เข้าสู่ระบบเธอเป็น ของตาย ที่เขายกให้เป็นคนโปรด ----------------------------------- "คุณควรบอกลิษา..." แค่ชายหนุ่มเปิดประตูเข้ามาภายในห้อง หญิงสาวก็รีบเข้าไปถามทันที ปรมะเลิกคิ้วมองคล้ายไม่เข้าใจ "คุณมี่เป็นผู้หญิงในไอจีของคุณโปรดใช่ไหมคะ เป็นคนที่ไปกินข้าวกับคุณและคุณแม่วันนั้น" นลิษายิงคำถามตรงประเด็น ดวงตาที่แดงนิดๆ มองสบกับนัยน์ตาคม "เดี๋ยวนี้วุ่นวายกับเรื่องส่วนตัวของฉันแล้ว?" ปรมะหน้าเข้มขึ้นทันที พลางเอียงคอมองคนที่กำลังล้ำเส้น ก่อนจะออกคำสั่งเสียงเข้ม "ไปยกเลิกการติดตามซะ อย่าทำให้ตัวเองไม่ใช่คนโปรดของฉัน ลิษา"
ดูเพิ่มเติมบทนำ
“ใครเป็นคนออกแบบ”
เสียงเข้มงวดดังก้องเพียงแค่กนิษฐาเปิดสไลด์ตัวอย่างงานขึ้น เธอยังไม่ทันได้อ้าปากพรีเซ็นต์ด้วยซ้ำ ทำให้อีกสองคนที่นั่งอยู่ด้วยรู้สึกเสียวสันหลังวาบ
“แก้วเองค่ะ” กนิษฐาผู้รับผิดชอบงานยืนหน้าซีด
“แล้วใครเป็นคนรับบรีฟงานกับลูกค้า”
“ก็แก้วค่ะ”
กนิษฐารับรู้ถึงลางร้าย เธอคงทำอะไรสักอย่างพลาดไปเป็นแน่ พลางหันมองอลิน หัวหน้าแผนก และรุ่นน้องอย่างนลิษาที่มีสีหน้ากังวลไม่ต่างกัน ก่อนกลับไปมองคุณโปรด หรือปรมะ ประธานบริษัทที่สาวๆ หลายคนแอบชื่นชอบ แต่ขอเว้นเธอไว้คนหนึ่ง เพราะอีกฝ่ายทั้งเนี้ยบและค่อนข้างดุ“ถ้างานง่ายๆ แค่นี้ยังทำไม่ได้ ผมจะจ้างพวกคุณไว้ทำไม”
ฝ่ามือหนาของปรมะพับหน้าจอโน้ตบุ๊กลง ตาคมเฉียบมองคนทำงานพลาดอย่างไม่พึงพอใจ
“แก้วขอโทษค่ะคุณโปรด” กนิษฐาพนมมือขึ้นไหว้ แข้งขาสั่น ยังไม่แน่ใจว่าตัวเองทำอะไรบกพร่องไป แล้วมอง
นลิษาที่ยื่นมือมาจับมือเธอไว้ เพราะเธอกำลังจะร้องไห้
“คำขอโทษของคุณมันไม่คุ้มเลยถ้าผมต้องเสียเงินไปกับการผลิตของที่ไม่ตรงความต้องการของลูกค้า ถ้ามีครั้งหน้าผมจะไล่ออกยกแผนก”
ปรมะไม่ยินดีจะรับวาจาขอโทษที่ใครๆ ก็พูดได้ ไม่คุ้มเลยหากต้องเสียเงินทิ้งไปเปล่าๆ เช่นนี้ เขาเป็นนักธุรกิจไม่ใช่นักบุญ แต่ก็จะให้โอกาสอีกสักครั้ง
“ค่ะ”
หนนี้อลินเป็นคนขานรับ ทว่าไม่ทันได้พูดอะไรอีก ปรมะก็เดินหายออกไปจากห้องประชุมอย่างเร็วไว
กนิษฐาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ แล้วฟุบหน้าเบะปากร้องไห้ นลิษาลูบแผ่นหลังรุ่นพี่อย่างปลอบประโลม ดวงตากลมโตมองข้อมูลที่ลูกค้าคอนเฟิร์มมารอบสุดท้าย ไล่อ่านไม่นานก็พบความผิดพลาดที่ไม่น่าให้อภัย
สีของผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้าต้องการกับสีที่กนิษฐาออกแบบมาไม่ตรงกัน อีกทั้งลักษณะและข้อมูลก็ผิดเพี้ยน ไม่แปลกหากที่จะถูกคาดโทษอย่างแรง
“มันเกิดขึ้นได้ยังไง ทำไมไม่เช็กให้ดีก่อน” อลินเองก็เห็นความผิดพลาดแล้วเช่นกันจึงเค้นเสียงถาม
“แก้วขอโทษค่ะหัวหน้า”
คนทำผิดพลาดได้แต่พร่ำบอก คงเพราะเขียนข้อมูลของลูกค้าสลับกันเป็นแน่ เธอรับงานนอกมาทำพิเศษเนื่องจากลูกสาวป่วย จึงทำให้สับสนกับงานหลัก ปกติแล้วเธอจะเช็กดูข้อมูลอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับละเลยเสียได้“รีบแก้ให้เสร็จภายในวันนี้” อลินออกคำสั่งเสียงเฉียบก่อนจะผละตัวจากไป ให้โอกาสมือดีของทีมได้แก้ไขอีกหน ตนเองก็มีส่วนผิดที่ไม่ได้ตรวจเช็กงานก่อน เพราะปกติแล้วกนิษฐาทำงานรอบคอบมาโดยตลอด
“แต่แก้วต้อง...”
