LOGINวิเวียนรับรู้ถึงความจริงใจของเชอรีนจึงทำให้เธอเผยรอยยิ้มออกมา ขอบคุณมากขอบคุณพวกเธอจริงๆที่อยากเป็นเพื่อนกับผู้หญิงจนๆแบบเธอ วิเวียนมีสีหน้าที่ดีขึ้นใบหน้าเริ่มคลี่ยิ้มอ่อนโยน เธอหยิบโทรศัพท์มือถือนำขึ้นมากดสแกนเพิ่มเพื่อน
“หวัดดีนะวิเวียน เราไอรีนยินดีที่ได้รู้จักต่อไปพวกเราเป็นเพื่อนกันนะ” ไอรีนกล่าวถ้อยคำสั้นๆทักทายไปยังเพื่อนสาวคนใหม่หวังว่าเธอคนนี้จะเป็นคนดีและเป็นคนที่คอยช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันนะ
“ขอบใจนะงั้นเดียวเราเข้าไปยื่นใบสมัครก่อนนะ ไว้เจอกันตอนเปิดภาคเรียนนะ” วิเวียนยิ้มกว้างรู้สึกโชคดีมากได้มาพบเจอกลุ่มของหญิงสาวสามคนนี้แต่เธอจำใจต้องขอจบบทสนทนาไว้แต่เพียงเท่านี้ก่อนเพราะในเวลานี้เธอแทบจะไม่มีเวลาหลงเหลือแล้ว คนจนแบบเธอต้องรีบเข้าไปยื่นใบสมัครแล้วต้องรีบกลับไปทำงานรับจ้างปูๆปลาๆตามประสา
งานอะไรก็ได้ที่มันได้เงินเธอพร้อมสู้ตาย....
“โอเค เราดึงวิเวียนเข้ากลุ่มแล้วนะ บัยบายไว้เราทักไปนะ” เชอรีนเงยหน้าขึ้นมองสบตาเพื่อนใหม่พร้อมทั้งยกมือขึ้นร่ำลา ในตอนนี้เธอดึงวิเวียนเข้ามาในกลุ่มไลน์ของพวกเธอเรียบร้อยแล้ว วิเวียนโบกมือลาพร้อมกับรีบเดินจ้ำอ้าวเข้าไปด้านในของคณะ
“โอเคงั้นเราไปก่อนนะ”
“นั่น~ มาร์ชเดินมาพอดี” เพียวเหลือบไปเห็นว่ามาร์ชกำลังเดินมาพอดีจึงทำให้เธอชี้มือไปยังแฟนหนุ่มที่มีใบหน้าหล่อ นิ่ง สมแล้วกับที่เป็นคุณชาย เขาเดินเข้ามาหาแฟนสาว เพียวจึงรีบเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงเพราะเธอรู้ว่าตั้งแต่เช้าเขายังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยสักนิด
“หิวมั้ยไปกินข้าวกันเถอะ” มือเล็กกอบกุมมือแฟนหนุ่มด้วยความหวงแหนทำเอาคนที่ไม่มีแฟนอย่างไอรีนถึงกับกรอกตามองบน อะไรจะคลั่งรักแบบนี้ เธอเบะปากด้วยความหมั่นไส้ เบื่อหน่ายจริงๆที่ต้องคอยมองดูคนมีความรักเช่นนี้
เมื่อไหร่เธอจะมีความรักดีๆกับเขาบ้าง...
