Mag-log in“กรี๊ดดดดดด ตายซะเถอะไอ้บ้า ไอ้คนเลว สองครั้งแล้วนะที่นายบังอาจมาลักหลับฉันตอนฉันเมา”
เจติยากรีดร้องพร้อมกับตรงเข้าประทุษร้ายเขาไม่ยั้ง เธอทั้งหยิกทั้งข่วนเขาด้วยแรงทั้งหมดที่มี
คริสพยายามปัดป้องและหลบหลีกสองมือที่ตรงเข้ามาทำร้ายเขา คาดไว้อยู่เหมือนกันว่าอาจจะต้องเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ เมื่อเธอไม่หยุดเขาจึงรวบร่างเธอไว้ใต้ร่างเขา และตรึงแขนของเธอเอาไว้ไม่ให้มาประทุษร้ายเขาได้อีก พร้อมกับออกคำสั่งเสียงเข้ม
“หยุดเดี๋ยวนี้นะเจนีน เป็นอะไรไปถึงได้มาทำร้ายผมแต่เช้าแบบนี้”
“ฉันจะไม่หยุดอยู่แค่การทำร้ายคุณแน่แต่ฉันจะฆ่าคุณด้วย”
“ถ้าคุณยังไม่หยุดผมจะหยุดคุณเอง”
เขาไม่เพียงแต่พูดแต่ยังโน้มใบหน้าลงมาจูบไซ้ซอกคอของเธออีกด้วย
“หยุดนะ ฉันบอกให้หยุด ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ”
ครั้งนี้เป็นทีของเจติยาบ้างที่เป็นฝ่ายตะโกนสั่งให้เขาหยุดการกระทำที่อุกอาจเหล่านั้น
“ผมจะปล่อยก็ต่อเมื่อคุณมีสติยั้งคิด มีปัญหาอะไรมาคุยกัน ไม่ใช่เอะอะก็มาทำร้ายร่างกายผมแบบนี้”
“ปล่อยฉัน”
“สัญญามาก่อนว่าเราจะคุยกันดีดี”
“ตกลง” เธอสะบัดเสียงตอบด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ
คริสยอมปล่อยตัวเธอให้เป็นอิสระ ก่อนจะพูดกับเธอด้วยสีหน้าจริงจัง “เราต้องคุยกัน”
“เราต้องคุยกันแน่ แต่ขอฉันไปอาบน้ำให้สมองมันโล่งก่อน แล้วฉันจะกลับมาคุยกับคุณ”
พอนึกขึ้นมาได้ว่าตอนนี้ทั้งเธอและเขาต่างก็เปลือยกายอยู่ เธอจึงหันไปสั่งเขา
“หลับตาเดี๋ยวนี้ ฉันบอกให้หลับตา”
คริสยอมทำตามคำขอ เขารู้ว่าเธออายถึงได้สั่งให้เขาทำเช่นนี้
เจติยารีบลุกขึ้นจากเตียงและวิ่งตรงไปยังห้องน้ำ ปากก็ยังไม่วายสั่ง “ห้ามลืมตามามองนะ”
เธอใช้เวลาอยู่ในนั้นนานกว่าปกติ เพราะต้องการเวลาคิดว่าจะพูดกับเขายังไงกับเรื่องเดิมๆ ที่เกิดขึ้นถึงสองครั้งสองคราภายในเวลาสองคืนติดกัน เมื่อเจติยาเดินออกมาจากห้องน้ำ ก็พบคู่กรณีนั่งพิงหัวเตียงในสภาพที่มีเพียงผ้าห่มปกปิดร่างกายท่อนล่างของเขาเท่านั้น เขาจ้องมองเธอนิ่งนานโดยไม่พูดอะไร สุดท้ายเจติยาจึงต้องเป็นฝ่ายเปิดประเด็นในการสนทนา
“ถึงเวลาที่เราจะต้องมาคุยเรื่องนี้กันอย่างจริงจังซะที”
“คุณเสียใจไหมที่เรามีอะไรกัน”
“เสียใจหรือไม่ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ ถึงฉันร้องไห้ฟูมฟายก็ไม่ได้ทำให้ฉันได้ความบริสุทธิ์กลับคืนมา”
“ผมจะรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้น”
“รับผิดชอบ!”
