Home / วาย / วิปลาสสีทมิฬ / 6 ถ้ายอมจะต้องเป็นแม่พันธุ์….แลกทุกอย่าง

Share

6 ถ้ายอมจะต้องเป็นแม่พันธุ์….แลกทุกอย่าง

last update publish date: 2026-08-05 18:32:37

“คิดให้ดีนะ อีรอส”

อีรอสกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นตามหลังมือ ร่างสูงยืนนิ่งอยู่หน้าประตูบานใหญ่

ทั้งที่อีกเพียงก้าวเดียวก็จะเดินออกไปจากห้องรับรองแห่งนี้ได้แล้ว แต่ขากลับหนักอึ้งราวกับถูกโซ่ตรวนมองไม่เห็นฉุดรั้งเอาไว้

ภายในห้องเงียบสนิทเงียบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจของตัวเอง

เขากัดฟันแน่น พยายามบังคับให้ตัวเองเดินต่อ ไม่หันกลับไปมอง ไม่สนใจปีศาจที่นั่งอยู่ด้านหลัง แต่แล้วเสียงทุ้มต่ำของอลาสเตอร์ก็ดังขึ้น

“จะไปแล้วงั้นเหรอ” น้ำเสียงนั้นไม่ได้ดัง ไม่ได้ตวาดแต่กลับทำให้หัวใจของอีรอสกระตุกวูบ

ฝ่าเท้าที่กำลังจะก้าวออกไปชะงักค้างอยู่กลางอากาศ อลาสเตอร์ลุกขึ้นจากโซฟาอย่างเชื่องช้า

ราวกับมั่นใจอยู่แล้วว่าเหยื่อของตนไม่มีทางหนีรอดไปได้เสียงรองเท้าหนังดังสะท้อนบนพื้นหินอ่อนทีละก้าว

ตึก...

ตึก...

ตึก...

ยิ่งใกล้เข้ามา อีรอสก็ยิ่งรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากร่างสูงด้านหลัง ก่อนที่เงาทมิฬจะทอดทับลงมาบนตัวเขาจนมิด

อลาสเตอร์หยุดยืนประชิดแผ่นหลัง ใกล้เสียจนลมหายใจเย็นเฉียบเป่ารดข้างลำคอ

“เดินออกไปซี่...” อีรอสเม้มปากแน่น

“ออกไปเป็นพนักงานกระจอกๆ ที่คอยก้มหัวให้พี่ชายและน้องสาวของนาย”

ดวงตาของอีรอสสั่นไหวภาพของเฮลิออสผุดขึ้นมาในหัว พี่ชายที่กำลังครอบครองทุกอย่างที่ควรเป็นของเขา

ทุกอย่าง...แม้แต่ชื่อเสียงของบริษัท

อลาสเตอร์ยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นปฏิกิริยานั้น

“ออกไปดูพวกมันเสวยสุขบนหยาดเหงื่อที่นายสร้างมากับมือจนวันตาย”

“หุบปาก...” เสียงของอีรอสสั่นพร่าไม่รู้ว่าเพราะโกรธหรือเจ็บปวด อลาสเตอร์หัวเราะในลำคอเบาๆ

“ทำไมล่ะ”

“เพราะมันคือความจริงงั้นเหรอ” อีรอสหันกลับมามองทันที ดวงตาคมแดงก่ำราวกับพร้อมจะพุ่งเข้าชกอีกฝ่าย

“ฉันบอกให้หุบปาก!”

“แล้วถ้าฉันไม่หุบล่ะ” อลาสเตอร์ตอบกลับอย่างเยือกเย็น ไม่มีความหวาดหวั่นแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามเขากลับดูสนุกเสียด้วยซ้ำ

“นายคิดว่ากลับไปตอนนี้แล้วชีวิตจะดีขึ้นเหรออีรอส”

“คิดว่าพวกนั้นจะยื่นมือมาช่วยนายหรือ”

“คิดว่าตระกูลของนายยังเห็นค่านายอยู่หรือเปล่า” ทุกคำถามเหมือนค้อนหนักๆ ที่ฟาดลงกลางอก

อีรอสกัดฟันจนกรามขึ้นเป็นสันเขาอยากเถียง อยากตะโกนกลับไป แต่กลับหาเหตุผลมาโต้ไม่ได้เลย

