เข้าสู่ระบบตอนที่ 8 : ตัดสินคนจากเปลือก
เช้าวันต่อมา ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์
บรรยากาศที่ลานเกียร์ในเช้านี้ดูผิดตาไปอย่างประหลาด ปรกติแล้วช่วงเช้าตรู่ก่อนเข้าเรียนจะเป็นเวลาของการเรียกรวมตัวรุ่นน้องเพื่อเช็กระเบียบหรือซ้อมร้องเพลงเชียร์ แต่วันนี้กลับเงียบเชียบ รุ่นพี่กลุ่มเฮดว้ากที่เคยยืนคุมเข้มกลับแยกย้ายกันนั่งเงียบ ๆ ตามม้านั่งหินอ่อน
โดยเฉพาะ อาทิตย์ เขานั่งเหม่อมองออกไปอย่างไร้จุดหมาย ใบหน้าคมดูหมองคล้ำและดวงตาที่แดงก่ำบ่งบอกว่าเขาผ่านการอดนอนมาทั้งคืน สมุดโน้ตของเรนยังคงวางอยู่ข้างตัวเขา แต่อาทิตย์กลับไม่กล้าเปิดมันอ่านต่อแม้แต่หน้าเดียว ความรู้สึกสับสนบวกกับความโกรธที่ยังตกค้างทำให้รังสีความกดดันแผ่ออกมาจนรุ่นน้องที่เดินผ่านไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตา
"อาทิตย์ มึงไหวป่ะวะ" เก่ง เดินเข้ามาทักพลางวางกระป๋องกาแฟลงข้าง ๆ
"หน้ามึงอย่างกะคนเพิ่งไปออกรบมา"
"อือ ไหว" อาทิตย์ตอบสั้น ๆ ก่อนจะคว้ากาแฟขึ้นมาจิบ รสชาติขมปร่าของมันไม่ได้ต่างจากความรู้สึกในใจเขาสักนิด
เขาก้มมองสมุดโน้ตในมือ... ภาพในหัวพาลนึกไปถึงวันก่อนที่เขาจงใจแกล้งสั่งงานยิบย่อยจนดึกดื่น แต่ยัยแว่นนั่นกลับยิ้มแหย ๆ แล้วยังยื่นลูกอมแก้เจ็บคอให้เขาเพียงเพราะเห็นเขากระแอมไอแค่ครั้งเดียว สายตาซื่อ ๆ หลังกรอบแว่นหนาเตอะในวันนั้นดูไม่มีพิษมีภัยจนเขาเผลอใจอ่อนไปวูบหนึ่ง
คนแบบนั้น... กับผู้หญิงที่ยืนเถียงเขาปาว ๆ เพื่อจะกลับไปขายศักดิ์ศรีให้ไอ้เสี่ยหน้าโง่เมื่อคืน คือคนเดียวกันจริง ๆ เหรอวะ
อาทิตย์สะบัดหน้าไล่ความทรงจำบ้า ๆ นั่นทิ้ง ยิ่งนึกถึงความใจดีที่เธอเคยแสดงออก เขายิ่งรู้สึกเหมือนถูกหลอกให้เป็นไอ้โง่ ความห่วงใยลึก ๆ ถูกบดขยี้ด้วยความผิดหวังจนกลายเป็นความโกรธที่รุนแรงกว่าเดิม
"เรื่องเมื่อคืน... มึงอย่าคิดมากเลยว่ะ" โน้ต ที่เดินตามมาสมทบพูดขึ้นพลางตบไหล่เพื่อน
"น้องน้ำฝนเขาก็เลือกทางของเขาเอง งานแบบนั้นมันก็ได้เงินง่ายแบบนี้แหละ"
"มึงเข้าไปช่วยเขาออกมาจากไอ้เสี่ยนั่นก็ถือว่าทำบุญมากแล้ว"
"นั่นดิ" เก่งเสริม
"มึงดูเดือดร้อนแทนน้องเขาเกินเบอร์ไปเปล่าวะ หรือว่าติดใจน้องเขาจริง ๆ"
"แต่กูบอกเลยนะอาทิตย์ ผู้หญิงที่รับงานไม่พักแบบนั้น"
"แถมยังเถียงมึงฉอด ๆ ว่าจะทำต่อ... มึงอย่าเอาตัวไปแลกเลยว่ะ ไม่คุ้ม"
อาทิตย์กำกระป๋องกาแฟในมือแน่นจนโลหะบุบลงไปเล็กน้อย เพื่อนของเขาไม่มีใครรู้เลยว่า 'น้องน้ำฝน' ที่พวกมันกำลังตราหน้าว่าเห็นแก่เงิน คือคนเดียวกับ 'รินรดา' รุ่นน้องปีสองที่พวกมันเคยแกล้ง และเขาก็ไม่ได้คิดจะบอกความจริงนี้กับใคร
ให้พวกมันเข้าใจว่าเขาบ้าเรื่องผู้หญิงรับงานคนหนึ่ง ยังดีกว่าให้ใครรู้ว่าเด็กคณะเราไปทำเรื่องต่ำ ๆ แบบนั้น...
"เออ กูก็แค่หงุดหงิดที่คนเรามันไม่มีรักดี" อาทิตย์ตัดบทเสียงแข็ง
"เลิกพูดเรื่องนี้เหอะ"
"โอเค ๆ ไม่พูดก็ไม่พูด" เก่งส่ายหัวขำ ๆ ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ลานเกียร์ที่เริ่มมีนักศึกษาทยอยมาเรียน
"เออ แล้วนี่มึงเห็น 'ยัยแว่น' ของมึงยัง"
"วันนี้เงียบกริบเลยนะ ปกติมึงต้องเรียกมาซ่อมเรียกมาด่าแต่เช้าไม่ใช่เหรอ"
อาทิตย์ชะงักไปเล็กน้อย สายตาคมเผลอตวัดมองไปที่ม้านั่งตัวยาวใต้ต้นหูกวาง ซึ่งเป็นที่ประจำที่ 'ยัยแว่น' มักจะนั่งหลังคดหลังแข็งจดบันทึกตามคำสั่งบ้าบอของเขา... แต่วันนี้ที่ตรงนั้นกลับว่างเปล่า
เขาขยับมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง นิ้วเรียวสัมผัสเข้ากับก้อนกลม ๆ ของลูกอมแก้เจ็บคอที่เธอเคยยัดใส่มือเขาเมื่อวันก่อน อาทิตย์เผลอคีบมันออกมาดูครู่หนึ่ง ความหวานที่เคยได้รับวันนั้นกลับกลายเป็นความขมปร่าในความรู้สึกตอนนี้ เขาขมวดคิ้วมุ่นก่อนจะรีบยัดมันกลับลงไปในกระเป๋าอย่างรวดเร็วเหมือนของต้องของร้อน เมื่อรู้ตัวว่าเพื่อนกำลังจ้องอยู่
"ไม่เห็น"
"แปลกว่ะ เมื่อวานกูก็เห็นน้องเขารีบเพ่นหนีออกไปอย่างกับเจอผี หน้าซีดเป็นไก่ต้มเลย" โน้ตเสริมพลางขมวดคิ้ว
"มึงไปด่าอะไรน้องเขาแรง ๆ อีกเปล่าวะอาทิตย์ หรือว่ายัยแว่นทนมึงไม่ไหว เลยชิ่งลาหยุดไปแล้ว"
"กูไม่ได้ทำอะไร" อาทิตย์ตอบเสียงเรียบ แต่ในใจกลับร้อนรุ่มเหมือนมีไฟเผา
"หรือว่าน้องเขาไม่สบาย" เก่งตั้งข้อสังเกต
"แต่กูว่าดีแล้วล่ะ มึงจะได้พักบ้าง วันๆ มึงเอาแต่ไล่บี้รุ่นน้องจนหน้าแก่ไปหมดละ "
"แต่น้องเรนคนนี้กูก็ว่าแปลกนะ เมื่อวานดูรีบร้อนแบบลนลานสุด ๆ เหมือนมีความลับอะไรซ่อนไว้เลยว่ะ"
อาทิตย์ไม่ได้ตอบคำถามเพื่อน เขาเพียงแต่หลับตาลง ภาพใบหน้าที่เปื้อนคราบเครื่องสำอางและหยาดน้ำตาของเรนเมื่อคืนพุ่งย้อนกลับมาทำร้ายเขาอีกครั้ง
มีความลับงั้นเหรอ... ความลับมันเน่าเฟะกว่าที่พวกมึงคิดเยอะ อาทิตย์คิดในใจพลางกำสมุดโน้ตข้างตัวแน่นจนนิ้วซีดขาว
