Masukอาทิตย์กึ่งลากกึ่งจูงเรนออกมาจนถึงโซนซักล้างด้านหลังคลับที่เงียบสงัด มีเพียงแสงไฟสลัวจากสปอตไลต์ดวงเล็ก เขาเหวี่ยงแขนเธอออกจนร่างบางเซไปปะทะกับผนังปูนเย็นเยียบ
"ปล่อยฝนนะ คุณเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรมาทำแบบนี้" เรนพยายามดัดเสียงตีหน้าซื่อปฏิเสธสุดชีวิต
"ฉันไม่ได้รู้จักคุณ ฉันชื่อน้ำฝน ไม่ใช่คนที่คุณคิด"
"หุบปาก" อาทิตย์ตวาดลั่นจนเรนสะดุ้ง
"แต่งหน้าหนาเตอะ ใส่คอนแทคเลนส์บ้าบอพวกนี้ คิดว่าฉันจะโง่จนจำรุ่นน้องตัวเองไม่ได้หรือไง รินรดา"
"ฉันบอกว่าไม่ใชไง! ปล่อยนะ"
อาทิตย์แค่นยิ้มสมเพช เขาเอื้อมมือไปคว้าสายยางที่พาดอยู่กับก๊อกน้ำแถวนั้น ก่อนจะเปิดน้ำจนสุดแรงดัน ซ่า!
"อ๊ะ หยุดนะ พี่อาทิตย์ หยุด" เรนยกมือขึ้นป้องหน้า
แต่น้ำเย็นจัดถูกฉีดเข้าใส่ใบหน้าสวยคมของเธออย่างจัง น้ำแรงดันสูงชะล้างทั้งอายไลเนอร์ มาสคาร่า และลิปสติกสีแดงสดให้หลุดลอก ไหลปนไปกับหยาดน้ำตาจนเปรอะเปื้อนไปทั้งหน้าเดรส เมื่อน้ำหยุดลง สภาพของหญิงสาวตรงหน้าไม่เหลือคราบ 'น้ำฝน' ผู้เลอค่าอีกต่อไป คราบเครื่องสำอางที่ไหลเยิ้มเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง... ใบหน้าของ รินรดา เด็กวิศวะจอมซุ่มซ่ามที่อาทิตย์จำได้แม่นยำ
"ทีนี้จะตอแหลว่าไม่ใช่ชื่อเรนอีกไหม"
อาทิตย์ย่างสามขุมเข้าไปหา ก่อนจะกระชากต้นแขนเรียวเล็กเข้าหาตัวอย่างแรงจนร่างของเรนถลามาปะทะแผงอกกว้าง แรงบีบที่มหาศาลทำให้เรนนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด แต่เธอก็ไร้เรี่ยวแรงจะขัดขืน
"อยากได้เงินมากขนาดนั้นเลยเหรอ ถึงขั้นต้องเอาตัวเข้าแลกกับพวกแก่คราวพ่อ"
"ฉันไม่น่าแปลกใจเลยที่เห็นเธอวิ่งรนรานออกจากคณะ ที่แท้ก็รีบมาเตรียมขายตัว"
"มันไม่ใช่อย่างนั้นนะพี่อาทิตย์... ฟังเรนก่อน..." เรนพยายามจะอธิบาย แต่ความจริงที่ว่าเธอรับเงินมัดจำจากเจ่เจ้มาแล้วมันค้ำคออยู่
"ฟังอะไร ฟังคำโกหกของคนติดเที่ยวที่อยากมีเงินใช้เกินตัวเหรอ" อาทิตย์ด่ากราดด้วยความโกรธจัดที่ถูกบดบังด้วยความรู้สึกผิดหวังอย่างรุนแรง
"สมุดโน้ตนั่น... ฉันเปิดอ่านแล้ว มีแต่รายชื่อแขกกับเบอร์โทรศัพท์เอเย่นต์"
"เธอทำแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วรินรดา ขายศักดิ์ศรีแลกกับกระเป๋าแบรนด์เนมหรือค่าเหล้าในคลับหรูล่ะ"
เรนตัวสั่นเทาไม่ใช่เพราะความหนาวจากน้ำ แต่เพราะคำดูถูกที่กรีดลึกเข้าไปในใจ เธออยากจะตะโกนบอกเขาว่าเธอทำเพื่อต่อชีวิตแม่ที่นอนอยู่ในห้องไอซียู แต่ในสภาพที่เธอยืนอยู่ในคลับหรูด้วยชุดโป๊เปลือย และมีเงินปึกใหญ่ที่อาทิตย์เพิ่งกระชากมาจากเสี่ยชูชาติวางอยู่ตรงหน้า... มันทำให้เธอเถียงไม่ออกแม้แต่คำเดียว
