Share

วิวาห์นี้ยากจะเลิก
วิวาห์นี้ยากจะเลิก
Author: แตงโมปั่น

บทที่ 1

Author: แตงโมปั่น
ห้าปีหลังจากหย่ากัน ฉู่จือจิ้นได้พบกู้จินเหิงอีกครั้งที่วัดกู่จีหมิง

คู่เดทตั้งใจนัดเธอมาที่นี่โดยเฉพาะ ได้ยินว่าที่นี่มีผู้คนมาจุดธูปกราบไหว้กันอย่างล้นหลาม สามารถตัดวาสนาอันเลวร้ายและส่งเสริมวาสนาคู่ครองที่ดีได้

อีกฝ่ายเดินเข้าทุกวิหารที่ผ่าน ยกธูปสามดอกขึ้นสูงเหนือหว่างคิ้ว แล้วก้มกราบอย่างศรัทธา

ฉู่จือจิ้นเพียงยืนเงียบอยู่ข้างๆ หลุบตามองต่ำ สีหน้าเย็นชา ไม่รู้สึกอะไรแม้แต่น้อย

เธอเป็นจิตแพทย์อาวุโส ประสบการณ์การทำงานหลายปีทำให้เธอเป็นคนมีเหตุมีผล ประกอบกับประสบการณ์ในช่วงวัยรุ่น เธอไม่เคยเชื่อเรื่องเทพเจ้าและเวรกรรมใดๆ เป็นคนที่ยึดมั่นในลัทธิอเทวนิยมอย่างแน่วแน่

อาจเป็นเพราะผู้คนบนโลกนี้ทุกข์ทรมานเกินไป ถึงได้ฝากความหวังไว้กับควันธูปเพียงน้อยนิด ทว่าสิ่งที่ตกถึงพื้นก่อนหัวเข่ากลับเป็นหยาดน้ำตา

“คุณก็ไหว้สักหน่อยสิ แม่ผมบอกว่าต้องไหว้ด้วยกันสองคนถึงจะได้ผลนะ”

อีกฝ่ายยื่นธูปมาให้หนึ่งดอก ดูท่าทางแล้วคงปัดผ่านไปไม่ได้

ฉู่จือจิ้นลังเลอยู่สองวินาที ก่อนจะรับมา

เธอคุกเข่าลงบนเบาะรอง ทว่าเมื่อมองพระพุทธรูป หัวใจกลับเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ขณะที่กำลังจะปักธูปลงในกระถางธูป ควันสีเขียวเบื้องหน้าพระพุทธรูปพลันหมุนวน เธอเห็นกู้จินเหิงอุ้มเด็กคนหนึ่งเดินตรงมาเคียงข้างฉู่ฮั่ว

ฉู่ฮั่วเองก็ถือธูปเช่นกัน เธอยิ้มหวานพลางคิดจะคล้องแขนข้างที่ว่างอยู่ของกู้จินเหิง เด็กในอ้อมแขนก็ดิ้นไปมาพอดี กู้จินเหิงจึงยกมือไปประคองเขาตามสัญชาตญาณ ฉู่ฮั่วคล้องแขนเขาไม่สำเร็จ เลยได้แต่ตบศีรษะเด็กเบา ๆ พลางดุให้เขาอยู่นิ่ง ๆ อย่างเอ็นดู

ครอบครัวสามคน เป็นภาพที่ดูธรรมดาแต่กลับเผยให้เห็นความอบอุ่นอย่างล้นเหลือ

ฉู่จือจิ้นชะงักไปในทันที จนตอนที่คู่เดทเรียกให้เธอลุกขึ้น เธอก็ยังไม่ตอบกลับใด ๆ

กู้จินเหิงเปลี่ยนไปจากตอนที่ยังเป็นสามีภรรยากับเธอมาก เขาเป็นคนสุขุมและดูเป็นผู้ใหญ่มาโดยตลอด เหมือนหุ่นยนต์หน้าตายที่มีสีหน้าเพียงแบบเดียว ทว่าตอนนี้กลับมีความพึงพอใจจาง ๆ ที่แทบสังเกตไม่เห็นอยู่บนใบหน้า รวมทั้งความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอธิบาย หรือเรียกง่ายๆ ว่า ‘ความมีชีวิตชีวา’ ส่วนฉู่ฮั่วยังคงสูงส่งและโดดเด่น ใบหน้างดงามดุจดอกท้อ มองปราดเดียวก็รู้ว่าได้รับการทะนุถนอมมาเป็นอย่างดี