กนิษฐาไม่ทันได้แย้งก็ต้องปิดปากเงียบ สีหน้ากังวล เพราะเธอมีอีกงานต้องแก้รอบสุดท้าย หากทำทั้งสองควบกันอีก ผลลัพธ์คงออกมาแบบเดิม เธอจึงหันวงหน้าเศร้าๆ ไปหาคนที่เป็นความหวัง
“น้องลิษาช่วยพี่ทำหน่อยได้ไหม”
“แต่…” นลิษาทำสีหน้าลำบากใจ ไม่ใช่เธอไม่อยากช่วย แต่เพราะวันนี้เธอมี ‘นัดสำคัญ’ ที่เลี่ยงไม่ได้ ตอนนี้ก็เกือบจะสามโมงเย็นแล้ว หากอยู่ช่วยงานกนิษฐาอาจจะไปไม่ทันเวลา
“พี่ขอร้องนะลิษา ช่วยพี่เถอะ” กนิษฐาพนมมือขึ้นไหว้ อยากได้ความช่วยเหลือจริงๆ ในตอนนี้จะถูกไล่ออกไม่ได้เด็ดขาด ไม่เช่นนั้นเธอกับลูกต้องลำบากแน่
“ก็ได้ค่ะ”
สุดท้ายแล้วนลิษาก็ไม่อาจเป็นคนใจดำได้ ทั้งสองรีบพากันกลับไปยังแผนก หากรีบแก้งานตั้งแต่ตอนนี้อาจจะทันหลังจากนั่งแก้งานไปได้อีกครู่ใหญ่ กนิษฐาก็หันไปหาเพื่อนร่วมงานอีกคน
“น้องปาล์ม พี่อยากจะ…”
“ปาล์มไม่ว่างค่ะพี่แก้ว ทำผิดเองก็แก้เองนะคะ หรือไม่ก็ให้ยัยเจ้าช่วยอีกคนสิคะ” ปาลิตารีบพูดดัก
นลิษาได้ยินคำพูดแล้งน้ำใจนั้นแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้า ส่วนกนิษฐาหน้าเจื่อนลงเมื่อถูกปฏิเสธทั้งที่ยังไม่ได้เอ่ยปากขอ
เดิมทีแค่จะไหว้วานให้ช่วยรับลูกสาวของเธอกลับจากโรงเรียนด้วย เพราะลูกสาวของอีกฝ่ายก็เรียนอยู่ที่เดียวกันอีกทั้งบ้านของเธอก็เป็นทางผ่านบ้านของเพื่อนร่วมงาน ปกติแล้วมารดาจะทำหน้าที่นั้น แต่วันนี้ท่านรู้สึกเวียนหัวกะทันหัน
“จะสี่โมงแล้ว”
นลิษาพึมพำเมื่อมองเวลาบนหน้าจอสมาร์ตโฟน มีแววว่าจะไปไม่ทันเวลา ดังนั้นเธอควรบอกคนที่นัดไว้ มือเรียวหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมากดเข้าไลน์ พิมพ์ข้อความไปหารายชื่อที่บันทึกไว้ว่า ‘คุณ’
Na-lisa : วันนี้ลิษาขอไปสายหน่อยได้ไหมคะ
นลิษาเฝ้ารอการตอบกลับ แต่จนแล้วจนรอดสมาร์ตโฟนก็ไม่มีการแจ้งเตือน จึงต้องหันกลับไปเร่งรีบทำงานต่อ กระนั้นก็ต้องรอบคอบด้วย ขืนผิดพลาดอีกครั้งอาจจะพากันซวยทั้งแผนก
เวลาผ่านไปสิบนาที นลิษาเหลือบตามองสมาร์ตโฟนไปหลายหนอย่างเป็นกังวล หากเธอไปไม่ทัน อาจจะทำให้ ‘คุณ’ เขาโกรธได้ ทันใดนั้นลำตัวก็ต้องสะดุ้งนิดๆ เมื่อมีสายหนึ่งโทร.เข้ามา สายที่ไม่เคยติดต่อมาหาเธอในเวลางาน
ดวงหน้าหวานหันซ้ายมองขวา ลังเลที่จะกดรับ ก่อนโล่งใจเมื่อตอนนี้มีแค่เธอที่นั่งอยู่ในแผนก ไม่รู้กนิษฐาและคนอื่นๆ หายไปไหน แล้วตัดสินใจกดรับ
