LOGINเธอยอมเป็นคู่นอนของเสี่ยซึ่งมีเมียอยู่แล้วถึง 6 คน และบรรดาผู้หญิงในคลังอีกสามสิบคน
View Moreหนึ่งเดือนผ่านไปเร็วเหมือนโกหก “ของทุกอย่างพร้อมแล้วใช่ไหม ตรวจดูอีกรอบหรือยัง”น้ำเสียงเข้มดุดัน ใบหน้าจริงจังเคร่งเครียดพอๆกับการบริหารงานจักรพยักหน้าแข็งขัน มองหน้าคนเป็นเจ้านายสลับกับกระดาษในมือ“เช็กตรวจครบทุกรายการเป็นครั้งที่ยี่สิบแล้วครับ”“ดี ไม่มีอะไรผิดพลาดใช่ไหม”“ไม่แน่นอนครับ”“เดี๋ยวก่อน นี่คืออะไร”สิโรจน์ขมวดคิ้ว หยิบของสีชมพูในกระเป๋าขนาดกลางขึ้นมาถามลูกน้องจักรรีบไล่กวาดสายตาดูในกระดาษ ก่อนจะตอบเสียงดังฟังชัด“เอ่อ อืม เหมือนจะเป็นของเล่นเด็กอะไรสักอย่าง”จักรขมวดคิ้ว นึกสงสัยทำไมต้องมีรายการนี้ด้วยทั้งที่เด็กเพิ่งเกิด ของเตรียมแรกคลอดน่าจะยังไม่มีหรอก“ไม่ใช่ของเล่นเด็กหรอกค่ะเสี่ย นั่นคือเครื่องปั๊มนมค่ะ”กนกนุชหัวเราะด้วยความตลก เธอออกจากห้องครัวมาเจอพอดีสิโรจน์ครางรับ วางลงที่เดิม“มันจำเป็นด้วยเหรอครับ”“ช่วยคุณแม่ให้นมลูกได้สะดวก สามารถสต็อกนมไว้ในตู้เย็น พอจะดื่มก็อุ่นเอาค่ะ”สิโรจน์พยักหน้า แบบนี้ก็ดี เขาสามารถดูแลทั้งลูกและเหมือนจันทร์พร้อมกันได้นับแต่หญิงสาวให้โอกาส ไม่เคยมีวันไหนออกห่าง หนึ่งกลัวหนี สองอยากดูแลชดเชยวันเวลาที่ผ่านพ้นไม่ได้เคียงข้างทำให้สอ
ช้าเกินไป เขามาช้าไป“ผู้หญิงคนนี้เพิ่งย้ายไปกับแม่เมื่อวานจ้ะ ไม่รู้ย้ายไปไหน มาทำงานเป็นพนักงานในรีสอร์ตได้แค่เดือนเดียวเอง ออกไปซะแล้ว น่าสงสารนะ เธอท้องแก่แล้วด้วยแต่ยังระหกระเหินจะไปอีก”ยื่นรูปถ่ายหญิงสาวให้คนงานในรีสอร์ตดู บอกเล่าจริงจัง ทำหน้าน่าสงสารเมื่อเอ่ยถึงคนในภาพ คนฟังใจรวดร้าวมากกว่าเดิม เก็บรูปกลับด้วยสีหน้าทุกข์ระทม ดวงตาวูบไหวเพียงนึกถึงใบหน้าแดงเรื่อเธอต้องทำขนาดนี้เลยหรือ เกลียดเขามากถึงเพียงนี้เชียว ชั่วชีวิตนี้ไม่คิดจะพบหน้ากันอีกเลยหรือไง ทั้งที่อุ้มท้องลูกเขาอยู่แท้ๆ “พวกผมจะตามสืบแถวนี้เผื่อมีใครเห็นบ้างครับ”จักรรีบเอ่ย ทำมือสั่งลูกน้องคนอื่นๆแยกย้ายตามหาเบาะแสเผื่อยังไปได้ไม่ไกล ห่างแค่วันเดียว พวกเขาใกล้แล้วแท้ๆ หากศศิมารีบบอก ไม่แน่ว่าตอนนี้คงเจอตัวแล้วแต่อย่างว่าแหละนะ ศศิมาไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับสิโรจน์เลย แค่เมื่อวานยอมบอกก็ดีถมแล้วคนหัวร้อนชกหมัดแรงๆลงกับต้นไม้ด้วยความโกรธเจ็บปวด เลือดไหลซิบแต่กลับไม่สนใจดูสักนิด“ท้องแก่อยู่แท้ๆ”นึกถึงคำบอกเล่าเมื่อครู่ยิ่งทำใจช้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า ปวดจนหายใจแทบไม่ออก “เสี่ยครับ กลับเข้ารถก่อนเถอะครับ”จักรกวาดมองรอบ
