คู่หมั้นลับ ของท่านประธาน

คู่หมั้นลับ ของท่านประธาน

last updateLast Updated : 2026-10-20
By:  พิมพ์ใจUpdated just now
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
3Chapters
4views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ใคร ๆ ก็คิดว่า “ภีมภัทร” นายแบบตัวท็อปแห่ง Aurora Media Group ยังโสด… จึงมีทั้งนักแสดง ไอดอล และนักธุรกิจชื่อดังผลัดกันเข้ามาจีบไม่เว้นวัน แต่ไม่มีใครรู้ว่า… เขาคือ “คู่หมั้นลับ” ของ คิรากร อัครเดช ประธานหนุ่มผู้เย็นชา เจ้าของอาณาจักรสื่อและวงการบันเทิงอันดับหนึ่งของประเทศ การหมั้นครั้งนี้เริ่มต้นจากคำขอของคุณย่า… ส่วนการปิดบังสถานะ เป็นการตัดสินใจของทั้งคู่ เพื่อไม่ให้นายเอกถูกมองว่าใช้เส้นสาย แต่ยิ่งปิด… หัวใจของท่านประธานก็ยิ่งเก็บไม่อยู่ เมื่อเห็นคนอื่นเข้าใกล้คนของตัวเอง เขาก็เริ่มหวง เริ่มหึง และคอยกันทุกคนออกจากชีวิตนายเอก ทั้งที่ยังปากแข็งว่าไม่ได้คิดอะไร ขณะที่ภีม…ผู้แอบรักคิรากรมานานหลายปี ได้แต่เตือนตัวเองซ้ำ ๆ ว่า “อย่าหวังเลย… เขาไม่มีวันรักเรา” จนวันที่ความลับกำลังจะถูกเปิดเผย… ท่านประธานผู้ไม่เคยก้มหัวให้ใคร กลับยอมทำทุกอย่าง เพื่อรักษาคู่หมั้นคนนี้ไว้ข้างกาย

View More

Chapter 1

ตอนที่ 1: คำขอข้างเตียงคนไข้

ตอนที่ 1: คำขอข้างเตียงคนไข้

กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อรุนแรงโชยแตะจมูกทันทีที่ก้าวออกจากลิฟต์ส่วนบุคคล เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะหนักแน่นและมั่นคง คิรากร อัครเดช ในชุดสูทสีกรมท่าสามชิ้นที่ตัดเย็บอย่างประณีตเดินตรงไปยังหน้าห้องผ่าตัดชั้น VIP ของโรงพยาบาลเซนต์เกรซ กระดุมเสื้อสูทถูกปลดออกเม็ดหนึ่งเพื่อลดความอึดอัด ทว่าใบหน้าคมคายกลับเรียบเฉยจนดูเย็นชา แววตาคมกริบคู่ใต้คิ้วเข้มไม่ได้บ่งบอกถึงความรู้สึกใด ๆ แม้ว่าเขาจะเพิ่งปลีกตัวออกจากการประชุมบอร์ดบริหารของ Aurora Media Group มาอย่างกะทันหันก็ตาม

ที่หน้าห้องผ่าตัด ร่างโปร่งบางของภีมภัทร วัฒนกุล นั่งอยู่บนเก้าอี้บุนวมสีครีม สองมือของเขากุมเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว ปลายนิ้วสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ หยาดน้ำใสคลอหน่วยตาคู่สวยจนบดบังทัศนียภาพตรงหน้า จมูกและขอบตาแดงระเรื่อจากการร้องไห้เงียบ ๆ มาเป็นเวลานาน เสียงฝีเท้าที่หยุดลงตรงหน้าทำให้ภีมภัทรค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมอง

สายตาสองคู่ประสานกันในความเงียบ

คิรากรยืนกอดอก ท่าทางสุขุมและสง่างามราวกับภาพวาด ทว่าแววตาของเขากลับนิ่งสนิทราวกับผิวน้ำในสระลึกที่ไม่มีลมพัดผ่าน ไอความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากตัวประธานหนุ่มทำให้บรรยากาศรอบข้างที่ตึงเครียดอยู่แล้วยิ่งอึดอัดขึ้นไปอีก ภีมภัทรเม้มริมฝีปากล่างเบา ๆ ก่อนจะหลบสายตาลงต่ำทันที ความเจียมตัวที่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กทำให้เขาตระหนักดีว่าตนเองอยู่ในฐานะอะไรในบ้านอัครเดช เด็กกำพร้าที่คุณหญิงวารุณีชุบเลี้ยงมาอย่างเขา ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแสดงความอ่อนแอให้ทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลเห็น

