Home / โรแมนติก / สถานะ คนคุย / ตอนที่ 7 ภาพตัด

Share

ตอนที่ 7 ภาพตัด

last update Last Updated: 2025-11-07 17:14:05

ตอนที่ 7 ภาพตัด

“เดินดีๆก่อนได้ไหม”

“แล้วไม่ดีตรงไหน”

จิณห์วราช้อนนัยน์ตาสุกใสแวววาวขึ้นมองร่างสูงที่โอบเอวประคองไว้แนบชิด

“ก็ตรงที่เดินแล้วลูบขาผมเนี่ย ขยับสูงอีกนิดก็โดนน้องชายผมแล้วนะ”

“อือ โทษที”

“ทำไมต้องกินจนเมาขนาดนี้”

“แล้วถ้ากินไม่เมา จะกินทำไมล่ะคุณ”

“ยอกย้อน”

“คุณฉันขี้เกียจเดินแล้วอ่ะ”

“เรื่องเยอะ แล้วจะให้ทำไง”

“อุ้มหน่อย”

พรึ่บ!

ปริชญ์ตวัดร่างบางขึ้นอุ้มแล้วก้าวเดินตรงดิ่งไปที่รถคันหรูก่อนจะปล่อยให้เธอยืนบนพื้นแล้วเปิดประตูให้เธอเข้าไปนั่ง พร้อมกับดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดให้เรียบร้อย

“ขอบคุณ”

“แค่นี้เองหรอ”

“จะให้ตอบว่าไง หรือต้องทำเป็นอินโนเซนท์จ้องหน้าคุณนิ่งๆ รอจูบจากคุณงั้นหรอ”

“อือ ได้ไหมล่ะ”

“ไม่อ่ะ มันเชยอ่ะคุณ ใครๆเขาก็ทำกันป่ะ”

“รู้มาก”

“ฉันทำงานแบบนี้ เจอบรรดาเสือ สิงห์พร้อมบุกขย้ำ ถ้าไม่มีภูมิต้านทานคงไม่อยู่รอดจนมาถึงทุกวันนี้หรอก”

“แต่ก็เก่งมาก” ผมกระซิบบอกเธอเบาๆพร้อมกับยื่นมือหยิกแก้มนุ่มด้วยความหมั่นเขี้ยวก่อนจะเดินอ้อมมาด้านคนขับ จนไม่ทันเห็นแก้มนวลขึ้นสีแดงระเรื่อ

จิณห์วราลูบอกด้านซ้ายเบาๆเมื่อรับรู้ความผิดปกติที่เกิดขึ้นแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซ้ำยังเกิดขึ้นกับคนที่ไม่รู้จักอีก ฉันพยายามควบคุมลมหายใจและอาการใจเต้นแรงให้อยู่ในระดับปกติเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรับรู้ ก่อนจะหันไปมองคนข้างๆที่อยู่หลังพวงมาลัยพารถคันหรูแล่นไปตามท้องถนนโล่งในช่วงเวลาที่ผู้คนต่างหลับใหล

“คุณ”

“หื้ม”

“ทำไมใส่แว่น สายตาสั้นหรอ”

“ไม่นะ”

“อ่าว! แล้วที่เขาพูดกันว่าคนใส่แว่นกินดุจริงป่ะ”

“ลองไหมล่ะ”

“เหอะ! เนิร์ดแบบนี้จะร้อนแรงสักแค่ไหนกันเชียว”

“พูดแบบนี้ ไปต่อด้วยกันไหมล่ะครับ”

“หึๆ” จิณห์วราหัวเราะออกมาเบาๆ พร้อมขยับตัวนั่งเฉียงหันหน้าเข้าหา “อ่อยเหยื่อหรอ”

“เปล่าอ่อย แล้วอีกอย่างของแบบนี้เขาไม่พูดกันหรอก ต้องทดลองด้วยตัวเอง”

