Masukชายหนุ่มเงียบ แต่ใช้สายตานิ่งๆ ตอบแทน
“ก็ได้ค่ะ งั้นลิษาจะหาเงินจากทางอื่นแทน” สายตาของปรมะบอกได้ดีว่า เขาจะขัดขวางไม่ว่าวิธีใด เธอไม่อยากทำให้คนอื่นมาเดือดร้อนไปด้วย และก็ไม่คิดว่าบ้านจะถูกขายด้วยราคาสูงลิบขนาดนั้น ปรมะคิดอะไรอยู่ถึงยอมซื้อกลับมา โดยหลังจากนี้เธอก็จะส่งต่อของเหล่านั้นคืนให้เขาตามต้องการ
“เธอจะหาเงินมาคืนฉันทำไม แค่อยู่กับฉันต่อก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว” ปรมะมองอย่างไม่เข้าใจในการพยายามขวนขวายหาเงินของหญิงสาว
“ลิษาอยู่ไม่ได้ค่ะ” เธอตอบเสียงเฉียบ
“ทำไมจะอยู่ไม่ได้ ที่ผ่านมายังอยู่ได้”
“เพราะที่ผ่านมาคุณไม่ได้มีใครไงคะ แล้วถ้าวันหนึ่งคุณต้องแต่งงาน ลิษาจะทำยังไง”
การเริ่มต้นของเธอและเขาคือต่างฝ่ายต่างไม่มีใครทั้งคู่ แต่ในวันนี้เขามีมธุราเป็นคนสำคัญแล้ว ฉะนั้นเธอควรไป โดยยินดีจะชดใช้ค่าฉีกสัญญาให้ แล้วเขายังต้องการอะไรอีก
“ลิษายินดีจะเป็นคนที่คุณไม่รักค่ะ แต่ลิษาจะไม่เป็นเมียน้อยหรือแย่งแฟนของใครแน่” ไม่รักไม่ว่า แต่อย่าให้เธอถูกตราหน้าว่าแย่งของคนอื่นเลย หากในตอนนั้นมารดาไม่เจอกับเรื่องร้ายเธอก็คงไม่เลือกเส้นทางนี้หรอก
“งั้นก็ตามใจเธอ แต่ฉันจะไม่ลดเงินให้สักบาท และห้ามคิดขายบ้านเป็นอันขาด” สิ้นคำเขาก็เดินไวๆ ออกจากห้องไปอย่างหงุดหงิด ในเมื่อนลิษาไม่คิดฟังเขาก็จะไม่ห้ามอีก แต่จะไม่ยอมให้ขายบ้านที่เจ้าตัวรักเด็ดขาด
พอก้าวเท้าเข้ามาในรถ ปรมะก็พิมพ์ข้อความไปหาภพธร ในวันนี้เขาอยากดื่มดับอารมณ์ที่คุกรุ่นเป็นอย่างมาก
PROD : เจอกันร้านประจำเมื่อก่อน อีกครึ่งชั่วโมง
PROD : กูเลี้ยง
นลิษายกมือขึ้นลูบหน้าเรียกสติ หลังจากนี้ต้องเร่งหาวิธีใหม่ในการหาเงิน มือเล็กหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมา เพราะต้องบอกเรื่องนี้กับมนสิกา
“พี่มนคะ ลิษาคงขายบ้านไม่ได้แล้ว”
“ทำไมล่ะ เราต้องใช้เงินไม่ใช่เหรอ” มนสิกามีความใคร่รู้ เพราะก่อนหน้านี้ลิษาบอกว่าอยากขายบ้านให้ได้เร็วไวที่สุด เธอถามเหตุผลไปน้องก็ไม่ยอมปริปากบอก
“ใช่ค่ะ แต่ลิษาทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว ฝากขอโทษคุณป้าเขาด้วยนะคะ” เธอแสนจะรู้สึกผิดที่กลายเป็นคนผิดคำพูด
