تسجيل الدخولเกดกนกนึกทบทวนถึงช่วงก่อนหน้านี้ ตระกูลไกรวิทย์ต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี แต่ก็ไว้ตัวพอสมควร นางรับรู้แผนการของไกรวิทย์ก็ตอนนี้เอง แต่น้ำท่วมปากพูดอะไรไม่ได้แล้ว เพราะร่องรอยพรหมจรรย์หยดเลือดสีแดงสดบนที่นอนที่กรจักรหลับนอนกับใบบัวมันฟ้องว่าเจ้าสาวในคืนวันเข้าห้องหอคือใบบัวหาใช่เทวิกาไม่
“ใบบัวเป็นลูกเมียน้อย ฉันเลยเกลียดมันมาก อันนี้ต้องยอมรับ คุณเกดเอง ถ้าผัวไปมีเมียน้อยก็คงไม่คิดจะรักใคร่ไยดีลูกเมียน้อยหรอกกระมังคะ” ธีรยาพูดอีก ในขณะที่สองแม่ลูกได้แต่นั่งอึ้ง
“ความจริงถ้าคุณไม่คิดที่จะยกเทวิกาให้เรา ก็ควรปฏิเสธเสียตั้งแต่ทีแรก ไม่ควรทำแบบนี้นะคะ” เกดกนกพูดแบบตรงไปตรงมา
“ทางเราไม่เคยคิดแบบนั้นเลยนะคะ คุณจักรเมามาก แล้วยายวิโดนวางยาจนสลบ ไม่อย่างนั้นยายวิคงไม่วิ่งออกมาร้องเรียกให้พวกเราไปดูหรอกค่ะว่าคุณจักรนอนอยู่กับใบบัว” ธีรยาพูดอย่างทันกันเพราะเตรียมแผนการนี้มานานหลายวันแล้ว ที่จะริบสินสอดของเศรษฐีบ้านนอกอย่างกรจักร แล้วส่งใบบัวไปเป็นเมียบ้านนอกแทน
“คุณยาจะบอกว่าใบบัววางยานอนหลับเทวิกาในห้องหอแล้วขึ้นไปนอนบนเตียงเป็นเจ้าสาวแทนเหรอคะ” เกดกนกประชดอีกฝ่ายกลับไป แต่ธีรยาไม่สะทกสะท้าน
“ดิฉันก็ไม่รู้หรอกค่ะคุณเกด แต่รูปการณ์มันเป็นแบบนั้น ดังนั้นการแต่งงานนี้ครั้งนี้ถือว่าสมบูรณ์แบบแล้ว คุณจักรแต่งงานกับลูกสาวของคุณณัฐและหลานสาวของคุณปู่เมฆาตามข้อตกลงทุกประการ พวกคุณสองคนแม่ลูกสามารถรับใบบัวกลับไปเป็นสะใภ้ได้เลยนะคะ ดิฉันไม่คัดค้านแต่อย่างใด” ธีรยายืนยันเสียงหนักแน่น
“ผมไม่ยอม ผมแต่งงานกับเทวิกา จะให้รับผู้หญิงใบ้นี่นะไปเป็นเมีย” กรจักรโวยวายเสียงดัง เขาไม่โอเคกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“ยอมไม่ยอมคุณก็ล่วงเกินใบบัวไปแล้ว และใบบัวก็ถือว่าเป็นลูกหลานของตระกูลไกรวิทย์ ดังนั้นการแต่งงานนี้ถือว่าถูกต้องทุกประการตั้งแต่ที่คุณเข้าห้องหอกับใบบัวไปแล้ว” ธีรยาเถียงแบบไม่ยอมแพ้ แม้สองแม่ลูกจะรู้ดีว่าเถียงแบบข้าง ๆ คู ๆ
“สินสอดทองหมั้นทั้งหมดพวกคุณก็จัดหามาเอง พวกเราไม่ได้เรียกร้อง เจ้าสาวก็เข้าห้องหอไปแล้ว ถือว่าทุกอย่างถูกต้องสมบูรณ์ แล้วยังมีอะไรไม่ถูกต้องอีกเหรอคะ” ธีรยายังพูดต่ออย่างเป็นต่อ
กรจักรเจ็บใจแทบกระอัก เสียทั้งสิ้นสอด เสียทั้งความรู้สึก แถมยังเสียหน้าอีกด้วย ถ้ารังเกียจไม่อยากได้เขาเป็นเขยก็แค่บอกมาตรง ๆ ไม่จำเป็นต้องทำกันแบบนี้ เขาเองก็ไม่ได้รักใคร่ไยดีอะไรเทวิกาเลยสักนิด เพราะเขาไม่ได้คบหากับเธอฉันคนรัก แต่ทำทุกอย่างเพื่อให้คุณปู่สบายใจเท่านั้น
