Share

บทที่ 9 จ่ายก่อนค่อยด่า

last update Tanggal publikasi: 2025-04-22 14:21:45

หลายวันต่อมา ร้านของไป๋เหมยเหม่ยก็ปรับปรุงเสร็จเรียบร้อย ยามนี้เป็นช่วงที่นางกำลังจัดแต่งร้านให้ดูงดงาม นางใช้ดอกไม้ตามฤดูกาลที่มีอยู่ประดับตกแต่งไปทั่วทั้งร้าน ร้านค้าของนางเป็นร้านที่ไม่ได้ใหญ่มากนัก แต่ถ้าหากกิจการไปได้ดี นางเองก็ตั้งใจที่จะขยายกิจการเพิ่ม

ไป๋เหมยเหม่ยยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อตน ก่อนจะยื่นมือไปรับถ้วยชาจากเฉียวเหลียนขึ้นมาดื่ม ยามนี้ร้านของนางตกแต่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงเปิดขายเท่านั้น 

"คุณหนูเจ้าคะ ท่านจะตั้งชื่อร้านว่าอย่างไรดีเจ้าคะ"

ไป๋เหมยเหม่ยหันไปมองเฉียวเหลียนคราหนึ่งก่อนจะเอ่ย

"หม้อไฟคนงาม"

"เอ"

"ทำไม ข้าไม่อยากตั้งชื่อเหมือนคนอื่น เอาชื่อนี้แหละ ไปๆ เจ้ากับข้าไปเลือกซื้อวัตถุดิบกันเถิด วันนี้พี่ใหญ่ไม่มาด้วย เราคงต้องไปกันสองคนแล้ว"

"เจ้าค่ะ"

เฉียวเหลียนยิ้มตาหยี นางชื่นชอบคุณหนูที่สมองกระทบกระเทือนเช่นนี้เป็นที่สุด เพราะนางจะไม่ต้องถูกทุบตีเช่นแต่ก่อนอีก ยามนี้คุณหนูของนางอารมณ์ดี ไม่ทุบตีบ่าวไพ่่ บ่าวในเรือนก็เริ่มไม่หวาดกลัวคุณหนูอีกแล้ว

เฉียวเหลียนเดินตามไป๋เหมยเหม่ยมาซื้อของที่ตลาดอย่างสนุกสนาน ระหว่างทางไป๋เหมยเหม่ยก็แบ่งขนมให้นางกิน ไม่รู้ว่าเมื่อใดกันที่ความสัมพันธ์ระหว่างนายบ่าวกลับกลายเป็นความสัมพันธ์ที่สนิทสนมกันมากขึ้น

"กลับกันเถอะ ข้าเหนื่อยแล้ว"

"เจ้าค่ะคุณหนู"

สองนายบ่าวเดินกลับมาที่รถม้า ก่อนจะจัดแจงเก็บของที่ซื้อมาเข้าไปวางไว้ด้านในรถม้าอย่างมีความสุข แต่ทว่ากลับมีใครบางคนปรากฏตัวขึ้นมาเสียก่อน

"น้องเหมยเหม่ย ได้ยินว่าเจ้าเป็นหม้ายหย่าสามีแล้ว คงจะหาสามีดีๆ ได้ยาก ข้ายินดีเป็นสามีใหม่ของเจ้าเอง เจ้าแต่งกับข้าเถิดนะ"

ไป๋เหมยเหม่ยที่กำลังจะก้าวขึ้นรถม้าพลันหยุดชะงักลง ก่อนจะหันไปมองที่บุรุษผู้นั้น ฉับพลันความทรงจำเดิมของร่างเดิมก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง

คนผู้นี้คือฟ่านเหลียน เป็นพี่ชายของฟ่านกุ้ยอิง มีนิสัยไม่ได้เรื่องได้ราว วันๆ เอาแต่เมามาย เกี้ยวพาสตรีไปทั่ว ฉุดคร่าภรรยาผู้อื่นก็ทำมาแล้ว

คนผู้นี้เคยตามเกี้ยวพาไป๋เหมยเหม่ย และยังเคยคิดจะทำไม่ดีไม่ร้ายกับนางด้วยในงานโคมไฟปีที่แล้ว โชคดีที่พี่ชายของนางมาเห็นเข้าเสียก่อน จึงยังไม่เกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับนาง ไป๋เหมยเหม่ยรู้สึกไม่ชอบหน้าฟ่านเหลียนขึ้นมาเสียแล้ว นางไม่อยากสนทนากับบุรุษเฮงซวยเช่นนี้ให้เสียเวลา จึงคิดจะหลีกหนีเขาเสีย แต่ทว่าฟ่านเหลียนกลับไร้มรรยาท เขาก้าวเดินเข้ามาหานางและคว้าจับแขนของนางอย่างถือวิสาสะ

"จะรีบไปที่ใดเล่าน้องเหมยเหม่ย"

"ปล่อย"

"อย่าทำหน้าตาเช่นนั้นสิ อีกไม่นานเราก็จะเป็นสามี...โอ๊ย"

"สามีกับผีเจ้าน่ะสิ!!!"

ไป๋เหมยเหม่ยยกเข่าขึ้นกระทุ้งไปที่หว่างขาของฟ่านเหลียนอย่างเต็มแรง จนเขาจุกหน้าเขียวคล้ำ เท่านั้นไม่พอนางยังหักแขนเขาจนหัก โทษฐานที่กล้าเข้ามาล่วงเกินนาง 

ให้มันรู้ซะบ้างว่าข้าก็สู้บุรุษได้!!!