แต่ก็นะคิดไปคิดมาไม่มีก็ดีเหมือนกัน ผู้ชายน่ะเจ้าชู้จะตายไปแล้วยิ่งไอ้ประเภทที่รักพี่เสียดายน้องจับปลาสองมืออะไรนั่นเธอยิ่งไม่ชอบใหญ่เลย สรุปเอาเป็นว่าอยู่แบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว
“ฉันก็หิวย่ะทำไมไม่เห็นถามกันบ้าง” ไอรีนยกมือขึ้นกอดอกทำเอาเพียวถึงกับขำขันไปกับท่าทางที่แสร้งทำของเพื่อน เธอรู้ว่ายัยนี่น่ะขี้แกล้งมากแค่ไหนและคงจะเหม็นความรักระหว่างเธอกับมาร์ชนั่นแหละ
“หึ~ ก็กำลังจะถามอยู่นี่ไง” มือเล็กของเพียวจี้เข้าไปยังบริเวณช่วงเอวของเพื่อนสาวทำเอาไอรีนรีบถอยตัวหนีเธอรู้สึกจั๊กจี้จนหลุดที่จะขำออกมาไม่ได้
“ฮ่าๆ เพียวพอแล้ว~”
“ยัยสองคนนี้นี่เล่นกันเป็นเด็กเลย..ว่าแต่พวกเราจะไปกินข้าวร้านไหนกันดี” เชอรีนอดที่จะรู้สึกสนุกไปกับเพื่อนไม่ได้ ใบหน้ายิ้มออกมาอย่างมีความสุข เธอเอ่ยถามถึงยังเรื่องร้านอาหารกับมาร์ชเพราะถ้าถามยัยสองคนนั้นดูแล้วก็คงน่าจะยังไม่ได้คำตอบ
“ไปห้างกันดีกว่าเผื่อจะได้เดินดูของด้วย เพียวมานี่เร็ว~” มาร์ชส่งเสียงเรียกชื่อแฟนสาวที่ตอนนี้ยังเอาแต่แกล้งจั๊กจี้ที่เอวไอรีนอยู่เลย สิ้นเสียงเรียกเพียวจึงล่ะมือออกจากจากกลั่นแกล้งไอรีนแล้วเดินเข้าไปกอบกุมมือแฟนหนุ่มที่เธอหลงใหล
“โอเค ไปกัน”
2 เดือนผ่านไป
มหาลัย AU
วันเปิดภาคเรียน
“ว่าแต่ยัยวิเวียนยังไม่มาอีกเหรอ” เสียงหวานของเชอรีนเอ่ยถามไปยังเพื่อนสนิททั้งสองโดยที่ตัวเธอนั้นพึ่งจะมาถึงและหย่อนก้นนั่งได้ยังไม่ทันจะถึง 5 นาทีเลยด้วยซ้ำ เพียวกับไอรีนต่างก็ส่ายหน้าเพื่อเป็นคำตอบอย่างพร้อมเพรียงกัน
ครืด~
เสียงโทรศัพท์มือถือของไอรีนดังขึ้น มือเล็กหยิบมือถือหันโชว์หน้าจอให้เชอรีนได้เห็นเพราะคนที่โทรเข้ามาก็คือ วิเวียน ที่เชอรีนพึ่งจะถามหานั่นเอง
“นี่ไงโทรเข้ามาพอดี” ไอรีนกดรับสายหลังจากที่บอกเชอรีนเรียบร้อย ปลายสายรีบเอ่ยถามเพราะตรงที่เธอยืนอยู่ล้วนแล้วแต่มีผู้คนมากมายจึงทำให้ไม่รู้เลยว่ากลุ่มเพื่อนเธอไปนั่งกันอยู่ตรงไหน เมื่อวานก็ดันลืมถามเสียด้วย
(ฮัลโหล รออยู่ตรงไหนกันเหรอ เรามาถึงแล้วนะ)
“พวกฉันนั่งกันอยู่ตรงข้างๆตึก เดินผ่านคณะของพวกเรามาแล้วเลี้ยวซ้าย”
(โอเค อย่าพึ่งวางสายนะ)
วิเวียนเดินมาตามทางเดินที่ไอรีนได้บอกตอนนี้เธอเดินมาถึงหน้าคณะแล้วตรงทางข้างหน้ามีทางแยกพอดี เธอเดินเลี้ยวซ้ายไปตามที่เพื่อนได้บอกและเธอก็ได้พบกับกลุ่มเพื่อนของเธอที่นั่งกันอยู่ที่โต๊ะม้านั่ง
“วิเวียนทางนี้!!” เสียงของไอรีนดังขึ้นซึ่งนั่นจึงทำให้วิเวียนตอบกลับไปในสาย
(เราวางแล้วนะ)
ติ๊ด~
