Mag-log inแล้วก็มาถึงคำถามเด็ดที่เจติยาเลือกถามคริส ไม่รู้อะไรดลใจให้เธอถามเขาว่า
“ผู้ชายหน้าตาดีอย่างคุณเคยโดนผู้หญิงทิ้งบ้างไหม”
คนถูกถามถึงกับต้องขบกรามของตัวเองเมื่อได้ยินคำถามนี้ เพราะมันเป็นคำถามที่ไปจี้จุดอ่อนของเขา
อีธานเห็นท่าไม่ดีจึงรีบพูดตัดบท “คุณเมามากแล้วนะเจนีน ผมพาคุณไปส่งที่ห้องก่อนดีกว่า”
“ไม่เป็นไรอีธาน คุณไม่ต้องเป็นห่วง ฉันมาเองได้ฉันก็กลับเองได้” น้ำเสียงของเธอบ่งบอกให้รู้เลยว่าเมา
แต่ทันทีที่ลุกขึ้นยืนก็รู้สึกเหมือนพื้นมันโคลงเคลงจนยืนไม่อยู่ คริสเห็นเช่นนั้นจึงรีบตรงเข้าไปประคองก่อนที่เธอจะล้มลงไปนอนวัดพื้น
“สภาพแบบนี้คุณคงกลับห้องพักเองไม่ได้หรอก ให้ผมไปส่งคุณดีกว่า”
อันนาเห็นด้วยกับคำพูดของคริส “เราฝากคุณดูแลเจนีนด้วยนะคะ รบกวนคุณส่งเธอให้ถึงห้องเลยนะ”
เธอไม่อยากให้อีธานไปส่งเจติยาด้วยตัวเอง เพราะไม่อยากให้เขาได้อยู่ใกล้ชิดกับหญิงสาวตามลำพัง โดยเฉพาะในสภาพที่กำลังมึนเมาแบบนี้ กลัวว่าถ่านไฟเก่าจะกลับมาคุกรุ่นขึ้นอีกครั้ง เธอยอมรับโดยไม่อายว่าหึงหวงแฟนหนุ่มกับหญิงสาวที่มีเสน่ห์เย้ายวนใจอย่างเจติยา ก็ทั้งสวยและเซ็กซี่ขนาดนี้มีหรือที่ผู้ชายจะอดใจไหว
เจติยาดูท่าจะเมาจริง เวลาเดินยังเดินไม่ค่อยจะตรงทาง คริสต้องคอยประคองจนกระทั่งเธอสะดุดจนเกือบพาเขาล้มลงไปด้วย เขาจึงตัดสินใจอุ้มเธอไปส่งที่ห้องพัก
“ฉันกลับเองด้ายยยย”
“ผมรู้ แต่คงดีกว่าถ้าให้ผมไปส่ง”
ดูจากสภาพของเธอตอนนี้แล้วคงปล่อยให้กลับไปตามลำพังไม่ได้แน่ เมื่อถึงหน้าห้องพักเขาจับให้เธอยืนพิงกำแพงไว้ ช่วงที่เขาใช้คีย์การ์ดเปิดประตูห้อง สายตาก็เหลือบไปเห็นเธอทรุดตัวลงไปกองอยู่ที่พื้น เขาจึงอุ้มเธอมาส่งที่เตียงนอน
ขณะที่คริสกำลังจัดท่านอนให้เธออยู่นั้น เธอก็ฉุดมือเขาจนเขาเสียหลักล้มลงไปนอนทับบนร่างเธอ มือของเธอยังคว้าคอเขาเข้ามาใกล้อย่างคนไม่ค่อยมีสติ
“ครายน่ะ....หล่อจัง...ฉันชอบคนหล่อ”
“คุณจะทำอะไรน่ะเจนีน”
“มามะ...มา...สุดหล่อขอจูบที”
ไม่เพียงแต่พูดเท่านั้นแต่ยังปล้ำจูบเขาเป็นพัลวัน มือก็ลูบไล้ไปตามร่างกายเขาอย่างเพลิดเพลินไม่หยุด
“กล้ามเป็นมัดๆ แบบนี้ฉันช๊อบชอบ” คนเมาพูดพลางส่งเสียงหัวเราะคิกคัก
คริสถึงกับต้องกุมขมับเมื่อต้องมาเจอกับยายเมรีขี้เมา ดาวยั่วมือสมัครเล่น
“ให้ตายสิ ขืนปล่อยไว้มีหวังเขาต้องทนไม่ไหวแน่”
