Share

บทที่ 6

last update publish date: 2026-08-01 07:00:15

ปล่อยนะ! ไอ้บ้าสกาย ปล่อย!” ไอรินพยายามสะบัดมือออก แต่อีกฝ่ายจับไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก เขาไม่ได้ออกแรงบีบจนเจ็บ แต่รัดกุมจนไม่มีทางดิ้นหลุด

สกายใช้มืออีกข้างหยิบแหวนออกจากกล่อง ปลายนิ้วโป้งของเขาเกลี่ยเบาๆ ที่หลังมือของเธอขณะที่กำลังสวมแหวนวงนั้นลงบนนิ้วนางข้างซ้าย

ความเย็นเยียบของโลหะเสียดสีกับผิวเนื้อ สวนทางกับอุณหภูมิร้อนผ่าวจากฝ่ามือของเขาที่กอบกุมอยู่ ไอรินเงยหน้าขึ้นมองสกายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและไม่เข้าใจ

แต่สิ่งที่เธอเห็นในดวงตาคมกริบคู่นั้น... ไม่ใช่ความรำคาญ ไม่ใช่ความอึดอัดที่โดนบังคับอย่างที่เธอคิด แต่มันคือความนิ่งลึกที่ซ่อนประกายบางอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกหายใจไม่ออก ราวกับว่าเขาไม่ได้กำลังสวมแหวนเพื่อรับผิดชอบ แต่กำลังสวมปลอกคอเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของต่างหาก

เรียบร้อยแล้วครับ” สกายปล่อยมือเธอ แล้วหันไปบอกผู้ใหญ่

ไอรินก้มมองแหวนเพชรบนนิ้วตัวเอง น้ำตาแห่งความคับแค้นใจคลอเบ้า เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแค่ตุ๊กตาหมากรุกที่ถูกจับวางลงบนกระดาน โดยมีแม่ของเธอและผู้ชายตรงหน้าเป็นคนควบคุมเกม

ดีมาก” คุณศจีพยักหน้าอย่างพอใจ “ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป น้องสกาย ป้าฝากรับส่งไอรินที่มหาลัยด้วยนะ ช่วงนี้ข่าวคงจะเยอะ ป้าไม่อยากให้ไอรินคลาดสายตา”

ได้ครับคุณป้า ผมจะ ‘ดูแล’ ไอรินให้อย่างดี” สกายรับคำหนักแน่น

แม่ไม่มีสิทธิ์มาสั่งให้เขาตามประกบรินนะ!” ไอรินโพล่งขึ้นมา หมดความอดทนในที่สุด

ฉันมีสิทธิ์ เพราะฉันเป็นแม่แก” คุณศจีตอกกลับ “และตอนนี้สกายก็เป็นคู่หมั้นของแก เขามีสิทธิ์เต็มที่ที่จะรู้ว่าแกอยู่ที่ไหน ทำอะไร กับใคร”

ไอรินหอบหายใจแรง ความกดดันในห้องนี้กำลังบีบรัดเธอจนแทบจะระเบิด เธอทนมองหน้าแม่ที่เห็นแก่ผลประโยชน์ ทนมองหน้าคุณหญิงที่เอาแต่ยิ้ม และที่สำคัญ... เธอทนมองหน้าไอ้ผู้ชายหน้าตายที่ยอมก้มหัวรับคำสั่งง่ายๆ คนนี้ไม่ได้อีกต่อไป

รินเกลียดแม่... และฉันก็เกลียดนายด้วย!”

ไอรินสะบัดหน้า หมุนตัววิ่งหนีออกจากห้องรับแขกตรงดิ่งขึ้นบันไดไปยังห้องนอนชั้นสองของตัวเองทันที

ปัง!

เสียงปิดประตูห้องนอนดังสนั่นลั่นบ้าน ตามมาด้วยเสียงกดล็อกกริ๊ก

ไอรินพิงแผ่นหลังเข้ากับบานประตู ทรุดตัวลงนั่งยองๆ กับพื้นไม้ปาร์เก้ ยกมือทั้งสองข้างขึ้นกุมขมับ อาการปวดหัวจากแฮงก์ที่คิดว่าดีขึ้นแล้วกลับมาโจมตีอีกครั้งพร้อมกับความเครียดที่พุ่งปรี๊ด

เธออยู่ในห้องนอนเดิมสมัยเด็ก ห้องที่เคยคุ้นเคย แต่วันนี้มันกลับดูแปลกตาและกว้างเกินไป แสงแดดยามบ่ายที่ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกอึดอัดในอกลดลงเลย

หญิงสาวยกมือซ้ายขึ้นมาดูตรงหน้า

แหวนเพชรเม็ดงามส่องประกายล้อแสงแดด มันควรจะเป็นเครื่องประดับที่ผู้หญิงหลายคนใฝ่ฝันอยากจะได้สวม แต่สำหรับเธอ... มันคือพันธนาการ มันคือโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น

ทำไมสกายถึงยอมง่ายขนาดนี้?