ฟ่านเหลียนทั้งเจ็บทั้งจุก เขาล้มลงไปนอนกองกับพื้น ผู้คนที่ผ่านไปมาพลันจ้องมองเขาด้วยแววตาที่หลากหลาย

ไป๋เหมยเหม่ยยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะเอ่ย

"ข้าเกลียดที่สุดคือบุรุษที่ไม่ให้เกียรติสตรี ถึงแม้ข้าจะใจดีอ่อนหวานงดงาม แต่ข้าก็ไม่ยอมถูกผู้ใดเอาเปรียบ ข้าเป็นหม้ายแล้วอย่างไร มันหนักศีรษะส่วนใดของเจ้ากันหรือ อย่ามายุ่งกับข้าอีกจำไว้ มิเช่นนั้นคราหน้าข้าไม่ออมมือเป็นแน่ เฉียวเหลียน กลับจวน"

“เจ้าค่ะคุณหนู”

ไป๋เหมยเหม่ยเอ่ยเพียงเท่านั้นก่อนจะก้าวขึ้นรถม้ากลับจวนไป ทิ้งให้ฟ่านเหลียนเจ็บแค้นในใจและอับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี

เมื่อกลับมาถึงจวนไป๋เหมยเหม่ยก็ทำราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น นางตั้งใจเตรียมอาหารเอาไว้ขายในวันต่อไปอย่างขยันขันแข็ง

ด้านตระกูลฟ่านที่รู้ว่าบุตรชายของตนถูกหยามเกียรติ เดิมทีคิดจะไปเอาคืนให้สาสม แต่เมื่อรู้ว่าบุตรชายตัวดีไปหาเรื่องไป๋เหมยเหม่ย ก็จำต้องอดกลั้นระงับโทสะของตนเอาไว้

เมื่อคิดได้เช่นนั้นเสนาบดีฟ่านก็กำหมัดแน่น แค้นนี้สักวันเขาจะเอาคืนแทนบุตรชายให้สาสม แต่ยามนี้จำต้องอดทนสงบปากสงบคำเอาไว้เสียก่อน!!!

ข่าวที่ฟ่านเหลียนถูกไป๋เหมยเหม่ยซ้อมจนบาดเจ็บลอยมาเข้าหูของฟ่านกุ้ยอิงอย่างรวดเร็ว นางกำมือแน่นพลางโกรธแค้นแทนพี่ชายตน 

สตรีหน้าด้านผู้นั้น ออกจากจวนไปแล้วก็แล้วไปเถิด แต่เหตุใดยังตามรังควานคนในจวนของนางไม่เลิก

ได้ยินว่าไป๋เหมยเหม่ยคิดจะเปิดร้านอาหาร เห็นทีนางคงจะต้องส่งของขวัญไปให้นางเสียแล้้ว

ฟ่านกุ้ยอิงยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะหันไปสั่งการสาวใช้คนสนิทตนคราหนึ่ง

เช้าวันต่อมาเสียงประทัดก็ดังกึกก้องไปทั่วทั้งตลาด ไป๋เหมยเหม่ยเปิดร้านวันแรกนางยังไม่ได้คิดจะขาย เพียงอยากจะให้ลูกค้าได้ลองชิมอาหารเสียก่อน ผู้คนที่รู้ข่าวจึงรีบแวะเวียนไปชิมอาหารที่ร้านของนางทันที

"คุณหนูเจ้าคะ ปลาตัวนี้..."

เฉียวเหลียนหันมาเอ่ยถามไป๋เหมยเหม่ยที่ยามนี้กำลังวุ่นวายอยู่กับการเตรียมวัตถุดิบเพิ่ม นางใช้ผ้าผืนเล็กโพกศีรษะเอาไว้เพื่อป้องกันเส้นผมหลุดร่วงลงไปในอาหาร 

"มานี่มา ข้าหั่นเอง เจ้าไปหั่นมันฝรั่งเตรียมไว้เถิด"

"เจ้าค่ะ"

ไป๋เหมยเหม่ยหยิบมีดขึ้นมาหั่นปลาออกเป็นริ้วๆ ชิ้นขนาดพอดีคำ อีกทั้งยังมีเลือดเป็ด เนื้อไก่ และผักตามฤดูกาลอีกไม่กี่ชนิด ยามนี้เพิ่งเปิดร้านครั้งแรก นางจึงไม่ได้ใช้วัตถุดิบมากเท่าใดนัก อย่างไรก็จะต้องลองดูก่อนว่าจะถูกปากคนในยุคสมัยนี้หรือไม่

ไป๋เหมยเหม่ยจัดวัตถุดิบวางใส่ชามใบเล็ก แยกผักและเครื่องเคียงเอาไว้ต่างหาก และจัดให้ดูสวยงามน่ากิน ก่อนจะหันไปทำมันฝรั่งเส้นผัดพริกในกระทะต่อ จากนั้นจึงนำไปมอบให้ลูกค้าที่เข้ามาในร้านได้ลองชิม

"แม่นางไป๋ น้ำซุปของเจ้านี่มันยอดเยี่ยมยิ่งนัก มีรสชาติเผ็ดจนชาลิ้น อีกทั้งยังหอมน้ำมันมากด้วย ดูสิ น้ำจิ้มเต้าหู้ยี้น้ำมันงาของเจ้านี่เลิศรสยิ่งนัก ข้าไม่เคยกินมาก่อนเลย"