“ใช่”
“ยังไง”
“ผมยินดีที่จะรับผิดชอบเรื่องนี้ด้วยการแต่งงาน”
“กับฉัน!!”
คริสพยักหน้าแทนคำตอบ
“ฉันว่าคุณคงเข้าใจอะไรผิดไป ฉันไม่เคยต้องการให้คุณมารับผิดชอบอะไรในตัวฉัน โดยเฉพาะการผูกมัดด้วยการแต่งงานยิ่งแล้วใหญ่ มันเป็นไปไม่ได้เลย”
คริสค่อนข้างแปลกใจกับคำตอบและท่าทีของหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้า เขาพอจะรู้มาบ้างว่าผู้หญิงไทยส่วนใหญ่เมื่อเสียพรหมจรรย์ให้ชายได้แล้วล่ะก็ เธอมักจะเรียกร้องความรับผิดชอบจากบุรุษผู้นั้น
แต่ไม่ใช่กับเจนีน...ซึ่งมันแปลก
“บอกผมซิว่าคุณมีเหตุผลอะไรที่จะไม่แต่งงานกับผม”
“ด้วยเหตุผลง่ายๆ เพราะฉันไม่ต้องการที่จะแต่งงานกับคุณ”
“แม้ว่าผมจะเป็นผู้ชายคนแรกของคุณ”
“ใช่ และถ้าคุณคิดว่าฉันเป็นผู้หญิงประเภทที่จะต้องมานั่งฟูมฟาย เสียดายเยื่อพรหมจรรย์ที่ขาดไปเพราะมีเซ็กส์กับผู้ชายแล้วล่ะก็ ขอบอกเลยว่าฉันไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแออย่างนั้น ฉันสตรองกว่าที่คุณคิด”
“แล้วคุณจะทำยังไงกับเรื่องที่เกิดขึ้น”
“ไม่เห็นต้องทำอะไร เราก็แค่ต่างคนต่างกลับไปใช้ชีวิตของตัวเอง โดยไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกันอีก”
เจติยาแสดงออกราวกับว่าเธอไม่แคร์หรือแยแสกับสิ่งที่สูญเสียไป
ทั้งที่จริงแคร์มากกับเรื่องแบบนี้ แต่เป็นเพราะเธอไม่อยากที่จะแต่งงานกับเขา และไม่ต้องการให้เขามารับชอบอะไร จึงเลือกที่จะผลักใสเขาให้ออกห่างจากตัวเธอ เลิกยุ่งกับเธอโดยเด็ดขาดได้เลยยิ่งดี เจอที่ไหนก็ไม่ต้องมาทัก
คำพูดและการแสดงออกของเจติยาบ่งชัดว่าไม่ต้องการให้เขายุ่งเกี่ยวกับเธออีก
หรือว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย!!
