Home / โรแมนติก / ศิโรราบเพียงคุณ / ตอนท่ี 2 เสี่ยสิโรจน์

Share

ตอนท่ี 2 เสี่ยสิโรจน์

last update Last Updated: 2025-11-24 12:19:47

เหมือนจันทร์ได้สติอีกครั้งเมื่อบางอย่างเย็นๆแนบใบหน้า เธอปรือตาขึ้นอย่างยากเย็นเพราะมันยังรู้สึกหนักอึ้งและมึนศีรษะ แต่พอเห็นชายแปลกหน้าชัดเจน เหมือนจันทร์ก็เบิกตากว้าง ผลักอกเขา ขยับตัวนั่งติดหัวเตียง 

ใบหน้าขาวนวลซีดเผือด สำรวจเรือนร่างตนเองพบว่าเสื้อผ้ายังอยู่ครบจึงพอเบาใจ ใช้แขนกอดตัวเองแน่น จ้องมองอีกฝ่ายด้วยความเกลียดชังและหวาดหวั่น

“คุณ ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่ ที่นี่คือที่ไหน คุณทำอะไรฉัน”

คุณ ที่เธอถามนั้น ก็คือผู้ชายแปลกหน้าซึ่งขโมยจูบแรกของตนไปนั่นเอง

สิโรจน์ยกยิ้มนิดๆ แววตาแสดงความพึงพอใจ เขาวางผ้าเย็นสำหรับเช็ดหน้าผิวอ่อนโยนลงกับโต๊ะข้างเตียง จากนั้นจึงย้ายสายตามาประสานกับหญิงสาว

“ใจเย็นๆ ไม่ต้องกังวล เธออยู่ที่คอนโดแห่งหนึ่งของฉัน และฉันก็คือเจ้าหนี้ที่เธอต้องอยู่ชดใช้ วางใจ ฉันไม่ใช่คนชอบบังคับฝืนใจใคร”

ใบหน้าคมคายไม่ทุกข์ร้อน ทุกคำพูดราบเรียบเหมือนคุยเรื่องปกติทั่วไป ทั้งที่ประโยคเหล่านั้นมันกำลังทำให้เธอสั่นกลัวเพิ่มมากขึ้น

“คุณ คุณคือเสี่ยสิโรจน์ คือเจ้าหนี้ของพ่อเหรอ”เหมือนจันทร์แทบไม่อยากเชื่อว่าคนที่ขโมยจูบแรกไปจะกลายมาเป็นเจ้าหนี้ของตนไปได้

คนฟังพยักหน้ารับ สีหน้าราบเรียบไม่แสดงอารมณ์ใดออกมาจนเหมือนจันทร์รู้สึกว่าถูกยื้อแย่งอากาศไปจนหมด

“ฉันขอร้อง ได้โปรดอย่าทำอะไรฉันเลยนะคะ ฉันจะหาเงินมาใช้หนี้ให้คุณแน่นอน ได้โปรดเมตตาฉันด้วยเถอะค่ะ ฉันจะไม่หนีไปไหนแน่”เหมือนจันทร์ยกมือพนมไหว้ร้องขอความเมตตาเสียงสั่น น้ำตาปริ่มขอบดวงตาเจียนจะไหล เพียงแค่นึกถึงเรื่องราวอัปยศซึ่งอาจจะเกิดขึ้นแล้วก็แทบอยากกัดลิ้นตัวเองให้ตายไปเสีย

สิโรจน์ขยับยิ้มมุมปาก พยักหน้าขึ้นลงช้าๆ 

“สามเดือน”

“คะ”

“อีกสามเดือน จำนวนเงินสิบล้านมาวางตรงหน้า เธอจะเป็นอิสระ”

“ตะ แต่ว่าเวลาน้อยแค่นั้นฉันจะไปหามาจากไหน ฉันขอเวลาเพิ่มได้ไหม ฉันสัญญาว่าจะคืนคุณให้ครบทุกบาททุกสตางค์เลยนะคะ”เหมือนจันทร์พอใจชื้น มองดูอีกฝ่ายก็ไม่ได้ไร้เหตุผลและชอบขืนใจผู้หญิงอย่างที่นึกกลัว

“อยากได้เวลาเท่าไหร่”

เหมือนจันทร์กัดริมฝีปากครุ่นคิดด้วยความเคร่งเครียด เงินจำนวนนี้ยอมรับว่ามันมากกว่าทั้งชีวิตเธอจะหาได้ง่ายๆ แต่มันจะต้องมีสักหนทาง จะต้องมีสักทางแน่นอนเพียงแต่อาจจะต้องใช้ความพยายามมากขึ้นเท่านั้น

“ฉัน ฉันอยากได้เวลาห้าเดือนค่ะ”

“มากไป”

“งั้นขอสี่เดือนก็ได้ค่ะ นะคะ ฉันขอร้อง ฉันไม่เบี้ยวคุณแน่ๆค่ะ ได้โปรดเถอะนะคะ ฉันจะชดใช้เงินให้คุณแน่”เหมือนจันทร์น้ำตาคลอ อ้อนวอนทางสายตาขอร้องเขาอย่างน่าสงสาร เหมือนกับว่าตนเป็นหมาป่าซึ่งออกล่าเหยื่อตามปกติ แล้วต้องมาเจอลูกกวางน้อยโดดเดี่ยวบนภูเขา

“เห็นฉันเป็นคนใจดีขนาดนั้น?”

