เข้าสู่ระบบ“ออกให้ห่างจากคนของกู!”
“มึงใครวะ!” หนึ่งในสองคนนั้นตะคอกเสียงดังด้วยความไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะเข้าด้ายเข้าเข็มจนอาจจะทำให้พลาดท่าเสียเหยื่อสาวสวยผู้นี้ไปได้
“ถ้าไม่อยากให้กูแจ้งตำรวจก็รีบไสหัวไปซะ”
ได้ยินเพียงเท่านั้นพวกมันก็มีท่าทีลังเลอย่างเห็นได้ชัด ก่อนสีหน้าจะแปรเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนกระคนหวาดกลัว เพราะไม่คิดว่าจะมีใครล่วงรู้ความลับข้อนี้ได้ ท้ายที่สุดพวกคนเลวทั้งสองจำต้องรีบวิ่งหนีจากสถานการณ์ชวนติดคุกไปในทันที
หมับ!
ไม่พูดพร่ำทำเพลงมือหยาบกระด้างจัดการคว้าข้อมือบางออกแรงดึงเพียงเล็กน้อยคนเมามายก็เซถลาเข้าสู่อ้อมอกแกร่งอย่างไร้การต่อต้าน
“อื้อ~ ใครอ่า”
ใบหน้าสะสวยบัดนี้ถูกแต่งแต้มไปด้วยสีแดงซ่านเปล่งปลั่งทั้งแก้มอวบอิ่ม บ่งชัดว่าเจ้าตัวคงถูกแอลกอฮอล์เล่นงานชนิดที่ว่าสติไม่มีหลงเหลือ กระทั่งแรงจะทรงตัวยืนตรงยังคงต้องพึ่งพาวงแขนแกร่งให้ช่วยประคองอยู่ตลอด
พลันกลิ่นหอมประจำตัวจากร่างสูงก็เตะเข้าจมูกรั้น ชวนให้เครื่องหน้างดงามต้องเงยขึ้นมองเจ้าของอ้อมกอดพลางขมวดคิ้วมุ่น
“ไฟเหรอ~”
“อืม”
“มาได้ไง โกรธกูอยู่ไม่ใช่เหรอ.....” น้ำเสียงผะแผ่วมาพร้อมเรือนกายที่เผลอบดเบียดเข้าชิด ส่งผลให้เนินเนื้ออวบอิ่มถูไถไปกับอกกำยำอย่างไม่ได้ตั้งใจ
หากแต่การกระทำเช่นนั้นดันมีผลต่อความรู้สึกบางอย่างให้ก่อเกิดแก่ร่างสูง พานไปถึงลูกชายภายใต้เนื้อผ้าซึ่งไวต่อความรู้สึกปูดนูนขึ้นจนเขาเริ่มปวดหนึบเข้าให้แล้ว
“ทำดี ๆ” ว่าพลางขบกรามแน่นจนขึ้นเป็นสันพยายามระงับอารมณ์ให้คงที่ ก่อนจะดันร่างเล็กให้ผละออกเพียงเล็กน้อย “กล้ามาคนเดียวได้ไง”
“มึงโกรธกู”
“กลับได้แล้ว เดี๋ยวไปส่ง”
ไม่เปิดโอกาสให้คนเมาได้ปฏิเสธหรือต่อต้าน ว่าจบก็จัดการประคองร่างบางกลับไปยังรถหรูที่จอดนิ่งสนิทอยู่ด้านหน้าของตัวคลับ ไม่ลืมต่อสายโทรหาเพื่อนทั้งสองให้รีบตามออกมา
และถึงแม้สติจะมีเพียงน้อยนิด ทว่าจิตใต้สำนึกมันเอาแต่คิดไปถึงเรื่องราวของเพื่อนสนิทผู้นี้อยู่ไม่ห่าง เป็นผลให้ร่างบางพลั้งเผลอพร่ำพรรณนาออกมาไม่หยุดปาก
“โกรธกูแล้วมาจะมายุ่งกับกูทำไม~”
“.....” ไฟเองไม่ได้โต้ตอบอะไรกลับไป เขาทำเพียงฟังอีกฝ่ายอยู่เงียบ ๆ พร้อมเปิดประตูฝั่งข้างคนขับออกกว้างจัดท่านั่งให้หญิงสาวจนเสร็จสรรพ
“กูผิดเองแหละ กูมันเป็นเพื่อนที่ไม่ดี...”
