ของขวัญที่ด้อยค่า

ของขวัญที่ด้อยค่า

last updateDernière mise à jour : 2025-12-11
Par:  ญ.หญิงComplété
Langue: Thai
goodnovel18goodnovel
Notes insuffisantes
202Chapitres
6.9KVues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

หนึ่งคืนที่เลยเถิด เกิดอีกหนึ่งชีวิตมาเป็นบ่วงโดยไม่ได้ตั้งใจ คนด้อยค่าแบบเธอไม่มีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องหรือร้องขอความรับผิดชอบ หลานสาวแม่บ้านกับลูกชายเจ้าของบ้านที่สูงส่ง แล้วชีวิตต้องทำอย่างไรต่อไปดี?

Voir plus

Chapitre 1

ตอนที่1

เพียะ! เพียะ! เพียะ!

เสียงฝ่ามือที่ฟาดลงบนร่างกายของหลานสาววัยสิบเก้าหลายต่อหลายที ทำให้ "วาสิตา" ต้องร้องไห้ก้มหน้าลงพนมมือไหว้คุณป้าผู้มีพระคุณกับชีวิต ร้องขอความเห็นใจและสำนึกผิดกับสิ่งเลวทรามที่ตัวเองได้กระทำลงจนเอาอะไรกลับมาไม่ได้อีก

"ป้ามาจ๋า วาขอโทษ วาผิดไปแล้ว วาเจ็บ ป้าอย่าตีวาเลยนะ ฮือ ฮือออ"

นางมาลาถึงกับต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นสีหน้าหวาดกลัวของหลานสาว น้ำหูน้ำตาที่พรั่งพรูออกมาทำให้นางนึกสงสารจับหัวใจ แต่เรื่องงามหน้าที่หลานสาวทำเอาไว้ในเวลานี้ นางจะต้องได้คำตอบที่แท้จริงจากปากของวาสิตา

"แกจะบอกฉันได้หรือยัง ว่าแกไปท้องกับใครมา แกไปนอนกับใครที่ไหนมาฮะยายวา!"

น้ำเสียงที่โกรธเคือง สายตาที่จ้องมองมาชวนให้วาสิตาต้องรีบหลบหน้าไม่กล้าสบตานัก

"วา วาไม่รู้จ้ะป้า วาไม่รู้ว่าท้องกับใคร"

เสียงที่สั่นเครือตอบกลับเบา ๆ ยิ่งทำให้คนที่ยืนรอฟังต้องโมโหขึ้นมาอีกครั้งจนได้

"แกไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อเด็ก แกจะบ้าไปแล้วหรือยังไงนังหลานไม่รักดี!"

ฝ่ามือของนางมาลายังระดมฟาดลงตามร่างกายหลานสาวซ้ำแล้วซ้ำเล่า

"เจ็บ ๆ ๆ วาเจ็บแล้วป้ามา เลิกตีวาเถอะนะ ฮึก ฮือออ ตีให้ตายวาก็ไม่รู้ว่าใครคือพ่อของลูก"

"แกไปนอนให้ใครเขาเอายังไม่รู้ตัวอีกหรือไง ฉันมีหลานปัญญาอ่อนขนาดนี้เชียวเหรอฮะ!"

นางรู้สึกเหนื่อยใจกับเรื่องนี้มากเหลือเกิน ทั้งที่หลานสาวเพิ่งจะเข้ามาอยู่กรุงเทพฯ ได้ไม่ถึงหนึ่งปีเลยด้วยซ้ำ หวังว่าจะให้มาทำงานด้วยและเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัย แต่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าหลานสาวที่ดูอ่อนหวานน่ารักไร้เดียงสา จะกล้าทำเรื่องแบบนี้ให้ปวดหัวกับปัญหาที่เกิดขึ้นจนเกินแก้ไข

นางคาดคั้นเอาความจริงกับหลานสาวมานานกว่าสิบนาทีแล้ว แต่วาสิตายังคงไม่ให้คำตอบที่พอใจเลยสักครั้ง จะเป็นไปได้จริงหรือที่จะไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อของเด็ก?