คิรากรลอบถอนหายใจยาว แต่อดไม่ได้ที่จะปรายตา มองแผ่นหลังบางที่สั่นเทาน้อย ๆ นั้น มือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง หยิบผ้าเช็ดหน้าสีเทาเข้มเนื้อดีออกมาแล้วยื่นส่งให้โดยไม่พูดอะไรสักคำ

ภีมภัทรมองผ้าเช็ดหน้าตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ เขาเงยหน้าขึ้นมองคนตัวสูงอีกครั้งอย่างไม่แน่ใจ

"เช็ดซะ" เสียงทุ้มต่ำและเรียบเรื่อยหลุดจากปากคิรากร "คุณย่ายังไม่เป็นอะไร อย่าเพิ่งทำหน้าเหมือนร้องไห้งานศพ"

"ครับ... ขอบคุณครับคุณคิรา" ภีมภัทรรับผ้าเช็ดหน้ามาถือไว้เบา ๆ ราวกับกลัวว่ามันจะยับสลายคามือ ความอบอุ่นจาง ๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่บนเนื้อผ้าทำให้หัวใจที่เต้นรัวด้วยความกลัวเริ่มสงบลงเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่กล้าใช้มันเช็ดน้ำตาอยู่ดี ได้แต่กำมันไว้แน่นในอุ้งมือ

ความเงียบกลับมาปกคลุมโถงทางเดินหน้าห้องผ่าตัดอีกครั้ง มีเพียงเสียงสะอื้นแผ่วเบาของภีมภัทรที่พยายามสะกดกลั้นเอาไว้ และเสียงพลิกข้อมือเพื่อดูนาฬิกาปาเต็ก ฟิลิปป์ ของคิรากรเป็นระยะ ๆ เวลาแต่ละนาทีผ่านไปอย่างเชื่องช้าและทรมาน จนกระทั่งสัญญาณไฟสีแดงหน้าห้องผ่าตัดดับลง

ประตูห้องผ่าตัดเปิดออกพร้อมกับร่างของ นพ.ปริญญ์ วัฒนกิจ หมอประจำตัวของคุณหญิงวารุณีที่เดินออกมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด นายแพทย์วัยกลางคนถอดหน้ากากอนามัยออกก่อนจะก้าวตรงมาหาคนทั้งสอง

"หมอปริญญ์ คุณย่าเป็นยังไงบ้างครับ" ภีมภัทรถลันกายลุกขึ้นยืนทันทีจนเก้าอี้เลื่อนไปด้านหลัง

"การผ่าตัดด่วนผ่านไปด้วยดีครับ แต่เนื่องจากคนไข้อายุมากแล้ว และมีภาวะแทรกซ้อนเกี่ยวกับโรคหัวใจ หมอจำเป็นต้องย้ายคุณหญิงไปที่ห้อง ICU ทันทีหลังจากนี้" นพ.ปริญญ์อธิบายพลางมองหน้าคิรากร "แต่ก่อนที่จะให้ยากล่อมประสาทเพื่อให้ท่านพักผ่อนยาว คุณหญิงท่านลืมตาขึ้นมาและยืนยันว่าจะขอพบคุณคิรากรกับคุณภีมภัทรให้ได้ครับ หมอให้เวลาแค่ห้านาทีนะครับ"

"ขอบคุณครับหมอ" คิรากรพยักหน้า รับคำอย่างรวดเร็วก่อนจะหันไปทางประตู ภีมภัทรเดินตามหลังชายหนุ่มเข้าไปในห้องเตรียมผู้ป่วยอย่างเงียบเชียบ

ภายในห้องพักฟื้นชั่วคราว แสงไฟสลัวส่องกระทบร่างผอมบางของคุณหญิงวารุณีที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ สายระโยงระยางจากเครื่องช่วยหายใจและเครื่องวัดสัญญาณชีพส่งเสียงสัญญาณเตือนเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ใบหน้าที่มีริ้วรอยตามวัยซีดเผือด แต่เมื่อเห็นร่างของหลานชายและเด็กหนุ่มที่เธอรักเหมือนลูกหลานเดินเข้ามา ดวงตาที่ฝ้าฟางก็ประกายแสงขึ้นมาเล็กน้อย