"เงียบทำไม ยอมรับแล้วใช่ไหมว่าขายจริง" อาทิตย์เชยคางเธอขึ้น บังคับให้สบตาที่เต็มไปด้วยเพลิงโทสะ แรงบีบที่ปลายคางทำให้เรนเจ็บจนร้าวไปถึงกราม แต่มันยังไม่เท่าความเจ็บปวดที่ถูกเขาย่ำยีศักดิ์ศรีจนไม่เหลือชิ้นดี
เรนจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่มที่เธอเคยทั้งกลัวและแอบชื่นชม บัดนี้ความเสียใจมันพุ่งขึ้นมาจนถึงจุดเดือด ในเมื่ออธิบายไปเขาก็ไม่ฟัง ในเมื่อโลกของคนอย่างเขาไม่มีวันเข้าใจความลำบากของคนที่ไม่มีแม้แต่เงินจะต่อลมหายใจให้แม่... เธอก็จะร้ายให้ถึงที่สุด
"ใช่" เรนตะคอกกลับใส่หน้าเขา เสียงของเธอสั่นพร่าแต่หนักแน่น
"เรนขายตัว แล้วมันหนักหัวพี่ตรงไหนไม่ทราบ" อาทิตย์ชะงักไปชั่วครู่ มือที่เชยคางเธออยู่สั่นเทาด้วยความโกรธที่ทวีคูณ
"รินรดา เธอรู้ตัวไหมว่าพูดอะไรออกมา"
"รู้ตัวดีทุกคำค่ะ" เรนสะบัดหน้าออกจากการเกาะกุมอย่างแรง เธอหยัดกายลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับเขาในสภาพที่เปียกโชกและบอบช้ำ
"พี่อาทิตย์คงไม่รู้หรอกว่างานแบบนี้มันได้เงินง่ายแค่ไหน"
"แค่นั่งเฉย ๆ ชงเหล้า ยิ้มหวาน ๆ เงินหมื่นก็ลอยมาตรงหน้าแล้ว"
"พี่จะให้เรนไปนั่งงมอยู่กับตำราวิศวะแล้วรออดตายหรือไง"
"เงินมันสำคัญกว่าเกียรติของเธอขนาดนั้นเลยเหรอวะ"
"ใช่ สำหรับเรนตอนนี้ 'เงิน' มันสำคัญที่สุด" เธอกระแทกเสียงใส่หน้าเขา น้ำตาไหลปนไปกับหยาดน้ำที่เปียกชุ่มใบหน้า
"และจำไว้ด้วยนะพี่อาทิตย์... คืนนี้มันแค่เริ่มต้น"
"ถ้าพี่ไม่เข้ามาขวาง เรนคงได้เงินมากกว่านี้ไปแล้ว"
"เพราะฉะนั้นอย่ามาทำตัวเป็นฮีโร่ขี่ม้าขาวมาช่วยเรน เพราะพรุ่งนี้ หรือวันต่อๆ ไป เรนก็จะกลับมาทำมันอีก"
"ใครจะเปย์หนัก ใครจะลวนลามเรนยังไงก็ได้ ขอแค่เขาจ่ายเงินมาเรนก็รับหมด"
"เธอมัน... หน้าไม่อาย" อาทิตย์กัดฟันกรอด คำพูดแต่ละคำของรุ่นน้องตรงหน้าเหมือนตบหน้าเขาซ้ำ ๆ
"ค่ะ เรนมันหน้าไม่อาย มันเลว มันต่ำในสายตาพี่" เรนเชิดหน้าขึ้นทั้งน้ำตา
"ในเมื่อพี่ตัดสินเรนไปแล้ว ก็เชิญพี่ไปเสวยสุขบนกองเกียรติยศของพี่เถอะ"
"ส่วนเรน... จะไปทำสิ่งที่พี่เรียกว่า 'ต่ำ' เพื่อแลกกับสิ่งที่เรนต้องการ พี่ไม่มีสิทธิ์มาห้าม"
เรนก้มลงคว้าปึกเงินที่ตกอยู่ที่พื้นขึ้นมากำไว้แน่น ก่อนจะเดินกระแทกไหล่เขาออกไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งให้อาทิตย์ยืนนิ่งอยู่กลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาจางๆ กับความผิดหวังและภาพจำของรินรดาที่พังทลายลงอย่างไม่มีชิ้นดี เขามองตามแผ่นหลังบางที่เดินโซเซลับตาไป พร้อมกับความรู้สึกที่เกลียดเธอ... แต่ในใจกลับเจ็บปวดอย่างบอกไม่ถูก
