Accueil / โรแมนติก / วิวาห์ร้ายกลายรัก / ตอนที่ 4 หนี้คือจุดเริ่มต้น

Partager

ตอนที่ 4 หนี้คือจุดเริ่มต้น

last update Date de publication: 2025-08-21 22:16:19

เสียงโทรศัพท์ดัง

"ฮัลโหล…มึงเป็นไงบ้างกูโทรหามึงไม่ติดเลยว่ะว่าจะไปหามึงที่บ้านกันอยู่" เสียงของมะขามพูดขึ้นมาทันทีที่ไอรินรับสายด้วยความเป็นห่วงเพื่อน

"แบตโทรศัพท์กูหมดน่ะ...กูไม่ได้เป็นไรปลอดภัยดี" ไอรินตอบกลับไปเพื่อให้เพื่อนคลายความกังวลลง

"แล้วมึงรู้ไหมใครไปส่งมึง?"

"ก็คนขับรถยัยฟ้าใสไง" ไอรินตอบพร้อมขมวดคิ้วสงสัยในสิ่งที่มะขามถาม

"ไม่ใช่มึง…กูดูรถผิดคันคนนั้นใครก็ไม่รู้กูขอโทษนะที่ทิ้งมึง" มะขามพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิดและถามเพื่อนด้วยความเป็นห่วง

ไอรินเงียบไปสักพักนึกถึงเมื่อคืนนี้ว่าทำอะไรลงไปบ้าง…โอ้ยยยย บ้าจริงฉันไม่หน้าดื่มเยอะจนไม่ได้สติเลย แต่จะว่าไปแล้วฉันก็ไม่ได้เมาจนขาดสติขนาดนั้นนะ…ฉันยังรู้สึกตัวทุกอย่างเลย ดีแล้วที่ไม่ใช่คนขับรถยัยฟ้าใสไม่งั้นต้องได้เจอกันอีกแน่ๆ ฉันคงอายจนไม่กล้าสู้หน้า แล้วตาลุงคนนั้นเป็นใครกัน ช่างเถอะ คงไม่ได้เจอกันแล้วล่ะเธอครุ่นคิดในใจ

"ฮัลโหลไอริน...ยังอยู่ไหม" ปลายสายเงียบไปจนทำให้มะขามใจหาย

"อ๋อ ไม่เป็นไรมึง ตาลุงคนนั้นก็มาส่งกูที่บ้านเลย" ไอรินแสร้งตอบเพื่อนไปไม่ให้มะขามต้องรู้สึกผิดและเป็นห่วง

"ถ้างั้นกูค่อยสบายใจหน่อย" มะขามถอนหายใจและพูดออกมาอย่างโล่งอกเพราะถ้าหากไอรินเป็นอะไรตนจะต้องรู้สึกผิดอย่างมากแน่ๆที่เป็นต้นเหตุทำให้เพื่อนเดือดร้อน

"โอเคมึง" ไอรินวางสายจากมะขามแล้วเดินเข้าบ้านมาจู่ๆ ก็มีชายฉกรรจ์สามสี่คนอยู่ในบ้านของเธอพวกเค้ากำลังขนของตู้เย็น ทีวี ของบ้านเธอไป

“นี่พวกนายทำไรกันขนของบ้านฉันไปไหน” ไอรินพูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่ตกใจ

“ก็แม่ของเธอเป็นหนี้ไม่จ่ายมาหลายเดือนแล้วนี่ถือว่าใจดีมากแล้วนะ…ว่าแต่ลูกสาวบ้านนี้สวยใช้ได้เลยเนอะพวกมึง” ชายฉกรรจ์คนนึงพูดกับเพื่อนที่มาด้วยกัน พลางมองไปที่ไอรินและทำหน้าตาเจ้าเล่ห์

“จะเอาอะไรก็รีบเอาไปไม่ต้องมายุ่งกับลูกฉัน” แม่เธอรีบพูดแทรกเพราะชายฉกรรจ์กำลังมองไอรินลูกของเธอและทำหน้าเจ้าเล่ห์ใส่ ไอรินงงว่าแม่ของเธอนั้นไปกู้เงินนอกระบบมาตอนไหน ต้องเป็นเพราะเธอแน่ๆ ที่ทำให้แม่ต้องเป็นหนี้

"แม่คะ…เพราะหนูใช่ไหมแม่ถึงเป็นหนี้" ไอรินถามแม่ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย

"ลูกอย่าคิดแบบนั้นเลย ที่แม่ต้องยอมกู้เพราะแม่ไม่อยากเสียบ้านหลังนี้ไป… แค่เงินประกันของพ่อที่มีอยู่มันไม่พอแม่เลยต้องจำใจ" แม่ตอบไอรินด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือไม่แพ้กัน

"แต่แม่รู้ไหมว่าหนี้นอกระบบดอกมันแพงแค่ไหน…คิดถึงพ่อเนอะถ้าพ่อยังอยู่คงไม่เป็นแบบนี้" ไอรินพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและน้ำใสๆไหลคลออยู่ที่ดวงตา

"แม่จำได้ว่าพ่อมีรุ่นพี่อยู่คนนึงที่บอกว่าถ้าเราลำบากให้โทรบอกเค้าได้เลยเค้าพร้อมช่วยเหลือเราตอนที่มางานศพพ่อเค้าให้เบอร์แม่ไว้"

