เข้าสู่ระบบ“ทว่า เรื่องนี้เอิกเกริกถึงเพียงนี้ เป็นไปไม่ได้ที่น้องสิบแปดจะไม่รู้ ตอนนี้อาจจะส่งคนไปจัดการแล้วก็เป็นได้”ฮ่องเต้หรี่พระเนตรลงฉู่หนิงไม่ได้ผู้รับผิดชอบเรื่องนี้ จะทราบเรื่องไวขนาดนั้นได้อย่างไร?ขณะที่กำลังไตร่ตรอง หัวหน้าขันทีจ้าวหมิงก็เดินเร่งร้อนเข้ามาจากตำหนักข้าง กระซิบข้างพระกรรณฮ่องเต้“ฝ่าบาท องค์ชายสิบแปดนำกองทัพม้าขาวไปขัดขวางรัชทายาทแคว้นจ้าวแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”ฮ่องเต้เลิกคิ้วขึ้น พระพักตร์เผยสีหน้าเข้าใจในบันดลมิน่าเล่า ฉู่หมิงถึงเข้าวังมารายงานด้วยตัวเอง ที่แท้ก็อยากให้ฉู่หนิงกับรัชทายาทแคว้นจ้าวปะทะกันฮ่องเต้จ้องมองฉู่หมิงอย่างลึกซึ้งปราดหนึ่งโดยไม่ตรัสอะไรองค์ชายรองรู้สึกถึงแรงกดดันที่ปกคลุมลงมาทันที ใจสั่นกลัว รีบก้มหน้าเงียบ กลัวว่าเจตนาแฝงของตนจะถูกมองออกบรรยากาศภายในตำหนักแปลกประหลาดขึ้นมาในตอนนี้เอง มีเสียงตะโกนดังมาจากนอกตำหนัก “ให้ข้าเข้าไป ขืนยังชักช้า รัชทายาทของข้าจะมีอันตรายถึงชีวิต!”ฮ่องเต้ขมวดคิ้ว “ผู้ใดกำลังโหวกเหวกโวยวายอยู่ข้างนอก?”ทหารรักษาพระองค์ด้านนอกเข้ามารายงาน “ทูลฝ่าบาท เสนาบดีกรมพิธีการแคว้นจ้าว เกิ่งเฉิงคังพ่ะย่ะค่ะ”“ให้เขาเ
“หยุดหรือ?”ฉู่หนิงที่อยู่อีกฝั่งถนนยกมุมปากขึ้น เผยสีหน้าเย็นชา “เจ้าบอกให้รบก็รบ บอกให้หยุดก็หยุด คิดว่าที่นี่เป็นบ้านของเจ้าหรือไง!”“ฆ่า ฆ่าต่อไป!”“มีปัญหาอะไร ข้ารับผิดชอบเอง!”องค์รัชทายาทแคว้นจ้าวเป็นฝ่ายขอรบเอง โอกาสดีเช่นนี้ แน่นอนว่าต้องฆ่าให้หนักชาวบ้านที่มุงดูอยู่ไกล ๆ เห็นดังนั้นก็โห่ร้องยินดี ทุกคนตะโกนให้กำลังใจทัพอาชาขาวภาพตรงหน้าทำให้สีหน้าของจ้าวเทียนหลิงมืดคล้ำลงอย่างสิ้นเชิงไอ้ฉู่หนิงน่าตาย มันคิดจะฆ่าให้สิ้นซากจริง ๆ หรือ!“องค์รัชทายาท ตอนนี้จะทำอย่างไรดี หากสู้ต่อไปเช่นนี้ คนของเราจะตายที่นี่หมดนะพ่ะย่ะค่ะ!”เกิ่งเฉิงคัง เสนาบดีกรมพิธีการแคว้นจ้าวร้อนรนอย่างยิ่ง ใจลอยไร้สติ กระวนกระวายใจจนนั่งไม่ติดจ้าวเทียนหลิงสีหน้ามืดครึ้ม พูดอย่างเดือดดาล “แล้วจะให้ทำอย่างไรเล่า ก็ต้องส่งคนไปแจ้งฮ่องเต้ต้าฉู่น่ะสิ ตอนนี้มีเพียงเขาเท่านั้นที่สั่งให้ฉู่หนิงหยุดได้!”“ใช่ ๆ ๆ รีบไปแจ้งฮ่องเต้ต้าฉู่!”เกิ่งเฉิงคังได้สติ รีบสั่งการ “ใครก็ได้...”แต่พอคิดอีกที เรื่องใหญ่เช่นนี้ หากให้ทหารชั้นผู้น้อยไปแจ้ง เกรงว่าจะเสียเวลา“องค์รัชทายาท ข้าน้อยไปพระราชวังด้วยตนเอ
