Beranda / โรแมนติก / วิวาห์ใต้ตัวแทน / บทที่ 3 เงื่อนไขในการหย่า 100%

Share

บทที่ 3 เงื่อนไขในการหย่า 100%

Penulis: เอริณ
last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-22 16:20:12

ร่างบางในชุดไทยประยุกต์สีทองอร่าม เครื่องทองไม่มาก แต่ก็ไม่น้อยจนน่าเกลียด นับได้ว่าคุณหญิงรจเรศไม่ใจไม้ไส้ระกำกับบุตรสาวนอกสมรสของสามีนัก ทั้งยังมีเครื่องประดับอื่นๆ ที่มองออกว่าราคาคงหลายแสน แม้จะไม่ได้เต็มใจแต่งงาน และรู้ดีว่าคุณหญิงเองก็คงไม่เต็มใจให้หล่อนแต่งงานเช่นกัน ทว่าเศษเสี้ยวความรู้สึกของคนที่อยู่กันมานานก็ยังคงมีเยื่อใย ทุกคนต่างเอ่ยปากชื่นชม เมื่อเจ้าสาวปรากฏตัว ลูกเป็ดขี้เหร่ถูกกะเทาะออกมาจากไข่งดงามราวกับหงส์

วาคินยังอดเลิกคิ้วมองนานเป็นพิเศษไม่ได้ ครั้งสุดท้ายที่พบกัน เด็กคนนั้นยังก้มหน้า เหลือบตามองตามก้นพี่ชายเขาต้อยๆ อยู่เลย

ทว่าวันนี้… เธอกลับเป็นเจ้าสาวตัวแทนของเขา

ใบหน้าหวานติดเศร้ากับดวงตาคู่โศกที่มองมาพร้อมรอยยิ้มปั้นยากไม่ได้ส่งผลต่อหัวใจมากนัก เพราะเขาเองก็ไม่แตกต่างจากเธอ หัวใจด้านชา 

วาคินปั้นยิ้มแข็งทื่อคลานเข่าเข้าไปนั่งลงตรงหน้าเจ้าของดวงตาคู่โศก มองรอยยิ้มจืดเจื่อนที่ส่งมาให้ และใบหน้าตรอมตรมอมทุกข์นั้นพลางถอนหายใจ

ไม่มีใครมีความสุขกับการแต่งงานที่ตัวไม่ปรารถนาหรอก กระทั่งเขายังฝืนใจปั้นยิ้มอย่างยากลำบาก แม้จะทำใจมาแล้ว แต่พอต้องทำหน้าที่เจ้าบ่าวแทนพี่ชายจริงๆ ก็อดสะทกสะท้อนใจจนต้องเหลือบมองมารดาไม่ได้

ทว่า… ใบหน้างดงาม รอยยิ้มอิ่มเอม และเสียงหัวเราะสดใส ไร้ซึ่งความเห็นอกเห็นใจหรือเศร้าสร้อยเช่นที่เคยเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนสะท้อนอะไรหลายๆ อย่างได้ดี ต่อให้เขาทุ่มเทเพื่อมารดามากแค่ไหน หัวใจของท่านก็ยังเหมือนเดิม

ชายหนุ่มก้มหน้าลง มองแหวนเพชรวงไม่ใหญ่ไม่เล็กถูกยื่นส่งให้เขา หัวแหวนเป็นเพชรเม็ดเล็กน้ำไม่งามมาก หากเป็นของที่มารดามอบให้ก่อนออกจากบ้าน มันเป็นแหวนที่คุณยายมอบให้ท่านในวันเรียนจบ ความหมายไม่ได้มากมาย หากก็เป็นของชิ้นแรกที่เขาได้รับในฐานะบุตรชายคนหนึ่ง

“สวมแหวนให้น้องสิวา” 