"แล้วแกจะเอายังไงต่อไป แกจะให้มันเกิดมาประจานความโง่ของแกให้อับอายชาวบ้านเขาแบบนี้น่ะเหรอวา?"

เมื่อไม่ได้คำตอบที่อยากจะได้ยิน นางก็ไม่รู้จะต้องทำอย่างไร ตบตีไปก็คงไม่มีประโยชน์อะไรอยู่แล้ว สู้มาช่วยกันคิดหาทางออกให้กับเรื่องนี้แทนจะดีกว่า

"ป้ามา วาไม่รู้จ้ะว่าควรจะทำยังไงต่อไปดี ป้ามาช่วยวาด้วย"

"ทางเดียวที่จะทำได้ แกไปเอาเด็กออกซะ แกเพิ่งจะ 19 เองนะวา ฉันอุตส่าห์เอาแกมาจากบ้านนอก เพื่อที่จะมาทำงานหาเงินเรียนต่อให้มันสูง ๆ แม่แกที่อยู่ที่บ้านมันจะได้สบายขึ้นเหมือนคนอื่นเขาบ้าง แต่นี่แกกลับมาท้องแถมยังท้องไม่มีพ่ออีก ฉันจะบ้าตาย!"

วาสิตาแหงนหน้าขึ้นจ้องมองป้าที่เคารพรักทั้งน้ำตา เมื่อนึกถึงคนเป็นแม่ที่ป่วยออดแอดแล้วยังต้องทำงานหนัก

ทั้งที่เธอเพิ่งจะเรียนจบมอหกได้ไม่นาน แต่ในเวลานี้เหมือนชีวิตกำลังมืดมัวขึ้นอีกครั้ง เธออยากเรียนจบให้สูง ๆ เพื่อวันข้างหน้าจะได้มีงานดี ๆ ทำในอนาคต แม้ในเวลานี้จะเป็นเด็กรับใช้ภายในบ้าน "เมธาวิน" มีนางมาลาผู้เป็นป้าทำงานที่นี่มานานนับสิบปีแล้ว ด้วยความหวังดีอยากให้หลานสาวมีงานและเงินส่งเสียตัวเองเรียนต่อในระดับชั้นมหาวิทยาลัย จึงขออนุญาตเจ้าของบ้านเพื่อจะนำหลานสาวมาอยู่ทำงานรับใช้ด้วยกัน บ้านไม่ต้องเช่าข้าวไม่ต้องซื้อ แม้ว่าจะเป็นเพียงงานแม่บ้าน แต่ทุกคนในตระกูลเมธาวินก็ใจดีและเป็นกันเองมากเหลือเกิน นอกจากเวลาทำงานวาสิตาสามารถไปเรียนที่มหาวิทยาลัยได้อีกด้วย

"ป้ามา แต่วากลัวนะ วาไม่กล้า"

"ไม่กล้า แล้วแกจะปล่อยให้ท้องมันโตจนคนอื่นต้องมาถามหาพ่อของลูกแกน่ะเหรอ ถ้าวันหนึ่งเด็กมันอยากรู้ว่าใครเป็นพ่อที่ทำให้มันเกิดมาล่ะ แกจะบอกกับลูกมันว่ายังไงฮะวา?"

นั่นสินะ เธอจะบอกกับทุกคนไม่ได้ว่าคนที่ทำเธอตั้งครรภ์ในวันนี้คือใคร ไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้แต่เธอไม่สมควรจะเรียกร้องให้เขาต้องมารับผิดชอบอะไรเลยต่างหาก

วาสิตาจ้องมองหน้านางมาลา รู้ดีว่าผู้เป็นป้ารักและหวังดีกับชีวิตของเธอมากที่สุด แต่จะให้ไปเอาเด็กออกเป็นเรื่องที่น่ากลัวและไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยในชีวิต

"ฉันพอจะรู้จักที่ที่เขาทำ แกไม่ต้องกลัวไปหรอกวา มันไม่ใช่เรื่องผิดบาป มันไม่ได้น่ากลัว แกควรจะมีลูกเมื่อพร้อม ไม่ใช่ในเวลาแบบนี้ที่ยังเอาตัวเองไม่รอด"