“หร่านหมิง!”“พ่ะย่ะค่ะ!”ฉู่หนิงยกมือขวาชี้ไปยังทหารม้าแคว้นจ้าว จิตสังหารแวบผ่านในแววตา กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบว่า“เจ้าพาทัพอาชาขาวไป ฆ่าได้เท่าไร ก็ฆ่าให้หมด!”หร่านหมิงสีหน้าฮึกเหิม “ข้าน้อยเข้าใจแล้ว!”จ้าวเทียนหลิงแสยะยิ้มข่มขวัญก่อนศึกหรือ?ใครใครก็ทำเป็น!“แม่ทัพมู่หรงเจ๋อ!”“พ่ะย่ะค่ะ!”“ศัตรูมากี่คน เจ้าก็ฆ่าให้หมด!”“ข้าน้อยรับคำสั่ง!”ทันใดนั้น แม่ทัพทั้งสองฝ่ายก็นำกองกำลังเข้าโรมรันพันตูกันบนถนนกว้าง“บุก!”“ฆ่า!”ชั่วพริบตา เสียงสังหารดังกึกก้อง ต่างฝ่ายต่างพุ่งเข้าหาคู่ต่อสู้พร้อมจิตสังหารเต็มร่างแต่ทันทีที่ทั้งสองฝ่ายเข้าใกล้กัน ทหารม้าแนวหน้าของทัพอาชาขาวกลับยกมือซ้ายขึ้นพร้อมกันฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!หน้าไม้กลขนาดเล็กที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษถูกมัดไว้บนท่อนแขน ครั้นลั่นไก ลูกศรคมก็พุ่งออกอย่างพร้อมเพรียง เสียงหวีดหวิวดังก้องหูทหารม้าแคว้นจ้าวที่อยู่แถวหน้าตั้งตัวไม่ทัน ล้มลงเป็นจำนวนมากในพริบตาม้าศึกที่สูญเสียเจ้านายหยุดการพุ่งโจมตี ชะงักอยู่กับที่ ถนนที่เดิมทีก็ไม่กว้างนักจึงแออัดขึ้นในทันทีทหารม้าแคว้นจ้าวที่อยู่ด้านหลังตกที่นั่งลำบาก บุกต่อก็มีแ
“ลงจากม้ามาทำความเคารพหรือ?”แววตาฉู่หนิงเย็นเยียบ บนใบหน้าปรากฏแววเย้ยหยัน “เจ้าจะเป็นองค์รัชทายาทก็จริง แต่เจ้าเป็นองค์รัชทายาทแคว้นจ้าว ส่วนข้าเป็นองค์ชายแคว้นฉู่ ไยต้องคำนับเจ้า?”“ยิ่งไปกว่านั้น เมืองแนวหน้าสิบแห่งของเจ้า ถูกกองทัพใต้บัญชาของข้ายึดไว้แล้ว ผู้พ่ายแพ้เมื่อพบข้า กล้าโอหังเช่นนี้ได้อย่างไร?”คิดจะใช้อำนาจข่ม ก็ต้องดูว่าเจ้ามีอำนาจหรือไม่!คิดจะใช้ฐานะกดหัว น่าเสียดาย ที่นี่คือเมืองหลวงแคว้นฉู่!ข้าไม่หลงกลอุบายของเจ้า!“ฉู่อ๋องช่างปากกล้าคมคายนัก!”จ้าวเทียนหลิงแสยะยิ้ม บนใบหน้าปรากฏจิตสังหารแวบหนึ่ง “เจ้าก็แค่อาศัยการลอบโจมตียึดเมืองของแคว้นเราไป มีอะไรให้อวดอ้าง?”“คอยดูเถิด ไม่เกินหนึ่งเดือน แคว้นเราจะชิงเมืองทั้งสิบคืนกลับมาให้ครบถ้วน!”น้ำเสียงเต็มไปด้วยความมั่นใจแต่สีหน้าฉู่หนิงกลับเต็มไปด้วยแววหยามเหยียด “หากมีความสามารถเช่นนั้น เจ้าก็คงไม่มายืนอยู่ที่นี่เพื่อขอสมรสเชื่อมไมตรีกับแคว้นเรา”“องค์รัชทายาทแคว้นจ้าวผู้ยิ่งใหญ่ กลับมาระบายอารมณ์ใส่ชาวบ้านแคว้นข้า เพราะพ่ายแพ้ในศึกแนวหน้า คนจิตใจคับแคบเช่นเจ้า คุณธรรมไม่คู่ควรกับตำแหน่ง”“ตอนนี้ เจ้าให้คน
