แชร์

5 ข้อเสนออุบาท

ผู้เขียน: สกุลอรวย
last update วันที่เผยแพร่: 2026-08-05 18:27:10

แรงเย็นวาบจากฝ่ามือของอลาสเตอร์ยังคงติดอยู่บนมือของอีรอสไม่หาย

แต่ก่อนที่เขาจะทันดึงมือกลับ ร่างสูงใหญ่ตรงหน้าก็ขยับเข้ามาใกล้อีกครั้ง

มือสีดำสนิทที่ตอนแรกเหมือนยื่นมาเพื่อปิดดีลธุรกิจ กลับพลิกข้อมือช้าๆ แล้วใช้นิ้วแกร่งเชยคางของอีรอสขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว

“อ๊ะ” อีรอสชะงัก หัวใจเต้นแรงทันที

แรงบีบไม่ได้รุนแรง แต่หนักแน่นพอจะบังคับให้เขาต้องเงยหน้าสบกับดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นตรงๆ

ใกล้เกินไป

ใกล้จนเขามองเห็นประกายสีแดงที่เคลื่อนไหวอยู่ลึกในม่านตาของอีกฝ่าย ราวกับเปลวไฟในความมืด

กลิ่นอายกดดันจากตัวอลาสเตอร์แผ่ซ่านรอบด้านจนห้องทั้งห้องเหมือนหดแคบลง อีรอสรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมน้ำ หายใจติดขัดอย่างประหลาด ทั้งที่อีกฝ่ายยังไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าจับคางเขาไว้

บอดี้การ์ดปีศาจรอบห้องต่างเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าส่งเสียงแม้แต่น้อย

อลาสเตอร์ละสายตาจากเอกสารสัญญาบนโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจนัก ราวกับตัวเลขมหาศาลพวกนั้นไม่มีค่าอะไรในสายตาเขาเลย

ซึ่งมันก็คงจริงสำหรับคนที่มีอำนาจล้นฟ้าอย่างอลาสเตอร์ คาเวล เงินในโลกมนุษย์อาจเป็นเพียงเศษกระดาษที่เขาจะคว้ามาเมื่อไรก็ได้

แต่ตอนนี้สายตาของปีศาจกลับหยุดอยู่ที่อีรอส

ไม่ใช่เอกสาร

ไม่ใช่ธุรกิจ

เป็นตัวเขา

อีรอสขมวดคิ้วนิดๆ พยายามดึงหน้าออกห่าง แต่แรงที่กดอยู่ตรงคางกลับไม่ขยับแม้แต่น้อย อลาสเตอร์ยิ้มบางๆ เมื่อเห็นปฏิกิริยานั้น

“ร้อยละสี่สิบงั้นรึ?” น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาดังขึ้นช้าๆ พลิ้วไหวอย่างอันตราย

“น่าขำน่ะ อีรอส” ปลายนิ้วเย็นเฉียบลูบผ่านกรอบคางเขาเบาๆ อย่างประเมิน

“แกคิดว่าปีศาจอย่างฉันอดอยากปากแห้ง… จนต้องตาลุกวาวกับเศษเงินของพวกมนุษย์ขนาดนั้นเชียว?”

อีรอสเม้มปากแน่น ดวงตาคมเข้มของเขาสั่นไหววูบหนึ่ง ก่อนจะรีบตั้งสติ

“แล้วคุณ… ต้องการอะไร?” เสียงของเขาต่ำลงโดยไม่รู้ตัว

อลาสเตอร์ไม่ตอบทันที เขาเพียงจ้องอีรอสนิ่งๆ สายตาสีแดงไล่มองใบหน้าของมนุษย์ตรงหน้าช้าๆ ตั้งแต่ดวงตา จมูก ริมฝีปาก จนถึงลำคอ

สายตาแบบนั้นทำให้อีรอสรู้สึกแปลกๆ เหมือนกำลังถูกสัตว์นักล่าพิจารณาเหยื่อ

“ถ้าไม่ใช่ผลประโยชน์ทางธุรกิจ…” อีรอสถามต่อ พยายามรักษาน้ำเสียงให้มั่นคง

“คุณต้องการอะไรจากผมกันแน่” มุมปากของอลาสเตอร์ยกขึ้นช้าๆ จากนั้นร่างสูงใหญ่ก็โน้มตัวลงมาใกล้กว่าเดิม