เด็กชายตัวน้อยในอ้อมแขนกู้จินเหิงหน้าตาน่ารักราวตุ๊กตา ร่าเริงสดใส ถอดแบบมาจากฉู่ฮั่วแทบทุกกระเบียดนิ้ว

ตอนถูกหย่าสายฟ้าฟาดเมื่อห้าปีก่อน ฉู่จือจิ้นถึงได้รู้ว่าที่แท้กู้จินเหิงแต่งงานกับเธอก็เพียงเพราะต้องการประชดรักแท้ของเขาเท่านั้น

กู้จินเหิงนอกใจระหว่างแต่งงาน ซ้ำยังมีลูกกับรักแท้ ต่อมาเพียงเพราะฉู่ฮั่วพูดลอย ๆ ประโยคหนึ่งว่า “คนที่พรากคู่รักออกจากกัน ทำให้ทุกคนต้องทุกข์ทรมาน มีสิทธิ์อะไรมาเป็นจิตแพทย์?”

กู้จินเหิงก็ใช้อิทธิพลและเส้นสายไล่เธอที่กำลังจะได้เลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้าแผนกจิตเวชออกจากงาน อีกทั้งยังยกโอกาสไปแลกเปลี่ยนที่โรงพยาบาลจิตเวชมู่เฉิง ซึ่งเป็นโรงพยาบาลชั้นนำระดับโลกที่เธอได้มาด้วยความยากลำบากให้กับฉู่ฮั่วที่ไม่ใช่จิตแพทย์ เพียงเพื่อช่วยให้ฉู่ฮั่วได้พบกับดร.ไป๋ ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาเพื่อคลายปมในใจ

ฉู่ฮั่วเป็นนักเปียโนชื่อดัง แฟนคลับของเธอก็เกลียดชังฉู่จือจิ้นเช่นกัน ครั้งหนึ่งถึงขั้นขุดคุ้ยข้อมูลส่วนตัว รุมด่าทอทางอินเทอร์เน็ต กระทั่งไปดักหน้าประตูและสาดสีใส่

ทั้งหน้าที่การงานและชีวิตถูกทำลายไปพร้อมกัน เธอที่จมอยู่กับความสิ้นหวังป่วยเป็นโรคเครียดหลังเผชิญเหตุการณ์รุนแรงอย่างหนัก จนถึงทุกวันนี้เธอก็ยังไม่กล้าหวนกลับไปนึกถึงช่วงเวลาอันมืดมนในตอนนั้น...

อดีตสามีแบบนี้ก็ควรทำเหมือนเขาตายไปแล้ว

ใบหน้าฉู่จือจิ้นเย็นยะเยือกราวสายน้ำ เธอคิดจะหันหนีและทำเป็นไม่เห็น ทว่ากู้จินเหิงกลับเหมือนสัมผัสได้ ดวงตาดำขลับคมกริบราวเหยี่ยวกวาดมองมา สายตาของทั้งสองประสานกัน ต่างฝ่ายต่างชะงักไป

“พ่อมองอะไรอยู่เหรอ?”