แม่นึกขึ้นมาได้และรีบไปหาเบอร์ที่เธอเก็บไว้ทันที ไอรินไม่ได้พูดต่อแล้วเดินขึ้นบันไดไปห้องของเธอ ในขณะที่ แม่กำลังหาเบอร์รุ่นพี่ของพ่อไอรินอยู่

เสียงโทรศัพท์ดัง

"สวัสดีค่ะ ดิฉันเป็นภรรยาของพิชิต นี่ใช่เบอร์ของคุณกิตติโชจน์ไหมคะ" แก้วทิพย์พูดด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรน

"สวัสดีค่ะ ได้นัดท่านไว้หรือเปล่าคะ ถ้าไม่ได้นัดรบกวนแจ้งชื่ออีกรอบค่ะ" ปลายสายพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิท

"ดิฉันชื่อแก้วทิพย์เป็นภรรยาของพิชิต...ช่วยบอกคุณกิตติโชจน์ด้วยค่ะว่าฉันมีธุระกับท่าน" แก้วทิพย์ยังพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรนบ่งบอกว่าเป็นเรื่องสำคัญ

"รบกวนถือสายรอสักครู่นะคะ" ปลายสายพูดแล้วเงียบไปสักพัก

"สวัสดีครับ...มีธุระอะไรจะคุยกับผมว่ามาได้เลยครับ" คุณกิตติโชจน์กล่าวทักทายและพูดเข้าเรื่องทันที

"เอาตรงๆ เลยนะคะพอดีมีเรื่องเดือดร้อนเรื่องเงินน่ะค่ะ...ฉันนึกถึงใครไม่ออกแล้วจริงๆ ขอโทษด้วยนะคะที่มันดูเหมือนไม่มีมารยาทฉันไม่อยากอ้อมค้อม" แก้วทิพย์พูดพลางรู้สึกระอายใจที่ต้องมายืมเงินคนที่ไม่รู้จัก

"ถ้างั้นเดี๋ยวผมแจ้งสถานที่วันเวลาไปให้แล้วกัน" คุณกิตติโชจน์ตอบรับคำขอของแก้วทิพย์โดยทันที

"ขอบคุณ…คุณกิตติโชจน์มากๆ นะคะคุณเป็นคนดีเหมือนที่พิชิตพูดไว้ไม่มีผิด" แก้วทิพย์พูดขอบคุณพร้อมถอนหายใจโล่งอก

สองวันต่อมา…

ณ ร้านกาแฟ แก้วทิพย์มาพบกับคุณกิตติโชจน์เพื่อจะขอความช่วยเหลือแก้ไขปัญหาชีวิตที่เจออยู่ในขณะนี้

“มาแล้วหรอนั่งสิ…ทานอะไรมาหรือยังสั่งอะไรมากินไหม" คุณกิตติโชจน์ทักทายและถามแก้วทิพย์ด้วยความเป็นห่วง

“ไม่เป็นไรค่ะ แค่คุณออกมาพบฉันก็เกรงใจแย่แล้ว” แก้วทิพย์พูดพร้อมทั้งแสดงสีหน้าเกรงใจ

“เกรงใจอะไรกัน…ผมบอกจะช่วยคุณกับลูกเองเลี้ยงลูกคนเดียวมันเหนื่อยมากนะแล้วต้องการเท่าไหร่ละ” คุณกิตติโชจน์พูดพร้อมยิ้มให้แก้วทิพย์เล็กน้อยเพื่อแสดงว่าตนนั้นเต็มใจช่วยเหลือแก้วทิพย์และลูก

“ฉันเป็นหนี้นอกระบบอยู่คราวๆ สามล้าน รวมทั้งต้นและดอก แต่ฉันไม่ได้มาขอนะคะฉันขอยืมไปจ่ายพวกมันก่อนฉันเป็นห่วงความปลอดภัยของไอรินน่ะค่ะ ลูกสาวฉันพึ่งเรียนจบยังไม่ได้ทำงาน ฉันก็เป็นแค่แม่บ้านอยู่แต่บ้านเลี้ยงลูกพิชิตเค้าไม่ให้ฉันทำงานจน…พิชิตเสีย เสาหลักที่บ้านเลยต้องเป็นฉัน ฉันไม่มีทางเลือกแล้วจริงๆ” แก้วทิพย์ร้องไห้ออกมาด้วยความน้อยใจตัวเองที่เธอนั้นคิดว่าตัวเองเลี้ยงลูกได้ไม่ดีพอต้องแบกหน้ามาขอความช่วยเหลือจากคนอื่น

“เอาล่ะ…ไม่เป็นไรเธอเก่งมากนะแก้วทิพย์ที่เลี้ยงลูกจนเรียนจบ ที่เธอบอกว่าลูกเธอยังไม่มีงานทำให้หนูไอรินมาลองทำงานที่บริษัทผมไหม ตอนนี้ผมให้ลูกชายดูแลต่อจากผมอยู่ ไอ้เรามันก็แก่แล้วอยากจะเลี้ยงหลานอยู่บ้านแต่ทำไงได้มันไม่มีแฟนกับเค้าสักทีชาตินี้คงไม่ได้เจอหน้าหลานละมั้ง ฮ่าๆ" คุณกิตติโชจน์พูดพลางหัวเราะเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ

“ขอบคุณท่านมากนะคะที่ช่วยเราสองแม่ลูกไว้ฉันลองไปคุยกับไอรินดูก่อนถ้าได้เรื่องยังไงแล้วเดี๋ยวฉันโทรติดต่อไปหาท่านนะคะ” แก้วทิพย์รีบกล่าวขอบคุณที่คุณกิตติโชจน์ช่วยเหลือตนและลูก

