Masukหยวนชิงอี้ถอนหายใจแรง มือเท้าเย็นไปหมด นางพยายามอยู่กับเรื่องตรงหน้า อย่างไรตอนนี้ก็เป็นโลกนิยายที่เคยอ่าน หากมีไหวพริบมากพอ ย่อมเอาตัวรอดได้ ไม่ต้องตายซ้ำแล้วซ้ำอีก
“คุณหนู...คนขับไม่อยู่แล้วเจ้าค่ะ และไม่มีรถม้าคันอื่นด้วย” สาวใช้เสียงสั่น หากยังพยายามไม่แสดงความขี้ขลาดออกมา ด้วยกลัวเจ้านายตนจะพลอยตื่นตระหนก
“ดูให้แน่ใจเสี่ยวอวิ๋น”น้ำเสียงหยวนชิงอี้เบาทั้งแหบแห้ง นั่นเป็นเพราะพอกลับถึงตระกูลหยวนได้มีเหตุร้ายต่างๆ เกิดขึ้นไม่หยุด ที่เลวร้ายสุดคือคฤหาสน์หลังใหญ่เผาไหม้จนแทบไม่เหลือ ถึงเอาตัวรอดออกมาได้ ทว่ามีสิ่งไม่คาดฝันตามมา หากเอ่ยให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ คุณหนูแปดคนเดิมจากโลกนี้ไปแล้ว ด้วยนางหมดสติหลังจากสูดควันเข้าไปมากเกิน
เมื่อร่างเดิมฟื้นกลับคืนมาก็กระเสือกกระสนเอาตัวรอดท่ามกลางกองเพลิง และความตายของหลายชีวิตทำให้วิญญาณหญิงสาวซึ่งมาจากโลกปัจจุบัน ที่ประสบเรื่องราวครั้งนั้นจิตตกเป็นอย่างมาก ถึงจะล่วงรู้เรื่องราวต่างๆ ล่วงหน้าว่าจะเกิดเรื่องใดบ้าง เพราะเคยอ่านเนื้อหาในนิยายมาแล้ว กระนั้น บทของตัวประกอบหญิงที่ถูกสวม ก็พลิกสลับไปจากเดิมจนน่าตกใจ
“คุณหนูไม่มีใครเลยจริงๆ เจ้าค่ะ”
หยวนชิงอี้คนใหม่ มือกุมมือตนแน่น พร้อมทบทวนเหตุการณ์ที่ควรจะเกิดต่อจากนี้ หากจำไม่ผิดนางถูกลักพาตัว กว่าจะกลับเข้ามามีบทบาทในเนื้อหาเดิมอีกหน ก็เป็นช่วงที่เฟยเตี้ยนพระเอกในนิยาย บังเอิญเห็นนางที่ตลาดค้าทาส และเขาเป็นผู้ช่วยเหลือนางไว้ เพื่อต้องการหลักฐานเกี่ยวกับเหตุร้ายของบ้านรองตระกูลหยวน ด้วยจากนอกจากเพลิงไหม้ ยังมีคนตายหลายสิบชีวิต
“เยี่ยงนั้นเราต้องระวังตัว” บอกเสี่ยวอวิ๋นผู้จงรักภักดีแล้ว หยวนชิงอี้ก็เศร้าใจอย่างยิ่ง เนื่องจากคาดเดาได้ว่า ชะตากรรมของเสี่ยวอวิ๋นคงไม่พ้นจบสิ้นที่จุดรถม้าจอดอย่างแน่นอน