เมื่อเห็นเขาหยุดกะทันหัน กู้อวี๋อวี๋ในอ้อมแขนก็หันมองไปรอบ ๆ ด้วยความสงสัย กู้จินเหิงไม่ได้ตอบ เพียงวางเขาลงบนพื้นเท่านั้น

ตอนยืดตัวขึ้น เขาเห็นฉู่ฮั่วกำลังจ้องฉู่จือจิ้นอย่างระแวดระวังด้วยใบหน้าซีดขาว เขาจึงขยับไปยืนบังสายตาฉู่ฮั่วตามสัญชาตญาณ

ผู้มาสักการะด้านหลังเร่งเร้า ฉู่จือจิ้นลุกจากเบาะรอง ก่อนจะปักธูปลงในกระถางอย่างขอไปที แล้วหันหลังเดินออกจากวิหารไปพร้อมคู่เดทด้วยสีหน้าไร้อารมณ์

ฉู่ฮั่ว น้องสาวของเธอในนาม และเป็นลูกสาวตัวปลอมที่ตระกูลฉู่เลี้ยงดูมาหลายปี

หกปีก่อน ฉู่จือจิ้นบังเอิญพบว่ากรุ๊ปเลือดของตัวเองไม่ตรงกับพ่อแม่ และผลตรวจดีเอ็นเอก็ยืนยันข้อสันนิษฐานของเธอเช่นกัน

ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะออกตามหาครอบครัว ตระกูลฉู่กลับเป็นฝ่ายตามหาเธอเจอก่อน พวกเขาบอกว่าตอนนั้นคุณนายฉู่ไปตรวจงานที่ไซต์ก่อสร้างแล้วเกิดเจ็บท้องคลอด จึงจำเป็นต้องคลอดในสถานพยาบาลใกล้ ๆ ไม่คิดว่าพยาบาลจะทำพลาด อุ้มเด็กสลับตัวกัน พวกเขาเองก็เพิ่งพบปัญหาเรื่องกรุ๊ปเลือดในปีนี้ จึงแอบตามหามาโดยตลอด

เดิมทีตระกูลฉู่คิดจะเก็บลูกสาวทั้งสองคนไว้ อย่างมากก็แค่ให้เงินอีกฝ่ายก้อนหนึ่ง แต่ครอบครัวทางนั้นกลับยืนกรานว่าจะรับลูกสาวแท้ ๆ กลับไป ดังนั้นเพียงชั่วข้ามคืน ฉู่จือจิ้นก็เปลี่ยนพ่อแม่ ไม่นานก็มีคู่หมั้นจากการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์เพิ่มมาอีกหนึ่งคน นั่นก็คือกู้จินเหิง

ตระกูลฉู่กับตระกูลกู้เป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่กัน เมื่อยี่สิบปีก่อนก็ตกลงเรื่องแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ไว้แล้ว ทั้งสองตระกูลร่วมลงทุนในโครงการใหญ่หลายแห่ง นอกจากผลประโยชน์จะเกี่ยวพันกันอย่างลึกซึ้งแล้ว ยังได้ยินว่าคนรุ่นก่อนติดหนี้บุญคุณกันอยู่ ดังนั้นฉู่จือจิ้นจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องแต่งงาน

แต่ในสายตาของฉู่ฮั่ว เธอคือผู้บุกรุกจากภายนอก ไม่เพียงแต่แย่งพ่อแม่ที่รักและเอ็นดูเธอไปเท่านั้น แต่ยังแย่งคู่หมั้นที่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็กไปอีกด้วย

หลังจากเธอกับกู้จินเหิงแต่งงานกัน ฉู่ฮั่วเสียใจจนพักงาน ไปใช้ชีวิตปล่อยตัวอยู่ต่างประเทศ เล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีมสารพัดอย่าง ได้ยินว่าครั้งหนึ่งเกือบตกจนแขนหักและทำลายอนาคตในวงการ หลังจากกู้จินเหิงทั้งง้อทั้งเกลี้ยกล่อมให้กลับมา เธอก็มาคุกเข่าร้องไห้อยู่ตรงหน้าฉู่จือจิ้น บอกว่าตัวเองท้องลูกของกู้จินเหิง ขอให้เธอปล่อยกู้จินเหิงไป และช่วยให้พวกเขาได้สมหวัง

ตอนนี้ชีวิตเพิ่งจะกลับมาเข้าที่เข้าทางด้วยความยากลำบาก เป็นเรื่องปกติอย่างยิ่งที่ฉู่ฮั่วจะระแวดระวังเธอ

ไม่คิดเลยว่าฉู่ฮั่วจะตามออกมา

“พี่จือจิ่น บังเอิญจังเลย พี่ก็มาขอพรให้ปลอดภัยเหมือนกันเหรอ?”