“ไม่เป็นไร แต่เราบอกพี่ได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น...พี่จะหาทางช่วยเราเอง”
นลิษานิ่งเงียบไปชั่วนาทีแล้วตัดสินใจบอกถึงสาเหตุที่ทำให้ต้องล่มข้อตกลง รวมถึงเล่าเรื่องราวที่ปกปิดเรื่อยมา ใบหน้านั้นเต็มไปด้วยความเศร้าและกังวล
“ลิษาต้องขอโทษอีกครั้งนะคะ”
“ไม่ต้องขอโทษพี่หรอกลิษา พี่สิต้องขอโทษเรา แต่เราไม่ต้องห่วงนะ พี่จะช่วยเราเอง” หลังได้รับฟังเรื่องราวของคนที่เธอรักเหมือนน้องสาวแล้วก็นึกสงสารเป็นอย่างมาก เธอเคยเจอปรมะที่โรงพยาบาลอยู่ประมาณสองหน ฝ่ายนั้นแนะนำตัวว่าเป็นเจ้านายของนลิษา แต่เธอมองออกว่าทั้งสองเป็นมากกว่านั้น แต่ไม่นึกเลยว่าน้องจะเป็นได้แค่คนในความลับ
“ไม่ต้องช่วยลิษาหรอกค่ะ ลิษาจะหาทางเอง” เธอเข็ดกับการรับความช่วยเหลือจากคนอื่นแล้ว
“มันไม่ได้เรียกว่าช่วยหรอกลิษา เรียกว่าพี่คืนให้ดีกว่า”
“พี่มนหมายความว่ายังไงกันคะ...” หญิงสาวถามด้วยความสงสัย
จากนั้นมนสิกาก็บอกเล่าถึงหนึ่งเรื่องที่นลิษาน่าจะไม่เคยรับรู้มาก่อน
“นึกไงชวนกูมาดื่มวะ”
คนที่ถูกชวนแบบกะทันหันเลิกคิ้วมองเพื่อนที่มาถึงก่อนนานแล้ว แถมยังน่าจะเอาเหล้าเข้าปากไปหลายแก้วแล้วด้วย
“เบื่อ” คนที่มีอารมณ์กรุ่นในอกบอกสั้นๆ
“ตามหาคุณลิษาเจอแล้วหรือไง”
ภพธรถาม แล้วยกมือขึ้นเรียกพนักงานเพื่อสั่งเครื่องดื่มเพิ่ม คาดว่าคืนนี้เพื่อนน่าจะเมาหัวราน้ำ เขารู้เรื่องที่เกิดขึ้นมาจากกนต์ระพีแล้ว เข้าใจว่าน่าจะมีการปะทะคารมกันมาด้วย ไม่เช่นนั้นคงไม่มานั่งหน้าบูดอยู่แบบนี้ โดยในช่วงที่ผ่านมาปรมะตามตัวยาก เพราะค่อนข้างอยู่ติดห้องปรมะกระแทกลมหายใจแรงๆ อย่างเก็บทรงไม่อยู่
“มึงทะเลาะกับเขาหรือวะ”
“ลิษาแม่งทำตัวน่าเบื่อ อวดดี” คนหงุดหงิดกระแทกแก้วเหล้าลงบนโต๊ะอย่างแรง การอวดดีของนลิษาทำให้เส้นเลือดในสมองเขาเต้นตุบๆ และอาจจะแตกเข้าสักวัน
“เบื่อก็ทิ้งสิวะ จะเก็บไว้ให้รำคาญใจทำไม” ภพธรหรี่ตามองหน้าคนที่ทำเป็นเก่ง เรื่องง่ายๆ แบบนี้ปรมะก็น่าจะคิดออก แต่คงไม่กล้าทำมากกว่า
“ยังไม่คุ้ม” ปรมะตอบหน้าตาย
