Masuk
ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง
บรรยากาศเงียบเหงากลับมาครึกครื้นอีกครั้ง อีกเพียงสามวันมหาวิทยาลัยจะเปิดภาคเรียนใหม่ ตอนนี้จึงเป็นช่วงเวลาที่นักศึกษาจากต่างจังหวัดเริ่มทยอยกันเข้ามาพักที่หอในมหาวิทยาลัย
‘หอใน’ แบ่งเป็นหอชายกับหอหญิง หอชายจะเปิดให้เข้าออกยี่สิบสี่ชั่วโมง ในขณะที่หอหญิงจะปิดประตูตอนสี่ทุ่ม ดังนั้นนักศึกษาหญิงคนไหนอึดอัดกับการที่จะต้องตาลีตาเหลือกกลับมาให้ทันเวลาหอปิด เพียงแค่ออกไปนอกรั้วมหาวิทยาลัยก็จะมีหอพักเอกชนเรียงกันเป็นพืด ร้านอาหารผับบาร์ก็เพียบ ความคึกคักละลานตานั้นเป็นเหตุให้บางคนมาเข้าเรียนตอนเช้าในสภาพเมากรึ่มๆ
หอพักชายและหอพักหญิงในมหาวิทยาลัยจะมีด้วยกันฝั่งละห้าตึก ถูกคั่นกลางด้วยถนนที่รถวิ่งสวนได้ ตอนค่ำมีร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นเจ้าอร่อยมาตั้งหน้าทางเข้าหอชาย ซึ่งกลายเป็นศูนย์รวมของชาวหอไปโดยปริยาย
“เฮ้ยๆๆๆ น้องคนนั้นน่ารักว่ะ”
“เบาๆ ลูกชิ้นกู ไอ้ยักษ์” ไม้ซุงปราม แต่ไม่ทันแล้ว ลูกชิ้นที่ถูกคีบขึ้นมาจนจะถึงปากกระเด็นหลุดจากตะเกียบตกปุลงไปบนโต๊ะ กลิ้งหลุนๆ ลงไปบนพื้นซีเมนต์ “เชี่ย เอาของมึงมาแทนเลย” ตะเกียบในมือจ้วงลงไปในชามของยักษ์ เพื่อนสนิทร่วมคณะรวมถึงเป็นรูมเมตด้วย
“น่ารักจริงๆ มึง เงยหน้าขึ้นดูสิ น่าจะเป็นน้องปีหนึ่ง เพิ่งเคยเห็น” ยักษ์ยังพร่ำพรรณนาไม่เลิก
“ไอ้ยักษ์ มึงจะจีบผู้หญิงทุกคนที่น่ารักไม่ได้นะ” กระทิงส่ายหัว นี่ก็เพื่อนร่วมคณะและรูมเมตอีกคน
ไม้ซุงละสายตาจากชามก๋วยเตี๋ยวเงยหน้ามองโต๊ะซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังกระทิง สาวๆ โต๊ะนั้นมากันสามคนเหมือนเขา สองคนหันหน้ามาทางเขา ส่วนอีกคนนั่งหลังแทบจะชนกับกระทิง
“ถ้าให้เดา คนนั่งซ้าย หมวยๆ ขาวๆ ผมยาวๆ ใช่ไหม เพราะมึงไม่น่าจะชอบคนผมซอยสั้น” ไม้ซุงวิเคราะห์จากสเปกเพื่อน
“มึงนี่สมเป็นเพื่อนรักกูเลยว่ะไม้ซุง ผมยาวๆ เวลาอยู่บนเตียงมันโคตรเซ็กซี่ขยี้ใจเลย ไม่ว่าจะตอนสะบัด ตอนร่อนเอว ตอนขย่ม หรือตอนผมสยายบนหมอน”