คริสพยายามปลดมือของเธอที่ยุ่มย่ามราวกับหนวดปลาหมึกออกจากตัวอย่างยากเย็น เพื่อไปนำผ้าชุดน้ำมาเช็ดตามใบหน้าและเนื้อตัวของเธอเพื่อเรียกสติ ปากก็พร่ำบอกให้เธออยู่นิ่งๆ แต่ดูเหมือนจะไร้ผล เพราะอีกฝ่ายยังคงไขว่คว้าและลูบไล้แผงอกกำยำล่ำสันของเขาอย่างสะเปะสะปะไปมาอยู่เรื่อย จนเขาต้องดุคนเมาที่มือไม่ยอมหยุดนิ่ง ขืนปล่อยให้ทำแบบนี้เขาเองก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าจะทนได้อีกนานแค่ไหน
“อยู่เฉยๆ สิเจนีน ผมไม่ใช่พระอิฐพระปูนนะจะได้ไม่รู้สึกอะไร”
ตอนแรกก็ตั้งใจจะให้เธอนอนทั้งชุดที่เธอสวมใส่ แต่มาคิดดูอีกทีเธออาจจะนอนไม่สบายตัวก็เลยตัดสินใจถอดชุดนั้นออก เหลือเพียงชั้นในซีทรูสีดำตัวจิ๋วสุดวาบหวิวที่ห่อหุ้มร่างกายของเธอ คริสจ้องมองเรือนร่างสวยสะพรั่งของเจติยาไม่วางตา ไล่ตั้งแต่เรียวขายาวขาวผ่องเรื่อยขึ้นมาจนถึงหน้าท้องแบนราบ สายตาของเขามาสะดุดหยุดนิ่งอยู่ที่ทรวงอกสวยเต่งตึงที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะหายใจ มันช่างเป็นภาพที่งดงามจนเขามิอาจละสายตาไปจากเรือนร่างเพรียวบางที่นอนอยู่ตรงหน้าได้ ภาพที่เห็นส่งผลให้ใจของเขาเต้นแรงขึ้นจนยากที่จะควบคุม
ขณะที่คริสกำลังห่มผ้าให้ มือของเจติยาก็ลูบไล้ไปตามใบหน้าของชายหนุ่มสุดหล่อที่นั่งอยู่ข้างกายอย่างหลงใหล หารู้ไม่ว่าการกระทำของเธอกำลังสร้างความปั่นป่วนให้กับใครบางคนโดยไม่รู้ตัว และความอดทนของเขามันก็ใกล้จะถึงจุดสิ้นสุดเต็มที
เมื่อถูกรุกเร้าหนักเข้าก็ชักจะทนไม่ไหว เขาตัดใจลุกขึ้นเพื่อหนีการถูกปลุกเร้าโดยไม่รู้ตัวจากแม่ดาวยั่วมือสมัครเล่น แต่แม่ตัวดีกลับดึงตัวเขาเข้ามากอด ทันทีที่ริมฝีปากของเธอสัมผัสกับใบหน้าเขา อารมณ์ความรู้สึกที่เขาพยายามข่มไว้ก็ปะทุขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ คริสหมดความยับยั้งชั่งใจ สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ต่อเรือนร่างที่เย้ายวนอารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง
“ช่วยไม่ได้นะ คุณทำตัวคุณเอง”
คริสก้มลงจูบไปทั่วใบหน้าของเธอ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ริมฝีปากแดงเรื่อชุ่มฉ่ำราวกับกลีบกุหลาบกำมะหยี่ เขาจูบเธอเนิ่นนาน มือก็ลูบไล้ไปตามเรือนร่างของเธออย่างหลงใหล ผิวของเธอเนียนนุ่มน่าสัมผัส และขาวผุดผ่องราวกับกระเบื้องเคลือบชั้นดีที่เร้าใจให้จุมพิต เขาประทับตราลงบนตัวเธอเกือบทุกตารางนิ้วด้วยมือและริมฝีปากที่ร้อนรุ่ม