“มั่นใจนะว่าเป็นเรื่องนั้น กูว่ามึงไม่อยากให้เขาไปมากกว่า” ภพธรเบะปากใส่นิดๆ ต่อให้อมพระมาพูดก็ไม่เชื่อ มันน่ะไม่คุ้มมานานแล้ว คนที่บูชาเงินแบบปรมะควรหยุดเมื่อรู้ว่าตนจะเสียผลประโยชน์ แต่นี่อะไรกลับตระเวนตามหาทรัพย์สมบัติมาคืนให้หญิงสาวจนเกือบจะครบทุกชิ้น ทั้งที่ฝ่ายหญิงก็บอกแล้วไม่ต้อง ไม่จำเป็น แต่ก็ยังไปยัดเยียดให้
“กูว่ามึงอาจจะรักเขาว่ะโปรด”
คนฟังกลอกตาใส่เพื่อนราวกับมันเป็นเรื่องไร้สาระ
“และกูอยากให้มึงรู้ไว้ ว่าเงินไม่ได้ซื้อได้ทุกอย่างหรอกนะ ระวังมึงจะเจ็บเจียนตาย อย่าทิฐินักเลย ปล่อยวางเรื่องอดีตบ้างก็ได้” เขารู้ดีว่ารอยอดีตทำให้มันตั้งแง่กับความรัก จึงอยากให้ปล่อยวางลงบ้าง หากเพื่อนยังปากดีและไม่หยุดทบทวนหัวใจ วันไหนที่เสียนลิษาไปจริงๆ วันนั้นมันต้องตายทั้งเป็นแน่
“แต่กูก็เอาบ้าน เอาของที่ลิษาอยากได้กลับมาได้เพราะเงิน” ปรมะเถียง ที่ผ่านมาประสบการณ์บอกเขาว่าเงินนั้นสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด พร้อมนึกเศร้าเมื่อนึกถึงเรื่องร้ายในอดีต
“แต่เด็กนั่นกลับกำลังจะขายมัน ขายแบบขาดทุนเสียด้วย”
“เสียดายก็ซื้อไว้สิ” ดูก็รู้ว่ามันหวงบ้านหลังนั้นแทนหญิงสาว
“กูจะไม่เสียเงินซ้ำซ้อนกับเด็กนั่นอีก” ปรมะส่ายหน้า เขาไม่ทำเช่นนั้นแน่ เพราะนลิษาไม่มีสิทธิ์ขายบ้าน
“ก็ตามนั้น อย่าให้เห็นนะว่าวันหนึ่งอยากได้กลับมา แต่ขนาดบ้านที่เขารัก เขายังยอมขายเลย มึงคิดดู” สิ้นคำปรมะก็ชะงักไปทั้งตัว
“มึงกำลังจะบอกอะไรกู” ปรมะแสร้งทำเป็นไม่รู้ ทั้งที่หัวใจออกอาการ เขาตีความจากคำบอกของเพื่อนได้ว่า นลิษายอมเสียของที่รักดีกว่าต้องทนอยู่กับเขา
เสียงนุ่มๆ ที่มีความเหนื่อยหอบเอ่ยบอก ก่อนจะถูกพลิกจับให้นอนฟุบหน้าไปกับโซฟา ก้นสวยถูกยกขึ้นเล็กน้อยแล้วเขาก็ทำให้เธอครางไม่เป็นคำ สะโพกสอบกดหนักและถี่รัวพร้อมโน้มตัวไปบีบขยำทรวงละมุน ใบหน้าบิดเบี้ยวเมื่อความสุขพัดวนใกล้จะแตกกระจายเต็มที แต่เขาก็ยั้งตัวไว้เพราะยังอยากมีความสุขกับคนตัวเล็กไปอีกนานๆ นลิษาตวัดตาค้อน เพราะอีกนิดเดียวเธอจะกรีดร้องอย่างสุชสมอยู่แล้ว แต่เอวหนากลับผ่อนปรนแรงลงแล้วจับเธอพลิกเปลี่ยนท่วงท่ามายืนบนพื้น