คำถามนี้วนเวียนอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า หมอนั่นไม่ใช่คนที่จะยอมรับคำสั่งใครถ้าเขาไม่อยากทำ ต่อให้เป็นแม่ตัวเองก็เถอะ ตอนเด็กๆ เขาเคยหัวรั้นและร้ายกาจขนาดไหนเธอรู้ดีที่สุด หรือว่า... เขาแค่อยากจะใช้สถานะคู่หมั้นนี่มาเพื่อแก้แค้นและควบคุมชีวิตเธอให้อึดอัดเล่นๆ ?

ใช่... ต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ ไอ้คนเจ้าคิดเจ้าแค้นเอ๊ย!

ไอรินพยายามดึงแหวนออกจากนิ้ว แต่ออกแรงดึงเท่าไหร่มันก็ไม่ออก ราวกับว่าขนาดของมันถูกสั่งทำมาให้พอดีเป๊ะกับข้อนิ้วของเธออย่างน่าประหลาดใจ ยิ่งดึง นิ้วก็ยิ่งแดงและเจ็บจนต้องยอมแพ้ปล่อยมือตกลงข้างตัว

ความเงียบในห้องเริ่มทำให้เธอรู้สึกเหงาแปลกๆ

เธอเกลียดความเงียบ เกลียดการอยู่คนเดียวในพื้นที่ปิด มันมักจะดึงเอาความทรงจำแย่ๆ ในวัยเด็กตอนที่ถูกสกายขังไว้ในห้องเก็บของมืดๆ กลับมาเสมอ แม้ตอนนี้ห้องจะสว่าง แต่ความรู้สึกถูกกักขังมันกลับชัดเจนขึ้นมาในรูปแบบของ ‘สถานะ’ แทน

ไอรินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามปรับอัตราการเต้นของหัวใจให้ปกติ เธอยกมือขวาขึ้นมาลูบแหวนบนนิ้วนางข้างซ้ายเบาๆ นัยน์ตากลมโตที่เคยสั่นไหวเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวและเด็ดเดี่ยว

คอยดูเถอะสกาย ฉันจะหาทางถอนหมั้นให้ได้... ให้เร็วที่สุดด้วย”

ห้าทุ่มสี่สิบห้านาที

ไอรินทิ้งตัวลงบนเตียงนอนหนานุ่มภายในคอนโดส่วนตัว หลังจากทนอึดอัดกับบรรยากาศที่บ้านใหญ่ไม่ไหว เธอตัดสินใจขับรถกลับมาที่นี่ตั้งแต่หัวค่ำโดยไม่ได้บอกใคร แม้แต่แม่ที่กำลังสั่งจัดเตรียมงานหมั้นสายฟ้าแลบก็ไม่สน

ฝนด้านนอกเริ่มตกปรอยๆ ก่อนจะหนักขึ้นจนได้ยินเสียงเม็ดฝนตกกระทบกระจกหน้าต่างชัดเจน

หญิงสาวในชุดนอนสายเดี่ยวสีขาวผ้าซาตินพลิกตัวไปมาเป็นรอบที่ร้อย ความเหนื่อยล้าสะสมจากการแฮงก์และอาการปวดหัวน่าจะทำให้เธอหลับสนิทได้ไม่ยาก แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม

ดวงตากลมโตยังคงเบิกโพลงจ้องมองเพดานห้องที่เปิดไฟสลัวไว้

ปลายนิ้วโป้งขวาลูบคลำแหวนเพชรบนนิ้วนางข้างซ้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า สัมผัสเย็นเยียบของมันย้ำเตือนถึงสถานะ ‘คู่หมั้น’ ที่ถูกยัดเยียดให้เมื่อช่วงบ่าย ยิ่งคิดถึงหน้าคนสวมให้ ก้อนความหงุดหงิดก็ยิ่งตีตื้นขึ้นมาจุกที่คอหอย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • วิศวะแฟนโหด   บทที่ 31

