LOGIN“ขนมผิงเหรอจ๊ะ ชื่อน่ากินจัง” กระทิงเพ้อ แต่ขนมผิงไม่ได้เคลิ้ม เธอเพียงแค่ยิ้มให้เขา คนที่เธอสนใจกลับเป็นอีกคน
“พี่ไม้ขีด ผิงขอเบอร์โทร.หน่อยสิ” ขนมผิงหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมา
“ถ้าจะเอาไปแล้วโทร.มาวุ่นวาย พี่ไม่ให้นะ อยากอยู่อย่างสงบ” ไม้ซุงทำหน้าเบื่อ
“เอาของพี่ทิงไหมจ๊ะ” กระทิงแทรกเข้ามา
“ไม่ต้อง น้องยังเด็ก” พอเพื่อนพูดแบบนั้น ไม้ซุงจึงคว้าโทรศัพท์จากมือเล็กมาแล้วกดเบอร์ตัวเองโทร.ออก จากนั้นก็วางสาย ส่งโทรศัพท์คืนสาวน้อย “ตั้งใจเรียนนะ ยังไม่ต้องมีแฟน มันไม่มีประโยชน์”
“หูย เข้มงวดกับน้อง ทีตัวเองล่ะ...”
“หุบปากเน่าๆ ของมึงซะไอ้ทิง”
ด่าเพื่อนเสร็จ เงยหน้ามาอีกทีก็เห็นน้องยืนอมยิ้มมองโทรศัพท์ของตัวเอง
“ขอบคุณนะพี่ไม้ขีด ไปกันเถอะ บัว เป้ย” ขนมผิงพยักหน้าให้เพื่อน
“เดี๋ยวพี่ยักษ์เดินไปส่งนะจ๊ะ” ยักษ์ลุกพรวด “ฝากจ่ายเงินด้วยนะเพื่อน”
“นั่ง” ไม้ซุงกระตุกเพื่อนให้นั่งลง
“อะไรวะ”
“ตกลงกันไว้แล้วไงว่าวันนี้มึงเลี้ยง ห้ามชักดาบ” ไม้ซุงทวง
“โธ่โว้ย ไอ้งก” ยักษ์ล้วงกระเป๋าสตางค์ หยิบธนบัตรสีแดงฟาดลงบนโต๊ะสองใบ แล้วพาสามสาวเดินไปทางหอหญิง
ไม้ซุงหันไปมองตามระหว่างที่ยักษ์พาน้องๆ ข้ามถนน แล้วก็โดนเพื่อนที่นั่งฝั่งตรงข้ามยิงคำถาม
“น้องจริงเหรอซุง ทำไมไม่มีเบอร์มึง”
“บอกว่าน้องก็น้องสิ”
“งั้นกูจีบนะ ต้องจีบมึงก่อนใช่เปล่า” กระทิงไม่เกรงกลัวเพื่อนที่ชักสีหน้าใส่
“แล้วแต่ความสามารถของมึง จะจีบกูก่อน หรือจีบน้องก่อนก็แล้วแต่”
“กูถือว่ามึงอนุญาตแล้ว” กระทิงมัดมือชก
ไม้ซุงแค่ไหวไหล่ให้เพื่อนเป็นคำตอบ
*********
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด
เสียงโทรศัพท์ของไม้ซุงดังขึ้นตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า
ชีวิตเด็กหอในวันที่ไม่มีเรียนจะมีอะไรมีความสุขไปกว่าการนอนเกือบเช้า แล้วตื่นเกือบบ่าย
นี่เขาเพิ่งจะหลับไปได้สองชั่วโมง เพื่อนร่วมห้องเริ่มกระดุกกระดิก เอาหมอนมาปิดหูมั่ง คลุมโปงมั่งเพราะเสียงโทรศัพท์ของเขารบกวนการนอน
ไม้ซุงเผยอเปลือกตาขึ้นมองเบอร์แปลก ไอ้พวกคอลเซนเตอร์ไม่รู้จักเวล่ำเวลา มุกด่าพ่อล่อแม่ใช้จนเบื่อ วันนี้ไม้ซุงขอจัดแบบซอฟต์ๆ
“ว่าไงจ๊ะที่รัก” ไม้ซุงหยอด จะหญิงหรือชายไม่สนแหละ จีบก่อนเลย
“รับสายได้หวานจัง” เสียงผู้หญิงปลายสายตอบกลับมา
“หวานได้กว่านี้อีกนะจ๊ะ” ไม้ซุงตอบไปเสียงละมุนที่สุด
“กินข้าวเช้าด้วยกันนะ” คอลเซนเตอร์สาวชวนเสียงหวาน