“ค่ะ ฉันรู้ว่าคุณไม่ใช่ผู้ชายจะบังคับขืนใจผู้หญิงหากไม่ยินยอม ฉันเชื่อค่ะว่าคุณเป็นคนดีและมีเหตุผลมากคนหนึ่ง เพราะฉะนั้น ฉันหวังว่าคุณจะเห็นใจ ให้โอกาสฉันเถอะนะคะ”เหมือนจันทร์เหมือนขายวิญญาณไปกับคำโป้ปดหมดแล้ว ทั้งที่ในใจเธอกล่าวหาเป็นคนร้ายคนเลวต่างๆนานา ทว่าสิ่งที่แสดงออกมาคงมีเพียงคำเยินยอซึ่งจะช่วยให้เธอปลอดภัยเท่านั้น

สิโรจน์แค่นยิ้มเล็กน้อย ทิ้งตัวพิงกับเก้าอี้แล้วแสดงสีหน้าครุ่นคิด สายตาก็ลอบมองสาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มทว่านิสัยกลับแสบใช่เล่น

นึกว่าเขาอ่านคนไม่ออกหรือยังไง คำพูดหลอกลวงซึ่งแสร้งเพื่อเอาตัวรอดพวกนี้น่ะ เขาเจอมันมาเยอะทีเดียว 

“ได้โปรดเถอะนะคะเสี่ย ให้โอกาสฉันสักครั้งนะคะ”

“ได้ ฉันให้เวลาเธอสี่เดือน แต่ว่า”

เหมือนจันทร์ยังไม่ทันจะดีใจจนสุดก็ต้องกักเก็บอารมณ์ไว้เมื่อเขามีข้อแม้ แถมแววตาดุดันหรี่ลงแสดงความป่าเถื่อนบางอย่างจนเธอใจสั่นขึ้น

“วันนี้ต้องมีค่าเสียเวลาของฉัน”

“เสี่ย…อยากให้ฉันทำอะไรคะ”เหมือนจันทร์แทบหยุดหายใจ ถามออกไปเชื่องช้า หวาดระแวง

“จูบสักจูบ”

หน้าด้าน มักมาก ไม่รู้จักอาย เหมือนจันทร์ได้แต่ก่นด่าคนไร้ยางอายพูดเรื่องพวกนี้หน้าตาเฉย แต่สิ่งที่แสดงออกไปมีเพียงความนิ่งเท่านั้น

“จูบ…เหรอคะ”

“หรือว่าจะมากกว่านั้นก็ได้ถ้าเต็มใจทำ”

“ไม่ค่ะ จูบแค่จูบ”เหมือนจันทร์คล้ายถูกปั่นประสาทจนสติหลุด จึงได้พูดอะไรบ้าๆออกไปทั้งที่ตั้งใจจะปฏิเสธ พอรู้ตัวเท่านั้นแหละ ใบหน้าก็พลันร้อนเห่อ ใจเต้นแรงจนต้องหลุบหลบ

สิโรจน์ยกยิ้มมุมปากชอบใจ ขยับมานั่งบนเตียงใกล้ๆกับเหมือนจันทร์จนเธอสะดุ้ง จะหนีก็ไม่ได้เมื่อสิโรจน์ใช้แขนทั้งสองยันหัวเตียงกักขังเธอไว้ 

“จูบสิ”

“คะ แค่จูบเดียวได้ไหมคะ”

“เป็นลูกหนี้ที่เรื่องเยอะจัง”

“ได้โปรดเถอะนะคะ ฉัน ฉันไม่คุ้นเคยกับเรื่องพวกนี้”พูดไปแล้วก็อายหน้าม้าน ทำไมจะต้องมาสาธยายเรื่องไม่เป็นเรื่องให้สิโรจน์ฟังด้วยเนี่ย

ชายหนุ่มเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ แต่นึกย้อนดีๆ ท่าทางตื่นตกใจเมื่อถูกขโมยจูบหนนั้นก็แวบเข้ามาในหัว

“ได้ เริ่มเลย”

เหมือนจันทร์ข่มความประหม่าไว้ จำต้องเงยหน้าสบตากับเขา หลุบมองริมฝีปากดำคล้ำซึ่งหนหนึ่งเคยมอบสัมผัสเร่าร้อนให้จนเธอจำแทบไม่ลืม 

มือเล็กวางบนบ่าแกร่งเพื่อพยุงตัว ขณะโน้มใบหน้าไปใกล้ริมฝีปากหนาซึ่งวางนิ่งรอรับสัมผัส 

เอาน่า ไม่เป็นไรหรอกจันทร์ แค่นิดเดียว เดี๋ยวทุกอย่างก็ผ่านไปแล้ว อึดใจเดียวเท่านั้น

เหมือนจันทร์หลุบตาต่ำหลบสายตาเขาซึ่งจ้องมองไม่วางตา เผยอริมฝีปากแล้วบดจูบลงริมฝีปากหนาเบาๆ ตั้งใจจะผละตัวออก ทว่ากลับถูกจูบอย่างดูดดื่มด้วยคนตัวสูง เขาใช้มือหนึ่งล็อกท้ายทอยไว้แน่น อีกข้างรวบกอดเอวเล็กดึงเข้ามาแนบชิด สัมผัสจู่โจมรวดเร็วทำให้ไม่ทันตั้งตัว ยิ่งเรียวลิ้นแทรกเข้าในโพรงปากแล้วดูดดื่มลิ้นเล็กอย่างหิวกระหายนั่นยิ่งทำให้เธอผวา หลับตาปี๋ กำเสื้อเขาแน่น ร่างกายเริ่มต่อต้าน พยายามดันตัวไปด้านหลังเพื่อเว้นระยะห่าง แต่เขาก็ร้ายเหลือ ใช้มือดันหลังเล็กแนบชิดจนอกสาวบดเบียดอกแกร่ง รอบตัวอุณหภูมิสูงขึ้นทั้งที่แอร์ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ 

หัวใจเหมือนจันทร์เต้นระรัว พยายามผินหน้าหนีแต่สู้แรงไม่ไหว ยิ่งเขาบดจูบเร่าร้อนรุนแรงมากเพียงใด เธอยิ่งเหมือนจะขาดอากาศหายใจไปเมื่อนั้น 

เหมือนจันทร์ตัวสั่นสะท้าน เมื่อฝ่ามือเขาลูบไล้ทั่วแผ่นหลังงามเชื่องช้า คล้ายกำลังหลอกล่อเหยื่อเข้าปาก มอบความอ่อนโยนฉาบหน้าก่อนจะลิ้มรสด้วยความป่าเถื่อน

“อื้อ”เหมือนจันทร์หอบหายใจหนัก ทุบอกแกร่งเบาๆบอกเขาให้รู้ว่าเธอกำลังขาดอากาศหายใจตาย เรียวลิ้นสัมผัสดูดดึง ขบเม้มปากบางด้วยแรงอารมณ์ต้องการ จากนั้นจึงผละออก ไม่ลืมจะทิ้งสัมผัสดุดันด้วยการขบเม้มเบาๆที่ซอกคอ

เหมือนจันทร์ปรือตาขึ้นด้วยความมึนงงชั่วครู่ แล้วก็ต้องหน้าแดงเรื่อหลุบตาลง รีบยันตัวออกห่างเมื่อเห็นสายตาร้อนแรงของชายตัวโต 