วาคินรับแหวนเพชรวงน้อยมาถือเอาไว้ มองของในมือสลับกับใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มอันแสนเศร้าของเจ้าสาว ก่อนบรรจงสวมแหวนบนนิ้วนางข้างซ้ายของเจ้าสาวอย่างเบามือ ไม่อ่อนโยนอย่างเจ้าบ่าวที่เต็มใจแต่งงาน แต่ก็ไม่แข็งกระด้างจนเจ้าสาวรู้สึกไม่ดี

เมื่อได้รับการสวมแหวน ใบหน้าหวานติดเศร้าก็พนมมือไหว้อย่างชดช้อย หันไปรับแหวนทองคำขาวเกลี้ยงเกลาวงหนึ่งจากสาวใช้มาถือเอาไว้ มองแหวนวงใหญ่ในมือแล้วเงยมองยังเจ้าบ่าวของตน ปั้นยิ้ม พร้อมสวมแหวนบนนิ้วนางข้างซ้ายของเขาเช่นกัน

แขกเหรื่อในงานที่ตอนแรกมึนงงกับเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่เปลี่ยนแปลงไปค่อยๆ ปรับรับกับความจริงใหม่ได้จึงเริ่มทยอยแสดงความยินดี แม้ในคำยินดีจะมีเสียงซุบซิบนินทากันเซ็งแซ่ก็ตามที

หลังจากพิธีสวมแหวนเสร็จเรียบร้อยก็เป็นการจดทะเบียนสมรส ตอนแรกคุณหญิงรจเรศทัดทานว่าไม่จำเป็น แต่คุณหญิงวารียกเรื่องหน้าตาในวงสังคมขึ้นมากล่าวอ้าง ทุกอย่างจึงต้องดำเนินต่อไป กระนั้นงานแต่งงานในวันนี้ไม่ได้ยิ่งใหญ่อย่างที่ควรจะเป็น พิธีการหลายอย่างถูกตัดออก โดยเฉพาะงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้ 

เจ้าสาวเจ้าบ่าวฟังทุกอย่างด้วยความสงบ พยักหน้ายอมรับเมื่อถึงเวลา และเดินหน้าทำหน้าที่ของตนต่อไป

“นี่ครับ” กระดาษสองแผ่นถูกวางลงตรงหน้าบ่าวสาวพร้อมกัน ปากกาสีเงินเงาวับวางอยู่ตรงกลางระหว่างกระดาษสองแผ่น ใบหน้าของกลอยใจซีดเซียวลงเล็กน้อย ส่วนใบหน้าของวาคินยังคงเรียบนิ่งไร้ความรู้สึกเช่นเดิม

“เจ้าสาวเซ็นชื่อลงตรงนี้ ส่วนเจ้าบ่าวเซ็นชื่อลงตรงนี้นะครับ” 

วาคินมองกระดาษที่วางอยู่ตรงหน้า หยิบปากกาขึ้นมาจรดปลายปากกาเซ็นชื่อของตัวเองลงไป ใบหน้าหล่อเหลาเรียบนิ่งยังคงไร้ความรู้สึก หากหัวใจกลับสั่นไหวรุนแรง

เมื่อปากกาถูกวางลงที่เดิม มือน้อยอันสั่นเทาของกลอยใจก็หยิบปากกาด้ามนั้นขึ้นมาถือเอาไว้ ดวงตาคู่โศกมองกระดาษสองแผ่นตรงหน้า ขบเม้มริมฝีปากล่างยามจรดปลายปากกาเซ็นชื่อลงไป

นับจากวันนี้เธอกับวรโชติพงศ์จะสิ้นสุดบุญคุณความแค้นต่อกัน หน้าที่เธอจบลงแล้ว เธอเป็นอิสระ ทว่าอิสระของเธอจะหดหายไปทันทีที่ก้าวเข้าไปในบ้านของเลิศวรานนท์ เธอกลายเป็นคนบ้านนั้น เป็นภรรยาทางนิตินัย และอาจรวมถึงพฤตินัยของวาคิน 

หลังการจดทะเบียนสมรสแล้วเสร็จ แขกเหรื่อที่มาร่วมงานต่างแยกย้ายกันไปร่วมรับประทานอาหารกลางวัน ช่วงบ่ายจะเป็นพิธีรดน้ำสังข์ บ่าวสาวเองก็ถึงเวลาพัก ช่วงเวลานี้แหละที่กลอยใจตัดสินใจจะพูดคุยกับเจ้าบ่าวของเธอ

“เอ่อ คุณวาคะ” 

ทันทีที่บานประตูปิสนิท เลขาของวาคินจากไป กลอยใจก็เดินเข้ามาหาเจ้าบ่าวที่เพิ่งทิ้งกายลงนั่งเขี่ยแท็บเล็ตในมือซึ่งลูกน้องของเขาทิ้งไว้ให้ หญิงสาวแข็งใจ นั่งลงบนโซฟาใกล้ๆ กัน

“พอจะมีเวลาให้ฉันหน่อยไหมคะ”

วาคินเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกล้าจ้องมองเจ้าสาวของตนด้วยสายตาเรียบนิ่ง

“ว่าไง” 

กลอยใจขบเม้มริมฝีปากล่าง วางมือสองข้างประสานกันบนตัก ก่อนเอ่ยความต้องการของตัวเองด้วยความเกรงใจ

“กลอยขอ เอ่อ ขออนุญาตพูดเรื่องหย่าค่ะ” เพราะเป็นคนอ่อนน้อม น้ำเสียง ตอนพูดจึงฟังดูเจียมเนื้อเจียมตัวจนน่าสงสาร หญิงสาวก้มหน้างุด ไม่กล้าเงยหน้ามองสบตาคู่สนทนาด้วยซ้ำ 

วาคินยังคงนิ่งเงียบ ไร้เสียงตอบรับจนกลอยใจต้องเงยหน้าขึ้นมอง ทว่าเมื่อเงยสบตาคมกล้าไร้ซึ่งความรู้สึก ใบหน้าหล่อเหลาปรากฏรอยยิ้มมุมปาก วางมือจากงานที่กำลังทำแล้วเอ่ยตอบอย่างใจเย็น

“ใจเย็นๆ ก่อน” เขาหัวเราะลงคอ เอ่ยต่อด้วยท่าทีไม่ยี่หระ แต่แววตากลับแฝงแววเย้ยหยันตนเอง “เพิ่งแต่งงานไม่ทันข้ามวัน เธอจะขอหย่ากับฉันแล้วหรือ หึ” 

เจ้าสาวที่เพิ่งกลายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายเอ่ยปากเรื่องหย่าในเวลาที่งานแต่งงานยังไม่ทันแล้วเสร็จ

วาคินไม่รู้จะหัวเราะเหยาะหยันหรือร้องไห้ด้วยความอับอายดี

ชายหนุ่มแค่นยิ้ม จ้องมองใบหน้าจืดเจื่อนของคนตรงหน้าพลางเอ่ย

“เอาเถอะ ถ้าเธอร้อนใจจะพูดตอนนี้ก็ได้ เพราะยังไงก็ต้องตกลงกันอยู่ดี” 

เขาเองก็กำลังขบคิดหาทางตกลงเรื่องหย่าร้างกับกลอยใจอยู่เหมือนกัน เพราะคนที่ไม่ได้มีใจปฏิพัทธ์กัน แต่งงานกันคงอยู่ด้วยกันอย่างยากลำบาก ถึงเขาจะดูนิ่งเฉยแต่ก็ไม่ได้ยินดีพอจะยอมเป็นสามีของผู้หญิงที่มีใจให้พี่ชายตัวเอง

