู้สึกตัวขึ้นบ้างหรือยัง”“ยังเลยเจ้าค่ะ” ซูซูรู้สึกเป็นห่วงเจ้านายมาก แต่ว่านางก็ไม่สามารถทำอันใดได้จึงได้แต่นั่งเฝ้าอยู่ข้าง ๆ ไม่ห่าง“เจ้าไปพักผ่อนเถิด เดี๋ยวข้าดูแลนางต่อเอง” ตอนนี้ท้องฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนสีแล้ว “เจ้ากลับไปรออาหวงที่จวนเล่าเรื่องวันนี้ให้ฟังอย่างละเอียด”ตระกูลจูไม่ควรคบค้ากันอีกต่อไป และที่สำคัญผู้นำตระกูลจูสมควรรับรู้พฤติกรรมของบุตรชายตนเองว่าสารเลวมากเพียงใด“เจ้าค่ะ” แม้จะยังเป็นห่วงเจ้านายแต่ว่าให้เวยซานเซินดูแลเจ้านายของนางจะดีกว่า เพราะอีกฝ่ายเป็นหมอจะดูแลได้ดีกว่านางแน่นอนหลังจากที่ได้รู้เรื่องที่เกิดขึ้นเหลียนเฟิงหวงรีบอยากออกไปจากจวนตระกูลจูทันที แต่ก็ต้องข่มใจเอาไว้เพราะมีเรื่องสำคัญต้องที่ต้องจัดการต่อจากนี้เมื่อเห็นว่าเวลาผ่านไปสักพักเหลียนเฟิง
บทที่ 24“เรื่องนี้ให้เจ้าตัดสินใจ” เขาพอจะรู้แล้วว่าสองคนนี้ต้องการทำอันใด อยากเปลี่ยนข้าวสารเป็นข้าวสุก ทำให้เหลียนหรูเซียนปฏิเสธการแต่งงานไม่ได้เขาไม่เคยคิดเลยว่าเย่จือม่านจะเป็นคนที่เลวร้ายเช่นนี้ เสียดายที่ผ่านมาเขาเอ็นดูเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง แต่นางมาทำเช่นนี้กับสตรีที่เขารัก เขาคงจะปล่อยนางไปไม่ได้จริง ๆ“เช่นนั้นก็จัดการเถิด” อยากรู้ว่าหากสองคนนั้นได้แต่งงานกันจะเป็นเช่นไร “เรื่องนี้จะต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่ คนรู้มากเท่าใดยิ่งดี”“ตามที่เจ้าต้องการ” เขาให้องครักษ์ลับของตนเองมาพาตัวจูหลานจางออกไปที่เรือนรับรองด้านหน้า เพื่อไปอยู่ห้องเดียวกับเย่จือม่านเหลียนหรูเซียนจัดการเปลื้องผ้าของทั้งสองแล้วพาขึ้นไปนอนบนเตียงด้วยกัน เสร็จแล้วก็รีบหลบออกไปจากจวนอย่างรวดเร็ว เพราะตอนนี้ยาที่อยู่ในร่างกายเริ่มจะออกฤทธิ์แล้วเหมือนกันเวยซานเซินเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้คนสนิทฟังแล้วให้เข้าไปแจ้งเหลียนเฟิงหวงที่อยู่ด้านใน ให้จัดการตามแผนที่เขาวางเอาไว้ อย่างไรวันนี้คนก็ต้องเห็นเรื่องหน้าอายระหว่างเย่จือม่านและจูหลานจาง และเขาจะทำให้เรื่องนี้ดังไปทั่วเมืองหลวงคิดทำร้ายเขาเขาไม่ว่า แต่อย่ามาคิดทำร้า