“.....”
“กูแค่ไปช่วยน้องมันขนของเอง กูผิดมากเลยเหรอ”
“......”
“กูกับไคไม่ได้เป็นอย่างที่มึงคิดเลยนะ” น้ำเสียงแผ่วเบามาพร้อมสายตาหวานเยิ้มพิษจากแอลกอฮอล์ช้อนขึ้นมองร่างสูงยืนขวางประตูรถซึ่งเขาเองก็ก้มมองเธออยู่เช่นกัน
“รู้แล้ว”
สองสายตาสบประสานกันแน่นิ่งไร้ซึ่งคำพูดใด ๆ มีเพียงความเงียบสงบเข้าปกคลุมบรรยากาศรอบ ๆ พลอยให้คนทั้งสองเริ่มทำตัวไม่ถูก
กระทั่งสังเกตได้ถึงหยาดเหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นตามกรอบหน้าสะสวย เรียวปากหยักจึงขยับเอื้อนเอ่ยบางประโยคออกมาในรอบหลายนาที
“ไหวไหม”
“หือ...” คิ้วบางขมวดมุ่นงุนงงกับถ้อยคำกำกวมเหล่านั้นประกอบกับถูกความมึนเมาควบคุมสติจึงประมวลผลได้ค่อนข้างช้า ถึงกระนั้นก็จำยอมเอ่ยตอบเพียงเพราะคิดว่าอีกฝ่ายคงถามไถ่ถึงอาการมึนเมาของเจ้าตัว “ไหว~ แต่ทำไมวันนี้อากาศร้อนจัง”
“ถึงบ้านก็รีบอาบน้ำซะ” เครื่องหน้าอันหล่อเหลาเบือนไปอีกทาง พยายามบังคับสายตามิให้เผลอมองเรือนร่างบางตรงหน้า
แม้ระหว่างตนและอีกฝ่ายจะเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่เยาว์วัย แต่ด้วยความแตกต่างเรื่องของเพศก็ควรระวังและให้เกียรติกันและกันอย่างถึงที่สุด
โดยเฉพาะในตอนนี้ที่หญิงสาวกำลังมีท่าทางกระสับกระส่ายอยู่ไม่สุข ดูก็รู้ว่าคงเป็นผลมาจากยาบางชนิดที่เจ้าหล่อนเผลอดื่มด่ำมันเข้าไปอย่างไม่รู้ตัว
“อยากอาบตอนนี้”
“จะอาบได้ไง”
“ไฟ กูรู้สึกแปลก ๆ” เรียวมือบางยกขึ้นซับหยาดเหงื่อตามกรอบหน้าและยิ่งเช็ดก็ดูเหมือนจะยิ่งผุดขึ้นมากกว่าเดิม พลันความรู้สึกบางอย่างก็วิ่งปรี่กระจายทั่วกายจนเรือนร่างระหงบิดเร่าไปมาอย่างทรมาน
“พวกแม่งช้าจังวะ” เสียงทุ้มสบถออกมาด้วยความหงุดหงิด นับตั้งแต่โทรตามเพื่อนสนิทจวบจนถึงตอนนี้เวลาก็ผ่านมานานหลายนาทีเสียแล้ว หากแต่ยังไม่มีทีท่าว่าพวกมันจะโผล่หัวออกมาจากคลับได้เลย
ไม่รอช้ามือหยาบจัดการปิดประตูเสียงดังปัง ก่อนจะอ้อมไปประจำตำแหน่งคนขับ เท้าหนัก ๆ เหยียบคันเร่งเคลื่อนตัวรถออกจากจุดจอดมุ่งหน้ากลับไปยังบ้านเช่าด้วยความเร็วสูง
ไม่ลืมส่งข้อความบอกไอ้สองตัวนั้นให้หารถกลับห้องด้วยตัวของพวกมันเอง
สารถีจำเป็นทำหน้าที่ขับรถทอดสายตามองไปยังถนนเบื้องหน้าอย่างตั้งใจ แม้จะดื่มเหล้าไปเยอะพอสมควร หากแต่สติกลับมีมากกว่าผู้โดยสารที่นั่งแอบอิงเบาะเบือนหน้าเข้ากระจกพลางปิดเปลือกตาลงเพื่อข่มอารมณ์บางอย่างเอาไว้
