Masukเธอ... แต่งงานแทนน้องสาว ส่วนเขา... แต่งงานแทนพี่ชาย การแต่งงานที่เริ่มต้นจากความจำเป็นก็ต้องจบลงเมื่อหมดความจำเป็น ทุกอย่างควรกลับสู่สภาวะปกติ หากว่า… 5 ปีต่อมาเขาไม่ได้พบเธออีกครั้ง พร้อมความลับอันน่าตกใจที่ถูกซุกซ่อนไว้หลายปี
Lihat lebih banyakบทที่ 1 ลูกชัง
“วินลูก ชอบชุดที่แม่ซื้อให้ลูกไหมครับ” เสียงอ่อนเสียงหวานของมารดาที่ดังมาจากห้องรับแขกของบ้าน ทำให้ร่างสูงของคนที่กำลังเดินเข้าบ้านชะงัก
‘วาคิน’ แค่นยิ้ม ก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยสองขาที่มั่นคงกว่าเดิม ทว่าจังหวะที่กำลังจะเลยผ่านเรื่องน่ารำคาญนั้นไป เสียงร้องทักของพี่ชายก็ดังขึ้นก่อน
“กลับมาแล้วเหรอวา” ชายหนุ่มชะงักอีกครั้ง ถอนหายใจ หันกลับไปพยักหน้าตอบ แววตาไหวระริกยามเหลือบมองเห็นใครอีกคนที่นั่งเคียงข้างพี่ชาย
ร่างซึ่งสูงน้อยกว่าเขาไม่กี่เซนติเมตรนั่งทำหน้าเบื่อหน่ายข้างกายสตรีสูงวัยใบหน้างดงามค่อยเผยยิ้มออกมา ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สาวเท้าเข้ามาใกล้ แล้วจับดึงแขนของเขาไปนั่งลงข้างกาย
วาคินไม่ได้ขัดขืน หากก็ไม่ได้เต็มใจเสียทีเดียว ร่างสูงกว่าพี่ชายหลายเซนติเมตร เพราะมีเชื้อสายทางฝั่งยุโรปตามบิดาทิ้งกายลงนั่งข้างพี่ชายด้วยความจำยอม หากหางตาของคนที่ไม่แสดงสีหน้ากลับยังจับจ้องมองสตรีสูงวัยซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน
“มาช่วยพี่เลือกชุดเจ้าบ่าวหน่อย” พี่ชายเอ่ยด้วยรอยยิ้มพลางส่งอัลบั้มรูปชุดเจ้าบ่าวสองสามเล่มให้เขา วาคินรับเอามาไว้เงียบๆ ไม่เปิดดู หากก็ไม่ได้เอ่ยปฏิเสธ ทว่า… สตรีสูงศักดิ์ที่นั่งเงียบมาสักพักกลับเป็นฝ่ายเอ่ย ‘ไล่’ เขากลายๆ แทน
“วาจะไปเข้าใจรสนิยมของลูกดีเท่าแม่เหรอ มาครับ แม่เลือกให้เอง” อัลบั้มในมือถูกยื้อแย่งกลับไป สายตาคู่หวานที่มักอ่อนโยนยามมองบุตรชายคนโต เย็นชาขึ้นเมื่อจ้องมองบุตรชายคนเล็ก เพียงเท่านั้นคนที่เพิ่งนั่งลงก็ขยับกายลุก
“ขอโทษด้วยครับพี่วิน พอดีผมมีงานสำคัญต้องรีบไปเคลียร์” วาคินก้าวฉับๆ ออกจากห้องรับแขกโดยไม่ฟังคำทัดทานของคนเป็นพี่อีก ชายหนุ่มพุ่งตัวขึ้นบันไดตรงไปยังห้องทำงานของตนโดยไม่หยุดรอให้พี่ชายก้าวตามทัน
เมื่อประตูสีขาวบานใหญ่ปิดลง ร่างสูงก็ทรุดกายลงนั่งกอดเข่าอย่างหมดแรง