เสียงดังมาจากด้านหลัง ฉู่จือจิ้นชะงัก สุดท้ายก็หยุดฝีเท้า “อืม”

ฉู่ฮั่วกลับมาเป็นปกติแล้ว มือหนึ่งจับกู้อวี๋อวี๋ อีกมือคล้องแขนกู้จินเหิง เธอยิ้มอย่างมีความสุขเจิดจ้า “เวลาผ่านไปเร็วจริงๆ พริบตาเดียวพวกเราก็ไม่ได้เจอกันห้าปีแล้วใช่ไหม? ไม่คิดเลยว่าพอกลับประเทศมาก็จะได้เจอพี่ ตอนก่อนจะไปต่างประเทศ จินเหิงเคยมาขอพรที่นี่ให้ฉันคลอดลูกอย่างปลอดภัย วันนี้พวกเรามาแก้บนน่ะ”

ฉู่จือจิ้นมองแขนของกู้จินเหิงที่ถูกคล้องไว้ ก่อนจะเลื่อนต่ำลงไปเห็นลูกประคำที่ห้อยอยู่บริเวณข้อมือของชายหนุ่ม

ในความทรงจำ กู้จินเหิงก็ไม่เคยเชื่อเรื่องพวกนี้เช่นกัน เขาเป็นคนเคร่งครัดและยึดกฎระเบียบมาโดยตลอด เขาเชื่อเพียงตัวเองในทุก ๆ เรื่อง เธอจินตนาการไม่ออกเลยว่าคนที่ยึดเหตุผลเหนือสิ่งอื่นใดแบบนี้ หากคุกเข่าอยู่หน้าพระเป็นเวลานาน ประนมมืออธิษฐานให้คนรักอย่างศรัทธา จะมีสภาพเป็นยังไง

“อย่างนั้นเหรอ?” ฉู่จือจิ้นได้สติ ก่อนจะเอ่ยอย่างสุภาพ “งั้นก็ยินดีด้วยนะ”

เห็นได้ชัดว่าฉู่ฮั่วพอใจกับปฏิกิริยาของเธอ

จากนั้นเธอก็มองชายหนุ่มข้างฉู่จือจิ้นอย่างสงสัย “พี่คะ นี่คือ...แฟนของพี่เหรอ?”

ตอนที่ได้ยินประโยคนี้ ใบหน้ากู้จินเหิงเย็นจัด เขาเหลือบมองฉู่จือจิ้นอย่างเฉยชา หลังจากไม่ได้พบกันหลายปี ใบหน้าที่งดงามประณีตของหญิงสาวยังคงเย็นชาและดื้อรั้นเหมือนเดิม ความรู้สึกห่างเหินยิ่งชัดเจนกว่าห้าปีก่อน เขาหยุดมองเพียงหนึ่งวินาที ก่อนจะละสายตากลับ

ภายในวัดที่ผู้คนเดินขวักไขว่ พื้นที่เล็กๆ ที่พวกเขายืนอยู่กลับอบอวลด้วยบรรยากาศประหลาด แม้แต่คู่เดทก็ยังสัมผัสได้

“คุณฉู่ครับ?”

ชายหนุ่มหันมามองเธอเป็นเชิงถาม

ฉู่จือจิ้นเอ่ยตามตรงโดยไม่ได้ปิดบังว่า “เพื่อนแนะนำมา ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงทำความรู้จักกัน พวกเรายังมีธุระ ขอตัวก่อนนะคะ”

จากนั้นฉู่จือจิ้นก็เดินจากไปเคียงข้างชายหนุ่ม

กู้จินเหิงจ้องแผ่นหลังของทั้งสอง คิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อยจนแทบไม่สังเกตเห็น พอหันหน้ากลับมา เขาก็สบเข้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยความน้อยใจของฉู่ฮั่ว

สีหน้าฉู่ฮั่วดูเปราะบาง เธอใช้สองมือคล้องแขนท่อนล่างของเขาไว้แล้วถามเสียงเบา “จิ่นเหิง คุณ...ยังคิดถึงพี่อยู่เหรอ?”

