เข้าสู่ระบบ“ขนมผิงเหรอจ๊ะ ชื่อน่ากินจัง” กระทิงเพ้อ แต่ขนมผิงไม่ได้เคลิ้ม เธอเพียงแค่ยิ้มให้เขา คนที่เธอสนใจกลับเป็นอีกคน
“พี่ไม้ขีด ผิงขอเบอร์โทร.หน่อยสิ” ขนมผิงหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมา
“ถ้าจะเอาไปแล้วโทร.มาวุ่นวาย พี่ไม่ให้นะ อยากอยู่อย่างสงบ” ไม้ซุงทำหน้าเบื่อ
“เอาของพี่ทิงไหมจ๊ะ” กระทิงแทรกเข้ามา
“ไม่ต้อง น้องยังเด็ก” พอเพื่อนพูดแบบนั้น ไม้ซุงจึงคว้าโทรศัพท์จากมือเล็กมาแล้วกดเบอร์ตัวเองโทร.ออก จากนั้นก็วางสาย ส่งโทรศัพท์คืนสาวน้อย “ตั้งใจเรียนนะ ยังไม่ต้องมีแฟน มันไม่มีประโยชน์”
“หูย เข้มงวดกับน้อง ทีตัวเองล่ะ...”
“หุบปากเน่าๆ ของมึงซะไอ้ทิง”
ด่าเพื่อนเสร็จ เงยหน้ามาอีกทีก็เห็นน้องยืนอมยิ้มมองโทรศัพท์ของตัวเอง
“ขอบคุณนะพี่ไม้ขีด ไปกันเถอะ บัว เป้ย” ขนมผิงพยักหน้าให้เพื่อน
“เดี๋ยวพี่ยักษ์เดินไปส่งนะจ๊ะ” ยักษ์ลุกพรวด “ฝากจ่ายเงินด้วยนะเพื่อน”
“นั่ง” ไม้ซุงกระตุกเพื่อนให้นั่งลง
“อะไรวะ”
“ตกลงกันไว้แล้วไงว่าวันนี้มึงเลี้ยง ห้ามชักดาบ” ไม้ซุงทวง
“โธ่โว้ย ไอ้งก” ยักษ์ล้วงกระเป๋าสตางค์ หยิบธนบัตรสีแดงฟาดลงบนโต๊ะสองใบ แล้วพาสามสาวเดินไปทางหอหญิง
ไม้ซุงหันไปมองตามระหว่างที่ยักษ์พาน้องๆ ข้ามถนน แล้วก็โดนเพื่อนที่นั่งฝั่งตรงข้ามยิงคำถาม
“น้องจริงเหรอซุง ทำไมไม่มีเบอร์มึง”
“บอกว่าน้องก็น้องสิ”
“งั้นกูจีบนะ ต้องจีบมึงก่อนใช่เปล่า” กระทิงไม่เกรงกลัวเพื่อนที่ชักสีหน้าใส่
“แล้วแต่ความสามารถของมึง จะจีบกูก่อน หรือจีบน้องก่อนก็แล้วแต่”
“กูถือว่ามึงอนุญาตแล้ว” กระทิงมัดมือชก
ไม้ซุงแค่ไหวไหล่ให้เพื่อนเป็นคำตอบ
*********
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด
เสียงโทรศัพท์ของไม้ซุงดังขึ้นตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า
ชีวิตเด็กหอในวันที่ไม่มีเรียนจะมีอะไรมีความสุขไปกว่าการนอนเกือบเช้า แล้วตื่นเกือบบ่าย
นี่เขาเพิ่งจะหลับไปได้สองชั่วโมง เพื่อนร่วมห้องเริ่มกระดุกกระดิก เอาหมอนมาปิดหูมั่ง คลุมโปงมั่งเพราะเสียงโทรศัพท์ของเขารบกวนการนอน
ไม้ซุงเผยอเปลือกตาขึ้นมองเบอร์แปลก ไอ้พวกคอลเซนเตอร์ไม่รู้จักเวล่ำเวลา มุกด่าพ่อล่อแม่ใช้จนเบื่อ วันนี้ไม้ซุงขอจัดแบบซอฟต์ๆ
“ว่าไงจ๊ะที่รัก” ไม้ซุงหยอด จะหญิงหรือชายไม่สนแหละ จีบก่อนเลย
“รับสายได้หวานจัง” เสียงผู้หญิงปลายสายตอบกลับมา
“หวานได้กว่านี้อีกนะจ๊ะ” ไม้ซุงตอบไปเสียงละมุนที่สุด
“กินข้าวเช้าด้วยกันนะ” คอลเซนเตอร์สาวชวนเสียงหวาน
