分享

บทที่ 4

last update publish date: 2026-09-09 11:00:32

            แล้วก็มาถึงคำถามเด็ดที่เจติยาเลือกถามคริส ไม่รู้อะไรดลใจให้เธอถามเขาว่า

            “ผู้ชายหน้าตาดีอย่างคุณเคยโดนผู้หญิงทิ้งบ้างไหม”

            คนถูกถามถึงกับต้องขบกรามของตัวเองเมื่อได้ยินคำถามนี้ เพราะมันเป็นคำถามที่ไปจี้จุดอ่อนของเขา

            อีธานเห็นท่าไม่ดีจึงรีบพูดตัดบท “คุณเมามากแล้วนะเจนีน ผมพาคุณไปส่งที่ห้องก่อนดีกว่า”

            “ไม่เป็นไรอีธาน คุณไม่ต้องเป็นห่วง ฉันมาเองได้ฉันก็กลับเองได้” น้ำเสียงของเธอบ่งบอกให้รู้เลยว่าเมา

            แต่ทันทีที่ลุกขึ้นยืนก็รู้สึกเหมือนพื้นมันโคลงเคลงจนยืนไม่อยู่ คริสเห็นเช่นนั้นจึงรีบตรงเข้าไปประคองก่อนที่เธอจะล้มลงไปนอนวัดพื้น

            “สภาพแบบนี้คุณคงกลับห้องพักเองไม่ได้หรอก ให้ผมไปส่งคุณดีกว่า”

            อันนาเห็นด้วยกับคำพูดของคริส “เราฝากคุณดูแลเจนีนด้วยนะคะ รบกวนคุณส่งเธอให้ถึงห้องเลยนะ”

            เธอไม่อยากให้อีธานไปส่งเจติยาด้วยตัวเอง เพราะไม่อยากให้เขาได้อยู่ใกล้ชิดกับหญิงสาวตามลำพัง โดยเฉพาะในสภาพที่กำลังมึนเมาแบบนี้ กลัวว่าถ่านไฟเก่าจะกลับมาคุกรุ่นขึ้นอีกครั้ง เธอยอมรับโดยไม่อายว่าหึงหวงแฟนหนุ่มกับหญิงสาวที่มีเสน่ห์เย้ายวนใจอย่างเจติยา ก็ทั้งสวยและเซ็กซี่ขนาดนี้มีหรือที่ผู้ชายจะอดใจไหว

            เจติยาดูท่าจะเมาจริง เวลาเดินยังเดินไม่ค่อยจะตรงทาง คริสต้องคอยประคองจนกระทั่งเธอสะดุดจนเกือบพาเขาล้มลงไปด้วย เขาจึงตัดสินใจอุ้มเธอไปส่งที่ห้องพัก

            “ฉันกลับเองด้ายยยย”

            “ผมรู้ แต่คงดีกว่าถ้าให้ผมไปส่ง”

            ดูจากสภาพของเธอตอนนี้แล้วคงปล่อยให้กลับไปตามลำพังไม่ได้แน่ เมื่อถึงหน้าห้องพักเขาจับให้เธอยืนพิงกำแพงไว้ ช่วงที่เขาใช้คีย์การ์ดเปิดประตูห้อง สายตาก็เหลือบไปเห็นเธอทรุดตัวลงไปกองอยู่ที่พื้น เขาจึงอุ้มเธอมาส่งที่เตียงนอน

            ขณะที่คริสกำลังจัดท่านอนให้เธออยู่นั้น เธอก็ฉุดมือเขาจนเขาเสียหลักล้มลงไปนอนทับบนร่างเธอ มือของเธอยังคว้าคอเขาเข้ามาใกล้อย่างคนไม่ค่อยมีสติ

            “ครายน่ะ....หล่อจัง...ฉันชอบคนหล่อ”

            “คุณจะทำอะไรน่ะเจนีน”

            “มามะ...มา...สุดหล่อขอจูบที”

            ไม่เพียงแต่พูดเท่านั้นแต่ยังปล้ำจูบเขาเป็นพัลวัน มือก็ลูบไล้ไปตามร่างกายเขาอย่างเพลิดเพลินไม่หยุด

