LOGINตอนที่ 4 แฟนเก่า
@บ้านธนพัฒน์ธาดา
บ้านหลังใหญ่ตั้งตระหง่านกลางพื้นที่หลายสิบไร่กลางเมืองหลวง โดยพื้นที่รอบๆถูกจัดแต่งสวนสไตล์อังกฤษเข้ากับตัวบ้านสีขาว แสงตะวันในช่วงเช้าสาดส่องยิ่งทำให้บรรยากาศรอบๆตัวบ้านร่มรื่น
ร่างสูงก้าวเดินเข้ามาในตัวบ้านที่ดูผิดไปจากเดิมจากบ้านที่เคยดูอบอุ่นมีพ่อแม่และลูกๆ ใช้เวลาร่วมกันในตอนนั้นมันเต็มไปด้วยความสุข แต่ตอนนี้กลับแทนที่ด้วยความเศร้าหมองไม่ว่าจะมองไปมุมไหนก็มีแต่ความว่างเปล่า
“คุณหนูของนม” ลาวัลย์หัวหน้าแม่บ้านในวัยเลขหกปลายๆ พาร่างท้วมสวมกอดคุณหนูที่เธอเคยช่วยคุณผู้หญิงของบ้านเลี้ยงดูตั้งแต่ทารกน้อยจนเติบโตเป็นหนุ่มหล่อ
“อย่าวิ่งครับนม จะลื่น หกล้มเอานะครับ”
“นมคิดถึงคุณหนูมากเลยค่ะ แล้วคุณผู้หญิงกับคุณหนูข้าวฟ่างมาด้วยไหมคะ”
“ไม่มาครับ”
“ทุกคนสบายดีไหมคะ”
“ทุกคนสบายดีครับ ข้าวฟ่างฝากของบำรุงมาให้เยอะแยะเลยครับ”
“ขอบคุณนะคะ น่าจะพาคุณหนูข้าวฟ่างมาหานมบ้าง ป่านนี้คงโตเป็นสาวสวยแล้วแน่ๆเลย”
“รายนั้นไม่ยอมมาง่ายๆหรอกครับ”
“เฮ้อ” ลาวัลย์ถอนหายใจทิ้งนึกถึงอดีตที่แสนเจ็บปวดจากครอบครัวที่อบอุ่นต้องมาพังทลายเพราะคนไม่รู้จักพอและผู้หญิงหน้าไม่อาย
“เรื่องมันผ่านมาแล้ว ตอนนี้คุณแม่ก็ทำใจได้แล้ว สีหน้าก็ไม่อมทุกข์เหมือนแต่ก่อนด้วย แล้วป๊าล่ะครับ”
“น่าจะอยู่ที่ห้องทำงานค่ะ คุณหนูนั่งรอในห้องนั่งเล่นก่อนนะคะ นมจะไปเรียนคุณท่านให้”
“ขอบคุณครับนม”
ระหว่างที่นั่งรอ สายตาคมไล่มองภาพถ่ายขนาดใหญ่ที่แขวนตรงมุมทางขึ้นบันไดเมื่อก่อนที่ตรงนั้นเคยเป็นภาพครอบครัวแต่ตอนนี้ถูกแทนที่ด้วยภาพคู่รักต่างวัย
“อ้าวฟิน”
เสียงหวานอ้อแอ้ดังขึ้นพร้อมกับแขนเรียวสวมกอดที่เอวหนาไว้แน่นโดยไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะถูกร่างสูงแกะมือออกทันที
“อย่าทำตัวสนิทสนม เราไม่ได้เป็นอะไรกัน ใครมาเห็นเขาจะเข้าใจผิด”
“ห่างเหินจัง รฐาก็ยังเป็นคนเดิมของฟินนะ” รฐาในชุดเกาะอกสีแดงกลิ่นเหล้าหึ่งขยับเข้าไปใกล้ร่างสูงมากขึ้น
“มันไม่มีอะไรเหมือนเดิมหรอก” ปริชญ์ขยับตัวถอยห่างอย่างไร้เยื่อใยจนอีกคนหน้าม้าน
“รฐารักฟินนะ ไม่ว่าตอนนี้หรือตอนไหน”
“คนที่รักกัน เขาไม่แอบนอกใจกันหรอก” เสียงทุ้มพูดเสียงแข็งกร้าวมองหญิงสาวตรงหน้าที่เคยรักมากด้วยแววตาว่างเปล่า
“อ้าวหนูรฐากลับมาแล้วหรอ”