ก่อนหน้านั้น หยวนชิงอี้ได้รับพิษบางอย่างเข้าไป คนที่วางยานางคือแม่บ้านจุ้นซึ่งรับใช้หยวนซูซู ฝ่ายนางพยายามใช้เข็มแทงที่นิ้วเพื่อขับพิษแล้ว หากไม่เป็นผล ยามนี้อาการไม่รุนแรง แต่ถ้าปล่อยไปอีกสักครึ่งชั่วยาม หยวนชิงอี้ก็คาดเดาได้ว่า อาจถูกความชั่วร้ายทำให้ต้องมัวหมองอย่างแน่นอน
สักพักก็มีชายผู้หนึ่งพร้อมพรรคพวกเขาอีกสองคนมุ่งหน้ามายังรถม้า เสี่ยวอวิ๋นเห็นท่าไม่ดี นางหยิบมีดสั้นหวังป้องกันตัว
ชายคนนั้น ไม่ใช่โจรหรือมือสังหาร เป็นเพียงคนที่ถูกจ้างให้ทำเรื่องชั่ว แม้พยายามทำหน้าเข้มๆ ส่งเสียงขึงขัง แต่อย่างไรก็ดูออกว่าเขาเป็นพวกอ่อนหัด
“แม่นาง ข้าไม่ได้หมายเอาชีวิต ง่ายที่สุดคือ จงใช้ความบริสุทธิ์เจ้าแลกลมหายใจเถิด”
สาวใช้ไม่มีทางยินยอม คุณหนูของนางผ่านความลำบากมามาก และชื่อเสียงใช่ว่าจะดี หากต้องมีมลทินถูกข่มเหงอีก เกรงว่าชาตินี้อยู่ก็เหมือนตายทั้งเป็น
เสี่ยวอวิ๋นกวัดแกว่งมีดสั้นออกไปเบื้องหน้า นางใช้มันชำนาญทีเดียว และสร้างบาดแผลให้คนที่หวังบุกขึ้นรถมาเพื่อลักพาตัวหยวนชิงอี้
“เยี่ยงนั้นพวกเจ้าก็จงตายเป็นผีอยู่ที่นี่เถิด” คนผู้นั้น เดือดดาลขึ้นเพราะได้รับบาดเจ็บ และคว้าไม้ที่เตรียมมาฟาดเข้าใส่ร่างของเสี่ยวอวิ๋น ฝ่ายนางเป็นแค่สาวใช้ที่จงรักภักดีไฉนจะต่อกรผู้ชายตัวโตถึงสามคนได้
มินาน เสี่ยวอวิ๋นก็พลัดตกรถม้า และลงไปนอนนิ่ง
“แค่ฉุดตัว และจับนางไปขังไว้ เหตุต้องทำร้ายคนถึงชีวิตด้วย” ชายจิตใจดีตำหนิ และเริ่มกลัวว่าจะมีปัญหาใหญ่ตามมา
“สั่งสอน... ข้าทำเพียงทำนั้น”
มีเสียงโต้เถียงกัน ก่อนจะชายอีกคนจะใช้ผ้าที่ทำเป็นถุงคลุมศีรษะหยวนชิงอี้
“คุณหนู หากท่านทำตัวดีๆ พวกข้าให้สัญญาว่า จะทะนุถนอมและไม่เข้าหาท่านพร้อมกันคราวละสามคน”
หยวนชิงอี้ที่เสียเลือดจากการขับพิษ ทั้งสติดับๆ ติดๆ ได้ยินเช่นนั้น เข้าใจได้ว่านอกจากการลักพาตัว นางคงไม่พ้นถูกย่ำยีให้เสียพรหมจรรย์ โอ้ ชีวิตนางจะต้องบัดซบสักแค่ไหนกัน
เมื่อหญิงสาวกำลังจะดิ้นขัดขืน กำปั้นใหญ่ของใครคนหนึ่งก็ต่อยใส่ท้องเต็มแรง
จุก เจ็บ และมันทำให้นางสิ้นฤทธิ์ลงในที่สุด
*************
หญิงสาวกำลังจะตาย...