น้ำเสียงที่เคยเกรี้ยวกราดเปลี่ยนเป็นอ่อนนุ่มลงอีกครั้ง ใช้อารมณ์ไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นได้ นางไม่ได้อยากจะชักชวนให้หลานต้องทำร้ายอีกหนึ่งชีวิต แต่มันจะเป็นทางออกเดียวเพื่อชีวิตของวาสิตาที่เหลืออยู่ นางมาลาได้แต่ถอนหายใจออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างเหนื่อยแทนหลานสาวยิ่งนัก

"ฉันจะออกค่าใช้จ่ายให้แกเอง ฉันหวังดีกับแกนะวา ถึงฉันจะไม่เคยมีลูก แต่ชีวิตในทุกวันนี้ถ้าแกไม่มีปัญญาเอาตัวเองให้รอดก่อน ชีวิตที่จะต้องมีบ่วงมาผูกมัดคอมันหนักหนาเกินกว่าที่แกคิด แกอยากให้ลูกเกิดมาอด ๆ อยาก ๆ เหมือนอย่างที่แกเคยพบเจอมาก่อนเหรอวา แกอยากให้คนอื่นล้อเลียนลูกแกเหมือนที่แกโดนเขาล้อมาตั้งแต่เล็กจนโตงั้นสิ?"