“เอาล่ะ สินสอดที่ทางเราให้กับตระกูลไกรวิทย์ไปถือว่าเป็นเงินตอบแทนที่ปู่เมฆาเคยช่วยคุณพ่อเอาไว้ ถือว่าบุญคุณครั้งนั้นเราได้ตอบแทนไปแล้วและตอบแทนไปหลายเท่าด้วย” เกดกนกพูดขึ้น เพราะเงินค่าสินสอดนั้นให้ไปเป็นสิบเท่า เครื่องเพชรเครื่องทองและรถยนต์อีก ก็จำนวนหลายล้านบาท ถ้าตระกูลไกรวิทย์คิดจะตัดความสัมพันธ์กันแค่นี้ นางก็ไม่ขัด และไม่จำเป็นต้องง้อด้วย แต่ต้องพูดกันให้เข้าใจตรงนี้ จะได้ไม่มาทวงบุญคุณกันอีก
ธีรยานั่งคอแข็ง เงินแค่สิบล้านทำมาเป็นอวด สินสอดของเทวิกาน่ะจะต้องหนึ่งร้อยล้านขึ้นไป ลูกสาวของเธอทั้งสวย การศึกษาก็ดี จะได้แค่สินสอดสิบล้านนี่นะ ดูถูกกันเกินไปแล้ว
แต่ที่เธอยอมให้ลูกสาวแต่งงาน และตอบตกลงในคราแรก เพราะคิดแผนการที่จะให้ใบบัวเป็นเจ้าสาวในคืนวันเข้าห้องหอนี่แหละ
อย่างน้อยใบบัวก็เป็นทายาทของตระกูลไกรวิทย์ มันก็ต้องทำประโยชน์อะไรให้ตระกูลบ้าง ไม่อย่างนั้นก็ไม่คุ้มกับที่เลี้ยงดูมันมาสิบกว่าปี ข้าวแดงแกงร้อนที่รดหัวมันมาทำให้มันมีชีวิตอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ มันก็ต้องตอบแทนให้สาสม
“บุญคุณที่มีต่อกันถือว่าตอบแทนกันเรียบร้อยแล้ว ต่อไปเราไม่มีบุญคุณอะไรต่อกันอีก ส่วนใบบัวฉันจะรับมาเป็นลูกสะใภ้ที่ถูกต้องตามกฎหมาย” เกดกนกเอ่ยออกไปเสียงดังฟังชัดไม่มีท่าทีโวยวายแต่อย่างใด
“แต่ผมไม่รับครับคุณแม่” กรจักรโมโหจนเลือดขึ้นหน้า ถ้าเขามีปืนคงยิงเสกหน้าทุกคนในตระกูลไกรวิทย์ให้แดดิ้นไปแล้ว นี่มันหยามกันชัด ๆ
“แต่แม่ของคุณรับแล้วนะคะ” ธีรยารีบพูด อยากกำจัดใบบัวออกไปจากบ้านหลังนี้เต็มกลืนแล้ว แต่จะกำจัดไปก็ต้องได้อะไรตอบแทนมาบ้าง ไม่อย่างนั้นก็จะไม่หายเจ็บใจที่สามีแอบไปมีเมียน้อยนอกใจนาง
ณัฐตายไปแล้ว นางก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเก็บใบบัวเอาไว้ ตอนณัฐยังอยู่ก็ยังถือว่าใบบัวมีที่คุ้มกะลาหัว ตอนนี้ในตระกูลไกรวิทย์ นางใหญ่สุดในบ้าน ปู่เมฆาก็ตายจากโลกนี้ไปแล้ว ไม่มีใครขัดขวางอะไรนางได้อีก
“แม่ตัดสินใจไปแล้ว ทุกอย่างเป็นไปตามนั้น เราเองก็สมควรแก่เวลาแล้วที่จะไปจากที่นี่ ในเมื่อเขาไม่ต้อนรับ” เกดกนกพูดเสียงเฉียบ ซึ่งกรจักรรู้นิสัยของมารดาดีว่าเป็นคนเฉียบขาดแค่ไหน
มารดาของเขาเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น สิ่งที่เขาต้องทำในเวลานี้ก็คือทำตามที่มารดาต้องการ แต่เขาไม่มีทางรับใบบัวเป็นเมียอย่างแน่นอน
“ฉันเก็บข้าวของของใบบัวให้แล้ว มีแค่กระเป๋าใบเดียว ถ้าคุณจะออกเดินทางก็ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพนะคะ” ธีรยาไล่แบบสุภาพ ทำเอาสองแม่ลูกหน้าตึง
ตอนมาสู่ขอก็พูดจาดี แต่งงานก็มอมเหล้ากรจักร ตอนนี้ก็ไล่กันแบบไม่ไว้หน้า เกดกนกคอแข็ง นางจะต้องทำให้ตระกูลนี้เสียดายลูกชายของนาย คอยดูสิ!
