Share

บทที่ 14 ฮ่องเต้พิโรธ

last update Tanggal publikasi: 2025-04-22 14:23:39

ไป๋จินเซียงมองตามนักฆ่าผู้นั้นไป เขาเป็นคนใช้ธนูยิงมันเองกับมือ เดิมทีเขาและจางเหยียนเหว่ยคิดจะมาเที่ยวเล่นในตลาด คอยสังเกตความเป็นไปของราษฎร และตั้งใจจะไปหาไป๋เหมยเหม่ยที่ร้านหม้อไฟเสียหน่อย แต่กลับพบว่ามีผู้คนวิ่งแตกตื่นกันชุลมุนวุ่นวายไปหมด เมื่อสอบถามความก็พบว่าเกิดเรื่องขึ้นที่ร้านของไป๋เหมยเหม่ย เดิมทีเขาคิดว่าเป็นการทะเลาะเพื่อแย่งซื้ออาหารกันเท่านั้น แต่เมื่อมาถึงกลับเหนือความคาดหมายยิ่งนัก กลับกลายเป็นว่ามีนักฆ่าคิดสังหารจางจิ้งเฉวียนและจางหนิงหนิง 

จางเหยียนเหว่ยขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะเดินตรงเข้ามาหาจางจิ้งเฉวียนและจางหนิงหนิง

“ครานี้พวกเจ้าคงหลาบจำแล้วกระมัง ออกมาโดยไม่มีทหารติดตาม มีเพียงองครักษ์ผู้เดียวติดตามมาเท่านั้น พวกเจ้าเห็นหรือยังว่ามีคนจ้องจะทำร้ายพวกเจ้า!!!”

“ท่านพี่ ข้าไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ ข้าขออภัยด้วย”

จางจิ้งเฉวียนเอ่ยด้วยท่าทีที่รู้สึกผิดไม่น้อย

ไป๋เหมยเหม่ยยืนจับกระทะเอาไว้พลางจ้องมองจางเหยียนเหว่ยสลับกับมองจางจิ้งเฉวียนและจางหนิงหนิง นางไม่คิดเลยว่ายามที่จางเหยียนเหว่ยโมโหแล้วจะน่ากลัวถึงเพียงนี้

ทุกคราที่ได้พบกันบนใบหน้าของเขาจะประดับด้วยรอยยิ้มและชอบเอ่ยวาจาหยอกเย้านางและคนอื่นๆ เล่น เขาดูเหมือนอ๋องเจ้าสำราญที่อารมณ์ดีตลอดเวลา นี่เป็นครั้งแรกที่นางเห็นว่าเขาโมโหและเคร่งเครียดเช่นนี้

เมื่อรู้ว่าจางจิ้งเฉวียนและจางหนิงหนิงเป็นใคร ไป๋เหมยเหม่ยก็วางตัวไม่ถูก เป็นจางหนิงหนิงที่เดินเข้ามาจับมือนางก่อนจะเอ่ย

“ไม่ต้องมากพิธีกับข้า ต้องขอบใจเจ้าที่กล้าหาญออกมาปกป้อง ข้าไม่มีสิ่งใดตอบแทน มีเพียงหัวใจและร่างกาย...”

“แฝดน้อง มันใช่เวลาหรือ!!!”

         จางจิ้งเฉวียนเอ่ยขัดน้องสาวตนทันที เขารู้หรอกนะว่าจางหนิงหนิงคิดจะเอ่ยสิ่งใด จางหนิงหนิงที่ถูกขัดก็หันมาถลึงตาใส่จางจิ้งเฉวียนคราหนึ่ง

         “วันนี้ขอบใจเจ้ามากนะแม่นาง”

         “เพคะ”

         นางยิ้มให้จางจิ้งเฉวียนคราหนึ่ง ก่อนจะหันมามองจางหนิงหนิงที่ยืนส่งยิ้มหวานให้นาง ไป๋เหมยเหม่ยที่ได้เห็นเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วมุ่น พลางครุ่นคิดในใจ

         เหตุใดองค์หญิงจึงมองนางเช่นนี้?