ห้องพักของเรน
เมื่อเรนกลับมาถึงห้องพักที่เงียบสงัด เธอทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นห้องอย่างหมดแรง น้ำเย็นจัดจากสายยางที่อาทิตย์ฉีดใส่ยังทำให้เธอสั่นสะท้านไปถึงกระดูก คราบเครื่องสำอางที่เปื้อนบนชุดเดรสราคาแพงเป็นหลักฐานชั้นดีของความอัปยศที่เพิ่งผ่านพ้นมา
ยังไม่ทันที่เธอจะได้เปลี่ยนชุด เสียงมือถือในกระเป๋าคลัทช์ก็แผดเสียงดังลั่นจนเธอสะดุ้ง ชื่อบนหน้าจอทำให้หัวใจเธอหล่นวูบ... 'เจ่เจ้'
"ฮัลโหลค่ะเจ้..."
"นี่มันเกิดอะไรขึ้นห๊ะยัยเรน" เสียงแหลมปรี๊ดของเจ่เจ้ดังทะลุออกมาจนเธอต้องเบือนหน้าหนี
"เสี่ยชูชาติโทรมาวีนเจ้จนหูชา บอกว่าเด็กที่เจ้ส่งไปทำตัวไร้มารยาท"
"ผลักเพื่อนเขาหงายหลัง แถมยังมีผู้ชายพังประตูเข้าไปหาเรื่องเขาอีก"
"แกทำพังหมดเลยนะเรน รู้ไหมว่าเสี่ยเขาเป็นลูกค้าวีไอพีนะเว้ย"
"เจ้คะ... ฟังเรนก่อน" เรนพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น
"ลูกค้าเขาทำผิดสัญญาที่เจ้บอกเรนนะคะ เขาไม่ได้แค่ให้นั่งชงเหล้า นั่งดริ้งค์เฉยๆ "
"เขาพยายามจะ... จะลวนลามเรน ทั้งซุกไซ้ ทั้งดึงเข้าไปกอด เรนแทบจะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว"
ปลายสายเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนเสียงของเจ่เจ้จะอ่อนลงแต่ยังแฝงความเคร่งเครียด
"เขาทำขนาดนั้นเลยเหรอ... ไอ้เสี่ยพวกนี้ พอน้ำเมาเข้าปากก็ลืมตัวทุกที" เจ่เจ้ถอนหายใจยาว
"แล้วนี่แกออกมายังไง เจ็บตรงไหนไหม แล้วเงินค่าตัวล่ะ มันคงไม่จ่ายแกแน่ ๆ เดี๋ยวเจ้จัดการเอง"
"เจ้จะโทรไปทวงเงินส่วนที่แกควรได้คืนมาให้"
"ไม่ต้องค่ะเจ้..." เรนพูดขัดขึ้นพลางมองปึกธนบัตรที่เปียกชื้นในมือ
"เรน... ได้เงินมาแล้วค่ะ"
"หือ ได้มาแล้ว" เจ่เจ้ร้องเสียงหลงด้วยความแปลกใจ
"ได้มายังไง เสี่ยมันเขี้ยวจะตาย ถ้าเรื่องพังขนาดนั้นมันไม่มีทางควักเงินจ่ายง่าย ๆ แน่"
"หรือว่า... ผู้ชายคนที่พังประตูเข้าไปทวงให้แกเหรอ เขาเป็นใครน่ะเรน แฟนแกเหรอ"
เรนเม้มริมฝีปากแน่น ภาพใบหน้าดุดันและสายตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจของอาทิตย์ผุดขึ้นมาในหัว คำด่าทอว่าเธอ 'หน้าไม่อาย' ยังคงดังก้องอยู่ไม่หาย
"เรนไม่บอกได้ไหมคะว่าใคร... แต่เรนได้เงินมาครบแล้วค่ะเจ้"
"เออ ๆ ไม่บอกก็ไม่บอก แต่แกปลอดภัยก็ดีแล้ว" เจ่เจ้ตัดบท
