Share

บทที่ 5 คนอื่น (02)

last update Tanggal publikasi: 2026-07-02 02:34:01

“ลิษาไม่ได้อยากไปค่ะ” หญิงสาวบอก และเธอก็ไม่ได้นึกถึงมันด้วย เพราะพยายามจะกลับมาโฟกัสตัวเองให้มากที่สุด

          “ไม่ได้ชวน แต่สั่ง” ชายหนุ่มบอกเสียงหนักขึ้น เมื่อบอกแล้วไม่ยินยอมทำตามก็ต้องเปลี่ยนเป็นคำสั่ง สายตาย้ำถึงสิทธิ์ที่มี

          นลิษายิ้มเจื่อนกับสายตาของเจ้าชีวิต พลางตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มที่ไร้ความจริงใจ

          “ค่ะ”

          สองเท้าเรียวเล็กก้าวลงจากรถเดินไปยังห้องพัก เธอจะทำอะไรได้นอกจากทำตามคำสั่ง แต่เมื่อใดที่เธอได้ชีวิตคืน เขาจะไม่มีสิทธิ์มาสั่งแบบนี้อีกแน่ ปากอิ่มขบเม้มพยายามสกัดกั้นอารมณ์อ่อนแอ

          “ทนอีกหน่อย เดี๋ยวเราก็ได้ไปแล้วลิษา” เธอปลอบใจตัวเองขณะหยิบเสื้อผ้าใส่กระเป๋าใบยาวทรงสี่เหลี่ยม แล้วหิ้วไปขึ้นรถ ก่อนที่ล้อสีดำจะหมุนทะยานมุ่งหน้าออกจากกรุงเทพฯ ทันที ไม่นานคนขับก็เอ่ยถามขึ้น

          “เธอจะกลับไปร้องเพลง?”

          “ค่ะ” นลิษาตอบสั้นๆ สีหน้าไม่ได้แสดงความรู้สึกใด

          “เธอไม่ควรไว้ใจใครมากเกินไป” น้ำเสียงของชายหนุ่มจริงจัง เขาอยากให้นลิษาระวังตัวให้มากเมื่อต้องทำงานท่ามกลางอบายมุข

          “ค่ะ”

          “พูดเป็นอยู่คำเดียวหรือไง” คนถามเลิกคิ้วมองอย่างไม่พอใจ รับรู้ว่าหญิงสาวกำลังเล่นสงครามประสาทกับเขาอยู่

          “ค่ะ” หญิงสาวยังเลือกใช้วิธีเดิม เพราะไม่อยากสนทนากับเขา

          “ถึงแล้วฉันจะปลุก”      

          ปรมะกลอกตามองบน นึกหงุดหงิดแต่ก็ไม่อยากเปิดสงคราม ไม่อยากทำให้ช่วงเวลาดีๆ หลังจากนี้กลายเป็นนรกเลยเป็นฝ่ายยกธงขาวขอยอมแพ้

          นลิษาหลับตาลงทันที พยายามเข้าสู่ห้วงนิทราเพื่อขจัดความปั่นป่วนในใจ พอได้กลับมาอยู่ใกล้ ความรู้สึกในอกก็ย้อนกลับมา แผลในใจเธอยังสดใหม่ จะให้หายดีแห้งสนิทภายในสามวันเจ็ดวันคงเป็นไปไม่ได้ แต่ก็สั่งห้ามใจไม่หวั่นไหวกับเขาอีกเป็นอันขาด

          หญิงสาวลืมตาขึ้นเมื่อรถจอดสนิทอีกครั้ง ก่อนจะปล่อยคำถามออกจากปาก

          “ที่นี่บ้านใครกันคะ”

          ดวงตากลมมองผ่านกระจกหน้ารถไปยังบ้านขนาดหนึ่งชั้นที่น่าจะเป็นบ้านพักตากอากาศ ซึ่งอยู่ห่างจากชายหาดไปไม่มาก

          “บ้านไอ้กลาง” ปรมะตอบกลับสั้นๆ แล้วพยักพเยิดหน้าบอกให้หญิงสาวก้าวเท้าลงจากรถ ตัวเขาก็เช่นกัน