วาคินยิ้มขื่น หวนคิดถึงบิดาขึ้นมาทันที ท่านก็คง… รู้สึกไม่ต่างกับเขาในตอนนี้นัก

“เธออยากได้อะไรบ้าง” 

คำถามของวาคินทำให้ใบหน้าจืดเจื่อนมีสีเลือดขึ้น กลอยใจคลี่ยิ้ม สูดลมหายใจเข้าลึก เอ่ยปากบอกความต้องการของตนทันที

“หกเดือนค่ะ” หล่อนให้เวลาเขาได้เท่านี้จริงๆ 

“หลังจากนั้นกลอยขอใบหย่า” 

เธอไม่ต้องการทรัพย์สินหรือเงินทองจากเขาสักสตางค์แดงเดียวเพราะตนเองพอมีเงินเก็บอยู่บ้าง อาจไม่มาก แต่ก็พอให้ใช้ชีวิตอย่างไม่ขัดสนไปอีกพักใหญ่ 

สิ่งเดียวที่กลอยใจต้องการมากที่สุดก็คือ… อิสรภาพ

“เราหย่ากันเงียบๆ ก็ได้ค่ะ ถ้าคุณวากลัวว่าชื่อเสียงของตระกูลจะได้รับผลกระทบ เรื่องสินสอดกลอยคงคืนให้ไม่ได้ เพราะคุณหญิงคงเก็บเอาไว้ทั้งหมด ส่วนแหวนวงนี้…” มือเรียวลูบไล้แหวนเพชรวงแรกในชีวิตบนนิ้วนางข้างซ้ายของตน ก่อนบอก 

“กลอยจะคืนให้คุณวาค่ะ” 

วาคินเลิกคิ้วสูง มองคนที่เอ่ยบอกความต้องการของตนอย่างแปลกใจ

“เธอไม่อยากได้เงินสักก้อนเอาไว้ตั้งตัวหรือ” 

เขารู้จากทัศนัยเรื่องเบื้องหลังการแต่งงานตัวแทนในวันนี้อย่างละเอียดแล้วจึงทราบว่ากลอยใจยอมเป็นเจ้าสาวตัวแทนแลกกับชีวิตอิสระหลังหย่ากับเขา ชายหนุ่มนับถือใจของคนตัวเล็กขึ้นมาอีกโข ไม่คาดคิดมาก่อนว่าเด็กสาวมอมแมมที่เอาแต่ช้อนตามองมาวินที่เขาเคยเมียงมองยามมาที่บ้านหลังนี้กับพี่ชายจะเด็ดเดี่ยวถึงขั้นนี้

“ถ้าเธอไปแต่ตัว วันข้างหน้าเธออาจจะลำบาก” 

แม้จะมีใบปริญญาตรีในมือ แต่งานทุกวันนี้หายาก ช่วงที่ต้องตกงานเธอต้องกินต้องใช้แล้วจะไปเอาเงินจากไหนมาใช้จ่าย เขาไม่ใช่คนใจดี แต่ก็ไม่ใช่คนใจดำ

“ไม่เป็นไรค่ะ กลอยพอมีเงินเก็บอยู่บ้าง คงพอใช้จนกว่าจะหางานทำได้ค่ะ” 

วาคินพยักหน้าเข้าใจ ไม่เซ้าซี้ต่อ แต่ก็ไม่ปล่อยผ่าน

“งั้นเอาแบบนี้ หลังจากแต่งงานกัน ฉันจะโอนเงินเข้าบัญชีเธอทุกเดือน เดือนละ ห้าหมื่นบาท เป็นค่าใช้จ่ายในฐานะภรรยาของฉัน เธอจะเก็บเอาไว้เป็นทุนรอนหรือใช้จ่ายยังไงก็ได้ หลังเราหย่ากัน ฉันจะได้ไม่ต้องรู้สึกติดค้างผู้หญิงที่พี่ชายมีใจให้”