"พักผ่อนซะนะเรน พรุ่งนี้ค่อยคุยกัน เรื่องนี้ถือว่าฟาดเคราะห์ไปก็แล้วกัน"
หลังจากวางสาย เรนกอดเข่าตัวเองแน่น น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลพรากออกมาอีกครั้ง เธอได้เงินมาแล้ว... เงินที่จะต่อชีวิตให้แม่ตามที่หวังไว้ แต่มันกลับแลกมาด้วยความเข้าใจผิดที่รุนแรงที่สุด และความเกลียดชังจากคนที่เป็นเหมือน 'พี่ระเบียบ' ของเธอ
เธอได้ชีวิตแม่คืนมา... แต่มันเหมือนเธอกำลังสูญเสียตัวตนของ 'รินรดา' ไปตลอดกาล
บรรยากาศใต้ต้นจามจุรีกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง อาทิตย์สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ดิบและรังสีอำมหิตของตนเอง ชายหนุ่มรีบหันขวับกลับมาหาคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ด้านหลังทันที ทันใดนั้น...แววตาดุดันขึงขังเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวล ห่วงใย และหวาดกลัวว่าคนรักจะได้รับความกระทบกระเทือนใจ“เรนครับ... เรนเป็นอะไรไหมครับ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า พี่ขอโทษ... ปล่อยให้พวกมันมาปากดีใส่เธอแบบนี้” อาทิตย์เอ่ยเสียงสั่นเครือ มือหนาทั้งสองข้างเอื้อมไปจับไหล่บางของรินรดาเบา ๆ พลางสำรวจร่างกายของเธอด้วยความลนลาน รินรดามองท่าทางเลิ่กลั่กของชายหนุ่มตรงหน้าแล้วความตึงเครียดทั้งหมดก็มลายหายไป หญิงสาวส่งยิ้มละมุน ยื่นมือนุ่มทั้งสองข้างไปกุมมือหนาของเขาเอาไว้ “เรนไม่ได้เป็นอะไรเลยค่ะพี่อาทิตย์ ไม่ได้เจ็บตรงไหนเลย แล้วก็ไม่ได้ร้องไห้ด้วย... เห็นไหมคะ”อาทิตย์มองใบหน้าหวานที่ไร้หยาดน้ำตาและเต็มไปด้วยความเข้มแข็งสตรองเด็ดเดี่ยวของรินรดาแล้ว ชายหนุ่มก็ลอบถอนหายใจยาวออกมาด้วยความโล่งอก หัวใจที่เต้นรัวค่อย ๆ สงบลง เขาขยับเข้าไปใกล้ดึงร่างบอบบางของเธอเข้ามาโอบกอดหมับไว้อย่างแส
เสียงเพลงมาร์ชประจำมหาวิทยาลัยดังแว่วมาตามสายลมโชยอ่อน บรรยากาศรอบอาณาเขตหอประชุมใหญ่คราคร่ำไปด้วยฝูงชนในชุดแต่งกายสุภาพ เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และหยาดน้ำตาแห่งความตื้นตันใจผุดขึ้นให้เห็นในทุกตารางนิ้ว วันนี้คือวันพิธีพระราชทานปริญญาบัตร บรรดาบัณฑิตใหม่ในชุดครุยวิทยฐานะสีดำขลิบแถบสีตามคณะต่างพากันยืนถ่ายรูปคู่กับครอบครัวและกลุ่มเพื่อนสนิทอย่างชื่นมื่นหนึ่งในนั้นคือกลุ่มวิศวกรรมศาสตร์... และบัณฑิตป้ายแดงที่เป็นจุดสนใจของคนเกือบทั้งคณะคงหนีไม่พ้น ‘อาทิตย์’ ประธานรุ่นและเฮดว้ากจอมโหดผู้ที่จะเป็นตำนานของรุ่นนี้“เฮ้ย ไอ้อาทิตย์ ทางนี้โว้ย หันหน้าหล่อ ๆ ของมึงมาทางกล้องนี่หน่อย”เสียงตะโกนของโน้ตดังแหวกฝูงชนพร้อมกับชูกล้องถ่ายรูปในมือขึ้น เก่งที่ยืนอยู่ข้าง ๆ รีบขยับเข้าไปกอดคอเพื่อนสนิทที่วันนี้อยู่ในชุดครุยวิศวะเต็มยศ ใบหน้าคมคายของอาทิตย์ที่มักจะบึ้งตึงดุดันอยู่เสมอ บัดนี้กลับประดับไปด้วยรอยยิ้มกว้างกังวาน แววตาคู่คมฉายประกายแห่งความภาคภูมิใจอย่างปิดไม่มิด“ในที่สุดมึงก็จบจนได้นะไอ้ประธานรุ่นกิตติมศักดิ์ เรียนจบก่อนเมียมันรู้สึกยังไงบ้างวะ” โน้ตเอ่ยแซวขำ ๆ หลังจากกดชัตเตอร์รัว ๆ ไปหลายภา
การกลับเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยอย่างเต็มตัวของรินรดาหลังจากวันนั้นเป็นไปอย่างราบรื่นและเปี่ยมไปด้วยพลัง หญิงสาวตั้งหน้าตั้งตาเรียนเพื่อชดเชยเวลาที่ขาดหายไปอย่างไม่ย่อท้อ สิ่งที่เพิ่มเข้ามาในกิจวัตรประจำวันของเธอก็คือ การทำขนมไทยโบราณส่งขายตามออร์เดอร์ของอาจารย์และกลุ่มนักศึกษาในมหาวิทยาลัย เพื่อหารายได้เสริมสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ตนเอง โดยมีพื้นที่ห้องครัวกว้างขวางในคอนโดมิเนียมหรูของอาทิตย์เป็นฐานบัญชาการใหญ่ และแน่นอนว่า... คนที่กระตือรือร้นกับเรื่องนี้ที่สุดไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นประธานรุ่นคณะวิศวกรรมศาสตร์ผู้เคยหยิ่งผยองคนนั้นนั่นเอง“เรนครับ... กล่องขนมชั้นล่างสุดนี่เอาไปส่งที่คณะอักษรศาสตร์ใช่ไหมครับ”อาทิตย์ในชุดเสื้อช็อปวิศวะขัดมัน ซ้ำยังตั้งใจพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นมัดกล้ามสมชายชาตรี เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มผิดกับมาดดุดันในอดีตยามที่เขาก้มลงยกตะกร้าหวายใบใหญ่ซึ่งอัดแน่นไปด้วยกล่องขนมเปียกปูนและวุ้นมะพร้าวอ่อนหอมกรุ่นขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน เฮดว้ากหน้าดุเสือยิ้มยาก บัดนี้ได้กลายร่างเป็น ‘พ่อบ้านใจกล้า’ เดินหิ้วตะกร้าขนมไทยสีหวานเดินตามหลังนักศึกษาหญิงตัวเล็ก ๆ สลับกับคอยสะพายกระเป๋
ตามข้อตกลงที่ให้ไว้ก่อนกลับกรุงเทพฯ อาทิตย์สัญญาว่าจะไม่เข้ามาวุ่นวายหรือบงการชีวิตของเธอในมหาวิทยาลัยจนทำให้เธออึดอัด ชายหนุ่มจึงเลือกที่จะนั่งฟังเงียบ ๆ ปล่อยให้รินรดาได้ระบายความอัดอั้นและพูดคุยหัวเราะกับก้อยอย่างเต็มที่ ดวงตาคู่คมทอดมองรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคนรักด้วยความรู้สึกอุ่นซ่านในใจ... นี่แหละคือรอยยิ้มที่เขาเคยทำลาย และจากนี้เขาจะเป็นคนปกป้องมันเอง“เออเรน... แล้วเรื่องค่าเทอมกับค่าหอพักในเทอมนี้แกจัดการยังไง