ไป๋เหมยเหม่ยยิ้มตาหยี นางนำสูตรอาหารจากโลกปัจจุบันมาผสมผสานกับอาหารในสมัยโบราณ บางชนิดเครื่องปรุงไม่ครบนางก็พลิกแพลงจนมันออกมามีรสชาติอย่างที่เห็น 

ผู้คนที่ได้แวะมาลองชิมก็ค่อนข้างที่จะชื่นชอบไม่น้อยเลย

"ได้ยินว่าหม้อไฟร้านนี้รสชาติดี ข้าจึงอยากลองมาชิมดูเสียหน่อย"

เสียงแหลมเล็กของสาวใช้นางหนึ่งเอ่ยขึ้น ทำให้ไป๋เหมยเหม่ยหันไปมอง ก่อนจะพบกับฟ่านกุ้ยอิงที่เดินเข้ามาในร้านของนาง ผู้คนที่ได้พบเห็นต่างลอบซู้ดปาก จะเพราะอันใดเล่า ในอดีตนางกับฟ่านกุ้ยอิงเคยใช้สามีร่วมกันมาก่อน!!!

ความจริงนางไม่เคยจะหลับนอนกับสามีบัดซบผู้นั้นเลยสักครา!!!

แม้ในใจจะไม่ชอบใจฟ่านกุ้ยอิงเท่าใดนัก แต่ว่าไป๋เหมยเหม่ยก็ต้อนรับนางอย่างดี

"เชิญ"

ฟ่านกุ้ยอิงปรายตามองไป๋เหมยเหม่ยคราหนึ่ง ก่อนจะเอ่ย

"ไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนกล้ามากินร้านของนาง นางทุบตีพี่ชายข้า ทั้งที่พี่ชายของข้าทำดีกับนางมาโดยตลอด หวังจะรับนางเป็นภรรยา ไม่คิดใส่ใจเรื่องที่นางเคยหย่าสามีมาก่อน ก่อนจะออกจากจวนตระกูลหยางนางก็ทุบตีบ่าวไพร่ในจวน จนทุกคนต่างหวาดกลัวนาง โอ๊ะ!! แล้วยามที่นางไม่ชอบหน้าใคร นางก็มักจะถ่มน้ำลายลงไปในอาหารให้คนผู้นั้นได้กิน พวกเจ้ารู้ได้อย่างไรว่านางจะไม่ถ่มน้ำลายใส่ลงไปในหม้อไฟให้พวกเจ้ากิน พวกเจ้าไม่คิดบ้างหรือ ร้อยวันพันปีนางไม่เคยเผื่อแผ่ผู้ใด วันนี้กลับแจกจ่ายอย่างใจกว้าง คนเช่นนางน่ะหรือ จะไว้ใจได้"

ผู้คนที่ได้ยินเช่นนั้นก็เริ่มตื่นตระหนก บางคนถึงกับล้วงคออาเจียน ไป๋เหมยเหม่ยจ้องมองฟ่านกุ้ยอิงด้วยแววตาที่เย็นชา ก่อนจะเอ่ย

"เจ้าต้องการอันใด"

ฟ่านกุ้ยอิงยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะเอ่ย

"จะทุบตีข้าหรือ อย่านะ ไป๋เหมยเหม่ยที่เจ้าถูกท่านพี่มอบหนังสือหย่าก็เป็นเพราะตัวเจ้าเอง ที่ข้ามาที่นี่ก็เพราะห่วงใยชาวบ้านตาดำๆ ที่ถูกเจ้าเอาเปรียบกลั่นแกล้ง คนเช่นเจ้าใจดำคับแคบ ชอบรังแกคนต่ำกว่า ข้าเคยอยู่ใกล้เจ้ามาก่อน ย่อมรู้นิสัยเจ้าดีกว่าใคร เจ้าอย่าเอาความโกรธของตนมาลงกับผู้อื่นเลยนะ ข้าขอร้อง!!!"

"ฮูหยินน้อยเจ้าคะ ดูนี่สิเจ้าคะ ในน้ำซุปมีซากหนูตายลอยขึ้นมาด้วย ช่างน่าอาเจียนยิ่งนัก!!!"

"ตายแล้ว จริงหรือ!!!"

ไป๋เหมยเหม่ยปรายตามองสาวใช้ของฟ่านกุ้ยอิงที่ยื่นมือชี้ไปในหม้อ ก่อนจะเทหม้อน้ำซุปของนางออกมาจนหกกระจัดกระจายไปทั้งร้านทันที เมื่อน้ำซุปถูกเทจนหกเลอะเทอะก็มีคนเห็นซากหนูตายในหม้อที่ร่วงหล่นออกมาจากหม้อน้ำซุปตรงหน้า ไป๋เหมยเหม่ยกำมือแน่น พยายามข่มอารมณ์ นางเชื่อเหลือเกินว่าถ้าไป๋เหมยเหม่ยคนเดิมยังอยู่ ฟ่านกุ้ยอิงคงถูกจับกดลงไปในหม้อน้ำซุปแล้ว

ผู้คนที่ได้เห็นเช่นนั้นก็ด่าทอไป๋เหมยเหม่ยอย่างไม่ไว้หน้า หาว่านางรังแกคน หาว่านางไร้สมอง ไป๋เหมยเหม่ยแววตาเย็นเยียบ แต่ทว่านางยังไม่ได้เอ่ยสิ่งใด ก็มีเสียงของบุรุษผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นมาเสียก่อน