“พูดจาเหลวไหลอะไร?”

กู้จินเหิงดึงแขนกลับอย่างจนใจ ก่อนจะโน้มตัวลงไปอุ้มกู้อวี๋อวี๋ “แก้บนเสร็จแล้วฉันจะพาเธอกลับไปบ้านแม่”

ฉู่ฮั่วยิ้มแย้มอย่างดีใจ ก่อนจะเดินตามกู้จินเหิงเข้าไปในวิหาร

……

ฤดูหนาวของจินหลิงทั้งชื้นและหนาวเย็นจนเข้ากระดูก ลมหนาวระลอกหนึ่งพัดผ่าน ฉู่จือจิ้นจึงรวบเสื้อโค้ตบนตัวให้แน่นขึ้น

“ไปกินข้าวด้วยกันไหม? แม่ผมอยากวิดีโอคอลเห็นหน้าคุณสักหน่อย”

ครอบครัวฝ่ายชายทำธุรกิจอุปกรณ์การแพทย์ เมื่อเห็นว่าเธอรูปร่างหน้าตาโดดเด่น วางตัวเหมาะสม ทั้งยังเปิดคลินิกให้คำปรึกษาด้านจิตวิทยาของตัวเอง จึงคิดว่าทั้งคู่เหมาะสมกันมาก

เธอส่ายหน้า ก่อนจะถอยหลังหนึ่งก้าว “คุณฟาง คนที่แนะนำอาจจะยังบอกรายละเอียดไม่หมด ฉันเคยแต่งงานและหย่ามาแล้ว ตอนนี้อยู่คนเดียว แล้วยังเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง ฉันคงไม่รบกวนเวลาคุณแล้วค่ะ”

ชายหนุ่มชะงักไป สีหน้าสุภาพตามมารยาทพลันแข็งค้าง

ครู่ต่อมา เขาก็รักษามารยาทไว้ไม่อยู่ เดินโทรศัพท์ด่าทอ ก่อนจะจากไปอย่างหัวเสียด้วยสีหน้าย่ำแย่

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • วิวาห์นี้ยากจะเลิก   บทที่ 30

    ซินซินกระโดดลงจากโซฟาแล้ววิ่งวนรอบกล่องครั้งแล้วครั้งเล่า ใบหน้าเล็กแดงก่ำด้วยความตื่นเต้นราวกับแอปเปิลสุกสีแดงสด“เป็นหุ่นยนต์!”ฉู่จือจิ้นกำลังล้างผลไม้อยู่ในครัว พอได้ยินเสียงก็เดินออกมา เพียงแวบแรกก็เห็นกล่องบรรจุภัณฑ์ในห้องรับแขก และกู้จินเหิงซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยสีหน้าสงบนิ่งเธอขมวดคิ้วเล็กน้อยพร้อมกับชะงักฝีเท้า“ประธานกู้?”“อย่าเข้าใจผิด พอดีผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัทเพิ่งออกจากสายการผลิต เลยมอบหุ่นยนต์ตัวนี้ให้ซินซิน ถือเป็นน้ำใจจากฉันในฐานะ...อา”กู้จินเหิงกลืนคำว่า “พ่อ” กลับลงไปอย่างฝืน ๆ แล้วเปลี่ยนเป็น “อา” แทน บางครั้งเขาก็ลืมไปว่าเขากับเธอไม่ได้อยู่ในสถานะสมรสกันแล้วน้ำเสียงของเขาราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์ แต่เมื่อเห็นเจ้าตัวน้อยตื่นเต้นดีใจ ภายในส่วนลึกของหัวใจก็มีบางแห่งอ่อนยวบลงซินซินกะพริบดวงตากลมโตฉ่ำวาว มือเล็กทั้งสองปิดปากไว้ ใบหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจขณะมองฉู่จือจิ้น “หม่ามี้ อากู้บอกว่าให้หนู หนูแกะได้ไหมคะ?”ฉู่จือจิ้นยังไม่ทันตอบ เสียงของฉู่ฮั่วก็ดังมาจากบันได“จินเหิง”วันนี้เธอสวมชุดลำลองอยู่บ้านสีเหลืองอ่อน ผมรวบหลวม ๆ หน้าตาดูสดใสดีเธอกวาดตาม