ยิ่งได้สัมผัสแตะต้องก็ยิ่งทำให้เลือดหนุ่มในกายแรงร้อนราวฟ้าผ่า ปราการสองด่านสุดท้ายถูกถอดโยนออกไป เพื่อให้เขาได้สัมผัสกับเรือนร่างของเธอโดยไม่มีอะไรมาขวางกั้น เขาจูบและลูบไล้ทรวงอกอวบอิ่มเต่งตึงทั้งสองข้างตามอำเภอใจ จนปลายถันนูนตอบรับสัมผัสจากริมฝีปากเขา คริสเพลิดเพลินอยู่กับทรวงอกคู่งาม ซึ่งมีขนาดที่เย้ายวนใจชายให้กระหายหิวจนเจติยาเผลอร้องครวญครางออกมา พร้อมกับเบียดตัวเข้าหาเขาตามสัญชาตญาณ ความเสียวแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูของร่างกายเธอ
“คุณรับปากฉันแล้วนะ ห้ามเปลี่ยนใจทีหลังเด็ดขาด” “รับรองไม่เปลี่ยนใจ ผมจะยอมแก้ผ้าถ่ายภาพร่วมกับคุณดีกว่าให้คุณไปถ่ายภาพหวิวกับผู้ชายอื่น” คริสตอบหลังจากตัดสินใจแน่นอนว่าจะยอมสลัดผ้า เพื่อถ่ายภาพเด็ดลงโฟโต้บุ้คฉบับพิเศษนี้ร่วมกับเธอและลูกในท้อง “สำเร็จ!” เธอจูบแก้มเขาเป็นรางวัล ความสุขเปล่งประกายออกมาจากสายตาเธอ “คุณมีความสุขมากขนาดนี้เลยเหรอ” “แน่อยู่แล้ว เพียงแค่คิดว่าโฟโต้บุ้คเล่มนี้จะทำให้ลูกของเรา มีชื่อเสียงโด่งดังตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ ก็ทำให้ฉันยิ้มออกมาได้อย่างมีความสุข” เขาลูบไล้แก้มเนียนใสของภรรยาในขณะที่ฟังเธอพูดถึงคอนเซ็ปที่วางไว้ให้เขาฟัง “เราจะมีการถ่ายภาพทั้งในสตูดิโอ ในห้องนอน ห้องน้ำ และตามสถานที่ต่างๆ มันต้องเป็นโฟโต้บุ้คที่สร้างความฮือฮา และสร้างแรงบันดาลใจให้คุณแม่ยุคใหม่ลุกขึ้นมาปฏิวัติทำอะไรแบบนี้บ้าง” คริสยิ้มเมื่อเห็นความสุขเปล่งประกายออกมาจากสายตาของเจติยา ความสุขของเธอก็คือความสุขของเขา แม้จะเหนื่อยแค่ไหนเพียงได้เห็นรอยยิ้มที่สดใสของเธอ ก็ทำให
“มีอะไรอยากจะพูดกับผมก็พูดมา” “สัญญาก่อนว่าคุณจะทำทุกอย่างตามที่ฉันขอ” “ผมขอฟังก่อนว่าคุณจะขออะไร เพราะไม่อยากสัญญาในสิ่งที่ผมทำไม่ได้” เจติยาหมุนตัวกลับมายืนเผชิญหน้าพร้อมกับสบตาเขา “คุณทำได้แน่อยู่ที่ว่าจะยอมทำหรือเปล่าเท่านั้น” “จะให้ผมทำอะไร” “ถ้าฉันบอกแล้วคุณห้ามโกรธฉันนะ” คริสพยักหน้าแทนคำตอบ “มีบริษัทมาเสนอโปรเจคพิเศษให้ฉัน และฉันอยากทำโปรเจคนี้ร่วมกับคุณ” “โปรเจคอะไร!” “เขาอยากทำโฟโต้บุ้คของฉัน” “ตอนที่คุณท้องแก่ใกล้คลอดแบบนี้เหรอเจนีน” “ใช่ค่ะ เขาบอกว่าเทรนด์นี้กำลังเป็นที่ถูกจับตามอง และมีทีท่าว่ากำลังจะมาแรงในอนาคต เขาก็เลยอยากสร้างปรากฏการณ์ให้เป็นที่ฮือฮา” “ด้วยการขอให้คุณถ่ายแบบให้เขา” “ถูกต้อง และฉันก็อยากให้คุณถ่ายแบบในครั้งนี้ร่วมกับฉัน” คริสไม่เห็นด้วยเพราะเขาหวง เพราะขณะที่เธอกำลังอุ้มท้องลูกของเขา แต่ความสวยและความเซ็กซี่ของเจติยาก็ไม่เคยลดน้อยลง เมื่อเจติยาเห็นว่า