"คิรา... ภีม..." เสียงแหบพร่าหลุดจากริมฝีปากที่แห้งผาก

"คุณย่าครับ" ภีมภัทรปรี่เข้าไปคุกเข่าข้างเตียงคนไข้ทันที มือเรียวบางเอื้อมไปจับมืออันอบอุ่นแต่ไร้เรี่ยวแรงของผู้มีพระคุณไว้ น้ำตาที่เพิ่งแห้งไปไหลรินลงมาอีกครั้ง "ภีมอยู่นี่ครับคุณย่า คุณย่าต้องไม่เป็นอะไรนะครับ"

คิรากรเดินตามเข้ามาหยุดยืนอยู่อีกฝั่งของเตียง เขาโน้มตัวลงเล็กน้อย มือหนาวางบนผ้าห่มตรงช่วงไหล่ของผู้เป็นย่า "ผมอยู่นี่ครับคุณย่า การผ่าตัดเรียบร้อยดี คุณย่าพักผ่อนเถอะครับ"

คุณหญิงวารุณีส่ายหน้าช้า ๆ พยายามยกมืออีกข้างที่ไม่มีสายน้ำเกลือขึ้น คิรากรเห็นดังนั้นจึงยื่นมือไปกุมมือท่านไว้ หญิงชราใช้แรงเฮือกสุดท้ายที่มีดึงมือของคิรากรและมือของภีมภัทรให้มาวางซ้อนกันบนอกของเธอ

ฝ่ามือหนาที่เย็นเฉียบของคิรากรสัมผัสเข้ากับหลังมือบางอันสั่นเทาของภีมภัทรอย่างจัง นายแบบหนุ่มสะดุ้งน้อย ๆ แต่ไม่กล้าชักมือกลับ เช่นเดียวกับคิรากรที่ขากรรไกรบดเข้าหากันเบา ๆ จนเห็นสันนูนที่แก้ว แววตาของเขาไหววูบไปเสี้ยววินาทีก่อนจะกลับมานิ่งสนิท

"ย่ารู้ตัวดี... ว่าย่าอาจจะอยู่ได้อีกไม่นาน" คุณหญิงวารุณีพูดพยายามสูดหายใจเข้าลึก "สิ่งที่ย่าห่วงที่สุด... คือภีม ภีมเป็นเด็กกำพร้า ไม่มีญาติที่ไหน ถ้าย่าเป็นอะไรไป... ย่าจะนอนตายตาไม่หลับ"

"คุณย่าอย่าพูดแบบนั้นสิครับ" ภีมภัทรส่ายหน้าสะอื้นจนตัวโยน

"และย่าก็อยากเห็นคิรา... มีคนคอยดูแลหัวใจ มีคนอยู่เคียงข้าง..." หญิงชราหันไปมองหลานชายแท้ ๆ สายตาที่เต็มไปด้วยความอ้อนวอนและคาดหวังส่งตรงไปยังคิรากร "หมั้นกับน้องได้ไหมคิรา... ถือว่าย่าขอร้อง... เป็นคำขอสุดท้ายของย่า"

ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงเครื่องวัดหัวใจที่เต้นรัวเร็วยิ่งขึ้นตามอารมณ์ของผู้ป่วย ภีมภัทรหัวใจเต้นระทึกจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความรู้สึกภายในใจตีกันจนวุ่นวาย เขารักคิรากร แอบรักมาตั้งแต่เด็กตอนที่ถูกรับเลี้ยงเข้ามาในคฤหาสน์อัครเดช คิรากรคือดวงอาทิตย์ที่อยู่ไกลเกินเอื้อมเสมอมา การได้ยินคำขอแบบนี้ทำให้หัวใจของเขาพองโตด้วยความหวัง... ทว่าในเวลาเดียวกัน ความเจ็บปวดลึก ๆ ก็แล่นริ้วเข้ามา เพราะเขารู้ดีว่าคิรากรไม่ได้รู้สึกแบบเดียวกัน

