مشاركة

บทที่ 6

last update تاريخ النشر: 2026-07-17 00:11:17

6

          หลังจากจื่อหยวนกลับมาที่เรือนก็ได้เล่าเรื่องที่ชาวบ้านพูดคุยกันให้หนิงอันได้ฟัง ดูเหมือนว่านางจะไม่สนใจเรื่องนี้เลยสักนิดเดียว ตอนนี้นางให้ความสนใจอาหารที่กำลังทำอยู่

          พอชำเลืองดูก็พบว่าในตะแกรงบนเตาไฟโบราณมีเนื้ออะไรบางอย่างถูกตะแกรงหนีบเอาไว้ มันไม่ใช่ปลาที่จับเอาไว้เมื่อยามเช้าอย่างแน่นอน

          “หนิงอัน เจ้าทำกบย่างเหลือเป็นด้วยหรือ”

          “เป็นสิ เรื่องอาหารน่ะไว้ใจข้าคนนี้ได้เลย”

          นางพูดด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุข

          จื่อหยวนถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย เขาไม่คิดว่าลูกสาวตระกูลขุนนางอันมีชื่อเสียงมีความสามารถในการทำกบย่างเกลือด้วย ทำให้มุมมองของจื่อหยวนที่มีต่อขุนนางเปลี่ยนไปทันที

          เพียงแค่เฉพาะกับหนิงอันเท่านั้นนะ

          “จื่อหยวน ทำไมเจ้ากลับมาช้าจัง”

          “ข้าบอกเจ้าไปแล้ว ว่าข้าน่ะบังเอิญไปได้ยินเรื่องที่ชาวบ้านเขาคุยกันเรื่องงานหมั้นของเจ้า

แล้วก็เดินไปร้านขายรถม้าด้วย”

          “งั้นหรือ ทั้งที่ร่างกายของข้าไม่ได้สติ ยังจะเลื่อนงานหมั้นไปอีก น่าจะยกเลิกไปซะยังจะดี

เสียกว่า”

          “ฟังจากที่เจ้าพูดแล้ว ขุนนางที่อยากได้เจ้าเป็นคู่ครอง เขาเป็นคนไม่ดีขนาดนั้นเลยหรือ”

          “ไม่ใช่ ท่านจินเยว่น่ะเป็นคนที่ดีมากและซื่อสัตย์”

          “ถ้าเขาดีขนาดนั้นแล้วทำไมเจ้าถึงไม่อยากหมั้นกับเขา”

          “ก็ข้าไม่ได้รักเขานี่นา เอาเถิดน่า เรื่องนั้นมันจะเป็นอย่างไรก็ช่าง แล้วเจ้าไปดูรถม้ามันเป็นอย่างไรบ้าง เจ้าได้ซื้อแล้วหรือยัง”

          “ข้ายังไม่ได้ซื้อ ข้าก็แค่ไปดูเผื่อเอาไว้ว่าในอนาคตมันจำเป็นต้องซื้อเอาไว้ใช้งาน”

          เมื่อจื่อหยวนพูดจบ หนิงอันก็หันไปสนใจกบย่างเกลือ

          กลิ่นหอมของกบย่างเกลือที่ยัดไส้สมุนไพรนั้นทำให้รู้สึกสดชื่นสบายสมูก หากได้กินเนื้อกบที่ย่างกำลังดีคงจะได้รับสรรพคุณประโยชน์หลายชนิด

เป็นแน่

          กบย่างเกลือไหม้เกรียมส่งกลิ่นฟุ้งกระจายไปทั่วนี้ถูกคีบออกมาจากตะแกรงแล้วนำมาใส่ไว้ในจานก่อนส่งมันให้กับจื่อหยวน

          “กบย่างเกลือเสร็จเรียบร้อย”

          “นี่น่ะหรือ กบย่างเกลือของเจ้า”

          เพื่อความแน่ใจ จื่อหยวนจึงตรวจเช็คเนื้อกบว่าสุกดีพอจะกินได้หรือไม่

          ทั้งหนังและเนื้อสุกกำลังดี สามารถกินอย่างเอร็ดอร่อยได้

          “แค่นี้ก็น่าจะพอแล้ว เดี๋ยวเอาเข้าไปกินข้างในเรือนกัน”

          ทั้งสองเข้าไปในเรือนเพื่อกินข้าวกันเหมือนอย่างเคย

          ต่อจากนี้เป็นต้นไป ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็สามารถช่วยเหลือกันได้ตลอดเวลา ตราบใดที่ยังคงอยู่ด้วยกันและใช้ชีวิตร่วมกันในฐานะเพื่อนคนสำคัญที่ไม่อาจแยกจากกันได้ แม้ว่าสถานะของทั้งสองจะแตกต่างกันก็เถิด

          .

