แชร์

บทที่ 5 เขาไม่เคยรักนางเลย

ผู้เขียน: ซีไซต์
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-06 22:55:54

 

มู่หยางโหวแต่งภรรยาเอกจัดพิธีอย่างยิ่งใหญ่จนคนกล่าวถึงทั่วทั้งเมืองหลวง นั่นเป็นเพราะว่าคนที่ช่วยจัดการงานพิธีล้วนเป็นคนจากวังหลวงด้วยกันทั้งสิ้น

ความโปรดปรานที่ฝ่าบาทและไทเฮามีต่อเสิ่นอวี้หลันมีมากเพียงใดนั้นทุกคนล้วนประจักษ์ด้วยสินเดิมที่ยาวเหยียดเต็มถนนถึงสี่สาย

ทว่าหลังจากผ่านพิธีการแต่งงานแล้ว คืนนั้นทั้งคืนมู่หยางที่เข้ามาในเรือนหอกลับไม่ยอมนอนร่วมเตียงกับนาง

เขาเปิดผ้าคลุมหน้าของนางออก เสิ่นอวี้หลันเอียงอายทว่าเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมนางต้องกลั้นหายใจด้วยเกรงว่าเขาจะใช้กระบี่แทงนางให้ตาย

“เสิ่นอวี้หลันเป็นเจ้าใช่หรือไม่ที่ไปขอสมรสพระราชทานจากฝ่าบาท ไยต้องทำเช่นนั้น”

“ท่านโหว...”

เสิ่นอวี้หลันพูดไม่ออกแล้ว ไม่คิดว่าจู่ ๆ เขาจะพูดเรื่องนี้ขึ้นมา เขาจ้องนางเหมือนเป็นศัตรูตัวร้าย เสิ่นอวี้หลันกลืนความเจ็บปวดลงท้องเอ่ยเสียงแข็ง

“ใช่เป็นข้าเอง ข้ารักท่าน รักตั้งแต่วันนั้นที่ท่านช่วยข้า ท่านโหวท่านไม่คิดเหมือนกันหรือว่าท่านกับข้ามีวาสนาต่อกัน”

เขายกมุมปากคล้ายจะหยัน

“วาสนาหรือ ชีวิตของข้ามู่หยางช่วยคนมามากมายนัก หากเจ้าคิดว่าข้าเพียงบังเอิญได้ช่วยเจ้าเอาไว้ในวันนี้เป็นวาสนา เช่นนั้นข้าก็ย่อมมีวาสนากับสตรีนับไม่ถ้วน เดิมทีข้ายังเห็นเจ้าเป็นเพียงสตรีอ่อนแอผู้หนึ่ง ทว่าการกระทำของเจ้าทำให้ข้าเห็นแล้วว่าเจ้าร้ายกาจเพียงใด”

“ขะ ข้าทำสิ่งใดจึงทำให้ท่านกล่าวหาข้าเพียงนี้”

“เสิ่นอวี้หลันก่อนเข้าจวนของข้า เจ้าส่งคนมาข่มขู่อนุทำร้ายสตรีอ่อนแอพวกนั้นจนพวกนางต้องมาคุกเข่าขอออกจากจวน เจ้ากล้าปฏิเสธหรือ ถึงพวกนางจะไม่พูดว่าด้วยเหตุใดแต่ข้าก็มิได้โง่เขลาดั่งเช่นที่เจ้าคิด”

สตรีของเขาถูกข่มขู่จากหลานสาวที่ฝ่าบาทโปรดปราน แม้เขาจะสงสารเห็นใจคิดจะปกป้อง แต่พวกนางก็หวาดกลัวเสิ่นอวี้หลันจนหอบเสื้อผ้าหนีไปแล้ว