“พวกเจ้ารีบกลับวังไปเสีย ข้าจะให้ทหารของข้าติดตามไปอารักขาเจ้า”

“ขอรับท่านพี่ ข้าไปก่อนนะไป๋เหมยเหม่ย”

จางจิ้งเฉวียนพยักหน้าให้จางเหยียนเหว่ย ก่อนจะหันมาเอ่ยกับไป๋เหมยเหม่ยอย่างอ่อนโยน ด้านจางหนิงหนิงนั้นหันมาเอ่ยกับนางอีกหนึ่งประโยค

“แล้วพบกันใหม่นะแม่นางคนงาม”

ไป๋เหมยเหม่ยยิ้มให้คนทั้งสองคราหนึ่ง ก่อนจะมองพวกเขาจากไปจนลับสายตา 

จางเหยียนเหว่ยที่เห็นเช่นนั้นจึงหันมาเอ่ยกับไป๋จินเซียงด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา

“หากเรามาไม่ทันและเกิิดเร่ื่องขึ้นกับอาจิ้งและหนิงหนิง ข้าไม่อยากคาดคิดเลยว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นกับตระกูลไป๋ของเจ้า”

ไป๋จินเซียงที่ได้ยินเช่นนั้นก็เข้าใจในคำพูดของจางเหยียนเหว่ยในทันที 

หากพวกเขามาไม่ทันและจางจิ้งเฉวียนถูกสังหาร อีกทั้งยังถูกสังหารในร้านหม้อไฟของไป๋เหมยเหม่ยน้องสาวของเขา ย่อมต้องเกิดเรื่องใหญ่เป็นแน่ ฝ่าบาทจะต้องสงสัยว่าคนตระกูลไป๋มีส่วนในการลอบปลงพระชนม์องค์รัชทายาทและองค์หญิงของราชสำนัก แม้ที่ผ่านมาฝ่าบาทจะได้ชื่อว่าเป็นสหายสนิทกับท่านพ่อของเขา แต่อย่างไรย่อมระแวดระวังเหล่าขุนนาง เกรงว่าจะหวังโค่นล้มราชบัลลังก์

ตระกูลไป๋อาจจะถูกเนรเทศโทษฐานก่อกบฏ หรือที่แย่กว่านั้นก็คือการถูกสำเร็จโทษด้วยการประหารชีวิตทั้งตระกูล

เพียงแค่คิดก็น่ากลัวยิ่งนัก!!! แม้จะมีความดีความชอบในการปกป้องแว่นแคว้น แต่เมื่อใดที่ฝ่าบาททรงหวาดระแวง ก็ย่อมร่วงตกลงจากที่สูงลงมาสู่ที่ต่ำได้เช่นเดียวกัน

ไป๋เหมยเหม่ยเองก็ตกใจไม่ต่างกัน เรื่องราวมันเกิดขึ้นและผ่านไปอย่างรวดเร็วจนนางตั้งตัวไม่ติด นางรีบหันไปสั่งเฉียวเหลียนให้เก็บของในร้านทันที

“เหมยเหม่ย พี่จะส่งคนมาเฝ้าดูที่ร้านของเจ้า คล้ายว่าเมืองหลวงของเราจะเริ่มไม่ปลอดภัยเสียแล้ว”

ไป๋เหมยเหม่ยพยักหน้าให้ไป๋จินเซียงคราหนึ่ง ไม่ได้เอ่ยถามสิ่งใดต่อ

เมื่อกลับมาถึงจวนนางก็รู้สึกเหนื่อยล้าไม่น้อย จึงขอตัวไปนอนหลับพักผ่อนทันที

ข่าวเรื่องจางจิ้งเฉวียนและจางหนิงหนิงถูกลอบปลงพระชนม์นั้นล่วงรู้มาถึงพระเนตรพระกรรณของฮ่องเต้จางเหลียนไห่ ทำให้ทรงพิโรธไม่น้อย จึงมีคำสั่งเรียกตัวเหล่าขุนนางเข้าร่วมประชุมไม่เว้นแม้แต่จางเหยียนเหว่ย