          .

          .

          ณ จวนตระกูลขุนนาง

          ในห้องสี่เหลี่ยมของต้นแบบจีนโบราณมันถูกตกแต่งไปด้วยความสวยงามตระการตาราวกับว่ามันเป็นห้องจัดนิทรรศการที่หาชมได้ยาก แล้วภายในห้องยังมีสิ่งของเครื่องใช้มีมูลค่าวางอยู่ตามมุมห้องอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย มันถูกเช็ดทำความสะอาดโดยคนรับใช้เป็นประจำทุกวันเพื่อปราศจากฝุ่นละอองและสิ่งสกปรก แล้วเหตุผลที่ต้องทำความสะอาดทุกวันไม่ใช่เพียงเพราะของเครื่องใช้พวกนี้

          ใช่แล้ว มันคือร่างไร้วิญญาณของหนิงอันที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงอย่างดีภายในห้องแห่งนี้

มีเวรยามคอยเฝ้าตลอดชั่วยาม มีคนรับใช้คอยเปลี่ยนเสื้อผ้าเช็ดตัวและป้อนข้าวป้อนน้ำให้

ทว่าร่างกายของนางยังคงตอบสนองต่ออาหารที่คนรับใช้ป้อนให้กิน

          สภาพร่างไร้วิญญาณของหนิงอันไม่แตกต่างกับตุ๊กตาไร้ชีวิตที่อยู่ไปโดยไม่มีจุดหมายปลายทาง ถึงกระนั้นท่านพ่อและท่านแม่นางก็ไม่ยอมตัดใจที่จะช่วยเหลือให้ถึงที่สุด แล้วเพื่อที่จะช่วยลูกสาวให้ฟื้นขึ้นมาก็ได้ให้หมอที่เก่งที่สุดมาดูอาการของลูกสาวว่าเป็นอย่างไร

          หมอแก่มากประสบการณ์ตรวจดูร่างกายอย่างละเอียด

          “แปลกมาก”

          “ลูกสาวข้าเป็นอย่างไร”

          “ลูกสาวของพวกท่านไม่ได้ป่วยแต่อย่างใด อวัยวะภายในและภายนอกเป็นปกติดีสมบูรณ์ เพียงแต่ไม่ได้สติกลับคืนมา มันเป็นเรื่องที่แปลกอย่างยิ่ง ข้าที่รักษาคนมานับครั้งไม่ถ้วนบอกตามตรงว่าไม่เคยเห็นอย่างนี้มาก่อนในชีวิต”

          ใบหน้าของหมอแก่บอกเป็นนัยว่าทำได้เพียงแค่ทำใจยอมรับมันเท่านั้น

          คนเป็นพ่อเป็นแม่ถึงกลับต้องหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความโศกเศร้า ถึงกระนั้นคนเป็นหมอก็ไม่สามารถให้คำตอบหรืออธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ได้ แม้แต่หมอรักษาคนป่วยชื่อดังยังไม่สามารถทำให้

หนิงอันฟื้นขึ้นมามีชีวิตอีกครั้งได้ แล้วต่อจากนี้จะพึ่งพาผู้ใดกันหนอ

          หลังจากที่หมอคนดังกลับไป ท่านพ่อและท่านแม่ของหนิงอันยังคงยืนดูร่างไร้วิญญาณของลูกสาวตนเองด้วยน้ำตาแห่งความเศร้าหมอง

          “พวกเราจะทำอย่างไรกันดีพ่อ เป็นเพราะพวกเราบังคับให้ลูกหนิงหมั้นหมายแท้ๆ”

          “อย่าได้โทษตัวเองเลยแม่ ที่พวกเราทำก็เพื่อให้ลูกสาวของเรามีความสุขนะ”

          ความหวังของคนเป็นพ่อเป็นแม่ก็อยากให้ลูกของตนเองมีชีวิตที่มีความสุขและไม่ต้องลำบาก