เสิ่นอวี้หลันยอมรับนางเป็นคนข่มขู่สตรีเหล่านั้นจริง ก่อนหน้านี้มู่หยางโหวมีอนุอยู่ในจวนสามคน ทุกคนล้วนเป็นสาวใช้ในจวนมาก่อน นางย่อมทนไม่ได้ที่จะแบ่งบุรุษของนางกับสตรีมากหน้าเหล่านั้น เสิ่นอี้หลันจึงจัดการเสี้ยนหนามให้พ้นไป

คาดไม่ถึงว่าเขาจะรู้เรื่องเหล่านี้ ในเมื่อความจริงถูกเปิดเผยเสิ่นอวี้หลันจึงยอมรับอย่างองอาจ

“ใช่เป็นข้าเองที่ทำ ใครใช้ให้พวกนางอ่อนแอไม่ยึดมั่นในรักที่มีต่อท่าน ข้าเพียงเสนอข้าวของเงินทองพวกนางก็ตกลงอย่างง่ายดาย”

น้ำเสียงของเขาแข็งกร้าว

“เจ้าตบตีพวกนางเพียงนั้นทำให้พวกนางหวาดกลัว เสิ่นอวี้หลันเจ้าคิดว่าตนเองมีฝ่าบาทหนุนหลังจึงกล้าทำเรื่องเลวทรามเช่นนี้ใช่หรือไม่”

นางตอบโต้ทันใด

“ใช่ข้าใช้อิทธิพลของฝ่าบาทแล้วอย่างไร ก็ใครใช้ให้นางบางคนปากดีเล่า ข้าจำเป็นต้องสั่งสอนในฐานะภรรยาเอกของท่าน เป็นพวกนางที่อดทนไม่ได้เอง”

เสิ่นอวี้หลันตอบตามตรง นางมิใช่สตรีที่ชอบเรียกร้องความเห็นใจ หรือเป็นประเภทคนอ่อนหวานที่ต้องใช้น้ำตาหลอกล่อคน

นางเป็นสตรีที่ชอบพูดตรง ๆ หากนางชอบก็คือชอบไม่มีปิดบังความรู้สึก หากนางลงมือทำนางก็ย่อมยืดอกยอมรับไม่ปิดบังความผิดเช่นกัน

“เจ้ามันคนไร้สำนึก ข่มเหงผู้อื่นเพียงนี้ยังกล้าลอยหน้าลอยตาไม่เกรงกลัวความผิด”

เสิ่นอวี้หลันจ้องเขากลับไม่สะทกสะท้านหรือรู้สึกผิดแม้แต่น้อย

“ท่านโหวข้าทำเพราะข้าไม่อาจทำใจแบ่งท่านกับผู้ใดได้จริง ๆ ข้ารักท่าน ข้าทำเพื่อท่านเพียงนี้ท่านยังไม่เห็นใจข้าอีกหรือ”

“เจ้าคิดว่าสิ่งที่ทำนั้นดีหรือ ข้าจะบอกเจ้าให้รู้ว่ามันน่ารังเกียจยิ่งนัก ข้าขอเตือนเจ้าก่อนว่าอีกสามเดือนให้หลังข้าจะแต่งหลี่ซินมาเป็นภรรยารองแล้ว หากเจ้ากล้าแตะต้องนางแม้แต่ปลายนิ้ว อย่าหาว่าข้ารังแกเจ้าเป็นอันขาด”

“ท่านโหว อย่างไรนางก็เป็นญาติผู้พี่ บิดาของข้าก็รักนางเพียงนั้นข้าจะกล้าทำอันใดนางได้ ทว่าหากนางกล้าลงมือกับข้า ข้าบอกท่านไว้ก่อนว่าข้าก็ไม่ปรานีนางเช่นกัน”

“หลี่ซินไร้บิดามารดา ไร้คนหนุนหลังเป็นสตรีอ่อนแอจิตใจดีเพียงนั้นเจ้ายังคิดว่านางจะสามารถทำอันใดเจ้าได้ เจ้ากับนางไม่เหมือนกันแม้แต่น้อย”