ไม่ว่าจะนานแค่ไหน เวลาผ่านมากี่ปี สายตาที่มารดาใช้มองเขาก็ยังเหมือนเดิม ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลยสักวินาที
แม้กระทั่งชื่อ… สำหรับพี่ชายของเขายังมีความหมายอันแปลว่าชัยชนะ เป็นที่หนึ่ง ในขณะที่ชื่อของเขาไร้ความหมาย เป็นชื่อที่บิดาผู้จากไปตั้งให้ ทั้งที่ไม่มีเข้าใจภาษาไทยมากนัก
วา มาจากชื่อแรกของมารดา วารี ส่วน คิน มาจากชื่อภาษาไทยตัวท้ายที่มารดาของเขาตั้งให้บิดา อคิน
บิดาของเขารักมารดามาก มากจนให้ได้ทั้งชีวิต ทว่ามารดาของเขากลับรู้สึกตรงข้ามกัน เขาเกิดมาจากความผิดพลาด คุณหญิงวารีไม่ได้รักใคร่ในตัวชายชาวอิตาลีที่ ‘บังเอิญ’ คบหาเมื่อครั้งหนีข่าวซุบซิบหลังการหย่าร้างกับอดีตสามีไปพักรักษาหัวใจ
และที่นั่นคือถิ่นกำเนิดของเขา…
ความผิดพลาดจากค่ำคืนหนึ่งทำให้เขาเกิดมา ในขณะที่ท่านทั้งสองไร้พันธะทางกฎหมาย เขาเป็นบุตรนอกสมรส คุณหญิงวารีถูกเรียกตัวกลับไทยทันทีที่คลอดลูกทิ้งไว้ให้พ่อของลูกเลี้ยงดูตามลำพัง กระทั่งวาคินอายุได้ 8 ขวบ บิดาผู้เป็นที่พึ่งพิงจากไปอย่างไม่มีวันกลับ ความจริงทุกอย่างจึงกระจ่างชัด
ความเจ็บปวดต่อการจากไปของบิดาไม่เทียบเท่าความจริงที่ว่า… ตนเองไม่เป็นที่ต้องการของมารดา แม้เลิศวรานนท์จะเดียดฉันท์สายเลือดต่างด้าวที่เกิดมาจากความผิดพลาด ทว่าคุณตาของเขาก็ยังคงมีความอบอุ่นมอบให้ หากก็ไม่มากเกินกว่าจะป่าวประกาศสถานะที่แท้จริงของหลานชายคนเล็ก
วาคินเข้ามาอยู่ในบ้านเลิศวรานนท์ในฐานะ ‘บุตรบุญธรรม’ ของหม่อมหลวงกีรติ เลิศวรานนท์ เขาเป็นที่รู้จักในฐานะ ‘น้องชายบุญธรรม’ ของมารดา ความน้อยเนื้อต่ำใจถูกเก็บกักไว้ข้างใน ยิ่งนานวันยิ่งหล่อหลอมให้หัวใจด้านชาจนกลายเป็นแข็งกระด้าง และเย็นชา
ดวงตาสีเทาเข้มเช่นบิดาดุดัน แต่ข้างในกลับไร้ซึ่งความรู้สึก เพราะเป็นบุตรบุญธรรม วาคินจึงต้องแบกรับหน้าที่ดูแลกิจการของครอบครัวช่วยพี่ชาย ผู้ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเจ้าของที่แท้จริง คนนอกไม่มีใครรับรู้สถานะอันแท้จริงของเขา ทว่าคนใน เครือญาติ หรือเพื่อนฝูงของคนในตระกูลต่างทราบดีถึงความเป็นมาของเขา ไม่แปลกหากเมื่อมีโอกาสหรืองานสำคัญ เขามักปลีกตัวไปที่ไหนไกลๆ สักที่
ครั้งนี้ก็เช่นกัน… ตระกูลผู้ดีเก่าอย่างเลิศวรานนท์ต้องการเกี่ยวดองกับตระกูลมหาเศรษฐีใหม่อย่างวรโชติพงศ์ แม้จะเพิ่งก้าวขึ้นมามีชื่อเสียงจากกิจการเกี่ยวกับอาหารแปรรูปส่งออก ทว่าสินเดิมจากคุณหญิงรจเรศภรรยาคนปัจจุบันของคุณธรากรก็เป็นอีกแรงกระตุ้นให้คุณหญิงวารีอยากเป็นทองแผ่นเดียวกันกับคนบ้านนั้น เพราะเหตุนี้พี่ชายของเขาจึงต้องรับหน้าที่สำคัญนั่นคือแต่งงาน
เจ้าสาวคือ กวินตรา วรโชติพงศ์ ทายาทคนเล็กของคุณหญิงรจเรศ และเป็นทายาทโดยสายเลือดคนเดียวของตระกูลหาญชัยชนะ บ้านเดิมของคุณหญิงรจเรศ
มาวินเคยคัดค้านในคราแรก ทว่าสุดท้ายพี่ชายก็พ่ายแพ้ให้แก่ความปรารถนาของมารดา เขาซึ่งเป็นน้าชายทำได้เพียงนั่งนิ่งๆ ฟังคำสรรเสริญครอบครัววรโชติพงศ์ข้างๆ โดยไร้คำทัดทานใด
เมื่อก่อนวาคินเคยรู้สึกว่าตนเองเป็นส่วนเกินของบ้าน
ทว่านานวันเข้า เขากลับเข้าใจทุกอย่างชัดเจนขึ้น
เขาไม่ใช่ส่วนเกิน แต่ไม่ใช่คนในครอบครัวเลิศวรานนท์ตั้งแต่แรก
หากไม่ใช่เพราะคำสั่งเสียสุดท้ายของคุณตาเขาคงจากไปนานแล้ว…
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูทำให้ร่างสูงขยับลุกขึ้นยืน ใช้สองมือปาดไล่น้ำตาที่เอ่อคลอดวงตาทิ้ง เปิดประตูออกไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ทำงานเสร็จหรือยัง” เสียงถามพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของพี่ชายทำให้วาคินแค่นหัวเราะในลำคอ
“ครับ” เขาตอบสั้นๆ ก่อนเดินนำเข้ามายังห้องทำงานที่จัดเป็นสัดส่วนภายในห้องนอน
มาวินเดินตามแผ่นหลังของน้องชายไปนั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานอันเป็นที่ประจำของเขา เมื่อเบื่อหน่ายฟังมารดาพร่ำเพ้อถึงวรโชติพงศ์ เขาก็มักปลีกตัวมาที่นี่ สถานที่ที่มารดาไม่กร่ำกราย
“วา” ทันทีที่วาคินนั่งลงฝั่งตรงข้าม คนที่ตั้งใจมาสนทนากับน้องก็เปิดฉากทันที
“พี่มีเรื่องจะคุยด้วย”
มาวินต้องการคุยเรื่องสำคัญที่มารดาคัดค้านเสมอ ทว่าในสายตาของพี่ชายมันเป็นสิ่งที่วาคินต้องได้รับ
“พี่จะโอนหุ้นของแอลเอ็นให้ยี่สิบเปอร์เซ็นต์ตามพินัยกรรมของคุณตานะ”
วาคินไม่ตอบรับ เพียงส่ายหน้าเบาๆ หากคนที่ตั้งใจเอาไว้แล้วก็ไม่ลดละความพยายาม
“มันเป็นสิ่งที่วาต้องได้” ทว่ามารดาของเขาไม่ต้องการให้เขาได้!