เพราะลึกๆ แล้วเขารู้ดี…รู้ดีว่าทุกอย่างที่อลาสเตอร์พูดเป็นความจริง

เฮลิออสไม่มีทางยอมแบ่งอำนาจคืนให้

เซลีนก็ไม่มีวันอยู่ข้างเขา

และบิดา...คนคนนั้นคงลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่ามีลูกชายอีกคนอยู่บนโลกนี้

อลาสเตอร์ยกมือขึ้นวางบนไหล่ของเขา ฝ่ามือใหญ่หนักแน่นราวกับพันธนาการ

“นายไม่มีทางเลือกอื่นแล้วอีรอส”

“ศักดิ์ศรีที่นายกอดไว้กินไม่ได้” เสียงนั้นแผ่วเบาแต่กลับกรีดลึกเข้าไปในหัวใจ

“และมันแก้แค้นให้นายไม่ได้” อีรอสหลับตาลงลมหายใจเริ่มสั่น

“ฉันไม่ต้องการความช่วยเหลือจากปีศาจ” อลาสเตอร์ยิ้ม

“แน่ใจเหรอ”

“...”

“ถ้าแน่ใจจริง ตอนนี้แกคงเดินออกไปแล้ว” คำพูดนั้นทำให้อีรอสตัวแข็ง

ใช่...

ถ้าเขาแน่ใจจริง เขาคงออกไปจากที่นี่นานแล้ว

อลาสเตอร์โน้มตัวลงเล็กน้อย สายตาสีแดงฉานจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของมนุษย์หนุ่ม

“บอกฉันสิ”

“ตอนที่เฮลิออสนั่งอยู่บนเก้าอี้ผู้บริหารแทนนาย นายรู้สึกยังไง” อีรอสกำหมัดแน่น

“ตอนที่เซลีนหัวเราะเยาะนายต่อหน้าคนอื่น นายรู้สึกยังไง” เส้นเลือดที่ขมับปูดขึ้น

“ตอนที่พ่อของนายเลือกพวกมันแทนนาย... นายรู้สึกยังไง”

“พอได้แล้ว!”

อีรอสตวาดลั่นน้ำเสียงแตกพร่าอย่างควบคุมไม่อยู่ อลาสเตอร์กลับยิ้มกว้างขึ้น ราวกับได้เห็นรอยร้าวที่ต้องการ

“นั่นแหละ”

“ฉันอยากเห็นสีหน้าแบบนี้”

“สีหน้าของคนที่ยังไม่ยอมแพ้” อีรอสหอบหายใจหนัก ความโกรธ ความแค้น และความอับอายปะปนกันจนแยกไม่ออก

อลาสเตอร์ค่อยๆ ปล่อยมือจากไหล่ของเขาแต่คำพูดสุดท้ายกลับหนักยิ่งกว่าเดิม

“ถ้านายยอมเดินกลับไปมือเปล่า”

“นายก็เป็นได้แค่หมาหัวเน่าที่แพ้พวกมันไปตลอดกาล”

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง อีรอสยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นมือที่จะผลักประตูค่อยๆ คลายออกช้าๆ แววตาที่เคยเต็มไปด้วยความลังเลเริ่มสั่นคลอน

และเป็นครั้งแรก...ที่อลาสเตอร์เห็นประกายอันตรายบางอย่างลุกโชนขึ้นมาในดวงตาคู่นั้น

ประกายของคนที่กำลังถูกความแค้นกลืนกินทีละน้อยคำว่าผู้แพ้ตลอดกาลยังคงดังก้องอยู่ในหัวของอีรอสไม่หยุด

มันวนซ้ำไปมาเหมือนคำสาป

พร้อมกับภาพของเฮลิออสที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ประธานบริษัทอย่างสง่างาม และเซลีนที่ส่งยิ้มเย้ยหยันมาให้เขาจากอีกฟากของห้องประชุม

ภาพเหล่านั้นเหมือนน้ำมันที่สาดใส่กองไฟแห่งความแค้น ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น ยิ่งนึกก็ยิ่งเจ็บ

