บททั้งหมดของ วิวาห์นี้ยากจะเลิก: บทที่ 1 - บทที่ 10

30

บทที่ 1

ห้าปีหลังจากหย่ากัน ฉู่จือจิ้นได้พบกู้จินเหิงอีกครั้งที่วัดกู่จีหมิงคู่เดทตั้งใจนัดเธอมาที่นี่โดยเฉพาะ ได้ยินว่าที่นี่มีผู้คนมาจุดธูปกราบไหว้กันอย่างล้นหลาม สามารถตัดวาสนาอันเลวร้ายและส่งเสริมวาสนาคู่ครองที่ดีได้อีกฝ่ายเดินเข้าทุกวิหารที่ผ่าน ยกธูปสามดอกขึ้นสูงเหนือหว่างคิ้ว แล้วก้มกราบอย่างศรัทธาฉู่จือจิ้นเพียงยืนเงียบอยู่ข้างๆ หลุบตามองต่ำ สีหน้าเย็นชา ไม่รู้สึกอะไรแม้แต่น้อยเธอเป็นจิตแพทย์อาวุโส ประสบการณ์การทำงานหลายปีทำให้เธอเป็นคนมีเหตุมีผล ประกอบกับประสบการณ์ในช่วงวัยรุ่น เธอไม่เคยเชื่อเรื่องเทพเจ้าและเวรกรรมใดๆ เป็นคนที่ยึดมั่นในลัทธิอเทวนิยมอย่างแน่วแน่อาจเป็นเพราะผู้คนบนโลกนี้ทุกข์ทรมานเกินไป ถึงได้ฝากความหวังไว้กับควันธูปเพียงน้อยนิด ทว่าสิ่งที่ตกถึงพื้นก่อนหัวเข่ากลับเป็นหยาดน้ำตา“คุณก็ไหว้สักหน่อยสิ แม่ผมบอกว่าต้องไหว้ด้วยกันสองคนถึงจะได้ผลนะ”อีกฝ่ายยื่นธูปมาให้หนึ่งดอก ดูท่าทางแล้วคงปัดผ่านไปไม่ได้ฉู่จือจิ้นลังเลอยู่สองวินาที ก่อนจะรับมาเธอคุกเข่าลงบนเบาะรอง ทว่าเมื่อมองพระพุทธรูป หัวใจกลับเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ขณะที่กำลังจะปักธูปลงในกระถางธูป ค
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 2

หลังจากผู้ชายคนนั้นจากไป ฉู่จือจิ้นก็ขึ้นรถเก๋งของตัวเองเมื่อรู้สึกว่าท่อนแขนสั่นเล็กน้อย ลมหายใจก็ติดขัดตามมา เธอรีบเปิดเพลงบรรเลงเบา ๆ ในรถทันที ก่อนเอนพิงพนักแล้วหลับตาสงบอารมณ์นี่คือผลข้างเคียงทางกายที่หลงเหลือจากอาการป่วยทางจิตใจฉู่จือจิ้นไม่อยากยอมรับว่าการได้พบกู้จินเหิงและฉู่ฮั่วอีกครั้ง ทำให้ช่วงเวลาในอดีตที่เธอถูกเลือกแล้วถูกทอดทิ้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถาโถมกลับมาราวกับกระแสน้ำหลากเธอเติบโตมาในตระกูลซูตั้งแต่เด็ก แม้สามีภรรยาตระกูลซูจะร่ำรวยขึ้นมาจากการทำธุรกิจ แต่ความคิดยังคงหัวโบราณ ให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่าลูกสาว เธอจึงไม่เป็นที่โปรดปรานของผู้ใหญ่ในบ้านมาตั้งแต่เล็ก ทั้งที่บ้านมีเงินพอจะจ้างคนรับใช้ แต่กลับจงใจให้เธอรับผิดชอบงานบ้านทั้งหมด ทุกคนมองเธอเป็นตัวภาระ เป็นลูกสาวที่เลี้ยงไปก็ขาดทุนกระทั่งตอนเธออายุห้าขวบ ซูเหวินเจ๋อ น้องชายของเธอถือกำเนิดขึ้น ตระกูลซูดีใจกันแทบคลั่ง ทั้งรักทั้งตามใจเขาสารพัด แต่กลับยิ่งเย็นชาและเข้มงวดกับเธอมากขึ้นโชคดีที่ซูเหวินเจ๋อคอยปกป้องเธอสุดหัวใจมาตั้งแต่เด็กเวลาคนในครอบครัวรังแกหรือดูถูกเธอ เขามักจะเท้าเอวยืนขวางอยู่ตรงหน้า เ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 3