บ้านไอริน

"แม่ออกไปไหนมาตั้งแต่เช้า" ไอรินพลางถามแม่ด้วยความเป็นห่วง

"ไปคุยกับคุณกิตติโชจน์รุ่นพี่พ่อมาน่ะ เค้าบอกจะช่วยเราเออ…แม่บอกไปว่าไอรินยังไม่มีงานทำเค้าเลยให้ลองไปทำที่บริษัทเค้าดู" แม่ตอบและพูดสิ่งที่คุณกิตติโชจน์เสนอให้ไอรินฟังทันที

"ก็ดีเหมือนกัน หนูจะได้ใช้หนี้ให้แม่…แม่จะได้ไม่ต้องลำบากแบกหน้าไปขอยืมใครอีก" ไอรินพูดเสียงอ่อนพลางมองหน้าแม่แล้วรู้สึกผิด

สัปดาห์ต่อมา…

บริษัทคุณกิตติโชจน์

“สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าจะติดต่อเรื่องอะไรคะ” พนักงานสาวถามพร้อมทั้งมองสาวน้อยที่อยู่ตรงหน้าที่ไม่ได้สวยโดดเด่นอะไรแต่หน้าตาออกไปทางน่ารักจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโต ขนตายาวงอนที่มองแล้ววชวนสะกดให้หลง ผมยาวสีดำขลับถึงกลางหลัง

“สวัสดีค่ะ ฉันมาสมัครงานค่ะ" ไอรินตอบพร้อมยิ้มให้อีกฝ่ายเล็กน้อยพนักงานสาวยื่นใบสมัครให้กับเธอ

“กรอกใบสมัครได้เลยค่ะ…แนบเอกสารมาพร้อมกับใบสมัครด้วยนะคะ” พนักงานสาวพูดแล้วยิ้มตอบสาวน้อยที่อยู่ตรงหน้า

“ขอบคุณค่ะ”

บ้านไอริน

"แม่คะรินไปสมัครงานที่บริษัทของคุณลุงเพื่อนพ่อมาแล้วนะ" ไอรินบอกแม่ถึงเรื่องที่เธอไปสมัครงานมาแล้ว

"ไปสมัครมาแล้วทำไมไม่บอกแม่ก่อนจะไปวันไหนแม่จะได้โทรบอกท่านไว้ก่อนตอนนี้ท่านให้ลูกชายท่านดูแลบริษัทเองแล้ว" แม่ตอบและตกใจเล็กน้อยที่ลูกสาวไปสมัครงานโดยไม่บอกเธอ

"ก็ไม่เห็นเป็นไรเลยนิแม่…ดีซะอีกจะได้ไม่ต้องมีคนว่าเป็นเด็กเส้น" ไอรินพูดพลางยักไหล่เล็กน้อย

ณ บริษัท

พนักงานยกเอกสารกองโตไม่ทันระวังชนเข้ากับพนักงานอีกคนเอกสารกระจัดกระจายไปทั่วห้องโถงทางเดิน คุณกรณ์ที่กำลังลงลิฟต์มาพบเข้ากับข้าวของกระจายตามพื้น พนักงานทุกคนต่างมองหน้ากันแล้วเงียบไม่พูดอะไรเลยเพราะทุกคนกลัวว่าคุณกรณ์ลูกชายคุณกิตติโชจน์ประธานคนใหม่ที่มารับช่วงต่อจากพ่อตัวเองนั้นจะว่าเอาได้

เพราะพนักงานทุกคนต่างบอกต่อๆ กันมาว่าเป็นคนที่เย็นชาดูเข้าถึงยากแต่กลับกันคุณกรณ์ก้มลงไปเก็บเอกสารที่ตกอยู่บนพื้นช่วยพนักงานทำเอาพนักงานสาวๆ พากันตกหลุมรักความมีน้ำใจของคุณกรณ์กันยกใหญ่ เพราะนิสัยและหน้าตา ที่คิ้วหนาดำสนิท จมูกโด่งเป็นสันเหมือนลูกครึ่ง พร้อมทั้งผมที่ดำสนิทและสันกรามที่รับกับ ตา จมูก และปากได้เป็นอย่างดี

“นี่เอกสารครับเดินระวังๆ ด้วยนะครับ” คุณกรณ์พูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่ง สิ้นเสียงพูดของคุณกรณ์พนักงานสาวๆ ต่างพากันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ คนอะไรไม่รู้ หล่อแถมยังใจดีอีกอะสาวๆ ในบริษัทชมคุณกรณ์ไม่ขาดปาก

บ้านคุณกิตติโชจน์

“โอ้ยยย…ฉันปวดหัวกับลูกชายคุณจริงๆ เมื่อสองวันก่อนฉันนัดหลานสาวเพื่อนฉันสมัยเรียนด้วยกันมาทานข้าวกับเจ้ากรณ์ นี่คุณรู้ไหมคะเจ้ากรณ์ผิดนัดไม่ยอมมา บอกว่าติดงานมีประชุม ฉันต้องแบกหน้ายิ้มแย้มทานข้าวจนเสร็จ…รู้ไหมว่าฉันขายหน้ามากแค่ไหนที่เป็นคนนัดเองแล้วมาผิดนัดกับเพื่อนของฉันและหลานสาวเค้า น้องหนูดี จำได้ไหมคะคุณที่ตอนเด็กๆ เคยมาบ้านเราตอนนี้โตเป็นสาวแล้วสวยมากๆ กิริยามารยาทดีจริงๆ ฉันละเสียดายทำไมเจ้ากรณ์ถึงได้เป็นแบบนี้ไปได้…เพราะคุณคนเดียว”