“กลับมาแล้วค่ะคุณลุง” รฐาเอ่ยตอบสามีใหม่ของผู้เป็นแม่ พร้อมกับขยับถอยจากร่างสูงของปริชญ์ทันที ก่อนจะมองไปรอบๆบ้านเมื่อไร้เงาของผู้เป็นแม่เหมือนทุกครั้งที่จะคอยตามติดประมุขของบ้านไม่ห่างสายตา ไม่ใช่แอบไปบ่อนเหมือนทุกครั้งนะ
“แม่ไปไหนหรอคะ”
“คงออกไปช็อปปิ้งกับเพื่อนๆ ของเขานั่นแหละ”
“อ๋อค่ะ” รฐาพยักหน้าเข้าใจ “ช่วงนี้คุณแม่ติดเพื่อน คุณลุงอย่าบ่นแม่รฐาเลยนะคะ”
“ไม่เป็นไรหรอกลุงเข้าใจ เขาก็ต้องมีสังคมของเขา ส่วนหนูรฐาก็ขึ้นไปพักผ่อนข้างบนก่อนเถอะ ลุงมีเรื่องต้องคุยกับลูกชาย” ภุชงค์เน้นคำสุดท้ายแล้วมองหน้าลูกชายสลับลูกติดภรรยาใหม่ เมื่อเห็นแววตาเปรี่ยมไปด้วยรักจากดวงตาคู่สวยของรฐาที่หันกลับมามองลูกชายเขาอย่างไม่ปิดบัง
“เรียกมามีอะไรป๊า” ปริชญ์เข้าเรื่องทันทีเมื่ออยู่กันสองคน
“แกลาออกจากตำแหน่งวิศวกรบริษัททำไม”
“พอดีจะดูแลร้านอาหารญี่ปุ่นของแม่ต่อ”
“ฮ่าๆ” ภุชงค์หัวเราะลั่น “ร้านอาหารที่กำลังจะเจ้งน่ะหรอ แล้วแบบนี้แกจะเลี้ยงดูแม่กับน้องแกได้ยังไง”
“ผมทำได้และมันต้องดีขึ้น ร้านนั้นแม่รักมาก”
“มากแล้วไงถ้าไปต่อไม่ได้รักมากแค่ไหนสุดท้ายก็ต้องปล่อย”
“ผมสามารถปรับปรุงแล้วแก้ไขมันได้ ไม่ใช่เห็นว่าไปต่อไม่ได้แล้วสลัดทิ้ง แม้สิ่งๆนั้นมันจะยากก็ตาม”
“ไอ้ฟิน แต่ด่าฉันเหรอ ห๊ะ!”
“ผมพูดถึงร้านเฉยๆ” ปริชญ์พูดตอบเสียงราบเรียบ
“โอเคๆ” ภุชบค์สูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อระงับความโกรธแล้วพูดต่อ “เอางี้แล้วกัน ฉันจะยกคลับ TRADA ให้ถือว่าเป็นคำขอโทษที่ฉันทำไม่ดีกับแม่แกเอาไว้”
“มันทดแทนความเสียใจของแม่ไม่ได้เลยสักนิด”
“หึ แกคิดว่าร้านอาหารญี่ปุ่นใกล้เจ้งของแม่แกมันจะเลี้ยงดูพวกแกได้หรอ หรือจริงๆแล้วแกมันกระจอกทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ถ้าแกหวังว่าจะเกาะยายแกกินไปจนตายก็แล้วแต่ บ้านผู้ดีเศรษฐีเก่ารวยที่ดิน และทรัพย์สินอยู่แล้วนี่” แต่ไม่เคยเห็นหัวลูกเขยแบบเขาเลย ขอที่ดินสร้างโรงงานอุตสาหกรรมก็ไม่เคยสนับสนุน
“ป๊า อย่าพูดถึงคุณยายด้วยน้ำเสียงแบบนี้นะ” ปริชญ์พูดเสียงแข็ง เพราะรู้ดีว่าผู้เป็นพ่อกับยายไม่ลงรอยกัน มีเรื่องบาดหมางกันก็หลายครั้ง
“อย่ามาสอนคนอย่างฉัน ฉันเป็นพ่อแก รู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร”
“เข้าเรื่องต่อเถอะ มีอะไรก็พูดมาผมมีธุระต่อ”
“ฉันเองก็แก่ลงทุกวัน ฉันจะยกคลับ TRADA ให้แกบริหาร”
“ถ้าผมไม่เอาล่ะ”
“ฉันก็จะยกให้”