ลมหายใจเย็นเยียบเป่ารดข้างใบหูของอีรอสจนเขาเผลอเกร็งไหล่

“ฉันต้องการแม่พันธุ์…”

คำตอบนั้นทำให้อีรอสชะงักไปทันที ดวงตาของเขาเบิกกว้างนิดๆ เหมือนไม่แน่ใจว่าตัวเองฟังผิดหรือเปล่า

แต่อลาสเตอร์ยังคงพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับเป็นเรื่องธรรมดา

“มนุษย์เพศชาย… ที่มีร่างกายพิเศษพอจะรองรับอารมณ์และให้กำเนิดทายาทครึ่งปีศาจของฉันได้”

หัวใจของอีรอสกระตุกแรง เขารีบผลักมืออีกฝ่ายออกจากคางตัวเองทันที แล้วถอยหลังไปหนึ่งก้าว สีหน้าที่พยายามควบคุมมาตลอดเริ่มแตกออกด้วยความตกตะลึง

“คุณล้อเล่นอะไร”

“ฉันไม่เคยพูดเล่น” เสียงของอลาสเตอร์ตัดขึ้นนิ่งๆ ดวงตาสีแดงยังคงจับจ้องเขาไม่วาง

อีรอสหายใจแรงขึ้นเล็กน้อย ความคิดในหัวเริ่มยุ่งเหยิง เขาเตรียมใจมาสารพัดเรื่อง ทั้งการถูกขู่ ถูกบังคับ หรือแม้แต่ถูกฆ่า

แต่ไม่ใช่เรื่องแบบนี้

อลาสเตอร์ค่อยๆ เดินเข้ามาอีกครั้ง ช้าๆ เหมือนตั้งใจต้อนเขาให้จนมุม

“ตระกูลคาเวลมีอำนาจ มีเงิน มีทุกอย่าง” เขาพูดเรียบๆ

“สิ่งเดียวที่ขาด… คือผู้สืบทอดสายเลือดที่แข็งแกร่งพอ”

ดวงตาสีแดงกวาดมองเรือนร่างของอีรอสอย่างเปิดเผย จนอีกฝ่ายรู้สึกเหมือนตัวเองถูกมองทะลุไปทั้งตัว

“และเจ้า…” อลาสเตอร์เอ่ยเสียงต่ำ

“ดันเป็นมนุษย์ที่น่าสนใจเกินคาด” อีรอสกัดฟันแน่น

“ผมไม่ใช่สิ่งของ”

“ฉันรู้”

“งั้นก็เลิกมองผมแบบนั้น” คำพูดนั้นทำให้อลาสเตอร์หัวเราะในลำคอเบาๆ แทนที่จะโกรธ เขากลับดูพอใจมากกว่าเดิม

ปีศาจตรงหน้าหยุดยืนห่างจากเขาเพียงไม่กี่ก้าว ก่อนเอ่ยช้าๆ

“ถ้าเจ้ายอมใช้ร่างกายนี้แลก…” น้ำเสียงทุ้มต่ำเหมือนกระซิบล่อลวงในความมืด

“ฉันจะประเคนทุกอย่างที่เจ้าอยากได้มากราบแทบเท้า”

ห้องทั้งห้องเงียบลงอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงหัวใจของอีรอสที่เต้นแรงจนแทบควบคุมไม่ได้

เพราะเขารู้ดี…

ข้อเสนอของปีศาจ ไม่เคยมีคำว่า ‘ฟรี’ อยู่ในนั้นเลย

อีรอสรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะ คำว่าแม่พันธุ์ยังดังก้องอยู่ในหัวซ้ำไปมา ราวกับเสียงเย้ยหยันที่กำลังเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเขาทีละนิด

เขาเบิกตากว้าง ม่านตาสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ ความเย็นวาบแล่นขึ้นมาตามสันหลังจนปลายนิ้วชาไปหมด ลมหายใจติดขัดราวกับมีอะไรบางอย่างจุกอยู่ตรงลำคอ

อีรอสเตรียมใจมาแล้วกับทุกอย่าง

การถูกดูถูก

การถูกบังคับ

แม้แต่การเอาชีวิตมาเสี่ยง

แต่ไม่ใช่เรื่องแบบนี้ ไม่ใช่การถูกมองเป็นเพียงเครื่องมือสำหรับให้กำเนิดลูกของปีศาจ

ทันทีที่ตั้งสติได้ เขาก็สะบัดหน้าหนีจากการเกาะกุมของอลาสเตอร์อย่างแรง

“พอที!”

แรงสะบัดทำให้มือของอลาสเตอร์หลุดออกจากคางเขา อีรอสถอยหลังไปสองสามก้าวทันที หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงแรงๆ ดวงตาคมเข้มเต็มไปด้วยทั้งความโกรธ ความตกใจ และความอับอายที่ปะปนกันจนยุ่งเหยิง

บอดี้การ์ดรอบห้องขยับตัวเล็กน้อย เหมือนเตรียมพร้อมทันทีหากเขาคิดหนี แต่อลาสเตอร์เพียงยืนนิ่ง

ดวงตาสีแดงฉานมองอีรอสด้วยความสนใจมากกว่าโกรธ

“บ้าไปแล้ว!” อีรอสตะโกนสวนกลับ เสียงของเขาสั่นนิดๆ จากอารมณ์ที่ปะทุขึ้น

“นี่คุณเห็นผมเป็นตัวอะไร?!” ใบหน้าของเขาแดงก่ำทั้งจากความโกรธและความอับอาย มือกำแน่นจนสั่น

“ผมมาที่นี่เพื่อคุยเรื่องธุรกิจ…” เขากัดฟันพูดต่อ

“ไม่ใช่มาขายตัวเป็นแม่พันธุ์ให้ใคร!”

เสียงของเขาดังสะท้อนไปทั่วห้องแต่อลาสเตอร์กลับไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย

ปีศาจตรงหน้าเพียงยืนกอดอกช้าๆ พลางมองท่าทีพยศของอีรอสด้วยสายตานึกสนุก ราวกับกำลังมองสัตว์ตัวเล็กที่พยายามขู่ใส่เขี้ยวทั้งที่ตัวสั่น

“ธุรกิจของฉันมีกฎแค่นี้” เขาพูดเรียบๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำยังคงเย็นเยียบ

“อยากได้ของชิ้นใหญ่… ก็ต้องแลกด้วยสิ่งที่มีค่าที่สุดของตัวเองสิ”

“นี่ไม่ใช่ธุรกิจ!” อีรอสสวนกลับทันที เขาหายใจแรง ดวงตาเริ่มแดงนิดๆ จากอารมณ์ที่อัดแน่นอยู่ในอก

“นี่มันการเหยียบย่ำกันชัดๆ!” อลาสเตอร์เลิกคิ้วนิดเดียว

“เหยียบย่ำ?” เขาหัวเราะต่ำๆ

“ทั้งที่คนอย่างแกยอมขายตระกูลตัวเองให้ฉันได้แท้ๆ แต่พอฉันอยากได้ตัวแกขึ้นมา กลับทำเหมือนตัวเองมีศักดิ์ศรีนัก”

คำพูดนั้นแทงเข้าใส่อีรอสเต็มๆ เขาเงียบไปวูบหนึ่ง เพราะลึกๆ แล้วเขารู้ว่าอีกฝ่ายพูดถูก

เขากำลังทำทุกอย่างเพื่อแก้แค้นแม้แต่ยอมจับมือกับปีศาจ

แต่อย่างน้อย… เขายังอยากเหลืออะไรบางอย่างของตัวเองไว้บ้าง

อีรอสรีบคว้ากระเป๋าเอกสารบนโต๊ะมากอดไว้แน่นราวกับเป็นเกราะป้องกันตัวเอง แววตาที่เคยเด็ดเดี่ยวตอนเสนอแผนธุรกิจ ตอนนี้สั่นระริกอย่างชัดเจน