“คุณคะ” เธอส่งเสียงไป ก่อนที่ดวงตากลมโตจะมองไปปะทะกับชายคนหนึ่งที่มีสมาร์ตโฟนแนบหู เขากำลังเดินผ่านแผนกไป และไม่ทันได้ร้องขอ คำตอบที่รอก็ปลิวมากระทบหู
“งั้นต้อง ‘เอา’ ที่นี่”
เสียงนุ่มๆ ที่มีความเหนื่อยหอบเอ่ยบอก ก่อนจะถูกพลิกจับให้นอนฟุบหน้าไปกับโซฟา ก้นสวยถูกยกขึ้นเล็กน้อยแล้วเขาก็ทำให้เธอครางไม่เป็นคำ สะโพกสอบกดหนักและถี่รัวพร้อมโน้มตัวไปบีบขยำทรวงละมุน ใบหน้าบิดเบี้ยวเมื่อความสุขพัดวนใกล้จะแตกกระจายเต็มที แต่เขาก็ยั้งตัวไว้เพราะยังอยากมีความสุขกับคนตัวเล็กไปอีกนานๆ นลิษาตวัดตาค้อน เพราะอีกนิดเดียวเธอจะกรีดร้องอย่างสุชสมอยู่แล้ว แต่เอวหนากลับผ่อนปรนแรงลงแล้วจับเธอพลิกเปลี่ยนท่วงท่ามายืนบนพื้น ยื่นมือไปจับพนักพิงแขน ขณะขาข้างหนึ่งนั้นถูกยกขึ้น ลำตัวเคลื่อนไหวไปด้านหน้าจากแรงกระแทกของปรมะ “อื้อ” เธอปล่อยเสียงครางสยิวเมื่อความปรารถนากลับมาตีวนถี่หนัก ความเหนื่อยหอบทวีคูณ แต่แน่นอนว่าคนอย่างปรมะไม่ยอมหยุดเพียงเท่านั้น เพราะชายหนุ่มเหมือนจะมีเป้าหมายใหม่ คล้ายๆ อยากจะพาเธอทัวร์ไปรอบบ้านของตัวเอง เธอถูกดันให้เดินถอยหลังไปติดกับเคาน์เตอร์ในห้องครัว ก่อนจะถูกอุ้มขึ้นวางบนนั้น แล้วถูกขบกัดเบาๆ ตรงหน้าอก ขณะชายหนุ่มยังเคลื่อนไหวไม่หยุด จนในที่สุดเขาก็ทำให้เธอได้กรีดร้องสมใจ ปรมะเองก็คำรามลั่น หลังจากนั้น
ปรมะเชื่อว่าอีกไม่นานต้องมีคนแพ้ แล้วเดินหน้าจูบอย่างดุดัน เร่าร้อน ก่อนจะเลื่อนใบหน้าลงไปคลอเคลียที่ลำคอระหงและขบฟันเบาๆ สร้างรอยคิสมาร์ก ขณะที่มือหนาคอยบำรุงบำเรอทรวงอวบอูมทั้งซ้ายและขวา ทว่าคนตัวเล็กของเขากลับยังไม่ยอมแพ้ หนนี้เขาจึงใช้มืออีกข้างลากต่ำลงไปยังต้นขาขาว นั่นทำให้เห็นว่านลิษาสะดุ้งนิดๆ เมื่อใกล้จุดอ่อนไหว แต่ก่อนจะลงมือต่อก็เงยหน้าไปกระตุกยิ้มร้าย คนตัวเล็กรู้ได้ทันทีว่าชายหนุ่มจะเดินเกมหนัก อึดใจนั้นก็เห็นมือหนาเลื่อนไปดึงกางเกงยีนส์ขาสั้นของเธอให้พ้นลำตัวไป สายตาคู่นั้นอ้อยอิ่งมองจุดบอบบางที่ยังมีแพนตี้ห่อหุ้มอยู่ มือแกร่งกรีดนิ้วไปยังเนื้อบางเบานั่น ทำให้เขาเริ่มได้ยินเสียงครางนิดๆ “อื้อ” นลิษากลั้นเสียงครางแทบไม่อยู่ ก่อนใบหน้าจะต้องบิดเบี้ยวกับความเสียวซ่านยามนิ้วแกร่งกดหนักยิ่งกว่าเดิม แถมยังคลึงถี่ๆ พร้อมกับตวัดลิ้นเลียตรงรอยแยก แม้จะมีพันธนาการขวางกั้นอยู่แต่ความเปียกชื้นก็ทำให้หญิงสาวถึงกับเกร็งตัว ลมหายใจหอบถี่กว่าเดิม สมองของนลิษากำลังพร่าเบลอ แล้วอึดใจนั้นลมหายใจก็สะดุดกึกเมื่อแพนตี้กำลังถูกรูดออกจ
