LOGINและแม่น้ำที่นางพลัดตกไปลึกยิ่งนัก การที่นางดำผุดดำว่ายอยู่เพื่อเอาตัวรอด ไม่ใช่เหตุบังเอิญ แต่เป็นเพราะคนร้ายที่จับตัวนางถูกธนูปักเข้าบริเวณลำคอ พอนางดิ้นแรงๆ ก็เป็นเหตุให้ล่วงสู่ผืนน้ำเย็นเยียบ
และก่อนหน้านั้น หญิงสาวถูกคนร้ายที่ได้รับการจ้างวานฉุดตัว ใช้ผ้าคลุมศีรษะแล้วแบกร่างพาดบ่าตั้งใจพาไปขังไว้และทำให้เสื่อมเสียเกียรติ ระหว่างข้ามสะพานเชือกที่ด้านล่างเป็นแม่น้ำสายเชี่ยว มีคนเข้าช่วยนาง ฝ่ายนั้นมากด้วยความสามารถและยิงธนูได้แม่นยำจึงสกัดคนร้ายได้ทัน
มินาน ร่างสูงใหญ่ก็กระโดดลงสู่ผืนน้ำลึก เพื่อช่วยหญิงสาว ทว่าอีกฝ่ายกลับหวาดผวาจึงกอดรัด ทั้งฉุดรั้งสูงใหญ่ราวกับต้องการให้จมลงไปในน้ำด้วยกัน
สิ่งที่หยวนชิงอี้ทำส่งผลให้ร่างกายทั้งคู่สัมผัสกันโดยไม่ตั้งใจ และเขาผู้ไม่เคยคิดเลื่อนเปื้อนกับสตรีนางอื่น นอกจากนางเอกที่กุมหัวใจเขาเอาไว้นานนับสิบปี ถึงขั้นต้องอดกลั้นเป็นอย่างมาก มือเรียวสวยลูบไล้หน้าท้องแกร่ง ก่อนเลื่อนไปยังกึ่งกลางลำตัว มันหลับอยู่ก็จริง แต่นางปลุกปล้ำไม่หยุด กระทั่งเขาเริ่มเครียดจัด อีกมือนางก็ตบตีเขา สลับการหยิก ริมฝีปากนั้นก็อ้ากว้าง ก่อนจะใช้ฟันกัดเข้าที่ปลายคางเขาราวกับสตรีวิปลาส
“หากเจ้ายังไร้สติ ข้าจะปล่อยให้เป็นผีโง่เง่าเวียนว่ายอยู่ในแม่น้ำแห่งนี้ไปตลอดกาล”
หยวนชิงอี้ได้ยิน รู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังจะทำจริง ถึงอย่างนั้นความหวาดหวั่นก็ทำให้ต้องกอดเขาแน่นไม่ยอมปล่อยง่ายๆ
กระทั่งขึ้นฝั่งได้ หัวใจของหยวนชิงอี้นั้นเคลื่อนไหวในจังหวะอ่อนแรง ฝ่ายเขาจึงช่วยทุกวิธีทางเพื่อให้หยวนชิงอี้มีชีวิตต่อ พอนางสำลักน้ำและเริ่มรู้สึกตัว ร่างสูงใหญ่ก็ผุดลุกขึ้น พร้อมถอนหายใจแรงๆ อย่างระอา
“รู้หรือไม่ ยามนี้เราอยู่ที่ใด...”