ในท้องพระโรงยามนี้คล้ายมีเมฆหมอกหนาทึบปกคลุม เหล่าขุนนางต่างไม่กล้าแม้แต่จะหายใจดัง

“ช่างเหิมเกริมยิ่งนัก แม่ทัพใหญ่ไป๋ ได้ยินว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นที่ร้านหม้อไฟของบุตรสาวเจ้า เจ้าสืบความมาได้หรือไม่ว่าผู้ใดส่งนักฆ่ามา”

ไป๋จินเซียงหันไปสบตากับบิดาตนคราหนึ่ง แม่ทัพใหญ่ไป๋พยักหน้าให้บุตรชายตนเล็กน้อย ก่อนจะก้าวออกมาด้านหน้าพร้อมเอ่ย

“คนร้ายยังไม่ยอมรับสารภาพว่าผู้ใดส่งมันมาพ่ะย่ะค่ะ อีกทั้งยังฆ่าตัวตายในคุกหลวงไปแล้ว”

สิ้นสุดคำพูดถ้วยชาที่อยู่บนโต๊ะก็ถูกเขวี้ยงแตกกระจัดกระจายบนพื้นทันที

“ทำงานไม่ได้เรื่อง!!!”

ทุกคนในท้องพระโรงต่างนิ่งเงียบ จางเหยียนเหว่ยเองก็ไม่ได้เอ่ยสิ่งใด เป็นจางจิ้งเฉวียนที่เอ่ยปากขึ้นมาทำลายบรรยากาศตึงเครียด

“ทูลเสด็จพ่อ อย่ากล่าวโทษผู้ใดเลยพ่ะย่ะค่ะ เดิมทีก็เป็นความผิดของลูกและน้องหญิงเองที่อยากออกไปเที่ยวเล่น อีกทั้งยังเกือบจะนำความเดือดร้อนไปสู่ไป๋เหมยเหม่ย นางปกป้องลูกทั้งที่ตนเองก็ไม่มีวรยุทธ์ อีกทั้งรองแม่ทัพไป๋และท่านพี่จางเหยียนเหว่ยก็ปกป้องลูกเป็นอย่างดี ขอเสด็จพ่อโปรดระงับโทสะด้วย”

ฮ่องเต้จางเหลียนไห่หันมามองบุตรชายของตนคราหนึ่ง ก่อนจะเอ่ย

“ข้าเคยบอกเจ้าแล้ว นอกวังหลวงอันตรายเพียงใดแต่พวกเจ้ากลับไม่ฟัง!!! ต่อไปห้ามออกนอกวังหลวงโดยไม่มีทหารคอยติดตามอีก”

“พ่ะย่ะค่ะ”

“เมื่อครู่เจ้าบอกว่าคุณหนูไป๋ช่วยเหลือพวกเจ้าทั้งสองเช่นนั้นหรือ นางช่วยเช่นไร”

จางจิ้งเฉวียนที่ได้ยินเช่นนั้นก็รีบเอ่ยตอบทันที

“นางใช้ตนเองกำบังลูกและน้องหญิงเอาไว้ อีกทั้งยังใช้กระทะเขวี้ยงใส่นักฆ่าจนแทบล้มเลยพ่ะย่ะค่ะ นางช่วยถ่วงเวลามันเอาไว้จนท่านพี่และท่านรองแม่ทัพไป๋มาถึง”

