Mag-log inราคะร้อนแรงที่ก่อตัวขึ้นทำให้คริสไม่คิดจะหยุดอยู่เพียงแค่นั้นดังเช่นวันวาน เขามิอาจต้านทานต่อความต้องการของตนเองได้จึงเลือกที่สานต่อให้จบ เขาลุกขึ้นถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกด้วยความเร่งรีบ ก่อนจะกลับมานอนกอดกระชับแนบชิดเรือนร่างหอมกรุ่นเย้ายวนใจ เนื้อต่อเนื้อแนบกันจนไม่เหลือช่องว่างใดๆ เขาก้มลงไปจุมพิตทรวงอกของเธออย่างแผ่วเบา ก่อนจะกอดจูบลูบไล้ไปทั่วใบหน้าเธออีกครั้งละเรื่อยไปจนถึงใบหู และมาหยุดซุกไซ้อยู่ที่ซอกคอหอมกรุ่นของเธออย่างหลงใหล พร้อมกับขบเม้มเบาๆ เพื่อกระตุ้นอารมณ์สาว
ในขณะที่จูบเธอนั้นมือของเขาก็ลูบไล้ลงบนสะโพกงาม และเริ่มไล้ไต่ระดับขึ้นมาด้านบนอย่างช้าๆ ผิวของเธอเนียนนุ่มดุจแพรไหม สัมผัสของเขาทำให้เธอรู้สึกเคลิบเคลิ้มราวกับตกอยู่ในห้วงแห่งความฝัน คริสใช้ประสบการณ์ที่มีปลุกเร้าอารมณ์เธออย่างต่อเนื่อง ปฏิกิริยาตอบสนองของเธอนั้นเป็นไปแบบคนไม่รู้งาน ทำให้คริสรู้ว่าเจติยายังอ่อนหัดในเรื่องแบบนี้ ถึงจะเป็นเช่นนั้นแต่เธอก็ทำให้เขาสั่นสะท้านไปด้วยเพลิงปรารถนาได้เหมือนกัน มือของเธอที่ลูบไล้สะเปะสะปะไปตามร่างกายเขาโดยไม่หยุดยั้งนั้นทำให้เขาแทบคลั่ง
วินาทีนั้นเขาหน้ามืดไปด้วยตัณหาร้อนแรง สติปัญญาหายหมด ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปในปริมาณมากเริ่มออกฤทธิ์ ทำให้เขาไม่สามารถควบคุมตัวเองได้เหมือนอย่างที่เคยเป็น รู้แต่ว่าอยากผลักดันความปรารถนาเข้าไปในตัวเธออย่างเดียว คริสจำแทบไม่ได้แล้วด้วยซ้ำว่าเคยคลั่งไคล้ผู้หญิงคนไหนได้มากเท่าเธอมาก่อนหรือไม่ เขาย้อนกลับมาจูบริมฝีปากของเธออีกครั้งด้วยความเร่ารอน ลิ้นนุ่มของเขาตวัดหยอกล้ออยู่กับลิ้นของเธอ เขาดูดปลายลิ้นเธอและนั่นทำให้เธอสั่นสะท้านไปทั้งตัว
คริสปลุกเร้าอารมณ์เจติยาอย่างต่อเนื่องด้วยสัมผัสจากมือและริมฝีปาก เมื่อเห็นว่าเธอพร้อมจึงหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวด้วยการแทรกความเป็นชายเข้าไปในตัวเธอ ความคับแน่นที่เขาได้สัมผัสทำให้เขาแทบทนไม่ไหว และทำให้เขารู้ว่าเขาเป็นผู้ชายคนแรกของเธอ ไม่น่าเชื่อเลยว่าภายใต้ท่าทางก๋ากั่นที่แสดงออกมานั้น เธอกลับไม่เคยปล่อยตัวปล่อยใจให้ชายใดได้เชยชม ชายหนุ่มพยายามที่จะอ่อนโยนให้มากที่สุด เพราะรู้ว่านี่คือประสบการณ์ครั้งแรกของเธอ แม้ว่าเธอจะไม่ค่อยมีสติรับรู้อันเนื่องมาจากความมึนเมา แต่เขาก็ไม่อยากที่จะตักตวงความสุขจากตัวเธอตามแต่ใจโดยไม่คำนึงถึงตัวเธอ ความเร่าร้อนที่แฝงไว้ด้วยความอ่อนโยนนั้น ได้นำพาให้เขาและเธอไปถึงจุดหมายปลายทางพร้อมกัน