          “แล้วพาลิษามาทำไม” สาวเจ้ายินยอมทำตาม ทว่าก็ไม่วายมีคำถาม

          “เดี๋ยวเช้าเธอก็รู้เอง” ปรมะว่า ก่อนจะบอกให้หญิงสาวเดินเข้าด้านในบ้าน

          “ห้องซ้ายมือ”

          นลิษาจำใจต้องเดินตามเข้าไป สายตามองสำรวจบ้านพักที่มีของอำนวยความสะดวกครบครัน เท้าเล็กมุ่งตรงไปยังห้องนอนเพื่ออาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า เพราะอยากเลี่ยงการพูดคุยกับคนใจร้าย ขณะที่ปรมะกำลังพิมพ์ข้อความไปขอบคุณกนต์ระพี แล้วนั่งพูดคุยกับเพื่อนอยู่อีกครู่ใหญ่ แล้วจึงเดินเข้าไปในห้องนอน

          “รังเกียจฉันหรือไง” ปรมะเลิกคิ้วมองหมอนข้างที่หญิงสาวเอามากั้นกลางระหว่างกัน

          “...”

          สิ่งที่ตอบกลับมาคือความเงียบ คล้ายๆ ว่าคู่สนทนาหลับไปแล้ว เขาจึงเค้นเสียงอีกรอบ

          “ฉันรู้ว่าเธอยังไม่หลับ ลิษา”

          อีกฝ่ายยังคงเงียบ ทำให้เขาต้องขยับเข้าไปนั่งใกล้ๆ แล้วโน้มตัวเข้าไปหาคนนอนนิ่ง

          “อย่าดื้อเลยคนดี” หนนี้ปรมะใช้น้ำเสียงนุ่มนวล คล้ายว่าเขายอมแพ้แล้ว

          “ลิษาไม่ได้อยากมาค่ะ” นลิษาจำใจต้องเปิดตาขึ้น เธอไม่ได้แพ้เสียงอ่อนเสียงหวานของเขา แต่เพราะเขาขยับเข้ามาใกล้ชิดทำให้หมดทางเลือก

          “แต่ฉันอยากพามา ขอล่ะ ไม่ทะเลาะกันสักวันนะ” ปรมะถอยตัวออกห่าง มือยกขึ้นขอสงบศึก แล้วบอกอีกประโยคด้วยเสียงเนือยๆ

          “ฉันเหนื่อย ฉันสัญญาว่าจะนอนนิ่งๆ”

          “...”

          นลิษาหลับตานอนอย่างไม่สนใจคนที่แสดงอาการเหนื่อยและมีอาการเครียดให้เห็น เขาจะเป็นอะไรก็ช่างปะไร

          ส่วนปรมะทำได้เพียงกลอกตามองบนใส่คนดื้อ เฝ้ามองหญิงสาวอยู่แบบนั้นราวห้านาทีถึงจะถอยห่างไปอาบน้ำแล้วกลับมาทิ้งตัวลงนอน ยกมือขึ้นก่ายหน้าผากเพราะกำลังเครียดกับเรื่องหนึ่ง แต่ไม่นานเท่าไรก็หลับไปเพราะความเหนื่อยอ่อน        

          “ลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวได้แล้วลิษา จะถึงเวลานัดแล้ว”

          นลิษาถูกปลุกขึ้นมาด้วยเสียงเข้มๆ ในช่วงเวลาเที่ยงวัน

          “ต้องหิ้วลิษาไปด้วยหรือคะ” ถ้าเขามีนัดสำคัญก็ควรไปคนเดียว ไม่รู้จะหอบหิ้วเธอมาด้วยทำไม

          “เธอต้องไปด้วย มันเกี่ยวกับเธอ”          

          ปรมะบอกด้วยถ้อยคำที่ชัดเจน ส่งสายตาเร่งเร้าให้คนตัวเล็กรีบไปจัดการตัวเองให้เรียบร้อย การมาที่นี่เป็นเพราะนลิษา เขาไม่อยากไปสาย กลัวว่าการเจรจาในครั้งนี้จะไม่ประสบผลสำเร็จ หลังต่อรองมาหลายหนแล้วแต่กลับคว้าน้ำเหลว