“หืม” สมองของไม้ซุงประมวลผล เสียงคุ้นๆ แต่ยังไม่แน่ใจ “กินอะไรดีจ๊ะ”
“อะไรก็ได้จ้ะพี่จ๋า กริ๊ด”
จะกรี๊ดก็ไม่กรี๊ดให้เต็มเสียง ไม้ซุงทำปากแบะ
“ไม่ชอบคำตอบแบบนี้เลยจ้ะที่รัก ระบุมาเลยได้ไหมคะคนดี พี่ตามใจน้องจ๋าทุกอย่าง” เขาจ๊ะจ๋าคะขากลับ
“อืมมมมมม เอ่ออออออ”
เขาได้ยินอีกฝ่ายเอาแต่ส่งเสียงอืม อืม อืม ไม้ซุงจึงพลิกตัวนอนตะแคงข้าง วางโทรศัพท์ไว้บนหู ใช้ใบหน้าอันหล่อเหลาเลี้ยงเครื่องมือสื่อสารไว้ไม่ให้ตก รออย่างใจเย็นระหว่างคอลเซนเตอร์เลือกร้านอาหาร จนกระทั่งหลับไป
และมารู้ตัวอีกทีตอนที่รูมเมตปลุก
“เฮ้ย เที่ยงแล้วเพื่อน นัดแพรไว้ไม่ใช่เหรอ” ยักษ์พูดเสียงดังระหว่างหยิบเครื่องอัฐบริขารขึ้นมาใส่ ทั้งนาฬิกา แหวน สร้อย พร้อมฉีดน้ำหอมอบอวลจนฉุน
ไม้ซุงงัวเงียขึ้นมานั่ง ไม่ใช่แค่ยักษ์ที่แต่งตัวเสร็จแล้ว กระทิงเองก็ด้วย
“อ้าว อาบน้ำกันหมดแล้วเหรอ” เขาวาดเท้าลงจากเตียงไปโดนสิ่งแปลกปลอมบนพื้นเข้า
ทำไมโทรศัพท์ของเขาถึงลงมานอนแอ้งแม้งแบบนี้ได้ล่ะ ไม้ซุงหยิบมันขึ้นมาจากพื้นข้างเตียง กดดูเวลา
“ฉิบหาย แบตหมด กี่โมงแล้ววะ”
“เที่ยงห้านาที” กระทิงเป็นคนตอบ
“ป่านนี้แพรคอยแย่แล้ว” ไม้ซุงผลุนผลันจัดการเอาโทรศัพท์ไปชาร์จ
“กูไปก่อนนะ นัดน้องบัวไว้” ยักษ์ตะโกนบอกเพื่อนที่ตาลีตาเหลือกคว้าผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำ
“กูก็ไปด้วย มีน้องบัวก็ต้องมีน้องผิง” กระทิงเดินตามยักษ์ไปที่ประตูห้อง
*********
สองชั่วโมงแล้วที่ขนมผิงมานั่งในโรงอาหาร หน้าร้านขายอาหารญี่ปุ่น ตรงตำแหน่งอย่างที่นัดแนะเป๊ะๆ แต่รอแล้วรอเล่าคนที่เธอนัดก็ยังไม่มาสักที โทร.ไปก็โทร.ไม่ติด ทำอะไรไม่ได้จึงได้แต่นั่งคอยอยู่ที่โต๊ะ
เนื่องจากวันนี้ยังไม่เปิดเทอม ร้านอาหารจึงเปิดแค่บางร้าน ทุกร้านมีคนต่อคิวค่อนข้างยาวเพราะนักศึกษาทยอยมากินอาหารมากขึ้นเรื่อยๆ แม่ค้าเริ่มมองขนมผิงด้วยสายตาไล่ที่เมื่อโต๊ะหน้าร้านเต็ม เธอจึงต้องสั่งข้าวหน้าแซลมอนย่างมากินไปพลางๆ กันแม่ค้าด่า
สักพักโต๊ะข้างๆ มีคนลุก ผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามานั่งแทนที่ทันที แล้วในที่สุดสายตาของขนมผิงก็เห็นคนที่เธอรอกำลังเดินตรงมาด้วยท่าทางเร่งรีบพลางมองนาฬิกาที่ข้อมือไปด้วย
ขนมผิงเปิดยิ้มกว้างจนตาหยี พี่ไม้ซุงเหมือนสารส้มที่เข้ามาแกว่งๆ ในหัวใจทำให้ตะกอนขุ่นๆ นอนก้น ขนมผิงให้อภัยเขา ถึงจะมาช้าแต่ก็มาอยู่ดี เธออ้าปากทัก
“พี่ไม้ขะ...”