เสียงคุณอุไรภรรยาคุณกิตติโชจน์ แม่ของคุณกรณ์ ที่บ่นน้อยใจลูกและสามีซะยกใหญ่ที่ไม่เป็นอย่างที่หวังไว้ พลางเอามือจับที่หัวเพื่อบ่งบอกว่าตนทั้งเหนื่อยใจและหมดแรงกับลูกคนนี้ซะจริงๆ

“นี่คุณจะมาโทษผมคนเดียวไม่ได้หลอกนะลูกชายคุณเองฟังอะไรที่ไหนละ พ่อแม่จะแก่ตายอยู่แล้วป่านนี้ยังไม่มีเมียแล้วจะให้ผมทำไงได้” คุณกิตติโชจน์เถียงภรรยากลับทันที พร้อมทั้งเปรยว่าตนเองก็เหนื่อยและหมดหนทางเหมือนกัน

“เพราะคุณนั่นแหละ ฉันบอกแล้วไงว่าให้เจ้ากรณ์แต่งงานมีลูกก่อนงานทำตอนไหนก็ได้ทีนี้เป็นไงสนใจแต่งานไม่คิดจะหาเมียแล้ว… แล้วเมื่ออาทิตย์ที่แล้วคุณไปไหนมาคะ” คุณอุไรยังคงโทษสามีไม่เลิกและเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่นทันที

“อ๋อ…ผมไปพบภรรยาพิชิตมานะ เค้ามีเรื่องเดือดร้อนให้ช่วย”

“ใช่ที่สามีเค้าเกิดอุบัติเหตุไหมคะรุ่นน้องคุณ สงสารเค้านะคะต้องอยู่กันสองคนแม่ลูก” คุณอุไรพูดพลางนึกสงสารสองแม่ลูกขึ้นมาทันที

“ลูกสาวเค้าพึ่งเรียนจบนะ ผมเลยชวนมาทำงานที่บริษัทเราดูไม่รู้ว่าจะยังไงต้องรอเค้าติดต่อมา” คุณกิตติโชจน์พูดตอบภรรยา

“ฉันเคยเจอลูกสาวเค้าตอนเด็กหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มที่พิชิตเคยพามาบ้านเราป่านนี้คงโตเป็นสาวสวยแน่ๆ ฉันอยากเห็นตอนโตจัง…นัดเค้าสองคนแม่ลูกทานข้าวกันไหมคะคุณ” คุณอุไรพูดกับสามีด้วยความสงสัยว่าเด็กสาวน่ารักที่เคยเจอตอนเด็ก ป่านนี้โตมาจะเป็นสาวสวยสะพรั่งขนาดไหน พร้อมทั้งมีความคิดที่จะจับคู่ให้ลูกชายผุดขึ้นมาในหัว

“ผมรู้นะ…คุณคิดอะไรอยู่” คุณกิตติโชจน์พูดพร้อมทั้งมองหน้าภรรยาว่ารู้ทันนะว่ากำลังคิดอะไรอยู่

“อะไรคะคุณแค่ทานข้าวกันเฉยๆ ถ้าเด็กๆ จะชอบกันฉันก็ไม่ติดอะไรฉันก็อยากอุ้มหลานเหมือนกันใครก็ได้ที่ทำให้เจ้ากรณ์สนใจ ถ้าคนนี้เจ้ากรณ์ไม่สนใจฉันก็จะหาคนใหม่ๆ มาให้ลูกฉันไปทานข้าวให้ได้คอยดูเถอะคุณ คุณไปนัดสองแม่ลูกไว้เลยฉันจะไปคุยกับเจ้ากรณ์เอง…ถ้ารอบนี้ไม่ไปฉันจะโกรธลูกชายคุณแล้วก็คุณด้วย" คุณอุไรตอบเบี่ยงเบนสามีว่าตนไม่ได้คิดอะไรเพราะสามีตนรู้ทันทุกเรื่องจริงๆ

“อ้าว…แล้วผมเกี่ยวอะไรด้วยละ” คุณกิตติโชจน์พูดกับภรรยา พลางคิดว่าเจ้าลูกชายหาเรื่องเดือดร้อนให้ตนอีกแล้ว

“ไม่รู้ละฉันจะโกรธ” คุณอุไรพูดกับสามีแล้วเบือนหน้าหนีเล็กน้อยว่าตนจะโกรธ

เสียงโทรศัพท์ดัง

“สวัสดีครับ…ใช่คุณแก้วทิพย์หรือเปล่า” เป็นเสียงของคุณกิตติโชจน์ที่เป็นคนโทรหาแก้วทิพย์ก่อน

“ใช่ค่ะ คุณท่านมีธุระอะไรกับฉันคะหรือว่าคุณเปลี่ยนใจจะไม่ช่วยเราสองคนแม่ลูกแล้ว” แก้วทิพย์ตอบรับหลังรู้ว่าเป็นคุณกิตติโชจน์ที่โทรมาหาตนก่อนจึงตกใจคิดว่าคุณกิตติโชจน์จะเปลี่ยนใจ