น่าแปลก ที่ไม่ได้นึกรังเกียจสัมผัสจากเขาเหมือนที่คิดไว้

“อยากทำต่อไหม”

“ฉะ ฉันอยากกลับบ้านค่ะ ได้โปรดให้ฉันกลับบ้านนะคะเสี่ย”เหมือนจันทร์ใบหน้าร้อนวูบวาบ ใจเต้นแรงจนเจ็บอก กอดตัวเองแน่นแล้วบอกเขาอย่างวิงวอน

สิโรจน์มองของหวานด้วยความเสียดาย อุตส่าห์ตะล่อมเหยื่อมาจนถึงที่แต่กลับได้เพียงจูบเดียวเท่านั้น แต่ช่างเถอะ รอจนถึงเวลาที่กำหนด เหมือนจันทร์ก็ไม่อาจหลุดพ้นจากเขาไปได้ อีกทั้ง เผลอๆ อาจไม่ต้องรอนานขนาดนั้น

สิโรจน์หยิบมือถือขึ้นมากดโทรหาคนสนิทอย่างจักร ขณะที่สายตาแน่วแน่ตรึงไว้กับหญิงสาวบนเตียงนอน

“ขึ้นมารับเหมือนจันทร์กลับบ้าน เปลี่ยนสัญญานิดหน่อย”

ชักอยากให้ถึงวันที่เหมือนจันทร์เข้ามาอยู่ในอาณาเขตของตนเสียแล้วสิ อยากจะลิ้มลองเนื้อหอมหวานตรงหน้า ว่าจะอร่อยคุ้มค่ากับสิ่งที่ลงทุนไปหรือเปล่า

กนกนุชยกมือปิดปากด้วยความดีใจ วิ่งเข้าไปกอดเหมือนจันทร์ด้วยความห่วงใย ลูบศีรษะระทุยปลอบโยนด้วยทั้งหมดที่เธอจะสามารถทำได้

“จันทร์ นี่จันทร์”

เหมือนจันทร์น้ำตาคลอ ผละจากอ้อมกอดแม่ทั้งที่ใจยังสั่นสะท้านเมื่อนึกถึงเรื่องที่ผ่านมา

“จันทร์ขอเวลาเสี่ยเพื่อหาเงินมาใช้หนี้ค่ะแม่ เขายังไม่ได้ทำอะไรจันทร์”

กนกนุชยกมือทาบอกด้วยความโล่งใจ กอดลูกสาวอีกครั้งแล้วจึงปล่อย สองสาวหันมองลูกน้องของเสี่ยสิโรจน์จากไป พากันเข้าบ้าน แล้วก็ต้องเบิกตากว้างตกใจเมื่อเห็นดนัยยืนหน้าตึงตรงหน้า

“เงินมากมายขนาดนั้นพวกมึงมีปัญญาชดใช้กันหรือไง โธ่เว้ย อุตส่าห์หาทางรอดให้ดีๆไม่ชอบ อยากตายกันหมดหรือไง”

“หยุดพูดไปได้แล้วคุณดนัย เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นก็เพราะคุณ ยังไม่รู้จักสำนึก หยุดกล่าวโทษคนอื่นนอกจากตัวเองสักที”

ดนัยพลันโมโหเลือดขึ้นหน้า ตบหน้ากนกนุชอีกครั้งด้วยความโมโห เหมือนจันทร์กอดแม่ตนเองแน่น น้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความเสียใจเจ็บปวด

“พ่อเลิกใช้กำลังทำร้ายแม่สักทีเถอะ จันทร์ขอร้อง”

ดนัยแสยะยิ้มมุมปาก จ้องมองสองแม่ลูกราวคนแปลกหน้าน่าเกลียดชัง กระชากแขนเหมือนจันทร์ขึ้นมาบีบแน่น 

“นางลูกโง่ ได้ของดีไว้ในมือแท้ๆยังปล่อยให้หลุดจนได้ แกมันใช้ไม่ได้เลย”

“จันทร์”กนกนุชร้องไห้จนตัวโยน เข้าไปกอดเหมือนจันทร์เมื่อถูกดนัยตบหน้าแล้วผลักไปอีกด้าน

เหมือนจันทร์ตัวสั่นเทิ้ม น้ำตานองหน้าด้วยความชอกช้ำ กอดกนกนุชแน่น สองแม่ลูกปรายตามองดนัยสาวเท้าออกจากบ้านด้วยความหัวเสียหลังจากทำร้ายร่างกายจนพอใจ

“ขอโทษ แม่ขอโทษจันทร์”

เหมือนจันทร์กักเก็บความเสียใจและโกรธเคืองไว้ในอก กอดกนกนุชแน่น อ้อมกอดของมารดาสั่นเทาอย่างน่าสงสาร ไม่มีกำลังจะปกป้องลูกน้อย ซ้ำร้ายยังพาเธอมาเจอเรื่องแย่ๆอีก

“ขอโทษ แม่ขอโทษ”

ความเจ็บปวดตรงแก้มซ้ายยังมีให้รู้สึก ทว่าเหมือนจันทร์ไม่คิดปล่อยเวลาให้ล่วงเลยเสียเปล่า เธอทุ่มเทสมัครหางาน แม้ผิดหวังร้อยครั้งแต่ไม่เคยคิดถอดใจ 

นับจากวันนั้นก็ผ่านมาสองอาทิตย์กว่าแล้ว เธอยังหางานใหม่จากเดิมไม่ได้ แม้จะพยายามจนสุดตัวแต่ก็ยังคงต้องรอเท่านั้น

บรรวรรณได้ข่าวว่าหญิงสาวเดือดร้อนเรื่องเงิน แม้อยากจะช่วยแต่หญิงสาวยังปฏิเสธ อีกทั้ง เธอบอกว่าต้องการเงินจำนวนมาก ซึ่งบรรวรรณเองก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไรมากมาย เกรงว่าคงช่วยได้เพียงนิดหน่อยเท่านั้น

แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังอยากจะเสนองานลับๆให้

“ตอนนี้ งานที่ทำเงินได้มากที่สุดก็เห็นแต่จะมีงานนั้นเท่านั้น”