“รอนานไหมแพร” ไม้ซุงสอดตัวเข้าไปในเก้าอี้ของโต๊ะตัวข้างๆ
“แป๊บเดียว โทรศัพท์แบตหมดเหรอ แพรโทร.หาเมื่อตอนสายว่าจะเปลี่ยนร้าน ตอนนี้อยากกินอาหารอินเดียหน้ามหา’ลัยมากกว่า”
“อือ โทษทีนะ อยากกินอาหารอินเดียใช่ไหม ไปกัน” ไม้ซุงพูดเอาใจแฟนสาว
ร่างสูงลุกขึ้นยืน ยื่นมือไปให้ผู้หญิงคนนั้นจับ ไม่แม้แต่จะหันมามองโต๊ะข้างๆ ด้วยซ้ำ
“พี่ไม้ขีด” เธอตัดสินใจเรียกเขา ทวงนัดของตัวเองบ้าง
“อ้าว ผิง” เสียงของไม้ซุงบ่งบอกว่าเพิ่งเห็นเธอจริงๆ เขาหันไปมองรอบๆ “ไอ้ทิงล่ะ เห็นบอกว่าจะมากินข้าวกับผิง”
ขนมผิงส่ายหน้า ก้อนสะอื้นตีตื้นขึ้นมา ฝืนก้มหน้าตักข้าวเข้าปากไม่ให้เขาเห็นความผิดหวังในดวงตา ลำคอตีบตันรับรสเค็มปะแล่มของน้ำตาที่ตกอยู่ข้างใน มือบางเย็นเยียบ ได้ยินเสียงเขาแว่วๆ ว่าพี่ไปก่อนนะ
เธอมองแผ่นหลังแกร่งที่เดินห่างออกไปเคียงคู่กับผู้หญิงคนนั้นอย่างนึกน้อยใจ เข้าใจไปว่าเมื่อเช้าที่เขาพูดจาหวานๆ ก็นัดเธอให้กับกระทิง เพื่อนเขานี่เอง
“สงสัยข้อเท้าจะแพลง พี่พาน้องผิงเข้าไปในห้องแต่งตัวก่อนดีกว่า”ขนมผิงเดินกะเผลก แต่ด้วยส้นสูงมากทำให้เดินไม่ถนัด ตัวเธอจึงถูกช้อนขึ้น ระหว่างนั้นก็มีตากล้องเก็บภาพสุดฟินไว้ก่อนที่หนุ่มสาวจะหายเข้าไปในห้องด้านหลังด้วยกัน“เหี้ยเอ๊ย เหี้ยๆๆๆๆๆ” ไม้ซุงฮึดฮัดขัดใจ เขาเดินออกมาจากตรงนั้น แต่ไม่ยอมไปไหนไกล แค่หาจุดยืนปักหลักด้านนอกที่มองเห็นประตูของห้องด้านหลังโดยไม่ยอมไปไหน ขณะเดียวกันที่ด้านในห้องแต่งตัวของพริตตี้ทันทีที่ก้นของขนมผิงแตะเก้าอี้ นาวินก็ก้มลงปลดสายรัดส้นสูง“ไม่ต้องค่ะ ผิงทำเอง”ขนมผิงชักเท้าหนี ทีมงานรีบเอาเจลที่แช่เย็นไว้มาประคบข้อเท้าให้หญิงสาว พร้อมกับใช้ลำตัวหนาๆ กันนาวินออกไปไกลๆ“ผมว่าน้องผิงคงต้องพักสักวันสองวัน” นาวิน วิศวกรหนุ่มใหญ่บอกกับทีมงานที่มาดูแลพริตตี้โดยเฉพาะ“จริงๆ มันก็ได้นะคะ แต่งานนี้น้องผิงเป็นตัวหลัก” ทีมงานพูดอย่างกังวล“ไม่ค่ะ ผิงไม่หยุด ขอผิงพักสักชั่วโมงนึงเดี๋ยวจะออกไปทำหน้าที่ต่อค่ะ” ขนมผิงเงยหน้าบอก น้ำเสียงมั่นใจว่าตนเองสามารถออกไปทำหน้าที่ได้“เดี๋ยวฉีดสเปรย์ตัวนี้ แล้วน้องผิงวางขาบนเก้าอี้ตัวนี้นะคะ นั่งนิ่งๆ”“ช่วยหยิบผ้าคลุมไหล่ในกระเป
