LOGIN“ในที่สุดเราก็กำจัดนังกาฝากออกไปให้พ้นทางได้เสียทีนะคะคุณแม่” เทวิกาที่นั่งคอแข็งไม่แม้แต่จะมองหน้าของกรจักรเลยก่อนหน้านี้ พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มร้ายกาจ หลังจากที่สองแม่ลูกเคลื่อนรถออกไปแล้ว
ขับรถตู้คันละไม่กี่ล้านบาทมาสู่ขอเธอ ยาจกเสียจริงพวกเศรษฐีบ้านนอก
“ใช่ แต่การที่จะให้มันออกไปจากบ้านหลังนี้ จะให้ออกไปง่าย ๆ ไม่ได้ มันต้องมีอะไรตอบแทนข้าวแดงแกงร้อนที่มันกินอยู่ทุกวัน พ่อของแกทำกับแม่ไว้อย่างเจ็บแสบ แอบไปมีแม่ของนังใบบัว แม่ไม่มีวันทำให้มันแต่งงานไปแล้วมีความสุขหรอก มันต้องแต่งงานไปด้วยความเกลียดชังของกรจักร เหมือนตกนรกทั้งเป็น มันถึงจะสาสม”
“คุณแม่นี่ยอดเยี่ยมไปเลยค่ะ หนูก็เกลียดมันค่ะ นังลูกเมียน้อย แม่มันก็สำส่อน ถ้าไม่เพราะคุณจักรกับแม่มาสู่ขอหนู หนูให้คุณแม่ส่งมันไปให้เสี่ยบ้ากามตัณหากลับไปเป็นเมียน้อยเขาแล้วล่ะค่ะ หน้าตามันก็พอใช้ได้ อย่างน้อยก็ได้เงินตอบแทนคืนกลับมา ในฐานะที่มันเป็นคนบ้านนี้” สองแม่ลูกเห็นชอบตามนั้น
“เลิกพูดถึงเรื่องนังลูกเมียน้อยนั่นเถอะ แม่ฟังแล้วระคายหู มาพูดถึงเรื่องของคุณตรัยกันดีกว่าจ้ะ เขากับลูกสาวของแม่ไปถึงไหนกันแล้ว”
“โชคดีนะคะที่คุณตรัยไปต่างประเทศ ไม่อย่างนั้นคงเป็นเรื่องแน่ นี่ข่าวการแต่งงานของหนูก็ปิดเป็นความลับสุดยอดเราไม่ได้จัดงานหรือบอกแขกเหรื่อที่ไหน แค่ทำพิธีเล็กๆ แล้วมอมเหล้าคุณจักร หลอกให้มีอะไรกับนังใบบัวมัน”
“แต่ถึงรู้ ก็ไม่เห็นเป็นไร ลูกของแม่เอาอยู่แม่รู้ดี”
“ใช่ค่ะ หนูก็จะแกล้งบีบน้ำตาว่าเพราะผู้ใหญ่ได้หมั้นหมายกันเอาไว้ แต่ว่าที่สามีของหนูสารเลวเมาแล้วไปปลุกปล้ำนังใบบัวทำเมีย เลยต้องยกให้นังใบบัวไปเป็นเมียแทน หนูก็เลยไม่ต้องเป็นเมียคุณจักร แล้วก็โสดต่อไปเหมือนเดิม” เรื่องบีบน้ำตาออดอ้อนผู้ชายเธอถนัดอยู่แล้ว
“พูดไปพูดมาบ้านคุณจักรก็พอจะมีฐานะอยู่บ้างนะคะ ดีที่คุณแม่ดักทางสบายนังใบบัวเอาไว้แล้ว ไม่อย่างนั้นเท่ากับเราส่งนังใบบัวไปเป็นเมียคุณจักรสบายๆ เลย ถึงคุณจักรจะไม่รวยเท่าคุณตรัย แต่ก็ถือว่ารวยใช้ได้อยู่ค่ะ แถมยังรูปหล่ออีกด้วย ถ้าคุณแม่ไม่ทำให้พวกเขาเข้าใจในบังบัวผิด เท่ากับว่าเราส่งนังบัวไปเป็นเมียผู้ชยาหน้าตาดีและมีฐานะเลยนะคะ แถมยังหนุ่มแน่นไม่ใช่ตาแก่ตัณหากลับอย่างที่ควรจะเป็น”