ทว่าร่างกายไม่รักดีดันแสดงท่าทีออกไปอย่างเปิดเผย เรียวขาเล็กทั้งสองบดเบียดบิดเร่าไปมา ความรู้สึกวูบวาบแผ่ซ่านเรียกให้มือบางต้องยกขึ้นจับเข็มขัดนิรภัยเอาไว้มั่น
แม้สติที่หลงเหลือในตอนนี้จะมีเพียงน้อยนิด หากแต่หญิงสาวก็รู้ดีว่าร่างกายตนนั้นกำลังต้องการสิ่งใด
“ยังไหวอยู่ไหม” เห็นเธอทรมานกายเขาเองก็ใช่ว่าจะสบายใจมากนัก
“.......” คนตัวเล็กยังคงนิ่งเงียบไม่คิดตอบคำถาม ทว่าความรู้สึกบางอย่างกลับยิ่งพวยพุ่งขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบควบคุมสติไม่อยู่
“ใครใช้ให้ไปดื่มเหล้าคนแปลกหน้า”
ไม่เพียงแค่เธอที่ต้องทนสะกดเก็บอาการเอาไว้ รวมไปถึงตัวเขาเองก็พยายามควบคุมสติไม่ให้หลุดลอยไปไกล จดจ่ออยู่กับการขับรถเบี่ยงเบนความสนใจมิให้เผลอมองร่างบางที่ทุรนทุรายอยู่ข้าง ๆ ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นเชื้อเพลิงชั้นดีกระตุ้นให้ไฟราคะในกายหนาสามารถลุกโชนได้ง่าย ๆ
“ไฟ ช่วยกูด้วย~”
“........” ไฟยังคงนิ่งเงียบไม่ยอมเอ่ยประโยคใด ๆ ออกมา เป็นเพราะสถานะความสัมพันธ์เพื่อนสนิทมันค้ำคอจนมิอาจล้ำเส้นของคำว่าเพื่อนได้
ถึงแม้จะล้ำมาแล้วหนึ่งครั้งก็ตาม
“ไฟ.....”
“มึงแน่ใจแค่ไหน”
“กูไม่ไหวแล้ว”
เขาเองก็เริ่มหมดความอดทนเต็มที ผู้ชายกับผู้หญิงอยู่ด้วยกันสองต่อสองในเวลาดึกดื่น อีกทั้งคนข้าง ๆ ยังเอาแต่ส่งเสียงหวานเสียงอ้อนไม่หยุด ดังนั้นจะให้ผู้ชายทั้งแท่งเช่นเขาอดทนได้อย่างไร
“มึงโดนไอ้สองตัวนั้นวางยาเซ็กซ์ มั่นใจแค่ไหนว่าจะให้กูช่วย?”
“......”
“แล้วถ้ากูไม่อยากทำแค่ช่วย มึงจะยอมไหมล่ะ?”
“ขอร้องล่ะ ช่วยกูที” ไม่จำเป็นต้องคิดให้มากความ อย่างไรแล้วระหว่างเธอและอีกฝ่ายก็เคยมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกันมาก่อน หากเรื่องพรรค์นั้นจะเกิดขึ้นอีกคราเพื่อช่วยให้ความทรมานในกายบรรเทาลงเธอเองก็พร้อมยินดี “ได้ไหมไฟ กูไม่ไหวแล้ว”
แน่นอนว่าน้ำเสียงหวานหยดย้อยยิ่งกว่าน้ำผึ้งเดือนห้าส่งผลให้กำแพงที่คนขับสร้างมันขึ้นมาถึงกับถูกพังทลายลงภายในชั่วพริบตา ลืมผิดชอบชั่วดีไปชั่วขณะ
ไวทันสถานการณ์
“มึงอยากโดนอะไร” ไม่เพียงแค่ว่าเปล่าเท่านั้น มือหยาบกระด้างเอื้อมไปกอบกุมเรียวมือสวยเอาไว้หลวม ๆ “นิ้วกู?”