“ไม่มีวัน” เขาพูดช้าๆ เสียงต่ำลงกว่าเดิม

“ต่อให้ผมต้องตกต่ำจนไม่เหลืออะไร…” เขากัดฟันแน่นก่อนเงยหน้าขึ้นสบตาปีศาจตรงๆ

“ผมก็ไม่มีวันยอมขายศักดิ์ศรี ยอมท้องอุ้มท้องลูกของปีศาจอย่างคุณแน่”

ทั้งห้องเงียบลงอีกครั้ง อีรอสหอบหายใจแรงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหมุนตัวทันที

“ขอตัว”

เขาก้าวเดินออกไปอย่างรวดเร็ว แม้ขาจะยังหนักจากแรงกดดันมหาศาลในห้อง แต่สัญชาตญาณทุกอย่างกำลังร้องบอกให้เขาหนีไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด

ทว่าแปลก

ไม่มีใครขวางเขา

บอดี้การ์ดทุกคนเพียงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม

แม้แต่อลาสเตอร์ก็ไม่สั่งอะไร

มีเพียงเสียงหัวเราะต่ำๆ ที่ดังตามหลังมา

“หึ…” อีรอสชะงักฝีเท้าเล็กน้อยโดยไม่หันกลับไปมอง

อลาสเตอร์ยังคงยืนอยู่กลางห้อง ดวงตาสีแดงฉานจับจ้องแผ่นหลังของมนุษย์ที่กำลังเดินหนี รอยยิ้มบนใบหน้าคมคายเต็มไปด้วยความขบขันและบางอย่างที่คล้ายความสนใจ

“แล้วฉันจะรอดู…” เขาพูดเนิบช้า

“ว่าศักดิ์ศรีจอมปลอมของแก” เสียงรองเท้าหนังค่อยๆ ดังเข้ามาใกล้จากด้านหลัง

“มันจะทนแรงเหยียบย่ำจากพี่น้องของแกได้นานแค่ไหน” อีรอสกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว

ประโยคนั้นทำให้ฝีเท้าของอีรอสหยุดลงชั่ววินาที ภาพเฮลิออสกับเซลีนลอยขึ้นมาในหัวทันที

สายตาสมเพชจากคนในบริษัทตำแหน่งที่ถูกแย่งไป ทุกอย่างที่เขาสร้างด้วยมือของตัวเอง… ถูกเหยียบจนไม่เหลือชิ้นดี

“คิดให้ดีนะ อีรอส”

ฝากคอมเม้นหน่อยน้า❤️

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • วิปลาสสีทมิฬ   6 ถ้ายอมจะต้องเป็นแม่พันธุ์….แลกทุกอย่าง

    “คิดให้ดีนะ อีรอส”อีรอสกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นตามหลังมือ ร่างสูงยืนนิ่งอยู่หน้าประตูบานใหญ่ทั้งที่อีกเพียงก้าวเดียวก็จะเดินออกไปจากห้องรับรองแห่งนี้ได้แล้ว แต่ขากลับหนักอึ้งราวกับถูกโซ่ตรวนมองไม่เห็นฉุดรั้งเอาไว้ภายในห้องเงียบสนิทเงียบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจของตัวเองเขากัดฟันแน่น พยายามบังคับให้ตัวเองเดินต่อ ไม่หันกลับไปมอง ไม่สนใจปีศาจที่นั่งอยู่ด้านหลัง แต่แล้วเสียงทุ้มต่ำของอลาสเตอร์ก็ดังขึ้น“จะไปแล้วงั้นเหรอ” น้ำเสียงนั้นไม่ได้ดัง ไม่ได้ตวาดแต่กลับทำให้หัวใจของอีรอสกระตุกวูบฝ่าเท้าที่กำลังจะก้าวออกไปชะงักค้างอยู่กลางอากาศ อลาสเตอร์ลุกขึ้นจากโซฟาอย่างเชื่องช้าราวกับมั่นใจอยู่แล้วว่าเหยื่อของตนไม่มีทางหนีรอดไปได้เสียงรองเท้าหนังดังสะท้อนบนพื้นหินอ่อนทีละก้าวตึก...ตึก...ตึก...ยิ่งใกล้เข้ามา อีรอสก็ยิ่งรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากร่างสูงด้านหลัง ก่อนที่เงาทมิฬจะทอดทับลงมาบนตัวเขาจนมิดอลาสเตอร์หยุดยืนประชิดแผ่นหลัง ใกล้เสียจนลมหายใจเย็นเฉียบเป่ารดข้างลำคอ“เดินออกไปซี่...” อีรอสเม้มปากแน่น“ออกไปเป็นพนักงานกระจอกๆ ที่คอยก้มหัวให้พี่ชายและน้องสาวของนาย”

