Share

บทที่ 6

last update Petsa ng paglalathala: 2026-09-15 09:32:52

            “กรี๊ดดดดดด ตายซะเถอะไอ้บ้า ไอ้คนเลว สองครั้งแล้วนะที่นายบังอาจมาลักหลับฉันตอนฉันเมา”

            เจติยากรีดร้องพร้อมกับตรงเข้าประทุษร้ายเขาไม่ยั้ง เธอทั้งหยิกทั้งข่วนเขาด้วยแรงทั้งหมดที่มี

            คริสพยายามปัดป้องและหลบหลีกสองมือที่ตรงเข้ามาทำร้ายเขา คาดไว้อยู่เหมือนกันว่าอาจจะต้องเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ เมื่อเธอไม่หยุดเขาจึงรวบร่างเธอไว้ใต้ร่างเขา และตรึงแขนของเธอเอาไว้ไม่ให้มาประทุษร้ายเขาได้อีก พร้อมกับออกคำสั่งเสียงเข้ม

            “หยุดเดี๋ยวนี้นะเจนีน เป็นอะไรไปถึงได้มาทำร้ายผมแต่เช้าแบบนี้”

            “ฉันจะไม่หยุดอยู่แค่การทำร้ายคุณแน่แต่ฉันจะฆ่าคุณด้วย”

            “ถ้าคุณยังไม่หยุดผมจะหยุดคุณเอง”

            เขาไม่เพียงแต่พูดแต่ยังโน้มใบหน้าลงมาจูบไซ้ซอกคอของเธออีกด้วย

            “หยุดนะ ฉันบอกให้หยุด ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ”

            ครั้งนี้เป็นทีของเจติยาบ้างที่เป็นฝ่ายตะโกนสั่งให้เขาหยุดการกระทำที่อุกอาจเหล่านั้น

            “ผมจะปล่อยก็ต่อเมื่อคุณมีสติยั้งคิด มีปัญหาอะไรมาคุยกัน ไม่ใช่เอะอะก็มาทำร้ายร่างกายผมแบบนี้”

            “ปล่อยฉัน”

            “สัญญามาก่อนว่าเราจะคุยกันดีดี”

            “ตกลง” เธอสะบัดเสียงตอบด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ

            คริสยอมปล่อยตัวเธอให้เป็นอิสระ ก่อนจะพูดกับเธอด้วยสีหน้าจริงจัง “เราต้องคุยกัน”

            “เราต้องคุยกันแน่ แต่ขอฉันไปอาบน้ำให้สมองมันโล่งก่อน แล้วฉันจะกลับมาคุยกับคุณ”

            พอนึกขึ้นมาได้ว่าตอนนี้ทั้งเธอและเขาต่างก็เปลือยกายอยู่ เธอจึงหันไปสั่งเขา

            “หลับตาเดี๋ยวนี้ ฉันบอกให้หลับตา”

            คริสยอมทำตามคำขอ เขารู้ว่าเธออายถึงได้สั่งให้เขาทำเช่นนี้          

            เจติยารีบลุกขึ้นจากเตียงและวิ่งตรงไปยังห้องน้ำ ปากก็ยังไม่วายสั่ง “ห้ามลืมตามามองนะ”

            เธอใช้เวลาอยู่ในนั้นนานกว่าปกติ เพราะต้องการเวลาคิดว่าจะพูดกับเขายังไงกับเรื่องเดิมๆ ที่เกิดขึ้นถึงสองครั้งสองคราภายในเวลาสองคืนติดกัน เมื่อเจติยาเดินออกมาจากห้องน้ำ ก็พบคู่กรณีนั่งพิงหัวเตียงในสภาพที่มีเพียงผ้าห่มปกปิดร่างกายท่อนล่างของเขาเท่านั้น เขาจ้องมองเธอนิ่งนานโดยไม่พูดอะไร สุดท้ายเจติยาจึงต้องเป็นฝ่ายเปิดประเด็นในการสนทนา

            “ถึงเวลาที่เราจะต้องมาคุยเรื่องนี้กันอย่างจริงจังซะที”

            “คุณเสียใจไหมที่เรามีอะไรกัน”

            “เสียใจหรือไม่ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ ถึงฉันร้องไห้ฟูมฟายก็ไม่ได้ทำให้ฉันได้ความบริสุทธิ์กลับคืนมา”

            “ผมจะรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้น”

            “รับผิดชอบ!”