เธอรีบเดินปรี่เข้าไปหากลุ่มเพื่อนใหม่ของเธอ หญิงสาวได้แต่นึกอยู่ภายในใจขอให้เพื่อนๆของเธอไม่รังเกียจเธอด้วยเถอะนะ เพราะดูแล้วเพื่อนของเธอทั้งสามคงจะรวยมีฐานะซึ่งผิดกันกับเธอที่จนต้องขยันหาเงินเลี้ยงตัวเองไปด้วยในระหว่างที่เรียนหนังสือแบบนี้
“หวัดดีทุกคน” เสียงหวานทักทายไปยังเพื่อนใหม่ ทั้งสามสาวต่างก็ยิ้มให้กับเธอผู้ซึ่งมาใหม่ เชอรีนเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจว่าวิเวียนจะกินอะไรรองท้องมาบ้างหรือยังเพราะถ้ายังเธอมีขนมปังแซนวิซติดอยู่ในกระเป๋า
“หวัดดี วิเวียนกินอะไรมาหรือยัง”
“เรากินมาจากบ้านแล้วขอบใจนะ” วิเวียนพยักหน้าพลางส่งยิ้มหวานกลับไปให้สำหรับความน่ารักและจิตใจดีของเชอรีน จู่ๆเพียวที่นั่งเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ก็ส่งเสียงแทรกขึ้นราวกับว่ามีเรื่องสำคัญเร่งด่วน
“มาร์ชส่งข้อความมาบอกว่าคณะวิศวะของเขาเรียกรวมพลแล้ว รุ่นพี่มีแต่หน้าเคร่งขรึมกันทั้งนั้นแล้วดูนี่ดิมาร์ชส่งรูปของพวกสายฟ้ามาด้วย เห็นว่าโดนรุ่นพี่ปีที่4 เล่นงานเข้าให้ โทษฐานที่หล่อเกินหน้าเกินตารุ่นพี่แหละ”
เพียวมองไปที่เชอรีนที่ยังคงนิ่งไม่ได้สนใจต่อสิ่งที่เธอกำลังพูด งั้นเธอขอพูดต่ออีกสักหน่อยก็แล้วกัน เธอวางโทรศัพท์มือถือไว้บนโต๊ะเพื่อให้ไอรีนกับวิเวียนได้ดู
“แกดูหน้าเวหาสิ ดูไม่ได้เลย หน้าตามีแต่แป้งขาววอกไปหมด ฮ่าๆ”
“รุ่นพี่เรียกรวมพลแล้ว ไปเร็ว!” เชอรีนทำทีเป็นไม่สนใจเธอต้องเข้มแข็งในเมื่อเลือกที่จะไม่กลับไปคืนดีกับเขาแล้ว ยังไงก็คงต้องรีบทำใจให้ได้โดยเร็วที่สุด หางตาสวยเหลือบไปเห็นรุ่นพี่ที่กำลังยืนรออยู่ตรงสนามที่อยู่ไม่ไกล
ทั้งสี่สาวลุกขึ้นยืนเก็บสัมภาระข้าวของแล้วพากันเดินไปยังสนามแห่งนั้นและในระหว่างที่จะเดินไปยังสนามกว้างเพื่อรวมพลนักศึกษาของคณะนิเทศ เสียงหวานของเชอรีนก็พูดขึ้นเพื่อย้ำเตือนให้วิเวียนจงอย่าลืมไปทำเรื่องของทุนการศึกษา
“วิเวียน~ อย่าลืมไปยื่นเรื่องทุนเรียนนะ” ซึ่งวิเวียนก็พยักหน้าอย่างแน่วแน่ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับเธอเพราะถ้าไม่ได้รับทุนการศึกษาเธอคงต้องทำงานให้หนักขึ้นเพื่อที่จะได้มาซึ่งเงินจำนวนหลายหมื่นที่ไว้สำหรับจ่ายค่าเทอมของมหาวิทยาลัยแห่งนี้
“โอเค เราว่าจะเข้าไปทำเรื่องวันนี้นี่แหละ”
“เดี๋ยวพวกเราไปเป็นเพื่อน” ไอรีนที่เดินขนาบอีกข้างของวิเวียนเอ่ยขึ้นเธอยิ้มจนตาหยี เพียวที่เดินไปก่อนหน้าก็หันกลับมาอวยพรวิเวียนเช่นกันพร้อมทั้งกำชับเรื่องของเงินทองขาดเหลือยังไงบอกกันได้เลยนะ