หยวนชิงอี้ส่ายหน้า และนางทั้งหนาว ทั้งร้อนรุ่ม อาการเข้าขั้นวิกฤติ ด้วยยากระตุ้นราคะทำให้ร่างกายนี้ปั่นป่วนหนัก
“คุณหนู... เจ้าก่อเรื่องใหญ่เหลือเกิน คราแรกถูกลักพาตัว ทว่ากับเป็นคราวเคราะห์ใหญ่ เพราะทหารต่างแคว้นมาพบเข้าพอดี จึงเกิดการแย่งชิงกันไปมา และนับว่าดีที่ข้า ผ่านมาพบเข้า...แต่เจ้าก็ทำให้ข้าต้องพบปัญหาไปด้วย เพราะยามนี้เราติดอยู่พื้นที่อันตราย ย่อมต้องซ่อนตัวสักระยะ จนกว่าเจ้าจะพร้อมออกเดินทาง”
น้ำเสียงที่เข้มจัด และท่าทางของบุรุษผู้นี้ ทำให้วิญญาณสาวจากโลกปัจจุบันแทบจะหลุดออกจากร่าง นอกจากเสียงคงเป็นไอสังหารรุนแรงซึ่งพุ่งตรงมาหานาง ชีวิตใหม่ในชาติภพนี้ของหยวนชิงอี้ ซึ่งนางพึ่งมาอาศัยร่างได้ไม่นาน ไฉนจะได้เตรียมแผนมือรับสิ่งต่างๆ ทัน โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญหน้าตัวร้ายกาจอย่างอ๋าวเซียวเหริน
ดังนั้น ฝ่ายนางต้องอกสั่นขวัญแขวน กล่าวได้ว่า จนมีความคิดโง่เขลาอยากกลั้นใจตายไปเสีย
อ๋าวเซียวเหริน... บุรุษที่ถูกเขียนให้เป็นศัตรูหัวใจเจ้าของร่าง เนื่องจากเนื้อหาเดิมในนิยาย ตัวประกอบง่อยๆ อย่างหยวนชิงอี้ กำพร้าพ่อและแม่ จนถูกเรียกว่าเป็นดาวอัปมงคลตระกูลหยวน นับแต่เด็กถูกส่งตัวไปอยู่เรือนนอก พออายุได้สิบขวบเกิดโรคระบาดในหมู่บ้าน เลยต้องไปอยู่สำนักนางชี และกลายเป็นศิษย์ปลายแถว ที่รับใช้ทุกคนเยี่ยงทาส อดมื้อ กินมื้อ ใช้ชีวิตอย่างคนไม่มีตัวตน จวบจนได้รับการช่วยเหลือ จึงได้กลับเรือนรองตระกูลหยวน ถึงอย่างนั้น นางได้สร้างปัญหาใหญ่หลวงจนหวิดถูกขายเข้าสำนักโคมเขียว
ซึ่งความเบาปัญญา ทั้งอยากเอาใจผู้อื่น เพราะอยากให้ตนกลายเป็นที่รัก เลยตกเป็นหมากให้เหล่านางร้ายยืมมือรังแกนางเอกของเรื่องอย่างซ้ำซาก ฝ่ายเทพสังหารที่คอยคุ้มครองนางเอก จึงเป็นศัตรูอันดับหนึ่งของหยวนชิงอี้ไปโดยปริยาย และเขาคือผู้ส่งนางไปให้พ้นหูพ้นตา สุดท้ายชีวิตอนาถขั้นสุด หญิงสาวต้องรับใช้คณะทูตที่ดินแดนทางใต้ มีหน้าที่เป็นสตรีระบายตัณหาให้แก่บุรุษมากหน้า ก่อนจบชีวิตในคอกสัตว์อย่างน่าสงสาร
อนิจจาชาติก่อน ถึงนิยายบรรยายเรื่องราวต่างๆ ของหยวนชิงอี้ไว้ไม่มากนัก แต่ทุกบรรทัดช่างข่มขื่นโดยแท้ เมื่อรู้ว่าตนมาอยู่ในร่างนี้แบบเลือกชะตาชีวิตไม่ได้ ไฉนหยวนชิงอี้จะต้องก้าวขาลงขุมนรก นางไม่ได้สมองทึบอย่างที่ใครบางคนกล่าวหา ดังนั้นการใช้ไหวพริบ และความฉลาดอย่างรอบรู้ คือสิ่งสำคัญที่จะทำให้หญิงสาวไม่ต้องกลับสู่เรื่องราวแบบเดิมใน