ประโยคตอนต้นไม่ได้ส่งผลต่อความรู้สึกนัก แต่ประโยคช่วงท้าย… กลับส่งผลให้ใบหน้าที่ก้มงุดเงยขึ้นมอง

“คะ คุณวาว่ายังไงนะคะ” 

วาคินหัวเราะลงคอ วางแท็บเล็ตในมือตนลงบนโต๊ะตรงหน้าพลางเอนกายพิงโซฟา

“เอาไว้เธอไปถามพี่ชายของฉันเองก็แล้วกัน”

มาวินรู้สึกอย่างไรกับกลอยใจมองออกได้ไม่ยากนัก ทว่าคนที่เดินตามเส้นทางที่ถูกขีดเขียนไว้ตลอด ต่อให้รู้สึก ‘พิเศษ’ กับผู้หญิงคนนี้มากแค่ไหน แต่ความเป็นคนที่ถูกชักจูงมาตลอดก็ยังค้ำคอ พี่ชายของเขาไม่มีทางเด็ดเดี่ยวพอจะแข็งข้อกับมารดาได้ 

ดังนั้น… ความสัมพันธ์อันคลุมเครือทั้งสองคนย่อมไม่ใช่เรื่องดี

“แต่ตอนนี้เธอเป็นภรรยาของฉัน เป็นจนกว่าจะเซ็นใบหย่า เพราะฉะนั้นอย่าทำอะไรให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองถูกสวมเขาเด็ดขาด”

เขาเป็นลูกครึ่งก็จริง แต่เป็นลูกครึ่งที่หัวโบราณแบบไทยๆ ที่สำคัญคงไม่มีผู้ชายคนไหนชอบให้ตัวเองถูกสวมเขาหรอก 

“ฉันไม่รู้หรอกว่าตอนนี้เธอรักชอบพี่ชายฉันอยู่ไหม แต่จำเอาไว้ว่าในขณะที่เธอเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของฉันอยู่ อย่าแม้แต่จะคิดอะไรในเชิงชู้สาวกับพี่สามีเด็ดขาด ฉันไม่ชอบให้ตัวเองเป็นควาย” 

คำพูดซื่อตรงจากคนที่นั่งหน้านิ่งทำให้กลอยใจอดอ้าปากค้างมองอย่างตื่นตะลึงไมได้กว่าจะทำความใจได้กระชัด ใบหน้าหวานซึ้งก็พยักตอบรัวเร็วโดยอัตโนมัติไปแล้ว

“คะ คุณวาสบายใจได้ค่ะ เรื่องกลอยกับคุณวินไม่มีอะไรแล้วจริงๆ” 

หรือต่อให้มี เธอก็จะทำให้มันไม่มีเอง…

ต่อให้รู้ว่ามาวินมีใจรักชอบตอบมา ทว่าปัญหาระหว่างเธอกับเขาไม่ใช่แค่เรื่องของคนสองคน แต่มันมีคนมากกว่านั้นมากนัก

“กลอยกับคุณวินเป็นได้แค่เพื่อนร่วมโลกค่ะ เราสองคนเป็นเส้นขนานที่ไม่มีบรรจบกัน”

วาคินเลิกคิ้วมอง ดวงตาเรียบนิ่งฉายประกายชื่นชมอย่างจริงใจแวบหนึ่งก่อนเลือนหายไป ไม่คาดคิดว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งจะเข้มแข็ง และเด็ดเดี่ยวขนาดนี้ได้

“เธอไม่เสียใจหรือ” 

ความรัก… หากไม่สมหวัง ย่อมเกิดความปวดร้าว และเสียใจไม่มากก็น้อย

กลอยใจพยักหน้าโดยไม่ลังเล ก่อนเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มสัตย์ซื่อ

“เสียใจค่ะ” 