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres
Pas de commentaire
202
ตอนที่1
เพียะ! เพียะ! เพียะ! เสียงฝ่ามือที่ฟาดลงบนร่างกายของหลานสาววัยสิบเก้าหลายต่อหลายที ทำให้ "วาสิตา" ต้องร้องไห้ก้มหน้าลงพนมมือไหว้คุณป้าผู้มีพระคุณกับชีวิต ร้องขอความเห็นใจและสำนึกผิดกับสิ่งเลวทรามที่ตัวเองได้กระทำลงจนเอาอะไรกลับมาไม่ได้อีก "ป้ามาจ๋า วาขอโทษ วาผิดไปแล้ว วาเจ็บ ป้าอย่าตีวาเลยนะ ฮือ ฮือออ" นางมาลาถึงกับต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นสีหน้าหวาดกลัวของหลานสาว น้ำหูน้ำตาที่พรั่งพรูออกมาทำให้นางนึกสงสารจับหัวใจ แต่เรื่องงามหน้าที่หลานสาวทำเอาไว้ในเวลานี้ นางจะต้องได้คำตอบที่แท้จริงจากปากของวาสิตา "แกจะบอกฉันได้หรือยัง ว่าแกไปท้องกับใครมา แกไปนอนกับใครที่ไหนมาฮะยายวา!" น้ำเสียงที่โกรธเคือง สายตาที่จ้องมองมาชวนให้วาสิตาต้องรีบหลบหน้าไม่กล้าสบตานัก "วา วาไม่รู้จ้ะป้า วาไม่รู้ว่าท้องกับใคร" เสียงที่สั่นเครือตอบกลับเบา ๆ ยิ่งทำให้คนที่ยืนรอฟังต้องโมโหขึ้นมาอีกครั้งจนได้ "แกไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อเด็ก แกจะบ้าไปแล้วหรือยังไงนังหลานไม่รักดี!" ฝ่ามือของนางมาลายังระดมฟาดลงตามร่างกายหลานสาวซ้ำแล้วซ้ำเล่า "เจ็บ ๆ ๆ วาเจ็บแล้วป้ามา เลิกตีวาเถอะนะ ฮึก ฮือออ ตีให้ตายวาก็ไม่รู้ว่าใครค
Read More
ตอนที่2
วาสิตาคิดตามที่ผู้เป็นป้าพูด สิ่งที่ป้าพูดมามันคือความจริงทุกอย่าง เพราะชีวิตที่ลำบากลำบนมาตั้งแต่เล็กจนโต ครอบครัวยากจนแทบจะไม่มีข้าวให้ประทังชีวิต แม่เธอเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องอุ้มท้องเธอทั้งที่ไม่มีสามี ไม่เคยเห็นหน้าพ่อ รู้แค่ว่ามีพ่อแต่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน ตั้งแต่เกิดก็อยู่กับแม่เพียงสองคน มีเพียงแม่ที่สู้ทำงานหาเงินเพื่อมาเลี้ยงดูลูกสาว แค่คิดถึงชีวิตที่ผ่านมาวาสิตาก็ร้องไห้ปล่อยโฮขึ้นมาอีกครั้ง เธอเองเห็นแม่ลำบากมาทั้งชีวิต เพื่อที่จะเลี้ยงดูเธอให้เติบใหญ่ได้อย่างทุกวันนี้ บางวันที่ไม่มีข้าวจะกินแม่ยังอุตส่าห์พาไปขอตามเพื่อนบ้านคนอื่นที่เขามีเมตตา แม้แต่ขอข้าววัดมากินก็เคยทำมาแล้ว เพียงแค่ให้ชีวิตมีลมหายใจได้อยู่ต่อเพื่อวันพรุ่งนี้ เธอรับรู้ดีว่ามันลำบากและต้องอดทนมากมายแค่ไหน "จ้ะ ป้ามา วาจะทำตามอย่างที่ป้ามาบอก วาจะต้องเรียนให้จบ วาจะได้มีงานที่ดีทำมีเงินส่งให้แม่ใช้ แม่จะได้ไม่ต้องลำบากลำบนเหมือนเมื่อก่อนอีก" นางมาลานั่งลงเคียงข้างหลานสาว กอดปลอบประโลมและเข้าใจเด็กสาวที่อ่อนต่อโลก ยิ่งชีวิตไม่เคยเผชิญโลกกว้างแบบนี้ กรุงเทพมหานครเหมือนสังคมชีวิตใหม่ที่ไม่ได้สวยหรูอย่างบ