ฉู่จือจิ้นชะงักเล็กน้อย ก่อนยิ้มหยัน “รุ่นพี่รับงานดูดวงเป็นงานเสริมด้วยเหรอเนี่ย?”สิ้นเสียง ศีรษะของเธอก็ถูกตบเบา ๆ หนึ่งทีเส้าเวินเหยียนเหลือบมองเธอจากหางตา ก่อนจะดันแว่นขึ้น “ไม่รู้ตัวเหรอว่าสภาพตัวเองไม่ปกติ? ฉันเป็นจิตแพทย์ของเธอ เธอปิดบังฉันไม่ได้หรอก”หลังเงียบไปครู่หนึ่ง ฉู่จือจิ้นก็พยักหน้า “อืม”เส้าเวินเหยียนเป็นศิษย์เอกของดร.ไป๋ ใช้นามแฝงว่า เคียน เขามีชื่อเสียงตั้งแต่อายุยังน้อยและเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ อายุเพียงสามสิบปีก็ติดตามดร.ไป๋คว้ารางวัลใหญ่ระดับแนวหน้ามาแล้วนับไม่ถ้วน ผู้ที่เขารับรักษาล้วนเป็นมหาเศรษฐีระดับสูงและเชื้อพระวงศ์จากต่างประเทศ ทว่านับตั้งแต่ฉู่จือจิ้นกลับประเทศหลังไปฝึกอบรมที่โรงพยาบาลจิตเวชมู่เฉิง เขาก็อ้างว่าต้องการลงไปหาประสบการณ์ในระดับพื้นฐาน ปกปิดตัวตนและตามเธอมาทำงานที่ศูนย์ให้คำปรึกษา ขณะเดียวกันก็คอยให้คำปรึกษาและบำบัดสภาพจิตใจของเธอด้วยเขารู้เรื่องราวในอดีตของเธอ คอยยอมรับ ชี้แนะ และเยียวยาเธอมาตลอดทาง พูดได้เลยว่าหากไม่มีเส้าเวินเหยียน ก็คงไม่มีฉู่จือจิ้นในวันนี้เส้าเวินเหยียนจ้องมองเธออยู่นาน จู่ ๆ ก็ตบไหล่เธอเบา ๆ “จำไว้ว่าต้
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 4

ฉู่จือจิ้นชะงักฝีเท้า ก่อนแค่นหัวเราะ “ฉันเชื่อว่าตระกูลฉู่คงอธิบายให้ประธานกู้เข้าใจชัดเจนแล้ว”พ่อแม่แท้ ๆ ของซินซินเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทั้งคู่ ตอนนั้นเธอยังเป็นเพียงทารกในห่อผ้าและกำลังจะถูกส่งไปสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ฉู่จือจิ้นทนดูไม่ไหวจึงรับเธอมาเลี้ยงกู้จินเหิงมองเธออยู่หลายวินาที จู่ ๆ เขาก็กดดับก้นบุหรี่ ก่อนจะก้าวขายาวเดินมาหยุดข้างเธอ“ตอนนั้นพวกเรากำลังเตรียมมีลูก เธอมีโอกาสตั้งครรภ์ อายุของซินซินก็ตรงกันพอดี ฉันจะสงสัยก็เป็นเรื่องปกติ”สายตาที่กู้จินเหิงทอดมองจากเบื้องบนแฝงการพินิจพิเคราะห์ เขายังคงวางตัวในฐานะผู้มีอำนาจเหนือกว่าเช่นเดิม “ฉันมีวิธีตรวจสอบมากมาย แต่ฉันอยากได้ยินจากปากคุณฉู่เอง”ฉู่จือจิ้นสูดหายใจลึก ระงับความหงุดหงิดในใจ ก่อนเงยหน้าสบตาเขาตรง ๆ “ไม่ใช่”“ฉันไม่อยากพูดซ้ำถึงเรื่องชาติกำเนิดของซินซินอีก ส่วนประธานกู้จะตรวจสอบยังไง ฉันก็ห้ามไม่ได้ แต่ประธานกู้ลองคิดกลับกันดูบ้างก็ได้ ด้วยระดับความรักที่พ่อแม่ฉันมีต่อฉู่ฮั่ว ถ้าซินซินเป็นลูกของคุณจริง ต่อให้ต้องซ่อนพวกเราสองแม่ลูกไว้สุดขอบฟ้า พวกเขาก็ไม่มีทางปล่อยให้พวกเราปรากฏตัวออกมารบกวนชีวิตแต่งงานขอ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 5