“แพ้ท้อง! จะเป็นไปได้ยังไงคะแม่ก็เจนีนยังไม่ได้ท้องเลย” แต่พอนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ก็ทำตาลุกวาว “หรือว่า...” “หรือว่าอะไรเหรอเจนีน” คริสซึ่งตามมาสมทบทีหลังเอ่ยถาม “แย่แล้วค่ะคริส” “อะไรที่คุณว่าแย่ช่วยพูดให้ผมเข้าใจหน่อย” “รอบเดือนฉันขาดไปสองเดือนแล้ว” “แล้วมันหมายความว่ายังไง” “ก็หมายความว่าคุณกำลังจะได้เป็นพ่อคน” “พูดจริงหรือเปล่าเจนีน ห้ามล้อผมเล่นด้วยเรื่องแบบนี้นะ” “ฉันก็ยังไม่มั่นใจนักหรอกค่ะ แต่ว่ารอบเดือนฉันไม่มาสองเดือนแล้ว แล้วแม่ยังบอกว่าอาการที่คุณเป็นเหมือนกับอาการของคนที่แพ้ท้องแทนเมีย” “ถ้าอย่างนั้นเราไปโรงพยาบาลกัน ไปตรวจให้รู้ความจริงกันไปเลย” น้ำเสียงของคริสบอกถึงความตื่นเต้นกับข่าวที่ได้ยิน แววตาของเขาทอประกายสดใส “แล้วถ้าฉันไม่ได้ท้องคุณจะผิดหวังไหม” “เพื่อลูกของเราผมจะเพิ่มความพยายามให้มากกว่าเดิม” “แค่ความขยันในการทำการบ้านที่คุณเป็นอยู่ทุกวันนี้ ฉันก็แทบจะรับไม่ไหว ขืนคุณเพิ่มความพยายามในเรื่องน
“ไม่เหนื่อยบ้างหรือไงนะ” “ถึงเหนื่อยก็ยอม อย่ามัวเสียเวลาพูดอยู่เลย เรามาเริ่มทำลูกกันดีกว่า” ใบหน้าของเจติยาร้อนวูบวาบ ไปกับคำพูดชักชวนแบบตรงไปตรงมาของสามี คริสแนบริมฝีปากของตนลงบนริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อ ไฟในห้องดับลง เหลือไว้แต่ไฟเสน่หาที่ดูท่าว่าจะไม่ยอมมอดดับลงง่ายๆ เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นเบาๆ ฟังไม่ได้ศัพท์ ไม่นานก็เงียบหายไปในนิทราของทั้งสองที่อยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน การเจรจาสู่ขอในเช้าวันต่อมาเป็นไปด้วยความราบรื่น อานนท์และอัมรามิได้เรียกร้องอะไรได้แต่บอกให้ฝ่ายชายจัดมาตามที่เห็นสมควร ทั้งสองฝ่ายตัดสินใจที่จะจัดพิธีแต่งงานที่นี่ ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายปรึกษารายละเอียดเรื่องนี้กันตามลำพัง เพราะสองหนุ่มสาวตัดสินใจที่จะทำตามความเห็นของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย หลังจากการเจรจาสิ้นสุดลงคริสขับรถพาเจติยาไปพบตรัยภูมิที่โรงพยาบาลตามนัด “ผมจะรอคุณอยู่ที่นี่ คุณเสร็จธุระเมื่อไรเราจะได้กลับบ้านพร้อมกัน” “ตกลงค่ะ” ตรัยภูมิพาเจติยาไปนั่งคุยที่สวนด้านข้างของโรงพยาบาล “มีเรื่องอะไรจะคุยกับพี่เหรอครับเจนีน