“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก แค่จะถามดูที่ให้ไปคุยกับลูกสาวเรื่องมาทำงานที่บริษัทผมนะสนใจไหม” คุณกิตติโชจน์รีบปฏิเสธทันทีว่าไม่ได้เป็นแบบที่แก้วทิพย์คิด

“คือ…ลูกสาวฉันไปสมัครไว้แล้วน่ะค่ะ”

“งั้นหรือดีเลยเอาอย่างนี้ไหมเรานัดทานข้าวกันดีกว่าภรรยาผมเค้าชวนน่ะ เค้าบอกว่าเคยเจอหนูไอรินตอนเด็กๆ พิชิตเคยพามา เค้าเอ็นดูเลยอยากเห็นตอนโตผมก็ไม่ได้เจอนานมีอะไรจะได้ช่วยเหลือกัน สนิทกันเข้าไว้” คุณกิตติโชจน์พูดด้วยน้ำเสียงอันอ่อนนุ่มที่แสนใจดีชวนสองแม่ลูกมาทานข้าวตามความต้องการของภรรยาทันที

“ฉันโชคดีจริงๆ ที่เจอท่านและภรรยาที่เอ็นดูเราสองคนแม่ลูกแต่ฉันเกรงใจน่ะค่ะที่ท่านช่วยใช้หนี้ให้ก่อนก็มากพอแล้วไม่รู้จะตอบแทนบุญคุณยังไงหมด” แก้วทิพย์ดีใจที่มีคนช่วยเหลือและรักเอ็นดูลูกสาวตนขนาดนี้

“ไม่ต้องมาเกรงอกเกรงใจหรอก คนกันเองทั้งนั้น พิชิตมันก็เป็นรุ่นน้องที่ผมรัก ถ้างั้นก็ถือว่าตกลงมาทานข้าวด้วยกันนะเดี๋ยวผมจะให้คนขับรถไปรับ”

คุณกิตติโชจน์พูดเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจและคลายความเกรงใจลง...แก้วทิพย์ไม่ทันได้ตอบอะไรสายของคุณท่านก็ว่างไปเสียแล้วคงจะต้องไปเกลี้ยกล่อมไอรินให้รู้ถึงความหวังดีของคุณกิตติโชจน์และภรรยาของเขา

"พรุ่งนี้ทำไรหรือเปล่าลูก?" แม่แสร้งถามไอริน

"ไม่ได้ทำไรค่ะแม่…แล้วแม่ถามทำไมมีไรหรือเปล่า" ไอรินตอบพลางสงสัยในสิ่งที่แม่ถามตน

"แม่ก็แค่ถามดูเฉยๆน่ะเห็นพักนี้อยู่ติดบ้านพวกเพื่อนๆไม่ชวนไปไหนเหรอ" แม่แสร้งถามอีกรอบเพื่อดูปฏิกิริยาไอริน

"ก็ชวนนะ แต่หนูไม่ออกเองไม่อยากไปไหน" ไอรินตอบออกมาเฉยๆและคิดในใจที่ไม่ออกไปไหนเพราะเรื่องที่ผ่านมาคืนนั้นทำให้ไอรินลืมไม่ลงคิดอยู่ในหัวตลอดเวลา

"ถ้างั้นพรุ่งนี้ไปทานข้าวเป็นเพื่อนแม่หน่อยคุณกิตติโชจน์กับภรรยาเค้าอยากเจอลูกน่ะ ไอรินลูกหนูก็ถือโอกาสขอบคุณท่านเค้าเลยนะลูกท่านช่วยเราไว้เยอะเลย ถ้าไม่ไปมันก็ดูเป็นการไม่ให้เกียรติท่านและภรรยาที่เอ็นดูเราสองคน" แม่รีบพูดเข้าประเด็นทันทีโดยไม่ให้ลูกสาวได้มีสิทธิ์ปฏิเสธเลย

"ถ้าแม่พูดมาขนาดนี้แล้วหนูจะเลือกอะไรได้ละยังไงก็ต้องไปอยู่ดี" ไอรินตอบตกลงพร้อมทั้งคิดและถอนหายใจว่าตนไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธนอกจากรับปากตกลง

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • วิวาห์ร้ายกลายรัก   ตอนที่ 35 งานวิวาห์ของสองเรา ตอนจบ

    บ้านคุณกิตติโชจน์“กลับมากันแล้วเหรอลูก” เสียงคุณอุไรเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเด็กทั้งสองเดินเข้าบ้านมาพร้อมกันด้วยใบหน้าที่ดูเบิกบาน“หิวมั้ยหนูรินเลิกงานมาเหนื่อยๆ…มาๆ นั่งที่โต๊ะกับแม่ดื่มน้ำก่อนนะเจ้ากรณ์ก็ด้วย”“คิดว่าแม่จะไม่เรียกผมซะแล้วนะครับเนี่ย”“ดูพูดเข้าสิ…วันนี้กลับบ้านเร็วทำไมไม่พาน้องแวะกินอะไรก่อนเข้าบ้านล่ะตากรณ์ต้องให้แม่บอกอยู่เรื่อยเลย”“รินอยากกลับมาทานข้าวพร้อมคุณแม่กับคุณพ่อค่ะ…อร่อยกว่าทานข้างนอกเยอะเลย” น้ำเสียงออดอ้อนกับท่าทีที่น่าเอ็นดูของไอรินพลางตอบเอาใจคุณอุไรที่นั่งอยู่ข้างๆ“ปากหวานจริงๆ เลยเด็กคนนี้แม่หลงเพราะหนูรินน่ารักแบบนี้ไง ฮ่าๆ” คุณอุไรคลี่ยิ้มกว้างอย่างพึงพอใจที่ลูกสะใภ้คนโปรดช่างเอาอกเอาใจคนแก่อย่างเขาเก่งซะจริง“ผมก็หลงครับคุณแม่ ฮ่าๆ” เสียงอ่อนเสียงหวานของคุณกรณ์เอ่ยขึ้นตามคุณอุไรแม่ของตนพร้อมพลางยิ้มเล็กยิ้มน้อยหันมองหน้าไอริน“งั้นก็รีบๆ มีหลานให้พ่อกับแม่เร็วๆ เข้าสิ ฮ่าๆ” คุณอุไรพูดขึ้นมาเช่นนี้เด็กๆ ทั้งสองจึงหันมองหน้ากันคุณกรณ์จ้องมองไอรินตาเป็นประกายสองแก้มของเธอก็เริ่มแดงก่ำพลางยิ้มเขินๆ รีบเปลี่ยนเรื่องคุยเพื่อบ่ายเบี่ยงก่อนดีกว่า ฮ่าๆ”“