“หล่อกินไม่ได้ เงินแค่ไม่กี่สิบล้านจะเทียบกับสินสอดของคุณตรัยเป็นร้อยล้านไม่ได้หรอกจ้ะ แล้วไหนจะทรัพย์สินของคุณตรัยอีกเป็นพันล้าน ลูกสาวของแม่จะแต่งงานทั้งทีก็ต้องเอาให้สมน้ำสมเนื้อความสวยและการศึกษา รวมถึงชาติตระกูลของเราด้วย” แม้ตระกูลไกรวิทย์จะไม่ได้ร่ำรวยเหมือนก่อนแต่ก็ถือว่าเป็นตระกูลผู้ดีเก่า หลังจากที่ณัฐเสียชีวิต การบริหารงานก็ไม่ดีเหมือนเดิม ธีรยาไม่ได้มีความสามารถหรือเก่งกาจด้านการบริหารเหมือนสามี อีกทั้งเทวิกาเองก็ไม่ชอบทำงาน นั่นจึงทำให้บริษัทขาดทุนติดกันหลายปีซ้อน ธีรยาจึงตัดสินใจขายหุ้นทิ้งและเก็บเงินสดเอาไว้ ซึ่งเงินในบ้านก็ไม่ได้มากมายเหมือนก่อน พอกรจักรมาขอแต่งงาน สองแม่ลูกจึงคิดที่จะฮุบสินสอดทองหมั้นนั้นไว้แต่ส่งใบบัวไปแต่งงานแทน ตอนนี้ครอบครัวจึงกลับมาอู่ฟู่เหมือนเดิม
“ใช่ค่ะ แถมยังบ้านนอกคอกนา หนูไม่เอาหรอกนะคะไปอยู่ต่างจังหวัดใกล้ทะเลตัวคงดำผิวคงคล้ำ ให้ไปเที่ยวแป๊บ ๆ น่ะได้ ให้ไปอยู่คงไม่ไหว”
“จ้ะ ลูกสาวของแม่ทั้งสาวทั้งสวย ชีวิตของหนูจะต้องเป็นคุณหนูร่ำรวย อยู่เมืองกรุงศิวิไลซ์ ไม่ใช่บ้านนอกคอกนาแบบนั้น” ลูกสาวเห็นว่าอะไรดี นางก็ว่าสิ่งนั้นดี
ทางด้านใบบัว เธอนั่งใจลอยไปตลอดเส้นทาง ก่อนจะเผลอหลับไป รู้สึกตัวตื่นอีกทีก็ตอนที่เกดกนกปลุกเธอให้ตื่น พอลืมตาตื่นก็เห็นว่ารอบกายคือบ้านหลังใหญ่สีขาว หรือจะเรียกว่าคฤหาสน์ก็ย่อมได้ อีกด้านคือภูเขาและอีกด้านเป็นทะเล ที่นี่สวยงามจับตา ตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยมาเที่ยวทะเลเลย จำความได้ว่ามารดาพาไปรับจ้างทำงานเพื่อให้มีเงินซื้อข้าวกิน ใช้ชีวิตลำบากมาตลอด เพราะมารดาไม่อยากเป็นเมียน้อยใคร จนกระทั่งท่านป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายจึงพาเธอไปทิ้งไว้กับบิดาก่อนตาย ท่านคงหวังว่าเธอจะมีชีวิตที่ดีแต่เปล่าเลย ธีรยาเลวร้ายมากเหลือเกิน
“แม่รู้ว่าลูกไม่อยากรับใบบัวเป็นเมีย แต่ตอนนี้คุณปู่กำลังป่วย คุณปู่อยากให้ลูกเป็นฝั่งเป็นฝาและมีเหลนให้อุ้มก่อนตาย อย่างไรลูกกับใบบัวก็เข้าหอกันแล้ว”