“อย่ามาฉวยโอกาสตอนเมา เพราะมันไม่ได้ผล”

“ไม่กล้าอ่ะดิ”

“อย่าท้าทาย” ฉันตวัดตาจ้องคนตรงหน้าเขม็ง เธอไม่ชอบให้ใครมาท้าทายแล้วยิ่งในเวลาที่ร่างกายรับแอลกอฮอล์เข้าไปเกินลิมิตความอยากเอาชนะยิ่งเพิ่มสูงขึ้น ก่อนจะปลดเข็มขัดนิรภัยออกพร้อมขยับตัวขึ้นเล็กน้อย อาศัยช่วงที่เขาจอดรถติดไฟแดงโน้มต้นคอลงมาแล้วจูบลงบนริมฝีปากหยักทันที

“อึก อื้อออ”

จากที่เป็นฝ่ายเริ่มก่อนแต่พอถูกเขาจูบกลับด้วยจูบแสนเร้าร้อนจนร่างบางอ่อนระทวย จึงถูกเขาดึงเข้าไปกอดแนบแน่นจนกระทั่ง

ปรื้นนนน

เสียงบีบแตรดังขึ้นจากรถทางด้านหลังทำให้ปริชญ์ยอมปล่อยให้ร่างบางได้รับอิสระแล้วกลับมาตั้งใจขับรถต่อ

แก้มนวลแดงระเรื่อเพิ่มมากขึ้น ไม่รู้ว่าเพราะการกระทำของเขาหรือเพราะพิษแอลกอฮอล์ในร่างกายที่เริ่มออกฤทธิ์จนเธอเริ่มมึนหัวหนักขึ้นเรื่อย ๆ ลมหายใจสั่นสะท้าน สติเริ่มเลือนลางแต่ก่อนที่ภาพทุกอย่างจะดับวูบ ความทรงจำครั้งสุดท้ายที่จำได้...เขาพาเธอเข้าโรงแรม

แสงตะวันที่โผล่พ้นขอบฟ้าเริ่มเปล่งแสงประกาย ทำให้ร่างบางที่นอนหลับสนิทบนเตียงสีขาวสะลืมสะลือตื่นพร้อมกับยกมือขึ้นบังแสงที่ลอดทะลุผ่านผ้าม่านเข้ามา

“อื้อ”

เธอขยับพลิกตัวอย่างแผ่วเบาด้วยความปวดเมื่อยไปทั้งตัว ก่อนที่จะเบิกตากว้างเมื่อความทรงจำเมื่อคืนผุดเข้ามาในหัวสมอง ก่อนจะหันมองคนข้างๆช้าๆ เห็นแผ่นหลังกว้าง ผิวขาวอย่างคนสุขภาพดีนอนคว่ำหน้า ผ้าห่มผื่นใหญ่ปิดคลุมสะโพกหนา ถ้าให้เดาเขาคงไม่ได้ใส่อะไรไว้แน่ๆแล้วพอก้มดูตัวเองถึงกับยกมือขึ้นกุมขมับ

“ซวยแล้ว จันทร์เจ้า” เธออุทานเสียงแผ่วเบาเมื่อร่างกายในตอนนี้ไม่มีเสื้อผ้าติดกายสักชิ้นก่อนจะค่อยๆขยับตัวลุกขึ้นแล้วเข้าไปจัดการตัวเองในห้องน้ำอย่างเงียบเชียบจนเรียบร้อย ก่อนจะวิ่งไปคว้ากระเป๋าสายมาสะพาย แล้วออกจากห้องด้วยความเร่งรีบและเงียบที่สุด

ฟู่ว!