  • วิวาห์ร้ายกลายรัก   ตอนที่ 34 ประกาศแต่งงาน

    ห้องทำงานคุณกรณ์เขาเดินมาแอบอยู่ข้างหลังประตูเพื่อรอจังหวะที่ไอรินเดินเข้ามาในห้องจะได้แกล้งแมวน้อยของเขาให้ตกใจเล่นและสิ่งที่คาดไว้ก็มาถึงเธอผลักประตูเข้ามาคุณกรณ์เห็นแค่ด้านหลังเธอจากนั้นจึงโผเข้าไปกอดจนอีกฝ่ายเกือบเสียหลักก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าไม่ได้มีแค่ไอรินที่เดินเข้ามาแต่ยังมีเลขาของเขาอีกคนที่กำลังยืนจ้องมองดูการกระทำของพวกเขาชนิดที่เรียกได้ว่าอ้าปากค้างสตั้นกันไปเลยสามวิตกตะลึงกับสิ่งที่เห็นอั้มอึ้งจนพูดไม่ออกทำตัวไม่ถูกอยู่ตรงหน้าประตูเพราะเห็นทั้งคู่กอดกันเข้าอย่างจังเต็มสองตา“เอ่อออ…ขอโทษค่ะคือดิฉันไม่เห็นอะไรทั้งนั้นเลยนะคะ” เสียงตกใจของเลขาสาวเอ่ยพร้อมยกแฟ้มเอกสารในมือขึ้นมาปิดบังใบหน้าของตนเองทันที“เห็นอะไรกันคะ? ไม่ได้มีอะไรกันสักหน่อย” ไอรินเอ่ยพร้อมกับท่าทางที่เลิ่กลั่กคุณกรณ์เห็นอย่างนั้นก็แอบขำเธอเบาๆ ในความลนลานของเธอ“ก็อย่างที่เห็นนั้นแหละผมไม่รู้จะอธิบายยังไงดีมีคนไม่อยากให้บอกคนอื่น” น้ำเสียงจอมทะเล้นของคุณกรณ์เอ่ยอีกทั้งยังขยับก้มหน้าลงมาใกล้ๆ กับใบหน้าของร่างเล็กที่ยืนอยู่ตรงหน้าเค้าพร้อมกับยกยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจหนำซ้ำยังใช้มือทั้งสองข้างของเขาดึ

  • วิวาห์ร้ายกลายรัก   ตอนที่ 33 คู่หมั้นตัวจริง

    ณ ร้านเช่าชุดแห่งหนึ่งสามสาว มะขาม ฟ้าใสและปิ่น ช่วยกันเลือกชุดอย่างตื่นเต้นจับตัวนั้นมาใส่ตัวนี้อยู่ไม่หยุดลองแล้วลองอีกอยู่ตรงหน้ากระจกบานใหญ่ไอรินจากที่ดูตื่นเต้นดีใจช่วยพวกเธอเลือกชุดมาสักพักแล้วแต่เมื่อได้เห็นท่าทีของพวกนางก็ถึงกับขอตัวนั่งพักที่โซฟาก่อนเพราะศึกนี้คงอีกนานเจ้าสาวอย่างเธอแค่ลองชุดเดียวก็เหนื่อยจะแย่แล้วผิดกับเพื่อนๆ ของเธอซะจริงไม่มีทีท่าจะเหนื่อยกันบ้างเลยหรือไงไม่รู้เอาเรี่ยวแรงมาจากไหนอารมณ์เหมือนกับตอนผู้หญิงแต่งหน้าแล้วอย่ามาเร่งเลย ฮ่าๆ“พวกแกว่าฉันใส่ชุดนี้เป็นไง…สวยมั้ย” เสียงมะขามเอ่ย“สวยมึงเอาชุดนี้เลย” เสียงยัยปิ่นพลางตอบพร้อมชูชุดในมือทั้งสองข้างให้เพื่อนๆ ได้ช่วยเลือก“มึงว่าชุดไหนสวยกว่ากันระหว่างปาดไหล่หรือเกาะอกดี”“กูว่ามึงเอาเกาะอกเลยสวยแซ่บสีฟ้าเข้ากับน้ำทะเล ฮ่าๆ”“พวกเราจะเริ่ดเกินเจ้าสาวไม่ได้นะ ฮ่าๆ” ฟ้าใสเอ่ยหัวเราะ“นั้นสิ…ลืมคิดเบาๆ นะพวกมึง ฮ่าๆ”“มึงก็พูดได้สิมะขามมึงได้ผู้แล้วแถมเป็นผู้ใหญ่อบอุ่นที่เอาใจเก่งอีกต่างหาก อิจสุดๆ ไม่รู้แหละกูขอจัดเต็มไว้ก่อน” ว่าแล้วฟ้าใสก็เดินไปเลือกชุดที่ราวเสื้อผ้าเลือกแล้วเลือกอีกเอาจนถูกใจ“เต็มที่

