เข้าสู่ระบบบทที่ 3 เงื่อนไขในการหย่า
“ผมจะแต่งงานแทนพี่วินเอง”
เขารู้ดีว่ามารดารักหน้าตาทางสังคม และศักดิ์ศรีของตนเองเพียงใด ทั้งยังรักมาวินเหนือสิ่งอื่นใด หากมาข่าวเรื่องมาวินหนีงานแต่ง ไม่ใช่เพียงชื่อเสียงวงตระกูล ชื่อเสียงของมาวินก็จะต้องย่อยยับตามไปด้วย เมื่อเทียบกับข่าวการแต่งงานผิดตัว โดยเฉพาะเจ้าบ่าวคือเขาย่อมแตกต่างกันในความรู้สึกของมารดาอย่างชัดเจน
คุณหญิงวารีเงยใบหน้าเปื้อนหยาดน้ำตาจ้องมองดวงตาสีเทาเข้ม ก่อนโผกายเข้ากอดร่างของบุตรชายคนเล็กทั้งสะอื้น
“วาจะแต่งงานแทนพี่จริงๆ เหรอลูก ฮึก” น้ำเสียงแหบพร่าขาดห้วงยามเอ่ย เขารับรู้ได้ว่ามารดากำลังรู้สึกเช่นไร
“จะแต่งงานแทนพี่ชายจริงๆ ใช่ไหม ฮือ”
มือหนาเอื้อมลูบปลอบแผ่นหลังบอบบางที่กำลังสะท้านสั่นเทา กรามแกร่งบดแน่นยามเค้นเสียงเอ่ยตอบ
“ครับ ผมจะเป็นเจ้าบ่าวแทนพี่วินเอง”
“อะไรนะคะคุณแม่ พี่วินหายตัวไปเลยจะให้หนูแต่งงานกับนายวาคินหรือคะ”
แค่ได้ยินชื่อเจ้าบ่าวตัวแทน สีหน้าของกวินตราก็เขียวคล้ำ คุณหนูผู้ยกตนสูงส่งเบ้ปาก จ้องมองใบหน้าของมารดาด้วยความไม่พอใจ
“ต่อให้วินนี่ต้องตาย วินนี่ก็ไม่แต่งงานกับลูกนอกสมรส!”
ความเป็นไปของวาคินเป็นเช่นไร เธอย่อมรู้ดี แม้จะได้ชื่อว่าเป็นบุตรบุญธรรมของเลิศวรานนท์ แต่ในสายตาของคุณหนูคนสำคัญของบ้านผู้ชายคนนั้นก็ยังคงเป็นแค่ลูกนอกสมรสคนหนึ่ง ต่ำต้อยไม่คู่ควรกับเธอสักนิด ถ้าชีวิตทั้งชีวิตที่สมบูรณ์พร้อมมาตลอดต้องมีตำหนิอันเกิดจากผู้ชายคนนั้น เธอไม่มีวันทนได้!
“ถ้าคุณแม่จะให้วินนี่แต่งกับนายวา คุณแม่ต้องแต่งเองหรือไม่…” ใบหน้าบูดบึ้งแดงสลับเขียวยามเค้นเสียงเอ่ย “ให้ลูกนอกสมรสอย่างนังกลอยแต่งแทน!”
เพราะคำพูดโพล่งที่เกิดจากอารมณ์คุกรุ่น หากกลับส่งผลให้คนฟังตาโต
“ตายแล้ว ทำไมพูดแบบนั้นคะ ยังไงวาคินก็ได้ชื่อว่าเป็นลูก ทรัพย์สมบัติของเลิศวรานนทคงมีตกมาถึงมือไม่มากก็น้อย จะให้ยัยกลอยไปแต่งแทน มันจะดีหรือ”
แม้จะพูดเช่นนั้น แต่ท้ายประโยคก็คล้ายเบาลงมากโข ทั้งคล้อยตาม คิดตามคำโพล่งของลูกสาวไปพร้อมกัน
คุณหญิงรจเรศครุ่นคิดอย่างถี่ถ้วน เปลี่ยนตัวบ่าวสาวไม่นับว่าดี แต่อย่างไรก็ดีกว่ายกเลิกงานแต่ง เพราะเจ้าบ่าวหนีไป
กวินตราร้อนใจแทบแย่ เดินวกไปวนมาพร้อมคัดค้านหัวชนฝาไม่ไว้หน้าใคร
“วินนี่ไม่แต่งนะคะคุณแม่ ให้ตายก็ไม่แต่ง!”