ฮ่องเต้จางเหลียนไห่ที่ได้ยินเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วคราหนึ่ง ระยะหลังมานี้รู้สึกว่าเขาจะได้ยินเรื่องของสตรีนางนี้ไม่น้อยเลย เขาถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง ก่อนจะหันไปมองจางเหยียนเหว่ยที่มีสีหน้าเรียบเฉยคราหนึ่ง ก่อนจะเอ่ย

“พวกเจ้าทุกคนออกไปเถิด จางเหยียนเหว่ย เจ้าอยู่ก่อน”

         จางเหยียนเหว่ยที่ได้ยินเช่นนั้นก็เลิกคิ้วพลางจ้องมองฮ่องเต้จางเหลียนไห่คราหนึ่ง เมื่อคนอื่นๆ ออกไปจนหมดแล้ว เขาจึงเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

         “เรียกให้ข้าอยู่มีเรื่องใดหรือพ่ะย่ะค่ะ”

         ฮ่องเต้จางเหลียนไห่ถอนหายใจออกมาอย่างปลงไม่ตก เห็นทีในใต้หล้าแห่งนี้คงจะมีเพียงจางเหยียนเหว่ยที่เอ่ยวาจาไม่เกรงกลัวเขาเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังไม่ไว้หน้าเขาอีกด้วย

         จางเหยียนเหว่ยที่รออยู่นานก็ไม่เห็นว่าฮ่องเต้จางเหลียนไห่จะเอ่ยสิ่งใด จึงเอ่ยขึ้นมาทันที

         “หากไม่มีสิ่งใดเช่นนั้นข้าจะไปแล้ว ข้ามีงานต้องทำ”

         “อาเหยียน เจ้าอยู่ก่อนเถิด”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สตรีหม้ายนางนี้ข้าจะเกี้ยวเอง   ตอนพิเศษ

    งานแต่งงานผ่านพ้นไปได้ร่วมเดือนแล้ว ยามนี้จางเหยียนเหว่ยเข้ามาอยู่ที่จวนของไป๋เหมยเหม่ยอย่างเต็มตัวในฐานะบุตรเขยแล้ว เขาไม่ได้กลับไปพักที่โรงน้ำชาอีกเมื่อแต่งงานกันกิจการต่างๆ ของเขาก็ยกให้ไป๋เหมยเหม่ยทั้งหมด ไม่เหลือสิ่งใดที่เป็นของตนเลยแม้แต่น้อย มีคราหนึ่งเขาออกเดินทางไปที่นอกเมืองหลวง พบสตรีน้อยนางหนึ่งมาบอกรักเขา บอกว่ายินดีจะเคียงคู่เป็นภรรยาของเขาไปชั่วชีวิต เขากลับตอบเพียงว่า“ขออภัยด้วย เงินข้าอยู่กับภรรยาหมดแล้ว ไม่มีปัญญาเลี้ยงดูเจ้าหรอก ลำพังตัวข้าเองยังต้องขอเงินนางเลย เจ้าไปหาสามีคนอื่นเถิด ข้าจนมากทุกวันนี้ยังอาศัยบ้านภรรยาอยู่เลย”สตรีน้อยนางนั้นรู้สึกหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก นางมองเขาด้วยสายตาที่อาลัยอาวรณ์ไม่เสื่อมคลายจางเหยียนเหว่ยคร้านจะสนใจสิ่งใดอีก วันนี้เขาไปพบท่านแม่มาและนำยาบำรุงไปให้นาง หน้าตาท่านแม่ดูสดใสขึ้นมาก อีกทั้งยังบอกให้เขารีบมีหลานเร็วๆ จางเหยียนเหว่ยเพียงยิ้ม ก่อนจะรีบกลับจวนมาหาไป๋เหมยเหม่ยทันที ระหว่างนั้นเขาพบกับไป๋กู้ชวนที่กำลังวุ่นวายอยู่ในครัว ได้ยินว่าระยะหลังมานี้เขามักสนใจการทำอาหารเป็นอย่างมากในขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปากทักไป๋กู้ชวนอยู

