ค่ายLBN
ถ่ายเสร็จเรากลับมาที่บริษัทกันก่อน เพราะวันนี้มีประชุม ยังดีที่สถานที่ถ่ายทำวันนี้ไม่ได้อยู่ไกลจากบริษัทมากนัก เพราะเลิกกองก็ห้าโมงเย็นแล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่การจราจรหนาแน่น แต่ก็ใช้เวลาไม่นานมากก็มาถึงบริษัท “ไปกับผมมั้ย รถติดนะ” ไนท์ที่กำลังล้วงเอากุญแจรถในกระเป๋ากางเกงอยู่ก็หันมาตามเสียงของอีกคน “รู้กูไม่ได้เพิ่งมาอยู่กรุงเทพ คนอื่นเขาก็ติด” เขาตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา คำพูดคำจานะ “โอเค๊” ทำไมไม่นัดประชุมเช้าพรุ่งนี้นะ จะให้กลับมาอีกทำไม ณ ห้องประชุม ชั้นห้า สรุปการประชุมก็คือค่ายอยากให้พนักงานทุกคนมีมารยาทและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับบริษัท ตอนคัดพนักงานมาก็ได้บอกแล้ว แต่ประธานค่ายก็พูดเน้นย้ำอีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะกับนักแสดง แต่ประเด็นหลักอีกประเด็นคือเขาอยากให้สร้างคอนเทนต์เพื่อโพรโมต สร้างการมองเห็นให้กับคนอื่นๆ ได้รู้จักค่ายเพิ่มมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ แต่เป็นใครก็ได้ที่ว่างจากหน้าที่ และมีความคิดสร้างสรรค์ก็สามารถเสนอกับทีมคอนเทนต์ครีเอเตอร์หรือจะอัดคลิปมาเองเลย แล้วค่อยมาเปิดให้ดูทีหลังก่อนเผยแพร่ก็ได้ โดยผลงานของใครที่ได้รับการตอบรับดีและถูกใจเขา จะได้รับโบนัสเดือนนี้ไป ตอนประชุมมีพี่ผู้จัดการของพี่ไนท์มาประชุมด้วย นึกว่าวันนี้จะไม่มาซะแล้ว เลิกประชุม ทุกคนทยอยกันออกมาจากห้องประชุมเพื่อกลับบ้าน ตอนนี้เป็นเวลา 18:00 น. ผมเดินออกมาตามหลังผู้จัดการของพี่ไนท์ ส่วนพี่ไนท์เดินออกไปก่อนแล้ว “ขอโทษนะครับ เอ่อ…พี่..” ผมไม่รู้ว่าจะถามชื่อพี่เขาว่ายังไงดี “อ๋อ พี่ชื่อโดนัทจ้ะ ลืมว่ายังไม่ได้แนะนำตัว” พี่โดนัทพูด พร้อมกับยิ้มให้ผม “พี่ที่ทำงานที่นี่เขายิ้มเก่งทุกคนเลยเหรอครับ” ผมยกยิ้ม “อืมม.. มั้งจ๊ะ” พี่เขาตอบกลับมา เมื่อกี้พูดไปสะเหล่อมั้ยนะ อาจจะนิดหน่อย “อ่อ!” คนโปรดนึกขึ้นได้ว่ากำลังจะถามอะไร “พี่ไนท์เขา..เป็นคนขี้ร้อนเหรอคับ?” “จะว่างั้นก็ได้ เขาเป็นคนที่เหงื่อออกง่ายน่ะ” “อ๋อ เหรอครับ” “ทำไมเหรอจ๊ะ?” คนตรงหน้าเลิกคิ้วถาม “อ๋อ ไม่มีอะไรครับ ไม่กวนแล้วครับ” ก่อนจะโค้งให้พี่โดนัท “ไม่กวนเลย คุยเล่นกับพี่ได้นะ พี่ชอบ” “ครับ” ผมพูดยิ้มๆ “ทำไมเราดูเขินๆ เป็นอะไรรึเปล่า” คนตรงหน้าหรี่ตามองเล็กน้อย “เหรอคับ อาจจะเป็นเพราะว่า..