เอาละ... บอสสาวจากอีกโลก จะพลิกบทหยวนชิงอี้เสียใหม่ ให้กลายเป็นคุณหนูชาเขียวตัวแม่... ที่กุมหัวใจเทพสังหารเอาไว้ในกำมือ เพราะนางรู้ดี มิใช่พระเอก หรือ พระรองในนิยายที่มีความสามารถพลิกฟ้าดิน แต่ผู้บงการหลายสิ่งเอาไว้คือ อ๋าวเซียวเหริน ดังนั้นเขาคนเดียวเท่านั้น ที่จะทำให้นางมีชีวิตรอด ไปจนนิยายเรื่องนี้เดินทางถึงตอนจบ
ดวงตาเรียวของชิงหลานมองสตรีตรงหน้าที่กำลังร่วมรักกัน เขาแทบไม่อยากเชื่อว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้น และเมื่อมันถูกสานต่ออย่างเร่าร้อน เขาก็จะทำให้ฉากอุ่นเตียงนี้งดงาม และหลังจากนี้คู่กัดอย่างแม่หมอปราบผีกับบ่าวรับใช้วิญญาณเจ้าสาว ย่อมต้องอยู่เคียงข้างกัน ทว่าไม่ทันที่เขาจะมอบความขุ่นข้นในร่างกายให้ถิงมี่ได้ชิม ก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้น และมันเตือนให้เขาต้องระวังภัยแก่ผู้เป็นเจ้านาย “คุณหนู...” ชิงหลานจำต้องระงับความสยิวจากร่างร้อนผ่าวของถิงมี่ เขาใช้เวลาอันรวดเร็วสวมเสื้อผ้าให้นาง อาจไม่เรียบร้อย แต่ก็ปกปิดเรือนกายได้ส่วนหนึ่ง “รอข้ากลับมาแม่นางถิงมี่ ข้าจะรับผิดชอบทุกสิ่งที่เกิดขึ้น” ถิงมี่ยกมือปิดหน้าปิดตาตนเอง เมื่อรับรู้ความจริงตรงหน้า และคืนนั้นนางเผลอใจกับชายถึงสองคน!! เพราะเมื่อนางรู้สึกตัวได้คืนสติ จริงอยู่ร่างกายหายร้อนรุ่มลงไปส่วนหนึ่ง แต่นางได้เห็นร่างสูงใหญ่ และเจ้าของดวงตาสีฟ้าเข้มอยู่ใกล้ชิด ตอนแรกเขารีบยกมือปิดหน้าขาวๆ ที่มีไรหนวดดกครึ้ม พร้อมเอ่ยขอโทษราวกับทำเรื่องผิดต่อนาง “ขะ ข้าผิดต่อเจ้าแล้ว อภัยด้วยเถิด” ถิงมี่มองค
“ข้ามียาถอนพิษ รับรองว่ามันช่วยเจ้าได้” “มีแล้วทำไม ถึงไม่รีบช่วยข้า” “เรื่องนี้ ย่อมต้องมีข้อแลกเปลี่ยน คลายมนตร์ดำที่สะกดข้าเสีย แล้วข้าจะทำให้เจ้าเลิกทำท่าเหมือนสุนัข ตัวเมียแสนยั่วยวนเช่นนี้” ถิงมี่กัดฟันกรอด ๆ แล้วแข็งใจเข้าไปชิงหลาน นางท่องบทสวดอยู่ประเดี๋ยว และดึงยันต์ที่ติดแผ่นหลังเขาออก “ช่วยข้า หากยังชักช้า เจ้าไม่ได้ตายดีแน่!” “แม่นางถิงมี่ มั่นใจรึที่จะให้ข้าช่วยเจ้า” “อย่าผิดคำสัญญา เจ้าเป็นลูกผู้ชายหรือเปล่า” ชิงหลานยกยิ้มร้ายๆ ตรงมุมปาก และเอ่ยเสียงดังเจนว่า “ข้าเป็นลูกผู้ชายพอ และคืนนั้นเจ้าลืมไปแล้วหรือว่า ร่ำร้องบอกข้าว่าอย่างไร” เขาเอ่ยจบก็ก้าวเข้าไปหานาง แล้วจับท้ายทอยหญิงสาวเอาไว้ ถิงมี่ทั้งตกใจ ตั้งตื่นเต้น หัวใจนางสั่นไหวจนแทบหล่นออกมาอยู่นอกอก “จะ เจ้าจะทำอะไรข้า” “ถอนพิษให้แม่นางถิงมี่อย่างไรเล่า” “ด้วยวิธีใด อย่าเล่นสกปรกต่อข้า” นางปากคอสั่น “เปล่าเลย ยาถอนพิษมันอยู่ในตัวข้า ทางเดียวที่จะช่วยแม่นางได้คือ” ชิงหลานเอ่ยจบ ริมฝีปากของเขาก็ประกบกับริมฝีปากนาง ถิ