จนสุดท้ายความเจ็บปวดนั้นได้กลืนกินศักดิ์ศรีทั้งหมดที่เขาพยายามยึดไว้

อีรอสค่อยๆ หันกลับมา ดวงตาสีเข้มที่เคยเต็มไปด้วยความลังเล บัดนี้กลับแข็งกร้าวจนน่ากลัว

มีบางอย่างแตกสลายลงภายในตัวเขาแล้ว และสิ่งที่เหลืออยู่มีเพียงความต้องการแก้แค้น

อลาสเตอร์มองภาพนั้นอย่างเงียบงันมุมปากของปีศาจหนุ่มค่อยๆ ยกขึ้น

“ในที่สุด... นายก็ตัดสินใจได้แล้วสินะ” อีรอสจ้องหน้าเขา

“ผมไม่ได้ทำเพราะเชื่อใจคุณ”

“ฉันรู้”

“และผมก็ไม่ได้คิดว่าคุณเป็นคนดี” อลาสเตอร์หัวเราะเบาๆ

“ดีเลย เพราะฉันก็ไม่เคยบอกว่าตัวเองเป็นคนดี” ความเงียบปกคลุมอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่อลาสเตอร์จะยกมือขึ้น

ควันสีดำสนิทเริ่มไหลออกมาจากปลายนิ้วของเขา มันหมุนวนอยู่กลางอากาศราวกับมีชีวิต

อีรอสเฝ้ามองด้วยสายตานิ่งงัน ควันเหล่านั้นค่อยๆ รวมตัวกันแน่นขึ้น จากกลุ่มหมอกกลายเป็นแผ่นกระดาษโบราณสีหม่น

อักขระสีทองจำนวนมากปรากฏขึ้นบนผิวกระดาษ ราวกับมีใครกำลังเขียนมันขึ้นมาทีละตัวต่อหน้าต่อตา

แสงสีทองส่องประกายแปลกประหลาดจนบรรยากาศภายในห้องยิ่งดูน่าหวาดหวั่น

“นี่คือสัญญาเลือด” อลาสเตอร์เอ่ยเสียงเรียบ

“เมื่อจารึกแล้ว จะไม่มีวันถอนคืน” อีรอสมองแผ่นสัญญาตรงหน้าหัวใจเต้นแรง

เขารู้ดีว่านี่คือจุดที่ไม่มีทางย้อนกลับหากก้าวข้ามไป ชีวิตเดิมของเขาจะหายไปตลอดกาล อลาสเตอร์ยื่นกริชเงินเล่มเล็กออกมา

“เลือกซะสิ”

“จะเป็นผู้แพ้ที่ถูกลืม... หรือจะเป็นคนที่เหยียบศัตรูของตัวเองลงไปแทบใต้เท้า” อีรอสรับกริชมาปลายนิ้วสั่นเล็กน้อยแต่เพียงชั่วครู่เท่านั้น

เขาสูดลมหายใจลึกก่อนเงยหน้ามองอลาสเตอร์ตรงๆ ดวงตาเริ่มแดงระเรื่อจากความคับแค้น

“ถ้าผมยอมเป็นแม่พันธุ์ให้คุณ... ยอมอุ้มท้องลูกปีศาจตามที่คุณต้องการ” เสียงของเขาสั่นเล็กน้อย แต่น้ำเสียงกลับหนักแน่นอย่างน่าประหลาด

“คุณต้องทำตามสัญญา”

“คุณต้องบดขยี้พวกมัน”

“ทำให้พวกมันสูญเสียทุกอย่างเหมือนที่พวกมันทำกับฉัน” น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงมาตามแก้มไม่ใช่เพราะอ่อนแอ

แต่เป็นเพราะความแค้นที่สะสมมานานเกินไป

อลาสเตอร์จ้องเขานิ่งนัยน์ตาสีแดงฉานเปล่งประกายอย่างพึงพอใจ

“จารึกเลือดของนายลงมาสิ” รอยยิ้มเหี้ยมผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา

“แล้วโลกทั้งใบที่นายอยากทำลาย... ฉันจะจัดการให้เอง” อีรอสหลับตาลงครู่หนึ่งก่อนลืมขึ้นอีกครั้ง

ครั้งนี้ไม่มีความลังเลเหลืออยู่แล้ว

เขายกกริชขึ้นกรีดปลายนิ้วตัวเองอย่างแรง คมมีดเฉือนผ่านผิวหนังเลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาทันที

ความเจ็บแปลบแล่นผ่านปลายนิ้วแต่เขาแทบไม่รู้สึก สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่สัญญาตรงหน้า

“ตกลง...” เสียงของอีรอสแผ่วเบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ

“ผมยอมขายวิญญาณและร่างกายให้คุณ อลาสเตอร์” แล้วเขาก็กดปลายนิ้วที่เปื้อนเลือดลงบนแผ่นสัญญา

ทันทีที่หยดเลือดสัมผัสอักขระสีทองทุกอย่างก็สว่างวาบขึ้น

แสงสีแดงฉานระเบิดออกมาจากสัญญา

พลังมหาศาลแผ่กระจายไปทั่วห้อง อักขระเวทมนตร์ลอยขึ้นกลางอากาศ หมุนวนรอบร่างของทั้งสอง

อีรอสเบิกตากว้างรู้สึกเหมือนมีบางอย่างไหลผ่านเส้นเลือดและจิตวิญญาณของตน ร้อนแรง หนักหน่วง และไม่อาจต่อต้านได้

เสียงกระซิบประหลาดดังก้องอยู่รอบตัวก่อนที่ทุกอย่างจะค่อยๆ สงบลง

แสงสีแดงหายไปสัญญาเลือดสลายกลายเป็นละอองสีทอง ราวกับมันได้หลอมรวมเข้าไปในร่างของเขาเรียบร้อยแล้ว

อลาสเตอร์ก้าวเข้ามาใกล้แขนแกร่งรวบเอวของอีรอสเข้าหาตัวอย่างช้าๆ

อีรอสชะงักเล็กน้อยแต่ไม่ได้ขัดขืนเพราะเขารู้ดีว่าตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป…ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว

อลาสเตอร์ก้มหน้าลงเล็กน้อยรอยยิ้มแห่งผู้ชนะปรากฏชัดบนใบหน้า

“ดีมาก...” เสียงทุ้มต่ำดังอยู่ข้างหู

“นับจากวินาทีนี้ ร่างกายและชีวิตของนายเป็นของฉัน” หัวใจของอีรอสกระตุกวูบแต่เขาไม่ถอยหนี

ดวงตาคู่เดิมยังคงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นอันบ้าคลั่ง อลาสเตอร์หัวเราะเบาๆ ก่อนเอ่ยประโยคสุดท้าย

“ส่วนเก้าอี้ประธานนั่น...” นัยน์ตาสีแดงฉายประกายอันตราย

“ก็เตรียมตัวขึ้นไปนั่งได้เลย” อีรอสกำหมัดแน่นเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่เขารู้สึกว่าตัวเองมีความหวัง

แม้ว่าความหวังนั้นจะถูกสร้างขึ้นบนข้อตกลงกับปีศาจก็ตาม

และเขาไม่รู้เลยว่า...

ราคาที่ต้องจ่ายในอนาคตจะสูงกว่าที่คิดไว้หลายเท่า

“คืนนี้…ค้างที่นี่นะ”

“แม่พันธุ์ของฉัน หึ!”

สปอยตอนที่ 7

"อึก จะ เจ็บ เบา เบาหน่อย"

"รับมันเข้าไปให้หมดอีรอส...เพื่อล้างแค้นนายต้องทำได้"

"อึก ไม่ ไม่ไหว!"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • วิปลาสสีทมิฬ   35 อย่าใจอ่อน (จบ)