เธอถอนหายใจออกมายาวเหยียด หลังจากพาตัวเองออกมาด้านหน้าโรงแรมได้สำเร็จ แม้จะโล่งใจแต่ก็โล่งใจไม่สุดเมื่อเธอจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่ได้เลยหลังจากที่เขาพาเธอเข้าโรงแรม

“จะได้เสียกันไหมวะ”

“แต่ก็ไม่เจ็บ ไม่ปวดนี่หว่า” ฉันกระโดดไปมา ขยับตัวอ้าขากว้างอย่างลืมตัว จนผู้คนที่เดินขวักไขว่ผ่านไปผ่านมาต้องหันมองด้วยความงุนงงราวกับเธอเป็นตัวประหลาด

“โอ๊ย จันทร์เจ้า เรื่องสำคัญแบบนี้พลาดได้ไงวะเนี่ย” ตื่นมานอนกับใครไม่นอน ดันมานอนกับคนที่เธอเคยปากดีใส่ไว้

ครืด ครืด ครืด

โทรศัพท์เครื่องหรูในกระเป๋าสะพายสั่นสะท้านเมื่อมีสายเรียกเข้า เธอจึงรีบควานหาก่อนจะกดรับสายเมื่อเห็นชื่อคนที่โทรเข้ามา

“ว่าไงแซนดี้”

“มึงอยู่ไหนจันทร์เจ้า”

“อยู่... อ๋อ คอนโด มีอะไร” เสียงหวานตอบตะกุกตะกักเมื่อสติสัมปชัญญะที่เตลิดไปยังไม่กลับมาเต็มร้อย

“ฉันเป็นห่วงกลัวไม่ถึงห้อง”

“เออ ไม่ต้องห่วง”

“มึงกูซอรี่นะ เรื่องเมื่อคืนที่ทิ้งมึงสองคนไว้ในผับ”

“ไม่เป็นไร ทำอย่างกับแกไม่เคยทิ้งพวกฉันเวลาเจอเป้าหมายถูกตาต้องใจงั้นแหละ”

“แหม่ๆ เพื่อนรักมันก็ต้องมีบ้าง แต่ก็ไม่บ่อยแล้วป่ะ”

“จ้าไม่บ่อย แค่ทุกครั้งที่ออกเที่ยวเอง”

“จุกอกมาก อย่าเอาความจริงมาพูด”

“เออ แค่นี้นะ ตอนบ่ายเจอกัน”

@มหาลัยรัฐชื่อดัง

โรงอาหาร

เวลา 12.00 น.

ช่วงพักเที่ยงโรงอาหารมหาลัยแน่นขนัดไปกับกลุ่มนักศึกษาหลากหลายคณะจนโต๊ะทุกโต๊ะถูกจับจองจนไม่เหลือที่ว่าง

“ไม่มีที่ว่างเลยอ่า” จิณห์วราเปรยขึ้นพร้อมกับชะเง้อคอมองไปรอบๆโรงอาหาร

“ตรงนั้นว่างพอดีเลย รีบไปกัน” ชรันณ์เอ่ยพูดด้วยความรวดเร็วเมื่อเห็นนักศึกษากลุ่มหนึ่งกำลังลุกขึ้นพอดี ก่อนจะจับแขนเรียวของทั้งสองสาวเดินไปยังโต๊ะที่หมายตาไว้

“ไปหาข้าวกินกัน”

“จันทร์เจ้าแกนั่งเฝ้าโต๊ะนะ จะกินอะไรเดี๋ยวซื้อมาให้”

“กระเพรากุ้งเผ็ดน้อย น้ำเปล่าหนึ่งขวด”

“โอเคจ้า” ฟาริญพยักหน้ารับก่อนจะเดินเคียงคู่ไปกับชรันณ์แล้วแยกย้ายกันไปซื้ออาหารตามร้านเจ้าประจำ ใช้เวลาไม่นานเพื่อนสนิทก็เดินกลับมาพร้อมจานข้าวก่อนจะวางลงแล้วเริ่มลงมือจัดการอาหารตรงหน้า

“พวกมึง”