เตียวร่วน ใช้มือข้างหนึ่งสัมผัสกลีบงามของนาง และนิ้วชี้ของนางแทรกเข้าไปสู้ความแฉะฉ่ำหวาน นางแทงเข้าออกตามความต้องการของตน เขาส่งเสียงคำรามทุ้มๆ ด้วยความสาสมใจมากเท่าใด นางยิ่งต้องการอยากให้ตนรู้สึกปลอดโปร่ง และโล่งสบาย “อ๊ายๆ ๆ คุณชาย หลั่งออกมา หลั่งให้ รั่วจื่อ...ได้ลิ้มรสหวานล้ำนั้น” นางว่าแล้วก็ต้องสะท้านไปทั่งร่าง พื้นที่งามของนางส่งน้ำหวานออกมาเต็มฝ่ามือ ส่วนริมฝีปากอวบอิ่มมีน้ำขุ่นข้น ไหลออกจากมุมปาก หญิงสาวเกือบสำลัก เมื่อชายหนุ่มใช้สองมือศีรษะนางเอาไว้ และปล่อยน้ำรักออกมาอีกกระรอกใหญ่ รุนแรงราวกับคลื่นทะเลคลั่ง พอนางกลืนน้ำวิสุทธิ์เขาลงท้อง หญิงสาวก็ต้องตกใจอีกหน เมื่ออู๋หยางจีคว้ามือของนางข้างที่ใช้เล่นสนุกกับกลีบบุปผา และมันยังมีน้ำหวานเกาะพราวอยู่ จากนั้นเขาก็โลมเลียนิ้วมือนาง ราวกับเด็กน้อยที่ชอบความหวานของลูกอมรสเลิศ แพขนตาหนาของเขาไหวไปมา และม่านตาที่ปิดนั้นก็เคลื่อนไหวชวนให้ฉงน “คุณชายอู๋... จงนอนหลับเถิด การร่วมรักของเราได้เสร็จสิ้นแล้ว และหลังจากคืนนี้ ข้ากับท่านจะไม่มีวันพรากจากกันอีก” เมื่อนางเอ่ยจบจึงสวมใส่เสื้อผ้า หากเป็นตอ
อู๋หยางจีอยากสานสัมพันธ์ลึกซึ้งเสียแต่ตอนี้มิต่างจากเตียวร่วน แต่ความต้องการของนางมีมากกว่านั้น การสร้างร่องรอยบนเนื้อตัวเขา คือสิ่งที่นางปรารถนา ริมฝีปากนางจึงทั้งจูบ ดูดรุนแรงบนหัวไหล่หนา สลับต้นคออู๋หยางจี เขากลายเป็นของเล่นที่ทำให้นางได้แสดงสันดานดิบออกมา จูบ ดูด และขบกัด คือสิ่งที่นางสร้างร่องรอยไปทั่วจนแดงช้ำน่ากลัว กระนั้นทั้งหมดนี้ได้สร้างความเสียวกระสันต่อคนทั้งคู่ พอนางเริ่มดูดที่ยอดหน้าอกของชายหนุ่ม อู๋หยางจีก็ครางเสียงทุ้มต่ำ นางดูดเม้มราวกับทารกน้อย และออกแรงใช้เขี้ยวเล็กๆ ขบลงไปด้วย เนื้อตัวของชายหนุ่มจึงมีรอยแผลหลายแห่ง พอเขาส่งเสียงเร่งเร้าให้นางกระทำแรงขึ้น เตียวร่วนก็อดใจไม่ไหว นางเผลอใช้เล็บจิก และข่วนเขาจนเป็นรอยแผลยาวเป็นทางทั้งหน้าอก และต้นแขนกำยำ จากนั้นความร้อนแรงของทั้งคู่ผ่านลูกกรงเหล็ก ก็สร้างความสยิวระหว่างชายหญิงอย่างที่สุด ยามนี้เตียวร่วนไม่ได้สงสัยว่าชายหนุ่มหลับหรือตื่น นางรู้แต่ว่าต้องการให้เขาส่งความอุ่นจัด และน้ำวิสุทธิ์เข้าในแอ่งเนื้อนิ่มโดยไว หญิงสาวขยับบั้นท้ายกลมงอนชิดลูกกรงเหล็ก เปิดทางให้อู๋หยางจีที่นั่งอ