“ก็ได้ ถ้าอยากยกให้ผมก็จะรับไว้ แต่อย่ามาเรียกร้องคืนทีหลังแล้วกัน” ปริชญ์รับปากเพราะถ้าผมไม่รับไว้คนตรงหน้าก็คงคะยั้นคะยอไม่จบไม่สิ้น
“ฉันพูดคำไหนคำนั้นอยู่แล้ว แต่มีข้อแม้”
“มีข้อแม้อะไรก็พูดมา”
“คลับของฉันสร้างรายได้อย่างมหาศาลแต่หลังจากนี้จะเจ้งหรือจะรุ่งมันก็ขึ้นอยู่ที่แก ส่วนบริษัทแกกับน้องสาวแก ห้ามมายุ่งเกี่ยวอีกฉันจะให้ฤดีเข้าไปเรียนรู้งาน เพราะอนาคตฉันจะให้เธอขึ้นเป็นประธานบริษัทแทนฉัน ฉันเองก็อายุมากขึ้นทุกวันอย่างน้อยๆจะได้มีคนรับช่วงต่อ”
“ได้ ผมจะไม่มายุ่งหรือรบกวนป๊าอีก ให้ทนายร่างสัญญาเรื่องคลับขึ้นมาด้วย และหลังจากนี้ผม น้องและแม่จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับคนในตระกูลธนพัฒน์ธาดาอีก”
“จองหอง ถ้าแน่จริงแกกับน้องแกก็เปลี่ยนไปใช้นามสกุลเก่าแม่แกด้วยเลยสิ”
“ได้” ปริชญ์รับคำเสียงเรียบ
“อวดดี”
“ป๊าบีบบังคับให้ผมเดินทางนี้เอง แล้วผมขอเตือนป๊าด้วยความหวังดี อย่าไว้ใจใครมากกว่าตัวเอง เพราะวันหนึ่งป๊าอาจจะไม่เหลืออะไรเลย แม้แต่ครอบครัวเพราะวันนี้ป๊าได้ปล่อยมือจากพวกเราไปแล้ว”
“อย่ามาสั่งสอนคนแบบฉัน”
“ผมเตือนด้วยความหวังดี อีกอย่างป๊ายังรู้จักกับคุณฤดีไม่ถึงสองปีด้วยซ้ำ ยังไม่รู้จักตัวตนจริงๆเลย ป๊าเอาอะไรมาเชื่อใจมากกว่าแม่ที่อยู่ด้วยกันมากว่าครึ่งชีวิต”
“หึๆอย่าทำเป็นพูดดีไปหน่อยเลย หรือความจริงแกมีปัญหากับหนูรฐาเลยพาลมาลงที่แม่ของเขาที่เป็นเมียใหม่ฉัน”
“ผมไม่เคยคิด แค่อยากจะเตือนสติป๊า แล้วอีกอย่างรฐาก็แค่แฟนเก่า”
“แกไม่ต้องมาเตือนสติฉันหรอกฉันรู้ว่าฉันทำอะไรอยู่ แต่ถ้าแกอยากคืนดีกับหนูรฐา ฉันก็พร้อมจะช่วยแก” ภุชงค์เอ่ยขึ้นยิ้มๆ เมื่อเห็นแววตาอาลัยอาวรณ์ของลูกชายแม้จะเพียงชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น บางทีทั้งสองอาจจะยังรักกันอยู่ก็ได้
“มันจบไปนานแล้ว เลิกคือเลิก” ปริชญ์ตอบเสียงแข็งแม้ในใจจะเจ็บปวดคล้ายใครสะกิดแผลที่ยังไม่หายดีก็ตาม แล้วหันหลังเดินกลับทันทีก่อนจะชะงักเท้าหันกลับมามองผู้เป็นพ่ออีกครั้งเมื่อนึกถึงเรื่องสำคัญขึ้นมาได้ “ป๊าอย่าหลงมัวเมากับคำหวานเมียใหม่มากเกินไปนะ ใครต่อใครเขาพูดอะไรก็ฟังบ้าง เพราะบางทีคนนอกเขาดูออก”
“ฉันรู้จักเมียฉันดี แล้วฉันก็อาบน้ำร้อนมาก่อนแก รู้ว่าอะไรเป็นอะไร แกไม่ต้องมาสั่งสอนฉัน”