  • สตรีหม้ายนางนี้ข้าจะเกี้ยวเอง   บทที่ 44 บทส่งท้าย

    จางเหยียนเหว่ยเดินมาพร้อมกับไป๋เหมยเหม่ย ในขณะที่กำลังจะขึ้นรถม้าก็พลันเห็นฮ่องเต้จางเหลียนไห่ที่กำลังเดินลงมาจากรถม้า ชายชราชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะจ้องมองคนทั้งสองด้วยแววตาที่วูบไหวจางเหยียนเหว่ยไม่เอ่ยสิ่งใด อีกทั้งยังไม่คิดจะบอกเรื่องราวของท่านแม่ให้คนผู้นี้ได้รับรู้ คนเช่นเขานี่คือการลงโทษที่ดีที่สุดแล้ว ให้เขาคิดว่าท่านแม่ตายไปแล้ว จมอยู่กับความทุกข์ใจของตนไปเช่นนี้ก็ดีไม่น้อยฮ่องเต้จางเหลียนไห่เพิ่งกลับมาจากที่ฝังศพของหลัวหลินฮวา คิดจะแวะมาไหว้พระที่วัดไป๋หวา แต่ไม่คาดคิดว่าจะได้เจอบุตรชายของตนเข้า ไป๋เหมยเหม่ยที่เห็นเช่นนั้นก็ทำความเคารพเขาอย่างนอบน้อม"อาเหยียน"ฮ่องเต้จางเหลียนไห่เอ่ยเรียกบุตรชายตนอย่างอ่อนโยน จางเหยียนเหว่ยที่ได้ยินเช่นนั้นก็ส่งเสียงเหอะออกมาคราหนึ่ง ก่อนจะเอ่ย"ไม่คิดว่าคนเช่นท่านจะเข้าวัดด้วย คิดจะมาสนทนาธรรมหรือสารภาพบาปกันเล่า"ไป๋เหมยเหม่ยที่ได้ยินเช่นนั้นก็กระตุกแขนเสื้อจางเหยียนเหว่ยคราหนึ่งพลางส่งสายตาห้ามปรามเขา ฮ่องเต้จางเหลียนไห่คร้านจะใส่ใจคำพูดประชดประชันของลูกชายตน จึงเอ่ยตอบ"เจ้าจะแต่งงานแล้วนี่ ไม่คิดบอกข้าสักคำหรือ""ไม่จำเป็น ข้าจัดงานเองไ

  • สตรีหม้ายนางนี้ข้าจะเกี้ยวเอง   บทที่ 43 พบกันอีกครา

    เรือนหลังหนึ่งท้ายวัดไป๋หวายามนี้แม่นมหลัวกำลังพาจางเหยียนเหว่ยและไป๋เหมยเหม่ยมาที่เรือนหลังหนึ่งซึ่งอยู่ด้านหลังวัดไป๋หวา เรือนหลังนี้ค่อนข้างเล็ก เขามองไปโดยรอบก่อนจะครุ่นคิดเหตุใดเขาจึงไม่เคยรู้เลยว่ามีเรือนเช่นนี้อยู่ในวัดไป๋หวาด้วย"พระชายาอยู่ที่นี่เจ้าค่ะ นางอยู่ที่นี่มาหลายปีแล้ว"จางเหยียนเหว่ยที่ได้ยินเช่นนั้นก็มือสั่นเทาไม่น้อย เขาแทบจะไร้เรี่ยวแรง ยื่นมือไปเปิดประตูบานนั้นออก ความกลัวเริ่มปกคลุมในจิตใจ เขาเกรงว่าหากเขาเปิดประตูเข้าไปแล้วพบกับท่านแม่ นางจะรังเกียจเขาหรือไม่ นางจะด่าทอทุบตีเขาหรือไม่ระหว่างทางที่มาแม่นมหลัวเล่าว่าในวันที่ท่านแม่ป่วยตายนั้น แท้จริงแล้วเป็นเพียงละครฉากหนึ่งเท่านั้น ท่านแม่ให้แม่นมหลัวไปหายาชนิดหนึ่งมา ยานั้นหากกินเข้าไปแล้วจะหลับสนิท ไร้ลมหายใจราวกับตาย ต้องรีบใช้ยาแก้ภายในสองชั่วยาม มิเช่นนั้นจะตายจริงๆเขาเพิ่งเข้าใจในวันนี้ว่าเพราะเหตุใดแม่นมหลัวจึงเร่งให้นำศพของท่านแม่ไปฝัง จากนั้นเขาก็ไม่ได้ติดตามความเป็นไปของท่านแม่อีก ไม่ได้รับรู้ว่าคนของท่านแม่แยกย้ายไปอยู่ที่ใดกันบ้างหลังจากนำศพไปฝัง แม่นมหลัวก็นำคนที่ไว้ใจได้มาขุดหลุมศพและช่วยท่า