    "คุณอาจจะเมา..." สกายกดเสียงต่ำ เปลี่ยนสรรพนามอย่างจงใจเพื่อเย้าแหย่กำแพงที่เธอพยายามสร้างขึ้น "แต่ผมไม่ได้เมา""สะ... สกาย ถอยออกไป" เธอใช้มือดันแผงอกเปลือยเปล่าของเขา แต่กล้ามเนื้อตรงหน้าแข็งเกร็งจนแทบไม่ขยับ"ผมมีสติครบถ้วนทุกวินาที ไอริน" เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน "และผมก็จำได้ทุกอย่าง... รวมทั้งการที่เธอตอบสนองฉันทุกสัมผัสด้วย"คำพูดของเขาเหมือนค้อนที่ทุบทำลายหน้ากากความเย่อหยิ่งของเธอจนแตกละเอียด ไอรินเม้มริมฝีปากแน่น ใบหน้าแดง

  • วิศวะแฟนโหด   บทที่ 30

    ไอรินไม่มีแรงแม้แต่จะขัดขืน เธอหลับตาลง ซุกหน้าเข้าหาแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายเฉพาะตัวของเขา ความเหนื่อยล้าจากกิจกรรมเมื่อครู่บวกกับฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้สติของเธอค่อยๆ ดับวูบลงอย่างรวดเร็วสกายก้มลงมองใบหน้ายามหลับของคนที่ซุกอยู่ในอก เขายกมือขึ้นลูบเรือนผมของเธออย่างทะนุถนอม ริมฝีปากหยักประทับจูบลงบนกระหม่อมบางเนิ่นนาน“เธอเป็นของฉันคนเดียว ไอริน...”เสียงทุ้มกระซิบฝากไว้ในความมืด เป็นคำประกาศสิทธิ์ที่ดุดันและเอาแต่ใจที่สุด ก่อนที่เขาจะกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นและหลับตาลง ปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งเข้าสู่ห้วงนิทราไปพร้อมกับคนที่เขารักและหวงแหนที่สุดในชีวิตความปวดเมื่อยแล่นริ้วไปตามกล้ามเนื้อทุกสัดส่วนทันทีที่ไอรินขยับตัวดวงตากลมโตค่อยๆ ปรือขึ้นรับแสงสว่างที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้องนอน สิ่งแรกที่ประสาทสัมผัสรับรู้คือความว่างเปล่าของพื้นที่ข้างลำตัว อุณหภูมิบนฟูกฝั่งนั้นเย็นชืดไปแล้ว บ่งบอกว่าเจ้าของพื้นที่ลุกออกไปนานพอสมควรไอรินยันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก ความรู้สึกเสียดตึงบริเวณช่วงล่างทำให้เธอต้อ

  • วิศวะแฟนโหด   บทที่ 29

    เขาผุดลุกขึ้นนั่ง จัดการถอดเสื้อยืดและกางเกงวอร์มของตัวเองออกอย่างรวดเร็วจนเหลือเพียงร่างกายเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อและหยาดเหงื่อ ไอรินมองภาพความสมบูรณ์แบบตรงหน้าด้วยสายตาที่พร่ามัว กลิ่นอายความเป็นชายที่ผสมผสานกับกลิ่นฝนของเขากระตุ้นสัญชาตญาณดิบในตัวเธอให้ตื่นตัวสกายเอื้อมมือไปเปิดลิ้นชักโต๊ะหัวเตียง หยิบซองฟอยล์สีเงินออกมาฉีกด้วยปากอย่างรีบร้อน จัดการสวมใส่มันเพื่อป้องกันอย่างรอบคอบ แม้สติจะกระเจิงแค่ไหน แต่เขาก็ยังรักษาความปลอดภัยให้เธอเสมอเขาคว้าขวดเจลหล่อลื่นที่เตรียมไว้ (ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้) บีบลงบนฝ่ามือแล้วชโลมไปที่แก่นกายขนาดใหญ่ของตัวเอง ก่อนจะขยับตัวเข้ามาทาบทับร่างบางอีกครั้ง