“โอเค ผมแค่เตือนด้วยความหวังดี” ผมเพียงรับคำของผู้เป็นพ่อเท่านั้น พูดไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นนอกจากจะทะเลาะกันเปล่าๆ จึงเดินเลี่ยงออกมา
ตอนที่ 16 สารภาพเมื่อเดินทางมาถึงคอนโดฟาริญรีบนำกระเป๋าเดินทางไปเก็บอีกห้องทันที แล้วเดินมาหาพี่ชาย“เฮียฟินวันนี้ฟ่างขอไปผับนะ”“พรุ่งนี้วันจันทร์”“ไม่เมาแน่นอน นะๆ วันนี้เพื่อนฟ่างหยุดงานพอดี โอกาสที่จะเที่ยวด้วยกันครบสามคนมันยากมากนะเฮีย”“อือ ไปพร้อมเฮีย จะกลับค่อยโทรมาบอก เพราะวันนี้เฮียจะเข้าไปตรวจงานที่คลับ”“ค่ะ ไปสี่ทุ่มใช่ไหมคะ”“อื้อ”“งั้นฟ่างขอตัวไปนอนเอาแรงก่อนนะ”“เดี๋ยวก่อน”ฟาริญหันหลังเดินกลับเข้าห้อง แต่ก็ต้องชะงักเมื่อพี่ชายเรียกไว้“ไปเอาภาพนั้นมาจากไหน”“เพื่อนส่งมาให้”“แล้วเป็นอะไรกับจันทร์เจ้า”“จันทร์เจ้าไหนคะ” ฟาริญแสร้งตีหน้ามึนกับคำถามพี่ชาย “ใครคือจันทร์เจ้า”“ไม่ได้รู้จักกันใช่ไหม”“ไม่รู้ค่ะ เฮียฟินก็พามาแนะนำสิ ฟ่างจะได้รู้จัก”“เฮียไม่ได้คิดจริงจัง ไม่นานก็คงเลิก”“การกระทำดูขัดกับคำพูดนะคะพี่ชาย บอกจะเลิกทำไมตาดูเศร้าแบบนั้นล่ะคะ”“พูดมาก”“ฟ่างอยากให้เฮียฟินเปิดใจนะ เพราะผู้หญิงทุกคนไม่ได้เลวร้ายเหมือนแฟนเก่าเฮียทุกคนหรอก ไม่มีใครเขาทรยศหักหลังแฟนด้วยการไปเอากับเพื่อนสนิทหรอกค่ะ”“...”“ฟ่างไม่ได้ตอกย้ำนะ แค่อยากให้เฮียฟินเปิดใจ ไปนอนดีกว่า”@ผับ
ตอนที่ 15 หิรัญกุลรถสปอร์ตคันหรูชะลอความเร็วเลี้ยวเข้ามาในรั้วบ้านหิรัญกุลบ้านหลังใหญ่สีขาวตั้งตะหง่านอยู่หน้าซอยถนนอมรึก เจ้าของที่ดินนับร้อยไร่ในบริเวณในเขตชานเมืองและที่ดินทำเลทอง เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง“สวัสดีครับคุณยาย”“มาตั้งแต่เมื่อไรลูก”“พึ่งมาถึงครับเจอแม่บ้านพอดี เขาบอกยายจิบชาอยู่ที่สวนผมเลยมาหาก่อน”“มาๆให้ยายกอดหน่อย” ปริชญ์เข้าไปสวมกอดผู้เป็นยายถึงแม้อายุเข้าสู่เลขแปดแต่ยังคงแข็งแรงกระฉับกระเฉงราวกับสาวแรกรุ่น “แล้วแม่กับน้องไปไหนกันครับ” “อบรมเด็กแสบทำขนมอยู่ในครัวไทยนู่น” “หึๆ” ปริชญ์หัวเราะน้อยๆเมื่อนึกถึงน้องสาวที่อายุห่างกันถึงเจ็ดปี ความแสบความซนของเธอผมรู้ดีว่ามีฤทธิ์มากแค่ไหน แต่พออยู่บ้านกลายต้องเป็นคุณหนูผู้แสนเรียบร้อย แต่ก็มีบางครั้งที่หลุดคาแร็คเตอร์จนผู้เป็นยายกับแม่ปวดหัวอยู่บ่อยครั้ง “ยายพยายามอบอรมให้เป็นผู้หญิงกับเขาบ้างแต่ก็ยังเป็นม้าดีดกะโหลกเหมือนเดิม” คุณหญิงนวลละอองส่ายหน้าไปมากับความแสบซนของหวานสาว แต่นั่นก็ทำให้เขายิ้ม หัวเราะมีความสุขได้ทุกครั้ง “เฮีย” “นั่น เสียงมาก