พี่ที่บริษัทนี้สวยมั้งคับ” “ปากหวานมากกก เราเข้ามาคงมาสร้างสีสันให้กับบริษัทแน่เลย ตั้งใจทำงานนะจ๊ะ” โดนัทรู้ว่าคนโปรดคงไม่ได้คิดจะจีบตัวเองหรอก แต่เพราะมีนิสัยน่ารักสดใสมากกว่า ทั้งโดนัทและเจี๊ยบ มีสิ่งที่เหมือนกันคือดูเหมือนจะเป็นคนที่อ่านคนออกได้ในระดับหนึ่ง และไม่ตัดสินใครง่ายๆ “ครับ กลับบ้านดีๆ นะครับ” “ค้าบบ เหมือนกัน” พี่โดนัทตอบกลับมาอย่างเป็นกันเอง จากนั้นทั้งสองคนก็แยกย้ายกัน ก๊อก ก๊อก “เชิญครับ” โดนัทเดินเข้ามาให้ห้องไนท์ ซึ่งห้องอยู่ชั้นสอง ชั้นเดียวกับที่คนโปรดอยู่ แต่ห้องของไนท์จะอยู่ด้านในสุด “วันนี้พี่ไม่ได้ไปส่งนะ” ผู้จัดการเหลือบมองเจ้าของห้องก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นมา “ไม่เป็นไรครับ” ไนท์ที่เอนกายบนเก้าอี้หนังสีดำตอบ “แฟนสำคัญกว่า ผมเข้าใจ” ก่อนจะทำหน้าหงอย “ใช่แล้วว” ผู้จัดการสาวพูดแกล้งๆ ขณะกำลังก้มหน้าดูแชตแฟนหนุ่มในมือถือ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองร่างสูง “ไม่ต้องมาทำหน้าแบบนั้นเลย” “แล้วแฟนเราอ้ะ?” “แฟนเฟินอะไรล่ะ มีที่ไหน” “คนคุยก็ไม่มี?” “ไม่มีค้าบบบ” ไนท์พูดเสียงหวาน ซึ่งเป็นปกติของเขา แล้วแต่อารมณ์ “เธอปิดตัวเองรึเปล่า ฮึ ออกไปไหนบ้างรึเปล่าเราอ้ะ ไม่ใช่ว่าคนอิน บ็อกซ์มาแล้วก็ไม่เอานะ” พี่โดนัทว่าอย่างรู้ทัน “ก็ผมไม่ชอบคนไม่รู้จักทักออนไลน์มาอ้ะ” “อะไรของเธอ” โดนัทชินแล้ว เพราะรู้สึกว่าไนท์ยังคงเอาใจยากไม่เคยเปลี่ยน -ไนท์- “ช่างมันเถอะ ไม่รีบไปแล้วเหรอคับ” “โอเค เดี๋ยวพี่ไปก่อนนะ แล้วไนท์ไม่รีบไปไหนเหรอ? เหนื่อยมั้ยวันนี้ พี่ไม่ได้ไปดู” “ตอบคำถามไหนก่อนดี ก็เรื่อยๆ ครับ ไม่..เหนื่อยเท่าไหร่ พี่รีบไปเถอะ” “โอเคจ้ะ ไว้เจอกันนะ” “ครับ” พี่โดนัทเปิดประตูก่อนเดินออกไปจากห้อง ผมหลับตาพักสายตาประมาณห้านาที ก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ และเปิดประตูออกไปเพื่อจะกลับคอนโด เมื่อเดินมาถึงโซนออฟฟิศ ซึ่งเป็นทางผ่านที่จะไปยังลิฟต์ ก็มีคนหนึ่งเดินตามมา เหมือนรอผมออกมา “พี่ไนท์” เสียงนี้ “ทำไมกลับค่ำจัง” คนโปรดเจ้าของเสียงเจื้อแจ้ว ล่ะเบื่อหน้ามันจริงๆ “มีอะไรก็รีบว่ามา” ผมมองคนตรงหน้า “แล้วบัตรหายไปไหน” ผมพเยิดหน้าถาม คนโปรดยกมือคลำดูที่อกตัวเอง ก่อนจะก้มหน้าลงมอง จากนั้นก็นิ่งคิดไปครู่หนึ่ง “อ่อ จริงสิ” ผมกำลังจะเดินไป “พี่รออยู่นี่ก่อนนะแป๊บนึง” มันพูดพร้อมกับทำมือห้ามผมไว้ ก่อนจะรีบเดินไปทางห้องน้ำ “ดีนะที่ยังอยู่” คนโปรดเดินกลับมาใหม่พร้อมกับบัตรห้อยคอในมือ “อ้าว” แต่ไนท์ก็ไม่อยู่แล้ว คนโปรดกดลิฟต์ตามลงไปเผื่อเจอกับเขา