หร่านหมิงที่อยู่ข้าง ๆ ถึงกับเบิกตากว้าง จิตสังหารวาบผ่าน คำรามว่า “ท่านอ๋อง พวกมันรังแกกันเกินไป ให้ข้านำคนไปสกัดพวกมันเถิด!”ฉู่หนิงหรี่ตา “ไม่ต้องรีบ!”“แต่...”“ข้าบอกว่า ไม่ต้องรีบ!”น้ำเสียงของฉู่หนิงเย็นเยียบ ชวนให้รู้สึกเหมือนตกสู่บ่อน้ำแข็ง ทำให้หร่านหมิงตกใจจนหดคอ ไม่กล้าพูดต่ออีกในเวลานี้เอง จ้าวเทียนหลิงที่อยู่บนถนนก็สังเกตเห็นการมาถึงของฉู่หนิงและทัพอาชาขาวผู้บังคับการทหารม้าข้างกาย มู่หรงเจ๋อขมวดคิ้ว “องค์รัชทายาท จากการแต่งกายของฝ่ายตรงข้าม น่าจะเป็นทัพอาชาขาวใต้บัญชาของฉู่หนิง คนที่นำหน้าสวมฉลองพระองค์ยศอ๋อง คงเป็นฉู่หนิงพ่ะย่ะค่ะ”“ดูจากท่าทีแล้ว น่าจะคิดสกัดพวกเรา ตามความเห็นของข้าน้อย หยุดแต่เพียงเท่านี้เถิด จะยังไงที่นี่ก็เป็นเมืองหลวงของพวกเขา”แต่จ้าวเทียนหลิงได้ยินแล้วกลับแสยะยิ้ม “ข้าต้องการให้เขาปรากฏตัว ในเมื่อมาแล้ว เช่นนั้นก็ให้เขาได้รู้รสสักหน่อย เพื่อชำระความแค้นที่เขายึดเมืองสิบแห่งของแคว้นเรา!”“ไปบอกพวกทหาร ทุบต่อไป!”เมืองหลวงแล้วอย่างไร ข้าก็จะทุบทำลายทุกอย่างบนถนนเส้นนี้ต่อหน้าฉู่หนิงนี่แหละ!มู่หรงเจ๋อเปลี่ยนสีหน้าเล็กน้อย “องค์รัชทายาท
“องค์รัชทายาทแคว้นจ้าวควบม้าอาละวาดกลางถนนหรือ?”ห้องรับแขก จวนฉู่อ๋องฉู่หนิงมองขุนนางกรมพิธีการเผิงเม่าเสวียที่มาขอความช่วยเหลือตรงหน้า สีหน้าเผยความสงสัย “พี่รองเป็นผู้รับผิดชอบการต้อนรับเขาอยู่แล้ว เหตุใดพี่รองไม่จัดการ เจ้ากลับมาขอให้ข้าช่วยแทน?”องค์รัชทายาทแคว้นจ้าวเอ่ยชื่อชัดเจนว่าต้องการพบท่าน ไม่คิดจะสนใจองค์ชายรองเลย”“อีกอย่างองค์รัชทายาทแคว้นจ้าวยังบอกว่า เขาจะมาหาท่านที่จวนอ๋อง องค์ชายรองไม่กล้าขัดขวาง”“เกิดเรื่องนี้ขึ้น องค์ชายรองก็ประหลาดใจเช่นกัน บัดนี้มุ่งหน้าไปวังหลวงขอเข้าเฝ้าฝ่าบาทเพื่อขอพระบัญชาว่าควรจัดการอย่างไรดี”ไปขอพระบัญชาที่พระราชวังหรือ?ฮึ กว่าจะขอพระบัญชาเสร็จ เรื่องราวก็คงสายเกินไปแล้วทหารม้าควบอาละวาดกลางถนน ย่อมทำให้ทั้งเมืองหลวงอลหม่านไปหมดแน่หากไม่รีบสกัดกั้น ไม่เพียงแต่เสียศักดิ์ศรีราชวงศ์ ยังจะยิ่งทำให้คณะทูตแคว้นจ้าวกำเริบเสิบสานอีกด้วยฉู่หนิงหรี่ตาลง แววเหี้ยมโหดวาบผ่าน แล้วตะโกนออกไปนอกห้อง “หร่านหมิง!”“ท่านอ๋อง!” หร่านหมิงผู้มีร่างสูงกำยำเข้ามาประสานมือคำนับ“เรียกระดมทัพอาชาขาวทันที ให้พวกเขาพกหน้าไม้กล ตามข้าไปสกัดคณะทูตแคว


![จะไม่ทนกับบทบาทนางร้าย [รีไรท์ตอนจบ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