            “กล้ามเป็นมัดๆ แบบนี้ฉันช๊อบชอบ” คนเมาพูดพลางส่งเสียงหัวเราะคิกคัก

            คริสถึงกับต้องกุมขมับเมื่อต้องมาเจอกับยายเมรีขี้เมา ดาวยั่วมือสมัครเล่น

            “ให้ตายสิ ขืนปล่อยไว้มีหวังเขาต้องทนไม่ไหวแน่”

            คริสพยายามปลดมือของเธอที่ยุ่มย่ามราวกับหนวดปลาหมึกออกจากตัวอย่างยากเย็น เพื่อไปนำผ้าชุดน้ำมาเช็ดตามใบหน้าและเนื้อตัวของเธอเพื่อเรียกสติ ปากก็พร่ำบอกให้เธออยู่นิ่งๆ แต่ดูเหมือนจะไร้ผล เพราะอีกฝ่ายยังคงไขว่คว้าและลูบไล้แผงอกกำยำล่ำสันของเขาอย่างสะเปะสะปะไปมาอยู่เรื่อย จนเขาต้องดุคนเมาที่มือไม่ยอมหยุดนิ่ง ขืนปล่อยให้ทำแบบนี้เขาเองก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าจะทนได้อีกนานแค่ไหน

            “อยู่เฉยๆ สิเจนีน ผมไม่ใช่พระอิฐพระปูนนะจะได้ไม่รู้สึกอะไร”

            ตอนแรกก็ตั้งใจจะให้เธอนอนทั้งชุดที่เธอสวมใส่ แต่มาคิดดูอีกทีเธออาจจะนอนไม่สบายตัวก็เลยตัดสินใจถอดชุดนั้นออก เหลือเพียงชั้นในซีทรูสีดำตัวจิ๋วสุดวาบหวิวที่ห่อหุ้มร่างกายของเธอ คริสจ้องมองเรือนร่างสวยสะพรั่งของเจติยาไม่วางตา ไล่ตั้งแต่เรียวขายาวขาวผ่องเรื่อยขึ้นมาจนถึงหน้าท้องแบนราบ สายตาของเขามาสะดุดหยุดนิ่งอยู่ที่ทรวงอกสวยเต่งตึงที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะหายใจ มันช่างเป็นภาพที่งดงามจนเขามิอาจละสายตาไปจากเรือนร่างเพรียวบางที่นอนอยู่ตรงหน้าได้ ภาพที่เห็นส่งผลให้ใจของเขาเต้นแรงขึ้นจนยากที่จะควบคุม

            ขณะที่คริสกำลังห่มผ้าให้ มือของเจติยาก็ลูบไล้ไปตามใบหน้าของชายหนุ่มสุดหล่อที่นั่งอยู่ข้างกายอย่างหลงใหล หารู้ไม่ว่าการกระทำของเธอกำลังสร้างความปั่นป่วนให้กับใครบางคนโดยไม่รู้ตัว และความอดทนของเขามันก็ใกล้จะถึงจุดสิ้นสุดเต็มที

            เมื่อถูกรุกเร้าหนักเข้าก็ชักจะทนไม่ไหว เขาตัดใจลุกขึ้นเพื่อหนีการถูกปลุกเร้าโดยไม่รู้ตัวจากแม่ดาวยั่วมือสมัครเล่น แต่แม่ตัวดีกลับดึงตัวเขาเข้ามากอด ทันทีที่ริมฝีปากของเธอสัมผัสกับใบหน้าเขา อารมณ์ความรู้สึกที่เขาพยายามข่มไว้ก็ปะทุขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ คริสหมดความยับยั้งชั่งใจ สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ต่อเรือนร่างที่เย้ายวนอารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง

            “ช่วยไม่ได้นะ คุณทำตัวคุณเอง”  