  • วิปลาสสีทมิฬ   5 ข้อเสนออุบาท

    แรงเย็นวาบจากฝ่ามือของอลาสเตอร์ยังคงติดอยู่บนมือของอีรอสไม่หายแต่ก่อนที่เขาจะทันดึงมือกลับ ร่างสูงใหญ่ตรงหน้าก็ขยับเข้ามาใกล้อีกครั้งมือสีดำสนิทที่ตอนแรกเหมือนยื่นมาเพื่อปิดดีลธุรกิจ กลับพลิกข้อมือช้าๆ แล้วใช้นิ้วแกร่งเชยคางของอีรอสขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว“อ๊ะ” อีรอสชะงัก หัวใจเต้นแรงทันทีแรงบีบไม่ได้รุนแรง แต่หนักแน่นพอจะบังคับให้เขาต้องเงยหน้าสบกับดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นตรงๆใกล้เกินไปใกล้จนเขามองเห็นประกายสีแดงที่เคลื่อนไหวอยู่ลึกในม่านตาของอีกฝ่าย ราวกับเปลวไฟในความมืดกลิ่นอายกดดันจากตัวอลาสเตอร์แผ่ซ่านรอบด้านจนห้องทั้งห้องเหมือนหดแคบลง อีรอสรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมน้ำ หายใจติดขัดอย่างประหลาด ทั้งที่อีกฝ่ายยังไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าจับคางเขาไว้บอดี้การ์ดปีศาจรอบห้องต่างเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าส่งเสียงแม้แต่น้อยอลาสเตอร์ละสายตาจากเอกสารสัญญาบนโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจนัก ราวกับตัวเลขมหาศาลพวกนั้นไม่มีค่าอะไรในสายตาเขาเลยซึ่งมันก็คงจริงสำหรับคนที่มีอำนาจล้นฟ้าอย่างอลาสเตอร์ คาเวล เงินในโลกมนุษย์อาจเป็นเพียงเศษกระดาษที่เขาจะคว้ามาเมื่อไรก็ได้แต่ตอนนี้สายตาของปีศาจกลับหยุดอยู่ที่อีรอสไม่ใช