เขากำลังจะโดนผู้หญิงทิ้งเป็นครั้งที่สอง ทั้งที่ในครั้งนี้เธอตกเป็นของเขาแล้ว
“ผมยังยืนยันคำเดิม” เขาพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“คุณฟังฉันให้ดีนะ ฉันไม่อยากแต่งงานกับคุณ และไม่ต้องการให้คุณมารับผิดชอบอะไรฉันทั้งนั้น”
“แต่ผมเป็นคนที่มีความรับผิดชอบในทุกการกระทำและคำพูดของตัวเองเสมอ เรื่องนี้ก็เช่นเดียวกัน”
ให้ตายสิ!! ทำไมเขาถึงเป็นคนที่เข้าใจอะไรยากแบบนี้นะ
“ฉันไม่มีวันที่จะแต่งงานกับคุณ เชิญคุณบ้าไปคนเดียวเถอะ” เจติยาพูดด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองติดจะหาเรื่องตวาดเพราะเธอเริ่มที่จะหมดความอดทน
“ถึงไม่อยากแต่งก็ต้องแต่ง ผมจะไม่ยอมให้ชื่อเสียงของผมต้องมัวหมองเพราะคุณเด็ดขาด ไม่ว่ายังไงคุณก็ต้องแต่งงานกับผม”
“หมายความว่ายังไงที่บอกว่าฉันจะทำให้ชื่อเสียงของคุณมัวหมอง อธิบายให้เข้าใจหน่อยซิ”
“ที่ผ่านมาผมไม่เคยมีประวัติเสียเรื่องผู้หญิง และไม่อยากให้ใครมาพูดใส่หน้าได้ว่าผมไม่มีความรับผิดชอบ ฟันแล้วทิ้ง เราถึงต้องแต่งงานกันไง”
“นี่มันเรื่องบ้าชัดๆ...ฉันไม่แต่ง...หัวเด็ดตีนขาดยังไงก็ไม่แต่ง”
“ไม่ว่ายังไงคุณก็ต้องแต่งงานกับผม”
“ฉันไม่แต่ง คุณจะทำอะไรฉันได้ คุณบังคับฉันไม่ได้หรอก”
“คุณรับปากฉันแล้วนะ ห้ามเปลี่ยนใจทีหลังเด็ดขาด” “รับรองไม่เปลี่ยนใจ ผมจะยอมแก้ผ้าถ่ายภาพร่วมกับคุณดีกว่าให้คุณไปถ่ายภาพหวิวกับผู้ชายอื่น” คริสตอบหลังจากตัดสินใจแน่นอนว่าจะยอมสลัดผ้า เพื่อถ่ายภาพเด็ดลงโฟโต้บุ้คฉบับพิเศษนี้ร่วมกับเธอและลูกในท้อง “สำเร็จ!” เธอจูบแก้มเขาเป็นรางวัล ความสุขเปล่งประกายออกมาจากสายตาเธอ “คุณมีความสุขมากขนาดนี้เลยเหรอ” “แน่อยู่แล้ว เพียงแค่คิดว่าโฟโต้บุ้คเล่มนี้จะทำให้ลูกของเรา มีชื่อเสียงโด่งดังตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ ก็ทำให้ฉันยิ้มออกมาได้อย่างมีความสุข” เขาลูบไล้แก้มเนียนใสของภรรยาในขณะที่ฟังเธอพูดถึงคอนเซ็ปที่วางไว้ให้เขาฟัง “เราจะมีการถ่ายภาพทั้งในสตูดิโอ ในห้องนอน ห้องน้ำ และตามสถานที่ต่างๆ มันต้องเป็นโฟโต้บุ้คที่สร้างความฮือฮา และสร้างแรงบันดาลใจให้คุณแม่ยุคใหม่ลุกขึ้นมาปฏิวัติทำอะไรแบบนี้บ้าง” คริสยิ้มเมื่อเห็นความสุขเปล่งประกายออกมาจากสายตาของเจติยา ความสุขของเธอก็คือความสุขของเขา แม้จะเหนื่อยแค่ไหนเพียงได้เห็นรอยยิ้มที่สดใสของเธอ ก็ทำให