งานนั้นที่ว่า ทำเหมือนจันทร์หน้าซีดเผือดใจสั่น ก้มหน้าลงด้วยความหวาดหวั่น รู้ว่าบรรวรรณเป็นห่วงเธอมาก จนต้องมาพูดงานลับนั้นให้

“ตะ แต่จันทร์ยังไม่พร้อม”หากต้องทำงานนั้น มันก็ไม่ต่างอะไรกับการต้องเป็นคู่นอนของเสี่ยเลยสักนิด เธออุตส่าห์หนีจากเสี่ยมาได้แล้ว หรือว่า มันจะมีแต่หนทางนั้นจริงๆ

“พี่รู้ จันทร์ลองเอาไปคิดดีๆ หากเมื่อไหร่ที่เปลี่ยนใจ โทรหาพี่ได้ตลอด”

“ขอบคุณค่ะพี่วรรณ”

แต่ทุกอย่างก็ผิดคาดไปหมด เมื่อกลับมาถึงบ้าน เหมือนจันทร์ก็แทบเข่าอ่อนเมื่อพบว่ากนกนุชเป็นลมหมดสติอยู่หน้าประตู ซ้ำร้ายข้าวของภายในห้องถูกรื้อค้นราวกับมีโจรขึ้นบ้าน 

เหมือนจันทร์ไม่มีเวลาครุ่นคิด เธอโทรเรียกรถพยาบาลพากนกนุชไปส่งถึงโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย รับรู้ข่าวร้าย ซึ่งทำให้ใจดวงน้อยเต้นระรัวไปด้วยความสิ้นหวัง

“แม่ของคุณมีภาวะเลือดออกในสมองจากการถูกกระแทกของแข็ง เราจำเป็นต้องส่งไปโรงพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญมากกว่านี้ ซึ่งอาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายสูง และหากไม่รีบผ่าตัด เกรงว่าคงจะมีชีวิตได้อีกไม่นาน”

เหมือนจันทร์ทรุดตัวนั่งเก้าอี้หน้าห้องฉุกเฉินอย่างหมดแรง น้ำตาร้อนๆไหลอาบแก้มนวล ทำไม ทำไมเป็นแบบนี้ เมื่อเช้ายังดีๆอยู่เลย ทำไม ใครทำอะไรกนกนุชกัน

ค่ารักษาเบื้องต้นตีราคาอยู่ที่สองแสน เธอพอมีเงินเก็บอยู่จึงได้กลับบ้านเพื่อดูว่ามันเพียงพอจะช่วยยื้อชีวิตของกนกนุชได้อีกสักหน่อยหรือเปล่า แต่ทว่า สมุดบัญชีกลับหายไปพร้อมบัตรเอทีเอ็ม ที่บ้านถูกรื้อจนเสียหายขนาดนี้คงเพราะหาเงินเก็บก้อนสุดท้ายของเธอ

และไม่อาจคิดเป็นคนอื่นได้ นอกจากดนัยคนเดียวเท่านั้น

“อ้าว กลับมาเร็วเหรอวันนี้”

เหมือนจันทร์ทั้งโกรธทั้งเจ็บใจ หันตัวเผชิญหน้ากับดนัยซึ่งกลับบ้านพอดี เห็นการแต่งตัวดูดี กระเป๋าหรูที่ถือแล้วก็ยิ่งโมโห เข้าไปจะกระชากกระเป๋าเงินแต่ดนัยกลับรู้ทันแล้วผลักเธออย่างแรงจนเสียหลักล้มกับพื้น ความเจ็บตามร่างกายยังน้อยกว่าในใจ 

“พ่อทำแบบนี้ทำไม ทำร้ายแม่แล้วยังไม่พาไปส่งโรงพยาบาล รู้ไหมว่าตอนนี้อาการแม่หนักขนาดไหน”

ดนัยชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทีโกรธขึ้งของเหมือนจันทร์ เขาปรายตามองหากนกนุชด้วยท่าทีไม่สนใจเท่าไหร่ ไม่เห็นก็ไม่หา เดี๋ยวก็โผล่หัวมาเองนั่นแหละ

“อะไรของแกหนักหนา ร้องไห้คร่ำครวญน่ารำคาญ”

“เอาเงินจันทร์มานะ พ่อไม่มีสิทธิ์เอาเงินจันทร์ไปแบบนี้”เหมือนจันทร์ไม่สนว่าตอนนี้เงินเหลือเท่าไหร่ ยันตัวลุกเพื่อแย่งกระเป๋าในมือดนัย แต่เธอหรือจะสู้แรงเขาไหว สุดท้ายก็ถูกผลัก แถมยังถูกตบหน้า ไม่พอ เมื่ออีกฝ่ายคว้าไม้แขวนเสื้อได้ก็ระดมทุบตีจนเจ็บร้าวระบมที่หลัง

“พ่อเคยคิดว่าจันทร์เป็นลูกบ้างไหม เคยรักจันทร์บ้างไหม”เหมือนจันทร์ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน กอดตัวเองแน่น ตวัดดวงตาแดงก่ำมองดนัยซึ่งทิ้งไม้แขวนลงพื้นด้วยใบหน้าเหี้ยมเกรียม

“เงินแกก็เหมือนเงินฉัน ให้ใช้แค่นี้ไม่ได้หรือไงวะ ฉันกำลังเครียด ต้องการเงินผ่อนคลายโว้ย อย่าเห็นแก่ตัวเก็บเงินไว้ใช้คนเดียว ฉันคือพ่อแก จำเอาไว้”ดนัยหัวเสียไม่น้อย เจอแต่อะไรไม่รู้น่าโมโหชะมัด 

“แม่กำลังจะตาย แม่มีภาวะเลือดออกในสมองต้องใช้เงินผ่าตัด พ่อคืนเงินจันทร์มาเถอะ”เหมือนจันทร์บอกเสียงสั่นรัวเร็ว ตะคอกกลับจนดนัยหยุดนิ่งกับที่ 

“เหอะ แค่เป็นลมจะอะไรหนักหนา อย่าคิดมาหลอกกันให้ยาก ถ้าอยากได้เงิน ก็ไปขอร้องเสี่ยสิโรจน์ เขาสนใจแกอยู่แล้วนี่ แค่ไปนอนอ้าขาให้ เดี๋ยวมันก็ปรนเปรอเงินทองมากมายให้แกนั่นแหละ ไม่รู้หรือไง ว่าเสี่ยสิโรจน์น่ะใจป้ำเรื่องผู้หญิงมากแค่ไหน แค่เอาอกเอาใจ ขออะไรให้หมด”ดนัยยังไม่ล้มเลิกความฝันจอมปลอม ขายลูกสาวเพื่อเงิน วาดฝันด้วยใบหน้ามั่นอกมั่นใจ 