            “ใช่”

            “ยังไง”

            “ผมยินดีที่จะรับผิดชอบเรื่องนี้ด้วยการแต่งงาน”

            “กับฉัน!!”

            คริสพยักหน้าแทนคำตอบ

            “ฉันว่าคุณคงเข้าใจอะไรผิดไป ฉันไม่เคยต้องการให้คุณมารับผิดชอบอะไรในตัวฉัน โดยเฉพาะการผูกมัดด้วยการแต่งงานยิ่งแล้วใหญ่ มันเป็นไปไม่ได้เลย”

            คริสค่อนข้างแปลกใจกับคำตอบและท่าทีของหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้า เขาพอจะรู้มาบ้างว่าผู้หญิงไทยส่วนใหญ่เมื่อเสียพรหมจรรย์ให้ชายได้แล้วล่ะก็ เธอมักจะเรียกร้องความรับผิดชอบจากบุรุษผู้นั้น

            แต่ไม่ใช่กับเจนีน...ซึ่งมันแปลก

            “บอกผมซิว่าคุณมีเหตุผลอะไรที่จะไม่แต่งงานกับผม”

            “ด้วยเหตุผลง่ายๆ เพราะฉันไม่ต้องการที่จะแต่งงานกับคุณ”

            “แม้ว่าผมจะเป็นผู้ชายคนแรกของคุณ”

            “ใช่ และถ้าคุณคิดว่าฉันเป็นผู้หญิงประเภทที่จะต้องมานั่งฟูมฟาย เสียดายเยื่อพรหมจรรย์ที่ขาดไปเพราะมีเซ็กส์กับผู้ชายแล้วล่ะก็ ขอบอกเลยว่าฉันไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแออย่างนั้น ฉันสตรองกว่าที่คุณคิด”

            “แล้วคุณจะทำยังไงกับเรื่องที่เกิดขึ้น”

            “ไม่เห็นต้องทำอะไร เราก็แค่ต่างคนต่างกลับไปใช้ชีวิตของตัวเอง โดยไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกันอีก”

            เจติยาแสดงออกราวกับว่าเธอไม่แคร์หรือแยแสกับสิ่งที่สูญเสียไป

            ทั้งที่จริงแคร์มากกับเรื่องแบบนี้ แต่เป็นเพราะเธอไม่อยากที่จะแต่งงานกับเขา และไม่ต้องการให้เขามารับชอบอะไร จึงเลือกที่จะผลักใสเขาให้ออกห่างจากตัวเธอ เลิกยุ่งกับเธอโดยเด็ดขาดได้เลยยิ่งดี เจอที่ไหนก็ไม่ต้องมาทัก

            คำพูดและการแสดงออกของเจติยาบ่งชัดว่าไม่ต้องการให้เขายุ่งเกี่ยวกับเธออีก

            หรือว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย!!

            เขากำลังจะโดนผู้หญิงทิ้งเป็นครั้งที่สอง ทั้งที่ในครั้งนี้เธอตกเป็นของเขาแล้ว

            “ผมยังยืนยันคำเดิม” เขาพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

            “คุณฟังฉันให้ดีนะ ฉันไม่อยากแต่งงานกับคุณ และไม่ต้องการให้คุณมารับผิดชอบอะไรฉันทั้งนั้น”

            “แต่ผมเป็นคนที่มีความรับผิดชอบในทุกการกระทำและคำพูดของตัวเองเสมอ เรื่องนี้ก็เช่นเดียวกัน”

            ให้ตายสิ!! ทำไมเขาถึงเป็นคนที่เข้าใจอะไรยากแบบนี้นะ

            “ฉันไม่มีวันที่จะแต่งงานกับคุณ เชิญคุณบ้าไปคนเดียวเถอะ” เจติยาพูดด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองติดจะหาเรื่องตวาดเพราะเธอเริ่มที่จะหมดความอดทน

            “ถึงไม่อยากแต่งก็ต้องแต่ง ผมจะไม่ยอมให้ชื่อเสียงของผมต้องมัวหมองเพราะคุณเด็ดขาด ไม่ว่ายังไงคุณก็ต้องแต่งงานกับผม”