ใบบัวกอดกระเป๋าเสื้อผ้าใบเล็ก ๆ เก่าๆ ของตัวเองแน่น บ้านหลังนี้คือนรก เธอดีใจที่จะได้ไปจากบ้านหลังนี้ แต่บ้านอีกหลังที่รอรับอยู่ล่ะ คือนรกอีกขุมหรือไม่ สีหน้าท่าทีรังเกียจเดียดฉันของกรจักรทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัวจนแทบก้าวขาไม่ออก
ที่นี่ไม่มีใครต้องการ และบ้านหลังใหม่ก็ไม่มีใครต้องการอีกอย่างนั้นเหรอ บางทีใบบัวก็อยากตายตามมารดาไปเหมือนกัน ถ้าเธอตายไปจริงๆ ก็คงไม่ต้องทุกข์ทรมานอยู่แบบนี้
ใบบัวสะดุ้งเมื่อขึ้นไปนั่งบนรถแล้วมือนุ่มของเกดกนกวางมาเบา ๆ บนหลังมือของเธอ
“ไม่ต้องกลัว ต่อไปก็ไปอยู่กับฉันนะ” เกดกนกพูดเสียงนุ่ม พาลูกชายมาสู่ขอ แต่งงานบ้านเจ้าสาวจึงเห็นว่าใบบัวโดนทำร้ายยังไง ตอนนั้นคิดว่าเป็นแค่คนใช้ คงโดนกดขี่ แต่ที่ไหนได้เป็นลูกหลานอีกคนที่ไม่ได้รับการยอมรับ ใบบัวอยู่ที่นี่คงทรมานใจน่าดู
สิ่งที่ธีรยากระทำ ทำให้นางเดือดพอสมควร แต่ก็ต้องระงับเอาไว้ ถือว่าหมดบุญคุณต่อกันแต่เพียงเท่านี้
กรจักรนิ่งเงียบไปตลอดทางเพราะหงุดหงิด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ยิ่งเห็นมารดาไม่ได้ทุกข์ร้อนอันใด ก็ยิ่งทำให้เขาพานเกลียดเจ้าสาวที่ไม่ได้ต้องการถึงขีดสุด
ใบบัวรู้สึกหวาดกลัวในอก เธอต้องเดินทางไปอยู่ภาคใต้ของประเทศ ภาคที่พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทะเล เธอไม่รู้อะไรเกี่ยวกับกรจักรผู้เป็นสามีเลย
หลายวันก่อนสองแม่ลูกแสนร้ายกาจ บอกว่าจะให้เธอแต่งงาน เธอก็ได้แต่ส่ายหน้าปฏิเสธ เลยโดนตบจนหน้าหัน หลังจากนั้นก็มีการทาบทามสู่ขอเทวิกาเกิดขึ้น
ในคืนวันเข้าห้องหอเธอโดนวางยาจนมึนเบลอไปหมด ตื่นขึ้นมาก็ตกเป็นของกรจักรพร้อมกับความเจ็บตรงร่องรักที่ฉีกขาดด้วยการกระทำของเขา
แต่เธอก็ได้แต่ปิดปากเงียบ เธอเป็นเพียงแค่คนถูกกระทำ เจ็บปวดแค่ไหนก็ไม่มีสิทธิ์มีเสียงอะไรที่จะพูดมันออกมาได้เลยแม้แต่คำเดียว
ธีรยาไม่ชอบให้เธอพูด เอ่ยปากพูดเมื่อไหร่จะโดนตบปาก การไม่พูดคือทางรอดเดียวของชีวิตในบ้านหลังนั้น
“เพราะเธอจะหลอกผู้ชายเสียเองอย่างนั้นเหรอ”“คุณป้า!”