Mag-log inคำพูดนั้นทำให้ทุกคนเงียบไปพร้อมกัน จินมองตรงไปข้างหน้า ก่อนสตาร์ตรถ “จะไปไหน” ไตเติลขมวดคิ้วถาม “หาคนใหม่” “แล้วถ้าเขาปฏิเสธอีกล่ะ” “ก็หาใหม่...หาจนกว่าจะได้” “ถ้ามันยากขนาดนั้น กูว่าฉุดไอมิเถอะ ง่ายกว่าเยอะ” “มันไม่ได้ต้องการแค่เมีย แต่ต้องการการยอมรับ” เป็นทิศเหนือพูดขึ้น “ต้องการการยอมรับจ
“ผมทำเองทั้งหมดครับ” คราวนี้จินเงียบฟังอยู่นาน ก่อนตอบกลับเพียงสั้น ๆ “เข้าใจครับ” คนในสายพูดอะไรบางอย่างต่อ จินก็มองออกไปนอกรถ “ได้ครับ คุณลองพิจารณาดูก่อนก็ได้” “ครับ” “ขอบคุณครับ” “อย่าบอกว่าโดนปฏิเสธ” ทันทีที่สายถูกตัดลง ไตเติลก็มองหน้าจิน “....” จินไม่ได้ตอบ เพียงกดโทรออกหาเบอร์ถัดไปทัน
“อ้าวไอ้นี่ ดูถูกกู แล้วมึงมีรึไง” “กูมีครับ มีกว่ามึงอีก” ไตเติลตอบอย่างมั่นใจ “แต่ต้องรอให้พ่อแม่กูตายก่อน กูถึงจะได้มรดก” “มึงพูดเหมือนอยากให้พ่อแม่ตาย” “กูแค่พูดตามระบบการเงิน” ไตเติลหันไปทางทิศเหนือ “เออ กูได้ยินมาว่าพ่อแม่มึงทำประกันชีวิตไว้เยอะไม่ใช่เหรอ” “แล้ว?” ทิศเหนือขมวดคิ้ว “เห็นว่
“ไม่เอา” จินมองแต่ละแบบผ่าน ๆ ก่อนวางลงทีละแผ่น “แล้วมึงจะเอาอะไร” ทิศเหนือเลิกคิ้ว จินหยิบแฟ้มสุดท้ายออกมา ด้านหน้ามีข้อความเขียนด้วยปากกาสีดำ CHIANG MAI LANDMARK PROJECT เขาเปิดแฟ้มออก เผยให้เห็นภาพร่างขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบนกระดาษ เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวครบวงจรที่รวมสวนธรรมชาติ ลานกิจกรรม จุดชมวิว
“กลับมาเร็ว ๆ นะ” จินหันไปทางห้องรับแขก ภาพตรงหน้าทำให้เขาหยุดเดินไปชั่วขณะ เพราะห้องที่เมื่อคืนยังเป็นระเบียบ ตอนนี้เละเทะจนแทบจำสภาพเดิมไม่ได้ ขวดเหล้าวางเกลื่อนพื้น แก้วถูกทิ้งไว้ตามมุมต่าง ๆ เสื้อผ้ากระจัดกระจายเต็มพรม และถุงยางอนามัยที่ใช้แล้วถูกทิ้งอยู่หลายจุดจนเขาต้องเบือนหน้าหนี ทิศเหนือนอ
จินชะงักไปนิด นัยน์ตาคมหลุบมองคนขี้อายที่เพิ่งหลุดปากพูดเรื่องวาบหวามออกมา ทำให้ใบหน้าคมคายจริงจังและเด็ดขาดขึ้นกว่าเดิม “งั้นต่อไปไม่ทำแล้ว” คำตอบเรียบนิ่งทว่าเด็ดขาดทำเอาไอมิเอะชะงัก ตาโตด้วยความตกใจ หัวใจร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม รีบช้อนตาขึ้นมองเขาทันที “มะ...หมายความว่าไงที่ไม่ทำแล้ว” “หลังจากนี้จ
แต่ยังไม่ทันได้หายใจ เขาก็กระแทกแก่นกายสวนเข้ามาอย่างหนักหน่วง ไม่ยั้งแรงแม้แต่น้อย แรงกระแทกแต่ละครั้งทำให้รถสั่นสะเทือน จังหวะถี่และแรงจนรถยนต์โยกไหวเป็นจังหวะอย่างชัดเจน ไอมิเอะกัดฟันพยายามทน เสียงสะอื้นติดอยู่ในลำคอ มือเล็กจิกกับเบาะเพื่อหาที่เกาะ แต่จินกลับเอื้อมมือใหญ่มาบีบแก้มทั้งสองข้างของเ
“เฮ็ดไปทั่วน้อคูบา เป็นได๋ปานหนิ จื่อบ่” ช้างเอ่ยพลางเช็ดเลือดออกจากเสื้อให้เสือ โดยคำพูดของช้างแทบจะไม่ได้เข้าหูเสือเลย ใบหน้ายังคงเต็มไปด้วยความโกรธ มือยังกำแน่นเหมือนพร้อมจะลุยต่อทุกเมื่อ “นั่นล่ะ อย่าไปกวนเพิ่นอีก เพิ่นเป็นคนใจฮ้าย ต่อไปกะอยู่สื่อๆ คือแข่วทางเทิงเด้อ” “...!!!!” เสือเพียงขมวด
“กูพูดไม่ดีตรงไหน มันเป็นคนเดินเข้ามาหาเรื่องกูก่อน จะให้กูยอม เรื่องอะไรกูต้องยอม มันเป็นพ่อกูรึไง” “แกก็เป็นซะแบบนี้” เธอพูดเสียงเบาราวกับสิ้นหวัง “กูเป็นแบบนี้แล้วจะทำไม กูต้องทำตัวเป็นคนดี ยอมมันเหรอ กูถึงจะได้ใจมึง” คำพูดสุดท้ายหลุดออกมาอย่างไม่ตั้งใจ ทำให้เต็นท์ทั้งหลังเหมือนเงียบกริบ ไอม
@เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมง ปึก! ปึก! ปึก! สะโพกสอบยังคงกระแทกกระทั้นเข้าใส่อย่างรุนแรงและหนักแน่นไม่ลดละ ไม่ยอมผละจากร่างเธอแม้แต่วินาทีเดียว ไอมิเอะยกแขนเล็ก ๆ ขึ้น มาปิดใบหน้าตัวเองไว้ด้วยความอับอายและความเจ็บปวด พลางน้ำตายังคงไหลไม่หยุด ร่างกายก็โยกคลอนไปตามจังหวะแรงกระแทกอย่างน่าเวทนา RrrrrrRrr