ด้านหลังเป็นรถมายบัครุ่นลิมิเต็ดสำหรับนักสะสม เพียงมองปราดเดียวก็รู้ว่าราคาไม่ธรรมดาคนขับลงจากรถมาตรวจสอบแล้ว ฉู่จือจิ้นยกมือคลึงหน้าอกที่รู้สึกอึดอัด ก่อนเปิดประตูลงจากรถเช่นกัน อีกฝ่ายมีท่าทีสุภาพ หลังตรวจดูแล้วก็เสนอให้ถ่ายรูปเก็บหลักฐานไว้ก่อน รอตำรวจจราจรมาตัดสินว่าใครเป็นฝ่ายผิด เพราะถึงยังไงเขาก็เป็นฝ่ายเปลี่ยนเลนแทรกเข้ามาก่อนฉู่จือจิ้นเหลือบมองเวลาพลางขมวดคิ้วแน่น ทำได้เพียงอดทนรออยู่ริมถนนสายตาเธอบังเอิญกวาดผ่านเบาะหลังของรถมายบัค ก่อนจะเห็นเสี้ยวหน้าด้านข้างของผู้ชายคนหนึ่งราง ๆ พร้อมกับความรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาฉู่จือจิ้นไม่ได้คิดให้ละเอียด เธอเปิดไลน์ของผู้ช่วย อธิบายสถานการณ์สั้น ๆ แล้วจัดแจงเรื่องงานขณะที่กำลังจดจ่อ กลิ่นหอมสะอาดเย็นของไม้พลันลอยเข้าสู่จมูก วินาทีต่อมา มือใหญ่ข้อนิ้วชัดเจนข้างหนึ่งก็ยื่นเข้ามาในสายตาพร้อมนามบัตรปั๊มทองใบหนึ่ง“ไม่ได้เจอกันนานนะครับคุณฉู่”ฉู่จือจิ้นประหลาดใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนขับรถที่เดิมยืนอยู่ข้างเธอ ไม่รู้เปลี่ยนเป็นคนอื่นตั้งแต่เมื่อไรชายหนุ่มสวมสูทสีแดงเข้ม คอเสื้อแหวกออกเล็กน้อยอย่างสบาย ๆ หางตาเชิดขึ้นโดยธรรมชาติ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 6

เมื่อสังเกตเห็นว่าสีหน้าของเธอดูไม่ดี เขาก็ไม่ได้ถามอะไร เพียงลุกขึ้นเดินไปยังมุมชงชาไม่นาน ชาขาวอุ่นกำลังดีหนึ่งแก้วก็ถูกวางลงบนโต๊ะทำงานของเธอ“สีหน้าเธอไม่ค่อยดีเลย วันนี้เลิกงานเร็วหน่อยแล้วกลับบ้านไปพักดีไหม? เคสที่เหลือเดี๋ยวฉันรับช่วงต่อเอง”“...ไม่ต้องหรอก” ฉู่จือจิ้นประคองแก้วชาขึ้นจิบ ก่อนจะเปิดแฟ้มเคสบนโต๊ะอย่างลวก ๆ “บ่ายสองครึ่งยังมีผู้ป่วยอีกหนึ่งคน ดูเคสนี้เสร็จ วันนี้ก็จบแล้ว”เส้าเวินเหยียนไม่ได้ฝืน เขาทำเหมือนคุยเรื่อยเปื่อยถึงวิธีการรักษาแบบใหม่จากวารสารฉบับหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ หลังจากนั้นก็ค่อย ๆ เบนหัวข้อไปยังแผนการรักษาต่อเนื่องของผู้ป่วยบนดาดฟ้าคนนั้นฉู่จือจิ้นตอบรับเป็นระยะ อารมณ์ก็ค่อย ๆ สงบลงเมื่อเส้าเวินเหยียนสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของเธอ ถึงได้ลดเสียงลงและเอ่ยเตือน “จินนี่ เธออย่าแบกทุกอย่างไว้คนเดียวสิ”ไอร้อนในแก้วชาจางหายไปกว่าครึ่งนานแล้ว ฉู่จือจิ้นหลุบตามองปากแก้วโดยไม่ได้ตอบอะไรบรรยากาศเงียบไปหลายวินาที เส้าเวินเหยียนกำลังจะพูดอะไรต่อ แต่โทรศัพท์กลับสั่นเสียก่อนเขาเหลือบมองหน้าจอก่อนจะลุกขึ้น “ฉันออกไปรับสายก่อน ผู้ป่วยตอนบ่ายสองครึ่งใ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 7