"ข้าเป็นคนเฝ้าน้ำซุปหม้อนี้เอง ไม่เห็นว่าจะมีซากหนูตาย แต่พอฮูหยินน้อยตระกูลหยางมาถึง กลับมีซากหนูตายเสียได้ ช่างน่าแปลกใจยิ่งนัก ข้าเฝ้าน้ำซุปไปดื่มสุราไปยังไม่เห็นว่ามันจะมี อ้อ ข้านึกขึ้นได้แล้ว เมื่อครู่ข้าเห็นว่าสาวใช้ของฮูหยินน้อยหยางนำของบางอย่างติดมือมาด้วยนี่นา ข้าดูหน่อยจะได้หรือไม่ เผื่อว่าเป็นกับแกล้มชั้นดีจะได้แบ่งข้ากินบ้าง"

ไป๋เหมยเหม่ยหันไปมองจางเหยียนเหว่ยคราหนึ่ง นางไม่รู้ว่าเขามายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อใด

ฟ่านกุ้ยอิงที่ได้ยินเช่นนั้นหน้าซีดเผือดไปชั่วขณะ นางจ้องมองจางเหยียนเหว่ยคราหนึ่ง ไม่รู้ว่าบุรุษผู้นี้เข้ามาแทรกในแผนการของนางได้เช่นไร นางกำลังจะเอ่ยปากตอบโต้ แต่ทว่าจางเหยียนเหว่ยก็ดึงตัวสาวใช้ของนางไปเสียแล้ว

"จะพูดเอง หรือให้ข้าส่งเจ้าไปที่ศาลต้าหลี่ โทษฐานทำลายชื่อเสียงผู้อื่น"

"เอ่อ"

"พูดมาสิ เสียเวลาดื่มสุราข้า"

จางเหยียนเหว่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่หยอกเย้า ในขณะที่มือก็บีบแขนของสาวใช้ผู้นั้นอย่างแรงจนนางตื่นตระหนก แววตาของจางเหยียนเหว่ยฉายแววเย็นเยียบวูบหนึ่ง สาวใช้ผู้นั้นหันไปมองฟ่านกุ้ยอิงคราหนึ่ง ก่อนจะทรุดลงกับพื้น

"ฮือ บ่าวผิดไปแล้วเจ้าค่ะ ข้าเป็นคนทำเองเจ้าค่ะ ฮูหยินน้อยไม่รู้เรื่องเลย ข้าเพียงอยากแก้แค้นให้ฮูหยินน้อยที่เคยถูกสตรีนางนี้ทำร้ายเจ้าค่ะ!!!"

ไป๋เหมยเหม่ยได้ฟังเพียงเท่านั้นนางก็พอจะรู้ถึงต้นสายปลายเหตุ เมื่อคิดได้เช่นนั้นนางจึงยื่นมือไปจับซากหนูตายตัวนั้นมาถือเอาไว้อย่างไม่รังเกียจ ก่อนจะเดินตรงไปที่สาวใช้ของฟ่านกุ้ยอิงทันที

"ในเมื่อเจ้านำมันมา ก็จงนำมันคืนไปเสีย"

"อื้อ!!!"

ผู้คนที่เห็นภาพดังกล่าวต่างรู้สึกคลื่นไส้แล้ว ไป๋เหมยเหม่ยเล่นยัดหนูตายตัวนั้นเข้าปากสาวใช้ของฟ่านกุ้ยอิง จนนางอาเจียนออกมาและหมดสติไป จางเหยียนเหว่ยจ้องมองไป๋เหมยเหม่ยคราหนึ่ง ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก

ไม่เลวเลยนี่นางมารน้อย

เมื่อจัดการสาวใช้ไปแล้ว ไป๋เหมยเหม่ยจึงหันมามองฟ่านกุ้ยอิงทันที

"ส่วนเจ้า ชดใช้ค่าเสียหายมา!!!"

ไป๋เหมยเหม่ยโมโหแล้ว นางตั้งใจใช้ชีวิตให้ดีไม่ไประรานผู้ใดก่อนแล้วแท้ๆ แต่ฟ่านกุ้ยอิงกลับมาหาเรื่องนาง หากไม่ได้จางเหยียนเหว่ยช่วยเอาไว้ นางเองก็ไร้หนทางจะแก้ตัวเช่นกันในเมื่อหลักฐานชัดเจนถึงเพียงนี้

"เจ้า!!!"

"จำไว้นะ ข้าไม่เคยหาเรื่องพี่ชายเจ้า แต่พี่ชายเจ้ารนหาที่เอง แล้วอีกอย่างหนึ่งยามอยู่ในจวนตระกูลหยางเป็นเจ้าที่ยั่วโทสะข้า ทำให้ข้าทำร้ายเจ้าแล้วเจ้าก็เสแสร้งทำตัวอ่อนแอหวังเรียกร้องความสนใจจากหยางเจ๋อหยวน จ่ายเงินมาแล้วไสหัวไปเสีย กลับไปออดอ้อนสามีเจ้าที่จวน อย่ามาทำตัวน่ารำคาญที่หน้าร้านของข้า!!!"

ฟ่านกุ้ยอิงถูกด่าจนหน้าชา นางไม่อาจหาคำด่าใดมาตอบโต้ไป๋เหมยเหม่ยได้เลย ดูเหมือนสตรีชั่วร้ายตรงหน้าจะหาเหตุผลมาด่านางจนนางไม่อาจโต้ตอบได้เช่นแต่ก่อนอีก

"ไป๋เหมยเหม่ย สตรีนิสัยเสีย เจ้าหยุดรังแกฮูหยินของข้าเดี๋ยวนี้นะ!!!"