เสียใจก็ส่วนเสียใจ แต่ชีวิตก็ยังต้องเดินต่อไปเหมือนเดิม

เธอไม่ใช่คนโง่เขลา รู้จักกันมาหลายปีย่อมรู้ดีว่ามาวินต้องพบเจอแรงกดดันจากคนรอบข้างมามากแค่ไหน หากเขาดึงดันจะคบหากับเธออย่างคนรัก หลายอย่างในชีวิตคงต้องเปลี่ยนไป โดยเฉพาะความสัมพันธ์แม่ลูก 

คุณหญิงวารีไม่มีวันยอมรับความสัมพันธ์ของบุตรชายกับผู้หญิงประวัติด่างพ้อย ยังไม่ต้องนับรวมปฏิกิริยาของสองแม่ลูกวรโชติพงศ์ ดังนั้นต่อให้ ‘รัก’ มาวินจริงก็คงร่วมฝ่าฟันอุปสรรคนานาประการกับเขาไม่ไหว 

ยิ่งรักยิ่งต้องปล่อยมือเขาไป… ไม่ใช่เหรอ

“บางครั้งความรักก็ไม่จำเป็นต้องจบลงด้วยการแต่งงานเสมอไป…”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • วิวาห์ใต้ตัวแทน   บทที่ 8 เปิดตัว 100%

    วาคินรับสายจากคนสนิท และปลีกตัวออกจากงานเลี้ยงต้อนรับประธานกรรมการบริหารแอลเอ็นกรุ๊ปคนใหม่อย่างเบื่อหน่าย ชายหนุ่มเดินออกมายืนรับลมและรอคอยทัศนัยที่หน้าโรงแรม ใบหน้าเรียบนิ่งกับดวงตาเย็นชาคู่เดิมอ่อนล้าจนต้องถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าเขาไม่ได้รู้สึกอะไรต่อการเสียตำแหน่งประธานบริษัท แต่ที่ทำให้เขาหนักใจก็คงเป็นเกมที่พี่ชายกำลังเริ่มต้นกลอยใจเป็นหมากสำหรับแก้แค้น เพียงมองตา เขาก็รับรู้ได้ว่าคนอย่างมาวินไม่มีทางปล่อยมือจากของที่คิดว่าเป็นของตนเองแน่นอน อีกฝ่ายคงฝังหัวไปแล้วว่ากลอยใจเป็นของที่ถูกเขาแย่งชิงมา ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วคนที่ถูกแย่งชิงไปคือเขาต่างหาก“เฮ้อ” ชายหนุ่มถอนหายใจซ้ำ มองทางเข้าของโรงแรมด้วยสายตารอคอยไม่นานหลังจากต้องยืนชะเง้อคอรอคนสนิท รถยุโรปสีดำสนิทป้ายทะเบียนคุ้นตาก็เคลื่อนเข้ามาจอด ชายหนุ่มขยับตัวเดินตรงไปหาทันที เอี้ยวตัวเล็กน้อยยามต้องเปิดประตูรับภรรยาของตนอย่างเป็นทางการ&ldq

  • วิวาห์ใต้ตัวแทน   บทที่ 8 เปิดตัว 50%

    บทที่ 8 เปิดตัว“กลับไปนะ!” เสียงแหลมใสกับสองมือเท้าสะเอวอย่างเอาเรื่องของพลอยฝันส่งผลให้กลอยใจเริ่มเป็นห่วงมากขึ้น ผู้ชายสองคนท่าทีสุขุมสวมสูทดีดำยืนประสานมือพูดคุยกับเด็กสาวอยู่หน้าบ้านพักใหญ่ โดยที่เธอทำได้เพียงยืนมองอยู่ไกลๆ ตามคำแนะนำกึ่งคำสั่งของจงอางสาว‘อาจเป็นคนไม่ดี’ พลอยฝันบอกอย่างจริงจังก่อนเดินออกไปสนทนากับแขกที่หน้าบ้านนานพักใหญ่ กระทั่งกลอยใจทนยืนมองเฉยๆ ไม่ไหวจึงตัดสินใจเดินมายืนเคียงข้างร่างเล็ก มองคนมาใหม่สองคนที่ค้อมศีรษะให้อย่างไม่เข้าใจ และยิ่งไม่เข้าใจเมื่อทั้งสองหันมาสนทนากับเธอด้วยสีหน้าเคารพเกินจำเป็น“สวัสดีครับคุณกลอย”กลอยใจยังมึนงง หากก็พยักหน้าตอบรับไปส่งๆ ด้วยความจำเป็น“สวัสดีค่ะ”“ผมได้รับคำสั่งให้มารับคุณกลอยใจไปเตรียมตัว ก่อนเข้างา