    เวลาหมุนเวียนผ่านพ้นไปอีกสี่เดือนเต็ม ตอนนี้อีรอสตั้งครรภ์ลูกคนที่สองได้หกเดือนแล้วหน้าท้องนูนโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจนต้องสวมเสื้อตัวใหญ่โคร่งเพื่อความสบายตัวยามบ่ายอันสงบเงียบภายในห้องนั่งเล่น คฤหาสน์ตระกูลคาเวล อีรอสนั่งเคี้ยวขนมหวานอยู่อย่างสบายอารมณ์บนโซฟานุ่ม โดยมีคอลัสนั่งตั้งหน้าตั้งตาทำแบบฝึกหัดอยู่ข้างๆภาพบรรยากาศแม่ลูกดูอบอุ่น อ่อนโยน และเปี่ยมสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แม้อีรอสจะยินยอมกลับมาอาศัยอยู่ในคฤหาสน์แห่งนี้เพื่อคอลัสและทายาทปีศาจคนที่สองในท้องแต่เขาก็ยื่นคำขาดพร้อมตั้งกฎเหล็กไว้อย่างเด็ดขาดและเคร่งครัดว่า'อลาสเตอร์ห้ามปรากฏตัวให้อีรอสเห็นหน้าเด็ดขาด'หากไม่ปฏิบัติตามเขาพร้อมจะพาลูกหนีหายไปทันทีโดยไม่สนใจสิ่งใดตลอดสี่เดือนที่ผ่านมา อลาสเตอร์จำใจยอมปฏิบัติตามกฎเหล็กนี้อย่างไม่มีเงื่อนไขชายหนุ่มทำได้เพียงซ่อนตัวและแอบมองอีรอสอยู่ห่างๆ จากมุมมืดหลังเสาหินหรือชั้นสองของโถงทางเดิน คอลัสละสายตาจากตำราเรียนยื่นมือเล็กๆ ไปลูบหน้าท้องนูนของแม่เบาๆ นัยน์ตาสีแดงฉายรอยยิ้มตาหยีอย่างร่าเริง“แม่ครับ! วันนี้น้องดิ้นใหญ่เลยครับ! ดูสิ ตรงนี้ปูดขึ้นมาด้วย!” อีรอสแย้มยิ้มหวาน

  • วิปลาสสีทมิฬ   34 กูจะไม่ให้อภัยมึงตลอดไป

    ความหวาดผวาและฝันร้ายในอดีตแล่นเข้าจับจิตใจของอีรอสทันทีที่รู้ว่าตนกำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่สองความบอบช้ำสะสมสั่งการให้เขามีเป้าหมายเดี่ยวที่เด็ดเดี่ยว นั่นคือต้องหนีไปให้พ้นจากอิทธิพลของอลาสเตอร์เขาจะไม่ยอมให้ปีศาจตนไหนมาแย่งชิงความรักและความผูกพันของลูกไปได้อีกแล้ว คราวนี้เขาจะพาลูกในท้องคนนี้หนีไปเลี้ยงดูเพียงลำพัง ปลูกฝังให้เด็กบริสุทธิ์รักแค่เขาคนเดียวเท่านั้นอีรอสฉวยโอกาสช่วงที่อลาสเตอร์ออกไปคุยกับหมอ แอบหลบหนีออกจากห้องพักฟื้นทั้งที่ยังอยู่ในชุดผู้ป่วยสีขาวนวลร่างกายล้าบอบช้ำบวกกับอาการแพ้ท้องทำให้อีรอสต้องก้าวเดินอย่างโซเซยามพาร่างออกสู่ภายนอกเขาลัดเลาะไปตามทางเดินแคบๆ จนกระทั่งไปหยุดขดตัว นั่งกอดเข่าสะอื้นไห้เงียบๆ อยู่ในตรอกตึกมืดมิดอันเงียบสงบข้างโรงพยาบาลแสงไฟสลัวส่องกระทบใบหน้าซูบซีดที่นองไปด้วยน้ำตา อีรอสเจ็บปวดแทบขาดใจเมื่อทบทวนชะตากรรมชีวิตที่ผ่านมา ถูกคนที่รักหักหลังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่เคยมีใครรักและจริงใจกับเขาเลยสักคนร่างบางกุมท้องตัวเองแน่น เค้นเสียงสะอื้นพร่าพึมพำกับลูกในครรภ์“ฮึก... ทำไมชีวิตกูต้องเจอแต่เรื่องแบบนี้... โดนทรยศ โดนย่ำยีซ้ำแล้วซ้ำเล่า... แต่คราว