  • วิปลาสสีทมิฬ   4 ข้อเสนอ

    “น่าสนใจ…”ห้องรับรองภายในคฤหาสน์คาเวลเงียบงันราวกับโลกทั้งใบถูกตัดขาดจากภายนอกแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมผนังทอดเงาดำยาวไปทั่วห้อง เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นถูกตกแต่งด้วยไม้สีเข้มและโลหะสีดำด้านกลิ่นควันจางๆ ลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศจนบรรยากาศดูหนักอึ้งเหมือนกำลังนั่งอยู่กลางรังของสัตว์นักล่าอลาสเตอร์นั่งอยู่ปลายโต๊ะยาวตัวใหญ่ ร่างสูงของเขาจมอยู่ในเงามืดเกือบครึ่ง ใบหน้าหล่อคมแทบไม่แสดงอารมณ์ ดวงตาสีแดงฉานมองอีรอสนิ่งๆ อย่างเยือกเย็นส่วนอีรอสยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามแม้ภายนอกจะยังดูสงบนิ่ง แต่ความจริงแล้วหัวใจของเขากำลังเต้นแรงจนเจ็บอก ฝ่ามือเย็นเฉียบและชื้นเหงื่อเล็กน้อยเขาค่อยๆ เปิดกระเป๋าเอกสาร ก่อนหยิบพิมพ์เขียวกับเอกสารจำนวนมากออกมากางบนโต๊ะทีละแผ่นแผนผังผู้ถือหุ้นเส้นทางการเงินรายชื่อธนาคารรวมถึงสัญญาลับของตระกูลแวนเดอร์บิลต์-โรดส์อลาสเตอร์ปรายตามองเอกสารเหล่านั้นเงียบๆ ขณะใช้นิ้วเคาะพนักเก้าอี้ช้าๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอตึก…ตึก…เสียงนั้นดังเบาๆ แต่กลับสร้างแรงกดดันอย่างประหลาด“เฮลิออสกำลังจะใช้แผนนี้เข้าหาคุณในสัปดาห์หน้า” อีรอสสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนเริ่มพูดเขาดึงเอกสารแผ่นหนึ่งออกมาข้างห

  • วิปลาสสีทมิฬ   3 อลาสเตอร์ คาเวล

    ครืน…ยิ่งรถแล่นลึกเข้ามาในเขตปีศาจมากเท่าไร บรรยากาศรอบตัวก็ยิ่งหนักอึ้งมากขึ้นเท่านั้นท้องฟ้าด้านบนเป็นสีหม่นคล้ำเหมือนถูกควันดำปกคลุมไว้ตลอดเวลา ไม่มีแม้แต่แสงจันทร์ลอดผ่านลงมาถนนทั้งสายเงียบผิดปกติ มีเพียงเสียงล้อรถบดผ่านพื้นเปียกชื้นดังครืดเบาๆ เป็นระยะ สองข้างทางเต็มไปด้วยอาคารสูงสีดำสนิทที่ดูเก่าแต่กลับน่าเกรงขามหน้าต่างบางบานมีเงาประหลาดเคลื่อนไหวอยู่หลังม่าน ราวกับมีสายตานับไม่ถ้วนกำลังจับจ้องรถของเขาอีรอสกำพวงมาลัยแน่นจนเส้นเลือดขึ้น มืออีกข้างวางอยู่บนกระเป๋าเอกสารสีดำที่เบาะข้างคนขับภายในนั้นคือข้อมูลลับทั้งหมดที่เขาแอบดึงออกมาจากเซิร์ฟเวอร์บริษัทเมื่อคืนแผนธุรกิจรายชื่อลูกค้าช่องโหว่ทางการเงินรวมถึงข้อเสนอที่เฮลิออสตั้งใจจะใช้เข้าหาอลาสเตอร์ คาเวลเขารู้ดีว่าถ้าความแตก… เขาไม่ใช่แค่หมดอนาคต แต่คงตายทั้งเป็นรถค่อยๆ ชะลอ ก่อนหยุดลงหน้าคฤหาสน์ขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางหมอกสีเทา รั้วเหล็กสีดำสูงหลายเมตรล้อมรอบตัวคฤหาสน์เอาไว้ประตูเหล็กด้านหน้าสลักตราสัญลักษณ์ประหลาดสีแดงเข้มที่ดูคล้ายดวงตาของสัตว์ร้ายอีรอสเงยหน้ามองตัวอาคารช้าๆ มันไม่เหมือนบ้านของมนุษย์เลยสัก