“รอจนจะเปลี่ยนใจแล้วค่ะเนี่ย” ดวงตามีประกายครุ่นคิดว่าเธอจะเปลี่ยนใจดีหรือไม่ ทำให้มีเสียงแย้งขึ้นทันควัน “ห้ามเปลี่ยนใจนะลิษา ผมไม่ยอม” กรอบหน้าคมเข้มส่ายเป็นพัลวัน หากทำแบบนั้นเขาจะร้องไห้จริงๆ ด้วย เขาอดเปรี้ยวไว้กินหวานมานานเหลือเกินก็ตั้งแต่นลิษาหายไปตอนนั้น “เห็นใจพ่อแมวตาดำๆ เถอะนะครับ” เขาอ้อนไป กลัวหญิงสาวจะเปลี่ยนใจ “งั้นพ่อแมวก็รีบไขกุญแจเข้าบ้านมาค่ะ แม่แมวจะไปรอด้านใน” นลิษายื่นกุญแจผ่านประตูรั้วไปให้ชายหนุ่ม ก่อนจะเดินไวๆ เข้าบ้านไปด้วยความเขินอาย แม้จะพร้อมแล้ว แต่ก็มีอาการประหม่าเป็นอย่างมาก เพราะเธอนั้นร้างสนามไปนาน แล้วรู้สึกว่ามือไม้นั้นเกะกะไปหมด พอเดินเข้าไปด้านในบ้านก็ไม่รู้ว่าควรจะไปหยุดอยู่ตรงไหนดี หญิงสาวถึงกับต้องเป่าปากแรงๆ ไม่คิดว่าตัวเองจะมีอาการตื่นเต้นถึงเพียงนี้ ไม่กี่อึดใจเธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าก้าวไวๆ เข้ามาในบ้าน และเห็นชายหนุ่มกดล็อกกลอนประตูทันที “ดูดาวต้องรอดูตอนกลางคืนนะคะ ตอนนี้ยังไม่มืดเลย” “แค่ลิษาปิดตาก็มืดเหมือนตอนกลางคืนแล้วครับ” ปรมะเสนอวิธี
ดาวประจำใจ 4 ช่องยูทูบดาว-ลิษา กำลังมีผู้ติดตามเพิ่มขึ้น เจ้าของช่องอย่างนลิษายิ้มแก้มปริ แม้มันจะแค่หลักพัน แต่ก็ถือว่าเป็นการตอบรับที่ใช้ได้ แน่นอนว่าคนที่มากดถูกใจและติดตามกันคนแรกไม่พ้นปรมะ จนวันเวลาผ่านมาอีกสี่เดือน ในวันนี้เธอเพิ่งอัปโหลดเสียงร้องของตนเองลงช่องเพิ่ม ไม่ถึงนาทีก็มีคนหนึ่งมากดถูกใจ “เสียงเพราะมากเลยครับ” นลิษามองรายชื่อคนคอมเมนต์แล้วอมยิ้ม ไม่ถึงนาทีก็ได้รับสายของเขา “เสียงเพราะมากเลยครับลิษา” นอกจากคอมเมนต์ชมแล้ว ปรมะก็ไม่ลืมชมผ่านสายโทรศัพท์ด้วย ใบหน้านั้นมีแต่ความภูมิใจในความเก่งของแฟนสาว “ขอบคุณมากเลยค่ะ คุณแฟงตัวยง ว่าแต่ทำอะไรอยู่คะ” เรียกว่าปรมะเป็นแฟนพันธุ์แท้ของเธอก็ไม่ผิด เขาเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้เธอมีทุกวันนี้ เพราะในช่วงแรกที่อัปคลิปลงไปแทบจะไม่มีผู้ติดตามเลย จนเกือบท้อถอย แต่ปรมะนั้นบอกให้สู้ต่อและช่วยติชมจนมีการตอบรับที่ดีขึ้น “กำลังจะไปประชุมครับ อีกสิบนาที” “อ้อ...” หญิงสาวลากเสียงยาวคล้ายมีอะไรบางอย่าง “ลิษามีอะไรหรือครับ” แน่นอนว่าปรมะจับน้ำเสียงได