ตอนที่ 14 ไถ่โทษในเวลาต่อมารถคันหรูจอดสนิทในลานจอดรถชั้นใต้ดินคลับ TRADA เธอก็รีบเปิดประตูลงทันที“จันทร์เจ้า”“แยกกันตรงนี้นะคะ จันทร์เจ้าไม่อยากเป็นขี้ปากคนอื่น”“ยังไม่หายโกรธอีกหรือไง”“ค่ะ” เธอตอบเสียงสะบัดก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปยังห้องแต่งตัวแต่ยังไม่ทันก้าวพ้นประตู เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้เธอต้องหันกลับไปมอง “คุณจันทร์เจ้าครับ” “มีอะไรหรือเปล่าคะ” บอดี้การ์ดที่เฝ้าอยู่ทางเข้าสำหรับพนักงานเรียก เธอจึงหันไปมองด้วยความแปลกใจแล้วเลิกคิ้วขึ้นถาม “เฮียฟินแจ้งไว้ว่าก่อนเข้างานให้ขึ้นไปพบที่ห้องทำงานชั้นบนด่วนครับ” “ขอบคุณนะคะ” ฉันก้มหัวขอบคุณเล็กน้อยแล้วเดินเข้าห้องแต่งตัวทันที ไม่สนใจคำสั่งคนเบื้องบนเพราะยังโมโหที่อีกฝ่ายเป็นเหตุทำให้โทรศัพท์เธอพังไม่หาย “เป็นอะไรจันทร์เจ้า หน้ามุ่ยมาเชียว” “หงุดหงิดคนค่ะพี่ส้มใส” “เอ๊ะ เป็นหนุ่มคนไหนหนอ” ส้มใสยิ้มแซว “ไม่ต้องแซวเลย ไปแต่งตัวดีกว่า” คล้อยหลังเธอไม่นานเฟิร์นเลขาผู้จัดการของเนตรทรายวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาภ
ตอนที่ 13 ความลับ (แตก)@มหาวิทยาลัย“จันทร์เจ้า”“อุ๊ย พฤกษ์ตกใจหมดเลย” เสียงทุ้มที่ดังขึ้นจากทางด้านหลังทำให้ร่างบางชะงักหันไปมองคนเรียก“มีอะไร”“คิดถึง”“ไม่ต้องมาอ่อยเหยื่อ เพราะไม่ติดกับแน่นอนจ้า”“ใจแข็งวะ” พฤกษ์โอดครวญแต่ใบหน้ากลับยิ้มกว้างแววตาแพรวพราวตามประสาผู้ชายเจ้าชู้“เดี๋ยวเดินไปส่งคณะ”“ไม่ต้องก็ได้ ไม่เดินหลงหรอก”“เมื่อกี้ใครมาส่ง”“อะไรใครมาส่ง ไม่มี๊” ฉันมองหน้าเขาด้วยความตกใจก่อนจะโบกมือ ส่ายหน้าปฏิเสธเป็นพัลวัน“โกหก”“วินมั้ง”“วินขับรถหรูเนาะ”“แก๊ปมาส่ง”“ไม่เนียน”“ไม่มีอะไร”“ลูกค้ามาส่งหรอ”“ก็รู้ว่าไม่รับงานบนเตียง”“ไม่ใช่ ก็คิดว่าลูกค้าที่รับงานกินข้าวด้วยไง”“เออ ใช่ๆ แต่อันนี้ไม่ใช่กินข้าว แต่แค่ให้นั่งมามหาลัยพร้อมกัน วิธีบอกเลิกสาวแต่สาวไม่ยอมเลิก ตอแยไม่หยุดเลยใช้วิธีนี้” อยากกราบสมองที่ผุดไอเดีย คำพูดแก้ตัวได้สดๆร้อนๆ“เชื่อยาก”“เอ้า ไม่เชื่อจะให้อธิบายทำไมไม่รู้”“พยายามจะเชื่อแล้วกัน แล้ววันนี้เลิกเรียนกี่โมง”“วันนี้มีเรียนเต็มวัน 17.00 นู่นแหละบางทีอาจารย์ก็อาจปล่อยเลท”“เย็นนี้ไปกินข้าวกับป่ะ”“ไม่ว่าง ต้องรีบกลับไปทำงาน เดี๋ยวโดนเจ๊นาวกินหั