หัวใจของเสิ่นอวี้หลันปวดแปลบ

“ใช่ ข้าก็คือข้า นางก็คือนาง ไม่เหมือนกันแม้แต่น้อยท่านอย่าเอานางมาเปรียบกับข้า”

เสิ่นอวี้หลันที่ถอยให้หลี่ซินเพียงนี้ก็นับว่านางทำเต็มที่แล้ว บุรุษในดวงใจตรงหน้าลุกขึ้นยืนช้า ๆ เขาทำท่าจะถอยหลังเสิ่นอวี้หลันจึงเอ่ยว่า

“ท่านโหว ท่านลืมแล้วหรือว่าคืนนี้เป็นคืนเข้าหอของพวกเรา”

เขามองเจ้าสาวผู้งดงามพร้อมกับสะบัดใบหน้าแล้วเดินตรงไปยังตั่งตัวยาวที่วางอยู่ริมหน้าต่าง

เสียงเยือกเย็นเอ่ยขึ้น

“เจ้าบีบบังคับข้าด้วยสมรสพระราชทานจนข้าไร้ทางออกต้องรับเจ้าเข้าจวน ทว่าตั้งแต่นี้ต่อไปข้าจะไม่มีวันปล่อยให้เจ้าบังคับได้อีก เสิ่นอวี้หลันข้าจะไม่มีวันแตะต้องเจ้า หากเจ้าทนไม่ไหวหนังสือหย่าของข้าพร้อมมอบให้เจ้าเสมอ”

วาจาของเขาช่างกรีดแทงใจยิ่งนัก นางเฝ้ารอคอยที่จะแต่งเข้าจวนเขาด้วยความตื่นเต้นยินดีกระทั่งนอนไม่หลับ ทว่าบัดนี้สามีที่เพิ่งเข้าพิธีสมรสกับนางกลับเอ่ยถึงเรื่องหย่า

“ท่านหมายความว่าอย่างไร”

ถ้อยคำที่ตอบหนักแน่นยิ่งนัก

“ข้าไม่ได้รักเจ้า ข้าไม่มีวันรับสตรีร้ายกาจเช่นเจ้าเข้ามาเป็นภรรยาอย่างเด็ดขาด เสิ่นอวี้หลันต่อไปพวกเราต่างคนต่างอยู่ และข้าจะทำให้เจ้าได้รู้ว่าต่อให้เจ้ามีฝ่าบาทหนุนหลังเจ้าก็ไม่มีวันได้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เจ้าต้องการ”

คืนนี้ทั้งคืนเสิ่นอวี้หลันนอนไม่หลับ มู่หยางนอนอยู่ที่ตั่งยาวข้างหน้าต่างโดยไม่แตะต้องนางเลยแม้แต่น้อย เสิ่นอวี้หลันเจ็บปวดจนร้องไห้ทว่านางกลับกลั้นเอาไว้ไม่ยอมเปล่งเสียงออกมาให้ผู้ใดจับได้

แม้ว่าเขาจะอยู่ตรงนี้เพียงแค่เอื้อมมือถึงแต่นางไม่อาจสัมผัสนางไม่อาจแตะต้อง นางโหยหาอ้อมกอดของเขาผู้เป็นสามีแต่สิ่งได้รับคือสายตาว่างเปล่าที่เห็นนางเป็นเพียงสิ่งที่ไร้ตัวตน สายตาของเขาทำให้นางเจ็บปวดเหลือเกิน

นางนอนมองเขาเงียบ ๆ อย่างที่สตรีโง่งมเพราะตกอยู่ในห้วงรัก แม้เขาจะกล่าววาจาให้นางเจ็บปวด แม้เขาจะบอกว่าเขามีใจให้สตรีอื่นเสิ่นอวี้หลันกลับไม่คิดถอยห่าง