ในขณะเดียวกัน... ก้อย นั่งมองที่นั่งว่างเปล่าข้างตัวในห้องแล็บด้วยความเป็นห่วง เธอหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาดูข้อความล่าสุดที่เพื่อนรักส่งมาเมื่อเช้ามืด
Rain: ก้อย... วันนี้เราฝากลาอาจารย์ทีนะ บอกว่าเรามีธุระด่วนที่บ้านจริง ๆ ฝากรายงานแล็บด้วยนะ เดี๋ยวเรากลับไปช่วยทำส่วนที่เหลือ
"ไปไหนของเขานะ..."
ก้อยพึมพำด้วยความกังวล เพราะปกติเรนไม่ใช่คนที่จะโดดเรียนง่าย ๆ ถ้าไม่คอขาดบาดตายจริง ๆ ยิ่งเมื่อวานเห็นเพื่อนรีบร้อนออกไปพร้อมสีหน้าไม่ดี ก้อยยิ่งรู้สึกสังหรณ์ใจแปลก ๆ
[Chat: Rain & Koy]
Koy: เรน! มีเรื่องอะไรด่วนหรือเปล่า บอกเราได้นะ
Koy: เมื่อวานแกดูแย่มากเลยนะเรน เป็นอะไรหรือเปล่า ให้เราไปหาที่บ้านไหม
Koy: ถ้าแกมีปัญหาบอกเรานะเว้ย อย่าแบกไว้คนเดียว เราเป็นเพื่อนแกนะ
ก้อยถอนหายใจยาวพลางมองไปที่ประตูห้องแล็บที่ว่างเปล่า ความกังวลฉายชัดในแววตา เธอกดส่งสติกเกอร์รูปกอดไปให้เพื่อนอีกหนึ่งตัว ก่อนจะจำใจต้องปิดมือถือเมื่ออาจารย์เริ่มเช็กชื่อ
โรงพยาบาลรัฐบาล
เรนในชุดนักศึกษาที่ดูเรียบร้อยสวนทางกับสภาพเมื่อคืน ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์การเงินด้วยใบหน้าที่ซีดเซียว ขอบตาของเธอค่อนข้างช้ำจากการผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก แต่มือที่ยื่นปึกเงินสดจำนวนสามหมื่นบาทให้เจ้าหน้าที่กลับมั่นคงและเด็ดเดี่ยว
"ค่ามัดจำอุปกรณ์และส่วนต่างการผ่าตัดของคุณวิไล รัตนรักษ์ ค่ะ"
เมื่อเจ้าหน้าที่ประทับตรา 'ชำระเงินแล้ว' ลงบนใบเสร็จ เรนรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอกไปครึ่งหนึ่ง แม้มันจะเป็นเงินที่แลกมาด้วยหยาดน้ำตาและคำดูถูกที่เจ็บแสบที่สุดในชีวิต แต่มันคือตั๋วใบสำคัญที่จะยื้อชีวิตแม่ของเธอเอาไว้
"คุณแม่จะได้รับการผ่าตัดเช้าวันจันทร์นี้นะคะ รบกวนญาติเซ็นเอกสารนี้ด้วยค่ะ"