“เรื่องนี้คงเป็นเรื่องเข้าใจผิด เชิญเข้าไปด้านในก่อนขอรับ” ในเมื่อทำอันใดไม่ได้จูหลานจางก็ทำได้เพียงเชิญทั้งสามเข้าไปด้านใน หากบิดาเขาไม่เห็นเหลียนเฟิงหวงและเวยซานเซินคงเป็นเรื่องใหญ่แน่ ที่ไม่ได้เชิญเวยซานเซินตั้งแต่แรกเพราะคิดว่าอย่างไรอีกฝ่ายก็ไม่มา พอตระกูลเหลียนมาแจ้งว่าเวยซานเซินจะมาก็รีบจัดแจงที่นั่งอย่างดี ผู้ใดจะไม่อยากตีสนิทกับตระกูลแพทย์เล่าเขาจึงได้ให้บ่าวรับใช้มาขวางเอาไว้ไม่ให้อีกฝ่ายเข้าไปเพราะเขาก็มีแผนการในใจเหมือนกัน แต่ก็ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ คิดว่าหากเป็นเช่นนี้แล้วเวยซานเซินจะยอมกลับไปง่าย ๆ ไม่คิดว่าพี่น้องตระกูลเหลียนจะกลับไปด้วยเวยซานเซินมองหน้าสหายแล้วพยักหน้าให้กันเบา ๆ เพราะคิดว่างานเลี้ยงครั้งนี้ต้องมีแผนการแน่นอน“เจ้าดูแลนางดี ๆ” เหลียนเฟิงหวงบอกกับสหายเสียงเบา ดีที่ครั้งนี้เวยซานเซินมาด้วยมิเช่นนั้นเขาก็คงไม่มีเรื่องให้เอะใจเช่นนี้“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง” เขาเข้าใจว่าอีกฝ่ายมีเรื่องการค้าต้องคุย ทว่าหากจะเป็นเรื่องดีจะดีกว่านี้หากไม่ต้องร่วมการค้ากันเลย เพราะแค่นี้ก็ดูแล้วว่าไม่มีความจริงใจให้กันจูหลานจางเดินนำทั้งสามไปด้วยสีหน้าที่ไม่สบอารม
ทางด้านเหลียนหรูเซียนก็เดินหาไฉ่หงที่มักจะออกมาต้อนรับนางเสมอยามที่นางมาที่จวน แต่วันนี้กลับยังไม่เห็นหน้าจึงได้ถามบ่าวรับใช้ที่กำลังดูแลสวนอยู่ จึงได้รู้ว่าตอนนี้ไฉ่หงถูกส่งไปอยู่ที่แผนกซักล้าง“ไฉ่หงเกิดเรื่องอันใดขึ้น” หญิงสาวถามอย่างเป็นห่วง ไม่คิดว่าเพียงไม่นานอีกฝ่ายจะตกต
เหลียนหรูเซียนไม่ได้พูดอันใดแต่มือน้อย ๆ ของนางกลับยกขึ้นลูบศีรษะของคนตัวโตอย่างอ่อนโยน นางแพ้แล้วจริง ๆ ไม่ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้งนางก็พ่ายแพ้ให้เขาตลอดคนที่ซบตักนุ่มอยู่เมื่อรู้สึกว่ามีนุ่มมาลูบหัวของตนเองก็ยิ้มออกมา ในที่สุดเขาก็สามารถทำให้นางใจอ่อนให้เขาได้แล้ว เขาผละออกจากตักอุ่นแล้
บทที่ 18เมื่อเข้ามาในเรือนของเหลียนหรูเซียน เวยซานเซินก็นั่งอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว สำรวจห้องที่ไม่เคยได้เข้ามา ก่อนจะเลื่อนสายตาไปมองคนที่ยืนหน้านิ่งอยู่ เห็นท่าทางเย่อหยิ่งของนางเช่นนี้ก็คิดอยากดึงเข้ามากอด“ว่ามาเถิดท่านต้องการอันใดถึงได้ทำเช่นนี้” คนตัวเล็กถามเสียงเรียบ พลางมองกดดันคนตรงหน้า ท
บทที่ 16เวยซานเซินทำตามที่ตัวเองพูดทุกอย่าง เพราะรุ่งเช้าวันถัดมาเขาก็มาโผล่หน้าที่จวนตระกูลเหลียนตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง ด้วยกลัวว่าหากมาช้ากว่านี้นางจะหนีหน้าเช่นเมื่อก่อน เพียงแค่ได้รู้ว่านางอยู่ในจวนก็พอแม้นางจะไม่ยอมออกมาพบหน้าเขา เขาก็มาทุกวันแม้หิมะจะตกหนักมากเพียงใดเพียงใดเขาก็จะยังดึงดันจะ