ใบหน้าสะสวยที่แต่งแต้มมาอย่างดีบิดเบ้ ร่างสะโอดสะองสะบัดกายไปนั่งกอดอกที่ปลายเตียงพร้อมอาการขัดเคืองใจ
คุณหญิงรจเรศเห็นบุตรสาวเป็นเช่นนั้นก็ปวดร้าวใจ ใคร่ควรอย่างดีแล้วจึงเอ่ยปากในที่สุด
“แม่เข้าใจแล้วค่ะ งั้นรอเดี๋ยว แม่จะจัดการให้เอง”
เรื่องอับอายเป็นข่าวใหญ่โตบนหน้าหนังสือพิมพ์อะไรเทือกนั้นคุณหญิงผู้สูงศักดิ์ไม่ใคร่ใส่ใจ เพราะแค่มีเงินก็มีอำนาจในมือ แค่กระดิกนิ้วทีเดียวสำนักข่าวทุกสำนักก็เงียบกริบราวกับปิดสวิตช์ได้ แต่ที่น่าหนักใจก็คงเป็น… เจ้าสาวในวันนี้ และข่าวลือในวงสังคมที่น่าจะกระฉ่อนไปอีกหลายเดือน อย่างไรก็ต้องจัดการเรื่องน่ารำคาญนี้ให้เรียบร้อยโดยเร็ว
“ปุ้ม!” ส่งเสียงเรียกหาสาวใช้คนสนิท ก่อนร่างท้วมจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาค้อมกายตรงหน้า
“มาแล้วค่ะคุณหญิง”
คุณหญิงรจเรศลูบหลังลูบไหล่บุตรสาว ก่อนเหลือบมองมายังสาวใช้เบื้องหน้าแล้วออกคำสั่งเสียงเรียบ
“ไปตามยัยกลอยขึ้นมาพบฉันด่วน!”
ปุ้มพยักหน้ารัวเร็ว ก่อนวิ่งกระหืดกระหอบออกจากห้องไปทันที
คุณหญิงรจเรศ กวินตรา หรือกระทั่งสาวรับใช้อย่างปุ้ม
ไม่มีทางคาดคิดเลยว่า… เส้นทางที่พวกเขาเพียงโพล่งออกมานี้ในตอนสิ้นไร้หนทางกำลังจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของคนคนหนึ่งไปตลอดชีวิต…
“แกต้องแต่งงานแทนลูกวินนี่!”
ประกาศิตที่ได้ยินสร้างความตกใจให้กลอยใจจนต้องเบิกตากว้าง ริมฝีปากสีอ่อนเผยออ้า จ้องมองสองแม่ลูกด้วยสายตาอ่านยาก
คุณหญิงเรจเรศเห็นประกายตาสับสนระคนไม่เข้าใจของบุตรสาวนอกสมรสของสามีก็ทอดถอนหายใจออกมา
“ฉันรู้ว่าแกอยากออกไปจากบ้านหลังนี้”
แม้คำพูดจะตรงใจ หากก็ฟังออกว่ามีความจำใจของคนพูดปะปนอยู่
กลอยใจเงยหน้ามอง ‘คุณผู้หญิง’ ของบ้าน ขมวดคิ้วยามอีกฝ่ายกมหน้าลงมาเอ่ย
“ฉันจะให้แกไป”
ไปหรือ… กลอยใจไม่อยากเชื่อ ทั้งไม่รู้ว่าควรเชื่อได้หรือไม่ ทว่า… ดวงตาหวานโศกของหญิงสาวคล้ายกับพบแสงสว่างกระจ่างชัดที่ปลายอุโมงค์
“ไปหรือคะ”
คุณหญิงรจเรศเชิดหน้าขึ้น หางตาเพียงเหลือบมองคนที่นั่งพับเพียบเบื้องเท้าตนเองยามเอ่ยต่อ
“ใช่ ไปตามทางของแก อย่างที่แกต้องการ นับจากวันที่แกแต่งงานกับคนบ้านเลิศวรานนท์ แกจะไม่ใช่คนของวรโชติพงศ์อีกต่อไป”