  • วิวาห์ร้ายกลายรัก   ตอนที่ 32 ลองชุดเจ้าสาว

    เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ร้านเช่าชุดแต่งงานเสียงรถแล่นมาจอดยังบริเวณหน้าร้านเช่าชุดทั้งคู่เดินลงจากรถมาด้วยใบหน้าที่ดูสดใสพลางส่งยิ้มให้กันและกันอย่างมีความสุขร่างเล็กหยุดเดินแหงนดูหุ่นที่สวมใส่ชุดเจ้าสาวผ่านกระจกใสบานใหญ่ที่ตั้งโชว์อยู่ภายในร้านเป็นชุดเดรสสีขาวปาดไหล่ผ้าซีทรูกระโปรงยาวปักด้วยไข่มุกนับร้อยเม็ดสวยสะกดตาจนต้องหยุดมองแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเลยว่าเธอจะมีวันที่ได้ใส่ชุดเจ้าสาวกับเขาเหมือนกันดีใจจนพูดไม่ออก ไอรินพลางมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่คุณกรณ์จะรีบจูงมือเธอเดินเข้าร้านไปด้วยความตื่นเต้น“ยินดีต้อนรับค่ะ” เสียงพนักงานบริการสาวในร้านเอ่ยพร้อมพยักหน้ารับอย่างนอบน้อม“คุณกรณ์ใช่ไหมคะ…เชิญด้านนี้ได้เลยค่ะ” พนักงานสาวเดินนำพวกเขาทั้งคู่มายังห้องลองชุด VIP พร้อมกับนำชุดที่ทางร้านมีทั้งหมดหลากหลายสไตล์มาให้พวกเขาได้เลือกไม่ว่าจะเป็นชุดไทย ชุดจีนยกน้ำชา ชุดพิธีการต่างๆ เยอะจนเลือกไม่ถูกกันเลยที่เดียว“เดี๋ยวนะคะ…จะให้ลองทั้งหมดนี้เลยเหรอ” เสียงไอรินหันไปถามคุณกรณ์ที่ตอนนี้เขาก็ได้แต่ยืนงงเช่นกันว่าทำไมมันถึงเยอะขนาดนี้“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน” เขาพลางตอบเธอด้วยน้ำเสียงที่เหมือนจะสิ้นหวัง

  • วิวาห์ร้ายกลายรัก   ตอนที่ 31 ฤกษ์งานแต่ง

    ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตู“เดี๋ยวรินทำธุระเสร็จจะรีบลงไปนะคะ” เธอพลางตอบคนหน้าประตูเพราะคิดว่าคงเป็นป้าแม่บ้านที่คุณอุไรให้มาตามเธอลงไปทานข้าวซึ่งก็ไม่มีเสียงป้าแม่บ้านตอบกลับมามีแต่เสียงเคาะประตูอยู่ไม่หยุดมิหนำซ้ำยังเคาะเร่งเป็นจังหวะอีกด้วย จนเธอต้องเดินไปเปิดประตูทั้งที่ยังใส่ชุดคลุมอาบน้ำสีขาวพร้อมกับปล่อยผมยาวที่เปียกชุ่ม“เล่นเป็นเด็กไปได้” ไอรินพูดพึมพำให้กับการกระทำที่ดูเหมือนเด็กเช่นนี้ทำเอาเธอก็อดอมยิ้มไม่ได้โตแค่ตัวอย่างที่คุณอุไรว่าไว้ไม่มีผิด ฮ่าๆ เธอพอจะเดาได้แล้วล่ะว่าเป็นใครที่ชอบแกล้งเธอในบ้านหลังนี้เห็นทีคงมีแค่คุณกรณ์คู่หมั้นของเธอสินะ ไอรินเพียงแค่หมุนลูกบิด ทันทีที่เสียงดัง แกร๊ก คุณกรณ์ก็รีบผลักประตูเข้ามาในห้องเธออย่างรวดเร็วอีกทั้งยังโผกอดไอรินจากด้านหลังอีกด้วยกลิ่นหอมสบู่อ่อนๆ จากตัวเธอทำเอาจมูกโด่งของคนพี่เริ่มทำงานคลอเคลียไปที่ข้างหูของเธอทีละนิด~“ทำไมไม่รีบไปอาบน้ำที่ห้องตัวเองล่ะคะ…คุณพ่อคุณแม่รอทานข้าวอยู่น้าา” น้ำเสียงอ่อนหวานเอ่ยถาม“พี่คิดถึงรินไม่เห็นหน้าแล้วใจจะขาด”“เวอร์อีกแล้วนะคะเนี่ย…ปล่อยรินได้แล้วค่ะ”“อยากนอนกอดทุกคืนเลย…แล้วทำไมไม่เก็บของ