ใช่ นางกำลังดวงตามืดบอด แม้จะรู้ตัวแต่นางก็รักเขาเกินจะถอนหัวใจ บัดนี้นางยังแต่งให้เขาแล้ว

โชคยังดีที่มีกฎหมายเว้นช่วงรับภรรยารองหลังรับภรรยาเอก ทำให้มู่หยางยังไม่อาจรับภรรยารองได้ทันทีหลังแต่งภรรยาเอก อย่างน้อยก็ต้องผ่านพ้นช่วงสามเดือนไปเสีย ก่อนช่วงเวลาที่เขาจะรับหลี่ซินเข้ามาเป็นภรรยารอง เสิ่นอวี้หลันคนนี้จะทำทุกอย่างเพื่อให้เขาใจอ่อน

นางจะทำทุกอย่างเพื่อให้เขารักนางให้ได้

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
ความคิดเห็น (1)
goodnovel comment avatar
เรณู มากดี
ขอเดาเรื่อง คนที่ลักพาตัวคุณหนูใหญ่เวิ่นคือ หลี่ซิน ในอนาคตหลี่ซินก็วางแผนเจ๊บตัวใส่ร้ายคุหนูใหญ่เวิ่น ท่านโหวก็ลำเอียงเข้าข้างหลี่ซิน ทำร้ายเมียเอก บลาๆๆๆ สุดท้ายคุณหนูใหญ่ยอมถอยอต่ท่านโหวเกิดลังเล และรู้ใจตนว่ารักเธอเข้าแล้ว จนในที่สุดก็รู้ว่าหลี่ซินคือดอกบัวขาว.........
ดูความคิดเห็นทั้งหมด

บทล่าสุด

  • สตรีร้ายกาจผู้นี้จะเลิกรักท่านเอง!   บทที่ 45 ฝันเป็นจริง (ตอนจบ)

    หลังจากที่มู่หยางหายดี ก็ถึงเวลาที่เขาต้องพาภรรยากลับจิ้งโหยว เสิ่นอวี้หลันจึงกลับจวนไปกล่าวลาบิดามารดาหลังได้รับคำอวยพรนางจึงจากลามาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม การเดินทางไปจิ้งโหยวครานี้ล้วนดียิ่งนักเพราะสามีนั่งอยู่ในรถม้าคันเดียวกันกับนางไม่ห่างจากกายของนางเลยแม้แต่น้อยเมื่อไปถึงจิ้งโหยว จางเฟิ่นก็มารายงานว่าหลี่ซินกินยาพิษฆ่าตัวตายไปได้หลายวันแล้ว หลังจากที่นางได้ข่าวว่าพี่ชายของนางได้ตายไปในตอนเกิดเหตุการณ์แย่งชิงตัวประกันในครานั้นเสิ่นอวี้หลันคิดถึงความฝันของตนเอง ในฝันยามนั้นหลี่ซินใช้มีดแทงท่านโหวเพราะบอกว่าพี่ชายของนางตายด้วยเงื้อมมือของท่านโหวตอนนี้ความฝันของนางก็เป็นจริงเรื่องหนึ่งคือพี่ชายของนางถูกท่านโหวสังหารและตายไปแล้วจริง ๆเพราะกลับไปเมืองหลวงนาน เมื่อกลับมาท่านโหวจึงมีงานค่อนข้างมาก ยามนี้เขาไปที่ชายแดนเพื่อสะสางปัญหาโจรร้ายเสิ่นอวี้หลันอยู่กับแม่สามีและถิงถิงอย่างมีความสุข มู่หยางไม่ได้โกหกนางเรื่องที่เขาเปลี่ยนจวนสกุลมู่ที่จิ้งโหยวให้กลายเป็นสวนดอกไห่ถังไปแล้วดอกไห่ถังนานาชนิดจึงถูกปลูกเอาไว้ที่นี่ ทั้งเขายังปลูกดอกไม้ต้นไม้ที่ทนความหนาวหลายชนิดไว้จนเต็มจวนตื่นเช้าม