“ว่า” ฉันที่กระดกน้ำเปล่าขึ้นดื่มครางรับก่อนจะพยักหน้าให้อีกฝ่ายพูดต่อ

“กูขอโทษอีกครั้งนะที่เมื่อคืนทิ้งพวกมึงไว้ที่ผับกันสองคน“

“ไม่ต้องพูด แกก็ชอบทิ้งพวกฉันบ่อยๆ แล้วไปเสวยสุขคนเดียว” ฟาริญบ่นกระปอดกระแปดพร้อมกับเชิดหน้าขึ้นอย่างงอนๆ

“กราบขอโทษแบบเบญจางคประดิษฐ์สามที ได้โปรดให้อภัยเพื่อนคนนี้ด้วยนะคะเพื่อนรักทั้งสอง”

“แซนดี้แกทำอะไรเนี่ย เงยหน้าขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลย คนอื่นคิดว่าพวกฉันสองคนเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่แกต้องกราบไหว้แล้วเนี่ย” จิณห์วราสะกิดไหล่เพื่อนยิก ๆ เมื่อคนตรงหน้าไม่พูดเปล่าแต่ยังพนมมือไหว้ ก้มกราบที่โต๊ะค้างไว้ตามที่พูด

“เขาจะคิดว่าแกไหว้ครูแล้วนะแซนดี้ เงยหน้ามาได้แล้ว ฉันอายคนอื่นเขา” ฟาริญพูดย้ำอีกครั้ง

“ยกโทษให้กูก่อนสิ”

“เออๆ” ทั้งสองเอ่ยตอบพร้อมกัน

“แล้วถึงคอนโดกันโดยสวัสดิภาพ ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ใช่ไหม”

“อือ ครบถ้วน ถึงบ้านอย่างปลอดภัยแถมโดนคุณยายเทศน์กัณฑ์ใหญ่ถึงบาปบุญ เรื่องรักษาศีลข้อห้าจนหูชา” ฟาริญทำหน้าปูเลี่ยน เมื่อนึกถึงเสียงบ่นคุณยายต้อนรับเช้าวันใหม่ “แค่นั้นไม่พอนะแถมยังลากฉันไปใส่บาตรตอนเช้าต่อ ได้รับพรไปเต็มๆ”

“แล้วแกล่ะ จันทร์เจ้า” ชรันทร์หันมาถามเพื่อนสนิทอีกคนอย่างจิณห์วราที่ขยับตัวหยุกหยิก สายตากลอกกลิ้งไปมาทำตัวราวกับมีเรื่องปิดบัง

“จันทร์เจ้า ว่าไง”

“เอ่อ....” จิณห์วราเงยหน้ามองทั้งสองคนสลับไปมา อ้ำอึ้งอยากเล่าก็อยากเล่า แต่ก็ไม่กล้าปริปากพูด

“อะไร ยังไงถึงคอนโดปลอดภัยใช่ไหม ฉันจะให้รถที่บ้านวนไปส่งแกก็ไม่ยอม” ฟาริญถามย้ำ

“...”

“จันทร์เจ้า จันทร์เจ้า! จันทร์เจ้าโว้ย” ฟาริญสะกิดอีกฝ่ายพร้อมกับเอ่ยเรียกอีกครั้งเมื่ออยู่ดีๆเพื่อนสนิทก็นั่งเท้าคาง แววตาเหม่อลอยไร้จุดโฟกัส ซ้ำคิ้วเรียวได้รูปยังขมวดเป็นปมอีก

“จันทร์เจ้า!!”

“....”

“มันเป็นอะไรวะฟ่าง” ชรันณ์หันมาถามฟาริญก่อนจะชะโงกหน้าเข้าไปใกล้จิณห์วรามากขึ้น

“เออ นั่นดิ เหม่อเลย ดูท่าอาการจะหนักด้วยว่ะ”

“จันทร์เจ้า!!!”