Read More
ตอนที่3
วาสิตาที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากโต๊ะอาหาร เธอได้แต่ยืนจ้องมองภาพตรงหน้าด้วยหัวใจที่ยากจะอธิบาย ผู้หญิงที่ดูเหมาะสมและคู่ควร แล้วเธอล่ะเป็นเพียงเด็กรับใช้ที่ไม่มีอะไรเลย ยังบังอาจที่อยากจะบินสูง ไม่เจียมเนื้อเจียมตัวของตัวเอง หญิงสาวก้มมองที่หน้าท้องแบนราบของตัวเองอีกครั้ง ลูกของเธอที่มีเขาคนนั้นเป็นพ่อ สงสัยว่าจะไม่ได้เกิดมาลืมตาดูโลกใบนี้แล้วจริง ๆ จะบอกเขาก็คงไม่ได้เพราะชีวิตของเขามีสิ่งที่คู่ควรมากกว่าอยู่แล้ว เธอเป็นแค่ผู้หญิงต่ำต้อยด้อยค่าที่ไม่มีสิทธิ์เสนอหน้าเรียกร้องความรับผิดชอบใด ๆ เลย หนึ่งคืนที่เผลอใจกับความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้น ไม่ควรจะโทษใครเพราะเป็นเธอที่จะต้องก้มหน้ายอมรับกับความเผลอไผลที่ไม่ยอมหักห้ามหัวใจของตัวเอง... วาสิตายืนอยู่เคียงข้างกับป้ามาลาเพื่อคอยดูแลรับใช้หากว่าคุณ ๆ ทั้งหลายอยากเรียกใช้อะไร หญิงสาวยืนจ้องมองภาพอาหารบนโต๊ะ จู่ ๆ น้ำตาก็ร่วงเผาะลงจนต้องรีบปาดเช็ดออกอย่างไว “เป็นอะไรน่ะวา แกร้องไห้อีกแล้วหรือไง ไม่ต้องไปคิดเรื่องนั้นแล้ว เดี๋ยวอาทิตย์หน้าฉันว่างฉันจะพาแกไปยุติปัญหานี้เอง แกจะได้กลับมายิ้มได้เหมือนแต่ก่อนนี้สักที” เสียงกระซิบกระซาบพูดค
Read More
ตอนที่4
“เป็นอะไร ทำไมวันนี้ถึงซุ่มซ่ามนักล่ะ?” เสียงทุ้มถาม เป็นครั้งแรกในรอบสองชั่วโมงที่เขาเพิ่งจะพูดคุยด้วย เหมือนไม่ใช่คำถามที่ห่วงใย แทบจะเรียกได้ว่าเป็นการต่อว่าต่อขานเสียมากกว่า “ปวดหัวนิดหน่อยค่ะ เลยรู้สึกเบลอ ๆ ขอตัวก่อนนะคะ” “ปวดหัวก็ไปกินยานอนพัก ไม่ใช่มาทำงานแล้วสร้างความวุ่นวายให้คนอื่นเขาแบบนี้ ถ้าจานพวกนี้หล่นใส่รสาล่ะ เธอจะรับผิดชอบยังไง?” อ๋อ... เขาเป็นห่วงหล่อนคนนั้นสินะ ถ้าเธอทำร่วงใส่ผู้หญิงของเขา เขาคงจะเอาเรื่องเธอถึงตายเลยสิใช่หรือเปล่า? วาสิตายิ้มให้ทั้งที่ดวงตาแดงก่ำ ก่อนจะลุกยืนขึ้นหันหลังเดินออกจากตรงนั้นไปทันที เกิดมาต่ำเตี้ยเรี่ยดินทำอะไรก็คงจะผิดไปหมด เธอไม่ได้อยากให้อุบัติเหตุแบบนี้เกิดขึ้นเสียหน่อย นอกจากจะโดนลูกชายเจ้าของบ้านต่อว่า คงจะตามมาด้วยคุณผู้หญิงของบ้านเรียกตัวให้ไปพบอีกเป็นแน่ ได้แต่ภาวนาอยู่ในใจว่าอย่าให้ถึงกับต้องโดนไล่ออกเลยเถอะนะ ถ้าจะมีอะไรที่ร้ายแรงขอแค่ตัดเงินเดือนเพียงน้อยนิดที่มีอยู่ก็ได้ “วา ถ้าแกไม่ไหวก็ไปพักเถอะ ฉันกลัวว่าแกจะทำขนมพวกนี้หกใส่คุณ ๆ เขาอีก” นางมาลาต้องถอนหายใจออกมาเมื่อมองหน้าหลานสาว ดวงตาที่แดงก่ำเหมื