"ขอบคุณค่ะ... ขอบคุณจริงๆ ค่ะ" เรนพึมพำพร้อมกอดใบเสร็จใบนั้นไว้แนบอก พยาบาลยื่นเอกสารการผ่าตัดมาให้เธอเซ็นรับทราบ
เรนก้มลงเซ็นชื่อในเอกสารยินยอมรับการผ่าตัดด้วยมือที่สั่นเทาแต่หนักแน่น ทุกตัวอักษรที่ตวัดลงไปคือความหวังเดียวที่เธอมี เมื่อจัดการเรื่องเอกสารและค่าใช้จ่ายที่เคาน์เตอร์เสร็จสิ้น ร่างบางในชุดนักศึกษาก็เดินตรงไปยังหน้าห้องไอซียู
บรรยากาศหน้าห้องวิกฤตยังคงเงียบงันและเต็มไปด้วยกลิ่นยาที่ชวนให้ใจคอไม่ดี เรนสวมชุดคลุมฆ่าเชื้อก่อนจะเดินเข้าไปหยุดอยู่ข้างเตียงของผู้เป็นแม่ ภาพแม่ที่นอนหลับไม่ได้สติ มีสายระโยงระยางและเครื่องช่วยหายใจทำงานอยู่เป็นจังหวะ ทำให้หัวใจของเรนบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก เธอเอื้อมมือไปกุมมือที่ผอมบางและเย็นชืดของแม่ไว้แผ่วเบา
"แม่จ๋า... เรนหาเงินมาได้แล้วนะ" เธอซบหน้าลงกับขอบเตียง น้ำตาหยดหนึ่งกลิ้งตกลงบนหลังมือของแม่
"อีกแค่นิดเดียวแม่ก็จะหายแล้วนะอดทนเพื่อเรนนะจ๊ะ"
"คุณวิไลมีลูกสาวที่เข้มแข็งมากนะคะ"
คำชมแผ่วเบาของพยาบาลนั้นทำให้ลำคอของเรนตีบตันขึ้นมาดื้อ ๆ เธอเม้มริมฝีปากแน่นพยายามกลั้นเสียงสะอื้น อย่างน้อยในโลกที่แสนโหดร้ายใบนี้...
ในวันที่เธอถูกคนที่แอบชื่นชมเหยียบย่ำศักดิ์ศรีจนไม่มีชิ้นดี ก็ยังมีคนแปลกหน้าที่มองเห็นความพยายามของเธออยู่บ้าง
"ขอบคุณ... ขอบคุณจริงๆ ค่ะ" เรนพึมพำเสียงสั่น
ความอบอุ่น ความสบายใจเล็กๆ นี้เองที่ช่วยต่อลมหายใจให้เธอมีแรงก้าวออกจากโรงพยาบาลเพื่อไปเผชิญหน้ากับโลกความจริงที่รออยู่
"ไม่ต้องกังวลนะคะ ทางทีมหมอจะทำเต็มที่ค่ะ"
"คุณแม่ท่านรับรู้นะคะว่าคุณลูกสาวมาหา พยายามพูดคุยกับท่านบ่อย ๆ จะช่วยเป็นกำลังใจให้คนไข้ได้มากเลยค่ะ"
เรนพยักหน้ารับคำพยาบาล เธอใช้เวลาอยู่กับแม่ครู่หนึ่ง บอกเล่าเรื่องราวสั้น ๆ โดยเว้นเรื่องความโหดร้ายที่เธอเจอมาเมื่อคืนไว้ในใจ ก่อนจะเดินออกจากห้องไอซียูด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป...