ภีมภัทรเหลือบมองใบหน้าด้านข้างของคิรากร ชายหนุ่มนิ่งไป ขมับขวาเต้นตุบ สายตาคมจ้องมองใบหน้าของผู้เป็นย่าที่ชราและทรุดโทรมลงไปมาก คิรากรลังเล... สัญชาตญาณและการใช้ชีวิตที่ผ่านมาของเขาไม่เคยยอมให้ใครมาบงการชีวิต แต่เมื่อเห็นสายตาที่ไร้ทางสู้และเต็มไปด้วยความกังวลของคุณหญิงวารุณี ชายหนุ่มก็ลอบระบายลมหายใจยาวออกทางจมูก

"ครับคุณย่า" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาอย่างมั่นคง "ผมจะหมั้น... คุณย่าไม่ต้องห่วงนะครับ พักผ่อนให้สบาย"

คำตอบรับนั้นทำให้คุณหญิงวารุณียิ้มออกมาด้วยความโล่งอก ดวงตาของท่านค่อย ๆ ปิดลงช้า ๆ ด้วยความเหนื่อยล้า พร้อมกับที่พยาบาลเดินเข้ามาเตือนว่าหมดเวลาเยี่ยมแล้ว

ภีมภัทรค่อย ๆ ถอนมือออกจากการเกาะกุม ทว่าความรู้สึกอุ่นวาบบนหลังมือที่เกิดจากการสัมผัสของคิรากรยังคงติดตรู่ไม่จางหาย เขาเดินตามหลังร่างสูงใหญ่ออกมาจากห้องพักฟื้นด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งในอก ดีใจ... แต่ก็รู้ดีว่าข้อผูกมัดนี้เกิดขึ้นเพราะ "หน้าที่" และความกตัญญูเท่านั้น ไม่ใช่เพราะความรักเลยแม้แต่น้อย

สามวันต่อมา อาการของคุณหญิงวารุณีทรงตัวและถูกย้ายมายังห้องพักฟื้น VIP ระดับสูงสุดที่เต็มไปด้วยความสะดวกสบาย ทว่าบรรยากาศภายในห้องกลับไม่ได้รื่นเริงเหมือนพิธีหมั้นของมหาเศรษฐีตระกูลดังทั่วไป ไม่มีสื่อมวลชน ไม่มีแสงแฟลช ไม่มีเสียงดนตรีคลอเคลีย และไม่มีแขกเหรื่อมาร่วมแสดงความยินดี

มีเพียงคุณหญิงวารุณีที่นั่งพิงหมอนอยู่บนเตียงคนไข้ นพ.ปริญญ์ พยาบาลอาวุโสอีกหนึ่งคน และขวดน้ำเกลือที่ทำหน้าที่เป็นพยาน

ภีมภัทรอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา กางเกงสแลกสีดำธรรมดา เขายืนอยู่ข้างเตียงด้วยท่าทางประหม่า ปลายนิ้วมือทั้งสองข้างบดบี้กันไปมาจนผิวเริ่มแดง ขณะที่คิรากรยังคงอยู่ในชุดสูททำงานเต็มยศ ราวกับว่าพิธีหมั้นนี้เป็นเพียงหนึ่งในวาระการประชุมที่เขาต้องแวะมาเซ็นอนุมัติก่อนจะไปทำงานต่อ

"คิรา สวมแหวนให้น้องสิลูก" คุณหญิงวารุณีเอ่ยเตือนด้วยรอยยิ้มบาง ๆ

คิรากรล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท หยิบกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มออกมา เปิดออกเผยให้เห็นแหวนเพชรตัวเรือนทองคำขาวเรียบหรู เม็ดเพชรขนาดกำลังพอดีไม่ได้ใหญ่โตจนสะดุดตา แต่ประกายของมันสะท้อนแสงไฟในห้องโรงพยาบาลอย่างงดงาม ชายหนุ่มเอื้อมมือไปจับมือซ้ายของภีมภัทรขึ้นมา

มือของคิรากรเย็นเฉียบ... ทว่าการจับต้องกลับมั่นคงและไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย

ภีมภัทรรู้สึกราวกับกระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ วิ่งพล่านไปทั่วแขนเมื่อปลายนิ้วหนาสัมผัสเข้ากับผิวเนื้อของเขา คิรากรบรรจงดันแหวนเพชรเข้าที่นิ้วนางข้างซ้ายของนายแบบหนุ่มอย่างช้า ๆ จนกระทั่งมันเข้าไปสุดโคนนิ้ว ขนาดของแหวนช่างพอดีราวกับถูกวัดมาตั้งแต่อดีตชาติ