อู๋หยางจีไม่ฟังเสียงถิงมี่ เมื่อนางไม่ยอมก้าวตามเขาไป ชายหนุ่มจึงตัดสินใจแบกนางขึ้นบ่าเป็นตอนนั้นที่กลุ่มชาวบ้านต่างหากถอยห่าง และซุบซิบกันใหญ่ ถิงมี่ทั้งโกรธทั้งอับอาย นางดิ้นปัดไปปัดมา และตบตีร่างกายคนตัวสูงให้ปล่อยนางลง “จะ เจ้าทำอย่างนี้กับข้าได้หรือ” “ฮ่าๆ ๆ กับคนที่โยนความผิดให้ข้า สมควรถูกจับขังคุกใต้ดินที่หอตรวจการ” “ไม่... คนผิดย่อมเป็นเจ้า เจ้าควรชดใช้ทุกอย่างให้คนในเมืองนี้ ก่อนที่หายนะจะมาเยือน ปล่อยข้า” “พูดจาประหลาด ข้าไปก่อกรรมกับใครไว้ ถึงได้กล่าวหากันเช่นนี้” “ท่านยังไม่รู้ตัวอีกหรือ สมสู่กับวิญญาณ ยังนับว่าเป็นคนดีหรืออย่างไร ท่านควรแต่งงานกับแม่นางคนนั้น ใช่แล้ว...ปล่อยข้าลงเดี๋ยวนี้” “แต่งงาน แต่งกับใคร?” อู๋หยางจีอยากหัวเราะ เขาไม่เคยนอนกับวิญญาณผีตนใด และที่ก้าวขามาถึงเมืองนี้ สตรีนางเดียวที่เขาร่วมรักด้วยมีแต่เตียวร่วน “รั่วจื่อ! ท่าน...กับวิญญาณสาว สมสู่กันแล้วถูกต้องหรือไม่ เรื่องนี้ฟ้าดินย่อมรู้เห็น เมื่อเป็นเจ้าบ่าวของนาง ท่านก็ควรอยู่กับนาง ให้ตกตายตามกันไปเสีย!” อู๋หยางจีอยากหัวเราะให้
หลายคืนที่ผ่านมา อู๋หยางจียังได้พบวิญญาณสาวเช่นเดิม และรู้ว่านางต้องการผูกมัดเขา แต่ชายหนุ่มก็ยอมให้ความสัมพันธ์ลึกซึ้งเกิดขึ้น ไม่ใช่แค่เพียงเสร็จสมเพียงครั้งเดียว หากเขาหลั่งทั้งในกลีบบุปผางดงาม และเติมความหวานผ่านริมฝีปากอวบอิ่มสีสดบางคืนก็สองสามรอบ นางมอบกายให้เขาได้กระทำตามใจปรารถนา ร่วมรักอย่างถึงใจ ผิดแต่มันเป็นการลักลอบมีความสัมพันธ์ต่อกัน โดยที่เขาไม่อาจมองเห็นอีกฝ่าย เพราะนอกจากกำยานถวิลหาที่ทำให้เขาหลับใหล นางยังใช้ปิดตาเขา บางมัดแขนทั้งสองข้างเขาติดกับหัวเตียง วิญญาณสาวสาวครางเสียงหวานล้ำ นางเริ่มมีท่าทางใหม่ๆ มาร่วมรักกับเขา ราวกับว่าได้เรียนรู้เรื่องสนุกเพิ่มขึ้นทุกค่ำคืน ผีสาวหัวเราะคิกคักในขณะที่เล่นซุกซนกับไข่คู่แฝดที่ทั้งใหญ่ และให้ความนิ่มหยุ่น “อ๊ะ...อุ๊ย...” นางร้องเสียงน่ารัก แล้วซุกหน้าเข้าหาความอุ่น จากนั้นก็ใช้ปลายลิ้นเรียวเล็กไล้เลีย ก่อนจะอมหายไปทั้งสองฟอง พอเขาครางเสียงสั่นสะท้าน นางก็สมใจที่ได้กลั่นแกล้ง อู๋หยางจียังคงกระทำตามเดิม คือแสร้งละเมอ ด้วยความสุขสม เขาครางเสียงแหบพร่า คล้ายเป็นการยั่วยวนให้นางเร่งกา