  • สตรีหม้ายนางนี้ข้าจะเกี้ยวเอง   บทที่ 42 แม่นมหลัว

    จางเหยียนเหว่ยที่กลับมาถึงเมืองหลวงก็รีบมาหาไป๋เหมยเหม่ยทันที เมื่อได้พบนางอีกคราเขาก็ปวดใจไม่น้อย คล้ายว่านางจะผอมลงไปมาก"เหมยเหม่ย""เหยียนเหยียน"เขารีบสั่งให้คนเปิดประตูคุกหลวงออก ก่อนจะรีบโผเข้าไปกอดนางทันที ไป๋เหมยเหม่ยที่เห็นว่าจางเหยียนเหว่ยกลับมาแล้วก็ดีใจจนร้องไห้โฮออกมาราวกับเด็กน้อย "ท่านกลับมาแล้ว ฮึก ข้ากลัวมากเลย มีแต่คนมารังแกข้า ฮือ"จางเหยียนเหว่ยที่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกผิดเหลือเกิน เขาไม่ได้บอกแผนการนี้กับนาง ทำได้เพียงปล่อยให้เรื่องราวเป็นเช่นนี้ เพราะว่าอะไรน่ะหรือ ก็เพื่อความปลอดภัยของนาง หากนางยังอยู่สุขสบาย คนตระกูลฟ่านย่อมไม่มีทางตายใจจนโผล่หางตนออกมา อีกทั้งยังอาจส่งคนมาลอบสังหารและทำร้ายนางกับครอบครัวอีกด้วย เมื่อคิดได้เช่นนั้นเขาจึงยกมือขึ้นลูบศีรษะนาง ก่อนจะเอ่ย"ข้าขอโทษ ข้าขอโทษที่ไม่ได้บอกเจ้านะ"ไป๋เหมยเหม่ยที่ได้ยินเช่นนั้นจึงผละออกจากเขาทันที จางเหยียนเหว่ยยิ้มให้นางก่อนจะเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้นางฟัง ไป๋เหมยเหม่ยที่ได้ยินเช่นนั้นก็ทั้งโมโหทั้งดีใจในคราเดียวกัน"ท่านไม่บอกข้า!!! ข้าจะตีท่าน""ตีเลย ตีเลย ขอเพียงเจ้าหายโกรธข้าก็พอ"ไป๋เหมยเหม่ยยิ้ม