และถามว่า นางต้องตายอีกแล้ว... เหตุการณ์ซ้ำซากเช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้น
ช่วยด้วย...ใครสักคน โปรดช่วยสตรีอับโชคคนนี้ที
เมื่อศีรษะโผล่พ้นผิวน้ำได้ หลายสิ่งพลันพุ่งเข้ามาในโสตประสาท พร้อมเรื่องราวที่ถาโถมเข้า และยามหญิงสาวนี้ไม่ใช่ ‘เสี่ยวอี้’ บอสสาวอายุน้อยผู้รับช่วงกิจการจากปู่ เพื่อดูแลสมุนไพรและชาเจ้าใหญ่ในโลกปัจจุบัน หากเป็น ‘หยวนชิงอี้’ ตัวประกอบในนิยายเรื่อง XXX ที่มีชีวิตแสนบัดซบ ซึ่งอ่านจบเมื่อไม่นานมานี้
ฉากที่แสนลุ้นระทึกปรากฏในช่วงต้นๆ ของนิยาย เป็นเหตุการณ์ที่หยวนชิงอี้เดินทางจากบ้านเกิดเพื่อไปยังเมืองหลวง เพื่อไปอยู่ในความดูแลของใต้เท้าหยวน เจ้ากรมโยธาผู้เข้มงวด ระหว่างทางได้เกิดเหตุร้าย ทำให้หยวนชิงอี้ถูกลักพาตัวโดยเป็นแผนของลูกพี่ลูกน้อง ทว่าอนิจจาในเนื้อหาฉบับเดิม ไม่มีใครจากตระกูลหยวนยื่นมือเข้าช่วยเหลือ สุดท้ายนางไปโผล่ที่ตลาดค้าทาสที่ชวนให้ขนลุก และกำลังจะถูกขายในราคาเพียงห้าอีแปะ เพื่อให้คนชำแหละร่างกายเป็นอาหาร และครั้งนั้น ผู้ที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือนางไว้คือพระเอกในนิยาย ก่อนส่งนางกลับคืนตระกูลหยวน เรื่องราวเดิมได้สร้างความผูกพันเล็กๆ ระหว่างหยวนชิงอี้กับพระเอก จุดนี้ทำให้เหล่าตัวร้าย ใช้มันใส่สีตีไข่เพื่อให้นางเอกเกิดความหึงหวงต่อหยวนชิงอี้ในเวลาต่อมา
แต่ชาติใหม่ กลับมีบางสิ่งเปลี่ยนไป เรียกว่าพลิกหน้ากระดานหมากเลยทีเดียว อาจเป็นเพราะสวรรค์อยากกลั่นแกล้ง เพื่อเล่นตลกกับหยวนชิงอี้คนใหม่ จึงให้เทพสังหาร อ๋าวเซียวเหรินโผล่มาที่นี่ อย่างน่าประหลาดใจ
อีกฝั่งหนึ่งของเมืองมีงานเลี้ยงรื่นเริงที่จวนเจ้าเมืองฝูหาน คนที่มีหน้ามีตาในสังคมถูกเชิญไปร่วมงาน ส่วนชาวเมืองทั่วไปต่างจัดงานเล็กๆ ที่บ้าน กินข้าวกันอย่างพร้อมหน้า ด้วยเชื่อกันว่านับแต่นี้จะไม่มีวิญญาณเจ้าสาวจากหอแดงออกอาละวาด อู๋หยางจีนั่งอยู่ในห้องหอร้าง จิตใจไม่ได้กังวลกลัวว่าจะมีวิญญาณใดโผล่ออกมาหลอกหลอน ยามนี้เขาคิดเพียงแต่ว่าเขาจะพาคนได้พบหน้าหนีออกจากเมืองฝูหานได้อย่างไร และคนที่นัดหมายกันไว้อย่างลับๆ จะยื่นมือช่วยเหลือหรือไม่ เพราะไม่มีข้อยืนยันใดว่าฝ่ายนั้นจะอยู่ข้างอู๋หยางจี จากนั้นเขาก็ได้กลิ่นหอมหวานอันคุ้นเคยที่พัดมาพร้อมกับสายลมวูบใหญ่ ตามด้วยกลุ่มควันที่ลอยเข้ามาในห้องหอร้าง เขารีบยกมือขึ้นปิดจมูก ป้องกันพิษดังกล่าว แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ทันการณ์ ขณะที่ร่างสูงใหญ่โงนเงนเจียนวูบหลับ เขาก็หัวเราะออกมาน้อยๆ “ในที่สุด เจ้าสาวของข้าก็ปรากฏตัว” ร่างที่เคลื่อนไหวมีฝีเท้าเบา แน่นอนเขาย่อมรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ใช่ผีสาง หากมีร่างกายเลือดเนื้อ แถมยังชวนให้เขาไขว่คว้ามากอดเสียด้วย “เจ้าสาวของข้า” ร่างที่ก้าวมาชิดอู๋หยางจีหัวเราะเส