  • วิศวะแฟนโหด   บทที่ 28

    มันไม่ใช่จูบที่อ่อนโยนหรือขออนุญาต แต่มันคือการลงทัณฑ์และการครอบครอง เขากดริมฝีปากบดขยี้ลงมาอย่างหนักหน่วง รุนแรงจนไอรินได้รสฝาดของเลือดที่มุมปาก เธอพยายามจะเม้มปากแน่นเพื่อปฏิเสธการคุกคาม แต่สกายก็ใช้มือข้างที่ว่างบีบปลายคางของเธอ บังคับให้เรียวปากเปิดออกอย่างเอาแต่ใจทันทีที่ได้ช่องทาง ลิ้นร้อนชื้นก็แทรกซึมเข้าไปกวาดต้อนความหอมหวานภายในอย่างตะกละตะกลาม เขาดุดัน จาบจ้วง และตักตวงทุกอย่างราวกับคนหิวกระหาย รสชาติของวอดก้าที่ติดอยู่ปลายลิ้นของเธอผสมผสานกับกลิ่นอายเฉพาะตัวของเขา สร้างความมึนเมาที่รุนแรงกว่าแอลกอฮอล์แก้วไหนๆ“อื้อ... อ่อย” ไอรินประท้วงในลำคอ พยายามเบือนหน้าหนี แต่เขากลับตามมาประกบจูบซ

  • วิศวะแฟนโหด   บทที่ 27

    “ปล่อยฉันได้แล้ว!” ไอรินออกแรงสะบัดแขนอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้รั้งไว้หญิงสาวเซถอยหลังไปก้าวหนึ่ง กลิ่นแอลกอฮอล์ที่โชยออกมาจากตัวเธอยิ่งทำให้คิ้วหนาของสกายขมวดเข้าหากันแน่นขึ้นไปอีก เขากวาดสายตามองสภาพของเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าเดรสสีดำสายเดี่ยวที่รัดรูปจนเห็นสัดส่วนโค้งเว้าชัดเจน ความยาวของมันสั้นกุดจนแค่ขยับตัวก็แทบจะเห็นไปถึงไหนต่อไหน ใบหน้าแดงซ่าน ดวงตาฉ่ำปรือ และกลิ่นเหล้าที่คลุ้งไปหมด“ไปกินเหล้ากับมันมางั้นสิ” เขาเค้นเสียงถาม

  • วิศวะแฟนโหด   บทที่ 26

    ไอรินไม่ได้ตอบรับคำห่วงใยนั้น เธอหลับตาลงอีกครั้ง ปล่อยให้ความเงียบโรยตัวลงมาในห้องโดยสารสองวันที่ผ่านมา... ตั้งแต่คืนที่สกายตากฝนจนไข้ขึ้นและเธอยอมเช็ดตัวทำข้าวต้มให้ พอรุ่งเช้าไข้เขาลดลง หมอนั่นก็กลับไปทำตัวเป็นรูปปั้นหินเหมือนเดิม พวกเขากลับมาคุยกันปกติในฐานะคู่หมั้นหลอกๆ หน้ามหาลัย แต่ความรู้สึกบางอย่างมันไม่ปกติอีกต่อไปทุกครั้งที่หลับตา ภาพผู้หญิงที่ชื่อนินิวยืนเกาะแขนเขาก็ยังคงตามมาหลอกหลอน‘พี่สกายไม่เคยหวงของ หรือลืมของทิ้งไว้สุ่มสี่สุ่มห้าเลยนี่คะ’คำพูดของยัยเด็กรุ่นน้องนั่นตามมารังควานจนเธอหงุดหงิด และความหงุดหงิดนั้นก็เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เธอเลือกที่จะมาดื่มกับกลุ่มเพื่อนที่มีธันวารวมอยู่ด้วย โดยไม่ได้บอก ‘ยานอนหลับ’ ส่วนตัวของเธอสักคำรถยนต์ค่อยๆ ชะลอความเร็ว เลี้ยวเข้าสู่ทางเข้าคอนโดมิเนียมหรูของเธอ แสงไฟจากเสาไฟริมทางสาดส่องเข้ามาในรถ ไอรินขยับตัวเตรียมหยิบกระเป๋าสะพายใบเล็ก“ถึงแล้ว ค่อยๆ ลุกนะ” ธันวาดับเครื่องยนต์ ปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วเปิดประตูลงจากรถ เขารีบเดินอ้อมมาเปิดประตูฝั่งผู้โดยส

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status