“ผมเหรอครับอยากเข้าหอกับยายใบ้นี่ ถ้าหล่อนไม่ปีนขึ้นมาบนเตียงของผม แล้วถ้าผมไม่เมาผมก็คงไม่ทำอะไรหล่อนหรอกครับ”
“แต่อย่างไรใบบัวก็เป็นทายาทคนหนึ่งของไกรวิทย์ ลูกต้องพาใบบัวไปกราบคุณปู่ แม่คิดว่าอาการป่วยของท่านจะดีขึ้น”
“คนที่ผมต้องแต่งงานด้วยคือเทวิกา พายายใบ้นี่ไป คุณปู่ไม่อาการทรุดหนักหรอกหรือครับ” กรจักรตวัดสายตามองคนที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามด้วยสายตาไม่เป็นมิตร
“คุณปู่เป็นคนมีเหตุผล ลูกต้องเป็นคนยืนยันว่าทายาทของไกรวิทย์มีสองคน ลูกชอบใบบัวเลยแต่งงานกับใบบัว แม่เชื่อว่าคุณปู่จะต้องเข้าใจ”
“คุณแม่” กรจักรเรียกมารดาอย่างตกใจ
“เพื่อคุณปู่”
“คุณแม่ก็รู้ว่าผมไม่อยากแต่งงานกับใครเลยสักคนไม่ว่าจะเทวิกาหรือยายใบ้นี่ ผมแต่งกับคนอื่นที่เหมาะสมคู่ควรและผมก็รักเธอด้วย แล้วค่อยพาเธอไปกราบคุณปู่ไม่ดีกว่าเหรอครับ” แม้แต่เทวิกาเขาก็ไม่ได้รัก แค่เห็นว่าเธอดูดีมีการศึกษา คิดว่าแต่งกันไปก่อนเพื่อให้คุณปู่สบายใจ แล้วค่อยหาทางเลิกราในภายหลัง อย่างน้อยพาหล่อนไปออกงานก็ไม่อายใคร แต่สุดท้ายเขาได้ผู้หญิงใบ้มาเป็นเมียนี่นะ
“แม่รู้ แต่คุณปู่ยึดเรื่องคำมั่นสัญญาสำคัญที่สุด ทำเพื่อคุณปู่เป็นครั้งสุดท้ายไม่ได้เหรอลูก คุณปู่รักลูกมากนะ อยากเห็นลูกมีทายาทสืบสกุล” ประโยคของมารดาทำให้กรจักรถอนใจพรืดใหญ่
เขาเองก็รักคนเป็นปู่มาก เพราะท่านเลี้ยงดูอุ้มชูเขามาตั้งเล็กแต่น้อย แถมยังรักเขามาก ๆ ด้วย ดังนั้นการทำให้ผู้เป็นปู่มีความสุขในวาระสุดท้ายของชีวิตคือสิ่งที่หลานคนเดียวเช่นเขาพึงกระทำ
“ก็ได้ครับผมจะทำเพื่อคุณปู่เป็นครั้งสุดท้าย ให้ท่านมีความสุขก่อนตาย รับรู้ว่าผมมีครอบครัวแล้ว แต่ผมไม่มีวันรับยายใบ้นี่เป็นเมียหรอกครับ”
“ก็แค่ช่วงนี้ ถือว่าแม่ขอ คุณปู่ก็ป่วยหนัก หมอบอกว่าสิ่งที่จะทำให้คุณปู่อาการดีขึ้นมาได้ก็คือทำให้มีความสุขที่สุดในช่วงนี้ ถือว่าทำเพื่อคุณปู่นะลูกนะ” เกดกนกเอ่ยกับบุตรชาย เพราะพ่อสามีเป็นพ่อสามีที่ดีมาก เธอรักและเคารพสิงหลเป็นอันมาก อะไรที่จะทำให้พ่อสามีมีความสุขได้ เธอก็อยากจะทำให้ดีที่สุด