            คริสก้มลงจูบไปทั่วใบหน้าของเธอ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ริมฝีปากแดงเรื่อชุ่มฉ่ำราวกับกลีบกุหลาบกำมะหยี่ เขาจูบเธอเนิ่นนาน มือก็ลูบไล้ไปตามเรือนร่างของเธออย่างหลงใหล ผิวของเธอเนียนนุ่มน่าสัมผัส และขาวผุดผ่องราวกับกระเบื้องเคลือบชั้นดีที่เร้าใจให้จุมพิต เขาประทับตราลงบนตัวเธอเกือบทุกตารางนิ้วด้วยมือและริมฝีปากที่ร้อนรุ่ม ยิ่งได้สัมผัสแตะต้องก็ยิ่งทำให้เลือดหนุ่มในกายแรงร้อนราวฟ้าผ่า ปราการสองด่านสุดท้ายถูกถอดโยนออกไป เพื่อให้เขาได้สัมผัสกับเรือนร่างของเธอโดยไม่มีอะไรมาขวางกั้น เขาจูบและลูบไล้ทรวงอกอวบอิ่มเต่งตึงทั้งสองข้างตามอำเภอใจ จนปลายถันนูนตอบรับสัมผัสจากริมฝีปากเขา คริสเพลิดเพลินอยู่กับทรวงอกคู่งาม ซึ่งมีขนาดที่เย้ายวนใจชายให้กระหายหิวจนเจติยาเผลอร้องครวญครางออกมา พร้อมกับเบียดตัวเข้าหาเขาตามสัญชาตญาณ ความเสียวแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูของร่างกายเธอ

在 APP 繼續免費閱讀本書
掃碼下載 APP

最新章節

  • วิมานรักพยัคฆ์ร้าย   บทที่ 5

    ราคะร้อนแรงที่ก่อตัวขึ้นทำให้คริสไม่คิดจะหยุดอยู่เพียงแค่นั้นดังเช่นวันวาน เขามิอาจต้านทานต่อความต้องการของตนเองได้จึงเลือกที่สานต่อให้จบ เขาลุกขึ้นถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกด้วยความเร่งรีบ ก่อนจะกลับมานอนกอดกระชับแนบชิดเรือนร่างหอมกรุ่นเย้ายวนใจ เนื้อต่อเนื้อแนบกันจนไม่เหลือช่องว่างใดๆ เขาก้มลงไปจุมพิตทรวงอกของเธออย่างแผ่วเบา ก่อนจะกอดจูบลูบไล้ไปทั่วใบหน้าเธออีกครั้งละเรื่อยไปจนถึงใบหู และมาหยุดซุกไซ้อยู่ที่ซอกคอหอมกรุ่นของเธออย่างหลงใหล พร้อมกับขบเม้มเบาๆ เพื่อกระตุ้นอารมณ์สาว ในขณะที่จูบเธอนั้นมือของเขาก็ลูบไล้ลงบนสะโพกงาม และเริ่มไล้ไต่ระดับขึ้นมาด้านบนอย่างช้าๆ ผิวของเธอเนียนนุ่มดุจแพรไหม สัมผัสของเขาทำให้เธอรู้สึกเคลิบเคลิ้มราวกับตกอยู่ในห้วงแห่งความฝัน คริสใช้ประสบการณ์ที่มีปลุกเร้าอารมณ์เธออย่างต่อเนื่อง ปฏิกิริยาตอบสนองของเธอนั้นเป็นไปแบบคนไม่รู้งาน ทำให้คริสรู้ว่าเจติยายังอ่อนหัดในเรื่องแบบนี้ ถึงจะเป็นเช่นนั้นแต่เธอก็ทำให้เขาสั่นสะท้านไปด้วยเพลิงปรารถนาได้เหมือนกัน มือของเธอที่ลูบไล้สะเปะสะปะไปตามร่างกายเขาโดยไม่หยุดยั้งนั้นทำให้เขาแทบคลั่ง