            “หมายความว่ายังไงที่บอกว่าฉันจะทำให้ชื่อเสียงของคุณมัวหมอง อธิบายให้เข้าใจหน่อยซิ”

            “ที่ผ่านมาผมไม่เคยมีประวัติเสียเรื่องผู้หญิง และไม่อยากให้ใครมาพูดใส่หน้าได้ว่าผมไม่มีความรับผิดชอบ ฟันแล้วทิ้ง เราถึงต้องแต่งงานกันไง”

            “นี่มันเรื่องบ้าชัดๆ...ฉันไม่แต่ง...หัวเด็ดตีนขาดยังไงก็ไม่แต่ง”

            “ไม่ว่ายังไงคุณก็ต้องแต่งงานกับผม”

            “ฉันไม่แต่ง คุณจะทำอะไรฉันได้ คุณบังคับฉันไม่ได้หรอก”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • วิมานรักพยัคฆ์ร้าย   บทที่ 57

    “คุณรับปากฉันแล้วนะ ห้ามเปลี่ยนใจทีหลังเด็ดขาด” “รับรองไม่เปลี่ยนใจ ผมจะยอมแก้ผ้าถ่ายภาพร่วมกับคุณดีกว่าให้คุณไปถ่ายภาพหวิวกับผู้ชายอื่น” คริสตอบหลังจากตัดสินใจแน่นอนว่าจะยอมสลัดผ้า เพื่อถ่ายภาพเด็ดลงโฟโต้บุ้คฉบับพิเศษนี้ร่วมกับเธอและลูกในท้อง “สำเร็จ!” เธอจูบแก้มเขาเป็นรางวัล ความสุขเปล่งประกายออกมาจากสายตาเธอ “คุณมีความสุขมากขนาดนี้เลยเหรอ” “แน่อยู่แล้ว เพียงแค่คิดว่าโฟโต้บุ้คเล่มนี้จะทำให้ลูกของเรา มีชื่อเสียงโด่งดังตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ ก็ทำให้ฉันยิ้มออกมาได้อย่างมีความสุข” เขาลูบไล้แก้มเนียนใสของภรรยาในขณะที่ฟังเธอพูดถึงคอนเซ็ปที่วางไว้ให้เขาฟัง “เราจะมีการถ่ายภาพทั้งในสตูดิโอ ในห้องนอน ห้องน้ำ และตามสถานที่ต่างๆ มันต้องเป็นโฟโต้บุ้คที่สร้างความฮือฮา และสร้างแรงบันดาลใจให้คุณแม่ยุคใหม่ลุกขึ้นมาปฏิวัติทำอะไรแบบนี้บ้าง” คริสยิ้มเมื่อเห็นความสุขเปล่งประกายออกมาจากสายตาของเจติยา ความสุขของเธอก็คือความสุขของเขา แม้จะเหนื่อยแค่ไหนเพียงได้เห็นรอยยิ้มที่สดใสของเธอ ก็ทำให

  • วิมานรักพยัคฆ์ร้าย   บทที่ 56

    “มีอะไรอยากจะพูดกับผมก็พูดมา” “สัญญาก่อนว่าคุณจะทำทุกอย่างตามที่ฉันขอ” “ผมขอฟังก่อนว่าคุณจะขออะไร เพราะไม่อยากสัญญาในสิ่งที่ผมทำไม่ได้” เจติยาหมุนตัวกลับมายืนเผชิญหน้าพร้อมกับสบตาเขา “คุณทำได้แน่อยู่ที่ว่าจะยอมทำหรือเปล่าเท่านั้น” “จะให้ผมทำอะไร” “ถ้าฉันบอกแล้วคุณห้ามโกรธฉันนะ” คริสพยักหน้าแทนคำตอบ “มีบริษัทมาเสนอโปรเจคพิเศษให้ฉัน และฉันอยากทำโปรเจคนี้ร่วมกับคุณ” “โปรเจคอะไร!” “เขาอยากทำโฟโต้บุ้คของฉัน” “ตอนที่คุณท้องแก่ใกล้คลอดแบบนี้เหรอเจนีน” “ใช่ค่ะ เขาบอกว่าเทรนด์นี้กำลังเป็นที่ถูกจับตามอง และมีทีท่าว่ากำลังจะมาแรงในอนาคต เขาก็เลยอยากสร้างปรากฏการณ์ให้เป็นที่ฮือฮา” “ด้วยการขอให้คุณถ่ายแบบให้เขา” “ถูกต้อง และฉันก็อยากให้คุณถ่ายแบบในครั้งนี้ร่วมกับฉัน” คริสไม่เห็นด้วยเพราะเขาหวง เพราะขณะที่เธอกำลังอุ้มท้องลูกของเขา แต่ความสวยและความเซ็กซี่ของเจติยาก็ไม่เคยลดน้อยลง เมื่อเจติยาเห็นว่า

