เข้าสู่ระบบณ ลานเกียร์ (อีกมุมหนึ่ง)
ในขณะที่ก้อยกำลังเป็นห่วงเรน อาทิตย์ที่นั่งอยู่กับกลุ่มเพื่อนก็ยังคงตกอยู่ในภวังค์ความโกรธ สายตาของเขามองไปยังกลุ่มเด็กปีสองที่กำลังเดินผ่านไป แววตาคมกริบนั้นวูบไหวเมื่อไม่เห็น 'ยัยแว่น' อยู่ในกลุ่มนั้นจริงอย่างที่เพื่อนว่า
"มึงว่าน้องมันจะโกรธจนลาออกเลยเปล่าวะ" โน้ตยังไม่เลิกแซว
"เห็นปกติมึงดุเอา ๆ เมื่อวานน้องมันคงฟิวส์ขาดจริงๆ ถึงได้วิ่งหนีมึงแบบนั้น"
"ถ้าจะลาออกเพราะเรื่องแค่นี้ ก็ปล่อยไปเหอะ" อาทิตย์ตอบปัดด้วยน้ำเสียงรำคาญใจ แต่ลึก ๆ ในใจเขากลับตั้งคำถามที่ต่างออกไป...
รินรดา... เธอลาหยุดเพราะไปทำธุระ หรือเพราะกำลังเตรียมตัวไป 'รับงาน' ที่ไหนอีกกันแน่
ความขัดแย้งในใจของอาทิตย์เริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ระหว่าง 'ความเอ็นดู' ที่เคยมีให้รุ่นน้องจอมโก๊ะ กับ 'ความรังเกียจ' ที่มีให้ผู้หญิงหน้าเงินคนเมื่อคืน เขากำสมุดโน้ตในมือจนมันยับย่น โดยที่ยังไม่รู้เลยว่าความจริงที่ซ่อนอยู่...เจ็บปวดกว่าที่เขาจินตนาการไว้หลายเท่าตัว
อาทิตย์ขยับปากจะพูดบางอย่างกับเพื่อน แต่แล้วเขาก็เงียบไป เขาจะตามหาเธอทำไมในเมื่อตอนนี้เขาตัดสินเธอไปแล้วว่าเธอคือ 'ผู้หญิงหน้าเงิน' อาทิตย์สะบัดความคิดทิ้ง
"กูไปเรียนละ พวกมึงอย่าลืมเข้าคลาสเช็กชื่อด้วย"
เขาบอกเพื่อนเสียงเรียบ ก่อนจะลุกขึ้นเดินจากไปพร้อมกับสมุดโน้ตที่เป็นกุญแจเพียงดอกเดียวที่เขาไม่ยอมใช้เปิดความจริง
คอนโดหรูย่านใจกลางเมือง
หลังจากจัดการธุระที่โรงพยาบาลเสร็จ เรนเดินทางมาหา เจ่เจ้ ตามที่นัดหมายไว้ ทันทีที่ประตูห้องเปิดออก เจ่เจ้ที่อยู่ในชุดคลุมอาบน้ำผ้าไหมรีบปรี่เข้ามาหาเธอทันที
"มานี่เลยยัยเรน มาให้เจ้ดูหน้าชัด ๆ หน่อย" เจ่เจ้คว้าตัวเรนไปนั่งที่โซฟา ก่อนจะเริ่มสำรวจตามเนื้อตามตัวอย่างละเอียด
"เมื่อคืนเจ้นอนไม่หลับเลยนะเนี่ยะ คิดเรื่องแกโดนไอ้พวกเสี่ยตัณหากลับนั่นทำมิดีมิร้าย"
มือของเจ่เจ้ลูบไปตามต้นแขนและลำคอของเรนอย่างแผ่วเบา
"มีรอยเขียวรอยช้ำตรงไหนไหม แล้วไอ้ผู้ชายคนที่เข้าไปขวางน่ะ เขาทำรุนแรงกับแกหรือเปล่า"