  • วิมานรักพยัคฆ์ร้าย   บทที่ 4

    แล้วก็มาถึงคำถามเด็ดที่เจติยาเลือกถามคริส ไม่รู้อะไรดลใจให้เธอถามเขาว่า “ผู้ชายหน้าตาดีอย่างคุณเคยโดนผู้หญิงทิ้งบ้างไหม” คนถูกถามถึงกับต้องขบกรามของตัวเองเมื่อได้ยินคำถามนี้ เพราะมันเป็นคำถามที่ไปจี้จุดอ่อนของเขา อีธานเห็นท่าไม่ดีจึงรีบพูดตัดบท “คุณเมามากแล้วนะเจนีน ผมพาคุณไปส่งที่ห้องก่อนดีกว่า” “ไม่เป็นไรอีธาน คุณไม่ต้องเป็นห่วง ฉันมาเองได้ฉันก็กลับเองได้” น้ำเสียงของเธอบ่งบอกให้รู้เลยว่าเมา แต่ทันทีที่ลุกขึ้นยืนก็รู้สึกเหมือนพื้นมันโคลงเคลงจนยืนไม่อยู่ คริสเห็นเช่นนั้นจึงรีบตรงเข้าไปประคองก่อนที่เธอจะล้มลงไปนอนวัดพื้น “สภาพแบบนี้คุณคงกลับห้องพักเองไม่ได้หรอก ให้ผมไปส่งคุณดีกว่า” อันนาเห็นด้วยกับคำพูดของคริส “เราฝากคุณดูแลเจนีนด้วยนะคะ รบกวนคุณส่งเธอให้ถึงห้องเลยนะ” เธอไม่อยากให้อีธานไปส่งเจติยาด้วยตัวเอง เพราะไม่อยากให้เขาได้อยู่ใกล้ชิดกับหญิงสาวตามลำพัง โดยเฉพาะในสภาพที่กำลังมึนเมาแบบนี้ กลัวว่าถ่านไฟเก่าจะกลับมาคุกรุ่นขึ้นอีกครั้ง เธอยอมรับโดยไม่อายว่าหึงหวงแฟนหนุ่มกับหญิงส

  • วิมานรักพยัคฆ์ร้าย   บทที่ 3

    ระหว่างที่นั่งดื่มด้วยกันอยู่นั้นเจติยารู้สึกว่าเขาจ้องมองมาที่เธอตลอดเวลา โดยปกติแล้วเธอจะรู้สึกภาคภูมิใจทุกครั้งที่มีชายหนุ่มหน้าตาดีจ้องมองมาที่เธอด้วยสายตาชื่นชม แต่ไม่ใช่ในครั้งนี้ เขาจะรู้ตัวไหมว่าการที่เขาเอาแต่นั่งจ้องหน้าเธออยู่แบบนี้ มันสร้างความเครียดให้กับเธอ โดยเฉพาะตอนที่ต้องนั่งอยู่กับเขาสองต่อสองแบบนี้ เพราะอันนาชวนอีธานออกไปเต้นรำที่ฟลอร์ เจติยาจึงต้องนั่งอยู่กับคริสตามลำพังท่ามกลางบรรยากาศที่น่าอึดอัด เธอจึงเลือกที่จะนั่งดื่มเงียบๆ และทำเหมือนเขาไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้น คริสเป็นฝ่ายทำลายความเงียบด้วยการเปิดประเด็นถาม “หน้าตาคุณดูเหมือนไม่ค่อยสบาย เป็นอะไรหรือเปล่า” “ไม่เป็นไร ฉันสบายดี” “จำได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเราเมื่อคืนนี้” จำได้สิ ทำไมจะจำไม่ได้ จู่ๆ ก็เสียตัวครั้งแรกให้กับชายแปลกหน้าที่เพิ่งจะพบกันเพียงไม่กี่ชั่วโมง ใครจำไม่ได้ก็บ้าแล้ว “เรื่องที่เกิดขึ้น...ผมยินดีที่จะรับผิดชอบ...” หา!! ฟังไม่ผิดใช่ไหม ถามฉันสักคำไหมว่าต้องการหรือเปล่า