ตอนที่ 12 ติดใจเหยื่อ “ไอ้ฟินๆ”“มีอะไร”“น้องคนเมื่อกี้ใครวะเห็นเดินออกไปพร้อมเจ๊มะนาว โคตรน่ารักเลย” นาวินทร์ที่เปิดประตูเข้ามารีบเปิดปากถามเพื่อสนิททันทีด้วยความตื่นเต้น “กูว่าน้องเขาหน้าตาคุ้นๆ” เด่นภูมิพูดขึ้นเพราะเขาเองก็รู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเจอที่ไหนสักที่ แต่นึกเท่าไรก็นึกไม่ออก“ดาวคลับ TRADA ไง จำไม่ได้เหรอ”“มึงอย่ามาอำไอ้ฟิน”“จริงครับคุณภูมิ คุณวินทร์ ผมคอนเฟิร์มได้ว่านั่นน่ะน้องจันทร์เจ้าตอนไม่แต่งหน้า ดูน่ารักมากๆเลยใช่ไหมล่ะครับ” ตฤณที่พูดยิ้มๆ ถึงกับชะงักกึกเมื่อเห็นสีหน้าผู้บริหารคนใหม่ตวัดตาดุมองจนเสียวสันหลังวาบ “ผมก็ชมน้องเขาปกติครับคุณฟิน ไม่มีอะไรเลยครับ”“มึงดูหวงๆนะไอ้ฟิน ความสัมพันธ์พัฒนาก้าวกระโดดหรอ”“เปล่า”“มีพิรุธฉิบหาย”“ดูเชิงเขา โดยการปลอมเป็นเหยื่อ สุดท้ายทำได้ไม่นานเจอความน่ารักของเสือสาวเข้าไปใจเหลวอ่ะดิมึง” นาวินทร์พูดเย้าเพื่อนสนิทที่นานๆทีจะเห็นมันถูกใจใครสักคนจนตาเป็นประกายวาววับ“พูดมากนะพวกมึง แล้วมาทำไม”“มาเที่ยวดิ ถามแปลกๆ มาคลับมึงจะให้กูมารอใส่บาตรตอนเช้ามั้ง”“กวนตีนจังนะไอ้วินทร์” ปริชญ์บ่นเพื่อนพร้อม
ตอนที่ 11 เจ้านายคนใหม่หลายวันต่อมา @TRADA คลับ ในห้องแต่งตัวเหล่าสาวๆวุ่นวายอีกครั้งเมื่อข่าวใหม่ที่ได้รับมาสร้างความอยากรู้อยากเห็นให้กับพวกเธอ ว่าเจ้าของคลับคนใหม่จะเป็นใคร จนอยากจะเลิกงานไวๆจะได้ยลโฉมหน้าสักที “เจ๊นาว ผู้บริหารคนใหม่คือใครเหรอคะ” “ลูกชายเสี่ยภุชงค์” “จะใจดีแบบเสี่ยไหมหนอ” “รอดูเอาเอง แต่บอกได้คำเดียวว่าหล่อลากไส้ เห็นครั้งแรกรับรองตะลึงจนตาค้างแน่นอน”“อ๊ายยย อยากเห็นๆ เขาเคยมาที่คลับเราไหมเจ๊หรือเขาไปเที่ยวโซนผับที่เปิดใหม่มากกว่า” ส้มใสเอ่ยถามขึ้นด้วยความตื่นเต้น“มาแต่โซนคลับ แล้วบอกได้คำเดียวว่ามาบ่อยมาก ทุกอาทิตย์ พวกแกต้องเคยเห็นบ้างแหละ และเขาก็เข้ามาบริหารงานได้หนึ่งอาทิตย์แล้วด้วย”“จริงเหรอเจ๊”“ใช่ บางทีพวกแกอาจจะเจอแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเขาคือใครก็ได้”“หู้ว อยากเจอไวๆอ่า”“อ๋อ อีกเรื่องขอย้ำกับทุกคนอีกครั้งนะ เรื่องอายุของจันทร์เจ้า อย่ามีใครเผลอพูดออกไปเด็ดขาด” “มีอะไรหรือเปล่าเจ๊ ตำรวจจะลงหรอ หนูอายุยี่สิบแล้วไม่มีปัญหาแน่นอน” จิณห์วราที่เปิดประตูเข้ามาได้ยินทันพอดี จึงรีบ