หยางเจ๋อหยวนพุ่งเข้ามากอดฟ่านกุ้ยอิงเอาไว้ ฟ่านกุ้ยอิงที่เห็นเช่นนั้นก็ร้องไห้โฮออกมาทันที 

"ไป๋เหมยเหม่ย ข้าไม่รู้จะจัดการกับเจ้าเช่นไรแล้ว!!!”

ครั้งนี้ไป๋เหมยเหม่ยก็ไม่ยอมเช่นกัน นางจึงเอ่ยกับหยางเจ๋อหยวนอย่างไม่ไว้หน้า

"จัดการภรรยาจอมเสแสร้งของท่านก่อนเถิด!!!"

"เจ้า!!!"

"สาวใช้ของภรรยาท่านนำซากหนูตายมาใส่ในหม้อไฟของแม่นางไป๋ ข้าเห็นเองกับตาเลยแหละ"

หยางเจ๋อหยวนหันไปมองจางเหยีนเหว่ยคราหนึ่ง ก่อนจะครุ่นคิดในใจ

จวิ้นอ๋องเฮงซวยผู้นี้อีกแล้วหรือ!!!

เมื่อได้ยินเช่นนั้นหยางเจ๋อหยวนจึงเอ่ยขึ้นมาทันที

"ท่านอ๋องคงยังไม่รู้ว่าสตรีนางนี้เสแสร้งเก่งเพียงใด นางทั้งชอบทุบตีคน ดูแคลนผู้อื่น ไร้มรรยาทไร้กฎระเบียบ ท่านอ๋องได้โปรดอย่าหลงเชื่อนาง"

"นี่เจ้ากำลังด่าข้าโง่หรือ หน้าข้าเหมือนคนโง่ให้สตรีปั่นหัวได้ง่ายๆ เช่นนั้นหรือ อันใดกันนี่?"

จางเหยียนเหว่ยแกล้งทำท่าทีตกใจ หยางเจ๋อหยวนที่ได้ยินเช่นนั้นก็หน้าซีดเผือด

หูไม่ดีหรือไร เขายังไม่ได้ด่าคำว่าโง่ออกมาเลยสักคำ!!!

"กระหม่อมมิกล้า แต่ว่านางน่ารังเกียจจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ"

         “เช่นนั้นหรือ แล้วที่ภรรยาเจ้ากลั่นแกล้งผู้อื่น แล้วเจ้าเข้าข้างนางแบบผิดๆ เช่นนี้ ให้ท้ายภรรยาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ไม่เรียกว่าน่ารังเกียจยิ่งกว่าหรือ แม้แต่คำพูดข้าเจ้ายังไม่เชื่อเลย หยางเจ๋อหยวน เจ้าก็เป็นถึงนักปราชญ์ เหตุใดจึงไร้เหตุผลเช่นนี้เล่า บิดาเจ้าที่จวนรู้หรือไม่ว่าเจ้ามีนิสัยเช่นนี้”

         หยางเจ๋อหยวนเอ่ยวาจาใดไม่ออก ด้านฟ่านกุ้ยอิงที่ได้รู้ว่าจางเหยียนเหว่ยคือจวิ้นอ๋องก็ตกใจเช่นกัน นางพอรู้ชื่อเสียงของเขามาบ้างว่าเก่งกาจในสนามรบ แต่ไม่เคยพบหน้าสักครา เขาดูหล่อเหลาไม่น้อยเลย

แต่ทว่าเหตุใดจึงมาปกป้องนังไป๋เหมยเหม่ยด้วยนะ!!!

หรือว่าไป๋เหมยเหม่ยยั่วยวนท่านอ๋องรูปงามผู้นี้ ต้องเป็นเช่นนั้นแน่!!!

หึ!!! เพิ่งหย่าสามีได้ไม่นาน ก็ทำตัวน่าเกลียดยิ่งกว่าสตรีในหอโคมเขียวเสียอีก!!!

"กุ้ยอิง ข้าจะพาเจ้ากลับจวน"

"เจ้าค่ะท่านพี่"

หยางเจ๋อหยวนไม่อยู่แล้ว ยิ่งต่อปากต่อคำคล้ายกับว่าเขาจะขายหน้าเพิ่มมากขึ้น จึงคิดจะพาฟ่านกุ้ยอิงกลับจวน ไป๋เหมยเหม่ยที่เห็นเช่นนั้นจึงเดินเข้าไปขวางหน้าคนทั้งสองเอาไว้ทันที

"ช้าก่อน"

"มีสิ่งใดอีก หรือเจ้าคิดจะทุบตีภรรยาข้า"

หยางเจ๋อหยวนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดูแคลน ไป๋เหมยเหม่ยส่ายหน้าไปมา ก่อนจะแบมือไปตรงหน้าเขา

"ชดใช้ค่าเสียหายมา"

"เจ้าว่าอย่างไรนะ"

"เฮ้อ เพิ่งหย่ากันไม่นานหูตึงเสียแล้ว ชดใช้ค่าเสียหายมา ค่าน้ำซุปหม้อไฟ"

"ข้าเพิ่งรู้ว่าเจ้าหน้าเงินถึงเพียงนี้”

"จ่ายมาก่อน จ่ายเสร็จแล้วค่อยด่า จะยืนด่าหน้าร้านทั้งวันทั้งคืนข้าก็ไม่ว่า"

"เหอะ"

"จ่ายมา!!! หนึ่งพันตำลึง"

"นี่เจ้าจะปล้นข้าหรือ!!!"

หยางเจ๋อหยวนกัดฟันกรอดพลางชี้หน้าไป๋เหมยเหม่ยอย่างขุ่นเคือง ไป๋เหมยเหม่ยยื่นมือของตนมาปัดมือของหยางเจ๋อหยวนที่ชี้หน้านางออกอย่างเอาเรื่อง

"ข้าไม่ได้ปล้น แต่ฮูหยินของเจ้าส่งคนมาระรานข้าก่อน ทั้งที่ข้าไม่เคยสนใจพวกเจ้า ก็ได้ หากเจ้าไม่ยอมจ่าย เช่นนั้นก็ไปที่ศาลต้าหลี่ให้ทางการช่วยตัดสิน เจ้ากล้าแลกหรือไม่เล่า ข้าน่ะไม่อายหรอก เพราะข้าไม่ได้เป็นคนทำผิด!!!"

หยางเจ๋อหยวนโกรธจัดจนเลือดขึ้นหน้า เขาหันไปพยักหน้าให้บ่าวรับใช้ชายที่ติดตามมาด้วย ไม่นานนักบ่าวผู้นั้นก็กลับมาพร้อมตั๋วเงินสองพันตำลึง ไป๋เหมยเหม่ยรับมันมานับอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะเอ่ย

"ยอดเยี่ยมดีนี่ เชิญไปยืนด่าข้าที่หน้าร้านต่อได้เลย หากคอแห้งก็ไปแวะดื่มน้ำชาที่โรงน้ำชาของท่านอ๋องตรงข้ามร้านข้าได้เลย ชาของเขารสชาติยอดเยี่ยมมาก"

จางเหยียนเหว่ยที่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกขบขันไม่น้อย ช่างทำการค้าได้ยอดเยี่ยมเสียจริง ยังมีใจมาบรรยายสรรพคุณโรงน้ำชาของเขาอีกด้วย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สตรีหม้ายนางนี้ข้าจะเกี้ยวเอง   ตอนพิเศษ

    งานแต่งงานผ่านพ้นไปได้ร่วมเดือนแล้ว ยามนี้จางเหยียนเหว่ยเข้ามาอยู่ที่จวนของไป๋เหมยเหม่ยอย่างเต็มตัวในฐานะบุตรเขยแล้ว เขาไม่ได้กลับไปพักที่โรงน้ำชาอีกเมื่อแต่งงานกันกิจการต่างๆ ของเขาก็ยกให้ไป๋เหมยเหม่ยทั้งหมด ไม่เหลือสิ่งใดที่เป็นของตนเลยแม้แต่น้อย มีคราหนึ่งเขาออกเดินทางไปที่นอกเมืองหลวง พบสตรีน้อยนางหนึ่งมาบอกรักเขา บอกว่ายินดีจะเคียงคู่เป็นภรรยาของเขาไปชั่วชีวิต เขากลับตอบเพียงว่า“ขออภัยด้วย เงินข้าอยู่กับภรรยาหมดแล้ว ไม่มีปัญญาเลี้ยงดูเจ้าหรอก ลำพังตัวข้าเองยังต้องขอเงินนางเลย เจ้าไปหาสามีคนอื่นเถิด ข้าจนมากทุกวันนี้ยังอาศัยบ้านภรรยาอยู่เลย”สตรีน้อยนางนั้นรู้สึกหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก นางมองเขาด้วยสายตาที่อาลัยอาวรณ์ไม่เสื่อมคลายจางเหยียนเหว่ยคร้านจะสนใจสิ่งใดอีก วันนี้เขาไปพบท่านแม่มาและนำยาบำรุงไปให้นาง หน้าตาท่านแม่ดูสดใสขึ้นมาก อีกทั้งยังบอกให้เขารีบมีหลานเร็วๆ จางเหยียนเหว่ยเพียงยิ้ม ก่อนจะรีบกลับจวนมาหาไป๋เหมยเหม่ยทันที ระหว่างนั้นเขาพบกับไป๋กู้ชวนที่กำลังวุ่นวายอยู่ในครัว ได้ยินว่าระยะหลังมานี้เขามักสนใจการทำอาหารเป็นอย่างมากในขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปากทักไป๋กู้ชวนอยู