"เจ้เห็นแกบอกว่าได้เงินมาครบ แสดงว่าต้องมีการปะทะกันหนักแน่ ๆ"
เรนพยายามฝืนยิ้มให้เจ่เจ้ แม้ในใจจะเจ็บแปลบเมื่อนึกถึงแรงบีบที่ต้นแขนและน้ำเย็นจัดที่ฉีดใส่หน้า
"เรนไม่เป็นไรค่ะเจ้ แค่รอยแดงที่แขนนิดหน่อย... เขาแค่เข้ามาลากเรนออกมาเฉย ๆ"
"แน่นะ" เจ่เจ้หรี่ตามองพลางเชยคางลูกสาวคนโปรดขึ้นสำรวจ
"ตาบวมขนาดนี้ร้องไห้มาล่ะสิ... โถ่ เรนเอ๊ย เจ้ขอโทษนะที่งานนี้ทำให้แกเจอเรื่องแย่ ๆ แบบนี้"
"ถ้าเจ้รู้ว่าเพื่อนของไอ้เสี่ยนั่นมันจะหื่นกามขนาดนั้น เจ้ไม่ส่งแกไปหรอก"
"เรนตัดสินใจเองค่ะเจ้ อีกอย่าง... ตอนนี้แม่มีโอกาสรอดแล้ว เงินนั่นเรนเอาไปจ่ายมัดจำมาเรียบร้อยแล้วค่ะ"
"เออ ๆ งั้นก็ดีแล้ว ฟาดเคราะห์ไป" เจ่เจ้ถอนหายใจพลางตบไหล่เรนเบา ๆ
"พักงานกลางคืนไปก่อนนะช่วงนี้ ไปตั้งใจเรียนเถอะ เดี๋ยวเจ้จะดูงานที่มันสะอาดกว่านี้ให้ เผื่อแกอยากหาเงินไว้เป็นค่าพักฟื้นแม่"
เรนพยักหน้าเงียบ ๆ ในหัวของเธอยังคงคิดถึงคำพูดของอาทิตย์ที่ว่า 'เงินที่ได้มาจากการทำตัวต่ำ ๆ มันซื้อความนับถือจากใครไม่ได้'
"เรนยังไม่หยุดรับงานหรอกค่ะเจ่เจ้... แม่ยังต้องใช้เงินอีกเยอะ"
เสียงของเรนเบาหวิวแต่กลับมีความเด็ดเดี่ยวอย่างประหลาด เจ่เจ้ชะงักมือที่กำลังลูบผมเด็กสาวพลางสบตาที่สั่นระริกคู่นั้น เธอเห็นทั้งความเจ็บปวดและความจนใจที่หลอมรวมกันเป็นกำแพงหนา
"นังหนู... เจ้รู้ว่าแกลำบาก แต่เรื่องเมื่อคืนมันไม่ใช่น้อย ๆ เลยนะ" เจ่เจ้ถอนหายใจยาวพลางขยับเข้ามาใกล้
"เอาเป็นว่า... ถ้าแกยืนยันแบบนั้น เจ้ก็จะช่วย"
"เจ้จะ 'คัด' คนให้ดีกว่านี้ งานที่มันเซฟตัวแกมากกว่านี้ พวกเสี่ยขี้หลีหรือพวกวีไอพีที่เล่นนอกกติกา เจ้จะคัดออกให้หมด"
"ขอบคุณค่ะเจ่เจ้..."
"แต่ช่วงนี้แกกลับไปตั้งใจเรียนก่อนเถอะ หน้าตาดูไม่ได้เลย เดี๋ยวรุ่นพี่ที่คณะแกจะสงสัยเอา" เจ่เจ้เตือนด้วยความหวังดี
"ไปพักซะ เรื่องงานใหม่ไว้เจ้ดูให้ แล้วจะติดต่อไป" เรนพยักหน้า ก่อนจะขอตัวลากลับ
เธอรู้ดีว่าต่อจากนี้ไป ชีวิตในมหาวิทยาลัยของเธอจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะเงาของ 'น้ำฝน' ได้เริ่มกลืนกิน 'รินรดา' ไปทีละน้อยแล้ว...
