Masuk“เจ้าอาบน้ำให้เขาสะอาดแล้วใช่หรือไม่” แม่สื่อวัยชราเอ่ย และมองไปยังเตียวร่วน แต่ลืมว่านางเป็นใบ้ จึงทำมือทำไม้สื่อสาร เตียวร่วนหัวไว รีบส่งเสียงอื้ออ่าตอบ ก่อนยิ้มอย่างเอียงอายไปทางอู๋หยางจี “พี่เจียหลิว ถึงมันจะดูโง่ไปหน่อยแต่ข้าคิดว่าแค่อาบน้ำ ให้คุณชายอู๋ คงทำได้เรียบร้อยดี” เข่ออี๋ตอบแทน และไล่สายตาเจ้าชู้สำรวจบุรุษรูปงาม “เจ้าเอ่ยราวกับไปช่วยนางใบ้อาบน้ำให้คุณชายอู๋ผู้นั้น” “ข้าเพียงแต่ เห็นว่าคุณชายรื่นรมย์ดี หรือพี่เจียหลิวไม่เห็นพ้องกับข้า” เจียหลิวส่ายหน้าน้อยๆ คนหน้าด้านนามว่าเข่ออี๋ช่างไม่ระวังปาก แต่อีกฝ่ายหาได้สนใจ นางยังนึกสนุกเสียด้วยซ้ำ จึงกล่าวอย่างทะเล้นทะลึ่งว่า “เสียดายที่เขาต้องไปเป็นเจ้าบ่าวของนางวิญญาณชั่ว ผู้ชายเช่นนี้ สมควรอยู่ในหอนายโลม หรือเป็นสามีของสตรีสักสิบยี่สิบคน ฮิๆ ๆ” เมื่อเข่ออี๋เอ่ยจบ ผู้หญิงที่อยู่ในห้องต่างหัวเราะคิกคัก รวมถึงหมอหนุ่มน้อยที่ใบหน้ากระเดียดเหมือนสตรี และชายวัยกลางคนร่างอ้วนฉุ เขาเป็นตัวแทนของศาลปกครอง “กล่าวได้ดี แต่ตอนนี้ ตามธรรมเนียมเมืองฝูหาน บุรุษที่ต้องแต่งงาน ย่อมต้องรับรู้ถึงศา
อู๋หยางจีเช็ดเนื้อตัวจนแห้งแล้ว เขาเดินไปนั่งที่ตั่งกว้างในห้องหอมงคล เป็นห้องสำหรับเรียรู้ศาสตร์การเป็นเจ้าบ่าวและเจ้าสาวโดยไม่ใช่แค่การดูในตำราหรือรูปวาดเท่านั้น แม่สื่อจะสอนให้บ่าวสาวรู้จักการสร้างความสุขบนเตียงต่อคู่รัก เรื่องนี้นับว่าเป็นการเพิ่มความรู้ความเข้าใจสำหรับคนที่กำลังจะเป็นสามีภรรยากัน อีกทั้งเจ้าบ่าวยังมีสิ่งที่ต้องตรวจสอบหลายอย่าง ทั้งความแข็งแรงของร่างกาย ความอึด หากเป็นพวกที่มีโรคประจำตัว ย่อมต้องให้หมอดูแลอย่างใกล้ชิด หรือใครที่มีโสมน้อยอยู่ในฝักจะถูกจัดการทำให้พร้อมใช้งาน รวมถึงการสอนเรื่องเล้าโรมคู่รักเพื่อให้คืนแรกในการร่วมหอฝ่ายหญิงจะได้รับความสุข ไม่ใช่การข่มเหงจนกลายเป็นฝันร้ายไปตลอดการใช้ชีวิตคู่ ด้วยมีสตรีหลายนาง ทนคืนแรกของการร่วมหอไม่ไหว บ้างเจ็บปวดทั้งร่างกายและจิตใจ ที่น่าเศร้ายิ่งกว่าคือ เสียชีวิตอย่างน่าสงสาร ฝ่ายชายนั้นไม่ต่างกัน การไม่แข็งตัวจากความตื่นเต้นจัด หรือการถูกกลีบบุปผาบีบรัดจนทำให้แท่งหยกมิอาจใช้งานได้เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ข่าวใหญ่โตของเมืองนี้เคยดังไปทั่วหล้า เมื่อคืนแรกในการเข้าหอของเจ้าบ่าวผู้หนึ่ง แก่นกายของ