ยื่นมือไปจับพนักพิงแขน ขณะขาข้างหนึ่งนั้นถูกยกขึ้น ลำตัวเคลื่อนไหวไปด้านหน้าจากแรงกระแทกของปรมะ “อื้อ” เธอปล่อยเสียงครางสยิวเมื่อความปรารถนากลับมาตีวนถี่หนัก ความเหนื่อยหอบทวีคูณ แต่แน่นอนว่าคนอย่างปรมะไม่ยอมหยุดเพียงเท่านั้น เพราะชายหนุ่มเหมือนจะมีเป้าหมายใหม่ คล้ายๆ อยากจะพาเธอทัวร์ไปรอบบ้านของตัวเอง เธอถูกดันให้เดินถอยหลังไปติดกับเคาน์เตอร์ในห้องครัว ก่อนจะถูกอุ้มขึ้นวางบนนั้น แล้วถูกขบกัดเบาๆ ตรงหน้าอก ขณะชายหนุ่มยังเคลื่อนไหวไม่หยุด จนในที่สุดเขาก็ทำให้เธอได้กรีดร้องสมใจ ปรมะเองก็คำรามลั่น หลังจากนั้น
ปรมะเชื่อว่าอีกไม่นานต้องมีคนแพ้ แล้วเดินหน้าจูบอย่างดุดัน เร่าร้อน ก่อนจะเลื่อนใบหน้าลงไปคลอเคลียที่ลำคอระหงและขบฟันเบาๆ สร้างรอยคิสมาร์ก ขณะที่มือหนาคอยบำรุงบำเรอทรวงอวบอูมทั้งซ้ายและขวา ทว่าคนตัวเล็กของเขากลับยังไม่ยอมแพ้ หนนี้เขาจึงใช้มืออีกข้างลากต่ำลงไปยังต้นขาขาว นั่นทำให้เห็นว่านลิษาสะดุ้งนิดๆ เมื่อใกล้จุดอ่อนไหว แต่ก่อนจะลงมือต่อก็เงยหน้าไปกระตุกยิ้มร้าย คนตัวเล็กรู้ได้ทันทีว่าชายหนุ่มจะเดินเกมหนัก อึดใจนั้นก็เห็นมือหนาเลื่อนไปดึงกางเกงยีนส์ขาสั้นของเธอให้พ้นลำตัวไป สายตาคู่นั้นอ้อยอิ่งมองจุดบอบบางที่ยังมีแพนตี้ห่อหุ้มอยู่ มือแกร่งกรีดนิ้วไปยังเนื้อบางเบานั่น ทำให้เขาเริ่มได้ยินเสียงครางนิดๆ “อื้อ” นลิษากลั้นเสียงครางแทบไม่อยู่ ก่อนใบหน้าจะต้องบิดเบี้ยวกับความเสียวซ่านยามนิ้วแกร่งกดหนักยิ่งกว่าเดิม แถมยังคลึงถี่ๆ พร้อมกับตวัดลิ้นเลียตรงรอยแยก แม้จะมีพันธนาการขวางกั้นอยู่แต่ความเปียกชื้นก็ทำให้หญิงสาวถึงกับเกร็งตัว ลมหายใจหอบถี่กว่าเดิม สมองของนลิษากำลังพร่าเบลอ แล้วอึดใจนั้นลมหายใจก็สะดุดกึกเมื่อแพนตี้กำลังถูกรูดออกจ
“รอจนจะเปลี่ยนใจแล้วค่ะเนี่ย” ดวงตามีประกายครุ่นคิดว่าเธอจะเปลี่ยนใจดีหรือไม่ ทำให้มีเสียงแย้งขึ้นทันควัน “ห้ามเปลี่ยนใจนะลิษา ผมไม่ยอม” กรอบหน้าคมเข้มส่ายเป็นพัลวัน หากทำแบบนั้นเขาจะร้องไห้จริงๆ ด้วย เขาอดเปรี้ยวไว้กินหวานมานานเหลือเกินก็ตั้งแต่นลิษาหายไปตอนนั้น “เห็นใจพ่อแมวตาดำๆ เถอะนะครับ” เขาอ้อนไป กลัวหญิงสาวจะเปลี่ยนใจ “งั้นพ่อแมวก็รีบไขกุญแจเข้าบ้านมาค่ะ แม่แมวจะไปรอด้านใน” นลิษายื่นกุญแจผ่านประตูรั้วไปให้ชายหนุ่ม ก่อนจะเดินไวๆ เข้าบ้านไปด้วยความเขินอาย แม้จะพร้อมแล้ว แต่ก็มีอาการประหม่าเป็นอย่างมาก เพราะเธอนั้นร้างสนามไปนาน แล้วรู้สึกว่ามือไม้นั้นเกะกะไปหมด พอเดินเข้าไปด้านในบ้านก็ไม่รู้ว่าควรจะไปหยุดอยู่ตรงไหนดี หญิงสาวถึงกับต้องเป่าปากแรงๆ ไม่คิดว่าตัวเองจะมีอาการตื่นเต้นถึงเพียงนี้ ไม่กี่อึดใจเธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าก้าวไวๆ เข้ามาในบ้าน และเห็นชายหนุ่มกดล็อกกลอนประตูทันที “ดูดาวต้องรอดูตอนกลางคืนนะคะ ตอนนี้ยังไม่มืดเลย” “แค่ลิษาปิดตาก็มืดเหมือนตอนกลางคืนแล้วครับ” ปรมะเสนอวิธี
ดาวประจำใจ 4 ช่องยูทูบดาว-ลิษา กำลังมีผู้ติดตามเพิ่มขึ้น เจ้าของช่องอย่างนลิษายิ้มแก้มปริ แม้มันจะแค่หลักพัน แต่ก็ถือว่าเป็นการตอบรับที่ใช้ได้ แน่นอนว่าคนที่มากดถูกใจและติดตามกันคนแรกไม่พ้นปรมะ จนวันเวลาผ่านมาอีกสี่เดือน ในวันนี้เธอเพิ่งอัปโหลดเสียงร้องของตนเองลงช่องเพิ่ม ไม่ถึงนาทีก็มีคนหนึ่งมากดถูกใจ “เสียงเพราะมากเลยครับ” นลิษามองรายชื่อคนคอมเมนต์แล้วอมยิ้ม ไม่ถึงนาทีก็ได้รับสายของเขา “เสียงเพราะมากเลยครับลิษา” นอกจากคอมเมนต์ชมแล้ว ปรมะก็ไม่ลืมชมผ่านสายโทรศัพท์ด้วย ใบหน้านั้นมีแต่ความภูมิใจในความเก่งของแฟนสาว “ขอบคุณมากเลยค่ะ คุณแฟงตัวยง ว่าแต่ทำอะไรอยู่คะ” เรียกว่าปรมะเป็นแฟนพันธุ์แท้ของเธอก็ไม่ผิด เขาเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้เธอมีทุกวันนี้ เพราะในช่วงแรกที่อัปคลิปลงไปแทบจะไม่มีผู้ติดตามเลย จนเกือบท้อถอย แต่ปรมะนั้นบอกให้สู้ต่อและช่วยติชมจนมีการตอบรับที่ดีขึ้น “กำลังจะไปประชุมครับ อีกสิบนาที” “อ้อ...” หญิงสาวลากเสียงยาวคล้ายมีอะไรบางอย่าง “ลิษามีอะไรหรือครับ” แน่นอนว่าปรมะจับน้ำเสียงได