  • สตรีร้ายกาจผู้นี้จะเลิกรักท่านเอง!   บทที่ 44 หลานสาวที่รักของฝ่าบาท

    นายกองคนนั้นที่ห้ามเสิ่นอวี้หลันไม่ให้ไปพบมู่หยางโหวจึงอาสานำทางด้วยตนเองหวังทำความดีลบล้างความผิด เขาจึงรีบวิ่งตามเสิ่นอวี้หลันและนำทางสตรีนางนั้นอย่างนอบน้อมฝ่าบาทเองไม่ได้มาที่ค่ายทหารนอกวังหลวงนานแล้ว ค่ายแห่งนี้เป็นกองกำลังที่ตั้งเอาไว้คอยปกป้องวังหลวงเป็นด่านสุดท้ายเพื่อไม่ให้ศัตรูรุกรานเข้ามาพระองค์ทรงเดินดูรอบ ๆ ค่าย ยังให้เหล่านายกองเข้าเฝ้าใกล้ชิดร่วมดื่มสุราด้วยกันโดยไม่ถือพระองค์แม้แต่น้อยเพียงแต่สีหน้าของฝ่าบาทอ่อนเพลียยิ่งนัก เมื่อคืนทรงงานหนักทั้งคืนหลานสาวตัวดีก็คอยนั่งเฝ้าเช้ามาวันนี้พระองค์ไม่ได้ออกว่าราชการ เสิ่นอวี้หลันกลับกล้าหาญลากพระองค์มาที่นี่เพื่อพบคนเห็นแก่ความชอบของมู่หยางโหวที่ครานี้จับตัวการใหญ่สายลับซึ่งเป็นหัวหน้าและมีตำแหน่งเป็นถึงองค์ชายแห่งแคว้นเหลียนได้สำเร็จ พระองค์จึงทรงอยากมาเยี่ยมเขาด้วยตนเองประตูห้องพักของมู่หยางถูกเปิดออก ก่อนที่เขาจะได้รับคำสั่งให้ไปกินที่ดินศักดินาที่จิ้งโหยวเขาเคยคุมค่ายแห่งนี้มาก่อนถึงอำนาจจะเปลี่ยนมือแล้วทว่าทุกคนในค่ายทหารก็เคารพเขาประดุจเขาคือผู้ปกครองค่ายเช่นเดิมนางถลาเข้าไปภายในนายกองผู้นั้นก็สั่งให้ทหารที่คอย

  • สตรีร้ายกาจผู้นี้จะเลิกรักท่านเอง!   บทที่ 43 รู้เอาไว้ข้าคือใคร

    เกือบสิบวันต่อมามู่หยางโหวก็ยังไม่กลับจวน เขาส่งข่าวให้นางเพียงแต่ว่าสบายดีทว่าเสิ่นอวี้หลันก็ยังร้อนรนยิ่งนัก และในที่สุดนางก็รู้แล้วว่ามู่หยางอยู่ที่ใด ที่แท้เป็นซู่หยวนที่หลุดปากเอ่ยออกไปยามมาเยี่ยมนางมู่หยางได้รับบาดเจ็บสาหัสที่แผ่นหลัง ไม่อยากให้นางกังวลจึงแอบรักษาตัวในค่ายทหารนอกเมืองหลวง หวังให้แผลทุเลาก่อนค่อยจะกลับมาหานางเสิ่นอวี้หลันเดือดดาลนักที่ทุกคนปกปิดข่าวเรื่องเขาได้รับบาดเจ็บไม่ให้นางรู้หลายวันมานี้นางได้แต่นอนกระสับกระส่ายเพราะเป็นห่วงเขาจนเกือบจะกรีดร้องออกมาคล้ายคนบ้าและแล้ววันนี้หลังรู้ว่าสามีของนางอยู่ที่ใดนางจึงไม่ทนแล้ว“ถิงถิงข้าจะไปค่ายทหารนอกเมือง”ถิงถิงสั่งให้คนขับรถม้าของจวนพาเสิ่นอวี้หลันออกไป ไม่มีผู้ใดสามารถปฏิเสธคำขอของเสิ่นอวี้หลันได้พวกเขาจึงพานางออกจากจวนพร้อมด้วยหน่วยอารักขานับร้อยที่ล้อมหน้าล้อมหลังขบวนของนางยิ่งใหญ่กว่าขบวนเสด็จของท่านอ๋องผู้หนึ่งเสียอีกเสิ่นอวี้หลันไปถึงค่ายทหารที่มู่หยางโหวพักรักษาตัวในเวลาเย็นย่ำทว่านางไม่อาจเข้าไปได้เพราะค่ายทหารแห่งนี้ไม่อนุญาตให้สตรีคนใดเข้าไป“แม้แต่ฮองเฮาก็ไม่อาจเข้าไปได้หากไม่มีคำสั่งจากฝ่าบาทขอ

