LOGINเวลาล่วงเลยมาจนถึงบ่ายแก่ ๆ รัญชิดาเลือกที่จะปลีกตัวมานั่งอยู่ที่ห้องหนังสือใหญ่ของบ้าน เพื่อสงบจ
เวลาล่วงเลยมาจนถึงช่วงเย็น แสงสุดท้ายของวันกำลังจะลับขอบฟ้า รถคันหรูของธีรภัทร์ เลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าคฤหาสน์ เขาลงจากรถในชุดทำงานที่ดูเนี้ยบตั้งแต่เช้า แต่ใบหน้าของเขามีความเครียดและหงุดหงิดจากการประชุมตลอดทั้งวันเขาเดินเข้าสู่โถงทางเข้าบ้านด้วยท่าทางอันองอาจ สายตาคมกริบกวาดมองไปทั่วบริเวณราวกับกำลังตรวจตรา ความทรงจำของเหตุการณ์เมื่อคืนยังคงรบกวนจิตใจเขาอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะภาพน้ำตาของรัญชิดา ที่ทำให้เขาต้องหงุดหงิดกับตัวเองอย่างแปลกประหลาด"กลับมาแล้วหรือคะคุณภีม" เสียงทักทายของ นางปราณี ดังขึ้น"ครับ" ธีรภัทร์ตอบสั้น ๆ พลางมองกวาดไปรอบ ๆ บ้าน แต่ไม่เห็นเงาของรัญชิดาเลย ปกติแล้วทุกครั้งที่เขากลับมา มักจะเห็นเธอจัดดอกไม้หรือนั่งเล่นอยู่ที่ห้องนั่งเล่นเสมอ"ทำไมบ้านเงียบจัง ไม่มีใครอยู่เหรอ" ธีรภัทร์ถามอย่างแนบเนียน ซ่อนความสนใจที่แท้จริงไว้ภายใต้คำถามง่าย ๆ"คุณพงษ์พาคุณรันออกไปทานอาหารข้างนอกตั้งแต่ช่วงบ่ายแล้วค่ะ เห็นว่าวันนี้คุณพงษ์ว่างแล้ว เลยถือโอกาสพาไปเปลี่ยนบรรยากาศ เพราะตั้งแต่ที่คุณรันย้ายเข้ามา คุณพงษ์ยังไม่เคยได้พาคุณรันออกไปไหนเลยค่ะ" นางปราณีตอบอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว
เวลาล่วงเลยมาจนถึงบ่ายแก่ ๆ รัญชิดาเลือกที่จะปลีกตัวมานั่งอยู่ที่ห้องหนังสือใหญ่ของบ้าน เพื่อสงบจิตใจที่ว้าวุ่นเธออยู่ในชุดกระโปรงยาวเรียบร้อยสีอ่อน ผมถูกรวบขึ้นอย่างหลวม ๆ เผยให้เห็นลำคอที่ถูกปกปิดร่องรอยไว้ด้วยเครื่องสำอางอย่างแนบเนียน เธอกำลังเปิดหนังสือเล่มหนาอยู่บนตัก แต่ดวงตาไม่ได้จดจ่ออยู่กับตัวอักษรเลยแม้แต่น้อยความคิดของเธอยังคงวนเวียนอยู่กับธีรภัทร์ ไม่ว่าเธอจะพยายามผลักไสเขาออกจากความคิดแค่ไหนก็ตาม เขาก็ยังคงฝังแน่นอยู่ในส่วนลึกของความรู้สึก ความสัมพันธ์ที่เคยสวยงามในอดีต ถูกทำลายลงอย่างย่อยยับด้วยความเย่อหยิ่งและการไม่ยอมรับความจริงก๊อก... ก๊อก!เสียงเคาะประตูไม้โอ๊คดังขึ้นอย่างแผ่วเบา ทำให้รัญชิดาสะดุ้งเล็กน้อย เธอวางหนังสือลงและหันไปมองคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นคือ พีรพงษ์ ในชุดเสื้อเชิ้ตลายทางที่ดูสบาย ๆ สีหน้าของเขาดูปกติ ไม่ได้แสดงความอ่อนล้าใด ๆ"หนูรันเข้ามาอ่านหนังสืออยู่เหรอ" พีรพงษ์ถามด้วยน้ำเสียงอบอุ่น"ค่ะคุณพงษ์" รัญชิดารีบลุกขึ้นยืน รักษาระยะห่างที่แสดงความเคารพไว้ตามสมควรพีรพงษ์เดินเข้าม
ท่ามกลางความเงียบงัดของโถงทางเดินปราณียื่นโทรศัพท์คืนให้ด้วยแววตาวิตก "คุณรันลืมไว้ข้างล่างค่ะ ป้าเลยเอาขึ้นมาให้""ขอบคุณค่ะป้าณี" รัญชิดาฝืนยิ้มที่ปั้นแต่งขึ้นอย่างประณีตเพื่อกลบเกลื่อนความตื่นตระหนกที่พุ่งพล่านอยู่ปราณียังคงยืนอยู่กับที่ ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความไม่สบายใจอย่างที่ปิดไม่มิด นางมองผ่านหญิงสาวเข้าไปในห้อง"ป้าขอเข้าไปคุย... ได้ไหมคะ?"คำขอนั้นทำให้ลมหายใจของรัญชิดาสะดุด ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาบ ภายในห้องนั้นมีระเบิดเวลาอย่างธีรภัทร์ซ่อนอยู่ แต่ในสถานการณ์ที่ไร้ทางเลี่ยง เธอจำต้องเบี่ยงตัวเปิดทาง "ได้สิคะ..." เธอขยับตัวให้กว้างขึ้นเพื่อให้ปราณีเดินเข้ามาในห้อง แต่ก็พยายามบังทางไม่ให้นางมองเห็นเตียงนอนที่ยับยู่ยี่หญิงสูงวัยเดินเข้ามาในห้องอย่างระมัดระวัง สายตาของนางกวาดมองไปรอบ ๆ แล้วรีบดึงรัญชิดาเข้ามาใกล้"คือป้ามีเรื่องสำคัญที่อยากจะคุยกับคุณรันนะคะ""เรื่องอะไรหรือคะป้าณี" รัญชิดาถามเสียงเรียบ พยายามควบคุมความสั่นเครือไว้ไม่ให้หลุดออกมา"ป้าต้องขออภัยคุณรันแทนคุณภีมด้วยนะคะ ที่เขาทำกิริยาวาจาไม่น่ารักใส่คุณรันอยู่บ่อยครั้ง ป้าล่ะเป็นห่วงเหลือเกิน กลัวคุณรันจะเก
รัญชิดาพยายามดิ้นรนอย่างสุดกำลัง มือของเธอทุบลงบนแผงอกที่แข็งแกร่งของเขาซ้ำ ๆ แต่ร่างของเธอถูกบดเบียดเข้ากับตู้เสื้อผ้าอย่างแน่นหนา มืออีกข้างของ ธีรภัทร์ เลื่อนลงมารัดบั้นเอวของเธอไว้ ดึงให้เรือนกายที่สวมชุดลูกไม้บอบบางแนบชิดกับความร้อนระอุของเขารสจูบที่โหดร้ายนั้นกลับปลุกเร้าความทรงจำที่เธอพยายามจะลืม รัญชิดาจมดิ่งลงในวังวนแห่งอารมณ์ที่ผสมปนเประหว่างความรังเกียจที่ถูกคุกคาม และความโหยหาที่ถูกปลุกขึ้นมาอย่างไม่ตั้งใจ น้ำตาแห่งความคับแค้นไหลอาบแก้มธีรภัทร์บดขยี้จูบนั้นหนักหน่วงขึ้น ราวกับต้องการย้ำเตือนความเป็นเจ้าของที่เขาเคยมี เขาใช้ฟันขบเบา ๆ ที่ริมฝีปากของเธอเพื่อบังคับให้เธอเปิดทางรัญชิดาไม่ตอบโต้ แต่กลับเปิดปากรับจูบนั้นอย่างน่าตกใจ เธอยอมให้เขาครอบครองอย่างง่ายดาย ท่าทางนั้นทำให้ธีรภัทร์หยุดชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ใบหน้าของเขากลับปรากฏร่องรอยของความพึงพอใจและชัยชนะเขาสัมผัสได้ถึงการยอมจำนนของเธอ ที่แท้เธอก็ยังคงไม่สามารถลืมเขาได้ ความรู้สึกทั้งหมดที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอดถูกเปิดเผยออกมาแล้วธีรภัทร์ปล่อยใจให้จมดิ่งลงในความเร่าร้อนนั