“แต่มียายใบ้เป็นเมียก็ดีเหมือนกันนะครับ จะได้ไม่รำคาญหู ผมไม่ชอบผู้หญิงพูดเยอะน่ารำคาญ ยายเทวิกาก็คอตั้งเหลือเกิน ผมนี่กลัวคอนางจะเคล็ดจริงๆ ครับ”
“ปากคอเราะรายจริงๆ เราน่ะ” เกดกนกแทบหลุดขำ ใบบัวเองก็ไม่คิดว่าจะมีผู้ชายวิจารณ์เทวิกาเช่นนี้ เพราะพี่สาวต่างมารดาของเธอนั้นยังกับนางพญาหงส์ มีแต่ผู้ชายล้อมหน้าล้อมหลังและผู้ชายมาชอบพอมากมาย ใครๆ ก็อยากได้เทวิกาด้วยกันทั้งนั้น แตกต่างจากผู้หญิงไร้การศึกษาเช่นเธอที่เป็นสายเลือดของไกรวิทย์ แต่ไม่มีใครรู้จัก มีแต่คนคิดว่าเธอคือคนใช้คนหนึ่งในบ้านก็เท่านั้นเอง
“เอาเป็นว่าลูกเตรียมตัวพาใบบัวไปกราบคุณปู่ พอเจอกันแล้วค่อยพากลับมาส่งให้แม่ แม่จะดูแลใบบัวให้เอง ไม่ต้องรบกวนลูกหรอก”
“ไม่ครับ ก็ในเมื่อคุณแม่บอกว่าใบบัวเป็นเมียของผม เธอก็ต้องอยู่กับผม ถ้าอยู่กับคุณแม่ก็เป็นเมียคุณแม่น่ะสิครับ” ประโยคของลูกชายทำเอาเกดกนกไม่กล้าพูดอะไร เดี๋ยวไปขัดใจพ่อตัวดีจะพานไม่พาใบบัวไปกราบสิงหล ทำให้พ่อสามีของเธอต้องผิดหวังอีก เพราะกว่ากรจักรจะยอมให้เธอไปพูดเรื่องการหมั้นหมายเทวิกาและแต่งงานกันก็ยากเย็นเหลือเกิน พ่อตัวดียืนยันจะหาผู้หญิงเองแล้วพาผู้หญิงคนนั้นไปกราบคุณปู่แนะนำว่าเป็นคนรัก แต่เพราะยังไม่มีคนที่ถูกใจนี่แหละ
“เพราะเธอจะหลอกผู้ชายเสียเองอย่างนั้นเหรอ”“คุณป้า!”“ฉันรักลูกสะใภ้ของฉัน ฉันเข้าข้างลูกสะใภ้ของฉัน เธอมีปัญหาอะไรไหม”“คุณป้า” เทวิกาได้แต่พูดไม่ออก“ฉันจำได้ว่าไม่มีหลานสาว มีแค่ลูกชายคนเดียว อย่านับญาติถึงขนาดเรียกว่าป้าเลย เรียกว่าคุณเกดหรือนายแม่เกดเหมือนคนอื่นจะดีกว่า”“ครอบครัวเราสนิทสนมแน่นแฟ้นกันมานาน ทำไมคุณถึงพูดจาห่างเหินแบบนี้ล่ะคะ” เทวิกาเรียกร้องความสนิทชิดเชื้อที่มีมาอย่างช้านาน“ฉันไม่ยักรู้ว่าเธอกับแม่ของเธอคิดแบบนั้นด้วย จำได้ไหมว่าตอนที่ฉันมอบสินสอดให้เธอกับแม่ เราคุยกันว่ายังไง นั่นถือว่าเป็นการตอบแทนที่ปู่ของเธอช่วยพ่อสามีของฉัน หลังจากนั้นเราไม่มีอะไรติดค้างกันอีก หรือเธออยากให้ฉันทวนความจำทั้งหมด”“คุณปู่คะ นี่เป็นคำพูดฝ่ายเดียวของลูกสะใภ้ของคุณปู่นะคะ คุณเกดน่ะได้สาวใช้มาเป็นลูกสะใภ้แต่ไม่ยอมปริปากบอกคุณปู่ เขาหลอกคุณปู่ค่ะ เขาคงเห็นคุณปู่นอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร เขากำลังทำให้คุณปู่ผิดคำสัญญากับเพื่อนรักอย่างปู่เมฆานะคะ”“เธอไม่รู้หรือไงว่าคนที่เธอพูดถึงคือลูกสะใภ้คนเดียวที่ฉันรักมากนะเทวิกา ถึงฉันจะนอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล แต่ฉันก็ไม่ได้