เรนยืนนิ่งหน้ากระจกบานใหญ่ในลิฟต์คอนโด จ้องมองเงาสะท้อนของเด็กสาวสวมแว่นหนาเตอะในชุดนักศึกษาเชย ๆ คนเดิม แต่ลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น เธอกลับเห็นเพียงผู้หญิงที่ชื่อน้ำฝน ผู้หญิงที่ยอมแลกทุกอย่างเพื่อเงิน... ผู้หญิงที่รุ่นพี่อย่างเขาตราหน้าว่าไร้ค่า
เธอยกมือขึ้นลูบต้นแขนตรงที่เขาเคยบีบแรง ๆ ความเจ็บนั้นเริ่มจางไป แต่รอยตีตราในใจกลับเด่นชัดขึ้นทุกที... โดยที่เธอไม่มีโอกาสได้อธิบายความจริงให้ใครฟังแม้แต่คนเดียว
คณะวิศวกรรมศาสตร์
บรรยากาศที่ม้านั่งหินอ่อนใต้ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ดูตึงเครียดกว่าทุกวัน ลมที่พัดผ่านลานเกียร์ไม่ได้ช่วยให้อารมณ์ของ 'เฮดว้าก' อย่างอาทิตย์เย็นลงได้เลย เขานั่งนิ่ง มือหนึ่งควงปากกาเล่น แต่อีกมือกลับกำสมุดโน้ตของเรนไว้แน่นจนขอบกระดาษเริ่มยับ
"ไอ้อาทิตย์ มึงดูนี่... กูว่ามึงต้องเห็นสิ่งนี้ว่ะ"
โน้ตโพล่งขึ้นมาพร้อมกับกระแทกตัวนั่งลงข้างๆ เขายื่นหน้าจอสมาร์ตโฟนที่เปิดหน้าเฟซบุ๊กค้างไว้มาจ่อตรงหน้าอาทิตย์ แสงสว่างจากหน้าจอสะท้อนในดวงตาคมกริบที่ดูเหนื่อยล้า
บนหน้าจอคือโปรไฟล์ของหญิงสาวที่ใช้ชื่อว่า 'Namfon' รูปภาพหน้าปกเป็นภาพแผ่นหลังขาวเนียนในชุดเดรสสีแดงเพลิงที่ตัดกับบรรยากาศสลัวของสถานบันเทิง แม้จะเห็นเพียงเสี้ยวหน้าจากมุมข้าง แต่หัวใจของอาทิตย์กลับกระตุกวูบ มันคือความคุ้นเคยที่เขาอยากจะปฏิเสธที่สุด
Namfon: "ขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีสำหรับของขวัญเมื่อคืนนะคะ... คืนนี้ใครเหงา แวะมาหาน้ำฝนได้ที่เดิมนะคะ "
"ใครอยากมีเพื่อนไปทานข้าวด้วย ควงไปออกงาน ทักแชตเจ่เจ้ได้เลยค่ะ น้ำฝนรออยู่นะคะ... พี่ ๆ ขา"
"ไอ้เชี่ย... ดูคอมเมนต์ดิ" เก่งที่เดินตามมาสมทบชะโงกหน้ามองพลางผิวปาก
'น้องน้ำฝนขา คืนนี้พี่ไปหาได้ไหม'
'น้องน้ำฝนน่ารักจังครับ'
"โห... ลูกค้าแม่งรุมตอมอย่างกับน้ำผึ้ง มึงดูการตอบของน้องเขาสิ อาทิตย์... ค่ะขา ทุกคำ หวานจนกูนึกว่าน้ำเชื่อม"
อาทิตย์กระชากโทรศัพท์จากมือเพื่อนมาถือไว้ นิ้วหนาเลื่อนอ่านตัวอักษรบนหน้าจอด้วยความรู้สึกร้อนรุ่มเหมือนโดนไฟลวก ยิ่งสายตาปะทะกับคำขานรับ
"ค่ะ...ขา"
หวานหยดย้อยที่เธอใช้โต้ตอบกับผู้ชายพวกนั้น ก้อนเนื้อในอกก็ยิ่งบีบตัวด้วยความรู้สึกสะอิดสะเอียน... รินรดา ผู้หญิงซุ่มซ่ามที่เคยยืนก้มหน้าตัวสั่นต่อหน้าเขาคนนั้น กลายเป็นผู้หญิงฉอเลาะออดอ้อนคนไปทั่วเพียงเพื่อแลกกับเศษเงินตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
"อาทิตย์ มึงเป็นไรเปล่าวะ มึงจ้องจนหน้าจอจะทะลุแล้ว" โน้ตทักเมื่อเห็นเพื่อนเงียบไปนานผิดปกติ