  • วิวาห์นี้ยากจะเลิก   บทที่ 29

    คำเรียก “จิ้นจิ้น” เมื่อครู่ ฟังดูไม่เหมือนความดีใจ แต่คล้ายความสงสัยมากกว่า สงสัยว่าทำไมเวลานี้ฉู่จือจิ้นถึงมาอยู่ที่นี่...แววตาของสวี่โจวหล่านหม่นลงเล็กน้อย เขาละสายตากลับ ก่อนจะยกมุมปากเป็นรอยยิ้มบางและหันไปมองฉู่จือจิ้น แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนกว่าก่อนหน้านี้อีกหลายเท่า“จือจิ้น เมื่อกี้คุณรับปากแล้วว่าจะไปกินข้าวกับผม ถ้ายังไม่ไปอีก อาหารคงเย็นหมดแล้วนะ”เขาพูดพลางรับกระเป๋าสะพายไหล่ของเธอมาคล้องไว้บนไหล่ตัวเองอย่างเป็นธรรมชาติเมิ่งหว่านชิงยังอยากถามอีกสองสามประโยค แต่สวี่โจวหล่านเปิดประตูรถพร้อมยกมือเชื้อเชิญฉู่จือจิ้นแล้วแม้เขาจะไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่ท่าทีเย็นชาและห่างเหินที่มีต่อคนตระกูลฉู่ กับท่าทีอ่อนโยนเอาใจใส่ฉู่จือจิ้นกลับแตกต่างกันอย่างชัดเจนดวงตาสีเข้มของกู้จินเหิงหม่นลง ใบหน้าหล่อเหลาที่ไม่เคยแสดงอารมณ์เหมือนปรากฏรอยร้าวขึ้นเล็กน้อยฉู่ฮั่วอยู่กับกู้จินเหิงมาหลายปี จึงพอเดานิสัยของเขาได้บ้าง เธอมองออกว่ากู้จินเหิงในตอนนี้ผิดปกติแววตาของเธอมืดลง ยกมือกุมหน้าอก ก่อนแสร้งพูดด้วยลมหายใจติดขัด “จินเหิง ฉัน ฉันรู้สึกแย่มาก... เหมือนจะหายใจไม่ออก...”เธอไม่มีวัน