“เราล่ะพ่อตรัย ได้ยินไหม” เกดกนกถามเสียงเฉียบทำเอาตรัยคุณอึกอัก ไม่อยากเสียมารยาทกับผู้ใหญ่และเจ้าของบ้าน แต่ก็ไม่อยากเหยียบแฟนสาวต่อหน้าทุกคนด้วย“ผมว่าค่อยๆ พูดค่อยๆ จากันดีกว่าครับ” ตรัยคุณไกล่เกลี่ย ไม่อยากให้มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกัน“หนูบัวจ๊ะ กินเยอะๆ นะลูก อยู่บ้านแม่ไม่ต้องกินข้าวกับน้ำปลาแน่นอนจ้ะ หนูอยากกินอะไรแพงแค่ไหนบอกตาจักรนะจ๊ะ เขายินดีจะสรรหาทุกอย่างมาให้หนูกินไม่ว่าจะแพงแค่ไหน กี่หมื่น กี่แสนหรือกี่ล้าน ถ้าหนูอยากกินตาจักรจะต้องหามาให้หนูได้กินแน่นอนจ้ะ ดูอย่างเมื่อคืนสิจ๊ะ ชุดไข่มุกตั้งห้าสิบล้านเขายังประมูลมาให้หนูได้เลย ได้ข่าวว่าเธอก็ไปงานประมูลด้วยนี่จ๊ะแม่เทวิกา ได้ไข่มุกราคากี่สิบล้านมาเหรอจ๊ะ” เกดกนกยังฟาดไม่เลิก เกลียดเป็นเกลียด สำหรับนางคือตาต่อตาฟันต่อฟันเทวิการู้สึกเหมือนโดนตบกลางสี่แยกไฟแดง ได้แต่นั่งขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน อิจฉาริษยาที่ใบบัวมีแม่สามีที่ดีเช่นนี้ ทั้งรักทั้งห่วงใย เข้าข้างสารพัดทำไมมันถึงได้โชคดีแบบนี้นะ!“ผมประมูลแหวนไข่มุกล้อมเพชรห้าล้านบาทให้วิเองครับ ผมไม่ได้รวยเท่าพี่จักรหรอกนะครับคุณป้าก็รู้ นี่ไงครับแหวนวงนั้น ผมขอเทวิกาแต่งงานเมื่อค
คุณค่ะ” พิธีกรบนเวทีเอ่ยขึ้น ตรัยคุณยืนขึ้นพลางยิ้มรับ ก่อนที่ชายหนุ่มจะพูดขึ้น“ผมประมูลแหวนไข่มุกล้อมเพชรเพื่อขอผู้หญิงที่ผมรักแต่งงานครับ” เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่ตรัยคุณจะคุกเข่าลงตรงหน้าของเทวิกา หญิงสาวยิ้มเขินเมื่อมีผู้ชายประมูลแหวนมุกล้อมเพชรน้ำงามให้ตนไตรคุณยื่นบัตรให้พนักงานรูด ก่อนที่แหวนวงนั้นจะมาอยู่ตรงหน้าของเทวิกา“แต่งงานกันนะวิ ผมรักวินะครับ” ตรัยคุณสารภาพรัก ก่อนที่จะขอหญิงสาวแต่งงาน“แต่งเลย แต่งเลย แต่งเลย” เสียงเชียร์ดังขึ้นรอบกาย