"กูแค่... ไม่คิดว่าคนเรามันจะตอแหลได้โล่ขนาดนี้" อาทิตย์เค้นเสียงลอดไรฟัน
"ในคณะทำเป็นติ๋ม หลังเลิกเรียนไปเป็นนางแมวป่า ทำตัวต่ำ ๆ ให้คนเค้าคอมเมนต์แทะโลมเหมือนชิ้นเนื้อ"
คำพูดนั้นทำเอาโน้ตกับเก่งชะงักไปครู่หนึ่ง พวกเขามองหน้ากันด้วยความสงสัยกับประโยคที่ว่า 'ในคณะ' ของอาทิตย์
"มึงใจเย็นดิ มึงดูเดือดร้อนกว่าเจ้าตัวเขาอีกนะ" เก่งตบไหล่เพื่อนพลางขมวดคิ้ว
"มึงพูดเหมือนรู้จักเขาดีงั้นแหละ ที่ว่า 'ในคณะ' นี่มึงหมายถึงใคร"
"มึงไปเจอใครที่หน้าตาเหมือนน้องน้ำฝนในคณะเรามาเหรอวะ"
"กู... กูหมายถึงผู้หญิงพวกนี้ ส่วนใหญ่ก็ชอบสร้างโปรไฟล์หลอกคนว่าเป็นนักศึกษาคิ้วท์ ๆ ทั้งนั้นแหละ" อาทิตย์รีบแก้ตัว น้ำเสียงตะกุกตะกักเล็กน้อย
"มึงดูการตอบดิ สตอเบอรี่ชัด ๆ "
"หรือว่าจริง ๆ แล้วมึงไม่ได้หงุดหงิดที่เขารับงาน แต่มึงหงุดหงิดที่เขาไป 'ค่ะขา' กับคนอื่นที่ไม่ใช่มึง"
"มึงพูดบ้าอะไรของมึงไอ้เก่ง" อาทิตย์ตวาดเสียงดังจนรุ่นน้องที่เดินผ่านแถวนั้นสะดุ้ง
"กูรังเกียจ มึงเข้าใจคำว่ารังเกียจไหม คนแบบนี้ไม่ควรจะมาตีเนียนทำตัวใสซื่อหลอกคนอื่น"
อาทิตย์นิ่งอึ้งไป เขาหาคำโต้แย้งไม่ได้ ความเงียบปกคลุมไปชั่วครู่ เพื่อนทั้งสองคนยังคงเข้าใจว่าอาทิตย์แค่กำลัง 'อิน' กับเคสของน้ำฝนจนเอามาปนกับความหงุดหงิดที่มีต่อรุ่นน้องที่เขาชอบดุเป็นประจำ
"เอางี้... ในเมื่อมึงอยากจะพิสูจน์ให้มันจบ ๆ ไป ว่าน้องคนนี้มันเป็นอย่างที่มึงด่าจริงไหม เราก็แค่เรียกเขามา" โน้ตโพล่งออกมา
"เรียกมายังไง" อาทิตย์ขมวดคิ้ว
"มึงเห็นโพสต์ไหม 'ทักแชตเจ่เจ้' นั่นแหละทางสว่าง" เก่งรีบเสริม
"เจ่เจ้คนนี้กูเคยได้ยินชื่อ แกเป็นเอเจนซี่เบอร์ต้น ๆ คัดแต่ตัวท็อปส่งงาน ถ้าเราทักไปในนามกลุ่มวิศวะกระเป๋าหนัก มีหรือเจ่เจ้จะปฏิเสธ"
"กูไม่เอาด้วย" อาทิตย์ส่ายหน้า
"กูไม่เอาเงินไปละเลงกับเรื่องไร้สาระแบบนั้น"
"ใครบอกว่าต้องใช้เงินมึงล่ะ" โน้ตกล่อมต่อโดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังช่วยอาทิตย์เปิดโปงความลับที่เขาเองก็กลัวจะเจอ
"พวกกูลงขันกันเองก็ได้ ถือว่าซื้อวิชาไปดูให้เห็นกับตา"
"ว่าตัวจริงน้องน้ำฝนจะเด็ดเหมือนในรูปไหม"
"รอบก่อนมึงหลับนี่หว่ายังไม่ได้ ... "
"มึงแค่ไปเป็นเพื่อนพวกกู ไปดูให้รู้ว่าน้องคนเนี้ยมันมีดีอะไร มึงจะได้เลิกหมกมุ่นเลิกหงุดหงิดเสียที"
อาทิตย์มองหน้าเพื่อนทั้งสองสลับกัน ในใจเขามันเหมือนมีพายุหมุน ความอยากรู้กับความรังเกียจกำลังตีกันนัวเนีย เขาอยากจะเห็นหน้าเธอตอนที่หน้ากากหลุดลอยต่อหน้าเขาเหลือเกิน อยากจะรู้ว่าถ้าเขาไปปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าในฐานะ 'ลูกค้า' เธอจะยังทำหน้าซื่อตาใสใส่เขาได้อีกไหม