“หืม” สมองของไม้ซุงประมวลผล เสียงคุ้นๆ แต่ยังไม่แน่ใจ “กินอะไรดีจ๊ะ”
“อะไรก็ได้จ้ะพี่จ๋า กริ๊ด”
จะกรี๊ดก็ไม่กรี๊ดให้เต็มเสียง ไม้ซุงทำปากแบะ
“ไม่ชอบคำตอบแบบนี้เลยจ้ะที่รัก ระบุมาเลยได้ไหมคะคนดี พี่ตามใจน้องจ๋าทุกอย่าง” เขาจ๊ะจ๋าคะขากลับ
“อืมมมมมม เอ่ออออออ”
เขาได้ยินอีกฝ่ายเอาแต่ส่งเสียงอืม อืม อืม ไม้ซุงจึงพลิกตัวนอนตะแคงข้าง วางโทรศัพท์ไว้บนหู ใช้ใบหน้าอันหล่อเหลาเลี้ยงเครื่องมือสื่อสารไว้ไม่ให้ตก รออย่างใจเย็นระหว่างคอลเซนเตอร์เลือกร้านอาหาร จนกระทั่งหลับไป
และมารู้ตัวอีกทีตอนที่รูมเมตปลุก
“เฮ้ย เที่ยงแล้วเพื่อน นัดแพรไว้ไม่ใช่เหรอ” ยักษ์พูดเสียงดังระหว่างหยิบเครื่องอัฐบริขารขึ้นมาใส่ ทั้งนาฬิกา แหวน สร้อย พร้อมฉีดน้ำหอมอบอวลจนฉุน
ไม้ซุงงัวเงียขึ้นมานั่ง ไม่ใช่แค่ยักษ์ที่แต่งตัวเสร็จแล้ว กระทิงเองก็ด้วย
“อ้าว อาบน้ำกันหมดแล้วเหรอ” เขาวาดเท้าลงจากเตียงไปโดนสิ่งแปลกปลอมบนพื้นเข้า
ทำไมโทรศัพท์ของเขาถึงลงมานอนแอ้งแม้งแบบนี้ได้ล่ะ ไม้ซุงหยิบมันขึ้นมาจากพื้นข้างเตียง กดดูเวลา
“ฉิบหาย แบตหมด กี่โมงแล้ววะ”
“เที่ยงห้านาที” กระทิงเป็นคนตอบ
“ป่านนี้แพรคอยแย่แล้ว” ไม้ซุงผลุนผลันจัดการเอาโทรศัพท์ไปชาร์จ
“กูไปก่อนนะ นัดน้องบัวไว้” ยักษ์ตะโกนบอกเพื่อนที่ตาลีตาเหลือกคว้าผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำ
“กูก็ไปด้วย มีน้องบัวก็ต้องมีน้องผิง” กระทิงเดินตามยักษ์ไปที่ประตูห้อง
*********
สองชั่วโมงแล้วที่ขนมผิงมานั่งในโรงอาหาร หน้าร้านขายอาหารญี่ปุ่น ตรงตำแหน่งอย่างที่นัดแนะเป๊ะๆ แต่รอแล้วรอเล่าคนที่เธอนัดก็ยังไม่มาสักที โทร.ไปก็โทร.ไม่ติด ทำอะไรไม่ได้จึงได้แต่นั่งคอยอยู่ที่โต๊ะ
เนื่องจากวันนี้ยังไม่เปิดเทอม ร้านอาหารจึงเปิดแค่บางร้าน ทุกร้านมีคนต่อคิวค่อนข้างยาวเพราะนักศึกษาทยอยมากินอาหารมากขึ้นเรื่อยๆ แม่ค้าเริ่มมองขนมผิงด้วยสายตาไล่ที่เมื่อโต๊ะหน้าร้านเต็ม เธอจึงต้องสั่งข้าวหน้าแซลมอนย่างมากินไปพลางๆ กันแม่ค้าด่า
สักพักโต๊ะข้างๆ มีคนลุก ผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามานั่งแทนที่ทันที แล้วในที่สุดสายตาของขนมผิงก็เห็นคนที่เธอรอกำลังเดินตรงมาด้วยท่าทางเร่งรีบพลางมองนาฬิกาที่ข้อมือไปด้วย
ขนมผิงเปิดยิ้มกว้างจนตาหยี พี่ไม้ซุงเหมือนสารส้มที่เข้ามาแกว่งๆ ในหัวใจทำให้ตะกอนขุ่นๆ นอนก้น ขนมผิงให้อภัยเขา ถึงจะมาช้าแต่ก็มาอยู่ดี เธออ้าปากทัก
“พี่ไม้ขะ...”