ทำเอาเทวิการู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่มีความสุขมาก ๆ ในค่ำคืนนี้เทวิกาหันไปมองกรจักรกับใบบัวก่อนจะยิ้มออกมาอย่างมีความสุข เป็นเชิงเยาะเย้ยว่าเธอได้แต่งงานกับผู้ชายที่พร้อมทุ่มให้เธอ รวยแค่ไหนแต่ถ้าขี้เหนียวก็ไม่ไหว“ค่ะ วิจะแต่งงานกับคุณตรัย” เธอยื่นมือให้ตรัยคุณสวมแหวนวงสวยให้ที่นิ้วนางข้างซ้ายเป็นการจองตัว แต่เธอคิดว่าแหวนหมั้นและแหวนแต่งงานจะต้องแพงกว่านี้แน่นอนการขอแต่งงานผ่านพ้นไป ต่อไปเป็นการประมูลกันต่อ ซึ่งเทวิกาวาดหวังว่าตรัยคุณต้องประมูลเครื่องประดับจากไข่มุกราคาแพงให้เธออีก เพราะหลังจากนี้คือไข่มุกราคาแพงลิ่วและห
จริง ๆ นางดูออกว่าใบบัวไม่ได้ต้องการให้ใครยำเกรง แต่เพราะนิสัยการพูดจาที่มีสัมมาคารวะ และพูดน้อย พูดแต่สิ่งที่มีสาระ จึงทำให้สาวใช้และคนงานเกรงใจไปโดยปริยายการพูดสำคัญมาก จะพูดให้ดีก็ได้ พูดให้ชั่วก็ได้ พูดให้คนอื่นเกรงใจก็ได้เหมือนกัน พูดอย่างไรก็ได้อย่างนั้นงานเลี้ยงการกุศลมาถึง ทันทีที่กรจักรควงภรรยาสาวลงมาจากรถยนต์คันหรูเหล่านักข่าวและสื่อมวลชนก็แห่กันมาถ่ายรูปคนทั้งสองกันอย่างเนืองแน่น“คนนี้ใช่ไหมภรรยาที่นายหัวจักรแอบไปแต่งงานด้วย สวยดูดีจังเลยเธอ” เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นในงาน“สวยจริง ๆ ด้วยเธอ น่าอิจฉาผู้หญิงคนนั้นจริงๆ ได้สามีรวยขนาดนี้”“นายหัวจักรไม่ค่อยโอ้อวดหรือออกงานสังคม คราวนี้มางานประมูลไข่มุกเพื่อการกุศลใครๆ ก็ดูออกว่าอยากพาเมียมาเปิดตัว น่าอิจฉาจริงๆ นั่นแหละ”“เห็นว่าไม่กี่วันมานี้นายหัวจักรประมูลได้โครงการใหญ่ ๆ มากมายเลยนะ มูลค่าเป็นพันล้านบาทเชียว คนรวยก็จนน่าอิจฉานะ รวยอยู่แล้วก็ยิ่งจะรวยเข้าไปอีก” สองสาวที่กระซิบกันไปมาต่างอิจฉาและชื่นชมในวาสนาของใบบัวเป็นอันมาก“ปวดเท้าไหม” กรจักรเอ่ยถามภรรยาสาวอย่างใส่ใจ ใบบัวไม่ชอบใส่รองเท้าส้นสูงเพราะเดินไม่ถนัด ด้วยว่า