"กูให้เวลาพวกมึงจัดการ..." อาทิตย์เอ่ยเสียงเรียบแต่หนักแน่น
"ถ้าคืนนี้เจ่เจ้อะไรนั่นนัดได้ กูก็จะไป"
"เฮ้ย! จริงดิ!" โน้ตกับเก่งอุทานพร้อมกันอย่างไม่อยากเชื่อ
"เออ... กูอยากรู้เหมือนกันว่าผู้หญิงคนนี้จะมีราคาเท่าไหร่"
อาทิตย์ลุกขึ้นยืนพลางคว้าสมุดโน้ตยัดใส่กระเป๋าเป้อย่างรุนแรง เขาเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองเพื่อน ทิ้งให้โน้ตกับเก่งรีบกุลีกุจอเปิดแชตเพื่อติดต่อกับ 'เจ่เจ้' ทันที โดยที่พวกเขายังไม่รู้เลยว่า 'เหยื่อ' ที่พวกเขากำลังจะเรียกมา คือรุ่นน้องที่นั่งเรียนอยู่ห้องข้าง ๆ นี่เอง
ถ้าคืนนี้มึงมาจริงๆ ... กูจะกระชากหน้ากากมึงออกมาเอง รินรดา
บรรยากาศใต้ต้นจามจุรีกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง อาทิตย์สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ดิบและรังสีอำมหิตของตนเอง ชายหนุ่มรีบหันขวับกลับมาหาคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ด้านหลังทันที ทันใดนั้น...แววตาดุดันขึงขังเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวล ห่วงใย และหวาดกลัวว่าคนรักจะได้รับความกระทบกระเทือนใจ“เรนครับ... เรนเป็นอะไรไหมครับ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า พี่ขอโทษ... ปล่อยให้พวกมันมาปากดีใส่เธอแบบนี้” อาทิตย์เอ่ยเสียงสั่นเครือ มือหนาทั้งสองข้างเอื้อมไปจับไหล่บางของรินรดาเบา ๆ พลางสำรวจร่างกายของเธอด้วยความลนลาน รินรดามองท่าทางเลิ่กลั่กของชายหนุ่มตรงหน้าแล้วความตึงเครียดทั้งหมดก็มลายหายไป หญิงสาวส่งยิ้มละมุน ยื่นมือนุ่มทั้งสองข้างไปกุมมือหนาของเขาเอาไว้ “เรนไม่ได้เป็นอะไรเลยค่ะพี่อาทิตย์ ไม่ได้เจ็บตรงไหนเลย แล้วก็ไม่ได้ร้องไห้ด้วย... เห็นไหมคะ”อาทิตย์มองใบหน้าหวานที่ไร้หยาดน้ำตาและเต็มไปด้วยความเข้มแข็งสตรองเด็ดเดี่ยวของรินรดาแล้ว ชายหนุ่มก็ลอบถอนหายใจยาวออกมาด้วยความโล่งอก หัวใจที่เต้นรัวค่อย ๆ สงบลง เขาขยับเข้าไปใกล้ดึงร่างบอบบางของเธอเข้ามาโอบกอดหมับไว้อย่างแส
เสียงเพลงมาร์ชประจำมหาวิทยาลัยดังแว่วมาตามสายลมโชยอ่อน บรรยากาศรอบอาณาเขตหอประชุมใหญ่คราคร่ำไปด้วยฝูงชนในชุดแต่งกายสุภาพ เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และหยาดน้ำตาแห่งความตื้นตันใจผุดขึ้นให้เห็นในทุกตารางนิ้ว วันนี้คือวันพิธีพระราชทานปริญญาบัตร