ยามเอ่ยจบ ดวงตาที่เพียงเหลือบมองก็อดจะจ้องมองเด็กที่ท่านอุปการะด้วยความจำใจอย่างเวทนาระคนชิงชัง ทั้งรักทั้งเกลียดกลอยใจจนแยกไม่ออก
ถ้าหากเด็กสาวที่เลี้ยงดูมาหน้าตาละม้ายคล้ายบิดามากกว่านี้ ท่านก็คงทำใจให้เอ็นดูลูกนอกสมรสของสามีได้บ้าง ด้วยรู้ดีว่ากลอยใจนิสัยใจคอเป็นอย่างไร ทว่าเด็กสาวที่ท่านเฝ้ามองการเติบโตอย่างหลากหลายความรู้สึกกลับหน้าตาพิมพ์เดียวกับมารดาซึ่งมันเป็นเหมือนหนามทิ่มหัวใจของภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายเช่นท่าน เพราะรู้อยู่เต็มอกว่าสามีรักเพียงมารดาของกลอยใจเท่านั้น ไม่เคยมีหัวใจไว้รักใครอีกเลย
“ไปใช้นามสกุลของแม่แก บุญคุณที่ผ่านมาระหว่างเราถือว่าสิ้นสุดลง ส่วนเรื่องพ่อของแก ฉันรับรองว่าลูกวินนี่กับฉันจะดูแลอย่างดี อย่างไรนั่นก็พ่อของลูก ฉันไม่ฆ่าไม่แกง ไม่ทิ้งไม่ขว้างให้แกต้องห่วงหน้าพะวงหลังหรอก”
ที่ผ่านมาคุณชินกรก็ทำหน้าที่พ่อไม่ได้ดีนัก ส่งเสียเลี้ยงดูหรือก็ไม่ เงินค่าเทอม ค่าใช้จ่ายทั้งหลายล้วนมาจากท่าน และตัวกลอยใจเองที่ทำงานพิเศษขวยขวายหามาทั้งนั้น หากจะมีบุญคุณที่ต้องทดแทนก็คงเป็นแค่ค่าความเป็นผู้ให้กำเนิดเท่านั้น ซึ่งท่านคิดว่ากลอยใจได้ทำหน้าที่นั้นมากเกินพอแล้ว
“ห้าปีที่ผ่านมา นับว่ามากเกินไปด้วยซ้ำกับการทำหน้าที่ลูกของแก ไปเถอะ”
ท้ายประโยคกระแสเสียงพร่าสั่นเล็กน้อย ด้วยความรู้สึกละอายใจ ทั้งใจหายอยู่ลึกๆ อย่างไรก็เห็นกันมาตั้งแต่ยังแบเบาะ
“วรโชติพงศ์จะปล่อยแกไป…”
ถ้าหากจะหาใครสักคนที่ตรอมตรมสุดหัวใจ คนคนนั้นขอให้เป็นเขาเท่านั้นได้หรือไม่…
วาคินมองแผ่นหลังของมารดาด้วยความรู้สึกเต็มแน่นไปด้วยความเจ็บแค้นแต่แสนรัก ท่านมีรอยยิ้มเบิกบานบนใบหน้าราวกับร่างกายสั่งการหัวใจได้ดั่งหวัง ส่วนเขาก้มมองชุดเจ้าบ่าวของตนเอง ขณะเดินไปพร้อมเสียงโห่ร้องของผู้คนที่กำลังขนาบข้าง มีทัศนัยช่วยสนับสนุน ค่อยกระซิบเรียกยามคนนั้นคนนี้เข้ามาทักทาย แม้ร่างกายจะทำหน้าที่ตามความต้องการของมารดา ทว่าหัวใจกลับแตกออกเป็นเสี่ยงทุกครั้งที่ก้าวเดิน
มารดาจะรู้หรือไม่ว่าเขาเจ็บปวดเพียงใดกับการตัดสินใจในครั้งนี้
คำตอบก็คือ… ไม่!