  • วิมานรักพยัคฆ์ร้าย   บทที่ 55

    “แพ้ท้อง! จะเป็นไปได้ยังไงคะแม่ก็เจนีนยังไม่ได้ท้องเลย” แต่พอนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ก็ทำตาลุกวาว “หรือว่า...” “หรือว่าอะไรเหรอเจนีน” คริสซึ่งตามมาสมทบทีหลังเอ่ยถาม “แย่แล้วค่ะคริส” “อะไรที่คุณว่าแย่ช่วยพูดให้ผมเข้าใจหน่อย” “รอบเดือนฉันขาดไปสองเดือนแล้ว” “แล้วมันหมายความว่ายังไง” “ก็หมายความว่าคุณกำลังจะได้เป็นพ่อคน” “พูดจริงหรือเปล่าเจนีน ห้ามล้อผมเล่นด้วยเรื่องแบบนี้นะ” “ฉันก็ยังไม่มั่นใจนักหรอกค่ะ แต่ว่ารอบเดือนฉันไม่มาสองเดือนแล้ว แล้วแม่ยังบอกว่าอาการที่คุณเป็นเหมือนกับอาการของคนที่แพ้ท้องแทนเมีย” “ถ้าอย่างนั้นเราไปโรงพยาบาลกัน ไปตรวจให้รู้ความจริงกันไปเลย” น้ำเสียงของคริสบอกถึงความตื่นเต้นกับข่าวที่ได้ยิน แววตาของเขาทอประกายสดใส “แล้วถ้าฉันไม่ได้ท้องคุณจะผิดหวังไหม” “เพื่อลูกของเราผมจะเพิ่มความพยายามให้มากกว่าเดิม” “แค่ความขยันในการทำการบ้านที่คุณเป็นอยู่ทุกวันนี้ ฉันก็แทบจะรับไม่ไหว ขืนคุณเพิ่มความพยายามในเรื่องน

  • วิมานรักพยัคฆ์ร้าย   บทที่ 54

    “ไม่เหนื่อยบ้างหรือไงนะ” “ถึงเหนื่อยก็ยอม อย่ามัวเสียเวลาพูดอยู่เลย เรามาเริ่มทำลูกกันดีกว่า” ใบหน้าของเจติยาร้อนวูบวาบ ไปกับคำพูดชักชวนแบบตรงไปตรงมาของสามี คริสแนบริมฝีปากของตนลงบนริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อ ไฟในห้องดับลง เหลือไว้แต่ไฟเสน่หาที่ดูท่าว่าจะไม่ยอมมอดดับลงง่ายๆ เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นเบาๆ ฟังไม่ได้ศัพท์ ไม่นานก็เงียบหายไปในนิทราของทั้งสองที่อยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน การเจรจาสู่ขอในเช้าวันต่อมาเป็นไปด้วยความราบรื่น อานนท์และอัมรามิได้เรียกร้องอะไรได้แต่บอกให้ฝ่ายชายจัดมาตามที่เห็นสมควร ทั้งสองฝ่ายตัดสินใจที่จะจัดพิธีแต่งงานที่นี่ ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายปรึกษารายละเอียดเรื่องนี้กันตามลำพัง เพราะสองหนุ่มสาวตัดสินใจที่จะทำตามความเห็นของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย หลังจากการเจรจาสิ้นสุดลงคริสขับรถพาเจติยาไปพบตรัยภูมิที่โรงพยาบาลตามนัด “ผมจะรอคุณอยู่ที่นี่ คุณเสร็จธุระเมื่อไรเราจะได้กลับบ้านพร้อมกัน” “ตกลงค่ะ” ตรัยภูมิพาเจติยาไปนั่งคุยที่สวนด้านข้างของโรงพยาบาล “มีเรื่องอะไรจะคุยกับพี่เหรอครับเจนีน