ชั้น 1 นี่ไง คนโปรดเดินตามไนท์มาทัน ยังไม่ทันเอ่ยอะไร ไนท์ที่จำเสียงและจังหวะการเดินของคนโปรดได้ก็พูดขึ้น “เซ่อ” คนโปรดรู้ว่าคนตรงหน้ากำลังว่าเขา “เรียกว่าโก๊ะยังจะดีกว่านะ เพราะเซ่อซ่ามันดูไม่มีกาลเทศะ” “ก็เกือบป้ะ” ไนท์ตอบกลับทันที ด้วยเสียงเข้มพร้อมกับหันมาหาคนโปรด “เขารับมึงมาได้ไงวะ?” ก่อนจะถามออกไปอย่างสงสัย แม้คำพูดมันจะฟังดูถูก แต่คนโปรดไม่ใส่ใจ เพราะเขาคิดว่าคงเอาอะไรกับไนท์ไม่ได้ ตอนนี้ทั้งคู่กำลังยืนอยู่กลางห้องโถงที่ด้านหน้าและด้านหลังเป็นลิฟต์ “ก็เขารับ” คนตรงหน้าพูดสวนกลับมาอย่างไว “-นอกซะจาก..” ผมพูดต่อไม่รอให้อีกคนพูดอะไร พร้อมกับถอยหลังมาหนึ่งก้าว แล้วไล่มองมันตั้งแต่หัวจรดเท้า “นอกซะจากอะไร?” มันทำหน้างง “หึ” ทำหน้าตาไขสือ ผมไม่อยากจะพูดต่อ เลยตัดสินใจปล่อยคนตรงหน้าที่เหมือนจะมึนงงให้อยู่แบบนั้นต่อไป ก่อนจะก้าวเท้าจากมา “เดี๋ยว พี่ หมายความว่าไง” ผมหยุดก้าวแล้วหมุนตัวหันกลับมา “ไม่รู้จริงดิ?” ถามออกไป ก่อนจะส่ายหัวน้อยๆ ให้กับคนตรงหน้า ที่ยังทำหน้าตาซื่อ เหมือนไม่เข้าใจสิ่งที่ผมว่า “เดี๋ยวพี่ เมื่อตอนบ่าย…” “ทำไม?” โทนเสียงไนท์สูงขึ้น ทางด้านคนโปรดคิดในใจ ดาราหรือนักเลงเนี่ย ย้อนกลับไปเมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ “สวัสดีค่ะ พอดีอยากจะมาสัมภาษณ์น้องไนท์สักหน่อยน่ะค่ะ” พี่กะเทยคนหนึ่งเดินเข้ามาพูดกับผู้กำกับซึ่งยืนอยู่ข้างผมตอนนี้ “เขาได้นัดไว้ด้วยเหรอครับ?” ไนท์ทำเป็นหันไปถามผู้กำกับ แทนที่จะถามคนตรงหน้า “โอ๊ย ไม่ต้องนัดก็ได้ค่ะ เดี๋ยวนี้เขาสบายๆ กันค่ะ” “แต่ผมว่าถ้านัดจะดูมีมารยาทกว่านะครับ แล้วนี้เราก็กำลังจะถ่ายกัน” “…” “จะสัมภาษณ์ใช่มั้ยครับ สัมภาษณ์ได้เลยครับ ไม่นานเนาะ” ผู้กำกับว่า แม้สีหน้าจะดูไม่พอใจหน่อยๆ ก็ตาม เพราะมาขัดจังหวะการถ่ายของเขา “ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะ เธออ้ะออกมาช้า เกือบไม่ได้ละ เห็นป้ะ” “ขอโทษค่ะ” เสียงเขาพูดกับอีกคนที่มาด้วยซึ่งน่าจะเป็นคนช่วยถ่าย “งั้นเริ่มกันเลยนะคะ ขออนุญาตนะคะ” เขาหยิบไมค์ในกระเป๋ามาติดที่เสื้อไนท์ “เดี๋ยวเราไปยืนถ่ายกันตรงนั้นดีกว่า” ไนท์ทำตามอย่างว่าง่าย เพราะอยากให้มันจบๆ ไป แม้มันจะไม่ถูกใจเขา “1-2-3 จากเมื่อวันก่อนที่เกิดแฮชแท็กไนท์การันต์ขึ้น ติดเทรนด์ทวิตเตอร์มาแรง โดยประเด็นที่พูดถึงกันคือน้องไนท์กำลังเหมือนกอดอยู่กับผู้หญิงคนนึง แต่ไม่นานก็มีคนเข้ามาแก้ข่าวให้ น้องไนท์ไม่คิดจะชี้แจงเรื่องนี้หน่อยเหรอคะ?” “คัตครับ ผมคิดว่าจะถามเรื่องงาน นี่อะไร” ไนท์สั่งคัตด้วยตัวเอง เป็นการบอกให้หยุดก่อน “….” “ถ้าเรื่องนี้ผมขอไม่ให้สัมภาษณ์ตอนนี้นะครับ เอาไว้ก่อน เพราะมันไม่ใช่เรื่องจำเป็นอะไร” “แต่มันเป็นสิ่งที่ควรตอบนะคะ เพราะมันกำลังเป็นที่พูดถึงกันตอนนี้ จะปล่อยเบลอเหรอคะ?” “นี่คุณ อยู่ช่องไหนเนี้ย” “ขะ ขอโทษด้วยนะคะ ไว้มาสัมภาษณ์วันหลังนะ” พี่ผู้หญิงที่เป็นผู้ช่วยผู้กำกับเห็นท่าไม่ดี จึงเดินเข้ามาพูดให้ “ไม่ต้องมาแล้วก็ได้นะ” ไนท์ดูเหมือนจะหลุดพูดคำที่คิดออกมา ไม่รู้ว่าตั้งใจหรืออะไร คนโปรดที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ตั้งแต่ต้นก็รู้สึกว่านั่น แรงมากก ไนท์สังเกตเห็นผู้ช่วยยังคงถือโทรศัพท์สำหรับถ่ายอยู่ จึงคิดว่าเขาอาจจะยังไม่ได้หยุดถ่าย แต่แค่ลดมือลงถือระดับเอวเฉยๆ “หมายถึง…ผมจะโพสต์แจ้งอยู่น่ะครับ” พี่มันยกยิ้ม เหมือนเปลี่ยนเป็นคนละคนจากเมื่อกี้ .…“ค่ะ ได้ค่ะ … ยังไง อยากสัม เดี๋ยวพี่นัดอีกทีนะคะ” คนสัมภาษณ์เจอสายตาบวกกับรอยยิ้มของไนท์เข้าไป เหมือนเจอมนต์ที่ทำให้รู้ซึ้ง ถึงสิ่งที่เขาทำไปเมื่อครู่ ว่ามันอาจจะไม่มีมารยาทอย่างที่ไนท์ว่าจริงๆ ซึ่งสายตาที่ไนท์จ้องมานั้นเต็มไปทั้งความเอาจริงเอาจัง เจ้าเล่ห์ เมื่อมองรวมกับรอยยิ้มที่ดูเหมือนออกมาจากใจ ซึ่งไม่รู้ว่าจริงมั้ย เพราะเดายากเหลือเกิน ก็ชวนให้คนมองหลงได้ไม่น้อย คนโปรดที่ยืนดูอยู่ก็งง อะไรวะ “ได้ครับ พี่คนสวย” ปากหวานก้นเปรี้ยววว คนโปรดนึกในใจเสียงดัง “แหมม พี่ไม่กวนละ โทษทีนะ ที่ไม่ได้บอกก่อน“ “ไม่เป็นไรค้าบบ” ไนท์ยังคงพูดเสียงอ่อนสดใสเป็นเด็กน้อย ซึ่งเป็นที่แปลกตาสำหรับทุกคนมาก “เธอออ” พี่เขาหันไปยิ้มเขินตัวบิดกับผู้ช่วยที่มาด้วยกัน จากนั้นพวกเขาก็เดินออกไป “โอเคมาถ่ายต่อกัน เย็นมีประชุมอีก เมื่อกี้ไนท์แสดงใช่มั้ย แสดงดีมากเยี่ยม ถ่ายเอาให้ผ่านฉลุยเลยนะวันนี้” เสียงผู้กำกับว่า ไนท์ไม่ได้พูดตอบกลับไป แค่เดินไปเข้าฉาก “ตอบนักข่าวแบบนั้นไปมันจะดีเหรอ พี่เป็นดารานะ” “กูตอบไปแบบนั้นแล้วมันดูยังไง มึงไม่ได้ดูตัวนักข่าวเหรอ ถามอะไรก็ไม่รู้” “ผมรู้ แต่ผมว่าพี่น่าจะรักษาภาพไว้ดีๆ หน่อย ไม่ใช่ใช้อารมณ์แบบนั้น มันดูไม่มีวุฒิภาวะ” คนโปรดพูดออกไปตามความจริง “นี่มึงด่ากูเหรอ” ผมคาดโทษมัน “กูก็แก้สถานการณ์ไปแล้วไง มึงดูไม่จบเหรอ” “ผมไม่ได้ด่า ผมพูดจริงๆ แต่ตอนพี่แก้สถานการณ์ ดึงตัวเองกลับมา ผมอึ้งเหมือนกันนะ แบบฮะ ผมรู้ว่าที่พี่พูดออกไป มันไม่ได้ออกมาจากใจจริงๆ แต่พี่ก็ทำได้ดีมาก” สรุปมันจะชมหรือจะด่าวะ “กูเป็นนักแสดงไม่ใช่ดารา ที่จะมาตอบคำถามแบบดารากับเรื่องไม่เป็นเรื่อง งานกูคือแค่แสดง แค่นั้น เข้าใจป้ะ” ..