ขณะที่พูด คุณท่านสวี่ก็มีสีหน้าจริงจังขึ้นเล็กน้อย “หนูฉู่ ฉันจะแนะนำให้รู้จัก นี่คือหลานชายไม่ได้เรื่องของฉัน สวี่โจวหล่าน โจวหล่าน คนนี้คือ...”“ฉู่จือจิ้น คุณฉู่ ไม่คิดเลยว่าคุณจะเป็นหมอเจ้าของไข้ของคุณปู่ผมด้วย ยินดีที่ได้พบครับ”สวี่โจวหล่านยิ้มมุมปากเล็กน้อยพลางเอ่ยแทรกขึ้นเองเขาได้ยินมานานแล้วว่าหมอเจ้าของไข้คนใหม่ที่คุณปู่เปลี่ยนมาคราวนี้มีความสามารถทางวิชาชีพสูง ทั้งยังมีความรับผิดชอบมาก เขาตั้งใจมานานแล้วว่าจะหาโอกาสมาพบ ไม่คิดเลยว่าจะเป็นฉู่จือจิ้นดูท่าระหว่างพวกเขาคงมีวาสนาต่อกันไม่น้อยจริง ๆฉู่จือจิ้นยิ้มตอบ แต่ในใจกลับรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย“เอาล่ะ ๆ จะยืนกันอยู่ตรงนั้นทำไม? โจวหล่าน แกยังไม่รีบเชิญหนูฉู่เข้ามาคุยข้างในอีก!” ดวงตาคุณท่านสวี่เต็มไปด้วยรอยยิ้มดูจากท่าทางแล้ว สองคนนี้น่าจะยังมีโอกาส...เมื่อเห็นรอยยิ้มบางบนใบหน้าฉู่จือจิ้น ทั้งสองพูดคุยกันอย่างสนิทสนมราวกับไม่มีใครอยู่รอบข้างไม่รู้ว่าเป็นเพียงความรู้สึกไปเองของฉู่จือจิ้นหรือไม่ สีหน้าของกู้จินเหิงที่เคยเย็นชาและสูงส่งจนยากจะเข้าใกล้เริ่มดูไม่เป็นธรรมชาติขึ้นมาเล็กน้อย“คุณท่านสวี่ ไม่ต้อง
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 8

ไม่นานนัก รถโรลส์-รอยซ์ก็จอดชิดข้างทางตรงแยกที่ใกล้ที่สุดตามความต้องการของฉู่จือจิ้น ฉู่จือจิ้นผลักประตูรถออก ลมยามค่ำคืนพัดกรูเข้ามา ท่อนแขนที่สั่นเล็กน้อยของเธอค่อย ๆ สงบลง ลมหายใจที่อึดอัดก็กลับมาราบรื่นวินาทีที่เท้าเหยียบลงบนพื้น เสียงของกู้จินเหิงก็ดังมาจากด้านหลัง “ฉู่จือจิ้น”เธอชะงักไปเล็กน้อย “ขอบคุณประธานกู้ที่มาส่งค่ะ”เสียงปิดประตูรถเบามากรถโรลส์-รอยซ์สีดำจอดอยู่ด้านหลังเธอนานมากกว่าจะขับจากไป เธอไม่ได้หันกลับไปมอง……สามวันต่อมาฉู่จือจิ้นกำลังจัดทำรายงานประเมินการฟื้นฟูระยะล่าสุดของคุณท่านสวี่อยู่ในศูนย์ให้คำปรึกษา โทรศัพท์ก็สั่นขึ้นสองครั้งเป็นข้อความไลน์จากเมิ่งหว่านชิง แม่ของเธอ[ จิ้นจิ้น วันเสาร์พาซินซินกลับมากินข้าวที่บ้านนะ จะฉลองวันเกิดให้ลูก ]ด้านหลังยังตามมาด้วยสติกเกอร์รูปเค้กหนึ่งอันฉู่จือจิ้นจ้องข้อความบรรทัดนั้นอยู่นานหลายวินาทีฉลองวันเกิดให้เธอครั้งล่าสุดที่คนตระกูลฉู่เป็นฝ่ายพูดถึงวันเกิดของเธอเองคือเมื่อไรกันนะ? อ้อ จริงสิ ปีแรกที่เธอถูกรับกลับตระกูลฉู่เพียงแต่ฉู่ฮั่วร้องไห้สองครั้ง ความสนใจของคนทั้งบ้านก็พากันไปตกอยู่ที่ “น้องสาวผ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 9