  • วิปลาสสีทมิฬ   2 บุคคลลึกลับ

    ห้องโถงใหญ่ของโรงแรมหรูสว่างจ้าจากแสงแฟลชที่ยิงใส่เวทีไม่ขาดสาย โลโก้บริษัทวาเลนไทน์กรุ๊ปขนาดใหญ่ตั้งเด่นอยู่ด้านหลังพร้อมชื่อของประธานบริหารคนใหม่ที่ฉายอยู่บนจอ LED กลางงาน เสียงนักข่าวดังเซ็งแซ่ปะปนกับเสียงพิธีกรที่กำลังกล่าวต้อนรับผู้บริหารชุดใหม่อย่างเอิกเกริก“ขอต้อนรับคุณเฮลิออส วาเลนไทน์ ประธานกรรมการบริหารคนใหม่ และคุณเซลีน วาเลนไทน์ รองประธานบริหารค่ะ!” เสียงปรบมือดังก้องทั่วห้องเฮลิออสยืนอยู่กลางเวทีในสูทสีกรมเข้ม เขายิ้มอย่างมั่นใจ ยกมือโบกให้นักข่าวราวกับเป็นดาราที่คุ้นเคยกับแสงสปอตไลท์มานาน ส่วนเซลีนยืนข้างๆ ด้วยรอยยิ้มสวยสมบูรณ์แบบ เธอหันรับกล้องทุกมุมอย่างรู้จังหวะตรงกันข้ามกับอีรอสที่นั่งเงียบอยู่โต๊ะแถวหลังสุดโต๊ะของเขาอยู่ปะปนกับหัวหน้าแผนกและพนักงานระดับปฏิบัติการทั่วไป ไม่มีแม้แต่ป้ายชื่อ ไม่มีการกล่าวถึง ไม่มีใครเชิญเขาขึ้นเวที ทั้งที่คนเกินครึ่งในห้องนี้รู้ดีว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา คนที่ขับเคลื่อนบริษัทตัวจริงคือใครอีรอสนั่งนิ่ง ดวงตาสีเข้มมองไปบนเวทีโดยไม่แสดงอารมณ์ แต่กรามที่เกร็งแน่นบอกชัดว่าเขากำลังกดอะไรบางอย่างไว้เต็มที่“นั่นคุณอีรอสจริงเหรอ…” เสียงซ

  • วิปลาสสีทมิฬ   1 อีรอส

    ฝนเม็ดเล็กโปรยลงมาบนหลังคากระจกของคฤหาสน์ตระกูลวาเลนไทน์ไม่ขาดสายเสียงหยดน้ำกระทบพื้นดังแผ่วเบาปะปนกับเสียงสะอื้นปลอมๆ ของแขกในงานศพ กลิ่นดอกลิลลี่สีขาวลอยคลุ้งไปทั่วโถงใหญ่จนชวนอึดอัด ราวกับความหอมหวานนั้นถูกใช้เพื่อกลบกลิ่นเน่าเฟะของผู้คนในงานหน้าโลงศพสีดำสนิท อีรอสยืนตัวตรงในชุดสูทสีดำเรียบกริบ ดวงตาสีเข้มของเขานิ่งสงบ แต่ใต้แววตานั้นกลับเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าที่เก็บซ่อนไว้ไม่มิดเขาแทบไม่ได้นอนมาเกือบสัปดาห์ ตั้งแต่วันที่อาร์เธอร์หยุดหายใจครั้งสุดท้าย เขาต้องจัดการทั้งบริษัท หุ้นส่วน นักลงทุน รวมถึงงานศพที่ยิ่งใหญ่สมฐานะของประธานบริษัทอันดับต้นๆ ของประเทศทั้งที่คนตายคือพ่อของเขาแท้ๆ แต่เขายังไม่มีเวลาแม้แต่จะเสียใจ“คุณอีรอส… เสียใจด้วยนะครับ” ชายวัยกลางคนจากบอร์ดบริหารเดินเข้ามาจับมือเขาแน่น สีหน้าดูเวทนา“ถ้าไม่มีคุณ บริษัทคงแย่ไปแล้วจริงๆ” อีรอสยิ้มบางเพียงมุมปาก“ขอบคุณครับ”“ประธานเชื่อใจคุณมากนะครับ” อีกคนเสริมขึ้น พลางมองเขาด้วยสายตาที่แทบจะพูดออกมาตรงๆ ว่า ทุกคนรู้ว่าใครควรเป็นผู้สืบทอด“โปรเจกต์ออโรร่าถ้าไม่ได้คุณเข้ามากอบกู้ คงพังตั้งแต่ไตรมาสก่อนแล้ว”คำว่า ‘กอบกู้

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status