  • สตรีหม้ายนางนี้ข้าจะเกี้ยวเอง   บทที่ 41 จุดจบฟ่านกุ้ยอิง

    วันคืนผ่านไปเช่นนี้คืนแล้วคืนเล่า ไป๋เหมยเหม่ยไม่อาจรับรู้ข่าวคราวจากภายนอกได้เลยแม้แต่เรื่องเดียว จวบจนคืนหนึ่งที่ฟ่านเหลียนมาพบกับนาง เขาสั่งให้คนเปิดประตูห้องขังออก ก่อนจะก้าวเดินเข้ามาหานาง ฟ่านเหลียนจ้องมองนางด้วยแววตาที่เย้ยหยัน ก่อนจะเอ่ย"เป็นเช่นไรบ้างเล่าน้องเหมยเหม่ย รู้สำนึกแล้วหรือยัง หากว่าเจ้าเลือกข้าตั้งแต่วันนั้น เจ้าก็ไม่ต้องพบจุดจบเช่นวันนี้ เมื่อใดที่หลักฐานว่าบิดาและพี่ชายเจ้ายอมมอบข้อมูลทางการทหารให้แคว้นเซียวชัดเจน เจ้าจะถูกประหารทั้งตระกูล เฮ้อ!!! น่าเสียดายความงามของเจ้ายิ่งนัก"ไป๋เหมยเหม่ยที่ได้ยินเช่นนั้นก็ส่งเสียงเหอะออกมาคราหนึ่ง ทำราวกับไม่สนใจคำพูดของฟ่านเหลียน ฟ่านเหลียนที่เห็นว่านางยังคงเฉยชาก็เริ่มมีโทสะ เขายื่นมือไปบีบคอของนาง ก่อนจะเอ่ย"อย่าอวดเก่งให้มากนัก!! ข้าจะให้หนทางรอดแก่เจ้า หากเจ้ายอมเป็นของเล่นของข้าและจางหลิงหยาง ข้ารับรองว่าจะหาทางช่วยเจ้า เป็นเช่นไร ข้อเสนอดีหรือไม่ รีบตัดสินใจเสียสิ เจ้าจะได้บุรุษมาครอบครองทีเดียวสองคนเลยนะ ไม่ดีหรือ อ้อ หรือว่าเจ้าจะรอว่าที่สามีใหม่ที่เป็นถึงท่านอ๋องมาช่วย โอ้ว เขาจะมาทันหรือ ยามนี้จะตายอยู่ในสนามรบ

  • สตรีหม้ายนางนี้ข้าจะเกี้ยวเอง   บทที่ 40 ถูกจับ

    ไป๋เหมยเหม่ยที่ได้ยินเช่นนั้นก็หน้าซีดเผือด ด้านจางเหยียนเหว่ยที่ได้ยินเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะรีบหันมามองไป๋เหมยเหม่ยในทันที"เรารีบไปดูกันเถิด"ไป๋เหมยเหม่ยที่ได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าคราหนึ่ง ก่อนจะรีบกลับไปที่จวนตระกูลไป๋พร้อมจางเหยียนเหว่ยในทันที เมื่อมาถึงก็พบว่ายามนี้จวนตระกูลไป๋ถูกปิดล้อมเอาไว้หมดแล้ว เหล่าทหารจากวังหลวงยามนี้กำลังบุกเข้าไปในจวน ก่อนจะจับตัวคนในจวนออกมาทั้งหมด"ท่านแม่ กู้ชวน!!!"ไป๋เหมยเหม่ยร้องเรียกไป๋ฮูหยินและไป๋กู้ชวนที่ยามนี้ถูกจับตัวเอาไว้ ส่วนเหล่าบ่าวไพร่ในจวนล้วนถูกกักบริเวณไม่สามารถออกไปที่ใดได้ จางเหยียนเหว่ยจ้องมองทหารเหล่านั้นด้วยแววตาที่เย็นเยียบ ก่อนจะเอ่ย"ผู้ใดสั่งให้เจ้าบุกมาจับคนเช่นนี้ คำสั่งฝ่าบาทเช่นนั้นหรือ""ท่านอ๋องโปรดวางใจ หากการตรวจสอบพบว่าคนตระกูลไป๋บริสุทธิ์ ย่อมถูกปล่อยตัวในเร็ววัน"จางเหยียนเหว่ยที่ได้ยินเช่นนั้นจึงปรายตามองไปที่ด้านหน้าตนคราหนึ่ง พบว่าเป็นเสนาบดีฟ่านฉีนั่นเอง เขาขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะเอ่ยถาม"เสด็จลุงส่งท่านมาหรือ"เสนาบดีฟ่านฉียิ้มออกมาคราหนึ่ง ก่อนจะเอ่ย"เป็นรับสั่งของฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ หรือว่าท่านอ๋องคิดจะขัด