“พูดเข้า จินตนาการทั้งนั้น เห็นแต่ลากไปกินในห้องน้ำที่ยิม หลังกระแทกฝาโครมๆ ผมเผ้าไม่เคยได้ถึงหมอนถึงที่นอนเลยมั้ง” กระทิงวิจารณ์เพื่อน
“คนนี้แหละ ถ้าจีบติด ก็จะไปเช่าหอนอกอยู่กับน้องเขาเลย แล้วพวกมึงจะเหงา คอยดูเถอะ”
“ไอ้บ้ายักษ์ เทอมหน้าก็ต้องฝึกงานแล้ว” ไม้ซุงพูดดับฝันเพื่อน
“ฝึกงานก็ฝึกสิ เช้ามาผัวออกไปฝึกงาน เมียไปเรียน ใครๆ เขาก็ทำกัน จบมะ” ยักษ์ฝันหวาน
“จบ แล้วยังไงจ๊ะ ก่อนจะถึงวันนั้นพวกกูต้องหอบหนังสือไปนั่งอ่านใต้หอหญิงอีกไหม ตอนกลางคืนยุงตัวอย่างกับแม่ไก่” ไม้ซุงสยองทุกครั้ง “เสียเลือดเสียเนื้อฟรีๆ เพราะรักเพื่อนนะตัวกู”
“เอาน่า อยู่บนหอถ้าพวกมึงไม่แดกเหล้า ก็นอนให้หนังสืออ่าน มานั่งอ่านหนังสือสร้างภาพใต้หอหญิงมีของสวยๆ งามๆ ให้ดูเพียบไม่ดีกว่าเหรอ”
“รถไฟชนกันใครจะรับผิดชอบ คราวก่อนน้องเฟิร์นเดินลงมาจากหอหนึ่ง น้องเจนนี่วิ่งมาจากหอสอง น้องนุ่นจากหอสี่ เปิดศึกใต้หอกูยังจำไม่ลืมเลือน” ไม้ซุงหัวเราะ อุตส่าห์สับรางแทบแย่ มาตายน้ำตื้นตอนที่ยกโขยงมาช่วยเพื่อนจีบสาวเมื่อเทอมที่แล้ว
“มึงก็ไม่เห็นเศร้านี่ไอ้ซุง” ยักษ์แซะเพื่อน
“น้องเขากำลังจะเรียกเก็บเงินแล้ว” กระทิงนั่งใกล้โต๊ะสาวๆ ที่สุดได้ยิน
“รีบๆ กินเร็ว จะได้เดินตามไปส่ง” ยักษ์เร่งเร้า ทั้งหมดจึงรีบทำเวลา ทั้งสาวเส้นก๋วยเตี๋ยว ต้อนลูกชิ้น ซดน้ำซุปอย่างตะกรุมตะกราม
“อ้าว พี่กวี”
สาวน้อยอีกคนที่นั่งหันหลังให้โต๊ะสามหนุ่มมาตลอดเอ่ยปากทักทายไม้ซุงด้วยความดีใจ เมื่อลุกจากโต๊ะหันมาเห็นเขาเข้า
ไม้ซุงถึงกับสำลักน้ำอัดลมที่อัดเข้าปาก ไม่ต้องมองก็รู้ว่าใคร ไม่ใช่ว่าจำเสียงได้ แต่มีอยู่คนเดียวที่เรียกเขาด้วยชื่อนี้
สาวน้อยหน้าคมตากลมบ๊อก หน้าเรียวเล็กที่รวบผมตรึงไว้ตรงท้ายทอยโชว์รูปหัวทุยๆ ยิ้มโชว์ฟันเรียงซี่สวย รอให้เขาเอาปากไปถูกับหัวไหล่เช็ดปากเปื้อนๆ ให้พอ
“ไม่น่ารักเลย!” ไม้ซุงว่าน้องคนนั้น
“ก็ไม่เคยน่ารักสำหรับพี่อยู่แล้วนี่ แต่จะว่ายังไงผิงก็ทนได้ ชินแล้ว” เธอยิ้มตาเป็นประกาย
“เวรกรรมอะไรวะเนี่ย” ไม้ซุงสบถเบาๆ แต่อีกสองหนุ่มกำลังตะลึงงัน คนที่นั่งหลังชนกับกระทิงมาตลอดน่ารักกว่าคนที่ยักษ์เล็งๆ ไว้เยอะ