“.......”
ก่อนจะเคลื่อนเข้าลูบคลำเป้ากางเกงของตัวเอง ซึ่งปูดนูนขึ้นจนเห็นเป็นลำอย่างเด่นชัด
“หรือ ค.... กู?”
ตอนพิเศษ 3 ชีวิตเป็นดังฝัน - จบบริบูรณ์“พ่อพ่อ~”“.....”“พ่อพ่อ~”ครั้งแล้วครั้งเล่าที่เด็กชายวัยสองขวบปลาย ๆ เอ่ยเรียกผู้เป็นพ่อซึ่งกำลังคุยโทรศัพท์อยู่กับบุคคลปริศนา ไม่สนใจลูกชายเลยสักนิดไม่รอช้าเจ้าหนูน้อยปีนป่ายขึ้นโซฟาที่ผู้เป็นพ่อนั่งอยู่ ก่อนจะใช้แรงอันน้อยนิดเขย่าแขนแกร่งเพื่อร้องเรียกความสนใจจากบิดา“พ่อพ่อ~”“น้องฟู่เบา ๆ หน่อยครับ พ่อกำลังคุยงานอยู่” นิ้วเรียวยกขึ้นแตะริมฝีปากเป็นเชิงบอกให้ลูกชายสงบปากสงบคำ ก่อนชายหนุ่มจะหันไปคุยงานกับพนักงานในร้านต่อเจ้าหนูฟู่เองก็ไม่คิดลดละความพยายามง่าย ๆ ด้วยเพราะได้ความเจ้าเล่ห์มาจากไฟค่อนข้างเยอะ ไวทันความคิดเด็กชายตะโกนเสียงดังสนั่น จงใจให้มันดังไปถึงหูของมารดาซึ่งกำลังทำกับข้าวช่วยพี่เลี้ยงอยู่ในห้องครัว“แม่แม่ พ่อพ่อแอบคุยกับสาว น้องฟู่เห็นน้องฟู่ได้ยิน....อุ๊บ”ไม่ทันที่ริมฝีปากจิ้มลิ้มจะได้ตะโกนฟ้องจนจบประโยค จู่ ๆ ก็ถูกมือกระด้างยกขึ้นปิดปากน้อย ๆ เอาไว้ ก่อนที่ร่างอวบอ้วนของเจ้าหนูจะถูกผู้เป็นพ่อรวบไปสวมกอดเอาไว้แนบแน่น“ห้ามพูดแบบนี้อีกนะครับ หนูอยากให้พ่อกับแม่ทะเลาะกันเหรอหื้ม”“.....” ครานี้เจ้าหนูน้อยส่ายหน้าไปมาเป็น
ตอนพิเศษ 2 อวยกันเกินยิ่งนับวันน้องฟู่ยิ่งฉายความน่ารักเสียจนพ่อและแม่หลงรักในความไร้เดียงสาของลูกชาย กระทั่งเข้าวัยเจ็ดเดือนเห็นได้ชัดว่าเจ้าหนูน้อยมีพัฒนาการที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการนั่งได้ด้วยตัวเอง รวมถึงชอบคลานจนพ่อและแม่ตามจับแทบไม่ทัน ตอนนี้ถึงได้รู้ซึ้งแล้วว่าการจับปูใส่กระด้งนั้นเป็นเช่นไรเนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุดของคุณพ่อจึงมอบเวลาทั้งวันให้กับลูกชายตัวอวบอ้วนซึ่งนั่งบนตักอยู่ในตอนนี้ เขาอยากเก็บเกี่ยวช่วงเวลาแห่งความสุขนี้เอาไว้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะรู้ดีว่าหากเจ้าหนูน้อยเติบโตขึ้น ในวันข้างหน้าคงไม่ได้กอดไม่ได้หอมเช่นวัยทารกนี้แน่นอน“ลูกชายใครหว่าหล่อสุด ๆ สงสัยจะได้เชื้อพ่อมาเยอะแน่ ๆ เลย”ฟอด~เอ่ยชมเจ้าหนูน้อยบนตักก่อนเครื่องหน้าอันหล่อเหลาไร้ที่ติจะโน้มลงกดจมูกฝังพวงแก้มป่องทั้งสองข้างสลับไปมาด้วยความมันเขี้ยวทว่าดูเหมือนเจ้าหนูฟู่จะไม่ค่อยชอบใจมากนัก เพราะไม่ทันไรก็ส่งเสียงอ้อแอ้ปฏิเสธเริ่มเบะปากคว่ำ อีกทั้งยังใช้มือป้อม ๆ พยายามดันใบหน้าของผู้เป็นพ่อให้ผละออก“ทำไมครับ รังเกียจพ่อพ่ออีกคนแล้วเหรอ” แสร้งทำทีเป็นเอ่ยตัดพ้อน้อยใจลูกชายหัวแก้
ตอนพิเศษ 1 หน้าที่ของพ่อบ้านใจกล้าหลังจากเปิดกิจการร้านค้าส่งจนทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง ไม่นานไฟและนิวเยียร์ก็ตัดสินใจซื้อบ้านหรูสองชั้นซึ่งอยู่ในละแวกใกล้เคียงกับบริษัทด้วยระยะทางที่ไม่ได้ไกลมากนัก จึงทำให้ค่อนข้างสะดวกต่อการเดินทางไปมาระหว่างที่ทำงานและบ้านของตน แม้ว่าส่วนใหญ่แล้วไฟมักจะหมกตัวอยู่ที่บ้านมากกว่าก็ตามหากจะเรียกให้ถูกคงต้องบอกว่าช่วงนี้ผู้บริหารเข้าขั้นเกียจคร้านในหน้าที่ตำแหน่ง ถึงขนาดที่ว่าหากมีเรื่องเร่งด่วนก็มักจะไหว้วานให้พนักงานในร้านนำเอกสารมาให้เขาเซ็นถึงที่บ้านแทนและสาเหตุที่ทำให้นักธุรกิจไฟแรงต้องเสียผู้เสียคนเช่นนี้ คงเป็นอื่นไกลไปไม่ได้นอกเสียจาก เจ้าลูกชายตัวน้อยที่เพิ่งจะลืมตาดูโลกได้เพียงแค่เดือนกว่า ๆ ทว่ากลับน่ารักน่าชังเสียจนผู้เป็นพ่อหลงหัวปักหัวปำไม่เป็นอันทำงานกันเลยทีเดียวถึงแม้ว่านิวเยียร์จะมีพี่เลี้ยงคอยให้คำแนะนำสำหรับการเลี้ยงดูบุตรคนแรก และคอยช่วยเหลือคุณแม่มือใหม่เช่นเธออย่างใกล้ชิดชนิดไม่ขาดตกบกพร่อง กระนั้นแล้วสามีที่นับวันยิ่งเห่อลูกเห่อเมียอย่างออกนอกหน้าก็ไม่สามารถวางใจได้ จำต้องหอบงานมาทำที่บ้านอยู่บ่อยครั้งรวมถึงวันนี้ซึ่งมีเหตุกา
คุณเพื่อนสนิท 47 บทส่งท้ายหลังจากช่วยกันปัดกวาดเช็ดถูจนทุกอย่างตกอยู่ในสภาพปกติเช่นเดิม เพื่อน ๆ ทั้งสองจึงปลีกตัวกลับที่พักของพวกมันเนื่องจากเลยเวลาพักผ่อนมาพอสมควรแล้วส่วนไฟที่ถูกความมึนเมาควบคุมร่างกายจนไม่สามารถอาบน้ำชำระล้างสิ่งสกปรกได้ เขาจึงตัดสินใจนอนที่โซฟาในห้องโถงแทนร่างสูงล้มตัวลงนอนในเวลาไม่กี่วินาทีต่อมาก็ได้เข้าสู่ห้วงนิทราเป็นที่เรียบร้อยทว่าท่ามกลางความมืดสลัวกลับมีใครบางคนสาวเท้าออกมาจากห้องพร้อมกับผ้าห่มที่ถือเอาไว้อยู่ในมือ เพียงเพราะทนเป็นห่วงสามีไม่ไหวผ้าห่มผืนบางถูกสะบัดคลุมเรือนร่างของชายหนุ่มอย่างเบามือ ก่อนหญิงสาวจะทิ้งตัวนั่งลงโซฟาตัวเดียวกับคนเมาที่กำลังหลับสนิทอยู่ พลันเรียวมือบางก็จัดการปัดป่ายไรผมที่ปกปิดหน้าผากของอีกฝ่ายให้อย่างอ่อนโยน“มึงไม่ได้ตัวคนเดียวแล้วน้า ทำไมถึงได้ดื่มไม่รู้ลิมิตตัวเองขนาดนี้” มือนุ่มนิ่มเปลี่ยนเป้าหมายเคลื่อนลงมากอบกุมกรอบหน้าคมคายเอาไว้ พลางใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยวไล้ผิวแก้มแผ่วเบาดวงตากลมโตประกายความหลงใหลอย่างชัดเจน ก่อนหญิงสาวจะค่อย ๆ โน้มใบหน้าลงจูบซับแก้มสากด้วยความรักใคร่“รักมึงนะ” เรียวปากสวยเปล่งวาจาเสียงผะแผ่ว
คุณเพื่อนสนิท 46 อย่าเก่งกับเมียอาหารหลากหลายเมนูเป็นกับแกล้มสำหรับวงเหล้าถูกตระเตรียมตั้งโต๊ะไว้รอเพื่อน ๆ ทั้งสองซึ่งก็เดินทางมาถึงบ้านเช่าหลังนี้พอดิบพอดีส่วนนิวเยียร์เธออยากให้ความเป็นส่วนตัวแก่หนุ่ม ๆ จึงเลี่ยงเข้าไปนอนดูซีรีส์ในห้องเพียงลำพัง ปล่อยให้คนทั้งสามได้สังสรรค์กันตามประสาเพื่อนฝูง“ไอ้ไฟ มึงลืมอะไรเปล่า” เป็นทรอยที่ทิ้งตัวนั่งลงโซฟาได้ก็เอ่ยถามเพื่อนสนิททันที“ลืมอะไร ลืมหัวใจไว้ที่เมียอะเหรอ” มิวายใช้น้ำเสียงยียวนจงใจกวนประสาทเพื่อนสนิทเต็มเปาแต่แล้วรอยยิ้มทะเล้นเหล่านั้นเป็นต้องหุบฉับเมื่อ.....“เจ้าแม่เจ้ามัม”“เออว่ะ ฉิบหายแล้วกู” จากที่กำลังจะยกแก้วเหล้าขึ้นกระดกกลับต้องหยุดชะงักพลางขมวดคิ้วมุ่นจนเป็นปม บ่งบอกถึงความเครียดที่กำลังก่อเกิดเต็มอก “พรุ่งนี้จะทันไหมวะ ต้องไปหาเช่าชุดนางรำอีก กูจะบ้า”“มึงเจอแน่ไอ้ไฟ เมียยิ่งท้อง ๆ อยู่ด้วยนะมึง”“เออใช่ ทำแบบนี้ไม่ต่างจากลบหลู่เจ้าแม่เลยนะเว้ย”“นั่นดิ ถ้าไม่ห่วงตัวเองก็ห่วงเมียกับลูกหน่อยเหอะ”“งั้นไปแก้บนคืนนี้เลยเป็นไง” ด้วยเพราะเป็นห่วงเมียและลูกในท้อง หากพวกเขาทั้งสองเป็นอะไรขึ้นมามีหวังเขาคงใช้ชีวิตต่อไปไม่ได้
คุณเพื่อนสนิท 45 เคลียร์ใจ ร้านอาหาร“ถ้ากูรู้ว่ามึงกับผู้หญิงในสต๊อกรวมหัวกันหลอกกู มึงเจอสากกะเบือแน่ไฟ” น้ำเสียงแข็งกร้าวมาพร้อมกับสายตาเกรี้ยวกราดตวัดมองคนข้างกายอย่างคาดโทษ หากอีกฝ่ายเล่นตุกติกคิดไม่ซื่อเห็นทีงานนี้ต้องมีคนหัวแตก“ถ้ากูโกหก...” ไฟเว้นวรรคประโยคไปเพียงครู่ ก่อนจะยกแขนแกร่งขึ้นพาดพนักเก้าอี้ตัวข้าง ๆ ซึ่งมีคนตัวเล็กนั่งอยู่ พลันเครื่องหน้าอันหล่อเหลาโน้มเข้าหากระทั่งใกล้ชิดกับใบหู “ถ้ากูโกหก กูให้มึงเอาสากกะเบือทุบ ค...