  • วิมานรักพยัคฆ์ร้าย   บทที่ 2

    จะโทษใครได้นอกจากโทษตัวเองที่รนหาที่ เจติยาส่ายหัวไปมาอย่างแรงเพื่อลบภาพที่ติดอยู่ในสมอง ก่อนจะลงมือแต่งตัวไปกินอาหารเช้า ขณะที่กำลังนั่งดื่มกาแฟอยู่นั้นสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นเพื่อนเก่าคนหนึ่ง อันที่จริงจะเรียกกิ๊กเก่าก็ไม่ผิดนัก แม้ระยะเวลาที่คบกันจะเป็นเพียงเวลาสั้นๆ ก็ตาม เขายังคงความหล่อและเท่เหมือนเดิม เจติยาเดินตรงเข้าไปทักอีกฝ่ายโดยไม่ลังเล “สบายดีเหรอคะอีธาน” “เจนีน นึกไม่ถึงเลยว่าผมจะได้พบคุณที่นี่” อีธานตรงเข้าสวมกอดและจูบแก้มเจติยาเบาๆ แทนการทักทายอย่างเป็นกันเอง ดวงตาของเขาฉายแววยินดีที่มีโอกาสได้พบกับเธออีกครั้ง “ฉันมาเที่ยวพักผ่อนหลังจากทำงานหนักมาหลายเดือน ดีใจจังที่ได้พบคุณอีก” “ผมเองก็ดีใจที่ได้พบคุณเช่นกัน คุณยังสวยเหมือนเดิมเลยนะเจนีน” เจติยายิ้มรับคำชม…นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอได้ยินคำชม คำพูดเหล่านี้เธอได้ยินบ่อยจนชิน แต่ก็รู้สึกดีที่ได้ยินจากปากของกิ๊กเก่าสุดหล่ออย่างอีธาน “คืนนี้ผมจะจัดงานปาร์ตี้ถ้าคุณมีเวลาก็มาร่วมสนุกด้วยกันสิ”

  • วิมานรักพยัคฆ์ร้าย   บทที่ 1

    เจติยา ดิษยาวรโชติ นางแบบสุดเซ็กซี่แถวหน้าของวงการแฟชั่น เจ้าของฉายาคาสโนวี่สาวพราวเสน่ห์จากการโหวตของพี่ๆ นักข่าวติดต่อกันมานานถึงห้าปีซ้อน ได้บินลัดฟ้ามาที่ประเทศสหรัฐอเมริกาพร้อมกับกระเป๋าเสื้อผ้าใบโต เพื่อมาเที่ยวพักผ่อนและใช้ชีวิตหรูหราแบบเอ็กซ์ครูซีฟบนเรือรอยัล อินเตอร์ ครุยส์แต่เพียงลำพัง ไร้เงาผู้ติดตามหรือชายหนุ่มมาดแมนแอนด์แฮนซั่มข้างกายเหมือนเช่นทุกครั้งที่เธอปรากฏตัว ถือได้ว่าเป็นการมาเที่ยวพักผ่อนอย่างแท้จริง หลังจากเช็คอินบนเรือลำดังกล่าวเธอก็นำกระเป๋าเข้าไปเก็บในห้องพัก ซึ่งเป็นห้องสวีทขนาดใหญ่ที่มีระเบียงกว้างพอสมควร ก่อนจะตัดสินใจไปปลดปล่อยตัวเองจากความเครียด ที่เกิดจากการทำงานอย่างหนักในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา โดยเลือกที่จะเข้าไปดื่มด่ำกับแสงสีเสียงยามราตรีในผับ เธอทั้งดื่มและเต้นรำอย่างสนุกสนานกับชายแปลกหน้าที่บังเอิญมาเจอกัน ดื่มกันทั้งคืนสนุกแบบสุดเหวี่ยงมารู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้นอีกทีก็ในเช้าวันต่อมา เธอตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการปวดหัวอย่างรุนแรง ราวกับว่ามันจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ คงเพราะเมื่อคืนดื่มหนักมากไปหน่อยก็เลยเป็นแบบนี้ แต่นั่นย

更多章節
探索並免費閱讀 優質小說
GoodNovel APP 免費暢讀海量優秀小說,下載喜歡的書籍,隨時隨地閱讀。
在 APP 免費閱讀書籍
掃碼在 APP 閱讀
DMCA.com Protection Status