ทั้งคำพูด การกระทำ ท่าทางนั้นทำให้เหมือนจันทร์สิ้นสัทธาในตัวดนัย กนกนุชกำลังจะตาย แต่ดนัยไม่คิดแยแสไม่ห่วงหา เธอไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่ามารดาหลงรักปีศาจร้ายตนนี้ได้ยังไง

รอจังหวะที่มันเผลอ เหมือนจันทร์จึงยันตัวลุกแม้จะเจ็บระบมทั่วร่างกายก็ตาม เธอวิ่งเข้าไปฉวยกระเป๋าของดนัยแล้ววิ่งออกจากบ้านสุดแรง ดนัยโมโหจนเลือดขึ้นหน้า วิ่งตามเพื่อสั่งสอนนางเด็กบ้าริอ่านเป็นขโมยตั้งแต่เมื่อไหร่

เหมือนจันทร์ใจหายวาบ เกือบจะถูกคว้าตัวได้แล้ว เร่งฝีเท้าเร็วขึ้นอีก แต่เรี่ยวแรงและความเหนื่อยล้าตามร่างกายทำให้เธอเคลื่อนไหวช้าลง และในที่สุด ดนัยก็คว้าผมเธอได้ เขากระชากอย่างแรงจนเธอหยุดเดินและถูกแย่งกระเป๋าในมือไป ตามมาด้วยความเจ็บที่หน้าซึ่งถูกบันดาลโทสะด้วยการตบอย่างแรงจนเธอฟุบลงกับพื้น หูอื้ออึงตาลายชั่วครู่แล้วก็ต้องร้องครางด้วยความเจ็บเมื่อดนัยกระชากผมแรงๆจนใบหน้าแหงนขึ้น

“มึงมันไม่รักดี นางจันทร์ อยากโดนทำร้ายเหมือนแม่มึงเหรอไง”ดนัยคำรามเสียงต่ำ หอบหายใจ กระชากแรงแล้วปล่อยผม ใช้เท้าเตะเข้าที่ไหล่เล็กจนเธอเสียหลักนอนกับพื้น ร่องรอยการทำร้ายปรากฏบนแขนเรียวแดงช้ำ

เหมือนจันทร์ร้องไห้สะอื้นจนเกือบหายใจไม่ทัน ยันตัวลุกอย่างเชื่องช้า แต่ก็ถูกเตะท้องงอตัวนอนกับพื้นอย่างหมดแรง

“อย่าริอ่านมาแย่งของกู นางเด็กบ้า”

เหมือนจันทร์หลับตาแน่น เตรียมรับความเจ็บปวดแต่แล้วทุกอย่างกลับเงียบไปไม่มีแรงกระแทกเข้ามา เธอจึงค่อยๆปรือตาขึ้นช้าๆแล้วก็เบิกตากว้างเมื่อพบว่าดนัยถูกชายฉกรรจ์สองคนรวบแขนทั้งสองข้างไว้แน่น และชายหนุ่มซึ่งย่อตัวลงมาตรงหน้าทำเอาเธอบ่อน้ำตาแตก ร้องไห้สะอื้นด้วยความรู้สึกหลากหลาย ดีใจ ตกใจ หวาดหวั่น 

ในเวลาแบบนี้ คนที่มาช่วยกลับกลายเป็นเจ้าหนี้ที่เธออยากหนีที่สุด

“สะ เสี่ยมาที่นี่ได้ยังไงเนี่ย ปล่อยกูสิวะ”ดนัยหน้าถอดสี พยายามสลัดตัวแต่พวกมันจับแน่น

สิโรจน์จับจ้องกระต่ายตัวน้อยซึ่งได้รับบาดเจ็บตามร่างกายแล้ว อารมณ์พลันคุกรุ่นอย่างบอกไม่ถูก เขาอุ้มเธอขึ้น ยืนตัวตรงแล้วปรายตามองจักรด้วยความเย็นชา

“สั่งสอนหน่อย กล้าทำร้ายคนของเสี่ย ต้องเจ็บยิ่งกว่า”

“ครับ”

“ไม่นะ เสี่ย อัก”

เหมือนจันทร์หลับตาลงด้วยความอ่อนเพลียหมดแรง ดวงตายังร้อนผ่าว หยาดน้ำตารินไหลด้วยความปวดร้าว  

ดูเหมือนว่า ทางเลือกที่คิดว่ามี มันไม่เคยมีตั้งแต่แรก

เสี่ยสิโรจน์ เป็นชายหนุ่มอายุสามสิบแปดปี เขาอาศัยอยู่กับพ่อ พ่อแม่แยกทาง แม่แต่งงานใหม่ ส่วนพ่อก็ไม่ค่อยสนใจลูก ได้ข่าวว่ามีเมียอยู่แล้วถึงสามสิบคน ไม่รู้ผิดถูกเป็นอย่างไร แต่ดูเหมือนผู้หญิงที่พิเศษสำหรับเขาจะมีอยู่หกคน ซึ่งหกคนนี้อาศัยอยู่ในเขตรั้วบ้านของเขาที่เชียงราย การปรนเปรอไม่ผิดเพี้ยนจากดนัยกล่าวไว้ อีกฝ่ายทุ่มเทมากมายเพื่อพวกผู้หญิงเพียงเพราะถูกใจ เพราะรูปโฉมสวย

ซึ่งเธอ ก็คงจัดเป็นพวกที่ถูกใจเขา ดังนั้น อีกฝ่ายจึงได้ช่วยเหลือ พากลับมาอยู่คอนโดเดิมของคืนนั้น

สิโรจน์วางเหมือนจันทร์ลงกับโซฟาในห้องรับแขก กวาดสายตามองโดยรอบ เลิกคิ้วนิดๆเมื่อคนเก่งซึ่งยื่นข้อเสนอให้วันนั้นกลับนั่งนิ่งเงียบมาตลอดทาง

“เป็นห่วงพ่อ?”

