Se connecter"ในคืนที่พระจันทร์เต็มดวง พิษร้ายในกายสวามีจะกำเริบคลั่ง..." หน้าที่ของ ‘พระชายา’ อย่างเขา ไม่ใช่การปรนนิบัติในฐานะคู่ชีวิต แต่คือการเป็น ‘โอสถมนุษย์’ ที่ต้องรองรับอารมณ์ดิบเถื่อนขององค์รัชทายาทหน้าดุ ทุกสัมผัสที่แลกเปลี่ยน... ทุกหยาดเหงื่อที่หลอมรวม... คือหนทางเดียวที่จะดับพิษร้าย ยิ่งถอนพิษ ร่างกายยิ่งเสพติด ร่างบางถูกพันธนาการไว้บนแท่นบรรทม ภายใต้ร่างหนาที่ขับเคลื่อนด้วยสัญชาตญาณสัตว์ป่า... ที่ไม่มีวันอิ่มหนำ! เสียงโซ่ตรวนทองคำสั่นก้องสะท้อนในห้องบรรทมอันมืดสลัว กลิ่นอายพลังเวทอันบ้าคลั่งกดดันจนอากาศรอบกายแทบจะจับตัวเป็นก้อน พระชายาเรียวบางในชุดผ้าโปร่งบางเบาก้าวเข้าไปในห้องอย่างสั่นเทา ทันทีที่ประตูบานหนาปิดลง ร่างทั้งร่างก็ถูกกระชากอย่างแรงจนลอยไปปะทะกับแผงอกแกร่งที่ร้อนระอุราวกับไฟ! "อ๊ะ... ฝ่าบาท..." ไม่มีคำปลอบประโลมใดๆ จากคนหน้าดุ มีเพียงสัญชาตญาณดิบที่ถูกปลุกเร้าด้วยพิษร้าย สัมผัสแรกที่บดขยี้ลงมาดุดันและร้อนแรงจนสมองของพระชายาขาวโพลน พลังเยียวยาในกายเริ่มพุ่งพล่านตอบรับสัมผัสสวาทที่พันธนาการพวกเขาทั้งสองไว้ในค่ำคืนที่ยาวนาน...
Voir plusตอนที่ 1: คืนมงคลพิษประทุ (The Wedding Night)
ท่ามกลางความมืดมิดที่แผ่ปกคลุมเหนือวังหลวง เสียงสายฝนเบื้องนอกโหมกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา เม็ดฝนหนักหน่วงกระทบหลังคากระเบื้องเคลือบดังก้องสะท้อนสลับกับเสียงฟ้าร้องครืนครั่น ทว่าภายในห้องบรรทมลึกสุดของตำหนักบูรพา... กลับมีเพียงความเงียบงันอันชวนอึดอัดและกดดันจนแทบหายใจไม่สะดวก กลิ่นสุคนธรสรมควันกำยานกลิ่นละมุนอวลโชยอยู่ในอากาศ คล้ายจะช่วยปลอบประโลมจิตใจ ทว่ามันกลับไม่ช่วยให้ร่างบอบบางที่นั่งอยู่บนแท่นบรรทมผ่อนคลายลงได้เลย หลินเยว่ฉี ในชุดมงคลสีแดงชาดปักลายหงส์ทองเหินฟ้าอันวิจิตรตระการตานั่งนิ่งอยู่กึ่งกลางเตียงกว้าง แสงเทียนสีแดงเล่มหนาที่จุดไว้สลัวราง สาดสะท้อนให้เห็นใบหน้าดงามล่มเมืองที่บัดนี้ซีดเผือด ดวงตาดอกท้อคู่สวยสั่นระริกด้วยความหวาดหวั่น มือเรียวขาวดุจสลักจากหยกเนื้อดีจิกกำผ้าปูเตียงผ้าไหมสีแดงมงคลแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว สองขาเรียวภายใต้ร่มผ้าเบียดชิดเข้าหากันโดยสัญชาตญาณการระแวดระวังภัย แกร๊ง... แกร๊ง... เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ ยามที่เขากระยับกาย ส่งเสียงสะท้อนความจริงอันโหดร้าย