  • สตรีร้ายกาจผู้นี้จะเลิกรักท่านเอง!   บทที่ 42 ห่วงท่าน

    ช่วงสายของวันสตรีร่างเล็กก็ไม่ยอมตื่น เขาปลุกนางเพราะห่วงกลัวนางจะหิว ช่วยปรนนิบัติให้นางล้างหน้าบ้วนปากด้วยท่าทางกระฉับกระเฉงเสิ่นอวี้หลันถูกสามีกอดประคองป้อนข้าวป้อนน้ำราวกับเด็กทารก เขาป้อนเสร็จก็จุมพิตนางหนึ่งครั้ง ป้อนน้ำเสร็จก็จูบนางอีกหลายที กินเสร็จแล้วนางก็นอน แทบไม่ขยับร่างกายด้วยความรู้สึกปวดเอวเจ็บสะโพกเมื่อคืนท่านโหวเห็นว่านางยินยอม เขาเองก็ติดใจยิ่งนักจึงได้ทำกับนางอีกหลายหนตอนทำครั้งแรกเจ็บยิ่ง ตอนหลังชักจะรู้สึกดีและสนุกคาดไม่ถึงว่าผลลัพธ์ในวันนี้จะทำให้นางรู้สึกปวดร้าวเหมือนจะมีไข้นางยังแสบช่วงระหว่างขา นั่นเพราะความใหญ่โตของเขาที่นางฝืนรับเข้ามาจึงทำให้คล้ายจะมีอาการป่วยท่านหมอซู่หยวนถูกเรียกเข้าจวน ทว่าเมื่อเสิ่นอวี้หลันรู้ว่าเป็นผู้ใดมารักษานาง มู่หยางก็ถูกนางปาหมอนใส่หน้าทันใดเขาปิดประตูแล้วอุ้มหมอนออกไปนอกห้อง เอ่ยอย่างร้อนรน“พี่ซู่ หลันเอ๋อร์ไม่ยอมให้ท่านตรวจร่างกาย ข้าไม่เข้าใจแค่ตรวจภายนอกเท่านั้น ไม่ได้ตรวจภายในสักหน่อย”ซู่หยวนหัวเราะ มองใบหน้าที่ถูกภรรยาข่วนของเขาแล้วเอ่ยว่า“ท่านโหว นางอายเพียงนั้นจะยอมให้ข้าตรวจได้อย่างไร ทว่าข้าจัดยานี่ไว้ให้นางแ