“จับแน่นๆนะครับ”เหมือนจันทร์พยักหน้าจริงจัง ใช้มือยันคอนโทรล ใจเต้นระทึกไม่รู้ใครกันที่ตามหลัง จะว่าสร้างศัตรูหรือทำให้ใครไม่พอใจก็ไม่เคย คนที่ตามต้องการอะไรกันแน่แต่ก็ต้องเหยียบเบรกดังลั่นเมื่อรถคันด้านหลังแซงขึ้นแล้วปาดหน้ากะทันหันเกือบเหยียบเบรกไม่ทันช่างใจกล้าบ้าบิ่นไปแล้ว หากเบรกไม่ทันได้เจ็บตัวทั้งสองแน่“คุณจันทร์เป็นอะไรไหมครับ”ตั้งสติได้ก็รีบหันมาถามเหมือนจันทร์อย่างห่วงใยเจ้าของชื่อเพียงส่ายหน้า ก่อนที่ทั้งสองจะเงยหน้ามองเจ้าของรถคันหน้าเปิดประตูลงมาชายหนุ่มผมยุ่งไม่เป็นทรง ใบหน้าบอบช้ำ เบ้าตาคล้ำ แววตาไร้อารมณ์ ร่างสูงโปร่งผอมซูบกว่าคนในอดีตเหมือนจันทร์เบิกตากว้างใจเต้นระส่ำ กอบกุมหน้าท้องแน่นแล้ว ขณะที่ชายคนนั้นเข้ามาใกล้“รีบขับรถไปเร็ว”“ไม่ได้ครับ คนรุมมาเต็มเลย”คนงานก็อยากขับหนีแต่ชายชุดดำหลายคนพากันเข้ามาล้อมรถทั้งหน้าหลังเต็มไปหมดเหมือนจันทร์หน้าซีดตื่นตระหนก ยามเมื่อเขาเดินมาถึงประตู สบตากันผ่านกระจก อีกฝ่ายกระชากเปิดประตูแต่ทำไม่ได้ จึงได้ออกแรงทุบ พร้อมตะโกนเสียงดังลั่น“เปิดประตู ฉันบอกให้เปิดประตู!”เหมือนจันทร์เม้มปากแน่น แววตาดื้อรั้นไม่ยอม แม้ใจจะหวาดห
คนเป็นพ่อชะงัก อ้าปากตาค้างก่อนจะหัวเราะด้วยใบหน้าเบิกบานไร้ซึ่งความเศร้าดังที่สิโรจน์คิดไว้“คนโดนทิ้งมีใครไม่เจ็บ แต่เรื่องของสิกับจันทร์ไม่เหมือนกัน มันเจ็บคนละความรู้สึก”อ่า นั่นสินะ สุรพลถูกทิ้งเพราะอีกฝ่ายเริ่มต้นใหม่ แต่เขาถูกทิ้งเพราะทำตัวเองล้วนๆ“หากเทียบในด้านความรัก พ่อทำได้ดีเยี่ยม แต่เทียบในการบริหารธุรกิจ ผมชนะขาด”“ไอ้สิ แกนี่มันชวนหาเรื่องจริงๆเลย ใครนะใครมันเลี้ยงให้แกอวดดีแบบนี้”สุรพลพลันหน้าตึง ความขี้บ่นตามติดตัวเพราะลูกชายเพียงคนเดียวเกเรหาเรื่องปวดหัวให้คิดคำด่าตลอดสิโรจน์พลันยิ้มบาง จากที่เคยเกลียดเสียงบ่นจากสุรพล ตอนนี้สิ่งนี้กลับทำให้ยิ้มได้“ผมมีพ่อเป็นต้นแบบ”“แกเหมือนฉันที่ไหน ไปหัดจำคนอื่นมาน่ะสิไม่ว่า ฮึ่ย มีลูกห้ามเลี้ยงลูกให้อวดดีแบบแกนะ ฉันไม่อยากปวดหัวคูณสอง”ทั้งที่สุรพลกำลังบ่นหนาหู แต่สิโรจน์กลับขมขื่นจนฝืนยิ้มไม่ออก ทุกความหยิ่งยโสมลายหายไปแทนที่ด้วยความเจ็บปวดนับวันยิ่งฝังรากลึกลงในหัวใจด้านชา “ผมทำให้เธอเสียใจ”นึกถึงใบหน้านองน้ำตา เสียงสะอื้นในวงแขน หัวใจเขายิ่งบีบรัดมากกว่าเดิมจนใบหน้าบิดเบี้ยว ตาแดงก่ำคลอหยาดน้ำสีใสสุรพลชะงัก หลุบสังเกตลู