  • วิปลาสสีทมิฬ   33 หนูเกลียดแม่

    ความแค้นที่สุมอกทำให้จิตใจของอีรอสเริ่มถลำลึกจนมืดมน เขาใช้ความรักและความเชื่อฟังของลูกชายเป็นเครื่องมือในการแก้แค้นอย่างไม่รู้ตัวในห้องนั่งเล่นอันกว้างใหญ่ อีรอสดึงข้อมือเล็กของคอลัสเข้ามาหาตัว บังคับและป้อนคำพูดร้ายกาจให้คอลัสเดินไปพูดใส่อลาสเตอร์ตลอดเวลาโดยไม่ทันสังเกตเห็นเลยว่าการกระทำอันเห็นแก่ตัวนี้กำลังสร้างบาดแผลและทำร้ายจิตใจอันบริสุทธิ์ของลูกชายอย่างแสนสาหัสคอลัสผู้มีสายเลือดปีศาจลึกๆ แล้วเริ่มผูกพันและรักอลาสเตอร์ผู้เป็นพ่อไปแล้ว เด็กน้อยอึดอัด อับจนปัญญา และทรมานใจจนถึงขีดสุด อีรอสกระชากแขนลูกเบาๆ สีหน้าเครียดเค้น บังคับลูกเสียงพร่า“คอลัส! เดินไปบอกมันเดี๋ยวนี้! บอกมันไปสิว่าหนูเกลียดมัน! บอกว่าไม่อยากเห็นหน้ามันอีก!” คอลัสตาสั่นระริก น้ำตาคลอเบ้า สั่นหัวรัวๆ ด้วยความทรมานใจ“ไม่เอาแล้ว... คอลัสไม่อยากพูดแบบนี้แล้วครับแม่... คอลัสไม่อยากโกหกแล้ว...” อีรอสเริ่มสติหลุด นัยน์ตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธ ตวาดใส่ลูกเสียงดัง“ต้องพูด! หนูเป็นลูกแม่นะคอลัส! หนูต้องเกลียดมันเหมือนที่แม่เกลียด! มึงต้องเข้าข้างกู!”ความกดดันที่สะสมมานานทำให้คอลัสระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างรุนแรง เด็กน้อยสะ

  • วิปลาสสีทมิฬ    32 คนที่จะตายคนต่อไปคือมึง...อลาสเตอร์

    รถยนต์หรูเคลื่อนตัวมาจอดสนิทหน้าโกดังร้างริมชายป่าอันเงียบสงบ เสียงเครื่องยนต์ดับลงพร้อมกับความเงียบวังเวงที่เข้ามาแทนที่เฮลิออสและเซลีนได้รับสายด่วนจากมือขวาคนสนิทของอลาสเตอร์ หลอกว่าอลาสเตอร์ต้องการนัดพบด่วนที่สุดที่โกดังร้างแห่งนี้เพื่อเซ็นเอกสารโอนหุ้นและมอบเงินสดก้อนใหญ่ปิดปากเรื่องของอีรอสด้วยความโลภบังตาและหลงผิดคิดว่าตนเองยังคงเป็นคนโปรดที่อลาสเตอร์หลอกใช้และไว้วางใจ ทั้งสองพี่น้องจึงรีบเดินทางมาตามนัดโดยไร้ซึ่งความหวาดระแวงเฮลิออสในชุดสูทราคาแพงก้าวลงจากรถพร้อมยิ้มระรื่น กวาดสายตามมองไปรอบๆ บริเวณที่เต็มไปด้วยฝุ่นและหยากไย่ด้วยความอารมณ์ดี“ไหนล่ะเอกสารโอนหุ้นกับเงินสดที่ท่านอลาสเตอร์จะให้? ฉันกับเซลีนมารับตามนัดแล้ว! ออกมาคุยกันให้มันจบๆ ซะทีสิ!” เซลีนเดินตามหลังมาพลางยกมือขึ้นโบกไล่ฝุ่นในอากาศ เชิดหน้าแสดงท่าทีทรงอำนาจปนรังเกียจ“นั่นสิ! รีบๆ เอาออกมาสิ! จะได้จบเรื่องไอ้อีรอสไปสักที อากาศข้างนอกมันเหม็นความชื้นจะแย่ ฉันไม่อยากอยู่ในสถานที่เห่ยๆ แบบนี้นานนักหรอกนะ!”ทว่า เมื่อทั้งสองก้าวลึกเข้าไปภายในตัวโกดังร้างที่เงียบสงบผิดปกติ บรรยากาศรอบกายพลันเย็นเยียบลงกะทันหันเสี