ท่านไม่เหลียวมองเขาอีกเลยหลังเดินทางออกจากบ้าน ใบหน้าที่เคยเปรอะเปื้อนหยาดน้ำตาได้รับการแต่งแต้มใหม่อย่างงดงามอีกครั้ง รอยยิ้มประดับเต็มดวงหน้าพร้อมตอบคำถามของเครือญาติราวกับตระเตรียมทุกอย่างมานานแล้ว
“คุณวาครับ” ทัศนัยสะกิดเรียก เมื่อเขาเหม่อลอยออกไปไกลแสนไกลจนกระทั่งจังหวะก้าวเดินเชื่องช้าลง
วาคินถูกดึงกลับมาจากห้วงความคิด คลี่ยิ้ม หยิบซองสีชมพูส่งให้เด็กสาวผู้ทำหน้าที่กั้นประตูเงินประตูทองไปเรื่อยๆ หัวใจไม่อยู่กับตัวจึงไม่ทันสังเกตสีหน้าของใครต่อใคร รวมไปถึงเสียงซุบซิบนินทาที่เริ่มเซ็งแซ่ขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งเข้ามาถึงตัวบ้าน
ภายในคฤหาสน์ของวรโชติพงศ์เต็มไปด้วยดอกไม้ประดับประดางดงามราวเทพนิยาย สมดั่งกับที่บุตรสาวคนสำคัญของบ้านต้องออกเรือน ทว่าเมื่อสายตาคมกล้าเรียบนิ่งสบมองป้ายชื่อของเจ้าบ่าวเจ้าสาวก็ต้องขมวดคิ้วแน่น
“กลอยใจ”
ชื่อของเด็กสาวเจ้าของดวงตาหวานโศกที่มักก้มหน้าปรากฏขึ้นมาในความคิด
วาคินจดจำได้ว่าเด็กคนนี้ชมชอบในตัวพี่ชายของเขาอยู่เงียบๆ แววตายามกลอยใจทอดมองมาวินทั้งรัก ทั้งเทิดทูนจนแทบจะเป็นยกขึ้นไว้บนหิ้งมานานแล้ว
ตอนนี้ทำไม…
“อ่าว ผมนึกว่าเจ้าสาวของคุณวาชื่อกวินตราเสียอีก” ทัศนัยเดินเข้ามากระซิบถาม ส่งผลให้เจ้าบ่าวที่ทำหน้าที่ราวหุ่นยนต์ต้องถอนหายใจแรงๆ
“ผู้หญิงคนนั้นคงไม่อยากแต่งงานกับลูกนอกสมรสอย่างฉันหรอก”
กวินตราเป็นคนเช่นไรย่อมมองออกไม่ยาก ใบหน้าหยิ่งผยองกับคอแข็งตรงที่มักมองเขามันสะท้อนนิสัยใจคอ และตัวตนของผู้หญิงคนนั้นทั้งหมด
สำหรับกวินตราคนคนเดียวที่คู่ควรกับหล่อนคือมาวิน ส่วนบุตรนอกสมรสเช่นเขาเป็นเพียงฝุ่นผงในอากาศ ไม่ใช่เพียงไม่เหลือบมอง แต่ไม่เคยมองเห็นเลยต่างหาก
ดังนั้นการต้องสลับตัวแต่งงานเช่นนี้ คุณหนูคนสำคัญไม่มีวันยินยอม
“แม้สถานะของฉันจะได้ชื่อว่าลูกบุญธรรม แต่ความจริงเป็นเช่นไรนั้นพวกเราต่างรู้ดี” ความเป็นมาของเขาไม่ใช่ความลับขนาดนั้น คนในวงศ์วานว่านเครือกระจ่างชัดกันดี ดังนั้นวาคินจึงไม่แปลกใจกับการตัดสินใจของวรโชตพงศ์ในครั้งนี้
ชายหนุ่มเหลือบตามองมารดา ขณะที่ร่างระหงเดินเข้าไปทักทายแขกเหรื่อในงานโดยเฉพาะคนบ้านวรโชติพงศ์อย่างแช่มชื่น ไร้ความแปลกใจกับชื่อเจ้าสาวที่เปลี่ยนแปลงก็ต้องหัวเราะลงคอ