“คุณหญิงวารีคงไม่อยากให้ผมได้รับในสิ่งที่ไม่ควรเป็นของผม”
มาวินถอนหายใจทิ้ง หยัดกายนั่งตรง นัยน์ตาอบอุ่นคู่เดิมจริงจังขึ้น ยามมองสบมา “มันต้องเป็นของวา”
เพราะวาคินคือผู้ชุบชีวิตบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำท่าจะล้มละลายขึ้นมาด้วยสองมือ ฝ่าฟันวิกฤติหนักมาด้วยสองแขนแข็งแรง แม้ตำแหน่งกรรมการบริหารของบริษัทจะเป็นชื่อของเขา ทว่าคนที่รับหน้าที่ดูแลทุกอย่างคือน้องชายต่างบิดาคนนี้ คนที่ทำให้แอลเอ็นกรุ๊ปกลับมามีชีวิตอีกครั้งควรจะต้องได้อะไรตอบแทนบ้าง ไม่ใช่ความหมางเมินจากมารดา หรือสายตาหยามเหยียดจากคนในตระกูล
“ไม่รู้ละ พี่ให้ทนายจัดการแล้ว”
เป็นอันสิ้นสุดการสนทนา เมื่อร่างตรงหน้าจากไปพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นเช่นเดิม
วาคินรับสายจากคนสนิท และปลีกตัวออกจากงานเลี้ยงต้อนรับประธานกรรมการบริหารแอลเอ็นกรุ๊ปคนใหม่อย่างเบื่อหน่าย ชายหนุ่มเดินออกมายืนรับลมและรอคอยทัศนัยที่หน้าโรงแรม ใบหน้าเรียบนิ่งกับดวงตาเย็นชาคู่เดิมอ่อนล้าจนต้องถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าเขาไม่ได้รู้สึกอะไรต่อการเสียตำแหน่งประธานบริษัท แต่ที่ทำให้เขาหนักใจก็คงเป็นเกมที่พี่ชายกำลังเริ่มต้นกลอยใจเป็นหมากสำหรับแก้แค้น เพียงมองตา เขาก็รับรู้ได้ว่าคนอย่างมาวินไม่มีทางปล่อยมือจากของที่คิดว่าเป็นของตนเองแน่นอน อีกฝ่ายคงฝังหัวไปแล้วว่ากลอยใจเป็นของที่ถูกเขาแย่งชิงมา ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วคนที่ถูกแย่งชิงไปคือเขาต่างหาก“เฮ้อ” ชายหนุ่มถอนหายใจซ้ำ มองทางเข้าของโรงแรมด้วยสายตารอคอยไม่นานหลังจากต้องยืนชะเง้อคอรอคนสนิท รถยุโรปสีดำสนิทป้ายทะเบียนคุ้นตาก็เคลื่อนเข้ามาจอด ชายหนุ่มขยับตัวเดินตรงไปหาทันที เอี้ยวตัวเล็กน้อยยามต้องเปิดประตูรับภรรยาของตนอย่างเป็นทางการ&ldq
บทที่ 8 เปิดตัว“กลับไปนะ!” เสียงแหลมใสกับสองมือเท้าสะเอวอย่างเอาเรื่องของพลอยฝันส่งผลให้กลอยใจเริ่มเป็นห่วงมากขึ้น ผู้ชายสองคนท่าทีสุขุมสวมสูทดีดำยืนประสานมือพูดคุยกับเด็กสาวอยู่หน้าบ้านพักใหญ่ โดยที่เธอทำได้เพียงยืนมองอยู่ไกลๆ ตามคำแนะนำกึ่งคำสั่งของจงอางสาว‘อาจเป็นคนไม่ดี’ พลอยฝันบอกอย่างจริงจังก่อนเดินออกไปสนทนากับแขกที่หน้าบ้านนานพักใหญ่ กระทั่งกลอยใจทนยืนมองเฉยๆ ไม่ไหวจึงตัดสินใจเดินมายืนเคียงข้างร่างเล็ก มองคนมาใหม่สองคนที่ค้อมศีรษะให้อย่างไม่เข้าใจ และยิ่งไม่เข้าใจเมื่อทั้งสองหันมาสนทนากับเธอด้วยสีหน้าเคารพเกินจำเป็น“สวัสดีครับคุณกลอย”กลอยใจยังมึนงง หากก็พยักหน้าตอบรับไปส่งๆ ด้วยความจำเป็น“สวัสดีค่ะ”“ผมได้รับคำสั่งให้มารับคุณกลอยใจไปเตรียมตัว ก่อนเข้างา