อู๋หยางจี เป็นชายเล่ห์ เหลือเกิน... “อ๊ะๆ คะ คุณชาย อะ อู๋!!” นางร้องออกมาในที่สุด พร้อมใช้มือทั้งสองข้างกดศีรษะชายหนุ่มเข้าหากลีบสวาทของตน และเขาตอบสนองความต้องการนางด้วยปลายลิ้นอยู่ราวๆ เกือบหนึ่งอึดใจ กายสาวบิดเร่าไปมา นางไม่อาจปฏิเสธว่าหลงใหลการปรนเปรอของอู๋หยางจี มันล้ำลึกชวนให้หวั่นไหว และเป็นความรู้สึกที่ทำให้ว้าวุ่นใจเหลือคณา ลึกกว่านี้ รุนแรงกว่านี้ และได้โปรดอย่าหยุดมือคุณชายอู๋! หญิงสาวอยากตะโกนเช่นนั้น หากในความเป็นจริง นางเอ่ยเสียงขาดห้วงกับเขาว่า “อี๋ๆ ๆ ทะ ท่านรังแกข้า คะ คนน่าไม่อาย” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนขึ้นเต็มความสูง และนั่นทำให้นางหน้าต้องเงยหน้ามองเขา “เจ้าเข้าใจผิด ข้าแค่สอนให้เจ้ารู้จักความต้องการที่แท้จริงของตัวเองต่างหากเล่า” เอ่ยจบก็หอมแก้มนางทั้งฝั่งซ้ายขวา ตามด้วยการจูบหนักๆ ที่ริมฝีปากอิ่มสวย พอเขาปล่อยให้นางได้หายใจสะดวก จึงถามเสียงทุ้มแหบพร่า “ไหน บอกสิว่าข้าคือใคร” “อื้อ...อุ๊ย...” นางอยากตอบคำถาม หากอู๋หยางจี มิวายตอแยนาง เขาก้มลงไปดูดปลายถันสวย ดูดรุกราน และรุนแรงราวก
มือใหญ่กวักเรียกหาหญิงใบ้ นางได้แต่ประหม่าทำท่าเก้ๆ กังๆ การแสดงละครอย่างแนบเนียนเช่นนี้ เขาไม่สงสัยเลยว่าเหตุใดนางถึงได้ตบตาทุกคน จนกลายเป็นหญิงใบ้ได้ ชายหนุ่มอมยิ้ม เมื่อหญิงใบ้ก้าวเข้ามาหาเขา และเป็นตอนนั้นที่เขานึกอย่างเย้าแหย่นาง พอให้รู้ความจริง หญิงใบ้ไม่ได้หลบหนีเขา เมื่อมือใหญ่ที่อุ่นจัดวางลงบนที่สะโพกผาย แล้วบีบพอให้ร่างของนางอ่อนระทวย จากสะโพกผาย เขาก็สอดมือเข้าในสาปเสื้อนาง อีกมือถกประโปรงนางให้สูงขึ้น สูงจนเผยให้เห็นน่องเรียวสวย และมีกลิ่นหอมๆ ของดอกไม้ที่ปะพรมเรือนกายงาม เขาจับเรือนกายนาง เค้นคลึงหน้าอกผ่านเสื้อเอี้ยมตัวบาง ส่วนอีกมือขยับขึ้นอีกนิด