“ขอให้แกได้ทุนการศึกษานะ พวกเราเอาใจช่วยแล้วถ้าไม่มีเงินยังไงต้องบอกพวกเรานะ”
“เฮ้อ~นี่ฉันต้องพูดจริงๆใช่ไหมเนี่ย” ไอรีนบ่นอุบกับตัวเอง นี่เธอต้องเล่าเรื่องพวกนั้นให้เพื่อนฟังจริงๆน่ะเหรอ แต่ถ้าไม่เล่าเพื่อนของเธอก็คงจะไม่หยุดรังควานเธออย่างแน่นอน โดยเฉพาะยัยเพียวยัยตัวแสบจอมโวยวาย“ก็อย่างที่พวกแกเห็น ผู้ชายคนนั้นคือเร็น” ไอรีนยิ้มแห้งแล้วเริ่มเล่าเรื่องราว โดยเธอเริ่มเปิดเรื่องไปที่เด็กนั่นก็คือผู้ชายในรูป ดวงตากลมโตมองไปยังเพื่อนในกลุ่มและแอบหวังว่าพวกนางจะไม่ถามอะไรไปมากกว่านี้ แต่ทว่าความคิดของเธอก็ต้องพังทลายลงเมื่อยัยเพียวยังคงทำหน้าที่ของตัวเองได้เป็นอย่างดีวุ่นวายมากยัยเพื่อนรัก...“ในรูปนั่นพวกแกดูใกล้ชิดกันมากเลย นี่แกกับน้องเขาไปถึงขั้นไหนกันแล้ว ห้ามปิดบังพวกเรานะ!!” เพียวฉีกยิ้มหวาน สายตาจ้องมองมาที่เธออย่างคนที่กำลังจับผิด ไอรีนที่ได้ยินแบบนั้นก็หน้าเหวอรับประทานไปเลยอึก..ยัยเพื่อนบ้า!!เธอลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ยัยนี่ก็นะช่างสังเกตอะไรขนาดนั้น เธอถอนหายใจออกมาและท้ายที่สุดก็จำต้องอธิบายเพิ่มเติมทั้งที่ไม่อยากจะเล่าเลยด้วยซ้ำ“ขั้นไหนอะไร ไม่มีอะไรสักหน่อย...” เพียวที่ได้ยินคำปฏิเสธจากปากของไอรีนก็หัวเราะดังลั่น เธอพูดเสียงสูงพร้อมกับชี
เธอแกะมือของเร็นให้หลุดจากแขนของตัวเองจากนั้นจึงหันมาบอกเร็นก่อนที่จะเป็นฝ่ายเดินนำขึ้นบันไดไป“พูดมากอยู่ได้ ถ้าจะช่วยพิมพ์ก็ตามขึ้นมา”เช้าวันต่อมาหลังจากที่ฉันจอดรถเสร็จแล้วก็รีบเดินเข้าไปยังคณะของตัวเองและในตอนนี้ฉันก็มองไปยังโต๊ะประจำของพวกเราก่อนที่จะเห็นว่ากลุ่มเพื่อนของฉันต่างก็มากันครบแล้วและก็เป็นตัวฉันเองนี่แหละที่มาเป็นคนสุดท้ายของกลุ่มมากันแต่เช้าเชียวนะ ว่าแต่เรื่องรูปพวกนั้นจะเงียบไปหรือยังนะ ฮึ่ย! ไม่อยากจะคิดเลยและยังไม่ทันทีฉันจะคิดอะไรไปมากกว่านี้เสียงเรียกชื่อฉันก็ดังขึ้น“ไอรีนเดินมาไวๆหน่อย!!” เสียงเรียกชื่อของฉันดังมาตั้งแต่ที่ตัวฉันเองยังเดินไปไม่ถึงยังโต๊ะของพวกเราเลยด้วยซ้ำและเสียงนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจาก ‘ยัยเพียว’ ยัยเพื่อนบ้าจอมโวยวายนั่นเองซึ่งพอได้ยินเสียงของยัยนี่ฉันก็รีบเร่งฝีเท้าเดินเข้าไปนั่งลงยังม้านั่งทันที“เรียกฉันทำไม มีอะไรเหรอ” ไอรีนทำสีหน้าเหนื่อยหน่ายออกไป มือเล็กหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมาจากกระเป๋าสะพายใบรักและยังไม่ทันทีจะได้เล่นโทรศัพท์มือถือของตัวเองเสียงของยัยเพียวก็ดังแทรกขึ้น“สรุปผู้ชายคนนั้นคือใครบอกพวกเรามาเดี๋ยวนี้เล