          คนถูกสั่งจำใจขยับตัวลุกไปอาบน้ำและแต่งตัว ราวครึ่งชั่วโมงต่อมาทั้งสองก็เดินไปขึ้นรถ

          “เราต้องมาเจอใครกันคะ”

          “คนซื้อ” คำตอบของปรมะสร้างความตระหนกให้นลิษาเป็นอย่างมาก

          “คุณจะขายอะไร” หญิงสาวยิงคำถามกลับฉับพลัน พลางมองชายหนุ่มอย่างแข็งกระด้าง

          “คิดบ้าอะไรลิษา ฉันไม่มีวันขายเธอ ฉันจะมาซื้อต่างหาก” เขามองตาดุพร้อมบอกเสียงดัง แค่เห็นท่าทางและสีหน้าก็รู้ว่านลิษากำลังคิดไปไกล ก่อนจะสตาร์ตรถนำพาหญิงสาวไปซื้อของสำคัญ เมื่อไปถึงเชื่อว่าคนหน้านิ่งเรียบต้องดีใจอย่างที่สุด

          หญิงสาวไม่เข้าใจอยู่ดีว่าเขาจะซื้ออะไร แล้วลากเธอมาให้ยุ่งยากด้วยทำไม ใช้เวลาไปไม่นานรถก็เคลื่อนไปจอดหน้าบ้านขนาดสองชั้นหลังหนึ่ง

          “เข้าไปกันเถอะ จะเลยเวลานัดแล้ว”

          ปรมะยิ้มกว้างอย่างมีความสุขพลางจูงมือนุ่มพาเข้าไปด้านในบ้าน ไม่ถึงอึดใจก็พบกับหญิงชราอายุประมาณเจ็ดสิบปีคนหนึ่งนั่งรออยู่

          ปรมะพนมมือขึ้นไหว้ นลิษาเองก็ทำตาม ก่อนจะเห็นนิ้วแกร่งชี้มายังเธอ

          “สวัสดีครับ นี่คือลูกสาวเจ้าของแหวนที่ผมบอกครับ”

          “แหวน…”

          นลิษาสะดุดใจกับคำนี้ เพราะมีความหมายกับเธอ

          “มันเป็นของหนูจริงๆ เหรอ”     

          เจ้าของบ้านไม่พูดเปล่า แต่หยิบแหวนวงหนึ่งออกมา ขณะที่หัวใจของนลิษากำลังเต้นไวอย่างชัดเจน ดวงตาโตขึ้นเป็นประกายยามมองไปยังแหวนที่เธอตามหา ก่อนจะรับมาพิจารณา

          “ใช่มันจริงๆ ด้วย”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สถานะของตายคนโปรด    ชีวิตที่มีเธอ

    เสียงนุ่มๆ ที่มีความเหนื่อยหอบเอ่ยบอก ก่อนจะถูกพลิกจับให้นอนฟุบหน้าไปกับโซฟา ก้นสวยถูกยกขึ้นเล็กน้อยแล้วเขาก็ทำให้เธอครางไม่เป็นคำ สะโพกสอบกดหนักและถี่รัวพร้อมโน้มตัวไปบีบขยำทรวงละมุน ใบหน้าบิดเบี้ยวเมื่อความสุขพัดวนใกล้จะแตกกระจายเต็มที แต่เขาก็ยั้งตัวไว้เพราะยังอยากมีความสุขกับคนตัวเล็กไปอีกนานๆ นลิษาตวัดตาค้อน เพราะอีกนิดเดียวเธอจะกรีดร้องอย่างสุชสมอยู่แล้ว แต่เอวหนากลับผ่อนปรนแรงลงแล้วจับเธอพลิกเปลี่ยนท่วงท่ามายืนบนพื้น ยื่นมือไปจับพนักพิงแขน ขณะขาข้างหนึ่งนั้นถูกยกขึ้น ลำตัวเคลื่อนไหวไปด้านหน้าจากแรงกระแทกของปรมะ “อื้อ” เธอปล่อยเสียงครางสยิวเมื่อความปรารถนากลับมาตีวนถี่หนัก ความเหนื่อยหอบทวีคูณ แต่แน่นอนว่าคนอย่างปรมะไม่ยอมหยุดเพียงเท่านั้น เพราะชายหนุ่มเหมือนจะมีเป้าหมายใหม่ คล้ายๆ อยากจะพาเธอทัวร์ไปรอบบ้านของตัวเอง เธอถูกดันให้เดินถอยหลังไปติดกับเคาน์เตอร์ในห้องครัว ก่อนจะถูกอุ้มขึ้นวางบนนั้น แล้วถูกขบกัดเบาๆ ตรงหน้าอก ขณะชายหนุ่มยังเคลื่อนไหวไม่หยุด จนในที่สุดเขาก็ทำให้เธอได้กรีดร้องสมใจ ปรมะเองก็คำรามลั่น หลังจากนั้น