“ฉันรักลูกสะใภ้ของฉัน ฉันเข้าข้างลูกสะใภ้ของฉัน เธอมีปัญหาอะไรไหม”“คุณป้า” เทวิกาได้แต่พูดไม่ออก“ฉันจำได้ว่าไม่มีหลานสาว มีแค่ลูกชายคนเดียว อย่านับญาติถึงขนาดเรียกว่าป้าเลย เรียกว่าคุณเกดหรือนายแม่เกดเหมือนคนอื่นจะดีกว่า”“ครอบครัวเราสนิทสนมแน่นแฟ้นกันมานาน ทำไมคุณถึงพูดจาห่างเหินแบบนี้ล่ะคะ” เทวิกาเรียกร้องความสนิทชิดเชื้อที่มีมาอย่างช้านาน“ฉันไม่ยักรู้ว่าเธอกับแม่ของเธอคิดแบบนั้นด้วย จำได้ไหมว่าตอนที่ฉันมอบสินสอดให้เธอกับแม่ เราคุยกันว่ายังไง นั่นถือว่าเป็นการตอบแทนที่ปู่ของเธอช่วยพ่อสามีของฉัน หลังจากนั้นเราไม่มีอะไรติดค้างกันอีก หรือเธออยากให้ฉันทวนความจำทั้งหมด”“คุณปู่คะ นี่เป็นคำพูดฝ่ายเดียวของลูกสะใภ้ของคุณปู่นะคะ คุณเกดน่ะได้สาวใช้มาเป็นลูกสะใภ้แต่ไม่ยอมปริปากบอกคุณปู่ เขาหลอกคุณปู่ค่ะ เขาคงเห็นคุณปู่นอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร เขากำลังทำให้คุณปู่ผิดคำสัญญากับเพื่อนรักอย่างปู่เมฆานะคะ”“เธอไม่รู้หรือไงว่าคนที่เธอพูดถึงคือลูกสะใภ้คนเดียวที่ฉันรักมากนะเทวิกา ถึงฉันจะนอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล แต่ฉันก็ไม่ได้
“เราล่ะพ่อตรัย ได้ยินไหม” เกดกนกถามเสียงเฉียบทำเอาตรัยคุณอึกอัก ไม่อยากเสียมารยาทกับผู้ใหญ่และเจ้าของบ้าน แต่ก็ไม่อยากเหยียบแฟนสาวต่อหน้าทุกคนด้วย“ผมว่าค่อยๆ พูดค่อยๆ จากันดีกว่าครับ” ตรัยคุณไกล่เกลี่ย ไม่อยากให้มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกัน“หนูบัวจ๊ะ กินเยอะๆ นะลูก อยู่บ้านแม่ไม่ต้องกินข้าวกับน้ำปลาแน่นอนจ้ะ หนูอยากกินอะไรแพงแค่ไหนบอกตาจักรนะจ๊ะ เขายินดีจะสรรหาทุกอย่างมาให้หนูกินไม่ว่าจะแพงแค่ไหน กี่หมื่น กี่แสนหรือกี่ล้าน ถ้าหนูอยากกินตาจักรจะต้องหามาให้หนูได้กินแน่นอนจ้ะ ดูอย่างเมื่อคืนสิจ๊ะ ชุดไข่มุกตั้งห้าสิบล้านเขายังประมูลมาให้หนูได้เลย ได้ข่าวว่าเธอก็ไปงานประมูลด้วยนี่จ๊ะแม่เทวิกา ได้ไข่มุกราคากี่สิบล้านมาเหรอจ๊ะ” เกดกนกยังฟาดไม่เลิก เกลียดเป็นเกลียด สำหรับนางคือตาต่อตาฟันต่อฟันเทวิการู้สึกเหมือนโดนตบกลางสี่แยกไฟแดง ได้แต่นั่งขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน อิจฉาริษยาที่ใบบัวมีแม่สามีที่ดีเช่นนี้ ทั้งรักทั้งห่วงใย เข้าข้างสารพัดทำไมมันถึงได้โชคดีแบบนี้นะ!“ผมประมูลแหวนไข่มุกล้อมเพชรห้าล้านบาทให้วิเองครับ ผมไม่ได้รวยเท่าพี่จักรหรอกนะครับคุณป้าก็รู้ นี่ไงครับแหวนวงนั้น ผมขอเทวิกาแต่งงานเมื่อค