  • สตรีหม้ายนางนี้ข้าจะเกี้ยวเอง   บทที่ 44 บทส่งท้าย

    จางเหยียนเหว่ยเดินมาพร้อมกับไป๋เหมยเหม่ย ในขณะที่กำลังจะขึ้นรถม้าก็พลันเห็นฮ่องเต้จางเหลียนไห่ที่กำลังเดินลงมาจากรถม้า ชายชราชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะจ้องมองคนทั้งสองด้วยแววตาที่วูบไหวจางเหยียนเหว่ยไม่เอ่ยสิ่งใด อีกทั้งยังไม่คิดจะบอกเรื่องราวของท่านแม่ให้คนผู้นี้ได้รับรู้ คนเช่นเขานี่คือการลงโทษที่ดีที่สุดแล้ว ให้เขาคิดว่าท่านแม่ตายไปแล้ว จมอยู่กับความทุกข์ใจของตนไปเช่นนี้ก็ดีไม่น้อยฮ่องเต้จางเหลียนไห่เพิ่งกลับมาจากที่ฝังศพของหลัวหลินฮวา คิดจะแวะมาไหว้พระที่วัดไป๋หวา แต่ไม่คาดคิดว่าจะได้เจอบุตรชายของตนเข้า ไป๋เหมยเหม่ยที่เห็นเช่นนั้นก็ทำความเคารพเขาอย่างนอบน้อม"อาเหยียน"ฮ่องเต้จางเหลียนไห่เอ่ยเรียกบุตรชายตนอย่างอ่อนโยน จางเหยียนเหว่ยที่ได้ยินเช่นนั้นก็ส่งเสียงเหอะออกมาคราหนึ่ง ก่อนจะเอ่ย"ไม่คิดว่าคนเช่นท่านจะเข้าวัดด้วย คิดจะมาสนทนาธรรมหรือสารภาพบาปกันเล่า"ไป๋เหมยเหม่ยที่ได้ยินเช่นนั้นก็กระตุกแขนเสื้อจางเหยียนเหว่ยคราหนึ่งพลางส่งสายตาห้ามปรามเขา ฮ่องเต้จางเหลียนไห่คร้านจะใส่ใจคำพูดประชดประชันของลูกชายตน จึงเอ่ยตอบ"เจ้าจะแต่งงานแล้วนี่ ไม่คิดบอกข้าสักคำหรือ""ไม่จำเป็น ข้าจัดงานเองไ

  • สตรีหม้ายนางนี้ข้าจะเกี้ยวเอง   บทที่ 43 พบกันอีกครา

    เรือนหลังหนึ่งท้ายวัดไป๋หวายามนี้แม่นมหลัวกำลังพาจางเหยียนเหว่ยและไป๋เหมยเหม่ยมาที่เรือนหลังหนึ่งซึ่งอยู่ด้านหลังวัดไป๋หวา เรือนหลังนี้ค่อนข้างเล็ก เขามองไปโดยรอบก่อนจะครุ่นคิดเหตุใดเขาจึงไม่เคยรู้เลยว่ามีเรือนเช่นนี้อยู่ในวัดไป๋หวาด้วย"พระชายาอยู่ที่นี่เจ้าค่ะ นางอยู่ที่นี่มาหลายปีแล้ว"จางเหยียนเหว่ยที่ได้ยินเช่นนั้นก็มือสั่นเทาไม่น้อย เขาแทบจะไร้เรี่ยวแรง ยื่นมือไปเปิดประตูบานนั้นออก ความกลัวเริ่มปกคลุมในจิตใจ เขาเกรงว่าหากเขาเปิดประตูเข้าไปแล้วพบกับท่านแม่ นางจะรังเกียจเขาหรือไม่ นางจะด่าทอทุบตีเขาหรือไม่ระหว่างทางที่มาแม่นมหลัวเล่าว่าในวันที่ท่านแม่ป่วยตายนั้น แท้จริงแล้วเป็นเพียงละครฉากหนึ่งเท่านั้น ท่านแม่ให้แม่นมหลัวไปหายาชนิดหนึ่งมา ยานั้นหากกินเข้าไปแล้วจะหลับสนิท ไร้ลมหายใจราวกับตาย ต้องรีบใช้ยาแก้ภายในสองชั่วยาม มิเช่นนั้นจะตายจริงๆเขาเพิ่งเข้าใจในวันนี้ว่าเพราะเหตุใดแม่นมหลัวจึงเร่งให้นำศพของท่านแม่ไปฝัง จากนั้นเขาก็ไม่ได้ติดตามความเป็นไปของท่านแม่อีก ไม่ได้รับรู้ว่าคนของท่านแม่แยกย้ายไปอยู่ที่ใดกันบ้างหลังจากนำศพไปฝัง แม่นมหลัวก็นำคนที่ไว้ใจได้มาขุดหลุมศพและช่วยท่า

  • สตรีหม้ายนางนี้ข้าจะเกี้ยวเอง   บทที่ 42 แม่นมหลัว

    จางเหยียนเหว่ยที่กลับมาถึงเมืองหลวงก็รีบมาหาไป๋เหมยเหม่ยทันที เมื่อได้พบนางอีกคราเขาก็ปวดใจไม่น้อย คล้ายว่านางจะผอมลงไปมาก"เหมยเหม่ย""เหยียนเหยียน"เขารีบสั่งให้คนเปิดประตูคุกหลวงออก ก่อนจะรีบโผเข้าไปกอดนางทันที ไป๋เหมยเหม่ยที่เห็นว่าจางเหยียนเหว่ยกลับมาแล้วก็ดีใจจนร้องไห้โฮออกมาราวกับเด็กน้อย "ท่านกลับมาแล้ว ฮึก ข้ากลัวมากเลย มีแต่คนมารังแกข้า ฮือ"จางเหยียนเหว่ยที่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกผิดเหลือเกิน เขาไม่ได้บอกแผนการนี้กับนาง ทำได้เพียงปล่อยให้เรื่องราวเป็นเช่นนี้ เพราะว่าอะไรน่ะหรือ ก็เพื่อความปลอดภัยของนาง หากนางยังอยู่สุขสบาย คนตระกูลฟ่านย่อมไม่มีทางตายใจจนโผล่หางตนออกมา อีกทั้งยังอาจส่งคนมาลอบสังหารและทำร้ายนางกับครอบครัวอีกด้วย เมื่อคิดได้เช่นนั้นเขาจึงยกมือขึ้นลูบศีรษะนาง ก่อนจะเอ่ย"ข้าขอโทษ ข้าขอโทษที่ไม่ได้บอกเจ้านะ"ไป๋เหมยเหม่ยที่ได้ยินเช่นนั้นจึงผละออกจากเขาทันที จางเหยียนเหว่ยยิ้มให้นางก่อนจะเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้นางฟัง ไป๋เหมยเหม่ยที่ได้ยินเช่นนั้นก็ทั้งโมโหทั้งดีใจในคราเดียวกัน"ท่านไม่บอกข้า!!! ข้าจะตีท่าน""ตีเลย ตีเลย ขอเพียงเจ้าหายโกรธข้าก็พอ"ไป๋เหมยเหม่ยยิ้ม