โซ่ตรวนทองคำเส้นหนาที่ล่ามติดอยู่กับหัวเตียงและข้อเท้าหนาแน่น... มันไม่ใช่เครื่องประดับ แต่เป็นเครื่องมือที่ถูกเตรียมไว้เพื่อรองรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด หัวใจของเยว่ฉีเต้นรัวกระหน่ำราวกองรบ ข่าวลือเกี่ยวกับสวามีของตน... หยางเฟยหลง องค์รัชทายาทผู้เป็นมังกรทะยานฟ้าแห่งแคว้น ไม่เคยมีสิ่งใดงดงาม บุรุษผู้นั้นขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยม หน้าตาดุดัน คิ้วเข้มพาดเฉียงดั่งกระบี่ และมีไอสังหารแผ่ซ่านรอบกายจนผู้คนหวาดกลัวจนหัวหด และที่น่ากลัวที่สุดคือ... ความลับขั้นยอดที่มีเพียงคนไม่กี่คนรู้ รัชทายาทต้อง ‘พิษบุปผาราคะ’ ของศัตรูอย่างอัครเสนาบดีโม่ พิษร้ายที่ไร้ยาถอน มีเพียงพลังพิเศษสายซึมซับและปลอบประโลมในกายของหลินเยว่ฉีเท่านั้นที่เป็น ‘โอสถมนุษย์’ เพียงหนึ่งเดียว บิดาของเขา... เสนาบดีซ้ายหลินเจี้ยนหาว ยอมส่งตัวเขาเข้าวังเชื่อมสัมพันธ์ด้วยเหตุผลกลใด เยว่ฉีย่อมรู้ดี แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับความกลัวที่กำลังกัดกินหัวใจในเวลานี้ ปัง! เสียงสลักประตูไม้บานยักษ์ด้านนอกถูกลั่นกลอนลงอย่างแน่นหนาและเด็ดขาด เสียงฝีเท้าอันหนักแน่นของ เกากงกง หรือเกาเต๋อ ขันทีอาวุโสผู้รู้ใจก้าวถอยห่างออกไป พร้อมกับการสั่งการสั่งทหารรักษาการณ์ล้อมกรอบตำหนักขั้นสูงสุด ขณะที่บนหลังคาคาดว่าจะมี จ้าวเยี่ย หัวหน้าองครักษ์เงาคอยเฝ้าสกัดกั้นไม่ให้แม้แต่เสียงแมลงบินผ่าน... หรือเสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดออกไป นั่นหมายความว่า ค่ำคืนนี้ จะไม่มีใครเข้ามาช่วยเขาได้ และจะไม่มีใครรับรู้สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ ปัง! บานประตูห้องนอนถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ลมพายุและกลิ่นอายฝนพัดทะลักเข้ามาวูบหนึ่ง ก่อนที่ร่างสูงใหญ่กำยำดุจเทพสงครามจะก้าวเข้ามาและปิดประตูกระแทกลง เยว่ฉีสะดุ้งสุดตัว ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อสบเข้ากับร่างของหยางเฟยหลง สภาพขององค์รัชทายาทในยามนี้ทำให้นายเอกสาวแทบหยุดหายใจ ฉลองพระองค์ชุดมงคลสีแดงเข้มหลุดลุ่ย สาบเสื้อแหวกกว้างเผยให้เห็นแผงอกแกร่งเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นหนาทึบและมัดกล้ามสมชายชาตรี ผิวสีเข้มคร้ามแดดมีหยาดเหงื่อเกาะพราวระยับ สะท้อนแสงเทียนดูงดงามแต่เต็มไปด้วยอันตราย ทว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือใบหน้าคมสันบูดบึ้งดุดัน คิ้วขมวดมุ่น นัยน์ตาคมกริบที่เคยเป็นสีดำสนิท บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานวาวโรจน์ด้วยฤทธิ์พิษราคะที่กำลังประทุถึงขีดสุด ลมหายใจของร่างสูงหอบพร่าระอุร้อน กลิ่นอายดิบเถื่อนและฟีโรโมนแห่งความต้องการแผ่กระจายเต็มห้อง ดั่งสัตว์ป่ากระหายเลือดที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อ “เยว่ฉี...” เสียงทุ้มต่ำพร่าสั่น ทว่าทรงอำนาจเอ่ยเรียกชื่อพระชายา น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความทรมานและแรงตัณหาที่แทบกักเก็บไว้ไม่อยู่ ช่วงกลางฉาก: บทลงทัณฑ์แห่งพิษและโอสถมนุษย์ ไม่มีการพูดพร่ำทำเพลงใดๆ ร่างสูงใหญ่ของหยางเฟยหลงพุ่งเข้าหาเยว่ฉีบนเตียงกว้างราวกับสัตว์ป่าหิวโซที่หลุดออกจากกรงขัง “อ๊ะ! ฝ่าบาท... อื้อ!” เยว่ฉีร้องอุทานด้วยความตื่นตระนก ทว่ายังไม่ทันได้ขยับหนี มือหนาดุจคีมเหล็กของเฟยหลงก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือเรียวทั้งสองข้าง รวบขึ้นเหนือศีรษะแล้วตรึงเข้ากับหัวเตียงไม้แกะสลักอย่างแรงจนเสียงโซ่ตรวนทองคำสั่นไหวระรัว แกร๊ง! ร่างหนาใหญ่ทับถมลงมาเบียดบังทัศนียภาพจนหมดสิ้น แรงกดทับจากแผ่นอกแกร่งและท่อนขาหนาทำให้เยว่ฉีอึดอัด เฟยหลงใช้เข่าหนาและเท้าดันท่อนขาบางที่สั่นเทาให้แยกออกกว้างอย่างบีบบังคับ แควก! เสียงเนื้อผ้าไหมมงคลราคาแพงถูกฉีกกระชากขาดวิ่นด้วยน้ำมือทรงพลังเพียงครั้งเดียว เศษผ้าสีแดงปลิวว่อน เผยให้เห็นเรือนร่างโปร่งบาง ผิวขาวจัดดุจน้ำนมบริสุทธิ์สะท้อนแสงเทียน ความต่างของขนาดตัวยามที่ร่างใหญ่โตของรัชทายาททาบทับลงมา ทำให้เยว่ฉีดูตัวเล็กจ้อยราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ “ฝ่าบาท... ได้โปรด... ช้าก่อนพ่ะย่ะค่ะ... อื้อออ!” คำอ้อนวอนแผ่วเบาถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อคนหน้าดุไม่รับฟังสิ่งใดอีกต่อไป อารมณ์ดิบสั่งการให้เฟยหลงบดจูบลงมาอย่างรุนแรง ตะกรุมตะกราม และบ้าคลั่ง ริมฝีปากหนาบดขยี้เรียวปากบางอย่างไร้ความปราณี เรียวลิ้นร้อนชื้นสอดแทรกเข้ามาพัวพัน ตักตวงความหวานอย่างหิวกระหาย ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดจนเยว่ฉีสมองขาวโพลน รสชาติคาวเลือดจางๆ อวลในปากจากการบดเบียดที่รุนแรง มือบางที่ถูกตรึงไว้ทำได้เพียงสั่นระริก