  • สถานะของตายคนโปรด   ดาวประจำใจ 4 (03)

    ปรมะเชื่อว่าอีกไม่นานต้องมีคนแพ้ แล้วเดินหน้าจูบอย่างดุดัน เร่าร้อน ก่อนจะเลื่อนใบหน้าลงไปคลอเคลียที่ลำคอระหงและขบฟันเบาๆ สร้างรอยคิสมาร์ก ขณะที่มือหนาคอยบำรุงบำเรอทรวงอวบอูมทั้งซ้ายและขวา ทว่าคนตัวเล็กของเขากลับยังไม่ยอมแพ้ หนนี้เขาจึงใช้มืออีกข้างลากต่ำลงไปยังต้นขาขาว นั่นทำให้เห็นว่านลิษาสะดุ้งนิดๆ เมื่อใกล้จุดอ่อนไหว แต่ก่อนจะลงมือต่อก็เงยหน้าไปกระตุกยิ้มร้าย คนตัวเล็กรู้ได้ทันทีว่าชายหนุ่มจะเดินเกมหนัก อึดใจนั้นก็เห็นมือหนาเลื่อนไปดึงกางเกงยีนส์ขาสั้นของเธอให้พ้นลำตัวไป สายตาคู่นั้นอ้อยอิ่งมองจุดบอบบางที่ยังมีแพนตี้ห่อหุ้มอยู่ มือแกร่งกรีดนิ้วไปยังเนื้อบางเบานั่น ทำให้เขาเริ่มได้ยินเสียงครางนิดๆ “อื้อ” นลิษากลั้นเสียงครางแทบไม่อยู่ ก่อนใบหน้าจะต้องบิดเบี้ยวกับความเสียวซ่านยามนิ้วแกร่งกดหนักยิ่งกว่าเดิม แถมยังคลึงถี่ๆ พร้อมกับตวัดลิ้นเลียตรงรอยแยก แม้จะมีพันธนาการขวางกั้นอยู่แต่ความเปียกชื้นก็ทำให้หญิงสาวถึงกับเกร็งตัว ลมหายใจหอบถี่กว่าเดิม สมองของนลิษากำลังพร่าเบลอ แล้วอึดใจนั้นลมหายใจก็สะดุดกึกเมื่อแพนตี้กำลังถูกรูดออกจ

  • สถานะของตายคนโปรด   ดาวประจำใจ 4 (02)