            “หะ หา โอ๊ย ตกใจหมด” จิณห์วราได้สติสะดุ้งตกใจใบหน้าสวยเหลอหลา “มะ มีอะไร แล้วจะขยับมาใกล้ทำไมเนี่ยแซนดี้”

“เป็นอะไร มึงยังไม่ได้ตอบคำถามพวกกูเลยนะ”

            “เปล่าๆ”

            “เหม่ออะไร”

“ไม่มีอะไร แค่ง่วงนอนมั้ง”

“หรือเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น”

“ไม่มี๊ มารีบกิน เดี๋ยวขึ้นเรียนสาย” ฉันตอบเพื่อนสนิททั้งสองเสียงสูงอย่างไม่รู้ตัวก่อนจะก้มหน้าจัดการอาหารในจานจนเรียบร้อย

            “งง อะไรกัน”

            “คำว่าพิรุธ โอบล้อมตัวแกไปหมดแล้ว รู้ตัวไหม”

            “ไม่มีอะไร ไปๆขึ้นเรียน”

“เออค่า รีบอยู่เนี่ย” ชรันณ์เอ่ยตอบ

“แซนดี้แกว่าจันทร์เจ้ามันมีพิรุธไหม” ฟาริญเอียงตัวกระซิบถามเพื่อนสนิทอย่างชรันณ์ในขณะที่สายตามองตามหลังร่างบางแบบไม่ละสายตา

            “มาก”

            “รู้นะว่านินทา รีบขึ้นเรียนได้แล้ว”

            “จ้าๆ รู้แล้ว” ฟาริญตอบรับก่อนจะหันมากระซิบถามชรันณ์เสียงเบา “จันทร์เจ้ามันมีสามตาหรือไงวะ รู้ทันเราทุกเรื่องเลย”

“ไม่รู้ว่ามีสามตาไหม แต่กูว่าเมื่อคืนต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่ๆ เรื่องนี้ต้องตามสืบ”

“เห็นด้วย”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สถานะ คนคุย   ตอนที่ 16 สารภาพ

    ตอนที่ 16 สารภาพเมื่อเดินทางมาถึงคอนโดฟาริญรีบนำกระเป๋าเดินทางไปเก็บอีกห้องทันที แล้วเดินมาหาพี่ชาย“เฮียฟินวันนี้ฟ่างขอไปผับนะ”“พรุ่งนี้วันจันทร์”“ไม่เมาแน่นอน นะๆ วันนี้เพื่อนฟ่างหยุดงานพอดี โอกาสที่จะเที่ยวด้วยกันครบสามคนมันยากมากนะเฮีย”“อือ ไปพร้อมเฮีย จะกลับค่อยโทรมาบอก เพราะวันนี้เฮียจะเข้าไปตรวจงานที่คลับ”“ค่ะ ไปสี่ทุ่มใช่ไหมคะ”“อื้อ”“งั้นฟ่างขอตัวไปนอนเอาแรงก่อนนะ”“เดี๋ยวก่อน”ฟาริญหันหลังเดินกลับเข้าห้อง แต่ก็ต้องชะงักเมื่อพี่ชายเรียกไว้“ไปเอาภาพนั้นมาจากไหน”“เพื่อนส่งมาให้”“แล้วเป็นอะไรกับจันทร์เจ้า”“จันทร์เจ้าไหนคะ” ฟาริญแสร้งตีหน้ามึนกับคำถามพี่ชาย “ใครคือจันทร์เจ้า”“ไม่ได้รู้จักกันใช่ไหม”“ไม่รู้ค่ะ เฮียฟินก็พามาแนะนำสิ ฟ่างจะได้รู้จัก”“เฮียไม่ได้คิดจริงจัง ไม่นานก็คงเลิก”“การกระทำดูขัดกับคำพูดนะคะพี่ชาย บอกจะเลิกทำไมตาดูเศร้าแบบนั้นล่ะคะ”“พูดมาก”“ฟ่างอยากให้เฮียฟินเปิดใจนะ เพราะผู้หญิงทุกคนไม่ได้เลวร้ายเหมือนแฟนเก่าเฮียทุกคนหรอก ไม่มีใครเขาทรยศหักหลังแฟนด้วยการไปเอากับเพื่อนสนิทหรอกค่ะ”“...”“ฟ่างไม่ได้ตอกย้ำนะ แค่อยากให้เฮียฟินเปิดใจ ไปนอนดีกว่า”@ผับ