เมื่อเจติยาพาคริสเดินเข้าไปพบพ่อกับแม่ ที่กำลังนั่งรอชำระความอยู่ภายในห้องนั่งเล่น ผู้สูงวัยรับไหว้บุคคลทั้งสอง “ว่าไงจ๊ะแม่ตัวดีไปก่อเรื่องอะไรไว้ ไม่เคยคิดที่จะเล่าให้พ่อกับแม่ฟังบ้างเลยเหรอไง” “เจนีนยอมรับผิดค่ะแม่” “มันเป็นความผิดของผมเองครับไม่ใช่ความผิดของเธอ” “คริสเพิ่งจะเล่าให้เจนีนฟังว่าเขามาสารภาพความจริงให้พ่อกับแม่ทราบก่อนหน้านี้” “ใช่ มันแปลกตรงที่เรารู้เรื่องนี้จากปากของคนอื่น แทนที่จะรู้จากปากของลูกนะเจนีน” “เจนีนขอโทษค่ะที่ทำตัวให้พ่อกับแม่ผิดหวัง” “เรื่องมันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป ไหนๆ ก็จดทะเบียนสมรสกันแล้ว พ่อกับแม่ได้แต่อวยพรให้ลูกกับคริสอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข” “พ่อแม่ผมอยากทราบว่าทางนี้จะสะดวกวันไหน พวกท่านจะได้มาสู่ขอเจนีนอย่างเป็นทางการครับ” “พวกคุณสะดวกวันไหนก็วันนั้นล่ะ” อานนท์กล่าว “ผมขอโทรถามพ่อกับแม่ก่อนแล้วจะมาแจ้งให้ทราบอีกทีครับ แต่น่าจะภายในวันสองวันนี้” “ทำไมรวดเร็วอย่างนั้นคะคริส แล้วพ่อกับแม่คุณจะเดินทาง
“ฉันล้อเล่นค่ะ ใครจะยกผู้ชายเพอร์เฟคชั่นนิสอย่างคุณให้คนอื่นง่ายๆ ล่ะคะจริงไหม” ‘ถ้าเป็นเมื่อก่อนล่ะก็ไม่แน่’ นั่นเป็นความคิดที่คริสไม่รู้ สีหน้าของคริสเครียดขรึมแววตาบ่งบอกถึงความไม่พอใจกับความคิดแผลงๆ ของภรรยา “อย่าโกรธเลยนะคะ ก็บอกแล้วไงว่าล้อเล่น ถ้าคุณยังไม่หายโกรธฉันจะ...” “จะทำอะไร!” “ก็ทำแบบนี้ไงคะ” เจติยาประคองใบหน้าเขาพร้อมกับโน้มตัวไปจูบปากเขา “อีกทีซิ”หญิงสาวไม่ยอมทำตามที่เขาขอ “ของดีมีไม่บ่อยนักหรอกค่ะคริส” “คืนนี้คุณเสร็จผมแน่” “อยากให้ถึงคืนนี้เร็วๆ จัง” นี่สินะเสน่ห์ของเจติยาที่ใช้มัดหัวใจผู้ชายจนอยู่หมัด หนีไปไหมไม่รอด ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหัวใจที่มั่นคงของคริสถึงได้สั่นคลอนยามเมื่อได้มาพบเธอ “ฉันคงต้องนำเคล็ดลับมัดใจผู้ชายในแบบของคุณไปลองใช้บ้างแล้ว เผื่อว่าจะได้ผล” “ยินดีค่ะ” “เรื่องคุณกับอีริคไปถึงไหนแล้ว คืนดีกันหรือยัง” นาตาลีพยักหน้า “ฉันตัดสินใจที่จะให้โอกาสเขาอีกครั้ง แต่เขาต้องเข้ารับ