Read More
ตอนที่5
“เอาเงินนี่ไปซะ อย่าบอกใครเรื่องเมื่อคืนนี้ ฉันไม่ใช่คนผิด ถ้าเธอไม่มานอนให้ฉันเอา เธอคงไม่ต้องมาเสียพรหมจรรย์ให้กับคนที่ไม่เคยรักหรือรู้จักมาก่อนแบบนี้หรอก” “สบายใจเถอะค่ะ วารู้ว่าคุณกรไม่ได้ตั้งใจ วาจะไม่บอกใคร มันจะเป็นความลับระหว่างเราตลอดไป” “ดี เธอรีบออกไปจากห้องของฉันได้แล้ว ไป ฉันไม่อยากให้ใครต้องมาเห็น คนที่จะเสียหายไม่ใช่ฉันแต่มันคือเธอต่างหากนะวาสิตา” ดวงตากลมโตคู่สวยแหงนหน้าขึ้นมองบนท้องฟ้าอีกครั้ง อีกไม่กี่วันข้างหน้าป้ามาลาจะพาเธอไปพบหมอเพื่อยุติการตั้งครรภ์ เป็นเรื่องที่น่ากลัวชวนให้วิตกจริตอยู่มาก เธอจะทำแบบนั้นได้ลงจริงน่ะเหรอ เขาต้องทำแบบไหนกันนะถึงจะเอาก้อนเลือดที่กำลังมีชีวิตออกมาได้ แล้วเธอจะเป็นแม่ที่ใจร้ายมากเกินไปหรือเปล่าที่กล้าฆ่าคน ๆ หนึ่งได้ลงคอ แล้วถ้าไม่ทำแบบนั้นล่ะเธอจะมีปัญญาดูแลชีวิตใครได้หรือเปล่า? ยิ่งคิดยิ่งปวดหัว ยิ่งคิดยิ่งทำให้น้ำตาไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว ปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่ที่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อย่างเธอจะหาทางออกได้ เงินทองก็ไม่มีจะเก็บแค่ชีวิตมีลมหายใจอยู่ไปวัน ๆ ได้ก็บุญแค่ไหนแล้ว “แม่จ๊ะ วาคิดถึงแม่เหลือเกิน ตอนนี้แม่ทำอะไรอยู่น
Read More
ตอนที่6
ระหว่างที่รอคอยเวลาที่ลุ้นระทึก ฝ่ามือของวาสิตาเย็นเฉียบจนเธอสัมผัสได้ เหงื่อที่เริ่มแตกพลั่กทำให้ความหวาดกลัววิ่งเข้าสู่หัวใจดวงน้อยอีกครั้ง ประตูห้องถูกเปิดเข้ามาพร้อมกับพยาบาลที่เรียกให้เดินตามหลัง ทุกย่างก้าวที่หญิงสาวก้าวเดินตามไป หัวใจของเธอยิ่งเต้นแรงจนไม่อาจจับจังหวะนั้นได้ วาสิตาขึ้นไปนอนบนขาหยั่งที่ตั้งอยู่กลางห้อง นายแพทย์หนุ่มหน้าตาดีพร้อมกับพยาบาลอีกคนที่อยู่ภายในนั้น ทำให้วาสิตาต้องหลับตาลงข่มความกลัวที่กำลังกัดกินหัวใจในเวลานี้ ร่างกายเริ่มสั่นสะท้านขึ้นจนคนภายนอกรับรู้ถึงความไม่ปกติ คุณหมอต้องรีบเอ่ยปากบอกด้วยความเป็นห่วง “คุณพยาบาลตรวจดูความดันของเธอหน่อยสิ ผมคิดว่าเธอไม่โอเคเท่าไหร่นะ” จนพยาบาลต้องรีบไปเอาเครื่องวัดชีพจรมาตรวจวัดกับต้นแขนเรียวเล็กนั้นอีกครั้ง “ความดันขึ้นสูงมากเลยค่ะ สงสัยว่าจะตื่นเต้นและกลัวหนัก” “ให้เธอไปพักอยู่ที่ห้องเหมือนเดิม พร้อมแล้วค่อยเข้ามาใหม่ ไปเรียกคิวต่อไปเข้ามาเลย” “แต่หนูไม่เป็นไรค่ะคุณหมอ หนูแค่ตื่นเต้นมากไปหน่อย หนูอยากทำให้มันจบสักที” วาสิตาบอกกับคุณหมอด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ หยดน้ำใสที่ไหลออกตามหางตา ทำให้