เหมือนจันทร์ส่ายหน้าบางเบา คนใจร้ายแบบนั้น เธอไม่อยากจะนับเป็นพ่ออีกต่อไป จะเป็นตายร้ายดียังไงก็ช่าง ตอนนี้มีสิ่งสำคัญกว่า

ใบหน้าจิ้มลิ้มเงยหน้าขึ้น เห็นความแดงเรื่อบนแก้มทั้งสองข้าง ดวงตาแดงก่ำบวมเล็กน้อยเพราะร้องไห้ตลอดทาง นัยน์ตามีความสับสนลังเล เพียงครู่เดียวก็เด็ดเดี่ยวมั่นคง

“ฉัน ฉันตกลงเป็นคู่นอนของเสี่ย”

สิโรจน์กดยิ้มที่มุมปาก ทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ เชยคางมนมาทางตนเพื่อสบประสานสายตา

“ไหนว่าขอเวลา?”

“ฉันไม่มีทางเลือกแล้ว เงินจำนวนมากขนาดนั้นฉันไม่มีปัญญาหามาให้เสี่ยในเวลาสั้นๆ อีกอย่าง ฉันร้อนเงิน ฉันอยากขอร้องให้เสี่ยช่วย”มือบางวางบนหน้าตัก ขยำกางเกงแน่นด้วยความประหม่าและอับอาย

สิโรจน์พยักหน้าเชื่องช้า ใช้นิ้วโป้งไล้กับริมฝีปากอวบอิ่มแดงเรื่อ

“หนี้ก็ส่วนหนี้ ส่วนเงินที่ขอก็ส่วนหนึ่ง”

“เสี่ยอยากให้ฉันทำอะไรให้ฉันยอมหมดเลยค่ะ ขอแค่ได้เงินเท่านั้น”เหมือนจันทร์ไม่สนว่าเขาจะมองอย่างไร ในเมื่อต้องตกเป็นของเขาแล้ว ยังไงก็คงต้องหน้าด้านขอเงินเขาเพื่อช่วยชีวิตกนกนุช ดีกว่าต้องไปรับงานของบรรวรรณ ซึ่งดีไม่ดี อาจต้องเปลืองกายเปลืองใจมากกว่านี้

คนฟังหรี่ตาลงมืดดำจนเหมือนจันทร์ลอบกลืนน้ำลายอย่างยากเย็น ใจเต้นระรัวกลัวว่าจะถูกปฏิเสธ หากเป็นแบบนั้น เธอจะทำยังไงดี

“แน่ใจ ว่าทำได้”

“ค่ะ ฉันต้องการเงินจริงๆ”

“เท่าไหร่ ต้องการเงินเท่าไหร่”

“ฉะ ฉันยังบอกไม่ได้ แม่ของฉันต้องผ่าตัดสมอง หมอแจ้งคร่าวๆประมาณสองแสนบาท แต่อาจจะมีค่าใช้จ่ายส่วนอื่นอีก”เหมือนจันทร์พูดไปแล้วก็เม้มปากแน่น เพราะตอนนี้เธอไม่มีเงินติดตัวสักบาท แม้แต่เงินซื้อข้าวกิน 

สิโรจน์พยักหน้ารับด้วยสีหน้านิ่งเรียบ ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆแล้วจับจ้องมองความงดงามของดอกไม้ซึ่งบอบช้ำจากการถูกทำร้าย ทว่า กลิ่นกายหอมอ่อนๆนี้ไม่อาจปกปิดได้

“ได้ ฉันจะให้คนดูแลเรื่องค่ารักษาแม่ของเธอ แต่ว่า เวลาที่จะเป็นคู่นอนให้ฉัน ต้องเพิ่มเป็นหนึ่งปี”เขารู้สึกถูกใจใบหน้านี้ กลิ่นกายนี้ หรือแม้แต่ดวงตาหม่นเทาทว่ากลับไม่สิ้นประกายแสงสว่าง

เหมือนจันทร์ขบเม้มปากแน่น ครุ่นคิด หากเทียบกับชีวิตของกนกนุชแล้ว สิ่งเหล่านี้เล็กน้อยนัก หนึ่งปี มันไม่นานหรอก

“จันทร์ตกลงรับข้อเสนอของเสี่ยค่ะ”

“จันทร์ ฉันชอบให้เธอแทนตัวเองแบบนี้”

เหมือนจันทร์เกร็งตัว เมื่อใบหน้าคมคายยื่นมาใกล้จนรับรู้ลมหายใจ อีกฝ่ายแนบจูบที่แก้มเนียนทั้งสองข้างเบาๆ มือหนาก็เลื่อนขึ้นมากุมมือเล็กซึ่งวางบนตัก

“ถอดเสื้อผ้าออก งานของจันทร์เริ่มแล้ว”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ศิโรราบเพียงคุณ   บทส่งท้าย

    หนึ่งเดือนผ่านไปเร็วเหมือนโกหก “ของทุกอย่างพร้อมแล้วใช่ไหม ตรวจดูอีกรอบหรือยัง”น้ำเสียงเข้มดุดัน ใบหน้าจริงจังเคร่งเครียดพอๆกับการบริหารงานจักรพยักหน้าแข็งขัน มองหน้าคนเป็นเจ้านายสลับกับกระดาษในมือ“เช็กตรวจครบทุกรายการเป็นครั้งที่ยี่สิบแล้วครับ”“ดี ไม่มีอะไรผิดพลาดใช่ไหม”“ไม่แน่นอนครับ”“เดี๋ยวก่อน นี่คืออะไร”สิโรจน์ขมวดคิ้ว หยิบของสีชมพูในกระเป๋าขนาดกลางขึ้นมาถามลูกน้องจักรรีบไล่กวาดสายตาดูในกระดาษ ก่อนจะตอบเสียงดังฟังชัด“เอ่อ อืม เหมือนจะเป็นของเล่นเด็กอะไรสักอย่าง”จักรขมวดคิ้ว นึกสงสัยทำไมต้องมีรายการนี้ด้วยทั้งที่เด็กเพิ่งเกิด ของเตรียมแรกคลอดน่าจะยังไม่มีหรอก“ไม่ใช่ของเล่นเด็กหรอกค่ะเสี่ย นั่นคือเครื่องปั๊มนมค่ะ”กนกนุชหัวเราะด้วยความตลก เธอออกจากห้องครัวมาเจอพอดีสิโรจน์ครางรับ วางลงที่เดิม“มันจำเป็นด้วยเหรอครับ”“ช่วยคุณแม่ให้นมลูกได้สะดวก สามารถสต็อกนมไว้ในตู้เย็น พอจะดื่มก็อุ่นเอาค่ะ”สิโรจน์พยักหน้า แบบนี้ก็ดี เขาสามารถดูแลทั้งลูกและเหมือนจันทร์พร้อมกันได้นับแต่หญิงสาวให้โอกาส ไม่เคยมีวันไหนออกห่าง หนึ่งกลัวหนี สองอยากดูแลชดเชยวันเวลาที่ผ่านพ้นไม่ได้เคียงข้างทำให้สอ