บรรดาบัณฑิตใหม่ในชุดครุยวิทยฐานะสีดำขลิบแถบสีตามคณะต่างพากันยืนถ่ายรูปคู่กับครอบครัวและกลุ่มเพื่อนสนิทอย่างชื่นมื่นหนึ่งในนั้นคือกลุ่มวิศวกรรมศาสตร์... และบัณฑิตป้ายแดงที่เป็นจุดสนใจของคนเกือบทั้งคณะคงหนีไม่พ้น ‘อาทิตย์’ ประธานรุ่นและเฮดว้ากจอมโหดผู้ที่จะเป็นตำนานของรุ่นนี้“เฮ้ย ไอ้อาทิตย์ ทางนี้โว้ย หันหน้าหล่อ ๆ ของมึงมาทางกล้องนี่หน่อย”เสียงตะโกนของโน้ตดังแหวกฝูงชนพร้อมกับชูกล้องถ่ายรูปในมือขึ้น เก่งที่ยืนอยู่ข้าง ๆ รีบขยับเข้าไปกอดคอเพื่อนสนิทที่วันนี้อยู่ในชุดครุยวิศวะเต็มยศ ใบหน้าคมคายของอาทิตย์ที่มักจะบึ้งตึงดุดันอยู่เสมอ บัดนี้กลับประดับไปด้วยรอยยิ้มกว้างกังวาน แววตาคู่คมฉายประกายแห่งความภาคภูมิใจอย่างปิดไม่มิด“ในที่สุดมึงก็จบจนได้นะไอ้ประธานรุ่นกิตติมศักดิ์ เรียนจบก่อนเมียมันรู้สึกยังไงบ้างวะ” โน้ตเอ่ยแซวขำ ๆ หลังจากกดชัตเตอร์รัว ๆ ไปหลายภา
การกลับเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยอย่างเต็มตัวของรินรดาหลังจากวันนั้นเป็นไปอย่างราบรื่นและเปี่ยมไปด้วยพลัง หญิงสาวตั้งหน้าตั้งตาเรียนเพื่อชดเชยเวลาที่ขาดหายไปอย่างไม่ย่อท้อ สิ่งที่เพิ่มเข้ามาในกิจวัตรประจำวันของเธอก็คือ การทำขนมไทยโบราณส่งขายตามออร์เดอร์ของอาจารย์และกลุ่มนักศึกษาในมหาวิทยาลัย เพื่อหารายได้เสริมสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ตนเอง โดยมีพื้นที่ห้องครัวกว้างขวางในคอนโดมิเนียมหรูของอาทิตย์เป็นฐานบัญชาการใหญ่ และแน่นอนว่า... คนที่กระตือรือร้นกับเรื่องนี้ที่สุดไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นประธานรุ่นคณะวิศวกรรมศาสตร์ผู้เคยหยิ่งผยองคนนั้นนั่นเอง“เรนครับ... กล่องขนมชั้นล่างสุดนี่เอาไปส่งที่คณะอักษรศาสตร์ใช่ไหมครับ”อาทิตย์ในชุดเสื้อช็อปวิศวะขัดมัน ซ้ำยังตั้งใจพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นมัดกล้ามสมชายชาตรี เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มผิดกับมาดดุดันในอดีตยามที่เขาก้มลงยกตะกร้าหวายใบใหญ่ซึ่งอัดแน่นไปด้วยกล่องขนมเปียกปูนและวุ้นมะพร้าวอ่อนหอมกรุ่นขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน เฮดว้ากหน้าดุเสือยิ้มยาก บัดนี้ได้กลายร่างเป็น ‘พ่อบ้านใจกล้า’ เดินหิ้วตะกร้าขนมไทยสีหวานเดินตามหลังนักศึกษาหญิงตัวเล็ก ๆ สลับกับคอยสะพายกระเป๋