“งั้นสอนผมหน่อย” ? ไนท์พ่นลมหายใจออกทางจมูก เสียเวลา คิดแบบนั้นแต่ก็ยังหันหลังกลับมาตามเสียงของอีกคน “กูไม่ได้เรียนมา มึงเรียนมา มึงจะมาเอาอะไรจากกู?” “ก็ผมเห็นพี่..เรียนแอกติ้ง” “มึงก็ไปเรียนสิ กูไม่ใช่ครูสอนแอกติ้งมึง” “ทำไม? ไม่อยากเสียเงิน? หรือว่าอะไร ถึงมาถามจากกูง่ายๆ” ผมพูดออกไปตามสิ่งที่คิด อีกคนกำลังจะอ้าปากพูด แต่ก็ไม่ทันร่างสูง “กูไม่ว่าง ถึงว่างก็ ไม่!” เขาว่าเสียงแข็ง เป็นการยืนยันว่ามันจะเป็นไปตามที่เขาพูดแน่นอน “แต่ผมอยากให้พี่สอนนะ” “บอกไม่ ก็ไม่ไง” ตื้อจังวะ “ผมจ้าง” ..จ้าง? “เฮอะ” เสียงแค่นหัวเราะในลำคอ มันเนี่ยนะจะมาจ้างเขา “มึงไม่เอาไปจ่ายให้ครูสอนแอกติ้งล่ะ ฮะ?” “ก็ผมอยากให้พี่สอน” เป็นอะไรกับกูมากป้ะ “ทำไมต้องเป็นกู?” ผมรู้สึกว่าผมหมดพลังจะพูดกับมันมากกว่าตอนที่แสดงซะอีก “ขอทางหน่อยนะค้าบบบ” ขณะนั้นเองมีชายสองคนกำลังยกกระจกเดินสวนมาทางนี้ ซึ่งดูใกล้จะชนเข้ากับหลังอีกฝ่าย ถึงแม้ผมจะไม่ค่อยชอบพูดกับมัน แต่ว่าด้วยสัญชาตญาณแล้วก็ไม่ได้เกลียดถึงกับว่าอยากให้มันหรือใครเป็นอะไร เพราะงั้นจึงเกินกว่าที่จะยืนอยู่นิ่ง เลยดึงตัวมันเบี่ยงหลบมาทางผมอย่างไม่รีรอ อีกคนตกใจ มันนิ่งงันไปเล็กน้อยที่ผมดึงตัวเข้ามา ผมไม่สนใจก่อนจะว่าต่อ “ไม่ตอบ งั้นก็ไม่สอนอะไรทั้งนั้น” มันหันไปมองคนที่ยกกระจก หนึ่งในคนที่ยกกระจกผ่านไปผงกหัวให้คนโปรดเล็กน้อย “ถ้าผมบอก พี่จะสอนเหรอ?” มันหันมาพูดกับผมต่อ ผมยักไหล่ให้มันนิดหน่อย เป็นเชิงว่าก็ลองว่ามาสิ แม้จะปักใจไปแล้วว่า ไม่ทำแน่ “ผมชอบพี่” “…ฮะ?” ผมอึ้งกับคำตอบของมันนิดหน่อย “ผมชอบที่พี่ ทำงานเก่ง ทำบริษัท ไหนจะแสดง” คนตรงหน้าพูดด้วยท่าทางที่สบายๆ ภายในใจร่างสูงยกยิ้มมุมปาก เมื่อเห็นว่ามีคนชม แต่ก็แค่ในใจ “แค่นี้?” “ก็ใช่ไง” “กูก็ยังไม่เห็นถึงความจำเป็นที่กูจะต้องสอนมึงอยู่ดี” พนักงานสาวทีมโพรโมตเดินเข้ามาหาผม มาจากไหนเนี่ย ผมหันไปมองทางที่เขามา อ๋อ นั่งทำงานอยู่ข้างล่าง “พี่ไนท์รีบมั้ยคะ? มาช่วยดูทางนี้ให้หน่อยได้มั้ย พี่ไนท์ชอบแบบไหน เอ่อ..ไม่ติดอะไรใช่มั้ยคะ?” คนโปรดคิดในใจ มารยาท แต่ก็เข้าใจได้ว่า เขาอาจจะเห็นว่าคุยอยู่กับเด็กฝึกงาน คงไม่มีอะไรกันมาก กลับมาทางด้านของไนท์ “ยังไม่กลับกันอีกเหรอ?” ผมถามเขา เพราะตอนนี้มันก็ค่ำแล้ว “อ๋อยังค่ะ เป็นปกติของทีมนี้ค่ะ” หญิงสาวตอบกลับมา ผมมองเขาแล้วไม่เห็นว่ามีอะไรอยู่ในมือ เลยถามหาสิ่งที่เขาจะเอามาให้ผมดู “ไหนคะ?” “อ่อ ไม่..ได้ถือมาด้วยน่ะค่ะ” เจ้าตัวว่าแล้วก็ยิ้มเจื่อนๆ เหมือนรู้สึกผิดที่ไม่ได้ถือติดมือมาด้วย “ไปดูที่โต๊ะได้มั้ยคะ” เขาพูดพร้อมกับชี้ไปที่โต๊ะที่เขานั่งทำงานอยู่ “อือ ไปสิ” ผมพเยิดหน้า จากนั้นเขาก็เดินนำผมไปที่โต๊ะ ซึ่งอยู่ใกล้ๆ นี่เดินเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึง คงเป็นคลิปโพรโมตหรือไม่ก็โปสเตอร์อะไรสักอย่าง ปล่อยให้คนโปรดยืนอยู่ตรงนั้นไป -คนโปรด- ‘ไหนคะ?’ แหมม ชิ กับผู้หญิงอะนะ ###เดินมาถึงบาร์ Lazy Loungeในเมื่อเขายืนยันแบบนั้นแล้วคนโปรดก็ไม่ขัด อาจเป็นเพราะอยากตามใจให้อีกฝ่ายได้ผ่อนคลายบ้าง จึงไม่อยากเคร่งครัดกับเขานัก แม้ว่าลึกๆ แล้ว จะยังไม่แน่ใจว่าการอนุญาตให้มาที่นี่นั้นจะนำไปสู่เรื่องอะไรอีกรึเปล่า แต่เพราะเขาอยากให้ไนท์รู้สึกดีขึ้นมาบ้างที่มีเขาเป็นผู้จัดการ ไม่อยากให้ไนท์คิดแค่ว่าตนสร้างแต่ความปวดหัวมาให้บาร์แห่งนี้ดูเผินๆ เหมือนเป็นร้านเล็กๆ ธรรมดาๆ ในห้าง ไม่ได้ดึงดูความสนใจอะไรมากมาย แต่เมื่อก้าวเข้ามาภายใน กลับให้ความรู้สึกเหมือน ‘บาร์ลับ’ ที่ซ่อนตัวอยู่จากสายตาคนทั่วไปแสงไฟสลัวตัดกับเคาน์เตอร์ไม้สีเข้ม ด้านหลังเป็นชั้นวางเครื่องดื่มที่เรียงรายเป็นระเบียบ กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ผสมกับกลิ่นไม้และเครื่องเทศคลุ้งลอยอยู่ในอากาศ แต่ยังไม่ถึงขั้นแสบจมูก บรรยากาศให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวและอบอุ่น ต่างจากบาร์ทั่วไปที่มักเต็มไปด้วยเสียงดังและความวุ่นวาย เสียงดนตรีเบาๆ ดังแว่วมาจากด้านใน มีเสียงพูดคุยและเสียงแก้วกระทบกันดังเป็นระยะไนท์ก้าวเข้าไปโดยไม่ลังเล พร้อมกับกวาดสายตามองรอบๆ อย่างคุ้นชิน ต่างจากคนโปรดที่ไม่ได้มาสถานที่แบบนี้บ่อยนั
-คนโปรด-ห้องปีย์“มึงเห็นนี่ยัง” เสียงของปีย์ดังมาจากโซฟาด้านบน คนโปรดที่นั่งอ่านบทอยู่บนพื้นเงยหน้าขึ้นมอง“อะไร?” “ไอดอลมึงอ้ะ” มันยื่นโทรศัพท์มาให้ดู บนหน้าจอแสดงภาพข้อความพาดหัวข่าวตัวโต‘พระเอกซีรีส์ดัง อักษรย่อ น. ถูกแฉซื้อบริการ แฟนคลับวิจารณ์สนั่น เหมาะสมหรือไม่?’ ข้อความพาดหัวข่าว เรียกความวิตกให้กับคนโปรด เขาชะงัก คิ้วขมวดและคิดว่าไนท์จะทำยังไงต่อนะ เห็นข่าวรึยัง“มึงคิดว่าไง?”