คุณค่ะ” พิธีกรบนเวทีเอ่ยขึ้น ตรัยคุณยืนขึ้นพลางยิ้มรับ ก่อนที่ชายหนุ่มจะพูดขึ้น“ผมประมูลแหวนไข่มุกล้อมเพชรเพื่อขอผู้หญิงที่ผมรักแต่งงานครับ” เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่ตรัยคุณจะคุกเข่าลงตรงหน้าของเทวิกา หญิงสาวยิ้มเขินเมื่อมีผู้ชายประมูลแหวนมุกล้อมเพชรน้ำงามให้ตนไตรคุณยื่นบัตรให้พนักงานรูด ก่อนที่แหวนวงนั้นจะมาอยู่ตรงหน้าของเทวิกา“แต่งงานกันนะวิ ผมรักวินะครับ” ตรัยคุณสารภาพรัก ก่อนที่จะขอหญิงสาวแต่งงาน“แต่งเลย แต่งเลย แต่งเลย” เสียงเชียร์ดังขึ้นรอบกาย ทำเอาเทวิการู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่มีความสุขมาก ๆ ในค่ำคืนนี้เทวิกาหันไปมองกรจักรกับใบบัวก่อนจะยิ้มออกมาอย่างมีความสุข เป็นเชิงเยาะเย้ยว่าเธอได้แต่งงานกับผู้ชายที่พร้อมทุ่มให้เธอ รวยแค่ไหนแต่ถ้าขี้เหนียวก็ไม่ไหว“ค่ะ วิจะแต่งงานกับคุณตรัย” เธอยื่นมือให้ตรัยคุณสวมแหวนวงสวยให้ที่นิ้วนางข้างซ้ายเป็นการจองตัว แต่เธอคิดว่าแหวนหมั้นและแหวนแต่งงานจะต้องแพงกว่านี้แน่นอนการขอแต่งงานผ่านพ้นไป ต่อไปเป็นการประมูลกันต่อ ซึ่งเทวิกาวาดหวังว่าตรัยคุณต้องประมูลเครื่องประดับจากไข่มุกราคาแพงให้เธออีก เพราะหลังจากนี้คือไข่มุกราคาแพงลิ่วและห
จริง ๆ นางดูออกว่าใบบัวไม่ได้ต้องการให้ใครยำเกรง แต่เพราะนิสัยการพูดจาที่มีสัมมาคารวะ และพูดน้อย พูดแต่สิ่งที่มีสาระ จึงทำให้สาวใช้และคนงานเกรงใจไปโดยปริยายการพูดสำคัญมาก จะพูดให้ดีก็ได้ พูดให้ชั่วก็ได้ พูดให้คนอื่นเกรงใจก็ได้เหมือนกัน พูดอย่างไรก็ได้อย่างนั้นงานเลี้ยงการกุศลมาถึง ทันทีที่กรจักรควงภรรยาสาวลงมาจากรถยนต์คันหรูเหล่านักข่าวและสื่อมวลชนก็แห่กันมาถ่ายรูปคนทั้งสองกันอย่างเนืองแน่น“คนนี้ใช่ไหมภรรยาที่นายหัวจักรแอบไปแต่งงานด้วย สวยดูดีจังเลยเธอ” เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นในงาน“สวยจริง ๆ ด้วยเธอ น่าอิจฉาผู้หญิงคนนั้นจริงๆ ได้สามีรวยขนาดนี้”“นายหัวจักรไม่ค่อยโอ้อวดหรือออกงานสังคม คราวนี้มางานประมูลไข่มุกเพื่อการกุศลใครๆ ก็ดูออกว่าอยากพาเมียมาเปิดตัว น่าอิจฉาจริงๆ นั่นแหละ”“เห็นว่าไม่กี่วันมานี้นายหัวจักรประมูลได้โครงการใหญ่ ๆ มากมายเลยนะ มูลค่าเป็นพันล้านบาทเชียว คนรวยก็จนน่าอิจฉานะ รวยอยู่แล้วก็ยิ่งจะรวยเข้าไปอีก” สองสาวที่กระซิบกันไปมาต่างอิจฉาและชื่นชมในวาสนาของใบบัวเป็นอันมาก“ปวดเท้าไหม” กรจักรเอ่ยถามภรรยาสาวอย่างใส่ใจ ใบบัวไม่ชอบใส่รองเท้าส้นสูงเพราะเดินไม่ถนัด ด้วยว่า