  • วิวาห์ใต้ตัวแทน   บทที่ 7 ใครบางคน 100%

    “ว่าไงคะคุณทัศ”ทัศนัยถอนหายใจแรงๆ ก่อนกรอกเสียงตามสายต่อมา“คุณวาลืมเอกสารสำคัญครับ ผมและคนของเราที่ไว้ใจได้ ไม่สะดวก และไม่สามารถปลีกตัวไปเอาได้ ผมรบกวนคุณกลอยไปบอกแดนนี่ให้นำเอกสารมาให้เราที่นี่บริษัทด้วยครับ ผมโทรหาหมอนั่นไม่ยอมรับสาย แดนนี่รู้ดีว่าเอกสารอยู่ที่ไหน”เขาเน้นหนักในน้ำเสียงแฝงเร้นช่วงท้ายประโยคคล้ายออกคำสั่งมากกว่าขอร้อง กลอยใจไม่ต้องทบทวนหรือครุ่นคิดให้เสียเวลา หญิงสาวตอบรับทันที“ได้ค่ะ เดี๋ยวกลอยจะรีบไปบอกคุณแดนนี่เดี๋ยวนี้เลย”หลังวางสาย ร่างบอบบางก็กึ่งเดินวิ่งออกไปหลังบ้าน กวาดสายตากระวนกระวายใจมองหาร่างสูงใหญ่ด้วยความร้อนรน“คุณแดนนี่!” หล่อนป้องปากร้องเรียก ก่อนอ้าค้างเมื่อร่างสูงใหญ่ตามแบบหนุ่มยุโรปเดินออกมาจากพุ่มไม้ใหญ่ด้านหลังแปลงผักสวนครัวของพลอยฝันเสียก่อน สีหน้าแปลกใจกับดวงตาสงสัยทำให้กลอยใจต้องสาวเท้

  • วิวาห์ใต้ตัวแทน   บทที่ 7 ใครบางคน 50%

    บทที่ 7 ใครบางคนคำว่า ‘เมีย’ ของเจ้านายให้ความรู้สึกแปลกประหลาดในสายตาลูกน้องแทบทุกคน หากวาคินก็ไม่ได้ใส่ใจ รู้ตัวดีว่ารู้จักกลอยใจมากกว่าที่พวกมันคิด หากชายหนุ่มก็ไม่ได้อธิบายอะไรต่อจากนั้น ปล่อยให้คนของตัวเองมองมาด้วยสายตาชอบกลต่อไป“คุณวาจะกลับบ้านเลยไหมครับ” ทัศนัยเดินเข้ามาสอบถามตามหน้าที่ โดยปกติหากเป็นเมื่อก่อน เจ้านายหนุ่มมักจะตอบว่า… ไม่“กลับบ้านเลย”ทว่าวันนี้ คำตอบที่ได้แปลกไป และเป็นคำตอบที่สร้างรอยยิ้มให้คนสนิททั้งหมดในห้องกันถ้วนหน้าวาคินกลับถึงบ้านตอนพลบค่ำพอดี ร่างสูงเดินลงจากรถตามด้วยทัศนัยที่หอบข้าวของตามมาติดๆ ส่วนบอดี้การ์ดที่ทำหน้าที่ดูแลวาคินก็ขับรถกลับทันที“กลับบ้านเร็วกว่าทุกวันนะครับคุณวา” เสียงของแดนนี่ทักขึ้นทันทีที่ร่างของวาคินก้าวเข