  • สตรีร้ายกาจผู้นี้จะเลิกรักท่านเอง!   บทที่ 41 ห่วงใย

    เขาไม่รอช้าตวัดผ้าห่มออกจากร่างบางทันใด เสิ่นอวี้หลันตั้งหลักไม่ทันทว่าถูกเขาทาบทับลงมาแล้ว“คนดีของข้า เจ้าช่างงดงามไปทั้งร่างกาย”น้ำเสียงของท่านโหวแหบพร่าบ่งบอกอารมณ์ที่ปะทุจนไม่อาจข่มไว้ได้อีกต่อไป เขาประทับจุมพิตบดเบียดริมฝีปากหอมกรุ่น ครานี้ลิ้นดุดันรุกรานแยกริมฝีปากบางออกจากกัน ลิ้นอุ่นลื่นฉกฉวยดูดดึงลิ้นอ่อนหวานของนางอย่างดูดดื่มหยอกเย้ายามนี้แสงสว่างกำลังเล็ดลอดเข้ามา แม้จะมองเห็นนางไม่ได้เต็มที่ทว่านางก็ทำให้เขาร้อนรุ่มยิ่งนักเสิ่นอวี้หลันยกมือปิดใบหน้าตนเอง อับอายแทบมุดแผ่นดินหนีเขาแสดงความห่วงใย“ข้าจะตามเจ้าแล้ว ถอดเป็นเพื่อนเจ้า ไม่ต้องกลัวข้าย่อมรักษาสัญญา”การรักษาสัญญานี้ดียิ่งนักสำหรับเขา แต่ทำให้ร่างกายของนางยิ่งกลายเป็นสีชมพูเข้มอับอายจนพูดไม่ออกผู้ใดต้องการคำสัญญาถอดเสื้อผ้าของท่านกันเล่า!หลังจากนางเห็นร่างกายอันงดงามของสามีก็ต้องตกตะลึง รูปร่างของเขาเต็มไปด้วยมัดกล้ามงดงามได้สัดส่วน ทั้งยังสูงโปร่งหล่อเหลาจนไม่อาจละสายตานางตกใจดวงตาเบิกค้างเมื่อไต่สายตาลงมาเรื่อย ๆ จนพบเห็นสินค้าชิ้นใหญ่ที่กำลังถูไถอยู่ตรงหน้าขาของนาง“ทะ ท่านโหว ขะ แข็งยิ่ง”“อืม ข้าดีใจท

  • สตรีร้ายกาจผู้นี้จะเลิกรักท่านเอง!   บทที่ 40 หลง

    วันนี้เสิ่นอวี้หลันอารมณ์ดีเป็นอย่างยิ่ง นางตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดของมู่หยาง เอ่ยทักทายเขาบนเตียงเป็นครั้งแรกในชีวิต“อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะ ท่านโหว”“หลันเอ๋อร์อรุณสวัสดิ์”นางฟังเสียงนุ่มทุ้มของเขาด้วยความรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ จากนั้นนางก็ทำท่าจะลุกขึ้นอย่างขัดเขิน เมื่อคืนนี้เขาไม่ล่วงเกินนางอันใดนอกจากเฝ้าวนเวียนจุมพิตและนอนกอดเอาไว้แนบอกก่อนหน้านี้อยู่กับเขามาเนิ่นนานนางกลับไม่เคยรู้สึกตื่นเต้นเพียงนี้ บัดนี้นางสับสนและวุ่นวายหัวใจจนไม่รู้ว่าจะวางมือวางเท้าไว้ที่ใดเมื่อนางลุกขึ้นจู่ ๆ เขาก็คว้าเอวของนางมากอดและทาบทับเอาไว้เขาจูบที่ริมฝีปากของนางแผ่วเบาพร้อมกับอมยิ้ม“อากาศหนาวยิ่งฟ้าเพิ่งสางจะรีบตื่นไปที่ใดหรือ”เสิ่นอวี้หลันไปอยู่กับเขามาเป็นปี แม้นางอยากจะตื่นสายแต่ร่างกายเคยชินที่จะตื่นเช้าไปแล้วดังนั้นทุกวันนางจึงจะตื่นเช้ามารดน้ำพรวนดินดอกไม้ กินอาหารเช้าแล้วค่อยมางีบตอนกลางวัน“ขะข้าจะไปล้างหน้าแล้วไปรดน้ำดอกไห่ถัง”เขากระตุกมือเล็กน้อย พริบตาเดียวก็ล้มลงบนที่นอนและปล่อยให้เขากกกอดทาบทับเสียแล้ว“เรื่องพวกนั้นให้บ่าวทำเถิด”“ขะ ข้า”“น้องหญิงอยู่กับพี่นอนให้สบายเถิด”นางยกมือดันเ