“ปีนี้บริษัทเราประสบความสำเร็จมากกับรถยนต์รุ่นล่าสุดที่มาพร้อมนวัตกรรมใหม่ ฉลาด ไฮเทคโนโลยี เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เก่งมากไม้ซุง” หัวหน้าฝ่ายของไม้ซุงตบบ่าเขาขณะเดินชมงานไปด้วยกัน“ไม่ใช่ผมคนเดียวครับ เราทำงานกันเป็นทีม ผมเป็นแค่ตัวเล็กๆ ในทีมนั้น”“ทางญี่ปุ่นเขาชอบคุณมากเลยนะ เขาบอกว่าคุณนี่มันสุดยอดอัจฉริยะ อยากจะให้อยู่ที่นั่นอีกสักสองสามปี รับรองรุ่งแน่”“เป็นเกียรติมากเลยครับ แต่ที่แผนกยังมีวิศวะอีกหลายคนนะครับที่รอคิวไป ทุกคนก็เก่งกันทั้งนั้น จะได้เป็นการระดมสมอง นำความรู้กลับมาช่วยกันพัฒนาโรงงานของเราไงครับ”“ก็จริง” หัวหน้าแผนกพยักหน้าเห็นด้วย “แต่มันเป็นความฝันของคุณไม่ใช่เหรอ ที่จะได้คิดค้นออกแบบรถรุ่นใหม่ๆ”“รอให้โอกาสมาถึงก่อนครับ ถ้าผมไม่กลับมา ดิวจะไปได้อย่างไรล่ะครับ” เขาหมายถึงวิศวะอีกคนที่จะไปดูงานที่ญี่ปุ่นต่อจากเขาพริตตี้สาวในชุดกระโปรงสั้นสีน้ำเงินตัวเสื้อเปลือยไหล่ข้างหนึ่งปรายตามาทางไม้ซุงเป็นพักๆ ไม้ซุงยิ้มให้เธออย่างรักษามารยาท และเดินชมงานในบูธของตัวเองต่อ“พริตตี้บูธเรานี่คัดมาอย่างดีเลยนะ หน้าตาน่ารัก” หัวหน้าแผนกออกความเห็น “ผมเห็นน้องคนนั้นมองคุณอยู่บ่อยๆ
“นี่ก็อีกอย่าง เห็นแก่ตัว สนุกอยู่คนเดียว ผิงยังเรียนไม่จบ ยังไม่พร้อมมีลูก มีน้องที่ต้องดูแล มีบ้านที่ต้องช่วยแม่ส่ง ถ้าท้องขึ้นมาจริงๆ ผิงจะเก็บค่าเช่ามดลูกที่พี่มาไข่ทิ้งไว้ พอคลอดพี่ก็มาเอาลูกของพี่ไป”“แม่ประสาอะไรไม่รักลูก”“ประสาผิงนี่แหละ ปล่อย จะกลับ เสื้อผ้าผิงอยู่ไหน” ฝืนความมึนความปวดหัวกระชากตัวออกมาไม้ซุงเดินไปหยิบเสื้อผ้าของเธอซึ่งแห้งตั้งแต่เมื่อตอนสายและเขาพับไว้อย่างดีมาให้ ใบหน้าหล่อคมไม่ได้สำนึกผิดเลยสักนิด เขายิ้มกวนประสาทแบบคนเจ้าชู้ ขนมผิงกระชากเสื้อผ้ามา“โอนเงินมาด้วย น้ำละหมื่น ที่ใส่ปากคิด 20000”เธอเดินไปหยิบกระเป๋าผ้า ค้นหาโทรศัพท์ แล้วเดินกระแทกเท้าเข้าห้องน้ำไปไม้ซุงผิวปาก