“มีอะไรอยากจะพูดกับผมก็พูดมา” “สัญญาก่อนว่าคุณจะทำทุกอย่างตามที่ฉันขอ” “ผมขอฟังก่อนว่าคุณจะขออะไร เพราะไม่อยากสัญญาในสิ่งที่ผมทำไม่ได้” เจติยาหมุนตัวกลับมายืนเผชิญหน้าพร้อมกับสบตาเขา “คุณทำได้แน่อยู่ที่ว่าจะยอมทำหรือเปล่าเท่านั้น” “จะให้ผมทำอะไร” “ถ้าฉันบอกแล้วคุณห้ามโกรธฉันนะ” คริสพยักหน้าแทนคำตอบ “มีบริษัทมาเสนอโปรเจคพิเศษให้ฉัน และฉันอยากทำโปรเจคนี้ร่วมกับคุณ” “โปรเจคอะไร!” “เขาอยากทำโฟโต้บุ้คของฉัน” “ตอนที่คุณท้องแก่ใกล้คลอดแบบนี้เหรอเจนีน” “ใช่ค่ะ เขาบอกว่าเทรนด์นี้กำลังเป็นที่ถูกจับตามอง และมีทีท่าว่ากำลังจะมาแรงในอนาคต เขาก็เลยอยากสร้างปรากฏการณ์ให้เป็นที่ฮือฮา” “ด้วยการขอให้คุณถ่ายแบบให้เขา” “ถูกต้อง และฉันก็อยากให้คุณถ่ายแบบในครั้งนี้ร่วมกับฉัน” คริสไม่เห็นด้วยเพราะเขาหวง เพราะขณะที่เธอกำลังอุ้มท้องลูกของเขา แต่ความสวยและความเซ็กซี่ของเจติยาก็ไม่เคยลดน้อยลง เมื่อเจติยาเห็นว่า
“แพ้ท้อง! จะเป็นไปได้ยังไงคะแม่ก็เจนีนยังไม่ได้ท้องเลย” แต่พอนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ก็ทำตาลุกวาว “หรือว่า...” “หรือว่าอะไรเหรอเจนีน” คริสซึ่งตามมาสมทบทีหลังเอ่ยถาม “แย่แล้วค่ะคริส” “อะไรที่คุณว่าแย่ช่วยพูดให้ผมเข้าใจหน่อย” “รอบเดือนฉันขาดไปสองเดือนแล้ว” “แล้วมันหมายความว่ายังไง” “ก็หมายความว่าคุณกำลังจะได้เป็นพ่อคน” “พูดจริงหรือเปล่าเจนีน ห้ามล้อผมเล่นด้วยเรื่องแบบนี้นะ” “ฉันก็ยังไม่มั่นใจนักหรอกค่ะ แต่ว่ารอบเดือนฉันไม่มาสองเดือนแล้ว แล้วแม่ยังบอกว่าอาการที่คุณเป็นเหมือนกับอาการของคนที่แพ้ท้องแทนเมีย” “ถ้าอย่างนั้นเราไปโรงพยาบาลกัน ไปตรวจให้รู้ความจริงกันไปเลย” น้ำเสียงของคริสบอกถึงความตื่นเต้นกับข่าวที่ได้ยิน แววตาของเขาทอประกายสดใส “แล้วถ้าฉันไม่ได้ท้องคุณจะผิดหวังไหม” “เพื่อลูกของเราผมจะเพิ่มความพยายามให้มากกว่าเดิม” “แค่ความขยันในการทำการบ้านที่คุณเป็นอยู่ทุกวันนี้ ฉันก็แทบจะรับไม่ไหว ขืนคุณเพิ่มความพยายามในเรื่องน
“ไม่เหนื่อยบ้างหรือไงนะ” “ถึงเหนื่อยก็ยอม อย่ามัวเสียเวลาพูดอยู่เลย เรามาเริ่มทำลูกกันดีกว่า” ใบหน้าของเจติยาร้อนวูบวาบ ไปกับคำพูดชักชวนแบบตรงไปตรงมาของสามี คริสแนบริมฝีปากของตนลงบนริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อ ไฟในห้องดับลง เหลือไว้แต่ไฟเสน่หาที่ดูท่าว่าจะไม่ยอมมอดดับลงง่ายๆ เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นเบาๆ ฟังไม่ได้ศัพท์ ไม่นานก็เงียบหายไปในนิทราของทั้งสองที่อยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน การเจรจาสู่ขอในเช้าวันต่อมาเป็นไปด้วยความราบรื่น อานนท์และอัมรามิได้เรียกร้องอะไรได้แต่บอกให้ฝ่ายชายจัดมาตามที่เห็นสมควร ทั้งสองฝ่ายตัดสินใจที่จะจัดพิธีแต่งงานที่นี่ ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายปรึกษารายละเอียดเรื่องนี้กันตามลำพัง