"เรียบร้อยแล้วครับคุณย่า" คิรากรปล่อยมือออกทันทีอย่างสุภาพ ท่าทางขยับถอยห่างหนึ่งก้าวตามสัญชาตญาณทำเอาหัวใจของภีมภัทรกระตุกวูบ

คุณหญิงวารุณียิ้มอย่างหมดห่วง มือผอมบางยกขึ้นลูบศีรษะของภีมภัทรเบา ๆ ก่อนจะหันไปมองหลานชาย "เรื่องงานหมั้น... จะเปิดเผยหรือไม่ ย่าให้พวกเราตัดสินใจกันเอง ย่ารู้ว่าคิรามีงานใหญ่ต้องทำ และภีมเองก็กำลังไปได้ดีในวงการนายแบบ ทำตามที่พวกเจ้าเห็นสมควรเถอะนะ"

"ครับคุณย่า ขอบคุณครับ" ภีมภัทรก้มศีรษะลงไหว้บนอกของผู้มีพระคุณ

หลังจากพูดคุยและตรวจเช็กอาการอีกเล็กน้อย คุณหญิงวารุณีก็เริ่มมีอาการเพลียและหลับไป นพ.ปริญญ์และพยาบาลจึงขอตัวออกจากห้องเพื่อปล่อยให้คนไข้ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่

ทันทีที่ประตูห้องพักฟื้นปิดสนิทลง ความเงียบสงัดก็เข้าจู่โจมคนทั้งสองทันที

คิรากรหันกลับมามองภีมภัทร สายตาเรียบนิ่งและเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลกกลับมาอีกครั้ง เขาเดินเข้าไปใกล้ร่างโปร่งที่ยังคงยืนกำมือซ้ายของตัวเองอยู่ข้างเตียงคนไข้ ประธานหนุ่มยืนเอามือล้วงกระเป๋ากางเกง จ้องมองแหวนเพชรบนนิ้วนางของอีกฝ่ายด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก

"เรื่องหมั้น..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทำเอาภีมภัทรสะดุ้งน้อย ๆ แล้วเงยหน้าขึ้นฟังอย่างตั้งใจ "อย่าเพิ่งบอกใครในบริษัท ฉันไม่อยากให้คนมองว่านายใช้เส้นสายอัครเดชในการทำงาน หรือใช้เรื่องนี้เป็นทางลัดในวงการนายแบบ"

คำพูดที่ตรงไปตรงมาและไร้เยื่อใยราวกับใบมีดโกนกรีดลึกลงในใจของคนฟัง ภีมภัทรรู้สึกหน้าชา วาบขมในคอ เขาไม่ได้อยากได้เส้นสาย ไม่เคยคิดจะใช้ชื่อตระกูลอัครเดชเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองเลยสักครั้ง ทุกก้าวในเส้นทางอาชีพนายแบบของ Aurora Models เขาแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและความตั้งใจของตัวเองทั้งสิ้น

แต่เขาก็เข้าใจดี... ในสายตาของคิรากร เขาคงเป็นแค่เด็กในบ้านที่เข้ามาเกาะกระแสเพื่อความก้าวหน้า

"ครับคุณคิรา..." ภีมภัทรพยักหน้ารับคำเงียบ ๆ ขอบตาเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอีกรอบ แต่เขาพยายามกระพริบตาถี่ ๆ เพื่อไล่หยาดน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาต่อหน้าชายหนุ่ม มือขวากำแหวนเพชรบนนิ้วนางข้างซ้ายแน่นจนเนื้อเหล็กกดลึกลงไปในผิว "ผมจะไม่บอกใครครับ จะไม่มีใครรู้เรื่องนี้... ผมสัญญา"

คิรากรจ้องมองท่าทางเจียมเนื้อเจียมตัวนั้นนิ่ง แววตาคมกริบไหววูบไปเล็กน้อยคล้ายมีความรู้สึกบางอย่างพาดผ่าน แต่เพียงครู่เดียวมันก็ถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาดั้งเดิม ชายหนุ่มยืดตัวตรงพยักหน้ารับคำรับรู้สั้น ๆ