แม้ข้างนอกนั่นเธอจะถูกใครบางคนมองว่า 'ไร้ค่า' แต่สำหรับคนในห้องนี้ เธอคือทุกอย่างของชีวิตแม่
แรงสั่นสะเทือนจากโทรศัพท์ในกระเป๋าทำให้เรนที่กำลังก้าวออกจากโรงพยาบาลต้องหยุดชะงัก เธอหยิบขึ้นมาดูแล้วก็น้ำตาคลอเบ้า ข้อความของก้อยเป็นเหมือนความอบอุ่นเพียงอย่างเดียวในเวลาที่โดดเดี่ยวแบบนี้
Rain: เราโอเคก้อย แค่มีเรื่องที่โรงพยาบาลนิดหน่อย
Rain: ขอบใจมากนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เราเจอกัน
เรนรีบเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า เธอพยายามปาดน้ำตาที่จวนจะไหลออกมาอีกรอบ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกสติ เธอยังล้มตอนนี้ไม่ได้ ชีวิตของแม่ฝากไว้ในมือเธอแล้ว
บรรยากาศใต้ต้นจามจุรีกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง อาทิตย์สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ดิบและรังสีอำมหิตของตนเอง ชายหนุ่มรีบหันขวับกลับมาหาคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ด้านหลังทันที ทันใดนั้น...แววตาดุดันขึงขังเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวล ห่วงใย และหวาดกลัวว่าคนรักจะได้รับความกระทบกระเทือนใจ“เรนครับ... เรนเป็นอะไรไหมครับ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า พี่ขอโทษ... ปล่อยให้พวกมันมาปากดีใส่เธอแบบนี้” อาทิตย์เอ่ยเสียงสั่นเครือ มือหนาทั้งสองข้างเอื้อมไปจับไหล่บางของรินรดาเบา ๆ พลางสำรวจร่างกายของเธอด้วยความลนลาน รินรดามองท่าทางเลิ่กลั่กของชายหนุ่มตรงหน้าแล้วความตึงเครียดทั้งหมดก็มลายหายไป หญิงสาวส่งยิ้มละมุน ยื่นมือนุ่มทั้งสองข้างไปกุมมือหนาของเขาเอาไว้ “เรนไม่ได้เป็นอะไรเลยค่ะพี่อาทิตย์ ไม่ได้เจ็บตรงไหนเลย แล้วก็ไม่ได้ร้องไห้ด้วย... เห็นไหมคะ”อาทิตย์มองใบหน้าหวานที่ไร้หยาดน้ำตาและเต็มไปด้วยความเข้มแข็งสตรองเด็ดเดี่ยวของรินรดาแล้ว ชายหนุ่มก็ลอบถอนหายใจยาวออกมาด้วยความโล่งอก หัวใจที่เต้นรัวค่อย ๆ สงบลง เขาขยับเข้าไปใกล้ดึงร่างบอบบางของเธอเข้ามาโอบกอดหมับไว้อย่างแส
เสียงเพลงมาร์ชประจำมหาวิทยาลัยดังแว่วมาตามสายลมโชยอ่อน บรรยากาศรอบอาณาเขตหอประชุมใหญ่คราคร่ำไปด้วยฝูงชนในชุดแต่งกายสุภาพ เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และหยาดน้ำตาแห่งความตื้นตันใจผุดขึ้นให้เห็นในทุกตารางนิ้ว วันนี้คือวันพิธีพระราชทานปริญญาบัตร บรรดาบัณฑิตใหม่ในชุดครุยวิทยฐานะสีดำขลิบแถบสีตามคณะต่างพากันยืนถ่ายรูปคู่กับครอบครัวและกลุ่มเพื่อนสนิทอย่างชื่นมื่นหนึ่งในนั้นคือกลุ่มวิศวกรรมศาสตร์... และบัณฑิตป้ายแดงที่เป็นจุดสนใจของคนเกือบทั้งคณะคงหนีไม่พ้น ‘อาทิตย์’ ประธานรุ่นและเฮดว้ากจอมโหดผู้ที่จะเป็นตำนานของรุ่นนี้“เฮ้ย ไอ้อาทิตย์ ทางนี้โว้ย หันหน้าหล่อ ๆ ของมึงมาทางกล้องนี่หน่อย”เสียงตะโกนของโน้ตดังแหวกฝูงชนพร้อมกับชูกล้องถ่ายรูปในมือขึ้น เก่งที่ยืนอยู่ข้าง ๆ รีบขยับเข้าไปกอดคอเพื่อนสนิทที่วันนี้อยู่ในชุดครุยวิศวะเต็มยศ ใบหน้าคมคายของอาทิตย์ที่มักจะบึ้งตึงดุดันอยู่เสมอ บัดนี้กลับประดับไปด้วยรอยยิ้มกว้างกังวาน แววตาคู่คมฉายประกายแห่งความภาคภูมิใจอย่างปิดไม่มิด“ในที่สุดมึงก็จบจนได้นะไอ้ประธานรุ่นกิตติมศักดิ์ เรียนจบก่อนเมียมันรู้สึกยังไงบ้างวะ” โน้ตเอ่ยแซวขำ ๆ หลังจากกดชัตเตอร์รัว ๆ ไปหลายภา
การกลับเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยอย่างเต็มตัวของรินรดาหลังจากวันนั้นเป็นไปอย่างราบรื่นและเปี่ยมไปด้วยพลัง หญิงสาวตั้งหน้าตั้งตาเรียนเพื่อชดเชยเวลาที่ขาดหายไปอย่างไม่ย่อท้อ สิ่งที่เพิ่มเข้ามาในกิจวัตรประจำวันของเธอก็คือ การทำขนมไทยโบราณส่งขายตามออร์เดอร์ของอาจารย์และกลุ่มนักศึกษาในมหาวิทยาลัย เพื่อหารายได้เสริมสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ตนเอง โดยมีพื้นที่ห้องครัวกว้างขวางในคอนโดมิเนียมหรูของอาทิตย์เป็นฐานบัญชาการใหญ่ และแน่นอนว่า... คนที่กระตือรือร้นกับเรื่องนี้ที่สุดไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นประธานรุ่นคณะวิศวกรรมศาสตร์ผู้เคยหยิ่งผยองคนนั้นนั่นเอง“เรนครับ... กล่องขนมชั้นล่างสุดนี่เอาไปส่งที่คณะอักษรศาสตร์ใช่ไหมครับ”อาทิตย์ในชุดเสื้อช็อปวิศวะขัดมัน ซ้ำยังตั้งใจพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นมัดกล้ามสมชายชาตรี เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มผิดกับมาดดุดันในอดีตยามที่เขาก้มลงยกตะกร้าหวายใบใหญ่ซึ่งอัดแน่นไปด้วยกล่องขนมเปียกปูนและวุ้นมะพร้าวอ่อนหอมกรุ่นขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน เฮดว้ากหน้าดุเสือยิ้มยาก บัดนี้ได้กลายร่างเป็น ‘พ่อบ้านใจกล้า’ เดินหิ้วตะกร้าขนมไทยสีหวานเดินตามหลังนักศึกษาหญิงตัวเล็ก ๆ สลับกับคอยสะพายกระเป๋