คำพูดของธีรภัทร์รุนแรงและโหดร้ายที่สุดเท่าที่เขาเคยพูดมา รัญชิดาตัวชาวาบ ใบหน้าของเธอซีดเผือด แต่ดวงตาของเธอลุกวาวด้วยความโกรธแค้น ความเจ็บปวดเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าวในทันทีรัญชิดายิ้มหยันเป็นรอยยิ้มที่สวยงามแต่เย็นยะเยือก เธอจ้องมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความท้าทาย"ใช่ค่ะ ฉันอาจจะเป็นแค่ของเล่นหรือผู้หญิงหน้าเงินเหมือนที่คุณคิด" รัญชิดายอมรับอย่างหน้าตาย "แต่คุณพีรพงษ์ก็ยังให้เกียรติฉันถึงขั้นที่จะแต่งงานด้วยเลยนะคะ เพื่อทำให้ของเล่นราคาถูกอย่างฉัน กลายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย และมีสิทธิ์ในทุกอย่างของเขา ซึ่งไม่ว่าคุณจะคิดว่าฉันเป็นอะไรฉันก็ยังเป็นว่าที่แม่เลี้ยงของคุณอยู่ดี คุณไม่มีสิทธิ์มาตัดสินฉัน!"ธีรภัทร์กำมือแน่น ฟันของเขาขบกันจนได้ยินเสียง คำพูดที่รุนแรงและตรงจุดของรัญชิดาทำให้เขาเจ็บใจอย่างที่สุด เพราะมันเป็นความจริงที่เขาไม่สามารถปฏิเสธได้"ผมจะทำให้คุณรู้เองว่าการเป็นภรรยาของพ่อผม มันไม่ได้สวยงามอย่างที่คุณคิด" ธีรภัทร์พูดเสียงลอดไรฟัน ก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธชายหนุ่มเดินออกไปจากห้องอาหารอย่างรวดเร็ว เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นดังกระทบพื้น
รัญชิดาเปิดประตูห้องนอนอย่างแผ่วเบา เธอมองซ้ายมองขวาและเมื่อเห็นว่าโถงทางเดินโล่ง เธอก็รีบย่องไปที่ประตูห้องของธีรภัทร์ทันทีหญิงสาวมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าประตูห้องของธีรภัทร ถือเสื้อสูทนั้นไว้ในมือ ก่อนจะตัดสินใจแขวนไว้ที่ลูกบิดประตูห้องเขาอย่างรวดเร็วแล้วรีบถอยออกมาเธอมายืนอยู่หน้าห้องตัวเอง มองไปที่เสื้อสูทตัวนั้น มันดูไม่เข้าที่เอาเสียเลย หญิงสาวกลัวว่าถ้าจอมวายร้ายของธีรภัทรเปิดประตูออกมา เสื้อสูทตัวนั้นอาจจะตกลงไปกองกับพื้น'ไม่เอาดีกว่า เดี๋ยวเขาจะคิดว่าฉันจงใจทำให้มันยับ' รัญชิดาคิดอย่างหวาดระแวง และตัดสินใจเดินกลับไปที่หน้าห้องเขาอีกครั้ง หยิบสูทตัวนั้นลงมาแล้วทรุดตัวนั่งลงกับพื้นพร้อมกับพับเสื้อสูทนั้นใหเเข้าที่ในขณะที่หญองสาวกำลังนั่งพับสูทอยู่กับพื้นอย่างรีบร้อนอยู่นั้น เธอก็ได้ยินเสียงคนเดินมาที่บันได"คุณรัน! ไปนั่งทำอะไรอยู่หน้าห้องคุณภีมคะ" เสียงของปราณีดังขึ้นทำให้รัญชิดาใจหายวาบรัญชิดารีบหันกลับไปมองแม่บ้านอาวุโสที่ยืนอยู่บันไดขั้นสุดท้ายด้วยความตกใจ มือของเธอหยุดนิ่งอยู่กับรอยพับของเสื้อสูท ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก แต่ความตื่นตระหนกนั้นยังไม่ทันจะถึงขีดสุด