เมื่อตะวันกลับมาฉายแสงอีกครั้ง คู่รักคู่หนึ่งก็รีบลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว เพราะต้องการไปใส่บาตรด้วยกันตรงหน้าโฮมสเตย์ โดยจะมีพระพายเรือผ่านมา ในวันนี้จึงได้รู้สึกอิ่มบุญด้วย นลิษาเหลือบตามองคนที่ช่วยประคองมือเธอยามยื่นขนมไปใส่ไว้ในบาตร ปรมะอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้น กางเกงยีนส์สีเข้มที่เข้ากับชุดของเธอ ในช่วงบ่ายเธอและเขาต้องเดินทางกลับกันแล้ว เพราะพรุ่งนี้เขามีประชุมวางแผนงานในไตรมาสต่อไป แต่ก่อนจะกลับก็ไม่ลืมแวะไปกินก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำแดงที่ขึ้นชื่อ รวมถึงไปตลาดแม่กลองด้วย ทว่าขณะกำลังเดินเล่นอยู่ในตลาด ดวงตากลมโตก็ต้องส่งค้อนให้คนที่คล้ายกำลังอ่อยกันอยู่ หลังปลดกระดุมลงไปถึงสามเม็ดจนเห็นหน้าอก คงเพราะอากาศเริ่มร้อนด้วยกระมัง ด้านปรมะคว้ามือนุ่มไปกุมไว้แล้วพาเดินลึกเข้าไปด้านในตลาด มืออีกข้างจับเสื้อแล้วสะบัดเล็กน้อย อยากให้ลมช่วยให้เขาคลายความร้อน “ลิษามีเรื่องจะปรึกษาคุณโปรดด้วยค่ะ” นลิษาเอ่ยขึ้น “ว่ามาสิครับ” ปรมะทำสีหน้าอยากรู้ “ลิษาอยากจะลองทำช่องยูทูบน่ะค่ะ ว่าจะอัดคลิปคัฟเวอร์เพลงลง คุณโปรดว่าดีไหมคะ” ตอนนี้เธออยากกลับมา
จากนั้นการออกเดินทางก็เริ่มต้นขึ้น มุ่งหน้าไปสู่สถานที่ที่หญิงสาวเป็นคนเอ่ยชวน ปรมะขับรถไปเรื่อยๆ อย่างไม่ได้เร่งรีบ ส่วนนลิษานั้นชวนพูดคุยไปตลอดทาง บางทีก็ส่งเสียงร้องคลอไปกับเพลงที่เจ้าของรถเปิด เมื่อไปถึงทั้งสองก็ได้ปะทะกับสายลมที่มีไอร้อนนิดๆ กิจกรรมแรกที่ตกลงกันไว้ไม่พ้นการออกไปหยอดหอยหลอด ซึ่งต้องซื้ออุปกรณ์และนั่งเรือออกไป นลิษานึกถึงสมัยเด็ก แม้จะมีความทรงจำที่ไม่สมบูรณ์เต็มร้อย แต่จำได้ดีว่าตอนนั้นเธอก็ตื่นเต้นเช่นตอนนี้ ปรมะประคองหญิงสาวลงเรือ ก่อนคนทั้งคู่จะยกสมาร์ตโฟนขึ้นมาถ่ายเก็บบรรยากาศ เมื่อเรือแล่นไปถึงจุดที่มีผู้คนกำลังหยอดหอยหลอดอยู่นั้นก็ก้าวเท้าลงไป “คุณโปรดว่าวันนี้เราจะได้หอยสักตัวไหมคะ” เธอเห็นเด็กๆ หิ้วหอยมาเต็มถุงจึงหันไปถามคนข้างกาย เพราะมีแววน่าจะได้อับอาย “ต้องได้สักตัวละครับ ว่าแต่เรามาแข่งกันไหม” “รางวัลเป็นอะไรล่ะคะ” เธอถาม ก่อนจะเห็นชายหนุ่มตาวาวขึ้น คนเจ้าเล่ห์อย่างเขาต้องคิดถึงผลรางวัลมาแล้วแน่นอน “ถ้าลิษาชนะ ผมจะยอมให้ลิษาหอม ถ้าผมแพ้ ผมก็จะยอมให้ลิษาหอม...เป็นอันว่าตกลงนะครับ ผมไปหาหอยก่อน