เฟยหลงผละริมฝีปากออกต่ำลงมา ซุกไซ้ซอกคอขาวระหง ขบเม้มจนเกิดรอยรักสีกุหลาบเข้มตัดกับผิวขาวจัดอย่างเด่นชัด มือหนาข้างหนึ่งละจากข้อมือมาบีบเคล้นสะโพกผายและต้นขาเนียนนุ่มจนขึ้นรอยมือ ความต้องการของบุรุษเพศที่ตื่นตัวเต็มที่ดุนดันอยู่ตรงกึ่งกลางกาย จนเยว่ฉีรับรู้ได้ถึงขนาดอันใหญ่โตน่ากลัว “อึ่ก... เจ็บ... ฮึก” เยว่ฉีหลับตาแน่น น้ำตาเม็ดโตไหลรินทางหางตา เมื่อความอดทนของมังกรคลั่งสิ้นสุดลง เฟยหลงแทรกกายเข้ากึ่งกลางความงดงาม สอดประสานร่างกายอันใหญ่โตล่วงล้ำเข้ามาครั้งแรกโดยไม่มีการเบิกทางหรืออ่อนข้อใดๆ “อ๊าาาาาาาๆ!” เยว่ฉีกรีดร้องลั่น ความเจ็บปวดแล่นริ้วจนร่างบางเกร็งกระตุก สะโพกมนสั่นระริก ร่างกายคล้ายจะฉีกขาดด้วยความใหญ่โตเกินรับไหว ทว่าในวินาทีที่เนื้อหนังแนบชิด พลังพิเศษในกายของเยว่ฉีที่ซ่อนอยู่ก็ปะทุขึ้นมาเองโดยสัญชาตญาณ! แสงเรืองรองสีนวลอ่อนๆ แผ่ซ่านออกมาจากผิวขาวจัดรอบกาย ไออุ่นแห่งการปลอบประโลมเริ่มทำงาน ซึมซับเอาไอพิษร้อนร้ายสีดำทมิฬที่แผ่ออกมาจากร่างของเฟยหลงเข้ามาในตัว และนั่นส่งผลกระทบต่อร่างกายของโอสถมนุษย์ทันที... จากความเจ็บปวดแปรเปลี่ยนเป็นความร้อนรุ่มลุ่มลึก ร่างกายของเยว่ฉีเริ่มทรยศต่อจิตใจ มันร้อนผ่าว ช่องทางคับแน่นเริ่มปรับตัวและตอบสนองอย่างน่าอาย ความเสียวซ่านแล่นพล่านจนสมองหมุนคว้า “ซี๊ด... เยว่ฉี... เจ้าช่าง... ดีเหลือเกิน” เฟยหลงครามต่ำในลำคอ ใบหน้าดุดันบิดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่านระคนสุขสม นัยน์ตาสีแดงฉานจ้องมองใบหน้าหวานที่กำลังบิดเบี้ยวด้วยความรัญจวน ปั่ก! ปั่ก! ปั่ก! จังหวะกระแทกกระทั้นเริ่มต้นขึ้นอย่างดุดัน ถี่รัว และหนักหน่วง รัชทายาทหนุ่มโยกคลึงสะโพกสอบเข้าใส่ร่างบางอย่างไม่ลืมหูลืมตา เสียงเนื้อกระทบกันดังก้องสะท้อนสลับกับเสียงโซ่ตรวนที่สั่นไหวและเสียงฝนตกหนักด้านนอก บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวรักและความเร่าร้อน ผิวขาวจัดดุจน้ำนมของนายเอกตัดกับผิวเข้มที่มีหยาดเหงื่อเกาะพราวของพระเอกอย่างชัดเจน ทุกครั้งที่ร่างสูงใหญ่กระแทกกายลงมา ร่างบางของเยว่ฉีก็แทบจะจมหายลงไปในฟูกหนา “อ๊ะ... อ๊า... ฝ่าบาท... ช้า... ช้าหน่อย... ฮื้อออ มันลึก... ลึกเกินไปแล้ว” เยว่ฉีครางกระเส่า เสียงหวานสั่นเครือ สองมือที่หลุดจากการพันธนาการเปลี่ยนมาโอบกอดแผ่นหลังกว้างอันเต็มไปด้วยมัดกล้าม