หลังเท้าไม้ซุงกำลังโดนกระทืบเร่าๆ สายตาคมปลาบตวัดมองเพื่อนที่นั่งฝั่งตรงข้ามด้วยความหมั่นไส้ ก่อนตวัดขาขึ้นถีบกระทิง กะจะฟาดให้โดนงูลามกในกางเกงของมันซะหน่อย แต่เพื่อนรู้แกว รีบหุบขาหนีบไว้ได้ทัน
“ไอ้สัส ประทุษร้ายลูกกู” กระทิงด่าเพื่อนลอดไรฟัน
พอได้รับคำเยินยอจากเพื่อนเสร็จ ไม้ซุงก็หันไปหายักษ์ ไอ้นี่ก็อีกตัว งูบนกบาลชูคอยักแย่ยักยัน ไม้ซุงจึงยกมือตบผลัวะจนเพื่อนคอย่น
“อีหนูนี่มันน้องกู ถ้าจะจีบต้องเข้าทางพี่ จำไว้” ไม้ซุงประกาศ ก่อนเงยหน้ามองสาวน้อยที่ยืนหน้าบึ้งตึงไม่ยอมรับสถานะ ‘น้อง’ แล้วมองเลยไปยังอีกสองสาวที่ยืนยิ้มอยู่
“ว่าแต่กวีนี่ชื่อเดิมมึงเหรอ”
“ชื่อพ่อกู” ไม้ซุงบอกเพื่อนแล้วตวัดค้อนมาทางหญิงสาวหน้าทะเล้น “เรียกให้มันดีๆ”
“ค่ะ พี่ไม้ขีด” เธอหัวเราะอย่างเป็นต่อ
“ไม่ได้ดีขึ้นเลย” ไม้ซุงส่ายหัว
“พี่ไม้ขีดครับ มื้อนี้น้องยักษ์เลี้ยงเองครับ” ยักษ์ได้ทีรีบขยี้ต่อ จับหมับตรงที่ถูกประณามว่าเป็นไม้ขีด “ไม้ขีดจริงๆ ด้วยอะตัวเอง แบบนี้หญิงไม่ฟินนะ”
“ทะลึ่ง” ไม้ซุงด่าเพื่อน
เมื่อรู้ว่าสาวน้อยคนนี้เป็นน้องของเพื่อน...น้องภาษาอะไรของมันก็ไม่รู้ ยักษ์ก็ไม่อยากยุ่ง เขาจึงวกกลับไปที่เป้าหมายแรก “น้องเรียนคณะอะไรคะ”
“มนุษย์ฯ ค่ะ”
“ชื่ออะไรคะ” ยักษ์เริ่มกระบวนการจีบอย่างเป็นขั้นเป็นตอน
“หนูชื่อบัว คนนี้เป้ย นั่นขนมผิง” บัว หรือบัวบูชา สาวหมวยผมยาวที่ยักษ์ต้องการลงหลักปักหมุดส่วนตัว เอ่ยแนะนำเพื่อนทีละคน
“ชื่อบัวเหรอคะ น่ารักแล้วยังชื่อเพราะอีก”
ระหว่างที่ยักษ์กำลังแจกขนมจีบป้อนคำหวาน กระทิงก็มองน้องสาวเพื่อนไม่วางตา
“ชุบมะเขือเทศ” ตามฝันยื่นถ้วยที่มีมะเขือเทศสีแดงสวยงามลอยอยู่ในน้ำไปให้ขนมผิง“อันนี้เป็นเมล็ดมะเขือเทศที่พี่ขวัญไปซื้อกับแม่ที่ตลาดนัดใช่ไหมคะ” ขนมผิงถาม“ใช่ค่ะ” ตามฝันพยักหน้าแรงๆ “ปอดถารพิษ”“เก่งมากค่ะ” ขนมผิงลูบหัวทุยๆ ของลูกสาว“แกงถ้มมะระ” ตามฝันยกชามที่มีมะระตุ้งติ้งให้ไม้ซุง“พ่อขอเปลี่ยนกับน้องขุมได้ไหมครับแม่ค้า” ไม้ซุงชี้ไปที่ชามใส่ผักบุ้งที่ถูกเด็ดเป็นท่อนเล็กๆ ตามประสาคนไม่ชอบกินมะระ“ได้ๆ ผักบุ้งไพแดง” ตามฝันสลับชามให้พ่อ แล้วยื่นชามใส่มะระตุ้งติ้งให้ขุมทรัพย์ขุมทรัพย์เป็นลูกค้าที่ดีที่สุด สมจริงที่สุด เด็กน้อยจับมะระส่งเข้าปาก ใช้ฟันที่เริ่มโผล่ออกน้อยๆ มากัดอย่างคันเหงือก กัดๆ ขบๆ เพียงเสี้ยววินาทีก็ทำหน้าเหยเก มะระในมือถูกโยนทิ้ง ปากก็พ่นน้ำลายออกมา พอไม่หายขมก็แผลงฤทธิ์“แงงงงงงง”“ไม่ร้องนะลูก ขมเป็นยา” ไม้ซุงปลอบลูก“ขมเป็นยา ทำไมพี่ซุงไม่กินเองล่ะ” ขนมผิงหยิบน้ำมาให้ลูกกินพรื้อออออพอรับน้ำเข้าไป ขุมทรัพย์ก็พ่นออกมาทันที“โอ๋ๆ พี่ผันพาไปทำไร่เอาไหม” ตามฝันจับแขนน้องเขย่า และชี้ไปที่แปลงผัก ซึ่งไม้ซุงได้ยกดินขึ้นมาเป็นแปลงสามแถว มีทางเดินระหว่างแปลง “ทำไร่ ขุมไ
“ถวัดดีค่ะ คูโหง” ตามฝันยกมือไหว้พร้อมกับถอนสายบัวแทบติดพื้นอย่างที่โรงเรียนเตรียมอนุบาลสอน“โถๆๆ แม่คุณ แต่งหน้าซะด้วยแม่ฉุยฉายน้อยของครู” ครูหงส์หยิบผ้าแดงเดินเข้าไปหาตามฝัน ครั้นเหลือบเห็นขุมทรัพย์ที่ไม้ซุงเพิ่งปล่อยลงพื้นก็จับแก้มยุ้ยๆ อย่างเอ็นดู “พี่ฝันแต่งหน้าให้เหรอลูก”“แท่บๆ แท่บๆ” เด็กน้อยตอบ “อะไรติดอยู่ในปากหรือเปล่าคะคุณพ่อ น้องขุมถึงร้องแท่บๆ” คราวนี้ครูหงส์จับสองแก้มยีเบาๆ อย่างมันเขี้ยว“เปล่าหรอกครับ เขาพูดว่าแซ่บๆ ตามพี่ฝัน” ไม้ซุงอธิบาย มือก็คอยคว้ามืออวบๆ ที่ยื่นไปเหนี่ยวผ้าแดงมาจะใส่ปาก“โจงกระเบนของพี่ฝันค่ะลูก อมไม่ได้น้า” ครูหงส์พยายามปลดผ้าสีแดงออกมาจากมือเด็กน้อย“กล้วยบดมาแล้วคร้าบน้องขุม” ขนมผิงเดินถือถ้วยลายการ์ตูนเข้ามาขุมทรัพย์ได้ยินเสียงแม่ก็ปล่อยผ้าแดงทันที เด็กน้อยโผตัวจะหาแม่ ไม้ซุงจึงรับถ้วยมาถือเพื่อให้ขนมผิงได้อุ้มลูก ขนมผิงพาลูกไปนั่งที่โต๊ะเด็ก เธอจะเอากล้วยบดมาป้อนทุกครั้งเวลาที่ครูหงส์มาซ้อมรำให้ตามฝัน“ตายแล้ว พี่ฝันนี่ซนจริงๆ” ขนมผิงบ่นเบาๆ เมื่อได้มองหน้าลูกชายซึ่งเลอะเทอะด้วยเครื่องสำอางใกล้ๆ“เล่นกันสนุกๆ น่า อย่าไปว่าดุลูกนะ”ไม้ซุง