กูเลยอะ”“มึงพูดเองนะ กูไม่ทำแค่ทุบแน่”“ทำไม? แม่จะอมมันด้วยเหรอครับ” คำพูดคำจาลามกดังขึ้นพร้อมกับปลายจมูกคมสันทำหน้าที่เคลียคลออยู่กับลำคอระหง ไม่รู้จักอายสายตาลูกค้าท่านอื่นเลยแม้แต่น้อยแต่แล้วประโยคต่อมากลับทำเอาเขาสะดุ้งเฮือกจนต้องรีบเคลื่อนมือลงกุมเป้ากางเกงเอาไว้แน่น“อมอะไรล่ะ กูจะใช้มีดสับสับสับมันทีละชิ้นทีละชิ้น แล้วก็ทอดให้มึงกินไง” ไม่เพียงแค่ว่าเปล่าเท่านั้น เรียวมือสวยยังทำท่าสับเพื่อประกอบการแสดงให้อีกฝ่ายได้เห็นภาพอย่างชัดเจน“สับเลยเหรอ เมียกูโหดจังวะ”“กูโหดยิ่งกว่านี้ ไม่เชื่อก็ลองดูได้”“ใครจะกล้าล่ะครับ มีมึงคนเดียวก็เกินพอแล
คุณเพื่อนสนิท 33 ความรู้สึกแตกสลายรถหรูคันสีดำทมิฬแล่นเข้าจอดบริเวณลานกว้างหน้าหอพัก นานหลายนาทีที่ผู้โดยสารด้านในเอาแต่จ้องมองไปยังหอพักเบื้องหน้าค้างอยู่อย่างนั้น ไม่มีทีท่าว่าจะยอมลงจากรถง่าย ๆ กระทั่งน้ำตาลสังเกตเห็นถึงสีหน้าไม่สู้ดีของเพื่อนสนิทเธอจึงเอ่ยถาม“ให้ฉันไปเป็นเพื่อนไหม”“ไม่เป็นไร
คุณเพื่อนสนิท 7 คนของกูเสื้อผ้าบางส่วนถูกยัดใส่กระเป๋าเป้อย่างลวก ๆ ก่อนมันจะถูกคว้าขึ้นสะพายในเวลาต่อมา ขายาวเหยียบย่างออกจากห้องสี่เหลี่ยมพาตัวเองเข้าไปหยุดยืนอยู่หน้าห้องของเพื่อนสนิทแทนก๊อก ก๊อก ก๊อกก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่หยุด ทว่ากลับไร้วี่แววที่เจ้าของห้องจ
คุณเพื่อนสนิท 6 ผู้หญิงกับผู้ชายอยู่ด้วยกันมันดูไม่ดีช่วงเย็นหมวกนิรภัยถูกยื่นให้กับคนตัวเล็กที่ไม่ยอมรับมันไปถือง่าย ๆ เหตุเพราะดวงตากลมโตกำลังมองค้างไปยังภาพเบื้องหน้า ซึ่งปรากฏร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งที่เพิ่งเลิกรากับเจ้าตัวไปได้ไม่นาน หากแต่วันนี้กลับควงคู่รักคนใหม่มาหยามหน้าเสียอย่างนั้นและก่
คุณเพื่อนสนิท 5 แค่เพื่อนจะหวงทำไมร่างบางปลิวไปตามแรงฉุดกระชากจากใครคงไม่ต้องเดาให้ยาก เป็นฝีมือไฟที่พอเปิดประตูรถได้ก็รีบคว้าข้อมือเล็กพลางออกแรงดึงให้เธอเดินตามไปยังหลักตึกคณะ ไม่สนใจท่าทางขัดขืนของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย“โอ๊ย ไอ้ไฟมึงปล่อยกูนะ กูเจ็บ” เพราะถูกความเจ็บปวดบริเวณข้อมือรุมเร้าจนเจ้าต