  • สตรีหม้ายนางนี้ข้าจะเกี้ยวเอง   บทที่ 41 จุดจบฟ่านกุ้ยอิง

    วันคืนผ่านไปเช่นนี้คืนแล้วคืนเล่า ไป๋เหมยเหม่ยไม่อาจรับรู้ข่าวคราวจากภายนอกได้เลยแม้แต่เรื่องเดียว จวบจนคืนหนึ่งที่ฟ่านเหลียนมาพบกับนาง เขาสั่งให้คนเปิดประตูห้องขังออก ก่อนจะก้าวเดินเข้ามาหานาง ฟ่านเหลียนจ้องมองนางด้วยแววตาที่เย้ยหยัน ก่อนจะเอ่ย"เป็นเช่นไรบ้างเล่าน้องเหมยเหม่ย รู้สำนึกแล้วหรือยัง หากว่าเจ้าเลือกข้าตั้งแต่วันนั้น เจ้าก็ไม่ต้องพบจุดจบเช่นวันนี้ เมื่อใดที่หลักฐานว่าบิดาและพี่ชายเจ้ายอมมอบข้อมูลทางการทหารให้แคว้นเซียวชัดเจน เจ้าจะถูกประหารทั้งตระกูล เฮ้อ!!! น่าเสียดายความงามของเจ้ายิ่งนัก"ไป๋เหมยเหม่ยที่ได้ยินเช่นนั้นก็ส่งเสียงเหอะออกมาคราหนึ่ง ทำราวกับไม่สนใจคำพูดของฟ่านเหลียน ฟ่านเหลียนที่เห็นว่านางยังคงเฉยชาก็เริ่มมีโทสะ เขายื่นมือไปบีบคอของนาง ก่อนจะเอ่ย"อย่าอวดเก่งให้มากนัก!! ข้าจะให้หนทางรอดแก่เจ้า หากเจ้ายอมเป็นของเล่นของข้าและจางหลิงหยาง ข้ารับรองว่าจะหาทางช่วยเจ้า เป็นเช่นไร ข้อเสนอดีหรือไม่ รีบตัดสินใจเสียสิ เจ้าจะได้บุรุษมาครอบครองทีเดียวสองคนเลยนะ ไม่ดีหรือ อ้อ หรือว่าเจ้าจะรอว่าที่สามีใหม่ที่เป็นถึงท่านอ๋องมาช่วย โอ้ว เขาจะมาทันหรือ ยามนี้จะตายอยู่ในสนามรบ

  • สตรีหม้ายนางนี้ข้าจะเกี้ยวเอง   บทที่ 40 ถูกจับ

    ไป๋เหมยเหม่ยที่ได้ยินเช่นนั้นก็หน้าซีดเผือด ด้านจางเหยียนเหว่ยที่ได้ยินเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะรีบหันมามองไป๋เหมยเหม่ยในทันที"เรารีบไปดูกันเถิด"ไป๋เหมยเหม่ยที่ได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าคราหนึ่ง ก่อนจะรีบกลับไปที่จวนตระกูลไป๋พร้อมจางเหยียนเหว่ยในทันที เมื่อมาถึงก็พบว่ายามนี้จวนตระกูลไป๋ถูกปิดล้อมเอาไว้หมดแล้ว เหล่าทหารจากวังหลวงยามนี้กำลังบุกเข้าไปในจวน ก่อนจะจับตัวคนในจวนออกมาทั้งหมด"ท่านแม่ กู้ชวน!!!"ไป๋เหมยเหม่ยร้องเรียกไป๋ฮูหยินและไป๋กู้ชวนที่ยามนี้ถูกจับตัวเอาไว้ ส่วนเหล่าบ่าวไพร่ในจวนล้วนถูกกักบริเวณไม่สามารถออกไปที่ใดได้ จางเหยียนเหว่ยจ้องมองทหารเหล่านั้นด้วยแววตาที่เย็นเยียบ ก่อนจะเอ่ย"ผู้ใดสั่งให้เจ้าบุกมาจับคนเช่นนี้ คำสั่งฝ่าบาทเช่นนั้นหรือ""ท่านอ๋องโปรดวางใจ หากการตรวจสอบพบว่าคนตระกูลไป๋บริสุทธิ์ ย่อมถูกปล่อยตัวในเร็ววัน"จางเหยียนเหว่ยที่ได้ยินเช่นนั้นจึงปรายตามองไปที่ด้านหน้าตนคราหนึ่ง พบว่าเป็นเสนาบดีฟ่านฉีนั่นเอง เขาขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะเอ่ยถาม"เสด็จลุงส่งท่านมาหรือ"เสนาบดีฟ่านฉียิ้มออกมาคราหนึ่ง ก่อนจะเอ่ย"เป็นรับสั่งของฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ หรือว่าท่านอ๋องคิดจะขัด

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status