  • วิวาห์นี้ยากจะเลิก   บทที่ 28

    เธอชะงักไปเล็กน้อย แววตาใสกระจ่างและห่างเหิน “ขอบคุณประธานกู้ที่เป็นห่วง ฉันสบายดีค่ะ”พูดจบ เธอก็เดินจากไปทันทีกู้จินเหิงขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาดึงสติกลับมา ก่อนจะก้มหน้าเปิดเอกสารต่ออ่านไปได้สองบรรทัด สิ่งที่อ่านกลับไม่เข้าหัวแม้แต่คำเดียวความคิดเริ่มล่องลอยสองวันนี้ที่พบฉู่จือจิ้นในศูนย์รักษา ไม่ว่าจะเป็นตอนเดินสวนกันในทางเดิน หรือคำกำชับสั้นกระชับในห้องผู้ป่วยล้วนทำให้เขารู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก ขณะเดียวกันก็ทำตัวไม่ถูก...ทั้งที่พวกเขาแทบไม่ได้พูดอะไรกัน แต่เพียงได้อยู่ในพื้นที่เดียวกับเธอ ต่อให้ต่างคนต่างไม่รบกวนกัน เขาก็ยังรู้สึกสบายกว่าปกติความรู้สึกเช่นนี้ทำให้คนที่สุขุม ควบคุมตัวเองได้ดี และใช้ชีวิตตามกฎเกณฑ์มาโดยตลอดอย่างเขารู้สึกสับสนเป็นครั้งแรก……สองวันต่อมา ช่วงเช้าฉู่จือจิ้นเซ็นชื่อที่เคาน์เตอร์พยาบาลเสร็จแล้วก็หันกลับไปยังห้องตรวจ ถอดเสื้อกาวน์สีขาวแขวนให้เรียบร้อย เตรียมเลิกงานเมื่อคืนเธอเข้าเวรกะดึก หลังส่งมอบงานเสร็จก็กลับได้แล้วทันทีที่เดินออกจากประตูอาคารสำนักงาน เธอก็มองเห็นรถมายบัคคันคุ้นตาจอดอยู่ตรงหน้าประตูแต่ไกลด้านหน้ารถ สวี่โจวหล่านในช

  • วิวาห์นี้ยากจะเลิก   บทที่ 27

    ……ใกล้เที่ยง คนตระกูลฉู่ก็มาถึงเมิ่งหว่านชิงถือกระติกเก็บความร้อนอยู่ในมือ ความสุขุมและสง่างามบนใบหน้าถูกแทนที่ด้วยความตึงเครียดและความกังวลทั้งหมด สิ่งแรกที่ทำหลังจากเข้าประตูคือใช้ดวงตาแดงเรื่อมองใบหน้าฉู่ฮั่ว“ผอมลงไปเยอะเลย”ฉู่กวงเฉิงเดินตามอยู่ด้านหลัง เขาสวมสูทเรียบกริบ สีหน้าเคร่งขรึม แต่ไม่อาจปิดบังความปวดใจในดวงตาได้เขามองฉู่ฮั่วอย่างรักใคร่ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ที่นี่เป็นศูนย์ให้คำปรึกษาของจือจิ้น ลูกพักรักษาตัวให้ดี ขาดเหลืออะไรให้บอกจือจิ้นนะ”เพียงประโยคเดียวก็ฝากฝังเธอไว้กับฉู่จือจิ้นแล้วฉู่ฮั่วนั่งเอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย ทุกคนห้อมล้อมเธอไว้ตรงกลาง เธอเอ่ยเสียงเบาด้วยขอบตาที่แดงเรื่อว่า “หนูไม่เป็นไรค่ะ จินเหิงดูแลหนูดีมาก”น้ำเสียงเต็มไปด้วยความออดอ้อนเมิ่งหว่านชิงปวดใจแทบทนไม่ไหว เธอนั่งลงข้างเตียงและกุมมือลูกสาวไว้ พร่ำเรียกไม่หยุดว่า “ลูกสาวสุดที่รักของแม่ต้องลำบากแล้ว”ฉู่กวงเฉิงยืนอยู่ด้านข้าง แม้จะพูดไม่เก่ง แต่สายตาที่มองฉู่ฮั่วก็เต็มไปด้วยความปวดใจประตูห้องผู้ป่วยไม่ได้ปิด ฉู่จือจิ้นสวมเสื้อกาวน์สีขาวยืนอยู่หน้าประตูราวกับฝ่าเท้าถูกตรึงไ