“คิดว่าอะไร?” “ก็ มึงเชื่อป้ะ?” “เชื่อไม่เชื่อแล้วเกี่ยวไรกับมึง” “เอ้า ก็อยากรู้เฉยๆ เดี๋ยวนี้ถามไม่ได้เลยไง?” คนโปรดเหลือบมองปีย์ที่ทำหน้าเหมือนจะรำคาญเต็มที “เชื่อ แต่แล้วไงอ้ะ? เหมือนมึงไม่ซื้อ วันนั้นมึงก็ไป” “มันก็ไปที่นั่นเหรอ?” “มันอะไร” คนโปรดพูดเสียงเย็นเฉียบ ภายในใจไม่ค่อยชอบนักที่เพื่อนใช้คำนั้นเรียกศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบ “เออ โทษที เขาก็ไปที่นั่นเหรอ?” ปีย์รีบแก้คำพูดทันที เมื่อรู้ว่าตัวเองเผลอใช้คำที่ไม่ค่อยดีนัก “อือ” “มึงเห็น? แสดงว่า… งั้นก็เรื่องจริ
-คนโปรด-ห้องปีย์“มึงเห็นนี่ยัง” เสียงของปีย์ดังมาจากโซฟาด้านบน คนโปรดที่นั่งอ่านบทอยู่บนพื้นเงยหน้าขึ้นมอง“อะไร?” “ไอดอลมึงอ้ะ” มันยื่นโทรศัพท์มาให้ดู บนหน้าจอแสดงภาพข้อความพาดหัวข่าวตัวโต‘พระเอกซีรีส์ดัง อักษรย่อ น. ถูกแฉซื้อบริการ แฟนคลับวิจารณ์สนั่น เหมาะสมหรือไม่?’ ข้อความพาดหัวข่าว เรียกความวิตกให้กับคนโปรด เขาชะงัก คิ้วขมวดและคิดว่าไนท์จะทำยังไงต่อนะ เห็นข่าวรึยัง“มึงคิดว่าไง?”“คิดว่าอะไร?” “ก็ มึงเชื่อป้ะ?” “เชื่อไม่เชื่อแล้วเกี่ยวไรกับมึง” “เอ้า ก็อยากรู้เฉยๆ เดี๋ยวนี้ถามไม่ได้เลยไง?” คนโปรดเหลือบมองปีย์ที่ทำหน้าเหมือนจะรำคาญเต็มที “เชื่อ แต่แล้วไงอ้ะ? เหมือนมึงไม่ซื้อ วันนั้นมึงก็ไป” “มันก็ไปที่นั่นเหรอ?” “มันอะไร” คนโปรดพูดเสียงเย็นเฉียบ ภายในใจไม่ค่อยชอบนักที่เพื่อนใช้คำนั้นเรียกศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบ “เออ โทษที เขาก็ไปที่นั่นเหรอ?” ปีย์รีบแก้คำพูดทันที เมื่อรู้ว่าตัวเองเผลอใช้คำที่ไม่ค่อยดีนัก “อือ” “มึงเห็น? แสดงว่า… งั้นก็เรื่องจริ
ณ วัดบูรณภักดิ์วาอารามเช้าที่ควรแสนสงบ… แต่คนที่มาด้วยนั้นดันสร้างความไม่สงบเท่าไหร่นัก ขณะเราสองคนเดินไปยังศาลาการเปรียญ ที่นี่มีบรรยากาศที่เงียบสงบ มีเสียงลมอ่อนๆ พัดผ่านต้นโพธิ์ใหญ่ที่มีอายุเก่าแก่ และเสียงนกร้องแว่วทักทายเป็นระยะ “เข้ามาอยู่ในวัดแล้ว อยู่ในความสงบด้วยนะครับ อารมณ์หรืออะไรที่มันไม่ดีก็ระงับหรือตัดทิ้งไปนะครับ” ผมเอ่ยขึ้นเบาๆ“สั่งกู?”“ถ้าโตพอก็น่าจะรู้ว่าอะไรควรไม่ควร ไม่ใช่ว่าแคร์สายตาคนอื่นนะ แต่มันจะดีกับตัวพี่เอง”“สอนกู” ไนท์หรี่ตามอง“อือ” คนโปรดยักคิ้วข้างหนึ่งให้เขา พลางยิ้มบางเข้ามาในศาลาการเปรียญ คนโปรดและไนท์วางชุดสำรับอาหารและดอกไม้ที่แวะซื้อมาตั้งแต่เช้าลงข้างตัว ก่อนจะก้มกราบพระสามครั้ง หลังจากนั้นพวกเขาก็นำของที่เตรียมมาไปวางไว้ในจุดสำหรับถวาย ขณะนั้นเองเสียงระฆังก็ดังขึ้น เป็นสัญญาณเริ่มพิธีถวายภัตตาหารพอดี โม่งงงง…. เสียงก้องของระฆังที่ถูกตีอย่างช้าๆ ดังลึกและยาว สะท้อนก้องออกไปในอากาศ พระอาจารย์ขึ้นสู่ธรรมาสน์ พระสงฆ์รูปอื่นๆ นั่งเรียงแถวกันจนครบ ทั้งคู่เดินกลับมาหาที่นั่ง ก่อนจะประนมมือขึ