ตามข้อตกลงที่ให้ไว้ก่อนกลับกรุงเทพฯ อาทิตย์สัญญาว่าจะไม่เข้ามาวุ่นวายหรือบงการชีวิตของเธอในมหาวิทยาลัยจนทำให้เธออึดอัด ชายหนุ่มจึงเลือกที่จะนั่งฟังเงียบ ๆ ปล่อยให้รินรดาได้ระบายความอัดอั้นและพูดคุยหัวเราะกับก้อยอย่างเต็มที่ ดวงตาคู่คมทอดมองรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคนรักด้วยความรู้สึกอุ่นซ่านในใจ... นี่แหละคือรอยยิ้มที่เขาเคยทำลาย และจากนี้เขาจะเป็นคนปกป้องมันเอง“เออเรน... แล้วเรื่องค่าเทอมกับค่าหอพักในเทอมนี้แกจัดการยังไง ให้ฉันช่วย...” ก้อยเอ่ยถามด้วยความห่วงใยตามประสาเพื่อนที่รู้ว่าฐานะทางบ้านของรินรดาไม่ได้ร่ำรวย“เรื่องนั้น...” รินรดาอึกอัก หันไปมองคนข้างกาย“เรื่องค่าใช้จ่ายทุกอย่างของเรน... กูจัดการเคลียร์ให้หมดแล้ว ทั้งทุนการศึกษา ค่าเทอม ค่าใช้จ่ายส่วนตัว” อาทิตย์เป็นคนตอบแทนน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทำเอาโน้ตและเก่งถึงกับพ่นน้ำออกจากปาก“เฮ้ย มึงสายเปย์ตั้งแต่เมื่อไหร่วะไอ้อาทิตย์” โน้ตอุทาน“กูแค่ดูแล... คนรักของกู” อาทิตย์ตอบสั้น ๆ น้ำเสียงหนักแน่นจนรินรดาต้องแอบหยิกหมับเข้าที่ต้นขาแกร่งใต้โต๊ะด้วยความหมั่นไส้ ชายหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อยแต่กลับคว้ามือนุ่มมาจับกุมไว้แน่นใต้โต๊ะไม่ยอม
กลิ่นอายของละอองฝนและละอองดินของบ้านสวนในต่างจังหวัดค่อย ๆ เลือนหายไปตามระยะทาง แทนที่ด้วยทัศนียภาพของตึกสูงระฟ้าและจราจรที่ติดขัดอันเป็นเอกลักษณ์ของกรุงเทพมหานคร รถยนต์คันหรูของอาทิตย์เคลื่อนตัวเข้าสู่เขตเมืองหลวงอย่างนิ่มนวล โดยมีตัวเขาทำหน้าที่เป็นสารถีอย่างแข็งขันตลอดการเดินทางหลายชั่วโมงตลอดการเดินทาง ชายหนุ่มแทบจะไม่ยอมให้มือเรียวของเธอต้องขยับทำอะไรเลยแม้แต่น้อย น้ำดื่มถูกเปิดฝาเตรียมพร้อม ทิชชู่ถูกส่งให้ถึงมือ ซ้ำยังคอยเอื้อมมือหนามากุมมือเธอไว้บนตักเบา ๆ ราวกับกลัวว่าเธอจะเปลี่ยนใจกระโดดหนีลงจากรถไปเสียดื้อ ๆ สรรพคุณความเอาใจใส่ระดับสิบเต็มสิบนี้ทำเอารินรดาแอบอมยิ้มและรู้สึกหน้าร้อนผ่าวอยู่หลายครั้ง จนกระทั่งรถยนต์คันหรูเลี้ยวเข้าจอดในอาณาเขตคอนโดมิเนียมระดับพรีเมียมใจกลางเมืองของอาทิตย์“ถึงแล้วครับเรน... นั่งรออยู่บนรถก่อนนะ เดี๋ยวพี่เดินไปเปิดประตูให้” อาทิตย์เอ่ยเสียงนุ่มรีบดับเครื่องยนต์แล้วถลันลงจากรถราวกับกลัวจะทำหน้าที่บกพร่อง ชายหนุ่มเปิดประตูฝั่งคนนั่ง ยื่นมือแกร่งไปรองรับมือบางของเธอให้ก้าวลงมาจากรถอย่างทะนุถนอม รินรดามองมือกว้างที่ยื่นมาตรงหน้าสลับกับใบหน้าคมคาย
แสงทองวันใหม่ทอประกายลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านผืนเก่า ขับไล่ความมืดมิดและหยาดฝนที่เพิ่งซาเม็ดไปเมื่อรุ่งสาง ไอเย็นของฝนเมื่อคืนยังคงหมุนเวียนอยู่ภายในห้องนอนสี่เหลี่ยม บนเตียงไม้หลังเดิมบรรยากาศกลับอบอวลไปด้วยร่องรอยของความวาบหวามจากค่ำคืนที่ผ่านมารินรดาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างช้า