  • วิวาห์นี้ยากจะเลิก   บทที่ 26

    เมื่อเห็นใบหน้าฉู่จือจิ้นซีดขาว ริมฝีปากสั่นเล็กน้อย แววตาเหม่อลอย ดวงตาของฉู่ฮั่วก็ฉายแววสะใจนังสารเลว! แกมีสิทธิ์อะไรมาใช้ชีวิตดีขนาดนี้? แกแย่งทุกอย่างที่ควรเป็นของฉันไป แกต่างหากที่สมควรตาย!ในตอนนั้นเอง ประตูก็เปิดออกกู้จินเหิงยืนอยู่หน้าประตู มือข้างหนึ่งวางอยู่บนลูกบิดสายตาของเขากวาดผ่านฉู่จือจิ้นที่ดูผิดปกติก่อน คิ้วขมวดเล็กน้อย จากนั้นจึงเลื่อนไปมองฉู่ฮั่วเมื่อเห็นเธอร้องไห้จนน้ำตานองหน้า อารมณ์ผิดปกติ เขาก็รีบเดินเข้าไปหา ก่อนวางมือลงบนไหล่ฉู่ฮั่ว“เป็นอะไรไป?”ฉู่ฮั่วไม่พูด ทำท่าเหมือนกำลังอดกลั้น ดูเต็มไปด้วยความน้อยใจแต่ก็ไม่อยากให้ใครตำหนิฉู่จือจิ้นหางตาของเธอคอยสังเกตปฏิกิริยาของฉู่จือจิ้น ก่อนจะจงใจขยับเข้าไปพิงอ้อมอกกู้จินเหิงมากขึ้น แล้วยื่นมือโอบเอวแกร่งของเขาไว้ร่างกู้จินเหิงแข็งเกร็งเล็กน้อย คิ้วขมวดแน่นกว่าเดิม แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ผลักเธอออกฝ่ามือใหญ่ อบอุ่น และหนักแน่น ตบไหล่เธอเบา ๆ แรงมืออ่อนโยนราวกับกำลังปลอบเมื่อครู่เขายืนอยู่หน้าประตู และได้ยินคำถามทั้งน้อยใจและดื้อรั้นของเธอทั้งหมดตอนนี้อาการของเธอยังไม่มั่นคง เขาไม่อยากให้อาการของเธอหนัก

  • วิวาห์นี้ยากจะเลิก   บทที่ 25

    “ไม่เป็นอะไรแล้ว”“ไม่เป็นอะไรจริง ๆ เหรอ?”“อืม”น้ำเสียงของเขาฟังดูสบาย ๆ ราวกับกำลังพูดถึงเรื่องที่ไม่สำคัญอะไรแต่หลังตอบจบ สายตากลับมองไปยังแขนขวาโดยไม่รู้ตัว ตรงนั้นยังมีผ้าก๊อซที่ฉู่จือจิ้นพันให้ด้วยมือตัวเองไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ หลังจากวันนั้น เขากลับไม่ได้ไปเปลี่ยนยาตามปกติ...ฉู่จือจิ้นปิดสมุดบันทึก ยกมือบีบสันจมูกที่ปวดตึง ผ่านไปหลายวินาทีถึงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “ร่างกายของประธานกู้ล้ำค่า ทางที่ดีไปโรงพยาบาลถ่ายเอกซเรย์ดูสักหน่อย อย่าปล่อยไว้นานค่ะ”เธอไม่ชอบติดหนี้บุญคุณใคร ยิ่งเป็นกู้จินเหิงก็ยิ่งไม่อยากติดค้าง“...ไม่ต้องหรอก” ท่าทีห่างเหินของเธอทำให้กู้จินเหิงขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัวน้ำเสียงเย็นชากระด้างของเขาทำให้ฉู่จือจิ้นหงุดหงิด เธอจึงไม่ยืนกรานอีก เพียงเอ่ยว่า “ตามใจ งั้นแค่นี้นะคะ” แล้วเป็นฝ่ายวางสายจากนั้นเธอก็คว่ำโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ ลุกขึ้นไปรินน้ำอุ่นหนึ่งแก้วเธอดื่มไปครึ่งแก้ว ยืนพักอยู่ข้างหน้าต่างครู่หนึ่ง จึงกลับไปนั่งจัดรายงานต่อ……วันศุกร์ฉู่ฮั่วมาถึงคลินิกตรงเวลาคราวนี้เธอสวมเดรสไหมพรมตัวยาวสีเบจ แต่งหน้าอย่างประณีต บนใบหน้ามีรอยยิ้มหวาน ดูอ่อนโ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status