-คนโปรด-เขาไม่ได้โกรธอะไรไนท์กับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะคิดว่าไนท์ก็คงเป็นแบบนั้นตามปกติของเจ้าตัว และมันก็มีสัญญาณมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว เขาจึงไม่ได้รู้สึกตกใจมากนักแต่เมื่อไนท์แสดงท่าทีที่คิดจะทำจริงจังขึ้นมา ภาพความทรงจำบางอย่างที่เคยอยู่ในหัวของคนโปรดก็ฉายวาบกลับเข้ามาอีกครั้ง [ย้อน] 4 ปีที่แล้ว“สวัสดีค่ะพี่ลักษณ์ ลูกชาย เจ้าบอม อยู่ม.ห้า เพิ่งย้ายโรงเรียนมาอยู่กับแม่ สวัสดีพี่เขาสิลูก” เสียงของหญิงวัยกลางคนดังขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เธอยืนข้างเด็กหนุ่มร่างสูงโปร่ง ผิวขาว หน้าตาดี “สวัสดีครับ” บอมเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่ในใจมีความรู้สึกตื่นเต้นเล็กๆ “หวัดดีครับ” คนโปรดในวัยสิบแปดปี ยกมือขึ้นรับไหว้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“ยังไงน้าฝากดูบอมด้วยนะลูก ถ้าเห็นผ่านๆ แต่ถ้าเกิดมันไปกวนอะไรเรา บอกน้าได้เลยนะ” หญิงวัยกลางคนเอ่ยกับคนโปรดด้วยท่าทีฝากฝัง พลางตบบ่าลูกชายเบาๆ ราวกับกลัวว่าเด็กคนนี้จะสร้างความปวดหัวให้ผู้อื่นอย่างนั้นแหละ“ได้ครับ”“พี่คนโปรดเขาเรียนเก่งมากเลยนะ” เธอหันไปพูดกับลูกชาย“แล้วผมไม่เก่งเหรอ” บอมเงยหน้
-ไนท์- วันนี้อยู่ในช่วงกลางเดือน ซึ่งถือเป็นช่วงพักผ่อนที่มีวันหยุดยาวสามวันติดต่อกันของไนท์ หลังจากที่ทำงานมาตลอดทั้งเดือน นอกจากจะขอหยุด ในที่สุดก็ถึงเวลาที่เขาจะได้หยุดพักผ่อนจากความวุ่นวาย สนามบาสในโรงยิม เขามักจะมาที่นี่ในเวลาว่าง เพื่อเล่นบาสกับเพื่อนหรือคนที่อยู่ในยิม ซึ่งปกติก็จะเป็นกลุ่มคนในยิมกลุ่มเดิม เป็นกิจกรรมที่ได้เสียเหงื่อและช่วยให้เขาได้ผ่อนคลายจากความเครียดและความวุ่นวายในชีวิต เขาไม่ได้เพียงแค่เล่นกีฬา แต่ออกกำลังอยู่เรื่อยๆ ด้วย เพื่อรักษาหุ่นให้ฟิตและแข็งแรง “เล่นด้วยได้มั้ยครับ” ไนท์เดินเข้ามาพูดขึ้นกับกลุ่มคนที่เขาคุ้นเคยและไม่ได้เจอกันนาน“ได้ๆ มาเลยๆ อ้าว ตัวตึง” คุณตุลย์หันมาเห็นผม ตอนแรกเขาตอบคงไม่รู้ว่าเป็นผม“โห ไม่หรอกครับ”“หายไปนานเลย ยุ่งเหรอ?”“ครับ มีเรื่องใหม่เพิ่มเข้ามาน่ะ”“นี่รู้ป้ะ ไนท์เป็นดาราเลยนะเว้ย” เขาหันไปพูดกับเพื่อนในกลุ่มเดียวกันที่กำลังยืนอยู่ในสนาม“จริงอ๋อ ก็ไม่แปลกหรอก หน้าตาดี สเปกสาวๆ เลยหนิ”“เอาเลยมั้ยครับ?” ผมเดินกลับมาหลังจากไปวางกระเป๋าไว้ที่อัฒจันทร์ขอบสนาม“ม