“วันนี้มีเมนูข้าวแช่ของโปรดของลูกไง วันนี้เมียเราน่ะเป็นลูกมือ ช่วยทำโน่นทำนี่ คล่องเชียว” ประโยคของมารดาทำให้กรจักรหลุดจากภวังค์ความคิด หมุนกายไปหามารดา ก่อนจะเหลือบมองคนที่ช่วยสาวใช้ยกข้าวแช่ออกมาจัดโต๊ะอาหาร“ครับคุณแม่” กรจักรรับคำ มองร่างอรชรที่ช่วยมารดาจัดโต๊ะจนเสร็จ เขาจึงทรุดนั่งลงตรงกันข้ามกับเธอ“ถ้าเราไปเยี่ยมคุณปู่อย่าลืมพาหนูบัวไปด้วยนะ คุณปู่น่ะบ่นคิดถึง”“ครับคุณแม่” กรจักรรับคำลูกชายนิ่งสงบ และไม่มีอารมณ์ขุ่นมัวอีก ก็ทำให้เกดกนกรู้สึกโอเคขึ้นตอนนี้กรจักรกลับมาสนใจกับการทำงานเหมือนเดิม แต่ที่เพิ่มเติมคือสนใจเมียมากขึ้นนี่แหละเกดกนกยิ้มในหน้า เธอแค่มาเป็นตัวเชื่อมและปล่อยให้เด็ก ๆ ได้อยู่ด้วยกันเพื่อปรับตัว เป็นเรื่องธรรมดาที่คนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เมื่อมาอยู่ด้วยกันก็ต้องปรับตัวกันพอสมควร“พาไปเยี่ยมคุณปู่ก็ต้องพาไปชอปปิงซื้อเสื้อผ้าสวยๆ ด้วยนะ จะให้เมียเราน่ะแต่งตัวมอซอไม่ได้ เวลาพาไปออกงานจะได้ไม่อายใคร”“ครับ” กรจักรรับคำ ทำเอาเกดกนกยิ้มหน้าบานนางอุ้มท้องมาหลายเดือน คลอดมากับมือทำไมจะไม่รู้นิสัยลูกชาย ถ้ารับคำไม่ปฏิเสธแบบนี้แสดงว่าถูกใจอย่าว่าแต่กรจักรเลย นางเอ
“ส่ายหน้าแปลว่าไม่ปฏิเสธใช่ไหม” เขาตักอาหารมาป้อนให้เธอจนถึงปาก ยกยิ้มมุมปากที่ได้แกล้งเธอผู้หญิงอะไรน่าแกล้งเสียจริง“ถ้าไม่กินจะจับปล้ำตรงนี้แหละ”“แค่ก แค่ก แค่ก” พอเธอรีบกินก็สำลักอีกรอบ“ฉันไม่ได้ตั้งใจ” กรจักรลูบหลังลูบไหล่ให้เธอ เขาสำนึกว่าแกล้งเธอมากไปเธอมองเขาด้วยใบหน้าแดงก่ำ ก่อนที่จะผลักเขาออกห่างแล้ววิ่งหนีออกมาจากร้านกรจักรวิ่งตามมาหน้าร้านก่อนจะกระชากแขนของเธอเอาไว้ เพื่อไม่ให้โดนรถชน“บ้าหรือไงวิ่งทะเล่อทะล่าออกมาแบบนี้” เขาทำเสียงดุเขย่าร่างที่เอาแต่แข็งขืนจะออกจากอ้อมแขนของเขาท่าเดียว“ใบบัว! ใบบัว! เป็นอะไรนี่” กรจักรตกใจที่เธอเป็นลม รีบช้อนอุ้มร่างของใบบัวเอาไว้ ก่อนจะรีบพากลับบ้าน“จัดการเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เมียฉันด้วย” กรจักรสั่งแม่บ้านก่อนจะเดินออกมาจากห้อง ปล่อยให้แม่บ้านได้จัดการตามที่สั่งร่างสูงเดินกลับเข้ามาอีกครั้งก็พบว่าภรรยาสาวนอนหลับสบายอยู่บนเตียงกว้างในเสื้อผ้าชุดใหม่ที่สาวใช้เปลี่ยนให้กรจักรนั่งมองหญิงสาวอยู่นานเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือเขาได้เธอเป็นเมียเพราะอะไร แรกเริ่มเดิมทีเขารู้สึกรังเกียจ แต่ตอนนี้ไม่ได้รังเกียจมากม