เธอส่งเสียงบ่นอุบออกไปและไม่วายที่จะดึงมือของเด็กหนุ่มให้ห่างออกแต่ทว่านอกจากเขาจะไม่ยอมเอามือห่างออกไปแล้วเขายังลูบวนไปตามเรียวขาของเธออีกซึ่งนั่นจึงทำให้ไอรีนขนลุกซู่ เธอแอบคิดว่าทำไมเด็กนี่ถึงได้กล้าท้าทายได้ถึงเพียงนี้“พ่อเธอไม่เห็นหรอก..” เร็นพูดเสียงเบาตอบกลับ ไอรีนที่ได้ยินแบบนั้นก็เริ่มรู้สึกของขึ้น ถึงจะไม่เห็นแต่มันก็ไม่สมควรไหม? ไม่รู้ขอบเขตบ้างเลยหรือยังไง เธอขยับลากเก้าอี้ที่ตัวเองกำลังนั่งอยู่เข้าหายังโต๊ะอาหารซึ่งการลากเก้าอี้นั้นทำให้เกิดเสียงดังขึ้นเร็นชะงักพร้อมทั้งยิ้มขึ้นอย่างคนที่รู้ทันว่าเธอทำแบบนั้นเพราะอะไร ก็ได้..ตอนนี้เขาจะยอมเธอไปก่อนแล้วกัน ชายหนุ่มตัวร้ายดึงมือตัวเองกลับทันทีและจู่ๆพ่อของไอรีนก็พูดขึ้นทำเอาทั้งสองหันมองไปยังพ่อไอรีนเป็นตาเดียว“เร็น เมื่อไหร่จะพาแฟนมาบ้านสักที”กึก!!ไอรีนชะงักอย่างคนที่พูดไม่ออก ทำไมจู่ๆพ่อของเธอถึงได้พูดเรื่องแฟนของเด็กนี่ขึ้นมาอีกแล้วเนี่ย หรือว่าพ่อเธออยากให้เด็กนี่มีแฟนมากนักหรือไง แต่จริงด้วยสิ..มันบอกว่ามีแฟนแล้วนี่ ละ แล้วมันมาทำแบบนั้นกับเธอทำไมยิ่งคิดก็ยิ่งสับสน...ฮึ่ย! เกลียดที่สุดเลยไอ้พวกผู้ชายที่มีคนที่ชอ
ชายหนุ่มตัวร้ายรีบดูดกลืนน้ำหวานของเธอลงคอ จนเมื่อหมดเกลี้ยงแล้วเขาจึงลุกขึ้นนั่งหลังตรง มือแกร่งยกขึ้นเช็ดที่ริมฝีปากของตัวเอง เขามองไปยังเรือนร่างแสนสวยของไอรีนที่ตอนนี้กำลังหายใจเหนื่อยหอบและด้วยความที่เป็นคนปากตรงกับใจเขาจึงพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดออกไป“นอนอย่างเดียวทำมาเป็นเหนื่อย” มือหนาเอื้อมไปจับเรียวขาทั้งสองข้างของเธอให้อ้าออกกว้าง ไอรีนที่โดนจับเรียวขาก็ใจเต้นแรงมองเร็นตาไม่กระพริบ เธอชะโงกหน้าขึ้นอย่างคนที่ร้อนรนและตกใจ นี่อย่าบอกนะว่ามันจะทำเธออีกครั้งจริงๆน่ะ“จะทำอะไร..” เสียงหวานเอื้อนเอ่ยออกมาด้วยท่าทางที่กล้าๆกลัวๆทำเอาคนตัวสูงยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ เขาจดจ่อสิ่งนั้นกับร่องเล็กคับแคบ ปลายหัวถูไถไปมาซึ่งมันสร้างความเสียวซ่านให้กับไอรีนเป็นอย่างมาก“อะ!!”“บอกไปแล้วไงว่า..อีกรอบ”“ไม่ได้นะฉันไม่เอาแล้ว!!” เธอตาลุกวาว ร่างบางเริ่มกระถดหนีถอยไปด้านหลัง เร็นที่เห็นว่าเธอคิดที่จะหนีจึงรีบเอื้อมมือคว้าเรียวขาทั้งสองข้างของเธอเอาไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียว ในตอนนี้เขาจับเธอนอนหงายลงไปบนที่นอนแล้วตามด้วยเขาที่ขึ้นไปคร่อมร่างเล็กของเธอเอาไว้“เธอห้ามฉันได้เหรอ” ริมฝีปากแดงหว่านพรมคว