ให้ฉันช่วย...” ก้อยเอ่ยถามด้วยความห่วงใยตามประสาเพื่อนที่รู้ว่าฐานะทางบ้านของรินรดาไม่ได้ร่ำรวย“เรื่องนั้น...” รินรดาอึกอัก หันไปมองคนข้างกาย“เรื่องค่าใช้จ่ายทุกอย่างของเรน... กูจัดการเคลียร์ให้หมดแล้ว ทั้งทุนการศึกษา ค่าเทอม ค่าใช้จ่ายส่วนตัว” อาทิตย์เป็นคนตอบแทนน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทำเอาโน้ตและเก่งถึงกับพ่นน้ำออกจากปาก“เฮ้ย มึงสายเปย์ตั้งแต่เมื่อไหร่วะไอ้อาทิตย์” โน้ตอุทาน“กูแค่ดูแล... คนรักของกู” อาทิตย์ตอบสั้น ๆ น้ำเสียงหนักแน่นจนรินรดาต้องแอบหยิกหมับเข้าที่ต้นขาแกร่งใต้โต๊ะด้วยความหมั่นไส้ ชายหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อยแต่กลับคว้ามือนุ่มมาจับกุมไว้แน่นใต้โต๊ะไม่ยอม
กลิ่นอายของละอองฝนและละอองดินของบ้านสวนในต่างจังหวัดค่อย ๆ เลือนหายไปตามระยะทาง แทนที่ด้วยทัศนียภาพของตึกสูงระฟ้าและจราจรที่ติดขัดอันเป็นเอกลักษณ์ของกรุงเทพมหานคร รถยนต์คันหรูของอาทิตย์เคลื่อนตัวเข้าสู่เขตเมืองหลวงอย่างนิ่มนวล โดยมีตัวเขาทำหน้าที่เป็นสารถีอย่างแข็งขันตลอดการเดินทางหลายชั่วโมงตลอดการเดินทาง ชายหนุ่มแทบจะไม่ยอมให้มือเรียวของเธอต้องขยับทำอะไรเลยแม้แต่น้อย น้ำดื่มถูกเปิดฝาเตรียมพร้อม ทิชชู่ถูกส่งให้ถึงมือ ซ้ำยังคอยเอื้อมมือหนามากุมมือเธอไว้บนตักเบา ๆ ราวกับกลัวว่าเธอจะเปลี่ยนใจกระโดดหนีลงจากรถไปเสียดื้อ ๆ สรรพคุณความเอาใจใส่ระดับสิบเต็มสิบนี้ทำเอารินรดาแอบอมยิ้มและรู้สึกหน้าร้อนผ่าวอยู่หลายครั้ง จนกระทั่งรถยนต์คันหรูเลี้ยวเข้าจอดในอาณาเขตคอนโดมิเนียมระดับพรีเมียมใจกลางเมืองของอาทิตย์“ถึงแล้วครับเรน... นั่งรออยู่บนรถก่อนนะ เดี๋ยวพี่เดินไปเปิดประตูให้” อาทิตย์เอ่ยเสียงนุ่มรีบดับเครื่องยนต์แล้วถลันลงจากรถราวกับกลัวจะทำหน้าที่บกพร่อง ชายหนุ่มเปิดประตูฝั่งคนนั่ง ยื่นมือแกร่งไปรองรับมือบางของเธอให้ก้าวลงมาจากรถอย่างทะนุถนอม รินรดามองมือกว้างที่ยื่นมาตรงหน้าสลับกับใบหน้าคมคาย
แสงทองวันใหม่ทอประกายลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านผืนเก่า ขับไล่ความมืดมิดและหยาดฝนที่เพิ่งซาเม็ดไปเมื่อรุ่งสาง ไอเย็นของฝนเมื่อคืนยังคงหมุนเวียนอยู่ภายในห้องนอนสี่เหลี่ยม บนเตียงไม้หลังเดิมบรรยากาศกลับอบอวลไปด้วยร่องรอยของความวาบหวามจากค่ำคืนที่ผ่านมารินรดาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างช้า ๆ ความรู้สึกแรกที่จู่โจมเข้าสู่โสตประสาทคือความอุ่นจากแผงอกแกร่งที่เธอหนุนนอนอยู่ แขนแกร่งของอาทิตย์ยังคงพาดรองคอของเธอ มืออีกข้างโอบกอดร่างบางของเธอเอาไว้แนบชิดราวกับสมบัติล้ำค่าที่กลัวว่าจะหลุดลอยหายไป หญิงสาวก้มลงมองเรือนร่างของตัวเองที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ความระบมช่วงกลางลำตัวและรอยรักสีกุหลาบที่ตีตราอยู่ตามผิวเนื้อขาวผ่อง เป็นหลักฐานชิ้นดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความฝัน พลันหัวใจดวงน้อยก็ดิ่งวูบลงสู่ความเงียบงัน น้ำตาเม็ดโตเริ่มเอ่อคลอหน่วยตาด้วยความสับสนและหวาดกลัว‘เราทำอะไรลงไป... ทำไมเราถึงใจง่ายยอมเขาอีกแล้ว’ความคิดแง่ลบเริ่มรุมเร้าเข้ามาในสมอง รินรดากัดริมฝีปากแน่นเพื่อกั้นเสียงสะอื้น เธอรู้สึกสมเพชตัวเองที่ปล่อยให้อารมณ์และความโหยหาชั่ววูบอยู่เหนือเหตุผล และที่เหนือสิ่งอื่นใดปมในใจที่ใหญ่ที่สุ
ในขณะที่ก้อยกำลังลนลาน เจ้าหน้าที่นิติบุคคลกลับก้าวเข้ามาขวางหน้าทั้งสองคนไว้ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด"เดี๋ยว พวกคุณสองคนยังไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น" นิติบุคคลเอ่ยเสียงเข้มพลางชี้ไปที่ประตูห้องที่มีรอยเท้าช้ำจากการโดนถีบ "ถึงคนข้างในจะไม่อยู่ หรือ ไม่เป็นอะไรแล้ว แต่พวกคุณบุกรุกเข้ามาในหอพักสตรี แถมยังทำล
บรรยากาศที่โต๊ะหินอ่อนเริ่มร้อนระอุขึ้นมาทันที เมื่ออาทิตย์โยนคำท้าทายทิ้งไว้แล้วเดินจากไป โน้ตกับเก่งหันมามองหน้ากัน ตาเป็นประกายเหมือนได้รับภารกิจระดับชาติ"เฮ้ย มึงได้ยินใช่ไหม ไอ้เก่ง... ไอ้คนถือตัวอย่างไอ้อาทิตย์มันบอกว่าจะไป" โน๊ตลนลานหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา "งานนี้ถ้ากูนัดไม่ได้ กูเสียหมาแน่""เ
ณ ลานเกียร์ (อีกมุมหนึ่ง) ในขณะที่ก้อยกำลังเป็นห่วงเรน อาทิตย์ที่นั่งอยู่กับกลุ่มเพื่อนก็ยังคงตกอยู่ในภวังค์ความโกรธ สายตาของเขามองไปยังกลุ่มเด็กปีสองที่กำลังเดินผ่านไป แววตาคมกริบนั้นวูบไหวเมื่อไม่เห็น 'ยัยแว่น' อยู่ในกลุ่มนั้นจริงอย่างที่เพื่อนว่า"มึงว่าน้องมันจะโกรธจนลาออกเลยเปล่าวะ" โน้ตยังไม
ตอนที่ 8 : ตัดสินคนจากเปลือกเช้าวันต่อมา ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์บรรยากาศที่ลานเกียร์ในเช้านี้ดูผิดตาไปอย่างประหลาด ปรกติแล้วช่วงเช้าตรู่ก่อนเข้าเรียนจะเป็นเวลาของการเรียกรวมตัวรุ่นน้องเพื่อเช็กระเบียบหรือซ้อมร้องเพลงเชียร์ แต่วันนี้กลับเงียบเชียบ รุ่นพี่กลุ่มเฮดว้ากที่เคยยืนคุมเข้มกลับแยกย้ายกันนั่งเ



![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