สองขาเรียวขาวถูกจับพาดบ่าหนาเปิดทางให้มังกรยักษ์ทะยานเข้าสู่ส่วนลึกสุดของร่างกาย ร่างบางสะโพกผายแอ่นรับจังหวะที่โหมกระหน่ำอย่างจำนน ยิ่งพลังพิเศษซึมซับพิษราคะเข้ามามากเท่าใด ความต้องการทางร่างกายก็ยิ่งทวีคูณ ร่างกายขาวผ่องขึ้นสีชมพูระเรื่อไปทั้งตัว เฟยหลงก้มลงบดจูบพระชายาอีกครั้งเพื่อเบนความสนใจจากความเสียวซ่านที่แทบทำให้ระเบิด สะโพกสอบยังคงทำงานอย่างบ้าคลั่ง สลักลึกตอกย้ำความเป็นเจ้าของในทุกจังหวะ แรงอารมณ์ของคนหน้าดุทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนร่างบางสั่นคลอนไปตามแรงขับเคลื่อนอันทรงพลัง เนิ่นนานราวกึ่งศตวรรษ ในที่สุดพายุราคะก็เดินทางมาถึงจุดสิ้นสุด หยางเฟยหลงคำรามลั่นในลำคอเสียงดังยาว ร่างหนาใหญ่เกร็งกระตุกรัวสะโพกเข้าใส่สามสี่ครั้งเน้นๆ ก่อนจะปลดปล่อยหยาดน้ำรักอุ่นร้อนขาวขุ่นเข้าสู่กายของพระชายาจนล้นทะลัก ไหลย้อนออกมาตามง่ามขาขาวสล้าง เยว่ฉีหวีดร้องแผ่วเบา ร่างกายกระตุกเกร็งหน้าท้องแอ่นรับหยาดน้ำรักทุกหยด สมองขาวโพลนลอยล่อง ก่อนจะทรุดฮวบลงกับฟูกบรรยากาศเมื่อความเสียวซ่านพุ่งแตะขีดสุด ร่างสูงใหญ่ของรัชทายาทหนุ่มฟุบซบหน้าลงกับซอกคอขาวผ่อง ลมหายใจที่เคยร้อนระอุเริ่มผ่อนคลายลง นัยน์ตาสีแดงฉานค่อยๆ จางหายไปเหลือเพียงความเหนื่อยล้า พิษร้ายในกายถูกชะล้างและสงบลงด้วยพลังของโอสถมนุษย์ ก่อนที่มังกรหนุ่มจะเข้าสู่ห้วงนิทราอันสนิทโดยที่ยังไม่ได้ถอนกายออกจากร่างบาง ความเงียบกลับคืนสู่ห้องบรรทมอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงฝนตกซ่าที่เริ่มซาลง หลินเยว่ฉีนอนตัวสั่นเทาอยู่ใต้ร่างหนาอันหนักอึ้ง เรือนร่างบอบบางเต็มไปด้วยรอยรักสีแดงช้ำและหยาดเหงื่อละมุกระจาย ร่างกายเหนื่อยอ่อนเพลียจนแทบไม่สามารถขยับปลายนิ้วได้ ความเจ็บระบมและ ความซาบซ่านยังคงหลงเหลืออยู่กึ่งกลางกาย ดวงตาดอกท้อทอดมองเพดานเตียงอันมืดสลัว ในหัวคิดย้ำๆ ด้วยความรู้สึกขื่นขมระคนวาบหวาม ว่านี่คือค่ำคืนแรก... ในฐานะ ‘โอสถมนุษย์’ ของเขา และเขาจะต้องรองรับอารมณ์ดุดันเถื่อนดิบเช่นนี้ไปอีกนานแสนนานตอนที่ 20: พิษสวาทเคียงบัลลังก์ (The Forever Bond - Finale)เสียงประโคมดนตรีมงคลที่ดังกึกก้องมาตลอดทั้งวันบัดนี้ได้เงียบลงไปแล้ว พิธีสถาปนาฮ่องเต้พระองค์ใหม่และแต่งตั้งตั้งฮองเฮาคู่บัลลังก์อันยาวนานและแสนเหน็ดเหนื่อยได้ผ่านพ้นไปด้วยความเกรียงไกร แผ่นดินต้าหยางบัดนี้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของ "หยางเฟยหลง" มังกรทะยานฟ้าผู้ทรงอำนาจเด็ดขาดเหนือผู้ใด และเคียงข้างกายเขาก็คือ "หลินเยว่ฉี" อดีตพระชายาผู้มีพลังพิเศษในการซึมซับพิษร้าย ซึ่งบัดนี้ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นองค์ฮองเฮาผู้อยู่เหนือมาตุภูมิทั้งปวงท่ามกลางความมืดมิดของรัตติกาลอันเงียบสงัด ภายในท้องพระโรงหลวงอันกว้างขวางและโอ่อ่า ประตูบานยักษ์สลักลายมังกรคาบแก้วถูกปิดตายลงกลอนอย่างแน่นหนาจากภายนอก ด้วยคำสั่งเฉียบขาดของ "เกากงกง" หรือเกาเต๋อ ขันทีอาวุโสผู้รู้ใจนายเหนือหัวยิ่งกว่าใคร รวมถึงความอารักขาขั้นสูงสุดจาก "จ้าวเยี่ย" หัวหน้าองครักษ์เงาที่นำกำลังเร้นกายอยู่บนหลังคาและรอบบริเวณตึกหลวง เพื่อกั้นอาณาเขตศักดิ์สิทธิ์นี้มิให้ผู้ใดกล้าก้าวล่วงเข้ามาขัดจังหวะค่ำคืนเฉลิมฉลองส่วนพระองค์ไร้ซึ่งข้าราชบริพาร ไร้ซึ่งนางกำนัลคอยหมอบกราบ มีเพียงแสงเ
ตอนที่ 19: พันธะนิรันดร์ (The Ultimate Healing)บรรยากาศภายในห้องบรรทมชั้นในของตำหนักบูรพายามสายยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายสลัวราง แสงแดดสีทองอบอุ่นพยายามส่องลอดผ่านม่านไหมปักลายมังกรทะยานฟ้าเข้ามา ทว่ากลับถูกบดบังด้วยฉากกั้นไม้แกะสลักฉลุลายอย่างแน่นหนา ทั่วทั้งห้องเงียบสงบ มีเพียงเสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของบุรุษผู้ทรงอำนาจสูงสุดในแผ่นดินที่ยังคงทอดกายพักผ่อนอยู่บนเตียงกว้าง และเสียงสวบสาบแผ่วเบาของอาภรณ์หมอหลวงอาวุโสที่กำลังบรรจงวางนิ้วมือลงบนชีพจรตรงข้อพระหัตถ์หนาหมอหลวงกู้ หรือกู้หมิง เจ้ากรมหมอหลวงผู้กุมความลับเรื่องพิษร้ายมาอย่างยาวนาน ค่อยๆ ถอนปลายนิ้วออก ใบหน้าชราที่เคยเคร่งเครียดและเต็มไปด้วยความวิตกกังวลตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา บัดนี้กลับผุดรอยยิ้มกว้างอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เขารีบคุกเข่าลงกับพื้น ค้อมศีรษะลงจนจรดพรมทอขนสัตว์เนื้อหนา ก่อนจะเอ่ยรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความปิติล้นพ้น"ทูลองค์รัชทายาท ทูลพระชายา... นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณของสวรรค์โดยแท้! บัดนี้ ชีพจรขององค์รัชทายาทเต้นเป็นปกติอย่างมั่นคง พลังหยางที่เคยพลุ่งพล่านคลุ้มคลั่งด้วยฤทธิ์ของ 'พิษบุปผาราคะ' บัดน