ตามข้อตกลงที่ให้ไว้ก่อนกลับกรุงเทพฯ อาทิตย์สัญญาว่าจะไม่เข้ามาวุ่นวายหรือบงการชีวิตของเธอในมหาวิทยาลัยจนทำให้เธออึดอัด ชายหนุ่มจึงเลือกที่จะนั่งฟังเงียบ ๆ ปล่อยให้รินรดาได้ระบายความอัดอั้นและพูดคุยหัวเราะกับก้อยอย่างเต็มที่ ดวงตาคู่คมทอดมองรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคนรักด้วยความรู้สึกอุ่นซ่านในใจ... นี่แหละคือรอยยิ้มที่เขาเคยทำลาย และจากนี้เขาจะเป็นคนปกป้องมันเอง“เออเรน... แล้วเรื่องค่าเทอมกับค่าหอพักในเทอมนี้แกจัดการยังไง ให้ฉันช่วย...” ก้อยเอ่ยถามด้วยความห่วงใยตามประสาเพื่อนที่รู้ว่าฐานะทางบ้านของรินรดาไม่ได้ร่ำรวย“เรื่องนั้น...” รินรดาอึกอัก หันไปมองคนข้างกาย“เรื่องค่าใช้จ่ายทุกอย่างของเรน... กูจัดการเคลียร์ให้หมดแล้ว ทั้งทุนการศึกษา ค่าเทอม ค่าใช้จ่ายส่วนตัว” อาทิตย์เป็นคนตอบแทนน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทำเอาโน้ตและเก่งถึงกับพ่นน้ำออกจากปาก“เฮ้ย มึงสายเปย์ตั้งแต่เมื่อไหร่วะไอ้อาทิตย์” โน้ตอุทาน“กูแค่ดูแล... คนรักของกู” อาทิตย์ตอบสั้น ๆ น้ำเสียงหนักแน่นจนรินรดาต้องแอบหยิกหมับเข้าที่ต้นขาแกร่งใต้โต๊ะด้วยความหมั่นไส้ ชายหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อยแต่กลับคว้ามือนุ่มมาจับกุมไว้แน่นใต้โต๊ะไม่ยอม
กลิ่นอายของละอองฝนและละอองดินของบ้านสวนในต่างจังหวัดค่อย ๆ เลือนหายไปตามระยะทาง แทนที่ด้วยทัศนียภาพของตึกสูงระฟ้าและจราจรที่ติดขัดอันเป็นเอกลักษณ์ของกรุงเทพมหานคร รถยนต์คันหรูของอาทิตย์เคลื่อนตัวเข้าสู่เขตเมืองหลวงอย่างนิ่มนวล โดยมีตัวเขาทำหน้าที่เป็นสารถีอย่างแข็งขันตลอดการเดินทางหลายชั่วโมงตลอดการเดินทาง ชายหนุ่มแทบจะไม่ยอมให้มือเรียวของเธอต้องขยับทำอะไรเลยแม้แต่น้อย น้ำดื่มถูกเปิดฝาเตรียมพร้อม ทิชชู่ถูกส่งให้ถึงมือ ซ้ำยังคอยเอื้อมมือหนามากุมมือเธอไว้บนตักเบา ๆ ราวกับกลัวว่าเธอจะเปลี่ยนใจกระโดดหนีลงจากรถไปเสียดื้อ ๆ สรรพคุณความเอาใจใส่ระดับสิบเต็มสิบนี้ทำเอารินรดาแอบอมยิ้มและรู้สึกหน้าร้อนผ่าวอยู่หลายครั้ง จนกระทั่งรถยนต์คันหรูเลี้ยวเข้าจอดในอาณาเขตคอนโดมิเนียมระดับพรีเมียมใจกลางเมืองของอาทิตย์“ถึงแล้วครับเรน... นั่งรออยู่บนรถก่อนนะ เดี๋ยวพี่เดินไปเปิดประตูให้” อาทิตย์เอ่ยเสียงนุ่มรีบดับเครื่องยนต์แล้วถลันลงจากรถราวกับกลัวจะทำหน้าที่บกพร่อง ชายหนุ่มเปิดประตูฝั่งคนนั่ง ยื่นมือแกร่งไปรองรับมือบางของเธอให้ก้าวลงมาจากรถอย่างทะนุถนอม รินรดามองมือกว้างที่ยื่นมาตรงหน้าสลับกับใบหน้าคมคาย
แสงทองวันใหม่ทอประกายลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านผืนเก่า ขับไล่ความมืดมิดและหยาดฝนที่เพิ่งซาเม็ดไปเมื่อรุ่งสาง ไอเย็นของฝนเมื่อคืนยังคงหมุนเวียนอยู่ภายในห้องนอนสี่เหลี่ยม บนเตียงไม้หลังเดิมบรรยากาศกลับอบอวลไปด้วยร่องรอยของความวาบหวามจากค่ำคืนที่ผ่านมารินรดาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างช้า ๆ ความรู้สึกแรกที่จู่โจมเข้าสู่โสตประสาทคือความอุ่นจากแผงอกแกร่งที่เธอหนุนนอนอยู่ แขนแกร่งของอาทิตย์ยังคงพาดรองคอของเธอ มืออีกข้างโอบกอดร่างบางของเธอเอาไว้แนบชิดราวกับสมบัติล้ำค่าที่กลัวว่าจะหลุดลอยหายไป หญิงสาวก้มลงมองเรือนร่างของตัวเองที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ความระบมช่วงกลางลำตัวและรอยรักสีกุหลาบที่ตีตราอยู่ตามผิวเนื้อขาวผ่อง เป็นหลักฐานชิ้นดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความฝัน พลันหัวใจดวงน้อยก็ดิ่งวูบลงสู่ความเงียบงัน น้ำตาเม็ดโตเริ่มเอ่อคลอหน่วยตาด้วยความสับสนและหวาดกลัว‘เราทำอะไรลงไป... ทำไมเราถึงใจง่ายยอมเขาอีกแล้ว’ความคิดแง่ลบเริ่มรุมเร้าเข้ามาในสมอง รินรดากัดริมฝีปากแน่นเพื่อกั้นเสียงสะอื้น เธอรู้สึกสมเพชตัวเองที่ปล่อยให้อารมณ์และความโหยหาชั่ววูบอยู่เหนือเหตุผล และที่เหนือสิ่งอื่นใดปมในใจที่ใหญ่ที่สุ
ในขณะที่ก้อยกำลังลนลาน เจ้าหน้าที่นิติบุคคลกลับก้าวเข้ามาขวางหน้าทั้งสองคนไว้ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด"เดี๋ยว พวกคุณสองคนยังไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น" นิติบุคคลเอ่ยเสียงเข้มพลางชี้ไปที่ประตูห้องที่มีรอยเท้าช้ำจากการโดนถีบ "ถึงคนข้างในจะไม่อยู่ หรือ ไม่เป็นอะไรแล้ว แต่พวกคุณบุกรุกเข้ามาในหอพักสตรี แถมยังทำล
บรรยากาศที่โต๊ะหินอ่อนเริ่มร้อนระอุขึ้นมาทันที เมื่ออาทิตย์โยนคำท้าทายทิ้งไว้แล้วเดินจากไป โน้ตกับเก่งหันมามองหน้ากัน ตาเป็นประกายเหมือนได้รับภารกิจระดับชาติ"เฮ้ย มึงได้ยินใช่ไหม ไอ้เก่ง... ไอ้คนถือตัวอย่างไอ้อาทิตย์มันบอกว่าจะไป" โน๊ตลนลานหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา "งานนี้ถ้ากูนัดไม่ได้ กูเสียหมาแน่""เ
ตอนที่ 8 : ตัดสินคนจากเปลือกเช้าวันต่อมา ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์บรรยากาศที่ลานเกียร์ในเช้านี้ดูผิดตาไปอย่างประหลาด ปรกติแล้วช่วงเช้าตรู่ก่อนเข้าเรียนจะเป็นเวลาของการเรียกรวมตัวรุ่นน้องเพื่อเช็กระเบียบหรือซ้อมร้องเพลงเชียร์ แต่วันนี้กลับเงียบเชียบ รุ่นพี่กลุ่มเฮดว้ากที่เคยยืนคุมเข้มกลับแยกย้ายกันนั่งเ
อาทิตย์กึ่งลากกึ่งจูงเรนออกมาจนถึงโซนซักล้างด้านหลังคลับที่เงียบสงัด มีเพียงแสงไฟสลัวจากสปอตไลต์ดวงเล็ก เขาเหวี่ยงแขนเธอออกจนร่างบางเซไปปะทะกับผนังปูนเย็นเยียบ"ปล่อยฝนนะ คุณเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรมาทำแบบนี้" เรนพยายามดัดเสียงตีหน้าซื่อปฏิเสธสุดชีวิต "ฉันไม่ได้รู้จักคุณ ฉันชื่อน้ำฝน ไม่ใช่คนที่คุณคิด