“แม่คะ หนูรู้สึกไม่ค่อยสบายท้อง อาจเป็นเพราะกินของผิดสำแดงตอนบ่ายที่โรงพยาบาล” ฉู่จือจิ้นถือจานเดินกลับมาแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง “วันนี้คงฉลองวันเกิดกับทุกคนไม่ได้แล้ว หนูพาซินซินกลับก่อนนะคะ”“พี่จือจิ้นไม่พอใจเหรอคะ?”“อย่าโกรธแม่เลยนะ จินเหิงเขา...เขารู้สึกว่าหลายปีมานี้ฉันลำบากมามาก เลยอยากให้ทุกคนมากินข้าวด้วยกันสักมื้อ เพียงแต่บังเอิญกำหนดวันตรงกับวันเกิดฉันพอดี”ฉู่ฮั่วดึงแขนเธออย่างสนิทสนม แต่มือกลับออกแรงอย่างแนบเนียน“เปล่า” ฉู่จือจิ้นยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะดึงแขนออกอีกครั้ง แล้วจูงซินซินจากไปกู้จินเหิงสินะ...ถ้าอย่างนั้นก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะอย่างไรเสีย ฉู่ฮั่วก็คือรักแรกฝังใจที่เขาเฝ้าคะนึงหาอยู่ตลอดนี่นา......หลังจากฉู่จือจิ้นพาซินซินกลับถึงอพาร์ตเมนต์ เธอก็อาบน้ำอุ่นให้เจ้าตัวน้อยก่อน จากนั้นจึงตรงดิ่งเข้าครัวจนป่านนี้พวกเธอยังไม่ได้กินข้าว เจ้าตัวน้อยคงหิวแย่แล้วในตอนนั้นเอง เสียงกริ่งประตูก็ดังขึ้นเธอเช็ดมือแล้วเดินมาเปิดประตู คนที่ยืนอยู่ด้านนอกคือพนักงานส่งอาหารในชุดยูนิฟอร์มฉู่จือจิ้นเปิดดูถึงได้พบว่าข้างในเป็นเค้กมูสก้อนเล็กสีขาวนวลหนึ่งก้อน กั
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 10

หลังจากส่งเงินโอนไป ฉู่จือจิ้นก็คว่ำโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ ก่อนเดินไปตัดมูสเค้กให้ตัวเองหนึ่งชิ้นบลูเบอร์รีหวานมากหลังจากกินเค้กและเก็บของเรียบร้อย ฉู่จือจิ้นก็กล่อมซินซินจนหลับ หลังจากอาบน้ำล้างหน้าเสร็จแล้วก็กลับเข้าห้องนอนและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาใต้ข้อความสลิปโอนเงินในไลน์ยังคงเงียบสนิท ไม่มีการตอบกลับใด ๆหน้ารายละเอียดการโอนเงินยังขึ้นสถานะว่า “รอรับเงิน”เธอขมวดคิ้ว ไม่อยากพัวพันกับกู้จินเหิงมากเกินไป จึงวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะข้างเตียงอย่างไม่คิดอะไรอีกก่อนจะปิดไฟและนอน……อีกด้านหนึ่งกู้จินเหิงกำลังเปิดอ่านเอกสารควบรวมกิจการฉบับหนึ่งอยู่ในห้องทำงาน โทรศัพท์ก็พลันสว่างขึ้นหางตาของเขาเหลือบเห็นการแจ้งเตือนของข้อความที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอว่า [ ฉู่จือจิ้นโอนเงินให้คุณ 5,000 บาท ]หมายเหตุ: ค่าเค้กเขาจ้องคำนั้นอยู่นานมาก แม้จะมีสีหน้าไร้อารมณ์ แต่ในดวงตาที่เคยสงบนิ่งราวผิวน้ำกลับเหมือนมีบางสิ่งเพิ่มขึ้นมาในตอนนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น หุ่นยนต์อัจฉริยะรุ่นใหม่ตัวหนึ่งถือถาดเข้ามาวางนมที่เพิ่งอุ่นเสร็จลงตรงมุมโต๊ะ “คุณผู้ชาย ถึงเวลาเตรียมตัวเข้านอนแล้วครับ”เสียงจักรกลเ
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
123
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status