  • สถานะ คนคุย   ตอนที่ 15 หิรัญกุล

    ตอนที่ 15 หิรัญกุลรถสปอร์ตคันหรูชะลอความเร็วเลี้ยวเข้ามาในรั้วบ้านหิรัญกุลบ้านหลังใหญ่สีขาวตั้งตะหง่านอยู่หน้าซอยถนนอมรึก เจ้าของที่ดินนับร้อยไร่ในบริเวณในเขตชานเมืองและที่ดินทำเลทอง เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง“สวัสดีครับคุณยาย”“มาตั้งแต่เมื่อไรลูก”“พึ่งมาถึงครับเจอแม่บ้านพอดี เขาบอกยายจิบชาอยู่ที่สวนผมเลยมาหาก่อน”“มาๆให้ยายกอดหน่อย” ปริชญ์เข้าไปสวมกอดผู้เป็นยายถึงแม้อายุเข้าสู่เลขแปดแต่ยังคงแข็งแรงกระฉับกระเฉงราวกับสาวแรกรุ่น “แล้วแม่กับน้องไปไหนกันครับ” “อบรมเด็กแสบทำขนมอยู่ในครัวไทยนู่น” “หึๆ” ปริชญ์หัวเราะน้อยๆเมื่อนึกถึงน้องสาวที่อายุห่างกันถึงเจ็ดปี ความแสบความซนของเธอผมรู้ดีว่ามีฤทธิ์มากแค่ไหน แต่พออยู่บ้านกลายต้องเป็นคุณหนูผู้แสนเรียบร้อย แต่ก็มีบางครั้งที่หลุดคาแร็คเตอร์จนผู้เป็นยายกับแม่ปวดหัวอยู่บ่อยครั้ง “ยายพยายามอบอรมให้เป็นผู้หญิงกับเขาบ้างแต่ก็ยังเป็นม้าดีดกะโหลกเหมือนเดิม” คุณหญิงนวลละอองส่ายหน้าไปมากับความแสบซนของหวานสาว แต่นั่นก็ทำให้เขายิ้ม หัวเราะมีความสุขได้ทุกครั้ง “เฮีย” “นั่น เสียงมาก

  • สถานะ คนคุย   ตอนที่ 14 ไถ่โทษ

    ตอนที่ 14 ไถ่โทษในเวลาต่อมารถคันหรูจอดสนิทในลานจอดรถชั้นใต้ดินคลับ TRADA เธอก็รีบเปิดประตูลงทันที“จันทร์เจ้า”“แยกกันตรงนี้นะคะ จันทร์เจ้าไม่อยากเป็นขี้ปากคนอื่น”“ยังไม่หายโกรธอีกหรือไง”“ค่ะ” เธอตอบเสียงสะบัดก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปยังห้องแต่งตัวแต่ยังไม่ทันก้าวพ้นประตู เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้เธอต้องหันกลับไปมอง “คุณจันทร์เจ้าครับ” “มีอะไรหรือเปล่าคะ” บอดี้การ์ดที่เฝ้าอยู่ทางเข้าสำหรับพนักงานเรียก เธอจึงหันไปมองด้วยความแปลกใจแล้วเลิกคิ้วขึ้นถาม “เฮียฟินแจ้งไว้ว่าก่อนเข้างานให้ขึ้นไปพบที่ห้องทำงานชั้นบนด่วนครับ” “ขอบคุณนะคะ” ฉันก้มหัวขอบคุณเล็กน้อยแล้วเดินเข้าห้องแต่งตัวทันที ไม่สนใจคำสั่งคนเบื้องบนเพราะยังโมโหที่อีกฝ่ายเป็นเหตุทำให้โทรศัพท์เธอพังไม่หาย “เป็นอะไรจันทร์เจ้า หน้ามุ่ยมาเชียว” “หงุดหงิดคนค่ะพี่ส้มใส” “เอ๊ะ เป็นหนุ่มคนไหนหนอ” ส้มใสยิ้มแซว “ไม่ต้องแซวเลย ไปแต่งตัวดีกว่า” คล้อยหลังเธอไม่นานเฟิร์นเลขาผู้จัดการของเนตรทรายวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาภ

  • สถานะ คนคุย   ตอนที่ 13 ความลับ (แตก)

    ตอนที่ 13 ความลับ (แตก)@มหาวิทยาลัย“จันทร์เจ้า”“อุ๊ย พฤกษ์ตกใจหมดเลย” เสียงทุ้มที่ดังขึ้นจากทางด้านหลังทำให้ร่างบางชะงักหันไปมองคนเรียก“มีอะไร”“คิดถึง”“ไม่ต้องมาอ่อยเหยื่อ เพราะไม่ติดกับแน่นอนจ้า”“ใจแข็งวะ” พฤกษ์โอดครวญแต่ใบหน้ากลับยิ้มกว้างแววตาแพรวพราวตามประสาผู้ชายเจ้าชู้“เดี๋ยวเดินไปส่งคณะ”“ไม่ต้องก็ได้ ไม่เดินหลงหรอก”“เมื่อกี้ใครมาส่ง”“อะไรใครมาส่ง ไม่มี๊” ฉันมองหน้าเขาด้วยความตกใจก่อนจะโบกมือ ส่ายหน้าปฏิเสธเป็นพัลวัน“โกหก”“วินมั้ง”“วินขับรถหรูเนาะ”“แก๊ปมาส่ง”“ไม่เนียน”“ไม่มีอะไร”“ลูกค้ามาส่งหรอ”“ก็รู้ว่าไม่รับงานบนเตียง”“ไม่ใช่ ก็คิดว่าลูกค้าที่รับงานกินข้าวด้วยไง”“เออ ใช่ๆ แต่อันนี้ไม่ใช่กินข้าว แต่แค่ให้นั่งมามหาลัยพร้อมกัน วิธีบอกเลิกสาวแต่สาวไม่ยอมเลิก ตอแยไม่หยุดเลยใช้วิธีนี้” อยากกราบสมองที่ผุดไอเดีย คำพูดแก้ตัวได้สดๆร้อนๆ“เชื่อยาก”“เอ้า ไม่เชื่อจะให้อธิบายทำไมไม่รู้”“พยายามจะเชื่อแล้วกัน แล้ววันนี้เลิกเรียนกี่โมง”“วันนี้มีเรียนเต็มวัน 17.00 นู่นแหละบางทีอาจารย์ก็อาจปล่อยเลท”“เย็นนี้ไปกินข้าวกับป่ะ”“ไม่ว่าง ต้องรีบกลับไปทำงาน เดี๋ยวโดนเจ๊นาวกินหั