“คุณหญิงยังไม่คัดค้าน แล้วฉันจะคัดค้านทำไม หึ”
อย่างไรเขาก็เพียงแต่งงานแทนพี่ชาย ส่วนเจ้าสาวจะเป็นใคร สุดท้ายก็ต้องหย่ากัยอยู่ดี
ทัศนัยคิดตามก็ทอดถอนหายใจ หันมองเจ้านายด้วยความสงสารปนเห็นใจ ก่อนมองเลยไปยังคุณหญิงวารีที่ทำตัวเบิกบานต่างกับตอนที่รับรู้ว่ามาวินหายตัวไปแรกๆ ราวกับคนละคนกัน เลขาหนุ่มครุ่นคิดเนิ่นนานจึงตกผลึกได้ว่า…
น้ำตาก็เป็นเชิงพาณิชย์ได้เหมือนกัน…
ตอนพิเศษ4ครอบครัว“คุณวา” กลอยใจเอ่ยเรียกสามี ตอนที่ชายหนุ่มกำลังอุ้มร่างบุตรสาวลงจากรถ หญิงสาวรู้สึกไม่ดีที่ต้องเดินกลับมาที่นี่อีกครั้ง มันให้ทั้งความรู้สึกโหวงเหวงในอกแต่ก็รู้สึกได้ถึงความคิดถึงเช่นกันวาคินวางนีรณาราลง จับจูงมือบุตรสาวเอาไว้แน่น ก่อนบอก “อย่างน้อยให้นีน่าได้ยกมือไหว้ตาของแกสักครั้งเถอะกลอย”สิ่งที่คนบ้านนี้ทำไว้มันหนักหนาแค่ไหนเขารู้ แต่ไม่ว่าอย่างไรกลอยใจก็คือลูกสาว… ให้ตัดขาดอย่างไร สิ้นเยื่อขาดใยแค่ไหน สุดท้ายก็หนีความจริงข้อนี้ไม่ได้ หลายวันก่อนเขาได้รับข่าวคราวจากคนที่ไหว้วานให้คอยดูแลบิดาของหญิงสาว เป็นข่าวไม่ค่อยสู้ดีนัก วันนี้เขาจึงตั้งใจชักชวนภรรยามาไหว้และขอขมาบิดาของเจ้าตัว“กลอย” ชายหนุ่มระบายยิ้มส่งให้ มองภรรยาด้วยแววตาห่วงใยพร้อมเอื้อมมืออีกข้างมากอบกุมมือบา
ตอนพิเศษ3เลิศวรานนท์“วินลูก” เสียงเรียกชื่อบุตรชายคนโตอ่อนเบาจนแทบเป็นเสียงกระซิบ เมื่อร่างสูงถูกแบกเข้ามาในสภาพเมามายพร้อมผู้หญิงขนาบข้างซ้ายขวา คนรับใช้ผู้ชายเดินเข้ามารับร่างของมาวินไปพยุงไว้ คุณหญิงวารีไม่สนใจผู้หญิงที่แบกบุตรชายมาแม้กระทั่งหางตา ท่านส่งสัญญาณให้คนของตัวเองจัดการ ก่อนเดินตามร่างของบุตรชายที่ถูกหิ้วปีกอย่างไร้สติขึ้นไปบนชั้นสอง“เชิญคุณๆ กลับได้แล้วครับ” วรันย์คนข้างกายคุณหญิงผายมือส่งหญิงสาวสองคนด้วยแววตาแข็งกระด้างอย่างออกคำสั่ง สองคนที่กำลังโดนไล่กัดริมฝีปากอย่างขัดเคือง กระทืบเท้าเต้นเร่าแต่ก็ยอมจากไปโดยดี เมื่ออีกฝ่ายโยนเช็คเงินสดให้คนละใบคล้อยหลังร่างสองร่างที่เดินนวยนาดอย่างน่ารำคาญใจหายไปจากสายตา วรันย์จึงหันมาสั่งหลานสาว“อัยย์ขึ้นไปดูคุณหญิงหน่อย ลุงจะออกไ