“ว่าไงคะคุณทัศ”ทัศนัยถอนหายใจแรงๆ ก่อนกรอกเสียงตามสายต่อมา“คุณวาลืมเอกสารสำคัญครับ ผมและคนของเราที่ไว้ใจได้ ไม่สะดวก และไม่สามารถปลีกตัวไปเอาได้ ผมรบกวนคุณกลอยไปบอกแดนนี่ให้นำเอกสารมาให้เราที่นี่บริษัทด้วยครับ ผมโทรหาหมอนั่นไม่ยอมรับสาย แดนนี่รู้ดีว่าเอกสารอยู่ที่ไหน”เขาเน้นหนักในน้ำเสียงแฝงเร้นช่วงท้ายประโยคคล้ายออกคำสั่งมากกว่าขอร้อง กลอยใจไม่ต้องทบทวนหรือครุ่นคิดให้เสียเวลา หญิงสาวตอบรับทันที“ได้ค่ะ เดี๋ยวกลอยจะรีบไปบอกคุณแดนนี่เดี๋ยวนี้เลย”หลังวางสาย ร่างบอบบางก็กึ่งเดินวิ่งออกไปหลังบ้าน กวาดสายตากระวนกระวายใจมองหาร่างสูงใหญ่ด้วยความร้อนรน“คุณแดนนี่!” หล่อนป้องปากร้องเรียก ก่อนอ้าค้างเมื่อร่างสูงใหญ่ตามแบบหนุ่มยุโรปเดินออกมาจากพุ่มไม้ใหญ่ด้านหลังแปลงผักสวนครัวของพลอยฝันเสียก่อน สีหน้าแปลกใจกับดวงตาสงสัยทำให้กลอยใจต้องสาวเท้
บทที่ 7 ใครบางคนคำว่า ‘เมีย’ ของเจ้านายให้ความรู้สึกแปลกประหลาดในสายตาลูกน้องแทบทุกคน หากวาคินก็ไม่ได้ใส่ใจ รู้ตัวดีว่ารู้จักกลอยใจมากกว่าที่พวกมันคิด หากชายหนุ่มก็ไม่ได้อธิบายอะไรต่อจากนั้น ปล่อยให้คนของตัวเองมองมาด้วยสายตาชอบกลต่อไป“คุณวาจะกลับบ้านเลยไหมครับ” ทัศนัยเดินเข้ามาสอบถามตามหน้าที่ โดยปกติหากเป็นเมื่อก่อน เจ้านายหนุ่มมักจะตอบว่า… ไม่“กลับบ้านเลย”ทว่าวันนี้ คำตอบที่ได้แปลกไป และเป็นคำตอบที่สร้างรอยยิ้มให้คนสนิททั้งหมดในห้องกันถ้วนหน้าวาคินกลับถึงบ้านตอนพลบค่ำพอดี ร่างสูงเดินลงจากรถตามด้วยทัศนัยที่หอบข้าวของตามมาติดๆ ส่วนบอดี้การ์ดที่ทำหน้าที่ดูแลวาคินก็ขับรถกลับทันที“กลับบ้านเร็วกว่าทุกวันนะครับคุณวา” เสียงของแดนนี่ทักขึ้นทันทีที่ร่างของวาคินก้าวเข
บทที่ 6 เชื่อมั่นหลังจากถูกเขา ‘แซว’ จนแทบทำหน้าไม่ถูกเมื่อเจอคนของเขาทั้งบ้าน กลอยใจก็ต้องนึกแปลกใจอีกคำรบ เมื่อผู้ชายที่ออกปากว่าวันนี้จะไม่ออกไปทำงาน กลับบึ่งรถออกจ
กลอยใจกลั้นลมหายใจ กำผ้าห่มที่คลุมกายเอาไว้แน่นเมื่อกลิ่นครีมอาบน้ำหอมสะอาดจากกายสูงลอยเข้ามาเตะจมูก คนไม่เคยนอนกับใครแถมยังเป็นผู้ชายลมหายใจติดขัด กว่าจะปรับลมหายใจ บังคับตัวเองให้สงบใจลงได้ก็ตอนที่เสียงลมหายใจของคนข้างกายสม่ำเสมอวาคินหลับไปแล้ว ห
บทที่ 5 คืนเข้าหอ“วาต่างหากเจ้าบ่าวตัวจริง”วาคินครุ่นคิดถึงคำพูดของพี่ชายจนกระทั่งขับรถกลับมาถึงบ้าน บ้านเดี๋ยวสองชั้นขนาดกลาง ร่มรื่น เงี
“นี่เสื้อผ้าของคุณกลอยค่ะ ส่วนของใช้อื่นๆ คุณเลขาขนไปก่อนหน้าแล้วค่ะ”คำบอกเล่าของสาวใช้สร้างความตกใจให้คนฟังเป็นอย่างมาก คุณหญิงรจเรศหันมองใบหน้าของชายหนุ่มที่ยืนทำหน้านิ่งข้างกายลูกนอกสมรสของสามี ก่อนหันไปมองใบหน้าไร้สีเลือดของคุ