“วันนี้มีเมนูข้าวแช่ของโปรดของลูกไง วันนี้เมียเราน่ะเป็นลูกมือ ช่วยทำโน่นทำนี่ คล่องเชียว” ประโยคของมารดาทำให้กรจักรหลุดจากภวังค์ความคิด หมุนกายไปหามารดา ก่อนจะเหลือบมองคนที่ช่วยสาวใช้ยกข้าวแช่ออกมาจัดโต๊ะอาหาร“ครับคุณแม่” กรจักรรับคำ มองร่างอรชรที่ช่วยมารดาจัดโต๊ะจนเสร็จ เขาจึงทรุดนั่งลงตรงกันข้ามกับเธอ“ถ้าเราไปเยี่ยมคุณปู่อย่าลืมพาหนูบัวไปด้วยนะ คุณปู่น่ะบ่นคิดถึง”“ครับคุณแม่” กรจักรรับคำลูกชายนิ่งสงบ และไม่มีอารมณ์ขุ่นมัวอีก ก็ทำให้เกดกนกรู้สึกโอเคขึ้นตอนนี้กรจักรกลับมาสนใจกับการทำงานเหมือนเดิม แต่ที่เพิ่มเติมคือสนใจเมียมากขึ้นนี่แหละเกดกนกยิ้มในหน้า เธอแค่มาเป็นตัวเชื่อมและปล่อยให้เด็ก ๆ ได้อยู่ด้วยกันเพื่อปรับตัว เป็นเรื่องธรรมดาที่คนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เมื่อมาอยู่ด้วยกันก็ต้องปรับตัวกันพอสมควร“พาไปเยี่ยมคุณปู่ก็ต้องพาไปชอปปิงซื้อเสื้อผ้าสวยๆ ด้วยนะ จะให้เมียเราน่ะแต่งตัวมอซอไม่ได้ เวลาพาไปออกงานจะได้ไม่อายใคร”“ครับ” กรจักรรับคำ ทำเอาเกดกนกยิ้มหน้าบานนางอุ้มท้องมาหลายเดือน คลอดมากับมือทำไมจะไม่รู้นิสัยลูกชาย ถ้ารับคำไม่ปฏิเสธแบบนี้แสดงว่าถูกใจอย่าว่าแต่กรจักรเลย นางเอ
“ส่ายหน้าแปลว่าไม่ปฏิเสธใช่ไหม” เขาตักอาหารมาป้อนให้เธอจนถึงปาก ยกยิ้มมุมปากที่ได้แกล้งเธอผู้หญิงอะไรน่าแกล้งเสียจริง“ถ้าไม่กินจะจับปล้ำตรงนี้แหละ”“แค่ก แค่ก แค่ก” พอเธอรีบกินก็สำลักอีกรอบ“ฉันไม่ได้ตั้งใจ” กรจักรลูบหลังลูบไหล่ให้เธอ เขาสำนึกว่าแกล้งเธอมากไปเธอมองเขาด้วยใบหน้าแดงก่ำ ก่อนที่จะผลักเขาออกห่างแล้ววิ่งหนีออกมาจากร้านกรจักรวิ่งตามมาหน้าร้านก่อนจะกระชากแขนของเธอเอาไว้ เพื่อไม่ให้โดนรถชน“บ้าหรือไงวิ่งทะเล่อทะล่าออกมาแบบนี้” เขาทำเสียงดุเขย่าร่างที่เอาแต่แข็งขืนจะออกจากอ้อมแขนของเขาท่าเดียว“ใบบัว! ใบบัว! เป็นอะไรนี่” กรจักรตกใจที่เธอเป็นลม รีบช้อนอุ้มร่างของใบบัวเอาไว้ ก่อนจะรีบพากลับบ้าน“จัดการเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เมียฉันด้วย” กรจักรสั่งแม่บ้านก่อนจะเดินออกมาจากห้อง ปล่อยให้แม่บ้านได้จัดการตามที่สั่งร่างสูงเดินกลับเข้ามาอีกครั้งก็พบว่าภรรยาสาวนอนหลับสบายอยู่บนเตียงกว้างในเสื้อผ้าชุดใหม่ที่สาวใช้เปลี่ยนให้กรจักรนั่งมองหญิงสาวอยู่นานเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือเขาได้เธอเป็นเมียเพราะอะไร แรกเริ่มเดิมทีเขารู้สึกรังเกียจ แต่ตอนนี้ไม่ได้รังเกียจมากม