เมื่อสมรภูมิรักผ่านพ้นไป ทั้งคู่ก็นอนเปลือยเปล่าอยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน คริสลูบไล้เนื้อตัวของเธอด้วยสัมผัสที่อ่อนโยน มีเพียงเสียงลมหายใจในความเงียบ เขาลูบผมเธอเบาๆ ไม่ถึงนาทีเรือนร่างที่อยู่ในอ้อมกอดกอดของเขาก็ผ่อนคลาย พร้อมกับเสียงลมหายใจสม่ำเสมอเธอหลับสนิทไปอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มเอื้อมมือไปดึงผ้าห่มมาคลุมร่างและโอบกอดเธอไว้อย่างอบอุ่น เขาก้มลงจูบเส้นผมหอมกรุ่นที่ซบอยู่บนอกของเขาอย่างทะนุถนอม
ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์มือถือของเจติยาก็ดังขึ้น เขาเกรงว่าเสียงนั่นจะรบกวนการนอนของเธอจึงเอื้อมมือหยิบโทรศัพท์มารับสาย
“สวัสดีครับ”
เสียงของผู้ชายที่ดังมาตามสายทำให้นัตตี้ตาเบิกโพลงด้วยความประหลาดใจ
“คุณเป็นใคร แล้วเจนีนไปไหนทำไมถึงไม่มารับโทรศัพท์”
“เธอไม่ได้ไปไหนหรอกครับแต่กำลังนอนหลับอยู่ข้างตัวผม”
โอ้แม่เจ้า! นี่มันเรื่องบ้าอะไร ทำไมเจนีนถึงได้นอนหลับอยู่กับผู้ชายสองต่อสอง
“จะฝากอะไรถึงเธอไหมครับ”
“ฝากบอกเจนีนว่าพี่นัตตี้โทรมา แล้วพรุ่งนี้จะโทรกลับมาใหม่”
“แล้วผมจะบอกเธอให้นะครับ”
‘นัฐกร’ หรือคนในวงการแฟชั่นและวงการบันเทิงรู้จักกันในนามของนัตตี้ ผู้จัดการส่วนตัวฝีปากกล้าที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเจติยากล่าวขอบคุณเขา ก่อนจะวางสายไปพร้อมกับความสงสัย
เกิดอะไรขึ้น!!
ทำไมเจนีนถึงไปนอนหลับอยู่กับผู้ชายได้
เขาคนนั้นเป็นใคร!?
เรื่องนี้ต้องมีคำตอบ พรุ่งนี้จะต้องถามให้รู้ว่าเรื่องมันเป็นมายังไง ถึงได้ไปลงเอยด้วยการนอนอยู่กับผู้ชายบนเตียงแบบสองต่อสองได้
เจติยารู้สึกตัวอีกครั้งในเช้าวันต่อมาพร้อมด้วยอาการมึนหัวอย่างรุนแรง คงเป็นอาการแฮ้งค์จากการดื่มหนักเมื่อคืน และก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นชายหนุ่มที่นอนหลับใหลอยู่ข้างตัว
เหตุการณ์เหมือนเดิมไม่มีผิด
นี่มันเกิดอะไรขึ้น!!
ทำไมเราถึงมานอนเปลือยกายภายใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันกับเขาได้
เจติยาตาโตเท่าไข่ห่านเมื่อหัวสมองประมวลผลได้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืนนี้
หรือว่า...มันไม่ใช่ความฝัน!!
“คุณรับปากฉันแล้วนะ ห้ามเปลี่ยนใจทีหลังเด็ดขาด” “รับรองไม่เปลี่ยนใจ ผมจะยอมแก้ผ้าถ่ายภาพร่วมกับคุณดีกว่าให้คุณไปถ่ายภาพหวิวกับผู้ชายอื่น” คริสตอบหลังจากตัดสินใจแน่นอนว่าจะยอมสลัดผ้า เพื่อถ่ายภาพเด็ดลงโฟโต้บุ้คฉบับพิเศษนี้ร่วมกับเธอและลูกในท้อง “สำเร็จ!” เธอจูบแก้มเขาเป็นรางวัล ความสุขเปล่งประกายออกมาจากสายตาเธอ “คุณมีความสุขมากขนาดนี้เลยเหรอ” “แน่อยู่แล้ว เพียงแค่คิดว่าโฟโต้บุ้คเล่มนี้จะทำให้ลูกของเรา มีชื่อเสียงโด่งดังตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ ก็ทำให้ฉันยิ้มออกมาได้อย่างมีความสุข” เขาลูบไล้แก้มเนียนใสของภรรยาในขณะที่ฟังเธอพูดถึงคอนเซ็ปที่วางไว้ให้เขาฟัง “เราจะมีการถ่ายภาพทั้งในสตูดิโอ ในห้องนอน ห้องน้ำ และตามสถานที่ต่างๆ มันต้องเป็นโฟโต้บุ้คที่สร้างความฮือฮา และสร้างแรงบันดาลใจให้คุณแม่ยุคใหม่ลุกขึ้นมาปฏิวัติทำอะไรแบบนี้บ้าง” คริสยิ้มเมื่อเห็นความสุขเปล่งประกายออกมาจากสายตาของเจติยา ความสุขของเธอก็คือความสุขของเขา แม้จะเหนื่อยแค่ไหนเพียงได้เห็นรอยยิ้มที่สดใสของเธอ ก็ทำให