  • ศิโรราบเพียงคุณ   ตอนที่ 32.1 เดิมพันโอกาสสุดท้าย

    ช้าเกินไป เขามาช้าไป“ผู้หญิงคนนี้เพิ่งย้ายไปกับแม่เมื่อวานจ้ะ ไม่รู้ย้ายไปไหน มาทำงานเป็นพนักงานในรีสอร์ตได้แค่เดือนเดียวเอง ออกไปซะแล้ว น่าสงสารนะ เธอท้องแก่แล้วด้วยแต่ยังระหกระเหินจะไปอีก”ยื่นรูปถ่ายหญิงสาวให้คนงานในรีสอร์ตดู บอกเล่าจริงจัง ทำหน้าน่าสงสารเมื่อเอ่ยถึงคนในภาพ คนฟังใจรวดร้าวมากกว่าเดิม เก็บรูปกลับด้วยสีหน้าทุกข์ระทม ดวงตาวูบไหวเพียงนึกถึงใบหน้าแดงเรื่อเธอต้องทำขนาดนี้เลยหรือ เกลียดเขามากถึงเพียงนี้เชียว ชั่วชีวิตนี้ไม่คิดจะพบหน้ากันอีกเลยหรือไง ทั้งที่อุ้มท้องลูกเขาอยู่แท้ๆ “พวกผมจะตามสืบแถวนี้เผื่อมีใครเห็นบ้างครับ”จักรรีบเอ่ย ทำมือสั่งลูกน้องคนอื่นๆแยกย้ายตามหาเบาะแสเผื่อยังไปได้ไม่ไกล ห่างแค่วันเดียว พวกเขาใกล้แล้วแท้ๆ หากศศิมารีบบอก ไม่แน่ว่าตอนนี้คงเจอตัวแล้วแต่อย่างว่าแหละนะ ศศิมาไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับสิโรจน์เลย แค่เมื่อวานยอมบอกก็ดีถมแล้วคนหัวร้อนชกหมัดแรงๆลงกับต้นไม้ด้วยความโกรธเจ็บปวด เลือดไหลซิบแต่กลับไม่สนใจดูสักนิด“ท้องแก่อยู่แท้ๆ”นึกถึงคำบอกเล่าเมื่อครู่ยิ่งทำใจช้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า ปวดจนหายใจแทบไม่ออก “เสี่ยครับ กลับเข้ารถก่อนเถอะครับ”จักรกวาดมองรอบ

  • ศิโรราบเพียงคุณ   ตอนที่ 32.2

    “จับแน่นๆนะครับ”เหมือนจันทร์พยักหน้าจริงจัง ใช้มือยันคอนโทรล ใจเต้นระทึกไม่รู้ใครกันที่ตามหลัง จะว่าสร้างศัตรูหรือทำให้ใครไม่พอใจก็ไม่เคย คนที่ตามต้องการอะไรกันแน่แต่ก็ต้องเหยียบเบรกดังลั่นเมื่อรถคันด้านหลังแซงขึ้นแล้วปาดหน้ากะทันหันเกือบเหยียบเบรกไม่ทันช่างใจกล้าบ้าบิ่นไปแล้ว หากเบรกไม่ทันได้เจ็บตัวทั้งสองแน่“คุณจันทร์เป็นอะไรไหมครับ”ตั้งสติได้ก็รีบหันมาถามเหมือนจันทร์อย่างห่วงใยเจ้าของชื่อเพียงส่ายหน้า ก่อนที่ทั้งสองจะเงยหน้ามองเจ้าของรถคันหน้าเปิดประตูลงมาชายหนุ่มผมยุ่งไม่เป็นทรง ใบหน้าบอบช้ำ เบ้าตาคล้ำ แววตาไร้อารมณ์ ร่างสูงโปร่งผอมซูบกว่าคนในอดีตเหมือนจันทร์เบิกตากว้างใจเต้นระส่ำ กอบกุมหน้าท้องแน่นแล้ว ขณะที่ชายคนนั้นเข้ามาใกล้“รีบขับรถไปเร็ว”“ไม่ได้ครับ คนรุมมาเต็มเลย”คนงานก็อยากขับหนีแต่ชายชุดดำหลายคนพากันเข้ามาล้อมรถทั้งหน้าหลังเต็มไปหมดเหมือนจันทร์หน้าซีดตื่นตระหนก ยามเมื่อเขาเดินมาถึงประตู สบตากันผ่านกระจก อีกฝ่ายกระชากเปิดประตูแต่ทำไม่ได้ จึงได้ออกแรงทุบ พร้อมตะโกนเสียงดังลั่น“เปิดประตู ฉันบอกให้เปิดประตู!”เหมือนจันทร์เม้มปากแน่น แววตาดื้อรั้นไม่ยอม แม้ใจจะหวาดห