  • สตรีร้ายกาจผู้นี้จะเลิกรักท่านเอง!   บทที่ 9 เจ็บเกินทน

    ยามเช้าวันนี้เสิ่นอวี้หลันไม่ได้ออกมาส่งเขาเช่นทุกวัน เขามองหานางด้วยความเคยชินกระทั่งมีบ่าวคนหนึ่งมารายงาน“ท่านโหว ฮูหยินล้มป่วยขอรับ ฮูหยินอันให้ข้าน้อยมาตามท่านไปดูอาการขอรับ”สีหน้ายามแรกที่ได้ยินข่าวดูเหมือนจะตกใจอยู่บ้าง ทว่าเวลาต่อมาก็สีหน้าก็ราบเรียบเย็นชาเช่นเดิม“ป่วยหรือ ไยป่วยได้”“เมื

  • สตรีร้ายกาจผู้นี้จะเลิกรักท่านเอง!   บทที่ 8 กลับบ้านเดิม 2

    ทั้งหมดนี้ล้วนทำเพื่อบุรุษเพียงคนเดียวนั่นก็คือมู่หยางโหวสามีที่ไม่เคยแตะต้องนางเลยแม้แต่คราเดียวเสิ่นอวี้หลันทำตามคำพูดของตนเอง บัดนี้นางเปลี่ยนตนเองครั้งใหญ่เพื่อให้เขาเห็นนางอยู่ในสายตากระทั่งถิงถิงสาวใช้ที่เติบโตมาพร้อมกันกับนางยังอดที่จะชื่นชมในความรักอันบ้าคลั่งของคุณหนูไม่ได้วันนี้มู่หยาง

  • สตรีร้ายกาจผู้นี้จะเลิกรักท่านเอง!   บทที่ 7 กลับบ้านเดิม1

    หลังจากวันนั้นถิงถิงก็ไปคุกเข่าขอร้องฮูหยินใหญ่เงียบ ๆ เพื่อให้ช่วยสั่งสอนคุณหนูของตน“เจ้าเป็นบ่าวที่ดียิ่งนัก เอาเถิดอย่างไรนางก็เป็นลูกสะใภ้ ข้าเห็นนางยังพอขัดเกลาได้ด้วยเพราะมีใจให้แก่บุตรชายข้าจนยอมทำทุกสิ่ง เรื่องพวกนี้เจ้าไม่ต้องกังวลแล้ว ข้าจะสั่งสอนนางเอง เจ้ากลับไปดูแลคุณหนูของเจ้าเถิด”ถ

  • สตรีร้ายกาจผู้นี้จะเลิกรักท่านเอง!   บทที่ 6 เอาอกเอาใจ

    เช้าวันนี้ถิงถิงสาวใช้คนสนิทเข้ามาปลุกเสิ่นอวี้หลันแต่เช้ามืด“คุณหนูวันนี้ต้องไปคารวะแม่สามีนะเจ้าคะ”เสิ่นอวี้หลันนอนหันหลังยังคลุมโปง นางง่วงจนเกินทนกระทั่งถิงถิงเอ่ยว่า“คุณหนูเพิ่งแต่งวันแรกจะใช้นิสัยเดิมไม่ได้นะเจ้าคะ ท่านบอกจะทำให้ท่านโหวรักท่านมิใช่หรือ ตื่นเถิดเจ้าค่ะมิเช่นนั้นจะแพ้ญาติผู้

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status