“มีอะไรอยากจะพูดกับผมก็พูดมา” “สัญญาก่อนว่าคุณจะทำทุกอย่างตามที่ฉันขอ” “ผมขอฟังก่อนว่าคุณจะขออะไร เพราะไม่อยากสัญญาในสิ่งที่ผมทำไม่ได้” เจติยาหมุนตัวกลับมายืนเผชิญหน้าพร้อมกับสบตาเขา “คุณทำได้แน่อยู่ที่ว่าจะยอมทำหรือเปล่าเท่านั้น” “จะให้ผมทำอะไร” “ถ้าฉันบอกแล้วคุณห้ามโกรธฉันนะ” คริสพยักหน้าแทนคำตอบ “มีบริษัทมาเสนอโปรเจคพิเศษให้ฉัน และฉันอยากทำโปรเจคนี้ร่วมกับคุณ” “โปรเจคอะไร!” “เขาอยากทำโฟโต้บุ้คของฉัน” “ตอนที่คุณท้องแก่ใกล้คลอดแบบนี้เหรอเจนีน” “ใช่ค่ะ เขาบอกว่าเทรนด์นี้กำลังเป็นที่ถูกจับตามอง และมีทีท่าว่ากำลังจะมาแรงในอนาคต เขาก็เลยอยากสร้างปรากฏการณ์ให้เป็นที่ฮือฮา” “ด้วยการขอให้คุณถ่ายแบบให้เขา” “ถูกต้อง และฉันก็อยากให้คุณถ่ายแบบในครั้งนี้ร่วมกับฉัน” คริสไม่เห็นด้วยเพราะเขาหวง เพราะขณะที่เธอกำลังอุ้มท้องลูกของเขา แต่ความสวยและความเซ็กซี่ของเจติยาก็ไม่เคยลดน้อยลง เมื่อเจติยาเห็นว่า
“แพ้ท้อง! จะเป็นไปได้ยังไงคะแม่ก็เจนีนยังไม่ได้ท้องเลย” แต่พอนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ก็ทำตาลุกวาว “หรือว่า...” “หรือว่าอะไรเหรอเจนีน” คริสซึ่งตามมาสมทบทีหลังเอ่ยถาม “แย่แล้วค่ะคริส” “อะไรที่คุณว่าแย่ช่วยพูดให้ผมเข้าใจหน่อย” “รอบเดือนฉันขาดไปสองเดือนแล้ว” “แล้วมันหมายความว่ายังไง” “ก็หมายความว่าคุณกำลังจะได้เป็นพ่อคน” “พูดจริงหรือเปล่าเจนีน ห้ามล้อผมเล่นด้วยเรื่องแบบนี้นะ” “ฉันก็ยังไม่มั่นใจนักหรอกค่ะ แต่ว่ารอบเดือนฉันไม่มาสองเดือนแล้ว แล้วแม่ยังบอกว่าอาการที่คุณเป็นเหมือนกับอาการของคนที่แพ้ท้องแทนเมีย” “ถ้าอย่างนั้นเราไปโรงพยาบาลกัน ไปตรวจให้รู้ความจริงกันไปเลย” น้ำเสียงของคริสบอกถึงความตื่นเต้นกับข่าวที่ได้ยิน แววตาของเขาทอประกายสดใส “แล้วถ้าฉันไม่ได้ท้องคุณจะผิดหวังไหม” “เพื่อลูกของเราผมจะเพิ่มความพยายามให้มากกว่าเดิม” “แค่ความขยันในการทำการบ้านที่คุณเป็นอยู่ทุกวันนี้ ฉันก็แทบจะรับไม่ไหว ขืนคุณเพิ่มความพยายามในเรื่องน
“ไม่เหนื่อยบ้างหรือไงนะ” “ถึงเหนื่อยก็ยอม อย่ามัวเสียเวลาพูดอยู่เลย เรามาเริ่มทำลูกกันดีกว่า” ใบหน้าของเจติยาร้อนวูบวาบ ไปกับคำพูดชักชวนแบบตรงไปตรงมาของสามี คริสแนบริมฝีปากของตนลงบนริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อ ไฟในห้องดับลง เหลือไว้แต่ไฟเสน่หาที่ดูท่าว่าจะไม่ยอมมอดดับลงง่ายๆ เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นเบาๆ ฟังไม่ได้ศัพท์ ไม่นานก็เงียบหายไปในนิทราของทั้งสองที่อยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน การเจรจาสู่ขอในเช้าวันต่อมาเป็นไปด้วยความราบรื่น อานนท์และอัมรามิได้เรียกร้องอะไรได้แต่บอกให้ฝ่ายชายจัดมาตามที่เห็นสมควร ทั้งสองฝ่ายตัดสินใจที่จะจัดพิธีแต่งงานที่นี่ ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายปรึกษารายละเอียดเรื่องนี้กันตามลำพัง เพราะสองหนุ่มสาวตัดสินใจที่จะทำตามความเห็นของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย หลังจากการเจรจาสิ้นสุดลงคริสขับรถพาเจติยาไปพบตรัยภูมิที่โรงพยาบาลตามนัด “ผมจะรอคุณอยู่ที่นี่ คุณเสร็จธุระเมื่อไรเราจะได้กลับบ้านพร้อมกัน” “ตกลงค่ะ” ตรัยภูมิพาเจติยาไปนั่งคุยที่สวนด้านข้างของโรงพยาบาล “มีเรื่องอะไรจะคุยกับพี่เหรอครับเจนีน
เมื่อเจติยาพาคริสเดินเข้าไปพบพ่อกับแม่ ที่กำลังนั่งรอชำระความอยู่ภายในห้องนั่งเล่น ผู้สูงวัยรับไหว้บุคคลทั้งสอง “ว่าไงจ๊ะแม่ตัวดีไปก่อเรื่องอะไรไว้ ไม่เคยคิดที่จะเล่าให้พ่อกับแม่ฟังบ้างเลยเหรอไง” “เจนีนยอมรับผิดค่ะแม่” “มันเป็นความผิดของผมเองครับไม่ใช่ความผิดของเธอ” “คริสเพิ่งจะเล่าให้เจนีนฟังว่าเขามาสารภาพความจริงให้พ่อกับแม่ทราบก่อนหน้านี้” “ใช่ มันแปลกตรงที่เรารู้เรื่องนี้จากปากของคนอื่น แทนที่จะรู้จากปากของลูกนะเจนีน” “เจนีนขอโทษค่ะที่ทำตัวให้พ่อกับแม่ผิดหวัง” “เรื่องมันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป ไหนๆ ก็จดทะเบียนสมรสกันแล้ว พ่อกับแม่ได้แต่อวยพรให้ลูกกับคริสอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข” “พ่อแม่ผมอยากทราบว่าทางนี้จะสะดวกวันไหน พวกท่านจะได้มาสู่ขอเจนีนอย่างเป็นทางการครับ” “พวกคุณสะดวกวันไหนก็วันนั้นล่ะ” อานนท์กล่าว “ผมขอโทรถามพ่อกับแม่ก่อนแล้วจะมาแจ้งให้ทราบอีกทีครับ แต่น่าจะภายในวันสองวันนี้” “ทำไมรวดเร็วอย่างนั้นคะคริส แล้วพ่อกับแม่คุณจะเดินทาง
“ฉันล้อเล่นค่ะ ใครจะยกผู้ชายเพอร์เฟคชั่นนิสอย่างคุณให้คนอื่นง่ายๆ ล่ะคะจริงไหม” ‘ถ้าเป็นเมื่อก่อนล่ะก็ไม่แน่’ นั่นเป็นความคิดที่คริสไม่รู้ สีหน้าของคริสเครียดขรึมแววตาบ่งบอกถึงความไม่พอใจกับความคิดแผลงๆ ของภรรยา “อย่าโกรธเลยนะคะ ก็บอกแล้วไงว่าล้อเล่น ถ้าคุณยังไม่หายโกรธฉันจะ...” “จะทำอะไร!” “ก็ทำแบบนี้ไงคะ” เจติยาประคองใบหน้าเขาพร้อมกับโน้มตัวไปจูบปากเขา “อีกทีซิ”หญิงสาวไม่ยอมทำตามที่เขาขอ “ของดีมีไม่บ่อยนักหรอกค่ะคริส” “คืนนี้คุณเสร็จผมแน่” “อยากให้ถึงคืนนี้เร็วๆ จัง” นี่สินะเสน่ห์ของเจติยาที่ใช้มัดหัวใจผู้ชายจนอยู่หมัด หนีไปไหมไม่รอด ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหัวใจที่มั่นคงของคริสถึงได้สั่นคลอนยามเมื่อได้มาพบเธอ “ฉันคงต้องนำเคล็ดลับมัดใจผู้ชายในแบบของคุณไปลองใช้บ้างแล้ว เผื่อว่าจะได้ผล” “ยินดีค่ะ” “เรื่องคุณกับอีริคไปถึงไหนแล้ว คืนดีกันหรือยัง” นาตาลีพยักหน้า “ฉันตัดสินใจที่จะให้โอกาสเขาอีกครั้ง แต่เขาต้องเข้ารับ