    “รอจนจะเปลี่ยนใจแล้วค่ะเนี่ย” ดวงตามีประกายครุ่นคิดว่าเธอจะเปลี่ยนใจดีหรือไม่ ทำให้มีเสียงแย้งขึ้นทันควัน “ห้ามเปลี่ยนใจนะลิษา ผมไม่ยอม” กรอบหน้าคมเข้มส่ายเป็นพัลวัน หากทำแบบนั้นเขาจะร้องไห้จริงๆ ด้วย เขาอดเปรี้ยวไว้กินหวานมานานเหลือเกินก็ตั้งแต่นลิษาหายไปตอนนั้น “เห็นใจพ่อแมวตาดำๆ เถอะนะครับ” เขาอ้อนไป กลัวหญิงสาวจะเปลี่ยนใจ “งั้นพ่อแมวก็รีบไขกุญแจเข้าบ้านมาค่ะ แม่แมวจะไปรอด้านใน” นลิษายื่นกุญแจผ่านประตูรั้วไปให้ชายหนุ่ม ก่อนจะเดินไวๆ เข้าบ้านไปด้วยความเขินอาย แม้จะพร้อมแล้ว แต่ก็มีอาการประหม่าเป็นอย่างมาก เพราะเธอนั้นร้างสนามไปนาน แล้วรู้สึกว่ามือไม้นั้นเกะกะไปหมด พอเดินเข้าไปด้านในบ้านก็ไม่รู้ว่าควรจะไปหยุดอยู่ตรงไหนดี หญิงสาวถึงกับต้องเป่าปากแรงๆ ไม่คิดว่าตัวเองจะมีอาการตื่นเต้นถึงเพียงนี้ ไม่กี่อึดใจเธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าก้าวไวๆ เข้ามาในบ้าน และเห็นชายหนุ่มกดล็อกกลอนประตูทันที “ดูดาวต้องรอดูตอนกลางคืนนะคะ ตอนนี้ยังไม่มืดเลย” “แค่ลิษาปิดตาก็มืดเหมือนตอนกลางคืนแล้วครับ” ปรมะเสนอวิธี

  • สถานะของตายคนโปรด   ดาวประจำใจ 4

    ดาวประจำใจ 4 ช่องยูทูบดาว-ลิษา กำลังมีผู้ติดตามเพิ่มขึ้น เจ้าของช่องอย่างนลิษายิ้มแก้มปริ แม้มันจะแค่หลักพัน แต่ก็ถือว่าเป็นการตอบรับที่ใช้ได้ แน่นอนว่าคนที่มากดถูกใจและติดตามกันคนแรกไม่พ้นปรมะ จนวันเวลาผ่านมาอีกสี่เดือน ในวันนี้เธอเพิ่งอัปโหลดเสียงร้องของตนเองลงช่องเพิ่ม ไม่ถึงนาทีก็มีคนหนึ่งมากดถูกใจ “เสียงเพราะมากเลยครับ” นลิษามองรายชื่อคนคอมเมนต์แล้วอมยิ้ม ไม่ถึงนาทีก็ได้รับสายของเขา “เสียงเพราะมากเลยครับลิษา” นอกจากคอมเมนต์ชมแล้ว ปรมะก็ไม่ลืมชมผ่านสายโทรศัพท์ด้วย ใบหน้านั้นมีแต่ความภูมิใจในความเก่งของแฟนสาว “ขอบคุณมากเลยค่ะ คุณแฟงตัวยง ว่าแต่ทำอะไรอยู่คะ” เรียกว่าปรมะเป็นแฟนพันธุ์แท้ของเธอก็ไม่ผิด เขาเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้เธอมีทุกวันนี้ เพราะในช่วงแรกที่อัปคลิปลงไปแทบจะไม่มีผู้ติดตามเลย จนเกือบท้อถอย แต่ปรมะนั้นบอกให้สู้ต่อและช่วยติชมจนมีการตอบรับที่ดีขึ้น “กำลังจะไปประชุมครับ อีกสิบนาที” “อ้อ...” หญิงสาวลากเสียงยาวคล้ายมีอะไรบางอย่าง “ลิษามีอะไรหรือครับ” แน่นอนว่าปรมะจับน้ำเสียงได

  • สถานะของตายคนโปรด   ดาวประจำใจ 3 (03)