“รอนานไหมแพร” ไม้ซุงสอดตัวเข้าไปในเก้าอี้ของโต๊ะตัวข้างๆ
“แป๊บเดียว โทรศัพท์แบตหมดเหรอ แพรโทร.หาเมื่อตอนสายว่าจะเปลี่ยนร้าน ตอนนี้อยากกินอาหารอินเดียหน้ามหา’ลัยมากกว่า”
“อือ โทษทีนะ อยากกินอาหารอินเดียใช่ไหม ไปกัน” ไม้ซุงพูดเอาใจแฟนสาว
ร่างสูงลุกขึ้นยืน ยื่นมือไปให้ผู้หญิงคนนั้นจับ ไม่แม้แต่จะหันมามองโต๊ะข้างๆ ด้วยซ้ำ
“พี่ไม้ขีด” เธอตัดสินใจเรียกเขา ทวงนัดของตัวเองบ้าง
“อ้าว ผิง” เสียงของไม้ซุงบ่งบอกว่าเพิ่งเห็นเธอจริงๆ เขาหันไปมองรอบๆ “ไอ้ทิงล่ะ เห็นบอกว่าจะมากินข้าวกับผิง”
ขนมผิงส่ายหน้า ก้อนสะอื้นตีตื้นขึ้นมา ฝืนก้มหน้าตักข้าวเข้าปากไม่ให้เขาเห็นความผิดหวังในดวงตา ลำคอตีบตันรับรสเค็มปะแล่มของน้ำตาที่ตกอยู่ข้างใน มือบางเย็นเยียบ ได้ยินเสียงเขาแว่วๆ ว่าพี่ไปก่อนนะ
เธอมองแผ่นหลังแกร่งที่เดินห่างออกไปเคียงคู่กับผู้หญิงคนนั้นอย่างนึกน้อยใจ เข้าใจไปว่าเมื่อเช้าที่เขาพูดจาหวานๆ ก็นัดเธอให้กับกระทิง เพื่อนเขานี่เอง
“ชุบมะเขือเทศ” ตามฝันยื่นถ้วยที่มีมะเขือเทศสีแดงสวยงามลอยอยู่ในน้ำไปให้ขนมผิง“อันนี้เป็นเมล็ดมะเขือเทศที่พี่ขวัญไปซื้อกับแม่ที่ตลาดนัดใช่ไหมคะ” ขนมผิงถาม“ใช่ค่ะ” ตามฝันพยักหน้าแรงๆ “ปอดถารพิษ”“เก่งมากค่ะ” ขนมผิงลูบหัวทุยๆ ของลูกสาว“แกงถ้มมะระ” ตามฝันยกชามที่มีมะระตุ้งติ้งให้ไม้ซุง“พ่อขอเปลี่ยนกับน้องขุมได้ไหมครับแม่ค้า” ไม้ซุงชี้ไปที่ชามใส่ผักบุ้งที่ถูกเด็ดเป็นท่อนเล็กๆ ตามประสาคนไม่ชอบกินมะระ“ได้ๆ ผักบุ้งไพแดง” ตามฝันสลับชามให้พ่อ แล้วยื่นชามใส่มะระตุ้งติ้งให้ขุมทรัพย์ขุมทรัพย์เป็นลูกค้าที่ดีที่สุด สมจริงที่สุด เด็กน้อยจับมะระส่งเข้าปาก ใช้ฟันที่เริ่มโผล่ออกน้อยๆ มากัดอย่างคันเหงือก กัดๆ ขบๆ เพียงเสี้ยววินาทีก็ทำหน้าเหยเก มะระในมือถูกโยนทิ้ง ปากก็พ่นน้ำลายออกมา พอไม่หายขมก็แผลงฤทธิ์“แงงงงงงง”“ไม่ร้องนะลูก ขมเป็นยา” ไม้ซุงปลอบลูก“ขมเป็นยา ทำไมพี่ซุงไม่กินเองล่ะ” ขนมผิงหยิบน้ำมาให้ลูกกินพรื้อออออพอรับน้ำเข้าไป ขุมทรัพย์ก็พ่นออกมาทันที“โอ๋ๆ พี่ผันพาไปทำไร่เอาไหม” ตามฝันจับแขนน้องเขย่า และชี้ไปที่แปลงผัก ซึ่งไม้ซุงได้ยกดินขึ้นมาเป็นแปลงสามแถว มีทางเดินระหว่างแปลง “ทำไร่ ขุมไ