  • ศิโรราบเพียงคุณ   ตอนที่ 31.2

    คนเป็นพ่อชะงัก อ้าปากตาค้างก่อนจะหัวเราะด้วยใบหน้าเบิกบานไร้ซึ่งความเศร้าดังที่สิโรจน์คิดไว้“คนโดนทิ้งมีใครไม่เจ็บ แต่เรื่องของสิกับจันทร์ไม่เหมือนกัน มันเจ็บคนละความรู้สึก”อ่า นั่นสินะ สุรพลถูกทิ้งเพราะอีกฝ่ายเริ่มต้นใหม่ แต่เขาถูกทิ้งเพราะทำตัวเองล้วนๆ“หากเทียบในด้านความรัก พ่อทำได้ดีเยี่ยม แต่เทียบในการบริหารธุรกิจ ผมชนะขาด”“ไอ้สิ แกนี่มันชวนหาเรื่องจริงๆเลย ใครนะใครมันเลี้ยงให้แกอวดดีแบบนี้”สุรพลพลันหน้าตึง ความขี้บ่นตามติดตัวเพราะลูกชายเพียงคนเดียวเกเรหาเรื่องปวดหัวให้คิดคำด่าตลอดสิโรจน์พลันยิ้มบาง จากที่เคยเกลียดเสียงบ่นจากสุรพล ตอนนี้สิ่งนี้กลับทำให้ยิ้มได้“ผมมีพ่อเป็นต้นแบบ”“แกเหมือนฉันที่ไหน ไปหัดจำคนอื่นมาน่ะสิไม่ว่า ฮึ่ย มีลูกห้ามเลี้ยงลูกให้อวดดีแบบแกนะ ฉันไม่อยากปวดหัวคูณสอง”ทั้งที่สุรพลกำลังบ่นหนาหู แต่สิโรจน์กลับขมขื่นจนฝืนยิ้มไม่ออก ทุกความหยิ่งยโสมลายหายไปแทนที่ด้วยความเจ็บปวดนับวันยิ่งฝังรากลึกลงในหัวใจด้านชา “ผมทำให้เธอเสียใจ”นึกถึงใบหน้านองน้ำตา เสียงสะอื้นในวงแขน หัวใจเขายิ่งบีบรัดมากกว่าเดิมจนใบหน้าบิดเบี้ยว ตาแดงก่ำคลอหยาดน้ำสีใสสุรพลชะงัก หลุบสังเกตลู

  • ศิโรราบเพียงคุณ   ตอนที่ 31.1 รู้ตัวตอนสาย

    “สั่งคนของเราค้นหาทุกที่ทุกจังหวัด ให้สายในสนามบินจับตาดูหากมีคนชื่อ เหมือนจันทร์และกนกนุชเตรียมบินให้ยกเลิกไฟลต์ติดต่อโดยตรงที่ฉันทันที”“ครับเสี่ย”“จำไว้ ต้องพบ ต้องหาให้พบเท่านั้น”“ครับ”ตุบมือหนากระแทกโต๊ะ ใบหน้าแข็งกร้าวดุดัน แววตาเหี้ยมเกรียม น้ำเสียงเด็ดขาดมุ่งมั่นเข้าสู่เดือนที่สองแล้วหลังจากเหมือนจันทร์หายไป สิโรจน์ยังคงพยายามตามหา แม้ต้องพลิกแผ่นดินเขาต้องหาให้เจอ คำตอบเดียวคือต้องเจอเท่านั้นทว่า ยิ่งกดดันยิ่งเคร่งเครียด ความเครียดสะสมตลอดสองเดือนที่หญิงสาวหายไป ทุกวันคืนนอนสะดุ้งกลางดึก ยากจะข่มตาหลับสนิท เฝ้าวนเวียนฝันหวานอดีตอันน่าภิรมย์ซึ่งผ่านพ้นไปหมดแล้วลูกน้องต่างออกจากห้องดำเนินการตามคำสั่งสิโรจน์ แม้ทำงานด้วยกันมานาน แต่นี่เป็นครั้งแรกเลย ที่สิโรจน์ใช้กำลังทั้งหมดตามหาหญิงสาวตัวเล็กๆสองคนสุรพลเดินฝ่าลูกน้องเกือบสิบคนหน้าเคร่งเครียดออกจากห้องเข้าไปในห้องแทนเขาถอนหายใจเมื่อเห็นสภาพผีดิบเดินได้ตรงหน้า บนโต๊ะทำงานกางแผนที่ประเทศไทย มีเขียนกากบาทสีแดงทับที่ต่างๆ และตอนนี้คิ้วหนาก็ขมวดเป็นปม จับจ้องแผนที่เบื้องหน้าราวกับจะสามารถสแกนหาคนได้“พักผ่อนหน่อยเถอะ จักรรา

  • ศิโรราบเพียงคุณ   ตอนที่ 30.2

    สุรพลหรี่ตาลง รีบกดหาลูกน้องให้สืบอย่างเร่งด่วนซึ่งมีคนอยู่ในสำนักงานเขต การตามเรื่องจึงรู้ทันทีว่าสิโรจน์ไม่ได้มีการจดทะเบียนสมรสจริงๆไอ้เด็กคนนี้ มันกล้าหลอกแม้กระทั่งพ่อของมัน!“ทำเรื่องเสียใหญ่โตดันเป็นแค่ฉากบังหน้าเท่านั้น ไอ้สิ แกนี่มัน”สุรพลทุบมือลงกับโต๊ะ จะด่าลูกสักหน่อยแต่ก็ชะงักเพราะในห้องตอนนี้มีเหมือนจันทร์อยู่ เข้าใจทันทีเลยว่าเหตุใดอีกฝ่ายต้องไป เพราะมันเล่นกับความรู้สึกคนได้อย่างน่าเตะจริงๆ แต่สุรพลก็ยังไม่ปักใจเชื่อจริงๆว่าลูกชายไม่ได้คิดอะไรกับเหมือนจันทร์เลย ทั้งแววตา ทั้งการกระทำ จะบอกว่าแสดงละครก็สมจริงเกินไป สิโรจน์ไม่จำเป็นต้องทำขนาดนี้หากต้องการแค่แต่งงานหักหน้าศศิมาเท่านั้นก็ดี ในเมื่อมันกล้าทำเรื่องระยำ เขาก็อยากรู้ว่ามันจะทำหน้ายังไงหากผู้หญิงคนนี้หายไป “หนูอยากให้ฉันช่วยยังไง”เหมือนจันทร์รอลุ้นด้วยความหวังจนตัวโก่ง สุดท้ายก็ผ่อนลมหายใจ เมื่อสุรพลยอมเอ่ยปากช่วยในที่สุด“ช่วยลบตัวตนหนูจากชีวิตของเสี่ยทีค่ะ”“จันทร์อยู่ไหน”สิโรจน์กลับมาในสภาพเหงื่อชุ่มทั่วตัวเพราะมีลูกวัวชาวบ้านจะคลอดเลยช่วยกันอยู่หลายนาทีกว่าจะออกมาได้ พอถึงบ้านเห็นณิกาก็รีบเอ่ยปากถามทันท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status