  • วิปลาสสีทมิฬ   31 เป่าหูลูกให้เกลียดพ่อ

    เมื่ออีรอสสังเกตเห็นอย่างเด่นชัดว่าอลาสเตอร์กำลังหลงและแคร์คอลัสมากเพียงใดเขาก็ไม่รอช้าที่จะนำจุดอ่อนนี้มาใช้เป็นเครื่องมือในการเริ่มแผนการเอาคืนอย่างรบกวนจิตใจอีรอสเริ่มเป่าหูและป้อนความคิดให้ลูกชายทีละนิด ค่อยๆ ปลูกฝังให้เด็กน้อยเกิดความเหินห่าง ระแวง และต่อต้าน ในห้องนอนเล็ก อีรอสย่อตัวลงจับไหล่คอลัส กระชุบบอกด้วยน้ำเสียงอบอุ่นแต่แฝงด้วยความแค้นสุมอก“คอลัส... ฟังแม่นะลูก คนๆ นั้นน่ะ ไม่ใช่คนดีหรอกนะ เขาเคยทำร้ายแม่จนเกือบตาย และเขาก็พร้อมจะพรากหนูไปจากแม่ทุกเมื่อหากเขาหมดความอดทน” คอลัสได้ฟังก็ชะงัก นัยน์ตาสีแดงกร่ำสั่นคลอน มองหน้าแม่ด้วยความเชื่อฟังและสับสน“จริงเหรอครับแม่... เขาใจร้ายขนาดนั้นเลยเหรอ คอลัสเกลียดทุกคนที่ทำร้ายแม่! คอลัสจะไม่คุยกับเขาอีกแล้ว!” คำสัญญาของเด็กน้อยทำให้ความผูกพันที่เคยมีให้ปีศาจหนุ่มพังทลายลงในพริบตากระทั่งช่วงบ่ายในห้องนั่งเล่น อลาสเตอร์เดินถือกล่องของขวัญหรูหราเข้ามาพร้อมรอยยิ้มหวังจะชวนลูกชายเล่นเหมือนทุกวันแต่ทันทีที่ก้าวเข้าไปหา คอลัสกลับปัดกล่องของขวัญทิ้งลงพื้นอย่างแรงจนของข้างในกระจาย สะบัดตัวหนีไปซ่อนอยู่ด้านหลังของอีรอสอย่างตื่นกลัวและเ

  • วิปลาสสีทมิฬ   30 ความสับสนของปีศาจ

    ภายในห้องนอนใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลคาเวล ความเงียบสงบในยามค่ำคืนถูกปกคลุมด้วยบรรยากาศอันอบอุ่นแปลกตาแสงจันทร์ละมุนส่องผ่านผ้าม่านโปร่งเข้ามาตกกระทบเตียงกว้างขนาดใหญ่คอลัสนอนหลับปุ๋ยอยู่ตรงกลางระหว่างอลาสเตอร์และอีรอส ร่างเล็กๆ ขยับสม่ำเสมอตามจังหวะลมหายใจอลาสเตอร์นอนตะแคงข้าง ใช้สายตานุ่มนวลผิดปกติทอดมองใบหน้าเล็กของลูกชาย นัยน์ตาสีแดงกร่ำที่เคยฉายแต่รังสีอาฆาตและอำมหิตบัดนี้ไหววูบไปด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน อลาสเตอร์เริ่มเสพติดและหลงใหลในบรรยากาศของคำว่าครอบครัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิตภายในใจลึกๆ ของปีศาจหนุ่มมีปมบาดแผลอันดำมืด เขาเติบโตมาในฐานะปีศาจชั้นสูงที่ต้องสูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปตั้งแต่ยังจำความไม่ได้โลกปีศาจอันป่าเถื่อนหล่อหลอมให้เขาคอยแต่จะเหี้ยมโหด ไร้ซึ่งความรัก ความอบอุ่น หรือความผูกพันใดๆ เขาจึงปฏิเสธและไม่อยากสร้างครอบครัวมาโดยตลอดเพราะมองว่ามันคือจุดอ่อนที่งี่เง่า ทว่า ตั้งแต่มีคอลัสเข้ามาในชีวิต เด็กน้อยที่มีสายเลือดเข้มข้นและหัวใจอันบริสุทธิ์กลับเข้ามาเติมเต็มช่องว่างอันอ้างว้างในจิตใจของเขาได้อย่างน่าประหลาดอลาสเตอร์พบว่าตนเองชอบช่วงเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status