    เมื่อตะวันกลับมาฉายแสงอีกครั้ง คู่รักคู่หนึ่งก็รีบลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว เพราะต้องการไปใส่บาตรด้วยกันตรงหน้าโฮมสเตย์ โดยจะมีพระพายเรือผ่านมา ในวันนี้จึงได้รู้สึกอิ่มบุญด้วย นลิษาเหลือบตามองคนที่ช่วยประคองมือเธอยามยื่นขนมไปใส่ไว้ในบาตร ปรมะอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้น กางเกงยีนส์สีเข้มที่เข้ากับชุดของเธอ ในช่วงบ่ายเธอและเขาต้องเดินทางกลับกันแล้ว เพราะพรุ่งนี้เขามีประชุมวางแผนงานในไตรมาสต่อไป แต่ก่อนจะกลับก็ไม่ลืมแวะไปกินก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำแดงที่ขึ้นชื่อ รวมถึงไปตลาดแม่กลองด้วย ทว่าขณะกำลังเดินเล่นอยู่ในตลาด ดวงตากลมโตก็ต้องส่งค้อนให้คนที่คล้ายกำลังอ่อยกันอยู่ หลังปลดกระดุมลงไปถึงสามเม็ดจนเห็นหน้าอก คงเพราะอากาศเริ่มร้อนด้วยกระมัง ด้านปรมะคว้ามือนุ่มไปกุมไว้แล้วพาเดินลึกเข้าไปด้านในตลาด มืออีกข้างจับเสื้อแล้วสะบัดเล็กน้อย อยากให้ลมช่วยให้เขาคลายความร้อน “ลิษามีเรื่องจะปรึกษาคุณโปรดด้วยค่ะ” นลิษาเอ่ยขึ้น “ว่ามาสิครับ” ปรมะทำสีหน้าอยากรู้ “ลิษาอยากจะลองทำช่องยูทูบน่ะค่ะ ว่าจะอัดคลิปคัฟเวอร์เพลงลง คุณโปรดว่าดีไหมคะ” ตอนนี้เธออยากกลับมา

  • สถานะของตายคนโปรด   ดาวประจำใจ 3 (02)

    จากนั้นการออกเดินทางก็เริ่มต้นขึ้น มุ่งหน้าไปสู่สถานที่ที่หญิงสาวเป็นคนเอ่ยชวน ปรมะขับรถไปเรื่อยๆ อย่างไม่ได้เร่งรีบ ส่วนนลิษานั้นชวนพูดคุยไปตลอดทาง บางทีก็ส่งเสียงร้องคลอไปกับเพลงที่เจ้าของรถเปิด เมื่อไปถึงทั้งสองก็ได้ปะทะกับสายลมที่มีไอร้อนนิดๆ กิจกรรมแรกที่ตกลงกันไว้ไม่พ้นการออกไปหยอดหอยหลอด ซึ่งต้องซื้ออุปกรณ์และนั่งเรือออกไป นลิษานึกถึงสมัยเด็ก แม้จะมีความทรงจำที่ไม่สมบูรณ์เต็มร้อย แต่จำได้ดีว่าตอนนั้นเธอก็ตื่นเต้นเช่นตอนนี้ ปรมะประคองหญิงสาวลงเรือ ก่อนคนทั้งคู่จะยกสมาร์ตโฟนขึ้นมาถ่ายเก็บบรรยากาศ เมื่อเรือแล่นไปถึงจุดที่มีผู้คนกำลังหยอดหอยหลอดอยู่นั้นก็ก้าวเท้าลงไป “คุณโปรดว่าวันนี้เราจะได้หอยสักตัวไหมคะ” เธอเห็นเด็กๆ หิ้วหอยมาเต็มถุงจึงหันไปถามคนข้างกาย เพราะมีแววน่าจะได้อับอาย “ต้องได้สักตัวละครับ ว่าแต่เรามาแข่งกันไหม” “รางวัลเป็นอะไรล่ะคะ” เธอถาม ก่อนจะเห็นชายหนุ่มตาวาวขึ้น คนเจ้าเล่ห์อย่างเขาต้องคิดถึงผลรางวัลมาแล้วแน่นอน “ถ้าลิษาชนะ ผมจะยอมให้ลิษาหอม ถ้าผมแพ้ ผมก็จะยอมให้ลิษาหอม...เป็นอันว่าตกลงนะครับ ผมไปหาหอยก่อน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status