“ถึงอย่างนั้น เขาก็เป็นบุรุษที่น่าสงสาร” เข่ออี๋ว่าแล้วก็มองอู๋หยางจีอีกหน ก่อนหันไปดูสินสอด “แล้วสินสมรสพวกนี้เล่าจัดการอย่างไร” “เพื่อให้ถูกต้อง ตามประเพณีการแต่งงานของเมืองฝูหาน ย่อมต้องส่งมอบให้แก่เจ้าสาว” ถิงมี่ซึ่งมาเป็นพยายานเอ่ยขึ้น นางเห็นแววตาของหลายคนที่ให้ความสนใจของในหีบทั้งเงินทองและเครื่องประดับที่ชาวบ้านต่างมอบให้ ด้วยอู๋หยางจีเป็นคนต่างถิ่น ดังนั้นชาวเมืองฝูหานจึงเปรียบเสมือนญาติเขา เลยมีประกาศออกไปให้รวบรวมเงินทอง และเครื่องประดับมาเป็นสินสอดครั้งนี้ เมื่อการแต่งงานผ่านไปก็จะส่งคืนเจ้าของตามเดิม แต่แรกไม่มีใครเห็นด้วย หากเมื่อถิงมี่กล่าวว่า ของเหล่านั้นแสดงถึงความจริงใจของทุกคน หากใครไม่อยากมีเคราะห์กรรมก็ควรร่วมกันเป็นเจ้าภาพฝ่ายชาย อีกทั้งเจ้าเมืองก็เอ่ยเสริมหลายสิ่ง ชาวเมืองจึงคล้อยตามจนได้สินสอดมาหลายสิบหีบ “เฮ้อ แล้วผีเจ้าสาวจะใช้มันเป็นรึ” ใครคนหนึ่งกล่าวอย่างติดตลก “แต่นี่คือคำสั่งของท่านเจ้าเมือง และพอวันที่สาม ของพวกนี้จะถูกส่งกลับเข้าคลังของเมืองฝูหานแล้วแจกจ่ายคืน และที่นี่มีทหารยามเฝ้าอย่างแน่นหนา พวกท่านไม่ต้องกังวลว่าจะมี
การแต่งงานครั้งนี้ไม่ได้ต้องการฤกษ์ดีอันใด เนื่องจากมันเป็นความอัปมงคลตั้งแต่แรก อีกทั้งแทนที่เจ้าบ่าวจะขี่ม้าไปรับตัวเจ้าสาวแล้วไปยังเรือนของฝ่ายชาย กลับกลายเป็นว่าจับเจ้าบ่าวขึ้นเกี้ยวแล้วส่งเข้าเรือนหอแทน แถมเป็นเรือนหอร้างที่มีกลิ่นอายแห่งความตาย เกิดเรื่องเช่นนี้สาเหตุเพราะเจ้าสาวนั้นเป็นผี! เช้าวันนี้ของเมืองฝูหานที่บรรยากาศอึมครึมผิดปกติ นอกจากมีหมอกลงหนา ท้องฟ้ายังมืดมีเมฆบทบังแสงแรกของวัน ลมพัดกรรโชกเป็นระยะๆ เสียงลมที่พัดผ่านฟังแล้วคล้ายเสียงภูตผี ดังนั้นบรรยากาศจึงดูวิปริตจนน่าครั่นคร้ามใจ ขบวนเจ้าบ่าวแห่มาตามถนนสายหลักของเมือง กระทั่งถึงอีกฝั่งทางทิศที่มีผู้คนอาศัยไม่มาก หลายปีผ่านมามีเหล่าขอทานมาพักอาศัย จนกลายเป็นแหล่งเสื่อมโทรมของเมือง การเดินทางมาของเจ้าบ่าวก็ช่างประหลาด ไร้เสียงดนตรี หรือการร้องเพลงสนุกสนานใดๆ สีหน้าของคนในขบวนสินสอด ล้วนแสดงออกว่าขลาดกลัวต่อการมาเยือนหอแดง คงเป็นเพราะหลายวันที่ผ่านมา ความเฮี้ยนของวิญญาณเจ้าสาวกับเหล่าข้าทาสบริวารของนางทำให้เกิดเรื่องสยองขวัญ แม่สื่อรองเข่ออี๋วันนี้แต่งหน้าสีสันฉูดฉาด แต่ไม่อาจปกปิดความ