“นอนลงไปซะ เดี๋ยวฉันจะเย็xเธอเอง” เขาหยัดกายนั่งหลังตรง มือแกร่งแยกเรียวขาของเธออ้าออกกว้าง เด็กหนุ่มไฟแรงเริ่มระรัวเอวกระแทกเข้าออกยังรูร่องสีหวานซึ่งคำพูดหยาบโลนที่หลุดออกมาจากปากของเด็กหนุ่มหัวร้อนทำไอรีนอ้าปากค้างอึก..เธอลอบกลืนน้ำลายอย่างไม่นึกเลยว่ามันจะพูดแบบนั้นออกมา“นี่..ฉันกำลังจริงจังอยู่นะ!!” เธอรีบสวนตอบกลับ ใบหน้าสวยบิดเร่าเมื่อเขาจงใจกดกระแทกกระทั้นเข้าออกรุนแรง มือเล็กกำจิกลงบนหัวไหล่ของเด็กหนุ่มเพื่อระบายความเจ็บที่กำลังได้รับ“อื้อ อะ อะ..” ไอรีนส่งเสียงร้องครวญครางออกมา ริมฝีปากบางเผยออย่างห้ามไม่อยู่ เธอออกแรงทุบตีไปที่อกแกร่งของเด็กหนุ่มรุ่นน้อง เร็นที่โดนทำร้ายร่างกายก็รีบเอื้อมมือไปรวบมือเล็กๆทั้งสองข้างของเธอเอาไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียว“ฉันก็กำลังเย็xเธอจริงจังเหมือนกัน เรื่องอื่นไว้ค่อยพูดกันทีหลัง!!” พูดจบเขาก็โน้มร่างกายทาบทับร่างบอบบางใต้ร่าง เอวสอบขยับว่องไวแทงเน้นๆไม่หยุดพัก เขาซุกหน้าแลบลิ้นเลียไปยังหัวนมสีชมพูสวยหวาน ส่วนล่างขยับเข้าออกราวกับโกรธเคืองเธอจนต้องหาทางระบายกับร่างบอบบางเน้นๆ“อะ อื้อ เบาหน่อย มันเจ็บนะ!!” ใบหน้าเรียวเล็กโกรธจัด เธอทำหน้าย
ได้..งั้นเธอจะขอสู้กับมันสักตั้ง ไอรีนแลบลิ้นเลียไปตามแท่งลำขนาดใหญ่ เธอขยับใบหน้าขึ้นลงด้วยความเคลิบเคลิ้ม ไอ้นั่นของเด็กนี่ไม่เหม็นคาวเลยสักนิดแถมมันยังดูน่ามองเพราะเป็นสีชมพูอีกด้วยอ๊อก!อ๊อก!อ๊อก!เสียงเธออมสิ่งนั้นให้หนุ่มรุ่นน้องดังไปทั่วทั้งห้อง เร็นที่กำลังโดนอมอยู่ก็รู้สึกพึงพอใจในฝีมือของเธอเป็นอย่างมาก เขาส่งเสียงร้องครวญครางออกมายามเมื่อเธอกำลังดูดเลียในส่วนหัวของแท่งร้อน“ซี้ด~ จะแตกแล้วคนสวย อ่าส์..อีกนิดเท่านั้น” เขาสอดนิ้วมือเข้าไปในร่องเล็กคับแคบของรุ่นพี่สาวทีเดียวถึงสองนิ้วทำเอาไอรีนตาเบิกกว้างรับรู้ได้ถึงนิ้วมือของเขา เธอส่ายหน้าไปมาเมื่อเร็นเริ่มขยับนิ้วมือเข้าออกยังร่องของเธอ“เร็นพอแล้ว ไม่ไหวแล้ว..” ส่วนนั้นขมิบเกร็งตอดรัดนิ้วมือของเขา ชายหนุ่มตัวร้ายที่รู้ว่าเธอกำลังจะแตกพ่ายก็พูดปลอบโยนเธอ เรียวลิ้นช่ำชองตวัดเลียไปทั่วกลีบดอกไม้เนียนแสนสวย“ไม่ไหวก็แค่ปล่อยออกมา ไม่ต้องกลัว ฉันรอกินน้ำเธออยู่” ไอรีนขมวดคิ้วที่ได้ยินแบบนั้น เธอแลบลิ้นเลียไปตามแท่งเนื้อสีชมพูอ่อนจนในที่สุดเธอก็เริ่มทนไม่ไหวปลดปล่อยน้ำหวานไหลทะลักออกมา“อ๊า อร้าย~” น้ำสีใสจำนวนมากไหลออกมา เธอผละ