หลังจากส่งตามฝันเข้านอนในห้องนอนส่วนตัวที่เต็มไปด้วยโดราเอม่อน และแวะดูขุมทรัพย์ซึ่งอยู่ในห้องนอนใหญ่แต่มีฉากกั้นให้เป็นห้องเด็กผู้ชายน่ารักๆ แล้ว ก็ถึงเวลาของพ่อแม่ที่ได้เอนหลังบ้าง“ผิง”“คะ”“ขอบคุณนะครับ ที่ตามจีบพี่แบบมาราธอน”“ผิงทั้งอ่อยทั้งยั่วจนเหนื่อยจนท้อเลย”“พอรู้ตัวว่าถูกผิงเท พี่ใจหายวาบ ตอนนั้นแหละพี่ถึงรู้ว่าชีวิตนี้พี่ขาดผิงไม่ได้ จึงต้องวางแผนสารพัดเพื่อให้ผิงกลับมาเป็นของพี่”“ผิงไม่เคยตัดใจจากพี่ได้ ผิงตื่นเต้นแค่ไหนพี่ไม่รู้หรอกที่ได้เจอพี่ตอนไปเป็นพริตตี้งานมอเตอร์โชว์”“พี่ก็ดีใจ ใจเต้นแรง ไปเฝ้าผิงทุกวัน เพิ่งรู้ว่ารักครั้งแรกมันอารมณ์แบบนี้นี่เอง พี่เข้าใจความรู้สึกของผิงเลย แล้วก็โคตรหวงตอนไอ้นาวินมันจีบผิง”“ได้ข่าวเขามั่งไหมคะว่าตอนนี้เป็นยังไง”“หลังจากมันกับจันทร์ถูกฟ้องและเสียเงินเสียทองไปอื้อ จันทร์ก็ยังทุ่มให้มันอยู่ เหมือนว่าบริษัทกำลังเจ๊งเพราะเอาทุนไปถมให้ไอ้แมงดานั่นไม่หยุด”“สร้างเวรสร้างกรรมเองเนอะ”“ใช่ แต่มันยังสร้างเวรอยู่นะ ได้ข่าวว่าไปเฝ้านักศึกษา ตกเย็นก็พากันซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ไปไหนๆ”“เอาข่าวมาจากไหนคะ”“กำปั้น”“คุณกำปั้น!!!”“อือ คนจัด
สามเดือนต่อมาตีห้าปุ๊บก็มีเสียงตะบันหมากดังมาจากนอกห้อง ขณะที่ห้องครัวซึ่งอยู่ใต้ห้องของขนมผิงพอดีมีเสียงตำน้ำพริก เธอพลิกตัวไปหาคนข้างๆ ความว่างเปล่าบนที่นอนทำให้นึกขึ้นได้ว่าไม้ซุงไปดูเรือตังเกที่จะเข้าท่าตั้งแต่ตีสอง“แม่ทะ” เสียงตามฝันดังขึ้นตรงประตู“ขา” ขนมผิงลุกไปเปิดประตูให้ลูกสาวที่ไปนอนห้องทวดเมื่อคืน“พ่อหม่ำหมากของทวด” ตามฝันฟ้อง ชี้ไปทางพ่อซึ่งกำลังเอาช้อนขอดก้นครกตำหมาก และส่งช้อนเข้าปาก“ออเหรอ” ขนมผิงตามลูกไปนั่งแหมะที่เชี่ยนหมาก“เอ้า ถุงเก่าหมดแล้ว เปิดถุงใหม่เลย” ทวดหยิบถุงยาเส้นออกมาจากถุงก็อบแก็บ โยนใส่ตักไม้ซุงให้จัดการเปิดเอง“พี่”“ครับ” เขาขานรับขณะแกะถุงที่ทวดโยนมาให้ แล้วดึงยาเส้นออกมาสีฟัน“นึกยังไงถึงกิน”“เปรี้ยวปาก ไปท่าฉลอมมามีแต่กลิ่นคาวปลา พอกลับมาเห็นลูกกำลังตำหมากพอดี เลยแซงคิวทวด” เขาหยิบกระโถนที่ย่าเอามาวางไว้ให้ จัดการบ้วนน้ำหมากลงไป“แปลกๆ นะพี่เนี่ย ครั้งก่อนบอกว่าไม่เอาแล้ว”ขนมผิงส่ายหัว ตามองลูกสาวที่กำลังเริ่มต้นตำหมากครกใหม่ โดยมีทวดเป็นคนใส่วัตถุดิบต่างๆ ลงไปในครกตามลำดับ“ขวานตำให้ทวดใหม่ พ่อห้ามหม่ำ” แกดันครกไปไว้อีกด้าน หันหลังให้พ่อ