  • วิมานรักพยัคฆ์ร้าย   บทที่ 53

    เมื่อเจติยาพาคริสเดินเข้าไปพบพ่อกับแม่ ที่กำลังนั่งรอชำระความอยู่ภายในห้องนั่งเล่น ผู้สูงวัยรับไหว้บุคคลทั้งสอง “ว่าไงจ๊ะแม่ตัวดีไปก่อเรื่องอะไรไว้ ไม่เคยคิดที่จะเล่าให้พ่อกับแม่ฟังบ้างเลยเหรอไง” “เจนีนยอมรับผิดค่ะแม่” “มันเป็นความผิดของผมเองครับไม่ใช่ความผิดของเธอ” “คริสเพิ่งจะเล่าให้เจนีนฟังว่าเขามาสารภาพความจริงให้พ่อกับแม่ทราบก่อนหน้านี้” “ใช่ มันแปลกตรงที่เรารู้เรื่องนี้จากปากของคนอื่น แทนที่จะรู้จากปากของลูกนะเจนีน” “เจนีนขอโทษค่ะที่ทำตัวให้พ่อกับแม่ผิดหวัง” “เรื่องมันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป ไหนๆ ก็จดทะเบียนสมรสกันแล้ว พ่อกับแม่ได้แต่อวยพรให้ลูกกับคริสอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข” “พ่อแม่ผมอยากทราบว่าทางนี้จะสะดวกวันไหน พวกท่านจะได้มาสู่ขอเจนีนอย่างเป็นทางการครับ” “พวกคุณสะดวกวันไหนก็วันนั้นล่ะ” อานนท์กล่าว “ผมขอโทรถามพ่อกับแม่ก่อนแล้วจะมาแจ้งให้ทราบอีกทีครับ แต่น่าจะภายในวันสองวันนี้” “ทำไมรวดเร็วอย่างนั้นคะคริส แล้วพ่อกับแม่คุณจะเดินทาง

  • วิมานรักพยัคฆ์ร้าย   บทที่ 52

    “ฉันล้อเล่นค่ะ ใครจะยกผู้ชายเพอร์เฟคชั่นนิสอย่างคุณให้คนอื่นง่ายๆ ล่ะคะจริงไหม” ‘ถ้าเป็นเมื่อก่อนล่ะก็ไม่แน่’ นั่นเป็นความคิดที่คริสไม่รู้ สีหน้าของคริสเครียดขรึมแววตาบ่งบอกถึงความไม่พอใจกับความคิดแผลงๆ ของภรรยา “อย่าโกรธเลยนะคะ ก็บอกแล้วไงว่าล้อเล่น ถ้าคุณยังไม่หายโกรธฉันจะ...” “จะทำอะไร!” “ก็ทำแบบนี้ไงคะ” เจติยาประคองใบหน้าเขาพร้อมกับโน้มตัวไปจูบปากเขา “อีกทีซิ”หญิงสาวไม่ยอมทำตามที่เขาขอ “ของดีมีไม่บ่อยนักหรอกค่ะคริส” “คืนนี้คุณเสร็จผมแน่” “อยากให้ถึงคืนนี้เร็วๆ จัง” นี่สินะเสน่ห์ของเจติยาที่ใช้มัดหัวใจผู้ชายจนอยู่หมัด หนีไปไหมไม่รอด ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหัวใจที่มั่นคงของคริสถึงได้สั่นคลอนยามเมื่อได้มาพบเธอ “ฉันคงต้องนำเคล็ดลับมัดใจผู้ชายในแบบของคุณไปลองใช้บ้างแล้ว เผื่อว่าจะได้ผล” “ยินดีค่ะ” “เรื่องคุณกับอีริคไปถึงไหนแล้ว คืนดีกันหรือยัง” นาตาลีพยักหน้า “ฉันตัดสินใจที่จะให้โอกาสเขาอีกครั้ง แต่เขาต้องเข้ารับ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status