Read More
ตอนที่7
“ยายวาเป็นยังไงบ้าง วันนี้รู้สึกดีขึ้นหรือยัง?” นางมาลาเพิ่งกลับมาจากทำงานบ้านบนเรือนใหญ่ ถามไถ่หลานสาวด้วยความเป็นห่วงเป็นใย ตั้งแต่กลับมาวันนั้นวาสิตาก็เอาแต่นิ่งเงียบและไม่พูดจาด้วยเหมือนแต่ก่อนนี้เลย นางเข้าใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคงสะเทือนจิตใจของหลานสาวอยู่ไม่น้อย แถมเจ็บปวดจากอาการภายในที่นางเองก็ไม่รู้ว่าคนที่เขาคลอดลูกหรือต้องเอาเด็กออกเขารู้สึกกันอย่างไร ต้องเจ็บปวดทรมานมากมายสักแค่ไหน นางไม่สามารถจินตนาการได้เลยสักนิด คนโสดที่ไม่มีสามีและลูกมาก่อนอย่างนางคงไม่มีโอกาสได้สัมผัสกับความรู้สึกเหล่านี้ได้ “วาดีขึ้นแล้วจ้ะป้ามา” “คุณผู้หญิงกับคุณผู้ชายถามหา ฉันต้องคอยโกหกให้แกมาหลายวันแล้ว พรุ่งนี้ทำงานไหวหรือเปล่า แกควรจะออกไปให้พวกท่านเห็นหน้าบ้างนะ” “พรุ่งนี้วาจะออกไปช่วยป้ามาทำงานจ้ะ” “แล้วนี่หมอนัดให้ไปหาอีกเมื่อไหร่หรือไม่ต้องไปแล้ว” “นัดไปตรวจอาการอีกวันพฤหัสบดีหน้า เดี๋ยววาไปคนเดียวได้ ป้ามาไม่ต้องไปหรอกจ้ะ” “ก็ดีเหมือนกัน ฉันขี้เกียจจะตอบคำถามคุณผู้หญิง ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ฉันยังไม่เคยโกหกพวกท่านเลยนะ แกมาอยู่กับฉันนี่แหละฉันต้องโกหกบ่อยจนเหมือนคนแก่ที่ไม่มีความน
Read More
ตอนที่8
“กลับมาเที่ยงคืนกว่าครับพ่อ พอดีเมื่อคืนรสานัดเพื่อน ๆ สมัยเรียนปาร์ตี้กัน ผมก็เลยต้องอยู่ด้วยจนปาร์ตี้เลิก” “เมื่อไหร่ลูกจะขอหนูรสาแต่งงานสักทีล่ะ คบกันเป็นแฟนมาตั้งนานแล้วไม่ใช่หรือไง เราก็ไม่ใช่อายุน้อย ๆ แล้วนะตากร เพื่อนรุ่นเดียวกันก็แต่งงานมีลูกกันเป็นโหลแล้ว เหลือแต่แกนี่แหละที่ยังไม่มีเมียเลย” “ผมก็คุยกับรสาอยู่นะครับแม่ รสาขอเวลาอีกไม่นาน เขาบอกโปรเจกต์ใหม่ที่ทำอยู่มันยังไม่เข้าที่เข้าทาง ไม่มีเวลาที่จะมาจัดงานแต่งหรือพิธีการอะไรในเวลานี้” “แสดงว่าหนูรสาก็ไม่มีปัญหางั้นสิ แล้วนี่ไม่คิดจะขอเขาแต่งงานให้เขามีโมเมนต์ที่น่าประทับใจไม่รู้ลืมหน่อยหรือไง” คุณเอกอนันต์ถามขึ้นอีกครั้ง ทำให้คุณชิดชนกต้องยกนิ้วโป้งส่งให้อย่างเห็นดีเห็นงามด้วยทันที “ผมเซอร์ไพรส์ใครไม่เป็นหรอกครับพ่อ ขนาดตอนขอเป็นแฟนรสายังเป็นคนขอผมก่อนเลยนะ” “แกนี่นะ ไม่ได้ความเจ้าชู้ของพ่อแกมาเลย จีบสาวเก่งที่สุด จีบทีละหลาย ๆ คนพร้อมกันด้วย ถ้าแม่ไม่เก่งและปราบพ่อแกได้นะ แกกับน้องแกไม่ได้มาเกิดกับพวกเราหรอก” คุณชิดชนกเล่าให้ลูกชายฟังถึงเรื่องที่ตลกขบขันในอดีตสมัยที่ยังอายุรุ่นราวคราวเดียวกับลูกสาวคนเล็ก ท