ภายในห้องหอมงคล ซึ่งเตรียมไว้สำหรับให้เจ้าบ่าวได้เรียนรู้การเล้าโลมให้ฝ่ายหญิงมีความสุข บรรยากาศข้างในชวนเคลิ้มไหว พร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆ ของสมุนไพร ทุกอย่างดูเหมาะเจาะตกแต่งด้วยดอกไม้ พรั่งพร้อมด้วยเครื่องมือเสริมความสุขยามอุ่นเตียง นอกจากนั้นยังมีภาพวาดอันโด่งดังหลายภาพ ซึ่งล้วนเป็นศาสตร์ร่วมรัก อู๋หยางจีอมยิ้มน้อยๆ เมื่อได้รู้ว่า หญิงสาวที่สองแม่สื่อเลือกให้มาเป็นตัวแทนเจ้าสาวเพื่อสร้างความสุขให้เขาคือเตียวร่วนที่ปลอมตัวเป็นหญิงใบ้ตาบอด “มานี่สิ ยืนอยู่ยืนตรงนั้นจะได้เริ่มซักทีไหม” เมื่อเตียวร่วนถูกเรียก สาวใช้ที่เพิ่งมอบความสุขให้ชายหนุ่มก็หน้าแดงระเรื่อ นางยื่นนิ่งๆ ก่อนถูกสั่งให้ถอดเสื้อผ้าออกจนเปลือยกายอวดผิวนวลเนียนตา และเรือนกายอรชรของนางสร้างความตื่นตาตื่นใจแก่ทุกคนที่พบเห็น “นังบ่าวคนนี้ จะว่าไปงามกว่าคณิกาที่เจ้าเลือกมาตอนแรกอีกนะ” เจียหลิวเอ่ยและบอกให้เตียวร่วนหมุนตัว เพื่อพิจารณรูปร่าง อย่างละเอียด “ข้าได้มันมาจากตลาด ต้องเสียเงินไปไม่น้อย สิบตำลึงเชียวนะพี่เจียหลิว” “ฮิๆ ๆ นับว่าได้ของดีทีเดียว” แม่สื่อใหญ่ว่าพลางหัว
“คือ...ข้าไม่ใช่สตรีคนแรกของท่าน อีกทั้ง... เขาไม่ได้ทำผิด” ถิงมี่เอ่ยแล้วก็อยากปล่อยโฮ แต่นางอดกลั้นเอาไว้ “แม่นางถิงมี่หมายความเช่นใด” “คือ... ข้าไม่ใช่ผู้หญิงที่ดี ทั้งใจง่าย ทำตัวไม่ต่างจากนางคณิกาที่อยู่สำนักโคมเขียว” อารัคยิ่งฟังยิ่งสับสน กระนั้นสตรีที่บริสุทธิ์สำหรับชายหนุ่มย่อมเป็นเรื่องน่าชื่นชม แต่ตัวเขาหากคนรักจะเคยพลาดพลั้งมาไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ขอเพียงเมื่อครองรักกัน นางต้องไม่เหลวไหลหรือหาทางสวมหมวกเขียวให้เขาเป็นพอ “อย่าได้กังวัล แม้แต่ตัวข้าก็ผ่านสตรีมามิน้อย รู้เช่นนี้ สบายใจขึ้นหรือไม่” ถิงมี่หัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้ ชายกับหญิงเปรียบเทียบเช่นนี้ย่อมไม่ถูกต้อง อีกทั้งตอนนี้ใจนางไม่ได้มีเพียงอารัค! “ถ้าหากเจ้าไม่ยอมรับในตัวข้า คงเป็นเพราะข้า ไม่มีคุณสมบัติที่ดีในการเป็นบิดาและหัวหน้าครอบครัว” น้ำเสียงของอารัคจริงจัง มันทำให้ถิงมี่ร้อนรนใจไปหมด กระนั้นนางก็ไม่อยากเป็นหญิงร่านสวาท มีใจให้ชายสองคนในเวลาเดียวกัน “มีสิ่งที่ข้าต้องบอกท่าน ถึงละอายใจ แต่ข้าไม่ขอปิดบัง” ถิงมี่สูดลมหายใจลึก ขอบตานางแดงเรื่อ เม