“ถวัดดีค่ะ คูโหง” ตามฝันยกมือไหว้พร้อมกับถอนสายบัวแทบติดพื้นอย่างที่โรงเรียนเตรียมอนุบาลสอน“โถๆๆ แม่คุณ แต่งหน้าซะด้วยแม่ฉุยฉายน้อยของครู” ครูหงส์หยิบผ้าแดงเดินเข้าไปหาตามฝัน ครั้นเหลือบเห็นขุมทรัพย์ที่ไม้ซุงเพิ่งปล่อยลงพื้นก็จับแก้มยุ้ยๆ อย่างเอ็นดู “พี่ฝันแต่งหน้าให้เหรอลูก”“แท่บๆ แท่บๆ” เด็กน้อยตอบ “อะไรติดอยู่ในปากหรือเปล่าคะคุณพ่อ น้องขุมถึงร้องแท่บๆ” คราวนี้ครูหงส์จับสองแก้มยีเบาๆ อย่างมันเขี้ยว“เปล่าหรอกครับ เขาพูดว่าแซ่บๆ ตามพี่ฝัน” ไม้ซุงอธิบาย มือก็คอยคว้ามืออวบๆ ที่ยื่นไปเหนี่ยวผ้าแดงมาจะใส่ปาก“โจงกระเบนของพี่ฝันค่ะลูก อมไม่ได้น้า” ครูหงส์พยายามปลดผ้าสีแดงออกมาจากมือเด็กน้อย“กล้วยบดมาแล้วคร้าบน้องขุม” ขนมผิงเดินถือถ้วยลายการ์ตูนเข้ามาขุมทรัพย์ได้ยินเสียงแม่ก็ปล่อยผ้าแดงทันที เด็กน้อยโผตัวจะหาแม่ ไม้ซุงจึงรับถ้วยมาถือเพื่อให้ขนมผิงได้อุ้มลูก ขนมผิงพาลูกไปนั่งที่โต๊ะเด็ก เธอจะเอากล้วยบดมาป้อนทุกครั้งเวลาที่ครูหงส์มาซ้อมรำให้ตามฝัน“ตายแล้ว พี่ฝันนี่ซนจริงๆ” ขนมผิงบ่นเบาๆ เมื่อได้มองหน้าลูกชายซึ่งเลอะเทอะด้วยเครื่องสำอางใกล้ๆ“เล่นกันสนุกๆ น่า อย่าไปว่าดุลูกนะ”ไม้ซุง
หลังจากส่งตามฝันเข้านอนในห้องนอนส่วนตัวที่เต็มไปด้วยโดราเอม่อน และแวะดูขุมทรัพย์ซึ่งอยู่ในห้องนอนใหญ่แต่มีฉากกั้นให้เป็นห้องเด็กผู้ชายน่ารักๆ แล้ว ก็ถึงเวลาของพ่อแม่ที่ได้เอนหลังบ้าง“ผิง”“คะ”“ขอบคุณนะครับ ที่ตามจีบพี่แบบมาราธอน”“ผิงทั้งอ่อยทั้งยั่วจนเหนื่อยจนท้อเลย”“พอรู้ตัวว่าถูกผิงเท พี่ใจหายวาบ ตอนนั้นแหละพี่ถึงรู้ว่าชีวิตนี้พี่ขาดผิงไม่ได้ จึงต้องวางแผนสารพัดเพื่อให้ผิงกลับมาเป็นของพี่”“ผิงไม่เคยตัดใจจากพี่ได้ ผิงตื่นเต้นแค่ไหนพี่ไม่รู้หรอกที่ได้เจอพี่ตอนไปเป็นพริตตี้งานมอเตอร์โชว์”“พี่ก็ดีใจ ใจเต้นแรง ไปเฝ้าผิงทุกวัน เพิ่งรู้ว่ารักครั้งแรกมันอารมณ์แบบนี้นี่เอง พี่เข้าใจความรู้สึกของผิงเลย แล้วก็โคตรหวงตอนไอ้นาวินมันจีบผิง”“ได้ข่าวเขามั่งไหมคะว่าตอนนี้เป็นยังไง”“หลังจากมันกับจันทร์ถูกฟ้องและเสียเงินเสียทองไปอื้อ จันทร์ก็ยังทุ่มให้มันอยู่ เหมือนว่าบริษัทกำลังเจ๊งเพราะเอาทุนไปถมให้ไอ้แมงดานั่นไม่หยุด”“สร้างเวรสร้างกรรมเองเนอะ”“ใช่ แต่มันยังสร้างเวรอยู่นะ ได้ข่าวว่าไปเฝ้านักศึกษา ตกเย็นก็พากันซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ไปไหนๆ”“เอาข่าวมาจากไหนคะ”“กำปั้น”“คุณกำปั้น!!!”“อือ คนจัด
สามเดือนต่อมาตีห้าปุ๊บก็มีเสียงตะบันหมากดังมาจากนอกห้อง ขณะที่ห้องครัวซึ่งอยู่ใต้ห้องของขนมผิงพอดีมีเสียงตำน้ำพริก เธอพลิกตัวไปหาคนข้างๆ ความว่างเปล่าบนที่นอนทำให้นึกขึ้นได้ว่าไม้ซุงไปดูเรือตังเกที่จะเข้าท่าตั้งแต่ตีสอง“แม่ทะ” เสียงตามฝันดังขึ้นตรงประตู“ขา” ขนมผิงลุกไปเปิดประตูให้ลูกสาวที่ไปนอนห้องทวดเมื่อคืน“พ่อหม่ำหมากของทวด” ตามฝันฟ้อง ชี้ไปทางพ่อซึ่งกำลังเอาช้อนขอดก้นครกตำหมาก และส่งช้อนเข้าปาก“ออเหรอ” ขนมผิงตามลูกไปนั่งแหมะที่เชี่ยนหมาก“เอ้า ถุงเก่าหมดแล้ว เปิดถุงใหม่เลย” ทวดหยิบถุงยาเส้นออกมาจากถุงก็อบแก็บ โยนใส่ตักไม้ซุงให้จัดการเปิดเอง“พี่”“ครับ” เขาขานรับขณะแกะถุงที่ทวดโยนมาให้ แล้วดึงยาเส้นออกมาสีฟัน“นึกยังไงถึงกิน”“เปรี้ยวปาก ไปท่าฉลอมมามีแต่กลิ่นคาวปลา พอกลับมาเห็นลูกกำลังตำหมากพอดี เลยแซงคิวทวด” เขาหยิบกระโถนที่ย่าเอามาวางไว้ให้ จัดการบ้วนน้ำหมากลงไป“แปลกๆ นะพี่เนี่ย ครั้งก่อนบอกว่าไม่เอาแล้ว”ขนมผิงส่ายหัว ตามองลูกสาวที่กำลังเริ่มต้นตำหมากครกใหม่ โดยมีทวดเป็นคนใส่วัตถุดิบต่างๆ ลงไปในครกตามลำดับ“ขวานตำให้ทวดใหม่ พ่อห้ามหม่ำ” แกดันครกไปไว้อีกด้าน หันหลังให้พ่อ
ชีวิตหลังแต่งงานช่วงแรกขลุกขลักพอสมควร ขนมผิงพาตามฝันมาอยู่คอนโดฯ ของไม้ซุง จากเดิมที่เดินไปทางไหนก็มีธรรมชาติให้เด็กน้อยได้เก็บเกี่ยวความสุข ตอนนี้หลายอย่างขาดหายไป บางอย่างถูกลดขนาดลง เหลือเพียงห้องสี่เหลี่ยมสูงเทียมฟ้า ตอนแรกตามฝันก็ตื่นเต้นกับรถไฟฟ้า ห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่กว่าเดิม ละลานตาด้วยของเล่นเยอะกว่าเดิม แต่ผ่านไปไม่กี่วันก็คิดถึงบ้าน“อยากปูกผัก อยากยดน้ำผัก”“พ่อพาไปซื้อดิน ซื้อกระถาง ซื้อเมล็ดผักไหมคะ แล้วก็เอามาปลูกที่ระเบียง” เขาชี้ไปที่ระเบียงคอนโดฯ ซึ่งมีพื้นที่ว่างพอจะวางกระถางได้สี่ห้าใบ“ไม่ท่ะ ปูกที่บ้าน” ใบหน้าจิ้มลิ้มบิดเบ้“น้องฝันนอนหลับก่อนไหมคะ พรุ่งนี้พ่อกับแม่พากลับบ้าน” ไม้ซุงตบตูดลูก กล่อมให้ลูกนอน ตอนนี้เที่ยงคืนแล้ว เขากลับมาก็พบว่าลูกสาวยังไม่ยอมนอน“ขวานจะนอนกับทวด” เริ่มสะอึกสะอื้น“ตอนนี้ดึกแล้ว ขับรถมันอันตราย” ขนมผิงให้เหตุผล“ไม่ พ่อกับดึก พ่อขับยดไม่อันตาย” ตามฝันแย้ง เพราะทุกคืนไม้ซุงกลับดึก แต่ก็มาถึงอย่างปลอดภัย ส่วนแกอยู่ที่คอนโดฯ กับแม่สองคน“ตอนนี้ทวดนอนแล้วนะคะ” ขนมผิงโน้มน้าว “พรุ่งนี้เราซื้อขนมไปฝากทวดกัน ทวดต้องดีใจแน่ๆ”“ขวานคิดถึงท
ชุดที่ตามฝันสวมขึ้นมาเป็นชุดพริตตี้ที่ไปเต้นในงานมอเตอร์โชว์เมื่อสามเดือนก่อน ที่แท้พริตตี้แม่ลูกก็คือลูกเมียของวิศวกรที่สร้างชื่อเสียงให้บริษัทนี่เอง พวกที่มาจากบริษัทของไม้ซุงพากันลุกจากโต๊ะ เดินไปยืนดูใกล้ๆ เวที“น้องตามฝันจะมาแสดงอะไรคะ” ความน่ารักของเด็กน้อยทำให้พิธีกรหนุ่มอดไม่ได้ที่จะพูดคะขา“เต้นพิตี้ท่ะ”“เต้นพริตตี้เหรอคะ”“ท่ะ”“น้องตามฝันเคยเต้นที่งานมอเตอร์โชว์ใช่ไหมคะ”“ท่ะ เต้นกับแม่ ให้พ่อถุงดูท่ะ”“เอ งั้นก็ต้องให้แม่มาเต้นด้วยสิคะ น้องฝันให้แม่มาเต้นด้วยไหมเอ่ย” พิธีกรกะแกล้งเจ้าบ่าว เสียงเชียร์จากเพื่อนๆ ดังผสมโรง“ได้ท่ะ” รับปากเสร็จก็ร้องเรียกแม่ใส่ไมค์ “แม่มาเต้นพิตี้ท่ะ”ไม้ซุงมองเพื่อนอย่างเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันเมื่อขนมผิงทิ้งเขา