Read More
ตอนที่9
ทีท่าของคุณากรดูไม่สู้ดีนัก ทุกครั้งที่มองถ้วยข้าวต้มตรงหน้า เขาอยากอาเจียนออกมาเสียให้ได้เลย “มาเก็บข้าวต้มออกไปที ฉันไม่กินแล้ว มันเหม็น” ฝ่ามือหนาผลักถ้วยอาหารให้ห่างออกจากกาย วาสิตารีบเดินไปหยิบออกมาให้ห่างจากเขาอย่างไม่รอช้า “ผมขอตัวขึ้นไปนอนพักต่ออีกสักงีบนะครับพ่อ แม่ รู้สึกปวดหัวขึ้นมากะทันหันเลย เพราะกลิ่นข้าวต้มนั่นเลย เหม็นจนติดจมูก” ร่างสูงเดินออกไปอีกครั้งอย่างรวดเร็ว ทำให้คนที่อยู่บริเวณนั้นต้องมองตามหลังเป็นตาเดียวกัน “แกว่าคุณกรเขาแพ้ท้องเหมือนที่คุณผู้หญิงว่าไหมยายวา?” นางมาลากระซิบถามความเห็นของหลานสาว อยากรู้ว่าจะคิดตรงกับนางบ้างหรือเปล่า “แพ้ท้องแทนกันก็ได้เหรอป้ามา ช่างตลกดีแท้” “ไม่รู้สิ ฉันเคยได้ยินมาแบบนั้นนะ แต่ฉันไม่เคยมีลูกมีผัวไง ถ้าแกไม่ไปเอาเด็กออก ป่านนี้ไอ้ผู้ชายที่ทำแกท้องมันอาจจะกำลังแพ้ท้องแทนแกอยู่ก็ได้ ใครจะไปรู้” วาสิตามีสีหน้าที่เศร้าลงอีกครั้ง เขาคงไม่ได้แพ้ท้องแทนเธอหรอก หรือไม่ตอนนี้ผู้หญิงคนนั้นคงจะกำลังตั้งครรภ์ลูกของเขาอยู่จริง ๆ ก็เป็นได้ ลูกของเขากับผู้หญิงสูงส่งและแสนดี ส่วนลูกคนใช้เช่นเธอคงจะเทียบอะไรกันไม่ได้อยู่แล้ว.
Read More
ตอนที่10
วาสิตารับเงินเดือนเป็นเดือนสุดท้าย ก่อนที่เธอจะเก็บของใส่กระเป๋าสะพายหลังเพื่อที่จะได้เดินทางออกจากบ้านหลังนี้ตามความคิดที่มีก่อนหน้า เธอตัดสินใจดีแล้วที่จะจากไปอย่างเงียบ ๆ แบบนี้ “จะไปหาหมอตรวจภายใน ทำไมต้องเอากระเป๋าใบใหญ่แบบนี้ติดตัวไปด้วยน่ะวา แกไม่หนักหรือไงเดี๋ยวค่อยกลับมาเอาก็ได้ แกจะกลับรถเที่ยวเย็นโน่นไม่ใช่หรือ?” นางมาลาถามขึ้น นางแอบสงสัยและรู้สึกแปลกใจกับท่าทีที่วาสิตาแสดงออกยิ่งนัก “วาขี้เกียจกลับมาเอาจ้ะป้า วาจะไปหมอชิตเลย คงจะขึ้นรถกลับเที่ยวสี่ห้าโมงเย็นนั่นแหละ ถึงบ้านเช้าพอดี” “แกลาคุณผู้หญิงไปแค่อาทิตย์เดียว แต่แกเก็บเสื้อผ้าเหมือนแกจะไปแล้วไปลับเลยนะยายวา” “เสื้อผ้าไม่ได้ใช้น่ะป้ามา วาจะเอาไปแจกเด็กที่บ้านใส่เลยต้องเก็บกลับเยอะ” “เออ ๆ ถ้าอย่างนั้นตามใจแกเถอะ ไปหาหมอเขาว่ายังไงแกอย่าลืมโทรศัพท์มาเล่าให้ฉันฟังบ้างนะ” “รู้แล้วจ้ะป้า งั้นวาไปก่อนนะจ๊ะ ป้ามาดูแลตัวเองดี ๆ ด้วยนะ” สองป้าหลานยืนร่ำลากันอยู่ข้างรถแท็กซี่ที่มาจอดรอ วาสิตาโผเข้ากอดคนเป็นป้าอีกครั้ง ก่อนที่เธอจะกลับขึ้นไปนั่งบนรถและรถคันดังกล่าวค่อย ๆ ขับห่างจากบ้านหลังนั้นไป หนึ่งปีที่เข้าม
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status