  • สตรีหม้ายนางนี้ข้าจะเกี้ยวเอง   บทที่ 32 เทียบเชิญจากจางหนิงหนิง

    เช้าวันต่อมาไป๋เหมยเหม่ยก็เดินทางกลับจวนตระกูลไป๋พร้อมกับมารดาของตน ด้านจางเหยียนเหว่ยนั้นเขามีงานให้ต้องสะสางจึงกลับเมืองหลวงไปตั้งแต่เช้ามืดแล้วหลังจากที่ได้เปิดใจบอกเล่าเรื่องราวนั้นกับนางและไป๋จินเซียงก็คล้ายกับว่าจิตใจของเขาจะดีขึ้นมาก แม้จะยังสงสัยว่าสตรีที่ได้พบเจอในคืนนั้นใช่ท่านแม่ของเขาห

  • สตรีหม้ายนางนี้ข้าจะเกี้ยวเอง   บทที่ 17 ทุบตีคนชั่ว

    หลังจากวันนั้นจางเหยียนเหว่ยก็ไม่ได้พบเจอกับไป๋เหมยเหม่ยอีก เขาเองก็มีงานให้ต้องไปทำเช่นเดียวกัน นั่นคือตามล่าหาตัวคนบงการที่ส่งคนมาลอบสังหารจางจิ้งเฉวียนและจางหนิงหนิง แต่จนแล้วจนรอดก็ยังหาตัวผู้บงการไม่พบ จางเหยียนเหว่ยขมวดคิ้วมุ่นรู้สึกว่าเรื่องนี้มันมีที่มาที่ไปน่าแปลกยิ่งนัก เขาส่งคนไปสืบหาทั้

  • สตรีหม้ายนางนี้ข้าจะเกี้ยวเอง   บทที่ 16 สิ่งกีดขวางทางความรู้สึก

    ด้านไป๋กู้ชวนนั้นหลังจากที่อ่านตำราจนเริ่มเบื่อหน่ายแล้ว จึงเดินออกมาสูดอากาศเสียหน่อย ยิ่งเข้าใกล้ช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิอากาศก็เริ่มดีขึ้น ไม่หนาวมากเท่าใดนัก เขาก้าวเดินออกมาจากห้องนอนของตนเอง ก่อนจะพบกับไป๋เหมยเหม่ยที่เดินผ่านมาพอดี เขาปรายตามองพี่สาวตนคราหนึ่ง ระยะหลังมานี้เขาคุ้นชินกับการวิ่งไปทั่

  • สตรีหม้ายนางนี้ข้าจะเกี้ยวเอง   บทที่ 15 ความบาดหมาง

    จางเหยียนเหว่ยที่ถูกเรียกเช่นนั้นก็หันขวับมาจ้องมองฮ่องเต้จางเหลียนไห่ในทันที แววตาของเขาเย็นชาห่างเหินเป็นอย่างยิ่ง ฮ่องเต้จางเหลียนไห่ที่มองเห็นท่าทีเช่นนี้ของหลานชายก็รู้สึกทอดถอนใจยิ่งนักตั้งแต่ที่จางเหยียนเหว่ยรู้เรื่องนั้นก็ไม่มีท่าทีสนิทสนมกับเขาเช่นกาลก่อนอีก เขาเองก็หมดหนทางเช่นกัน เรื่อง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status