แล้วเดินไปหน้าเวทีตามเสียงเรียกของลูกสาวเสียงดนตรีเพลงเดียวกับที่ใช้ในงานมอเตอร์โชว์ดังขึ้น พริตตี้แม่ลูกก็เริ่มเต้น ปากเล็กๆ ของตามฝันร้องไปตามเพลง ตัวก็โยกย้ายดุ๊กดิ๊ก ส่วนขนมผิงกลายเป็นเจ้าสาวที่แซ่บที่สุดด้วยการยักย้ายส่ายสะโพก เต้นขยี้หัวใจหนุ่มๆ ที่เข้าไปยืนใกล้ขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัว“พวกมึงกลับไปนั่งโต๊ะ” เจ้าบ่าวเดินไปด้านหน้าเ
“นี่ก็อีกอย่าง เห็นแก่ตัว สนุกอยู่คนเดียว ผิงยังเรียนไม่จบ ยังไม่พร้อมมีลูก มีน้องที่ต้องดูแล มีบ้านที่ต้องช่วยแม่ส่ง ถ้าท้องขึ้นมาจริงๆ ผิงจะเก็บค่าเช่ามดลูกที่พี่มาไข่ทิ้งไว้ พอคลอดพี่ก็มาเอาลูกของพี่ไป”“แม่ประสาอะไรไม่รักลูก”“ประสาผิงนี่แหละ ปล่อย จะกลับ เสื้อผ้าผิงอยู่ไหน” ฝืนความมึนความปวดหั
“สะ...เสียว”ร่างบางกระตุกเครียดเขม็ง น้ำหล่อลื่นออกมามากขึ้น สะโพกสาวร่อนส่ายตอดอากาศเสร็จสม“เป็นของพี่นะ” เขากดหัวหอกร้อนลงมาอีกครั้ง เธอสะดุ้ง คับ ตึง เจ็บเกินไป“ไม่ ผิงเจ็บมาก อย่า ฮือ” น้ำตาไหลลงมาตามหางตา “อย่า”ไม้ซุงสงสารน้อง เธอยังไม่รู้สึกตัว เขาเองก็ไม่อยากได้ชื่อว่าข่มขืน จึงจำต้องใช้
“ปีนี้บริษัทเราประสบความสำเร็จมากกับรถยนต์รุ่นล่าสุดที่มาพร้อมนวัตกรรมใหม่ ฉลาด ไฮเทคโนโลยี เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เก่งมากไม้ซุง” หัวหน้าฝ่ายของไม้ซุงตบบ่าเขาขณะเดินชมงานไปด้วยกัน“ไม่ใช่ผมคนเดียวครับ เราทำงานกันเป็นทีม ผมเป็นแค่ตัวเล็กๆ ในทีมนั้น”“ทางญี่ปุ่นเขาชอบคุณมากเลยนะ เขาบอกว่าคุณนี่มันสุด
“อุ๊บ อุ๊บ อุ๊บ”“ผิง”“อุ๊บ” ไม้ซุงจับไหล่บางที่กำลังทรุดลงไปตรงกางเกงในเขา“อ้วกกกกกก”น้ำร้อนๆ พร้อมเศษอาหารพุ่งออกมาจากปากเธอลงไปที่กางเกงในเขาเต็มๆ “ขอโทษๆ” มือบางปัดเศษอาหารบนนั้น“ผิง พอ พอแล้ว ไม่ต้องปัด เดี๋ยวแตก” เขาดึงตัวเธอขึ้นมาแล้วดันไปพิงผนัง “พี่เช็ดตัวให้ดีกว่า”“ผิงไม่ชอบ มันเหน