เพราะสองหนุ่มสาวตัดสินใจที่จะทำตามความเห็นของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย หลังจากการเจรจาสิ้นสุดลงคริสขับรถพาเจติยาไปพบตรัยภูมิที่โรงพยาบาลตามนัด “ผมจะรอคุณอยู่ที่นี่ คุณเสร็จธุระเมื่อไรเราจะได้กลับบ้านพร้อมกัน” “ตกลงค่ะ” ตรัยภูมิพาเจติยาไปนั่งคุยที่สวนด้านข้างของโรงพยาบาล “มีเรื่องอะไรจะคุยกับพี่เหรอครับเจนีน
เมื่อเจติยาพาคริสเดินเข้าไปพบพ่อกับแม่ ที่กำลังนั่งรอชำระความอยู่ภายในห้องนั่งเล่น ผู้สูงวัยรับไหว้บุคคลทั้งสอง “ว่าไงจ๊ะแม่ตัวดีไปก่อเรื่องอะไรไว้ ไม่เคยคิดที่จะเล่าให้พ่อกับแม่ฟังบ้างเลยเหรอไง” “เจนีนยอมรับผิดค่ะแม่” “มันเป็นความผิดของผมเองครับไม่ใช่ความผิดของเธอ” “คริสเพิ่งจะเล่าให้เจนีนฟังว่าเขามาสารภาพความจริงให้พ่อกับแม่ทราบก่อนหน้านี้” “ใช่ มันแปลกตรงที่เรารู้เรื่องนี้จากปากของคนอื่น แทนที่จะรู้จากปากของลูกนะเจนีน” “เจนีนขอโทษค่ะที่ทำตัวให้พ่อกับแม่ผิดหวัง” “เรื่องมันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป ไหนๆ ก็จดทะเบียนสมรสกันแล้ว พ่อกับแม่ได้แต่อวยพรให้ลูกกับคริสอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข” “พ่อแม่ผมอยากทราบว่าทางนี้จะสะดวกวันไหน พวกท่านจะได้มาสู่ขอเจนีนอย่างเป็นทางการครับ” “พวกคุณสะดวกวันไหนก็วันนั้นล่ะ” อานนท์กล่าว “ผมขอโทรถามพ่อกับแม่ก่อนแล้วจะมาแจ้งให้ทราบอีกทีครับ แต่น่าจะภายในวันสองวันนี้” “ทำไมรวดเร็วอย่างนั้นคะคริส แล้วพ่อกับแม่คุณจะเดินทาง
“ฉันล้อเล่นค่ะ ใครจะยกผู้ชายเพอร์เฟคชั่นนิสอย่างคุณให้คนอื่นง่ายๆ ล่ะคะจริงไหม” ‘ถ้าเป็นเมื่อก่อนล่ะก็ไม่แน่’ นั่นเป็นความคิดที่คริสไม่รู้ สีหน้าของคริสเครียดขรึมแววตาบ่งบอกถึงความไม่พอใจกับความคิดแผลงๆ ของภรรยา “อย่าโกรธเลยนะคะ ก็บอกแล้วไงว่าล้อเล่น ถ้าคุณยังไม่หายโกรธฉันจะ...” “จะทำอะไร!” “ก็ทำแบบนี้ไงคะ” เจติยาประคองใบหน้าเขาพร้อมกับโน้มตัวไปจูบปากเขา “อีกทีซิ”หญิงสาวไม่ยอมทำตามที่เขาขอ “ของดีมีไม่บ่อยนักหรอกค่ะคริส” “คืนนี้คุณเสร็จผมแน่” “อยากให้ถึงคืนนี้เร็วๆ จัง” นี่สินะเสน่ห์ของเจติยาที่ใช้มัดหัวใจผู้ชายจนอยู่หมัด หนีไปไหมไม่รอด ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหัวใจที่มั่นคงของคริสถึงได้สั่นคลอนยามเมื่อได้มาพบเธอ “ฉันคงต้องนำเคล็ดลับมัดใจผู้ชายในแบบของคุณไปลองใช้บ้างแล้ว เผื่อว่าจะได้ผล” “ยินดีค่ะ” “เรื่องคุณกับอีริคไปถึงไหนแล้ว คืนดีกันหรือยัง” นาตาลีพยักหน้า “ฉันตัดสินใจที่จะให้โอกาสเขาอีกครั้ง แต่เขาต้องเข้ารับ