"ดี... งั้นฉันกลับบริษัทก่อน ส่วนนาย... มิ้นคงมารับไปงานถ่ายแบบตอนบ่ายใช่ไหม"

"ครับ พี่มิ้นกำลังมารับครับ"

"อืม อย่าให้เสียงานล่ะ" คิรากรพูดทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้น ก่อนจะหันหลังและเดินออกจากห้องพักฟื้นไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย

คล้อยหลังร่างสูงใหญ่ ประตูห้องปิดลงพร้อมกับความเงียบงันที่แผ่ซ่าน ภีมภัทรปล่อยให้ตัวเองทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียงอย่างหมดแรง เขายกมือซ้ายขึ้นมาตรงหน้า แสงไฟจากเพดานตกกระทบเม็ดเพชรจนเกิดประกายระยิบระยับงดงาม... ทว่ามันช่างดูโดดเดี่ยวและเหน็บหนาวเหลือเกิน

"แอบรักข้างเดียวก็เจ็บพอแล้ว..." ภีมภัทรพึมพำกับตัวเองแผ่วเบา หยาดน้ำตาเม็ดโตไหลร่วงกระทบลงบนหน้าปัดแหวนเพชร "พอต้องมาผูกมัดกันแบบนี้... ทำไมมันถึงเจ็บกว่าเดิมนะ"

เด็กหนุ่มสูดหายใจเข้าลึก ๆ พยายามตั้งสติและปาดน้ำตาออกจากหางตาลวก ๆ วงการบันเทิงและรันเวย์ข้างหน้าไม่มีพื้นที่ให้กับความอ่อนแอ และเขาก็ยอมรับข้อผูกมัดนี้แล้ว... ไม่ว่าจะต้องอยู่ฐานะ "คู่หมั้นลับ ๆ" ที่ไร้ตัวตนไปอีกนานแค่ไหนก็ตาม