  • วิวาห์ใต้ตัวแทน   บทที่ 6 เชื่อมั่น 100%

    “มาหาเพื่อนเหรอคะ”มาวินปรากฏตัวตรงหน้าเธอพร้อมใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มอบอุ่นเช่นเคย หากเป็นเมื่อสมัยยังเด็กกว่านี้หรือก่อนหน้านี้สักวัน เธอคงจะดีใจที่ได้พบเขา ทว่าเมื่อผ่านเรื่องราวมากมาย และผ่านการแต่งงานอย่างเป็นทางการแล้ว หัวใจของกลอยใจก็ร้องเตือนตลอดว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่ดีสำหรับผู้หญิงมีสามีแล้วกลอยใจรู้สึกอึดอัดยามต้องตอบคำถามพร้อมมองแววตาอบอุ่นคู่เดิม หล่อนถอนหายใจแผ่วๆ เอื้อมไปปลดมือหนาที่แตะต้นแขนแผ่วเบา ไม่ใช่ท่าทีรังเกียจ หากก็บอกเป็นนัยว่าไม่ชอบใจเช่นกันมาวินมีสีหน้าผิดหวังเล็กน้อย แววตาอ่อนแสงลงและพาดผ่านความไม่พอใจเส้นบางๆ ก่อนจางหายไปการปฏิเสธสัมผัสอย่างผู้ดีของกลอยใจไม่ใช่สิ่งคุ้นเคย ที่ผ่านมาแม้ไม่แสดงออกชัดเจนว่ามีใจ หากก็ไม่เคยปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยเช่นนี้มาก่อนแค่คืนเดียว… มาวินขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน หากแววตาและใบหน้ายังคงประดับรอยยิ้มอบอุ่นเขามาช้าไปแค่ก้าวเดียว

  • วิวาห์ใต้ตัวแทน   บทที่ 6 เชื่อมั่น 50%

    บทที่ 6 เชื่อมั่นหลังจากถูกเขา ‘แซว’ จนแทบทำหน้าไม่ถูกเมื่อเจอคนของเขาทั้งบ้าน กลอยใจก็ต้องนึกแปลกใจอีกคำรบ เมื่อผู้ชายที่ออกปากว่าวันนี้จะไม่ออกไปทำงาน กลับบึ่งรถออกจากบ้านทันทีหลังทานข้าวเช้ารวบเที่ยงพร้อมเธอเสร็จ“คุณวาไปไหนเหรอพลอย”สาวร่างเล็กที่พบเมื่อเช้าคือพลอยฝัน เด็กสาวลูกครึ่งผู้ถูกแนะนำว่าเป็น ‘หลานสาว’ ของแดนนี่ คนจากครอบครัวฝั่งบิดาของวาคินที่ติดตามมารับใช้ทายาทของตระกูล กลอยใจมีโอกาสได้พบแดนนี่ และนึกแปลกใจที่พลอยฝันเรียกอีกฝ่ายว่าลุง เพราะชายร่างสูงใหญ่ตรงหน้าแม้จะดูมีอายุมากกว่าวาคิน หากก็ไม่ได้มากจนถึงขนาดเป็นพี่ของพ่อใครได้ โดยเฉพาะใครที่ว่าอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ เพราะพลอยฝันกำลังเรียนมหาลัยปีสุดท้าย ไม่ใช่เด็กสาวอายุแปดเก้าขวบเสียหน่อยเธอนึกแปลกใจ หากก็ไม่กล้าถามด้วยเข้าใจว่าอีกฝ่ายคงเลี้ยงดูกันมาแต่เล็กแต่น้อยจึงนับถือกันเช

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status