  • สถานะ คนคุย   ตอนที่ 12 ติดใจเหยื่อ

    ตอนที่ 12 ติดใจเหยื่อ “ไอ้ฟินๆ”“มีอะไร”“น้องคนเมื่อกี้ใครวะเห็นเดินออกไปพร้อมเจ๊มะนาว โคตรน่ารักเลย” นาวินทร์ที่เปิดประตูเข้ามารีบเปิดปากถามเพื่อสนิททันทีด้วยความตื่นเต้น “กูว่าน้องเขาหน้าตาคุ้นๆ” เด่นภูมิพูดขึ้นเพราะเขาเองก็รู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเจอที่ไหนสักที่ แต่นึกเท่าไรก็นึกไม่ออก“ดาวคลับ TRADA ไง จำไม่ได้เหรอ”“มึงอย่ามาอำไอ้ฟิน”“จริงครับคุณภูมิ คุณวินทร์ ผมคอนเฟิร์มได้ว่านั่นน่ะน้องจันทร์เจ้าตอนไม่แต่งหน้า ดูน่ารักมากๆเลยใช่ไหมล่ะครับ” ตฤณที่พูดยิ้มๆ ถึงกับชะงักกึกเมื่อเห็นสีหน้าผู้บริหารคนใหม่ตวัดตาดุมองจนเสียวสันหลังวาบ “ผมก็ชมน้องเขาปกติครับคุณฟิน ไม่มีอะไรเลยครับ”“มึงดูหวงๆนะไอ้ฟิน ความสัมพันธ์พัฒนาก้าวกระโดดหรอ”“เปล่า”“มีพิรุธฉิบหาย”“ดูเชิงเขา โดยการปลอมเป็นเหยื่อ สุดท้ายทำได้ไม่นานเจอความน่ารักของเสือสาวเข้าไปใจเหลวอ่ะดิมึง” นาวินทร์พูดเย้าเพื่อนสนิทที่นานๆทีจะเห็นมันถูกใจใครสักคนจนตาเป็นประกายวาววับ“พูดมากนะพวกมึง แล้วมาทำไม”“มาเที่ยวดิ ถามแปลกๆ มาคลับมึงจะให้กูมารอใส่บาตรตอนเช้ามั้ง”“กวนตีนจังนะไอ้วินทร์” ปริชญ์บ่นเพื่อนพร้อม

  • สถานะ คนคุย   ตอนที่ 11 เจ้านายคนใหม่

    ตอนที่ 11 เจ้านายคนใหม่หลายวันต่อมา @TRADA คลับ ในห้องแต่งตัวเหล่าสาวๆวุ่นวายอีกครั้งเมื่อข่าวใหม่ที่ได้รับมาสร้างความอยากรู้อยากเห็นให้กับพวกเธอ ว่าเจ้าของคลับคนใหม่จะเป็นใคร จนอยากจะเลิกงานไวๆจะได้ยลโฉมหน้าสักที “เจ๊นาว ผู้บริหารคนใหม่คือใครเหรอคะ” “ลูกชายเสี่ยภุชงค์” “จะใจดีแบบเสี่ยไหมหนอ” “รอดูเอาเอง แต่บอกได้คำเดียวว่าหล่อลากไส้ เห็นครั้งแรกรับรองตะลึงจนตาค้างแน่นอน”“อ๊ายยย อยากเห็นๆ เขาเคยมาที่คลับเราไหมเจ๊หรือเขาไปเที่ยวโซนผับที่เปิดใหม่มากกว่า” ส้มใสเอ่ยถามขึ้นด้วยความตื่นเต้น“มาแต่โซนคลับ แล้วบอกได้คำเดียวว่ามาบ่อยมาก ทุกอาทิตย์ พวกแกต้องเคยเห็นบ้างแหละ และเขาก็เข้ามาบริหารงานได้หนึ่งอาทิตย์แล้วด้วย”“จริงเหรอเจ๊”“ใช่ บางทีพวกแกอาจจะเจอแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเขาคือใครก็ได้”“หู้ว อยากเจอไวๆอ่า”“อ๋อ อีกเรื่องขอย้ำกับทุกคนอีกครั้งนะ เรื่องอายุของจันทร์เจ้า อย่ามีใครเผลอพูดออกไปเด็ดขาด” “มีอะไรหรือเปล่าเจ๊ ตำรวจจะลงหรอ หนูอายุยี่สิบแล้วไม่มีปัญหาแน่นอน” จิณห์วราที่เปิดประตูเข้ามาได้ยินทันพอดี จึงรีบ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status