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
3 Chapters
ตอนที่ 1: คำขอข้างเตียงคนไข้
ตอนที่ 1: คำขอข้างเตียงคนไข้กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อรุนแรงโชยแตะจมูกทันทีที่ก้าวออกจากลิฟต์ส่วนบุคคล เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะหนักแน่นและมั่นคง คิรากร อัครเดช ในชุดสูทสีกรมท่าสามชิ้นที่ตัดเย็บอย่างประณีตเดินตรงไปยังหน้าห้องผ่าตัดชั้น VIP ของโรงพยาบาลเซนต์เกรซ กระดุมเสื้อสูทถูกปลดออกเม็ดหนึ่งเพื่อลดความอึดอัด ทว่าใบหน้าคมคายกลับเรียบเฉยจนดูเย็นชา แววตาคมกริบคู่ใต้คิ้วเข้มไม่ได้บ่งบอกถึงความรู้สึกใด ๆ แม้ว่าเขาจะเพิ่งปลีกตัวออกจากการประชุมบอร์ดบริหารของ Aurora Media Group มาอย่างกะทันหันก็ตามที่หน้าห้องผ่าตัด ร่างโปร่งบางของภีมภัทร วัฒนกุล นั่งอยู่บนเก้าอี้บุนวมสีครีม สองมือของเขากุมเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว ปลายนิ้วสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ หยาดน้ำใสคลอหน่วยตาคู่สวยจนบดบังทัศนียภาพตรงหน้า จมูกและขอบตาแดงระเรื่อจากการร้องไห้เงียบ ๆ มาเป็นเวลานาน เสียงฝีเท้าที่หยุดลงตรงหน้าทำให้ภีมภัทรค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองสายตาสองคู่ประสานกันในความเงียบคิรากรยืนกอดอก ท่าทางสุขุมและสง่างามราวกับภาพวาด ทว่าแววตาของเขากลับนิ่งสนิทราวกับผิวน้ำในสระลึกที่ไม่มีลมพัดผ่าน ไอความเย็นชาที่แผ่ออกมา
last updateLast Updated : 2026-10-20
Read more
ตอนที่ 2: กฎเหล็กที่เพนต์เฮาส์หรู
ตอนที่ 2: กฎเหล็กที่เพนต์เฮาส์หรูเสียงล้อลากของกระเป๋าเดินทางแบรนด์เนมสีควันบุหรี่บดไปกับพื้นหินอ่อนขัดเงา มันเป็นเสียงเดียวที่ทำลายความเงียบงันภายในลิฟต์ความเร็วสูงซึ่งกำลังทะยานขึ้นสู่ชั้นบนสุดของ ออโรร่า สกาย เรสซิเดนซ์ (Aurora Sky Residence)ภีมภัทร วัฒนกุล ยืนนิ่ง สายตาเหม่อมองตัวเลขดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มือเรียวขาวกระชับสายกระเป๋าเป้ที่สะพายอยู่บนบ่าแน่นขึ้นเล็กน้อย เสื้อเชิ้ตผ้าลินินสีครีมตัวโคร่งกับกางเกงสแลกสีดำขับให้รูปร่างที่โปร่งบางอยู่แล้วดูเพรียวลมยิ่งขึ้น ใบหน้าได้รูปของนายแบบแถวหน้าแห่งออโรร่า โมเดลส์ เรียบเฉย แต่ในอกกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ก้าวข้ามคำว่าสบายใจไปไกลลิบติ๊ง—เสียงสัญญาณเตือนพร้อมกับประตูลิฟต์ที่เปิดออกเผยให้เห็นพื้นที่โถงส่วนตัวกว้างขวาง เพนต์เฮาส์แห่งนี้กินพื้นที่ทั้งชั้นของอาคารหรูใจกลางนครอัศวิน มันถูกออกแบบด้วยสไตล์โมเดิร์นลักชัวรี โทนสีเทา ดำ และขาว ส่องสะท้อนความมั่งคั่งทว่าเย็นชา ผนังกระจกบานยักษ์เปิดรับทัศนียภาพอันกว้างไกลของเมืองหลวง แต่ความโอ่อ่านั้นกลับไม่ได้ทำให้คนมาใหม่รู้สึกถึงคำว่า 'บ้าน' เลยแม้แต่น้อยภีมภัทรก้าวเท้าออกไป ล
last updateLast Updated : 2026-10-20
Read more
ตอนที่ 3: หน้ากากในออโรร่า ทาวเวอร์
ตอนที่ 3: หน้ากากในออโรร่า ทาวเวอร์แสงแดดยามเช้าของนครอัศวินสะท้อนกับกระจกสูงเสียดฟ้าของ ออโรร่า ทาวเวอร์ อาคารสำนักงานใหญ่ 88 ชั้นที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางย่านธุรกิจ ตัวตึกสีเงินยวดยามนี้ดูคล้ายแท่งคริสตัลขนาดมหึมาที่โอบล้อมไปด้วยความเคลื่อนไหวอันเร่งรีบของผู้คนในวงการสื่อและบันเทิงระดับประเทศที่โถงต้อนรับส่วนหน้า เสียงรองเท้าหนังแบรนด์เนมกระทบกับพื้นหินอ่อนเนื้อดีเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ภีมภัทรในชุดเสื้อเชิ้ตผ้าไหมอิตาลีสีครีมเข้ารูปพอดิบพอดีกับรูปร่างโปร่งระหง กางเกงสแลกสีดำขับให้ช่วงขาดูเพรียวยาว สมฐานะนายแบบแถวหน้าของ ค่ายออโรร่า โมเดลส์ ดวงตาเรียวรีคู่สวยมองตรงไปข้างหน้า ขณะที่มือเรียวขยับปกเสื้อให้เข้าที่เล็กน้อย"ภีม วันนี้เช็กตารางแล้ว ช่วงบ่ายมีฟิตติ้งเสื้อผ้าของแบรนด์นอกนะจะ ส่วนตอนเย็น..." พี่มิ้นท์ ผู้จัดการส่วนตัวร่างท้วมในชุดสูทสีสดใสเดินก้าวฉับ ๆ ตามพลางก้มมองไอแพดในมือ ปากก็ร่ายยาวไม่หยุด "อ๊ะ! ท่านประธานลงมาพอดี"เสียงของพี่มิ้นท์สะดุดกึก พร้อมกับความเคลื่อนไหวรอบข้างที่คล้ายจะหยุดชะงักลงโดยอัตโนมัติประตูลิฟต์ผู้บริหารสีทองเหลืองอร่ามที่แยกส่วนไว้เฉพาะเปิดออกอย่างเชื่อ
last updateLast Updated : 2026-10-20
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status