เปิดโทรศัพท์เข้าแอปธนาคาร นี่ถ้าพ่อไม่ได้เป็นเถ้าแก่เรือประมง มีธุรกิจร้อยล้าน เขาคงไม่มีเงินเปย์น้องนะเนี่ย เขาส่งสลิปต์เข้าไลน์ของเธอTeddy : ภาพสลิปต์Teddy : โอนค่าปักหมุดให้แล้วนะBunny : ไหนว่า 4 น้ำ โอนมาทำไม 70,000Teddy : ก็จริงๆ มัน 5 น้ำ ข้างล่าง 3 ในปาก 2 เพลียเลยBunny : สติกเกอร์กระต่ายไฟลุกTeddy : ขอนอนแป๊บ อาบน้ำเสร็จปลุกด้วย จะพาไปส่งขนมผิงวางโทรศัพท์บนเคาน์เตอร์ใน
“สะ...เสียว”ร่างบางกระตุกเครียดเขม็ง น้ำหล่อลื่นออกมามากขึ้น สะโพกสาวร่อนส่ายตอดอากาศเสร็จสม“เป็นของพี่นะ” เขากดหัวหอกร้อนลงมาอีกครั้ง เธอสะดุ้ง คับ ตึง เจ็บเกินไป“ไม่ ผิงเจ็บมาก อย่า ฮือ” น้ำตาไหลลงมาตามหางตา “อย่า”ไม้ซุงสงสารน้อง เธอยังไม่รู้สึกตัว เขาเองก็ไม่อยากได้ชื่อว่าข่มขืน จึงจำต้องใช้วิธีอื่น มือหนาข้างหนึ่งสาวแก่นกายขึ้นลง มืออีกข้างเคล้นคลึงหน้าอกของขนมผิงที่หลับไม่ไหวติงไปอีกครั้ง อารมณ์ของเขาพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ส่งให้มือสาวแท่งเนื้อระรัว มันขยายใหญ่ขึ้นร้อนขึ้น ในที่สุดลาวาร้อนก็พุ่งออกมา มันลงไปกองอยู่บนหน้าท้องเนียน ไหลลงไปในหลุมสะดือ บางส่วนลงไปที่กลางร่างแต่ความปรารถนาที่ยังไม่ดับมอดง่ายๆ ของวัยฉกรรจ์ที่มีต่อน้องน้อยของเขา ทำให้มังกรกลางร่างสลดลงชั่วเสี้ยวนาทีแล้วกลับมาขยายใหญ่ เขาจึงต้องใช้วิธีเดิมสังหารมันให้สิ้นฤทธิ์ ก่อนจะเดินไปหยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดให้เธอ จากนั้นก็ลงนอนเคียงข้างกอดเธอไว้ในอ้อมแขนหลับตามไป*********เที่ยงวันรุ่งขึ้นไม้ซุงยืนสูบบุหรี่ที่ระเบียง ส่วนขนมผิงนอนเหมือนซ้อมตาย จะเขย่าจะลากไปทั่วเตียงยังไงก็ไม่ยอมตื่น เขาจึงลงไปซื้อโจ๊กกับน้ำเต้าหู้
“อุ๊บ อุ๊บ อุ๊บ”“ผิง”“อุ๊บ” ไม้ซุงจับไหล่บางที่กำลังทรุดลงไปตรงกางเกงในเขา“อ้วกกกกกก”น้ำร้อนๆ พร้อมเศษอาหารพุ่งออกมาจากปากเธอลงไปที่กางเกงในเขาเต็มๆ “ขอโทษๆ” มือบางปัดเศษอาหารบนนั้น“ผิง พอ พอแล้ว ไม่ต้องปัด เดี๋ยวแตก” เขาดึงตัวเธอขึ้นมาแล้วดันไปพิงผนัง “พี่เช็ดตัวให้ดีกว่า”“ผิงไม่ชอบ มันเหนียวตัว” เธอเอี้ยวแขนไปด้านหลัง ใบหน้าเหยเก จากนั้นก็กลับหลังหันเอาหน้าแนบผนัง “ปลดตะขอยกทรงให้หน่อย”เธอขอความช่วยเหลือ มือก็ดันแพนตี้ลง พลางใช้ขาเกี่ยวช่วย ก้นกลมกลึงขาวจั๊วะล่อตาล่อมือเหลือเกิน มือหนาลองวางลงไปเบาๆ“บอกให้ปลดตะขอไง” เธอปัดมือเขาออกจากก้นอย่างรำคาญไม้ซุงอดทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาสวมกอดที่เอวคอดกิ่ว เบียดความต้องการเข้ากับก้นขาวๆ จมูกคมก้มซุกไซ้ที่ซอกคอระหง คนที่โดนเบียดชิดผนังดิ้นรนอย่างอึดอัด“ผิง ยิ่งดิ้นพี่ยิ่งทนไม่ได้”“ผิงอึดอัด”มือหนาเลื่อนจากหน้าท้องขึ้นไปที่ฐานอก รวบจับกอบกุมความนุ่มหยุ่นล้นมือ อีกมือขยับลงไปที่กลางกาย สองมือเคล้าคลึงจนเสียงครางดังออกมาจากขนมผิงไม้ซุงยอมปล่อยมือจากดอกบัวงามมาปลดตะขอให้เธอหายอึดอัด พอร่างกายผ่อนคลายขนมผิงก็สะบัดยกทรงออก หันตัวในอ้อมแข
“พี่ซุงต้องทำได้อยู่แล้วละค่ะ”“ลุงก็คิดว่าอย่างนั้น ลุงต้องไปแล้ว เดี๋ยวรถติด วันนี้ตีสองเรือประมงเข้าที่มหาชัยด้วย จะได้กลับไปพักก่อน” กวีลุกขึ้น“แหม ให้ลูกน้องดูก็ได้ ทีที่ระยองกับชลบุรียังให้ลูกน้องดูแลแทนเลย” กานดาเย้าสามี“ให้ผมทำงานมั่งเถ้อะ จะได้แก่อย่างมีคุณภาพ”“นึกว่าจะเปิดโรงแรมค้างที่กรุงเทพฯ” ขนมผิงทำหน้างง“ซุงน่ะสิ กลัวจะเหนื่อย แต่ลุงกับป้าอยากกลับบ้านมากกว่า ถ้าออกเดินทางตอนนี้ถึงบ้านก็ค่ำพอดี ขอบใจผิงมากนะลูก ดูแลลุงกับป้าอย่างดีเลย ป้าฝากซุงด้วยนะ”กานดาบอกสาวน้อยที่ตอนนี้หน้าแดงเพราะตากแดดถ่ายรูปจนลืมความร้อนหลังจากเดินไปส่งผู้อาวุโสทั้งสองที่รถแล้ว ขนมผิงก็กลับมานั่งรอที่โต๊ะในโรงอาหารตามเดิม เธอรอจนง่วง จึงหยิบตุ๊กตาตัวหนึ่งที่มีสาวๆ ให้เขามา แล้วแนบแก้มฟุบหลับไป*********“ผิง ผิง ผิง”ขนมผิงปรือตาขึ้นมา ใบหน้าคมเข้มของไม้ซุงอยู่แทบชิดหน้าเธอ มือหนาวางอยู่บนไหล่เธอ ดูจากด้านหลังคล้ายการโอบกอด“เสร็จแล้วเหรอ” เธอถามเสียงเบลอๆ“อือ ไปถ่ายรูปกันนิดสิ ถ่ายกับปริญญาบัตร” เขาเอาหลักฐานแห่งความภาคภูมิใจให้เธอดูขนมผิงยืดตัวขึ้น หยิบคทากระต่ายน้อยที่ดูจิ๊บจ๊อยที่สุดใ