ถิงมี่เชื่อว่านางไม่ได้ถูกเวทมนตร์ของอีกฝ่ายล่อลวง เพราะนางเรียนรู้วิชาต่างๆ จากนักพรต อีกทั้งยังมียันต์มากมายเพื่อใช้สยบพวกปีศาจร้าย แต่ตอนนี้ชายซึ่งเป็นผู้ส่งสาส์นของหอเมฆาเคลื่อนคล้อยกำลังสืบเท้าไปเบื้องหน้า โดยมีนางก้าวตามไม่ห่าง กลิ่นกายบุรุษที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวทำให้นางอยากโผเข้าไปซุกซบอารัค เขาเป็นคนร่างสูงใหญ่ มีใบหน้าที่ชวนให้สตรีหลุ่มหลงได้มิยาก บนใบหน้าสมชายชาตรี ประกอบจมูกโด่ง ดวงตาคมสีอ่อนที่ดูลึกลับ และริมฝีปากบางเฉียบสีแดงสด ซึ่งในยามที่นางกับเขาแนบชิดกัน ก็เป็นสิ่งมหัศจรรย์จนไม่อาจตอบตนได้ว่า นางหลงใหลต่อสิ่งที่เขาปรนเปรอให้ หรือเป็นเพราะอยากได้เขาเป็นคู่ชีวิตจริงๆ ดวงตาของนางมองแผ่นหลังกว้างกับไหล่ลาด มองแล้วก็อยากโผเข้าไปอิงแอบ ศีรษะด้านหลังของเขาสวยขนาดพอเหมาะกับลำตัว อีกทั้งชายผู้นี้มีเรือนผมหยักสลวยเป็นสีน้ำตาล ยิ่งมองนางยิ่งเพลินใจ “ท่านจะพาข้าไปที่ใด” เมื่อได้ยินเสียงคนด้านหลังถาม อารัคจึงฉวยโอกาสที่นางไม่ทันระวังตัว หันมารวบเอวคอดไปชิดกายแกร่ง ถิงมี่ตกใจ แต่ไม่ได้ต่อต้านขัดขืน ร่างกายนางอ่อนระทวย ยิ่งในยามที่สานสบสายตากับอ
หยวนชิงอี้ต้องจบชีวิตง่ายดายในโลกนิยายเพียงเท่านี้หรือ นั่นคือแวบแรกที่นางคิด ทว่าภาพในหัวไม่ใช่ นางรู้ว่าเหตุการณ์ใดจะเกิดขึ้น ตอนนี้นางแย่งบทบาทเดิมจากนางเอกของเรื่องนั่นเอง เมื่ออีกฝ่ายไม่ได้อยู่ที่นี่ ดังนั้นตัวประกอบเช่นนางจึงรับหน้าที่แทน แม้จะเสี่ยงชีวิตสักหน่อย แต่มันคุ้มค่า
สถานการณ์ด้านล่างหอสูงแห่งนั้นคึกครื้นมาก เหล่าสตรีโฉมงามโบกมือให้ชายหนุ่มที่ตนพึงใจ หยวนซูซูซึ่งมั่นใจว่าตนเย้ายวนก็โปรยเสน่ห์อย่างที่สุด นางประดับดอกไม้สดบนศีรษะเลียนแบบหยวนชิงอี้ที่ทำก่อนหน้านี้ “น้องหญิงห้าหยวน เจ้าทำสิ่งใดกับเสี่ยวอี้ มั่นใจใช่หรือไม่ว่านางจะไม่ปรากฏตัวบนหอสูงน
เวลาผ่านไปจนถึงช่วงที่สตรีต่างทยอยขึ้นกำแพงสูงเพื่อส่งลูกบอลผ้าให้กับชายที่หมายตา ก็มีเสียงหัวเราะ เสียงเป่าปากตบมือกันยกใหญ่ หยวนชิงอี้ในชาติภพเดิม นางย่อมไม่มีโอกาสก้าวขึ้นไปยอนลูกบอลผ้า และตอนนี้นางไม่ได้เตรียมตัวว่าจะขึ้นไปบนหอสูงดังกล่าว แม้จะมีเสียงของแม่สื่อเรียกหาอยู่ก็ตาม
เมื่อเจ้าบ้านเหอได้เห็นสองพี่สองตระกูลหยวน เขาถามถึงหยวนชิงอี้ ฝ่ายหยวนซูซูรีบตอบเสียงสดใส “นางไม่สบายเจ้าค่ะ ไข้กำเริบอีกแล้ว และยังออกตุ่มตามลำตัว และแขนขา ข้าเกรงว่าหากออกมาสัมผัสอากาศด้านนอกคงแย่กว่าเดิม จึงให้แม่บ้านจุ้นดูแลอยู่ไม่ห่าง อีกทั้งคุณหนูเหอสี่ ให้สาวใช้ส่งน้ำแกง และสมุนไพรไ