ตอนที่ 18: คืนฉลองชัย (The Victory Celebration)เสียงเครื่องดนตรีมโหรีปี่พาทย์และเสียงสรรเสริญเยินยาดังก้องกังวานไปทั่วทั้งพระราชวังหลวง ค่ำคืนนี้คือคืนแห่งการเฉลิมฉลองชัยชนะอันยิ่งใหญ่ การกวาดล้างกบฏและเสี้ยนหนามแผ่นดินเสร็จสิ้นลงอย่างสมบูรณ์ ราชวงศ์หยางได้รับการสถาปนาและปักหลักฐานรากอย่างมั่นคงดุจขุนเขา ทั่วทั้งตำหนักหลวงเปิดไฟโคมระย้าและโคมไฟสีแดงมงคลสว่างไสวระยิบระยับราวกับดวงดาวบนฟากฟ้าที่ร่วงหล่นลงมาสู่ผืนดิน ขุนนางใหญ่น้อยต่างพากันยกจอกเหล้าขึ้นร่วมยินดี ทว่าสายตาเฉียบคมดุดันขององค์รัชทายาท หยางเฟยหลง กลับไม่ได้จับจ้องอยู่ที่ความสำราญเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อยมังกรทะยานฟ้าผู้ทรงอำนาจเฉียบขาดบัดนี้ทอดสายตาโลมเลียไปที่เรือนร่างโปร่งบางของ หลินเยว่ฉี พระชายาคู่ชีวิตผู้เป็นดั่งแก้วตาดวงใจ ผิวขาวจัดดุจน้ำนมของเยว่ฉีต้องแสงไฟโคมจนดูนวลตาละมุนใจ ยามที่ดวงตาคู่สวยช้อนขึ้นสบตากับสวามี หัวใจของเฟยหลงก็กระตุกรัวด้วยความปรารถนาที่ยากจะควบคุม"เยว่เอ๋อร์... ที่นี่น่ารำคาญยิ่งนัก ไปกับเปิ่นไท่จื่อเถอะ" สุรเสียงทุ้มต่ำกระซิบที่ข้างใบหูบางเฟยหลงไม่รอคำตอบ เขาคว้าข้อมือเรียวเล็กแล้วพาร่างบางแยกตั
ตอนที่ 17: ความหวงแหนเหนือสิ่งใด (The Forbidden Sight)แสงอรุณรุ่งสาดส่องผ่านบานหน้าต่างฉลุลายมังกรคาบแก้วแห่งตำหนักพระชายา ทอแสงสีทองละมุนจับบนร่างโปร่งบางของ หลินเยว่ฉี ที่กำลังยืนอยู่หน้ากระจกเงาทองเหลืองบานมหึมา วันนี้คือวันสำคัญยิ่งยวดในชีวิตของเขา พิธีสถาปนาพระชายาอย่างเป็นทางการกำลังจะเริ่มต้นในอีกไม่กี่ชั่วยามข้างหน้า บรรยากาศภายในห้องบรรทมจึงเต็มไปด้วยความวุ่นวายอย่างเงียบเชียบ เหล่านางกำนัลและขันทีรับใช้ต่างพากันก้มหน้าก้มตาปฏิบัติหน้าที่อย่างขะมักเขม้น"พระชายาเพคะ ทรงอดทนอีกสักนิดนะเพคะ ชุดพิธีการนี้ตัดเย็บจากผ้าไหมชั้นดีถึงเก้าชั้น อาจจะหนักและรัดแน่นไปเสียหน่อย"เสี่ยวหลาน นางกำนัลคนสนิทเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนอบน้อม มือเรียวค่อยๆ จัดแจงคลี่ฉลองพระองค์ตัวนอกสีแดงชาดปักดิ้นทองเป็นรูปวิหคสวรรค์คลอเคล้าหมู่เมฆ ขณะที่ อาเป่า ขันทีน้อยขยับเข้ามาช่วยประคองชายผ้าที่ยาวลากพื้นอย่างระมัดระวังเนื่องจากเป็นชุดพิธีการโบราณ ขั้นตอนการแต่งกายจึงสลับซับซ้อนและกินเวลายาวนาน ในจังหวะที่เหล่านางกำนัลกำลังขยับแหวกสาบเสื้อตัวในเนื้อนุ่มออกบางส่วนเพื่อจัดทรงและผูกสายรัดเอวหยก เรือนร่างงดงามที่