ตอนพิเศษ2คูมพ่อขานีน่าอยากมีน้อง!“คืนนี้พี่ขอได้ไหม” เสียงแว่วหวานกับสายตาแพรวพราวที่ส่งมาทำให้กลอยใจขนอ่อนในกายลุกชัน ไม่ต้องจินตนาการก็รับรู้ได้ว่า ‘ขอได้ไหม’ ของชายหนุ่มจะยาวนานแค่ไหน หากว่าหญิงสาวยังลังเล ด้วยเป็นคืนแรกที่นีรณาราต้องแยกห้องนอน“นีน่าจะนอนคนเดียวได้เหรอคะ”“ได้สิ” คนเป็นพ่อตอบทันที โดยไม่ต้องไต่ตรองลูกเขาก็รัก แต่ตอนนี้อยาก ‘รัก’ เมียมากกว่า“นีน่าโตแล้ว”ห้าขวบเนี่ยนะ!“แต่ลูกเพิ่งห้าขวบเองนะคะ”วาคินถอนหายใจ มองส่งสายตาเว้าวอน ก่อนเอนตัวนอนหนุนตักภรรยา “พี่ให้ลูกนอนด้วยมาตั้งหลายเดือน อดทนนอนกอดกลอยนิ
ตอนพิเศษ 1เจ้าหญิงนีน่ากับพี่ชายสุดหล่อนีรณาราได้กลับมาที่บ้านหลังเดิมอีกครั้ง หลังจากรบเร้าผู้ให้กำเนิดเป็นเวลาหลายวัน เด็กหญิงกระโดดลงจากรถ วิ่งถลาออกไปยังหน้าบ้าน มองซ้ายมองขวาดูรถราก่อนวิ่งไปเกาะรั้วบ้านของ ‘พี่ชายสุดหล่อ’ ที่ตนเองแสนคิดถึง“พี่เตช!” เด็กหญิงป้องปากร้องเรียกพี่ชายสุดหล่อด้วยรอยยิ้มหวานแฉ่ง หากคนที่เดินหน้านิ่งตรงมากลับไม่หือไม่อือกับการพบกันนัก“มาทำไม” พี่ชายสุดหล่อชองนีรณาราถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แววตาเย็นชามองมาอย่างไม่สบอารมณ์โดยที่ยังไม่ยอมเปิดประตูให้“นีน่าแวะมาเยี่ยมค่า”นีรณาราเริ่มหุบรอยยิ้มเต็มดวงหน้า มองเห็นอีกฝ่ายจ้องมาตาขุ่นขวางจึงหน้าม่อยลง ไม่ได้อยู่พูดคุยกับเขาอีก แต่เดินคอตกกลับเข้าบ้านตัวเอง&ldqu
“กลอยขอคิดดูก่อนได้ไหมคะ”วาคินยิ้มตอบ พยักหน้ารับเบาๆ “ได้ครับ ไม่ต้องเครียดนะ สำหรับพี่อยู่ที่ไหนก็ได้ขอแค่มีกลอยกับลูกก็พอ”หลังจากประโยคนั้นกลอยใจก็ยิ่งคิดหนักมากกว่าเดิม หญิงสาวใช้เวลาหลังมื้อเที่ยงไปนั่งเงียบๆ ที่ม้านั่งหลังบ้านเพื่อขบคิดทุกอย่าง นีรณาราเป็นเด็กฉลาด หัวไวก็จริง แต่เด็กก็คือเด็กการปรับตัวจึงสำคัญ ไหนจะเรื่องภาษา ถ้าไปอยู่ที่โน่นลูกก็ต้องเรียกหนักมากขึ้นอีก เธอไม่อยากให้ชีวิตวัยเด็กของลูกต้องถูกพรากไป เด็กหญิงควรเล่นสนุก เรียนในสิ่งที่เหมาะสมกับวัย ไม่ต้องหมกมุ่นกับเรื่องที่ยากเกินกว่าเด็กธรรมต้องเจอ“เฮ้อ” หญิงสาวถอนหายใจเบาๆ ก่อนเหม่อมองออกไปเบื้องหน้าอย่างไร้จุดหมาย ครุ่นคิดทุกอย่างในใจอย่างถ้วนถี่จนกระทั่งตกเย็น มื้อค่ำดำเนินไปพร้อมสมองที่ขบคิดทุกอย่างไปพร้อมๆ กันวาคินสังเกตเห็นสีหน้าของภรรยาโดยตลอด และสีหน้าเช่นนั้นก็ไม่รอดพ้นสายตาของคนจากบ้านเบราเวอร์เช่นกันอาบิ