มันเป็นสิ่งสวยงามเพื่อส่งต่อให้ลูกมีความสุข

ทว่าพวกเขากลับไม่เคยถามถึงความรู้สึกของลูกสาวตนเองเลยสักครั้ง พวกเขาไม่เข้าใจความรู้สึกของลูกตนเอง เอาแต่เรื่องของตนเองเป็นหลัก เพราะเหตุนี้แหละทำให้มันเกิดเรื่องนี้ขึ้นมา

          “ไม่ต้องห่วงนะแม่ เดี๋ยวพ่อจะหาวิธีทำให้ลูกหนิงของเราฟื้นขึ้นมาให้ได้”

          …

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • วิญญาณของข้ามอบให้เจ้าแต่เพียงผู้เดียว   บทที่ 17 จบ

    17 หลังจากปลอมตัวได้สำเร็จที่เหลือก็รอโอกาสเพื่อที่จะเข้าไปข้างในจวน แต่ก่อนหน้านั้นจะต้องจัดการทหารยามอีกนายเสียก่อน ทหารยามเห็นว่ารุ่นน้องของตนเองออกมาช้าผิดปกติของจึงเดินไปดูว่ากำลังทำอะไร เล่นกับแมวอยู่หรือเปล่า “มัวทำอะไรอยู่ ช้าจริง” “…” ไม่มีเสียงตอบรับจากพรรคพวกของตนเอง จะมีก็แต่เสียงแมวทิพย์ ด้วยความโมโหจึงเดินเข้าไปยังต้นไม้ใหญ่ดูรุ่นน้องตัวเองทำไมถึงไม่ออกมา “ให้ตายเถอะ ออกมาได้แล้ว” ทันใดนั้นทหารรุ่นพี่ก็ถูกลากเข้าไปหลังต้นไม้ ปิดปากให้สนิทก่อนจะเตะต่อยให้สลบเหมือด ทำให้เส้นทางเข้าไปยัง

  • วิญญาณของข้ามอบให้เจ้าแต่เพียงผู้เดียว   บทที่ 16

    16 หนิงอันที่อยู่ในเหตุการณ์ก็ได้แต่ฟังไม่สามารถพูดอะไรออกไปได้ ไม่ว่าจะพูดยังไงพวกเขาก็ไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น การเป็นวิญญาณมันไม่ได้สะดวกอย่างที่คิด (ท่านจินเยว่ก็คงจะเหมือนกับเรา) จินเยว่เป็นขุนนางที่มีความซื่อสัตย์ มีคุณธรรม หากหญิงใดได้เป็นสามีคงจะมีชีวิตที่สุขสบายเป็นแน่ แต่หากคนที่ไม่ได้รักต่อให้รักปานจะกลืนกินก็คงไม่รักอยู่ดี พอได้เห็นพ่อแม่ของตนเองไม่สามารถตอบคำถามได้ ทำให้พวกเขาเริ่มเข้าใจลูกสาวตนเองขึ้นมาบ้าง แล้วคงจะกำลังโทษตัวเองอยู่ก็ได้ว่าเป็นเพราะพวกเขาเองนั่นแหละที่ทำให้หนิงอันกลายเป็นเช่นนี้ “ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะยกเลิกการหมั้นหมายกับนาง ส่วนเรื่องที่เหลือข้าจะจัดการเอง อย่างน้อยพวกท่านก็ไม่ต้องเสียชื่อเสียง”&n

  • วิญญาณของข้ามอบให้เจ้าแต่เพียงผู้เดียว   บทที่ 15

    15 จินเยว่ไม่เชื่อว่าจื่อหยวนพูดความจริง นั่นก็เพราะจื่อหยวนเล่นหลบสายตาจินเยว่ขณะที่ถูกถามอยู่ แต่จินเยว่ก็ไม่ได้ถามอะไรมากมาย พอรู้ว่าอีกฝ่ายไม่คิดจะพูดความจริงจินเยว่ทำได้เพียงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างช่วยไม่ได้ “เข้าใจแล้ว บอกตามตรงว่าข้าน่ะไม่เชื่อที่เจ้าพูดหรอกนะ วาดภาพเหมือนของเจ้าน่ะมันดันไปเหมือนกับคู่หมั้นของข้าน่ะสิ” “หมายถึงลูกสาวของขุนนางเมืองแคว้นหนานท่านหนิงอันใช่ไหมครับ” “ตามที่เจ้าว่ามานั่นแหละ” “…” จื่อหยวนในตอนนี้ไม่กล้าเผชิญหน้ากับจินเยว่ขุนนางผู้มีชื่อเสียงและจื่อ