  • วิวาห์ร้ายกลายรัก   ตอนที่ 30 รินเชื่อใจพี่

    เสียงโทรศัพท์ดัง“มีอะไรอีกวะไอ้ยุ!!!” เสียงเข้มของคุณกรณ์พลางขึ้นเมื่อกดรับสายอีกครั้ง“กูลืมบอกมึง…ว่าตอนนี้ครีมไปหามึงที่หัวหินแล้ว”“มึงว่าไงนะ!!!…แล้วมึงไม่รีบบอกกูให้เร็วกว่านี้วะ” เสียงตกใจเอ่ย“ก็กูลืมมมไงเพื่อน…กูกดโทรหามึงแล้วแต่สายมึงไม่ว่าง”“แม่กูโทรมาเทศน์กูซะยาว…แล้วใครบอกครีมวะว่ากูกลับมาที่นี้อีกไอ้เคนเหรอ!!! อย่าบอกนะว่าเป็นมึง”“เฮ้ยๆ มึงอย่ามาโทษกูครั้งนี้ไม่ใช่กูโว้ย!!! ไอ้เคนก็ไม่หน้าใช่ป่านนี้มันคงไปม่อสาวอยู่ไหนสักที่ไม่มาสนใจเรื่องของมึงหรอก…แต่ว่าเรื่องแค่นี้สืบดูคงไม่ยากเกินกำลังครีมหลอกว่ะ”“เออ งั้นแค่นี้กูรีบไปดูรินก่อนเดี๋ยวบังเอิญเจอกันกูจบเห่แน่”“เออๆ กูเอาใจช่วยมึงวะเพื่อน” เสียงปลายสายกดวางคุณกรณ์วางโทรศัพท์ลงบนเตียงนอนแล้วรีบเปิดประตูห้องพักหยิบรองเท้ามาใส่ผิดๆ ถูกๆ ใส่ยากใส่เย็นไม่ทันใจขว้างมันทิ้งซะเลยรีบร้อนจนต้องเดินเท้าเปล่าออกมาจากห้องพัก เขามุ่งตรงมายังชายหาดด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลนกวาดสายตามองหาแฟนเด็กของเขาไปทั่วหาดเห็นไอรินกำลังเดินกลับเข้ามาพอดีจึงรีบเดินดุ่มๆ ไปหาเธอ“ทำไมตื่นแล้วไม่ปลุกพี่มาเดินเล่นด้วยกันล่ะเดินคนเดียวจะสนุกได้ไง” ทันทีท

  • วิวาห์ร้ายกลายรัก   ตอนที่ 23 บอดี้การ์ดส่วนตัว

    เสียงรถยนต์แล่นมาจอดยังที่จอดรถ ณ ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งท่าทางงุนงงของไอรินเกิดความสงสัยว่าธุระสำคัญของเขาคือการมาห้างงั้นเหรอเนี่ย“ถึงแล้วลงรถสิ” เขาหันมาบอกเธอที่นั่งเบาะข้างๆ“มาห้างทำไมเหรอคะ” ไอรินพลางถามขึ้นอย่างสงสัย“ก็พาเธอมาซื้อของไปหัวหินกับฉันไง”“ที่ว่าเรื่องสำคัญคือเรื่องนี้เหรอคะ”

  • วิวาห์ร้ายกลายรัก   ตอนที่ 10 ความบังเอิญ2

    สิ้นเสียงวายุที่บอกว่าคุณกรณ์จะหมั้นนั้นก็ทำให้เคนประหลาดใจแต่ที่ตกใจมากกว่าก็คือทิศแฟนเก่าไอรินที่จำหน้าคุณกรณ์ได้ในคืนนั้นตกตะลึงจนอ้าปากค้าง ว่าคู่หมั้นของคุณกรณ์ต้องเป็นไอรินแน่ๆ“เฮ้ยจริงดิ นี่กูกลับไทยมาคราวนี้มีแต่เรื่องเซอร์ไพรส์ทั้งนั้นเลยแต่เรื่องมึงพีคสุด ว่าแต่สาวที่ไหนได้ครอบครองหัวใจม

  • วิวาห์ร้ายกลายรัก   ตอนที่ 9 ความบังเอิญ

    บ้านคุณกิตติโชจน์เสียงเปิดประตูรถทั้งสามคนต่างพากันเดินเข้าบ้านคุณกรณ์ได้แต่สงสัยตลอดทางกลับบ้านแต่ไม่ปริปากพูดเพราะกลัวจะขัดใจแม่ของตนเลยรอให้ถึงบ้านก่อนดีกว่าค่อยถามคุณพ่อหน้าจะคุยรู้เรื่องกว่าระหว่างเดินเข้าประตูบ้านคุณกรณ์ค่อยๆเดินอย่างช้าๆ มือทั้งสองข้างล้วงกระเป๋ากางเกงตัวเอง เรียกพ่อของตนให

  • วิวาห์ร้ายกลายรัก   ตอนที่ 8 เร็วไปหรือเปล่า

    บ้านไอรินหลังจากที่ทุกคนกลับไปแล้วเหลือเพียงแค่ไอรินกับแก้วทิพย์แม่ของเธอเท่านั้นแม่ฉันเงียบไม่พูดกับฉันมาสักพักนึงแล้วแม่คงโกรธฉันจริงๆ“แม่ค่ะ…หนูขอโทษที่ทำตัวเหลวไหลอย่าโกรธหนูเลยนะคะ” ไอรินเดินก้มหน้าเข้าไปจับแขนผู้เป็นแม่พูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “หิวมั้ย กินอะไรมาหรือยัง” แก้วทิพย์ทำเหมื

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status