ชีวิตหลังแต่งงานช่วงแรกขลุกขลักพอสมควร ขนมผิงพาตามฝันมาอยู่คอนโดฯ ของไม้ซุง จากเดิมที่เดินไปทางไหนก็มีธรรมชาติให้เด็กน้อยได้เก็บเกี่ยวความสุข ตอนนี้หลายอย่างขาดหายไป บางอย่างถูกลดขนาดลง เหลือเพียงห้องสี่เหลี่ยมสูงเทียมฟ้า ตอนแรกตามฝันก็ตื่นเต้นกับรถไฟฟ้า ห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่กว่าเดิม ละลานตาด้วยของเล่นเยอะกว่าเดิม แต่ผ่านไปไม่กี่วันก็คิดถึงบ้าน“อยากปูกผัก อยากยดน้ำผัก”“พ่อพาไปซื้อดิน ซื้อกระถาง ซื้อเมล็ดผักไหมคะ แล้วก็เอามาปลูกที่ระเบียง” เขาชี้ไปที่ระเบียงคอนโดฯ ซึ่งมีพื้นที่ว่างพอจะวางกระถางได้สี่ห้าใบ“ไม่ท่ะ ปูกที่บ้าน” ใบหน้าจิ้มลิ้มบิดเบ้“น้องฝันนอนหลับก่อนไหมคะ พรุ่งนี้พ่อกับแม่พากลับบ้าน” ไม้ซุงตบตูดลูก กล่อมให้ลูกนอน ตอนนี้เที่ยงคืนแล้ว เขากลับมาก็พบว่าลูกสาวยังไม่ยอมนอน“ขวานจะนอนกับทวด” เริ่มสะอึกสะอื้น“ตอนนี้ดึกแล้ว ขับรถมันอันตราย” ขนมผิงให้เหตุผล“ไม่ พ่อกับดึก พ่อขับยดไม่อันตาย” ตามฝันแย้ง เพราะทุกคืนไม้ซุงกลับดึก แต่ก็มาถึงอย่างปลอดภัย ส่วนแกอยู่ที่คอนโดฯ กับแม่สองคน“ตอนนี้ทวดนอนแล้วนะคะ” ขนมผิงโน้มน้าว “พรุ่งนี้เราซื้อขนมไปฝากทวดกัน ทวดต้องดีใจแน่ๆ”“ขวานคิดถึงท
ชุดที่ตามฝันสวมขึ้นมาเป็นชุดพริตตี้ที่ไปเต้นในงานมอเตอร์โชว์เมื่อสามเดือนก่อน ที่แท้พริตตี้แม่ลูกก็คือลูกเมียของวิศวกรที่สร้างชื่อเสียงให้บริษัทนี่เอง พวกที่มาจากบริษัทของไม้ซุงพากันลุกจากโต๊ะ เดินไปยืนดูใกล้ๆ เวที“น้องตามฝันจะมาแสดงอะไรคะ” ความน่ารักของเด็กน้อยทำให้พิธีกรหนุ่มอดไม่ได้ที่จะพูดคะขา“เต้นพิตี้ท่ะ”“เต้นพริตตี้เหรอคะ”“ท่ะ”“น้องตามฝันเคยเต้นที่งานมอเตอร์โชว์ใช่ไหมคะ”“ท่ะ เต้นกับแม่ ให้พ่อถุงดูท่ะ”“เอ งั้นก็ต้องให้แม่มาเต้นด้วยสิคะ น้องฝันให้แม่มาเต้นด้วยไหมเอ่ย” พิธีกรกะแกล้งเจ้าบ่าว เสียงเชียร์จากเพื่อนๆ ดังผสมโรง“ได้ท่ะ” รับปากเสร็จก็ร้องเรียกแม่ใส่ไมค์ “แม่มาเต้นพิตี้ท่ะ”ไม้ซุงมองเพื่อนอย่างเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันเมื่อขนมผิงทิ้งเขา แล้วเดินไปหน้าเวทีตามเสียงเรียกของลูกสาวเสียงดนตรีเพลงเดียวกับที่ใช้ในงานมอเตอร์โชว์ดังขึ้น พริตตี้แม่ลูกก็เริ่มเต้น ปากเล็กๆ ของตามฝันร้องไปตามเพลง ตัวก็โยกย้ายดุ๊กดิ๊ก ส่วนขนมผิงกลายเป็นเจ้าสาวที่แซ่บที่สุดด้วยการยักย้ายส่ายสะโพก เต้นขยี้หัวใจหนุ่มๆ ที่เข้าไปยืนใกล้ขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัว“พวกมึงกลับไปนั่งโต๊ะ” เจ้าบ่าวเดินไปด้านหน้าเ
“ลุงกับป้าเอาอะไรอีกไหมคะ ผิงจะไปซื้อให้ก่อน วันนี้รับบทเป็นเมกอัปอาร์ติสด้วย ดีนะที่พี่ซุงมีตากล้องมา ไม่งั้นผิงคงได้เป็นช่างภาพด้วย”“ไม่เอาแล้วละ ผิงทำธุระให้ซุงเถอะ” กานดาตอบยิ้มๆ หยิบพ็อกเก็ตบุ๊กออกมาจากกระเป๋าอ่านฆ่าเวลา ส่วนกวีก็เดินออกไปดูทิวทัศน์ยามเช้าตรู่ด้านนอกโรงอาหารขนมผิงให้ไม้ซุงขย
ปากคุยโทรศัพท์ ตามองไอ้หมอนั่นจับหัวจับหูขนมผิง เอาผมทัดหูให้น้องบ้างละ บีบแก้มบ้างละ ถ้ามองไม่ผิด ขนมผิงเอาสายตาที่เคยใช้มองเขาไปมองมันด้วย เธอถือสิทธิ์อะไรเอาไปใช้ซ้ำตอนนี้แม้แต่สายตาของเธอ เขาก็ยังหวง ว่าแต่เขาใช้สิทธิ์อะไรไปหวงห้าม ในเมื่อเขากลายเป็นอากาศธาตุสำหรับเธอไปแล้ว“เสร็จแล้วเหรอคะ” ข
“พี่ซุง!!!” ขนมผิงอุทานออกมาอย่างตกใจ“จีบใหญ่เลยนะ” ไม้ซุงเสียงขรึม“ทำไมเป็นพี่” เธอหยิบโทรศัพท์ออกจากหูมาดูชื่อที่เซฟไว้อีกที“แล้วทำไมไม่เป็นแค่พี่ล่ะ” เขาหมายถึงทำไมไม่เป็นเขาคนเดียวที่ควรถูกจีบแบบนี้ ทำไมเธอต้องเอาวิธีนี้ไปใช้ซ้ำกับคนอื่นด้วย แต่ขนมผิงเข้าใจไปอีกทาง“ก็ผิงเซฟชื่อพี่ซุงไว้ว่า.
“พี่ซุงต้องทำได้อยู่แล้วละค่ะ”“ลุงก็คิดว่าอย่างนั้น ลุงต้องไปแล้ว เดี๋ยวรถติด วันนี้ตีสองเรือประมงเข้าที่มหาชัยด้วย จะได้กลับไปพักก่อน” กวีลุกขึ้น“แหม ให้ลูกน้องดูก็ได้ ทีที่ระยองกับชลบุรียังให้ลูกน้องดูแลแทนเลย” กานดาเย้าสามี“ให้ผมทำงานมั่งเถ้อะ จะได้แก่อย่างมีคุณภาพ”“นึกว่าจะเปิดโรงแรมค้างที่