ๆ ความรู้สึกแรกที่จู่โจมเข้าสู่โสตประสาทคือความอุ่นจากแผงอกแกร่งที่เธอหนุนนอนอยู่ แขนแกร่งของอาทิตย์ยังคงพาดรองคอของเธอ มืออีกข้างโอบกอดร่างบางของเธอเอาไว้แนบชิดราวกับสมบัติล้ำค่าที่กลัวว่าจะหลุดลอยหายไป หญิงสาวก้มลงมองเรือนร่างของตัวเองที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ความระบมช่วงกลางลำตัวและรอยรักสีกุหลาบที่ตีตราอยู่ตามผิวเนื้อขาวผ่อง เป็นหลักฐานชิ้นดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความฝัน พลันหัวใจดวงน้อยก็ดิ่งวูบลงสู่ความเงียบงัน น้ำตาเม็ดโตเริ่มเอ่อคลอหน่วยตาด้วยความสับสนและหวาดกลัว‘เราทำอะไรลงไป... ทำไมเราถึงใจง่ายยอมเขาอีกแล้ว’ความคิดแง่ลบเริ่มรุมเร้าเข้ามาในสมอง รินรดากัดริมฝีปากแน่นเพื่อกั้นเสียงสะอื้น เธอรู้สึกสมเพชตัวเองที่ปล่อยให้อารมณ์และความโหยหาชั่ววูบอยู่เหนือเหตุผล และที่เหนือสิ่งอื่นใดปมในใจที่ใหญ่ที่สุ
ในขณะที่ก้อยกำลังลนลาน เจ้าหน้าที่นิติบุคคลกลับก้าวเข้ามาขวางหน้าทั้งสองคนไว้ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด"เดี๋ยว พวกคุณสองคนยังไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น" นิติบุคคลเอ่ยเสียงเข้มพลางชี้ไปที่ประตูห้องที่มีรอยเท้าช้ำจากการโดนถีบ "ถึงคนข้างในจะไม่อยู่ หรือ ไม่เป็นอะไรแล้ว แต่พวกคุณบุกรุกเข้ามาในหอพักสตรี แถมยังทำล
บรรยากาศที่โต๊ะหินอ่อนเริ่มร้อนระอุขึ้นมาทันที เมื่ออาทิตย์โยนคำท้าทายทิ้งไว้แล้วเดินจากไป โน้ตกับเก่งหันมามองหน้ากัน ตาเป็นประกายเหมือนได้รับภารกิจระดับชาติ"เฮ้ย มึงได้ยินใช่ไหม ไอ้เก่ง... ไอ้คนถือตัวอย่างไอ้อาทิตย์มันบอกว่าจะไป" โน๊ตลนลานหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา "งานนี้ถ้ากูนัดไม่ได้ กูเสียหมาแน่""เ
ณ ลานเกียร์ (อีกมุมหนึ่ง) ในขณะที่ก้อยกำลังเป็นห่วงเรน อาทิตย์ที่นั่งอยู่กับกลุ่มเพื่อนก็ยังคงตกอยู่ในภวังค์ความโกรธ สายตาของเขามองไปยังกลุ่มเด็กปีสองที่กำลังเดินผ่านไป แววตาคมกริบนั้นวูบไหวเมื่อไม่เห็น 'ยัยแว่น' อยู่ในกลุ่มนั้นจริงอย่างที่เพื่อนว่า"มึงว่าน้องมันจะโกรธจนลาออกเลยเปล่าวะ" โน้ตยังไม
อาทิตย์กึ่งลากกึ่งจูงเรนออกมาจนถึงโซนซักล้างด้านหลังคลับที่เงียบสงัด มีเพียงแสงไฟสลัวจากสปอตไลต์ดวงเล็ก เขาเหวี่ยงแขนเธอออกจนร่างบางเซไปปะทะกับผนังปูนเย็นเยียบ"ปล่อยฝนนะ คุณเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรมาทำแบบนี้" เรนพยายามดัดเสียงตีหน้าซื่อปฏิเสธสุดชีวิต "ฉันไม่ได้รู้จักคุณ ฉันชื่อน้ำฝน ไม่ใช่คนที่คุณคิด