  • วิญญาณของข้ามอบให้เจ้าแต่เพียงผู้เดียว   บทที่ 14

    14 ยามอู่ นี่ไม่ใช่งานชุมนุมหรืออะไรทั้งนั้นที่ต้องแสดงความยินดีเหมือนกับเทศกาล แต่มันเป็นเรื่องเหนือความเป็นจริงที่ต้องใช้ความเชื่อเข้ามาช่วยเหลือ ไม่อย่างนั้น ก็ไม่มีวิธีอื่นอีกแล้ว “เอาล่ะ ได้เวลาแล้ว” ผู้มีวิชาอาคมได้กล่าวก่อนทำบางอย่างที่พื้น เขาเขียนอักขระตัวหนังสืออ่านไม่ออกล้อมรอบร่างไร้วิญญาณของหนิงอันที่ไม่รู้สึกตัว อักขระตัวอักษรถูกวาดขนาดออกไปจนเต็มห้องไปหมดทำให้ภายในห้องมีความรู้สึกที่ขนลุกอย่างบอกไม่ถูก พอวาดเสร็จเข้าก็ใช้ร่ายวิชาบางอย่างเหมือนเป็นการโชว์แสดง การร่ายวิชาของเขาในตอนนี้มีออร่าหลุดลอยออกมาจากร่างกายของเขาแล้วรวมเข้ากับฝ่ามือ เมื่อได้รวบรวมออร่าเข้ามาฝ่ามือจนหมดเขาก็ใช้ฝ่ามือไปแตะที่หน้าผากร่างไร้วิญญาณด้วยแรงที่พอจะทำให้คนหนึ่งคนกระเด็นถอยหลังออกไปได้เลย&nbs

  • วิญญาณของข้ามอบให้เจ้าแต่เพียงผู้เดียว   บทที่ 13

    13 ความรู้สึกของหนิงอันเหมือนถูกสะกดเอาไว้ไม่ให้พูดสิ่งใดออกมา ทำได้เพียงพูดออกมาในใจเพื่อไม่ให้ความรู้สึกนี้อัดอั้นเอาไว้ แล้วหากปล่อยไว้นานมันอาจจะทำให้นางกลั้นเอาไว้ไม่อยู่เป็นแน่ (จื่อหยวน บอกรักข้าหรือ ทำไมกันล่ะ นี่เขาไม่ได้ล้อเล่นกับข้านะ) สายตาของทั้งคู่จับจ้องกันเป็นมันวาวราวกับดวงดาวระยิบระยับสวยงามในช่วงยามดึก ทั้งสองไม่สามารถละสายตาออกจากกันได้ “จื่อหยวน ข้าขอถามอีกครั้งหนึ่งนะ เจ้าบอกรักข้าใช่หรือไม่” “ใช่ ข้าบอกรักเจ้า” คราวนี้ฟังไม่ผิดอย่างแน่นอน นี่เป็นการสารภาพรักครั้งแรกในชีวิตของจื่อหยวน การส

  • วิญญาณของข้ามอบให้เจ้าแต่เพียงผู้เดียว   บทที่ 12

    12 “ที่พูดออกมามันเป็นความรู้สึกของข้า ข้าจะวาดภาพเหมือนก็ต่อเมื่อข้ารักเขาคนนั้นแล้วเขาก็ต้องเป็นคนที่รักข้าด้วยเช่นกัน หนิงอัน” “…” ในตอนนี้ไม่ว่าจื่อหยวนจะพูดอย่างไรออกไปก็ไม่เข้าโสตประสาทของหนิงอัน (ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ ทำไมเราถึงรู้สึกเจ็บปวดที่กลางอก) หากอยู่ต่อไปด้วยความรู้สึกเจ็บปวดคงทำให้บ้าเป็นแน่ หนิงอันจึงผลักประตูออกจากเรือนไปทั้งอย่างนั้น ทำให้จื่อหยวนสงสัยแล้วเรียกนางเอาไว้ ทว่านางกลับหายไปแล้ว “เป็นอะไรของเจ้ากันนะ ข้ายังพูดไม่จบเลย” หนิงอันล่องลอยขึ้นสู่บนท้องฟ้าที่สูงด้วยความเร็วย

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status