บทที่ 22เบราเวอร์ (Brouwer)“ว้าว!” ร่างเล็กจ้อยแทบจะกระโจนตัวลงจากรถทันทีที่รถเทียบจอดบริเวณหน้าบ้านหลังใหญ่โตงดงามตรงหน้า เด็กหญิงสาวห่อปากเป็นรูปตัวโอ ร้องอู้อ้าหวีดว้ายยามเยื้องกายเข้าไปเกาะซี่ประตู สอดส่องสายตาตื่นเต้นเข้าไปด้านในด้วยความสนใจ“นี่บ้านใครเหรอคะ ใช่บ้านใหม่ของเราไหมคะคูมแม่”คุณแม่ของเด็กหญิงหัวเราะเบาๆ หันมองสบตาสามี ก่อนหันกลับไปพยักหน้าตอบบุญสาว“ใช่ค่ะ นี่บ้านใหม่ของเรา เจ้าหญิงนีน่าของแม่ชอบไหมคะ”“ชอบค่า” เด็กหญิงหันมายิงฟันตอบ กระโดดโลดเต้นได้ไม่นาน บานประตูรั้วของบ้านก็ค่อยๆ เปิดออก พร้อมร่างหอบหายใจของพลอยฝันที่วิ่งตรงหมา“พี่กลอย!” หญิงสาวถลาให้เข้าไปรวบกอดร่างบอบบางที่ไม่ได้พบหน้ากัน สะอื้นจนตัวโยนด้วยความด
บทที่ 1 ลูกชัง“วินลูก ชอบชุดที่แม่ซื้อให้ลูกไหมครับ” เสียงอ่อนเสียงหวานของมารดาที่ดังมาจากห้องรับแขกของบ้าน ทำให้ร่างสูงของคนที่กำลังเดินเข้าบ้านชะงัก ‘วาคิน’ แค่นยิ้ม ก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยสองขาที่มั่นคงกว่าเดิม ทว่าจังหวะที่กำลังจะเลยผ่านเรื่องน่ารำคาญนั้นไป เสียงร้องทักของพี่ชายก็ดังขึ้นก่อน“
ร่างบางในชุดไทยประยุกต์สีทองอร่าม เครื่องทองไม่มาก แต่ก็ไม่น้อยจนน่าเกลียด นับได้ว่าคุณหญิงรจเรศไม่ใจไม้ไส้ระกำกับบุตรสาวนอกสมรสของสามีนัก ทั้งยังมีเครื่องประดับอื่นๆ ที่มองออกว่าราคาคงหลายแสน แม้จะไม่ได้เต็มใจแต่งงาน และรู้ดีว่าคุณหญิงเองก็คงไม่เต็มใจให้หล่อน
“ว่าไงคะพี่ปุ้ม” สาวใช้ประจำตัวคุณหญิงรจเรศ คลานเข่าเข้ามาใกล้ ด้วยมองเห็นคุณผู้ชายนั่งมองตาปริบๆ อยู่ไม่ไกล สาวผิวแทนป้องปาก ชะโงกหน้ากระซิบเสียงเบาให้ได้ยินกันเพียงสองคน“คุณหญิงเรียกหาค่ะ” ดวงตาหวานโศกเบิกกว้าง หันมองบิดา ก่อนหันกลับมากระซิบถาม “เรียกกลอยเหรอคะ”“ใช่ค่ะ รีบไปเถอะค่ะคุณกลอย เ
บทที่ 2 วิวาห์ตัวแทนข่าวงานแต่งงานระหว่างกวินตรากับมาวินขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ธุรกิจแทบทุกฉบับในเช้าวันนี้ ข่าวใหญ่ในวงการธุรกิจที่คนในวงการต่างตื่นตัว เพราะไม่ใช่เพียงการควบรวมธุรกิจ ยังแสดงออกชัดเจนถึงอำนาจสองขั้วกำลังผนึกเข้าหากันจนยากจะต่อกร ทุกอย่างถูกจัดเตรียมเอาไว้อย่างดี โรงแรมห้าดาวของ