แล้วเลื่อนเข้าไปชมกลีบบุปผาที่หอมหวาน ดูเหมือนมันจะพร้อมตอบรับนิ้วของเขาอยู่ก่อนแล้ว เพียงได้สัมผัสจุดเร้นลับ หญิงใบ้พลันสะท้านไปทั้งร่าง นางบิดตัวเล็กน้อยด้วยความกำซาบรัญจวนใจ แม้อยากจะถอยหนี แต่ยามนี้อยู่ในบทบาทบ่าวต่ำต้อย หญิงใบ้เลยครางอู๋อี้ฟังไม่ได้ศัพท์ “เจ้าเป็นใบ้จริงๆ รึ เช่นนี้ยามเราร่วมรักกัน เสียงหวานที่เคยร้องเพรียกข้า และคำออดอ้อน จะยังมีให้ได้ยินหรือไม่”
“ ให้เขาได้เตรียมร่างกาย เพื่อเป็นเจ้าบ่าวของวิญญาณสาวจากหอแดง สิ่งใดที่ดีที่สุด พวกท่านย่อมต้องจัดหาให้เขา” ท่านหมอกล่าวจบ จึงส่งงานต่อให้หมอหนุ่มที่เป็นลูกศิษย์ดูแล ฝ่ายนั้นมีท่าทีกระตุ้งกระติ้ง อีกทั้งชะม้อยชม้ายสายตามองอู๋หยางจี แต่เขาไม่ได้ถือสา ด้วยคนที่ยืนหลังสุดของกลุ่ม ทำให้เขาต้องอมยิ้ม จากการประเมินของเขา สตรีนางนั้นคงเป็นสาวใช้ นางดูซื่อๆ มีแววไม่ฉลาดเฉลียว ใบหน้าซีดอยู่สักหน่อย ที่น่าสงสารคือดวงตาข้างหนึ่งบอด อีกทั้งใต้คางยังมีปานดำเป็นปื้นใหญ่ หากสิ่งที่ดึงดูดสายตาเขาคือหน้าอกอวบใหญ่ กับเอวคอดกิ่ว ผิดแต่นางแต่งเสื้อผ้าเก่าสีทึบ อีกทั้งเนื้อผ้าค่อนข้างหยาบ จึงทำให้ความงามที่มีอยู่ถูกลดทอนลงไป “ให้นางใบ้พาคุณชายอู๋ไปอาบน้ำเถิด” หมอหนุ่มน้อยกล่าว พลางยกมือปิดปากคล้ายกลั้นเสียงหัวเราะเขินอายของตน อู๋หยางจีมองดูหมอหนุ่มแล้วนึกขำ แต่ก็เก็บอาการเอาไว้ ยามนี้เขาอยากรู้เหลือเกินว่า เจ้านายสาวกับบ่าวของนางช่างเป็นพวกขวัญกล้าเทียมฟ้า ถึงขั้นกล้าหาญมาปรากฏตัวที่นี่ และกำลังเล่นละครตบตาผู้อื่น แน่นอน คนทั้งคู่เคยหลอกเขามาหนหนึ่งแล้ว ด้วยการปลอมตัวเป็นย
ชิงหลานเงินมีท่าทีร้อนใจ หลังจากมือสังหารเหล่านั้น ถูกเขากำจัดไปแล้ว แต่ดูเหมือนจะมีหน้าใหม่ๆ มาสมทบมิขาด และเริ่มสร้างความกดดันให้เขา “คุณหนู เราจะทำอย่างไรดีขอรับ” ชิงหลานเอ่ยถาม สีหน้าเขากังวลใจ ผู้บุกรุก ดูก็รู้ว่ามีฝีมือไม่ต่ำทรามนอกจากนั้น ยังปลุกระดมให้ชาวเมืองฝูหานโกรธแค้นพวกเขาด้วย และพวกมันปลอมตัวเป็นผีจากหอแดง อาละวาดทำร้ายคนไปทั่ว ถึงขั้นทำให้ผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต “มินาน เราก็ย้ายออกจากหอแดง เจ้าอย่าได้กังวลใจ รอเพียงคุณชายอู๋ แต่งชุดเจ้าบ่าวและเข้าห้องหอเมื่อใด ทุกอย่างก็เป็นอันสำเร็จ” “คุณหนูมั่นใจว่ามันจะง่ายดายเพียงนั้น” “ขอเพียงแต่เจ้าอย่าตื่นตระหนก ทุกอย่างย่อมมีสองด้านเสมอ อีกทั้งตัวข้าย่อมไม่ประมาทอยู่แล้ว” เตียวร่วนเอ่ยจบนางก็มองออกไปด้านนอกหอแดง เห็นว่ามีขอทานหนาตากว่าเดิม อีกทั้งเป็นคนหน้าใหม่ๆ คะเนดูก็เชื่อได้ว่าล้วนถูกจ้างมาเพื่อสืบเรื่องในหอแดง “จัดการอย่างไรดีครับคุณหนู” “เจ้าก็รู้ดี วิญญาณอย่างพวกเรา เรื่องที่ชำนาญที่สุดคือเล่นเป็นผีหลอกให้พวกมันจับไข้ไปเลย” เอ่ยจบ ชิงหลานก็กระโดดตัวลอย เพื่อสั่งสอนกลุ่มคนที่
และในตอนนั้น จึงเห็นว่าหยวนหลินปิงมีแขกมาเพิ่ม เป็นนางสนมระดับยศต่ำกว่าอีกฝ่าย เสียงหัวเราะ เสียงพูดคุยดังอย่างสนุกสนาน แต่พอหยวนชิงอี้เข้าไปถึง พวกนางก็เงียบ “หอมมาก ข้าอยากรู้นักสิ่งที่พี่ห้าน้ำมานั้น จะบำรุงร่างกายได้ดีเพียงใด” และนางกำนันเตรียมจะรับถ้วนยาต้มไปให้หยวนหลินปิงดื่ม
หยวนชิงอี้ต้องจบชีวิตง่ายดายในโลกนิยายเพียงเท่านี้หรือ นั่นคือแวบแรกที่นางคิด ทว่าภาพในหัวไม่ใช่ นางรู้ว่าเหตุการณ์ใดจะเกิดขึ้น ตอนนี้นางแย่งบทบาทเดิมจากนางเอกของเรื่องนั่นเอง เมื่ออีกฝ่ายไม่ได้อยู่ที่นี่ ดังนั้นตัวประกอบเช่นนางจึงรับหน้าที่แทน แม้จะเสี่ยงชีวิตสักหน่อย แต่มันคุ้มค่า
สถานการณ์ด้านล่างหอสูงแห่งนั้นคึกครื้นมาก เหล่าสตรีโฉมงามโบกมือให้ชายหนุ่มที่ตนพึงใจ หยวนซูซูซึ่งมั่นใจว่าตนเย้ายวนก็โปรยเสน่ห์อย่างที่สุด นางประดับดอกไม้สดบนศีรษะเลียนแบบหยวนชิงอี้ที่ทำก่อนหน้านี้ “น้องหญิงห้าหยวน เจ้าทำสิ่งใดกับเสี่ยวอี้ มั่นใจใช่หรือไม่ว่านางจะไม่ปรากฏตัวบนหอสูงน
เวลาผ่านไปจนถึงช่วงที่สตรีต่างทยอยขึ้นกำแพงสูงเพื่อส่งลูกบอลผ้าให้กับชายที่หมายตา ก็มีเสียงหัวเราะ เสียงเป่าปากตบมือกันยกใหญ่ หยวนชิงอี้ในชาติภพเดิม นางย่อมไม่มีโอกาสก้าวขึ้นไปยอนลูกบอลผ้า และตอนนี้นางไม่ได้เตรียมตัวว่าจะขึ้นไปบนหอสูงดังกล่าว แม้จะมีเสียงของแม่สื่อเรียกหาอยู่ก็ตาม







